อัพเดทการ เดินทาง ไป ญี่ปุ่น และ การกลับเมืองไทย ฉบับอัพเดทสถานการณ์โควิด

1การเดินทางจากไทยไปญี่ปุ่น

เดินทาง ไป ญี่ปุ่น

สำหรับการเดินทางจากไทยไปญี่ปุ่นนั้นตอนนี้นับว่าลำบากพอสมควร เพราะจำกัดไว้สำหรับผู้ที่มี re-entry permit เท่านั้น ทั้งยังมีเงื่อนไขที่ซับซ้อน โดยมีการเปลี่ยนแปลงมาตรการเกี่ยวกับวีซ่าด้านต่างๆ โดยมีข้อมูลที่ต้องทราบดังต่อไปนี้

Cr: Mirko Kuzmanovic / Shutterstock.com

สถานการณ์โควิดที่ญี่ปุ่น

สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 ในประเทศญี่ปุ่น (อัพเดทวันที่ 7 ส.ค. 2563) มีรายงานผู้ติดเชื้อเพิ่มเติมในกรุงโตเกียว 462 คน ส่วนจังหวัดโอกินาวา พบผู้ติดเชื้อใหม่ 100 คน สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ และมียอดผู้ติดเชื้อทั่วประเทศ 661 คน ผู้ติดเชื้อสะสมในญี่ปุ่น 45836 คน / เสียชีวิต 1042 คน

ตารางแสดงยอดผู้ติดเชื้อสูงสุดในแต่ละพื้นที่

พื้นที่จำนวนผู้ติดเชื้อสะสม (เพิ่มเติม)
โตเกียว15,107 คน(+ 0)
โอซาก้า5,396 คน(+0)
คานางาวะ3,052 คน(+0)
ไอจิ2,829 คน(+0)
จังหวัดฟุกุโอกะ2,745 คน(+0)

จากสถานการณ์การติดเชื้อที่รุนแรงมากขึ้น ทำให้ผู้ว่าราชการกรุงโตเกียวประกาศ “เตือนการแพร่ระบาด”และออกแถลงการณ์พิเศษ ดังนี้

1) การขอความร่วมมือประชาชน

  • หลีกเลี่ยงไม่ออกจากบ้านหากไม่จำเป็น เนื่องจากผู้ติดเชื้อไม่มีอาการสามารถแพร่เชื้อให้ผู้อื่นได้เช่นกัน
  • ไม่ใช้บริการสถานประกอบการ เช่น สถานบันเทิงยามค่ำคืน และร้านอาหารที่ไม่ดำเนินการป้องกันการแพร่ระบาด
  • หากเข้าร่วมกิจกรรมอีเว้นท์ ให้ความร่วมมือกับผู้จัดงาน ลงชื่อเข้าร่วมงาน หรือใช้บริการแอพลิเคชั่น COCOA ของรัฐบาล
  • 2) การขอความร่วมมือผู้ประกอบการ

  • ตรวจอุณหภูมิร่างกายของพนักงาน สอดส่องให้มีการล้างมือฆ่าเชื้อโรคอยู่เป็นประจำ และปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดอย่างเคร่งครัด
  • ติดสติกเกอร์ประชาสัมพันธ์ให้ผู้ใช้บริการทราบว่าได้มีการดำเนินมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดภายในร้านค้า
  • สำหรับสถานบันเทิงยามค่ำคืน ส่งเสริมให้พนักงานภายในร้านเข้าตรวจ PCR
  • วีซ่าของชาวไทยที่ยกเลิกชั่วคราว

    1. ยกเลิกวีซ่าที่สถานเอกอัครราชทูต/สถานกงสุลใหญ่ของญี่ปุ่นในต่างประเทศ ได้ออกให้แก่ชาวไทย ทั้งวีซ่าประเภทเดินทางเข้าครั้งเดียวและหลายครั้ง (single and multiple visa) ที่เคยออกให้ก่อนวันที่ 27 มีนาคม 2563 และไม่มีการออกให้ใหม่ในทุกกรณี

    2. ระงับมาตรการยกเว้นวีซ่าเข้าญี่ปุ่น 15 วันสำหรับคนไทยเป็นการชั่วคราว (ข้อนี้จะส่งผลให้ผู้ถือหนังสือเดินทางไทย ไม่สามารถเข้าญี่ปุ่นได้ 15 วันโดยไม่ต้องขอวีซ่า) มาตรการนี้จะใช้จนถึงสิ้นเดือนกรกฎาคม 2563 (และอาจมีการขยายเวลา)

    3. ระงับสิทธิการเข้าเมืองสำหรับผู้ถือ APEC Business Travel Card เป็นการชั่วคราว

    ใครที่สามารถเดินทางเข้าญี่ปุ่นได้

    *ทั้งนี้ต้องติดต่อสถานทูตเพื่อทำเรื่องเป็นกรณี การอนุญาตให้เข้าออกหรือไม่ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจ ของเจ้าหน้าที่

    ปัจจุบัน (ข้อมูลอัพเดท 7 ส.ค. 2563) ได้มีการผ่อนปรนมาตรการการเดินทางจากไทยเข้าญี่ปุ่น ซึ่งทางญี่ปุ่นกำลังพิจารณาผ่อนปรนมาตรการการเดินทางเพื่อจุดประสงค์ทางธุรกิจ จากเวียดนามและไทยเข้าประเทศญี่ปุ่น สำหรับผู้เดินทาง 2 ประเภท ได้แก่
    – มาตรการสำหรับ residence track สำหรับผู้ที่อยู่อาศัยและทำงานในญี่ปุ่น ซึ่งเริ่มเปิดให้เข้าแล้วตั้งแต่วันที่ 29 กรกฎาคมที่ผ่านมา
    – มาตรการสำหรับ business track สำหรับผู้ที่จะเดินทางเข้าญี่ปุ่นเพื่อจุดประสงค์ทางธุรกิจระยะสั้น ยังอยู่ในระหว่างพิจารณา

    การเดินทางไปญี่ปุ่นสำหรับ residence track :ผู้อยู่อาศัยระยะยาวเช่นพนักงานประจำ

    【สิ่งที่ต้องทำที่ไทย】

  • ทำวีซ่าพร้อมหนังสือสัญญา (誓約書) ที่สถานทูตญี่ปุ่นในไทย
  • สังเกต (monitoring) สภาพร่างกายก่อนเป็นเวลา 14 วัน
  • เข้ารับการตรวจ PCR(ก่อนบินภายใน 72 ชั่วโมง)
  • ดาวน์โหลด แบบฟอร์ม Certificate of Testing for COVID-19

    【สิ่งที่ต้องทำที่ญี่ปุ่น】
    ขั้นตอนการเข้าประเทศต้องทำตามดังนี้

  • ตรวจ PCR ที่สนามบิน ต้องรอจนกว่าผลจะออก อาจต้องค้างคืนในที่ทางรัฐบาลกำหนดไว้
  • กรอกแบบสอบถาม (เกี่ยวกับสุขภาพและอื่นๆ)คลิกดูตัวอย่าง ที่นี่
  • ยื่นหนังสือสัญญา
  • ติดตั้งแอพติดตาม COCOA
  • การติดตั้ง COCOA

    หลังจากเข้าประเทศได้ต้องทำตามขั้นตอนดังนี้

  • ห้ามใช้ขนส่งสาธารณะ 14 วัน
  • อยู่กับบ้าน 14 วัน
  • ศูนย์บริการสาธารณสุขจะมา follow up สภาพร่างกายเป็นเวลา 14 วัน (ไม่แน่ใจว่าจะตรวจสอบช่องทางใด)
  • เปิดระบบตรวจสอบที่อยู่บนมือถือ 14 วัน คลิกดูวิธีตั้งค่าที่นี่
  • การเดินทางไปญี่ปุ่นสำหรับ business track:สำหรับผู้เข้ามาทำธุรกิจในระยะสั้น

    【สิ่งที่ต้องทำที่ญี่ปุ่น】
    ทำวีซ่าพร้อมหนังสือสัญญา (誓約書) และใบกำหนดการที่ระบุว่าจะไปทำอะไรบ้างที่ญี่ปุ่น ที่สถานทูตญี่ปุ่นในไทย
    คลิกเพื่อโหลดหนังสือสัญญา
    คลิกเพื่อโหลดใบกำหนดการ

  • สังเกต (monitoring) สภาพร่างกายเป็นเวลา 14 วัน
  • เข้ารับการตรวจ PCR(ก่อนบินภายใน 72 ชั่วโมง)
  • ดาวน์โหลด แบบฟอร์ม Certificate of Testing for COVID-19

    【สิ่งที่ต้องทำที่ญี่ปุ่น】
    ขั้นตอนการเข้าประเทศต้องทำตามดังนี้

  • ตรวจ PCR ที่สนามบิน ต้องรอจนกว่าผลจะออก อาจต้องค้างคืนในที่ทางรัฐบาลกำหนดไว้
  • กรอกแบบสอบถาม (เกี่ยวกับสุขภาพและอื่นๆ)คลิกดูตัวอย่าง ที่นี่
  • ยื่นหนังสือสัญญาและใบกำหนดการ
  • ติดตั้งแอพติดตาม COCOA
  • การติดตั้ง COCOA

    หลังจากเข้าประเทศได้ต้องทำตามขั้นตอนดังนี้

  • ห้ามใช้ขนส่งสาธารณะ 14 วัน
  • ไปได้เฉพาะสถานที่และทำกิจกรรมที่ระบุในใบกำหนดการเป็นเวลา 14 วัน
  • ศูนย์บริการสาธารณสุขจะมา follow up สภาพร่างกายเป็นเวลา 14 วัน (ไม่แน่ใจว่าจะตรวจสอบช่องทางใด)
  • เปิดระบบตรวจสอบที่อยู่บนมือถือ 14 วัน คลิกดูวิธีตั้งค่าที่นี่
  • ※business track ยังอยู่ระหว่างพิจารณา อาจมีการเปลี่ยนแปลง

    สำหรับคนประเภทอื่นๆ ที่สามารถเดินทางเข้าญี่ปุ่นได้ยังจำกัดสำหรับ คนที่มีสัญชาติญี่ปุ่น หรือจะมีการอนุญาตให้เข้าญี่ปุ่นได้ตามข้อยกเว้นดังต่อไปนี้

    1. ชาวต่างชาติที่ไม่มีสัญชาติญี่ปุ่นที่เดินทางมาไทยโดยได้รับ re-entry permit ก่อนวันที่ 2 เมษายน และเป็นผู้อยู่อาศัยถาวร คู่สมรสชาวญี่ปุ่น คู่สมรสผู้อยู่อาศัยถาวร หรือผู้อยู่อาศัยระยะยาว

    2. ชาวต่างชาติที่ไม่มีสัญชาติญี่ปุ่นที่เดินทางมาไทยโดยได้รับ re-entry permit ก่อนวันที่ 2 เมษายน และตรงตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้

  • ครอบครัวอาศัยอยู่ในประเทศญี่ปุ่น ทำให้อยู่ในสภาพที่แยกจากครอบครัว
  • ออกจากประเทศมาพร้อมกับลูกที่สังกัดสถาบันการศึกษาของญี่ปุ่น ทำให้ลูกไม่สามารถไปเรียนได้
  • มีความจำเป็นต้องกลับเข้าประเทศญี่ปุ่นเพื่อเข้ารับการผ่าตัด การรักษา (รวมถึงเข้ารับการตรวจซ้ำ) หรือทำคลอดที่สถาบันทางการแพทย์ของญี่ปุ่น
  • ออกจากประเทศญี่ปุ่นมาเนื่องจากมีความจำเป็นต้องไปเยี่ยมญาติที่ป่วยหนัก หรือเข้าร่วมงานศพญาติในต่างประเทศ
  • มีความจำเป็นต้องออกจากประเทศญี่ปุ่นมาเพื่อเข้ารับการผ่าตัด การรักษา (รวมถึงเข้ารับการตรวจซ้ำ) ในต่างประเทศ
  • ออกจากประเทศญี่ปุ่นเนื่องจากศาลต่างประเทศเรียกตัวให้ไปเป็นพยาน
  • ชาวต่างชาติที่ไม่มีสัญชาติญี่ปุ่นที่เดินทางมาไทยโดยได้รับ re-entry permit หลังวันที่ 3 เมษายน และตรงตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้

  • ออกจากประเทศญี่ปุ่นมาเนื่องจากมีความจำเป็นต้องไปเยี่ยมญาติที่ป่วยหนัก หรือเข้าร่วมงานศพญาติในต่างประเทศ
  • มีความจำเป็นต้องออกจากประเทศญี่ปุ่นมาเพื่อเข้ารับการผ่าตัด การรักษา (รวมถึงเข้ารับการตรวจซ้ำ) ในต่างประเทศ
  • ออกจากประเทศญี่ปุ่นเนื่องจากศาลต่างประเทศเรียกตัวให้ไปเป็นพยาน
  • *ทั้งนี้ต้องติดต่อสถานทูตเพื่อทำเรื่องเป็นกรณี การอนุญาตให้เข้าออกหรือไม่ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจ ของเจ้าหน้าที่

    ขั้นตอนการเดินทาง

    หลังจากผ่านเกณฑ์ที่สามารถเดินทางเข้าญี่ปุ่นได้ จะต้องรอเที่ยวบินที่กำหนด ซึ่งต้องคอยตรวจสอบการอัพเดทจากสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย

    ข้อปฏิบัติในการเดินทาง

    ผู้ที่เดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่นทุกคนต้องปฏิบัติตามมาตรการด้านล่าง

  • เมื่อเข้าประเทศญี่ปุ่น ทุกคนจะต้องเข้ารับการตรวจ PCR และต้องรอผลการตรวจที่บ้าน พื้นที่ในสนามบิน หรืออาคารที่สถานควบคุมโรคกำหนด (เนื่องจากปัจจุบันมีพื้นที่ที่ปฏิเสธการเข้าประเทศมากขึ้น จำนวนคนที่ต้องเข้ารับการตรวจจึงเพิ่มขึ้นด้วย อาจใช้เวลาหลายชั่วโมงในการเข้าประเทศหลังจากมาถึง และอาจต้องรอผลตรวจ 1-2 วัน) การกักตัว
  • ให้กักตัวที่บ้านหรือสถานที่ที่สถานควบคุมโรคกำหนดเป็นเวลา 14 วันนับตั้งแต่วันเข้าประเทศ แม้จะไม่มีอาการผิดปกติทางร่างกาย และห้ามเดินทางโดยบริการขนส่งสาธารณะ รวมถึงตอนเดินทางออกจากสนามบิน
  • เนื่องจากเหตุผลด้านบน ให้เตรียมที่พักในระหว่างรอดูอาการ รวมถึงวิธีเดินทางจากสนามบินสู่ที่พัก (ห้ามใช้ระบบขนส่งสาธารณะ) ด้วยตัวเองตั้งแต่ก่อนเข้าประเทศ
  • ต้องลงทะเบียนที่พักสำหรับรอดูอาการและวิธีเดินทางจากสนามบินไว้กับสถานควบคุมโรค
  • สายการบินที่ให้บริการ

    อัพเดทจากเว็บไซต์ของสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย

    2การเดินทางจากญี่ปุ่นเข้าไทย

    ที่ไทยนั้นนับว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด 19 เริ่มดีขึ้นโดยไม่พบยอดผู้ติดเชื้อมานานพอสมควร (อัพเดทวันที่ 22 กรกฎาคม 2563)

    ตารางแสดงข้อมูลสถานการโควิด

    สถานการณ์จำนวนผู้ติดเชื้อสะสม
    ยอดติดเชื้อสะสม3,269 คน
    รักษาอยู่ใน รพ.106 คน
    หายแล้ว3,105 คน
    เสียชีวิต58 คน

    อย่างไรก็ตามยังไม่มีการเปิดพรมแดนให้เดินทางได้อย่างเสรี จะต้องมีการทำเรื่องก่อนเดินทาง

    ผู้สามารถเดินทางเข้าไทยได้

    รัฐบาลไทยประกาศผ่อนปรนอนุญาตให้ชาวต่างชาติเข้าประเทศได้ส่วนหนึ่ง (อนุมัติวันที่ 30 มิถุนายนมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม) อนุญาตให้บุคคลดังต่อไปนี้เข้าประเทศได้โดยไม่จำกัดสัญชาติ (โดยมีเงื่อนไขว่าต้องแสดงใบรับรองผลตรวจเป็นลบที่ออกภายใน 72 ชั่วโมงก่อนออกจากประเทศ เข้ารับการตรวจ PCR ตอนเข้าประเทศไทย และกักตัวเองในสถานที่ที่รัฐบาลกำหนดเป็นเวลา 14 วัน)

  • เป็นบุคคลที่ถือ work permit หรือเป็นคู่สมรสหรือบุตรของบุคคลที่ถือ work permit
  • เป็นผู้อยู่อาศัยถาวร
  • เป็นบิดามารดา คู่สมรส หรือบุตรของผู้ถือสัญชาติไทย
  • เป็นชาวต่างชาติที่เข้ารับบริการทางการแพทย์ในไทยหรือผู้ดูแลของบุคคลนั้น
  • เป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนหรือผู้ปกครองของนักเรียน
  • เป็นนักการทูตที่ประจำอยู่ที่ไทย เจ้าหน้าที่รัฐบาลต่างประเทศ เจ้าหน้าที่องค์การระหว่างประเทศ หรือเป็นบิดามารดา คู่สมรส หรือบุตรของบุคคลดังกล่าว
  • ***นอกจากนี้ ชาวต่างชาติต้องได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศด้วยเที่ยวบินชั่วคราวหรือเที่ยวบินพิเศษที่ได้รับการยินยอมจากรัฐบาลเท่านั้น (สายการบินพาณิชย์ไม่เปิดทำการ)

    เอกสารที่ต้องเตรียม

    2.1) หนังสือเดินทาง
    2.2) บัตรโดยสาร
    2.3) ใบมอบตัว (ถ้ามี)
    2.4) ใบยินยอมรับการกักตัว (ลิงค์ด้านล่าง) ให้ลงนามส่งมาพร้อมกัน

    ลิงค์ใบยินยอมรับการกักตัว

    คลิกเพื่อดูและดาวน์โหลด

    ขั้นตอนการเดินทาง

  • ตรวจสอบโรค ขอเอกสารว่าผลตรวจเป็นลบ ไม่มีอาการ
  • ลงทะเบียนตามเวลาที่กำหนด
  • จองตั๋วเครื่องบินกับสายการบินในรอบวันที่กำหนด
  • เมื่อมาถึงต้องกักตัวกับรัฐ เป็นเวลา 14 วัน
  • โดยที่โควตาที่สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้รับจัดสรรในการนำคนไทยกลับในแต่ละเที่ยวบินมีจำกัด สถานเอกอัครราชทูตฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาจัดสรรให้ตามหลักมนุษยธรรมและกรณีเร่งด่วนก่อน สำหรับท่านที่ยังไม่มีความเร่งด่วนในการเดินทางกลับประเทศไทย สถานเอกอัครราชทูตฯ ขอให้ชะลอการเดินทางออกไปก่อน ทั้งนี้ เมื่อมีเที่ยวบินถัดไป จะประกาศให้ทราบต่อไป

    ***ก่อนวันเดินทาง 14 วัน ขอให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปในสถานที่หรือทำกิจกรรมที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงในการติดเชื้อโควิด-19

    ***ในการ check-in กับสายการบิน ต้องแสดงหนังสือรับรองจากสถานเอกอัครราชทูตฯ และใบรับรองแพทย์ Fit to fly ที่มีอายุไม่เกิน 72 ชม.

    ***ขอให้ดาวน์โหลด AOT Application และกรอกใบ ต.8 ให้พร้อมก่อนเดินทาง

    *** ผู้เดินทางเป็นครอบครัวขอให้จัดกระเป๋าเดินทางแยกจากกัน เพื่อความสะดวกในการแยกห้องกักตัว ***

    ข้อสรุป

    ช่วงนี้ยังถือว่าเป็นช่วงที่ยากลำบากในการเดินทาง แต่เมื่อสถานการณ์ดีขึ้นและมีการอัพเดทเราจะนำข่าวสารเพิ่มเติมมาแจ้งให้ทราบโดยทั่วกัน

    Gashapond

    Blogger : Gashapond

    สาว(ไม่)น้อย ผู้รักใน การถ่ายภาพ ท่องเที่ยว ชิมของอร่อย ซอฟต์ครีม และบ้าเครื่องสำอางชนิดเสพติด ขอทำหน้าที่พาคุณเที่ยว หาโปรเด็ด ให้ทริปญี่ปุ่นของคุณสนุกสบาย ??

    435 Posts

    กรณีฉุกเฉิน

    | Emergency
    • Police

      110

    • Ambulance

      119

    • AMDA International Medical Information Center

      03-5285-8088

    • สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว

      03-5789-2449

    • สถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซาก้า

      06-6262-9226-7

    • สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฟุกุโอกะ

      092-686-8775