Domohorn Wrinkle เคล็ดลับผิวสวยดูอ่อนเยาว์ จากญี่ปุ่น

Cr: saishunkan-th.com

แม้ว่าชื่อ Domohorn Wrinkle (ドモホルンリンクル) ยังไม่คุ้นหูคนไทยมากนัก ทว่าแบรนด์นี้กลับเป็นที่รู้จักในญี่ปุ่นมานานตั้งแต่ปี ค.ศ 1974 นับเป็นเจ้าแรกในญี่ปุ่นที่มีการนำคอลลาเจนมาเป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์บำรุงผิว จนเรียกได้ว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านผลิตภัณฑ์ที่ช่วยชะลอปัญหาผิว และฟื้นบำรุงผิว ในเรื่องของริ้วรอยและจุดด่างดำ ที่เกิดจากอายุที่เพิ่มมากขึ้น

Cr: cosme.net

ช่วงนี้หากใครดูทีวีแล้วอาจจะได้เจอโฆษณาของผลิตภัณฑ์ในเวอร์ชั่นภาษาไทย เราเป็นหนึ่งในนั้นที่ดูแล้วก็เกิดความสนใจในตัวผลิตภัณฑ์ขึ้นมา ยิ่งทราบว่าเค้านำเข้ามาขายในไทยแล้วคิดว่าคงหาข้อมูลสินค้าสะดวกขึ้น ซึ่งหากพูดถึงผลิตภัณฑ์สกินแคร์สัญชาติญี่ปุ่นในระดับพรีเมี่ยมที่เป็นที่รู้จัก หลายคนคงนึกถึง Shiseido หรือ SKII สำหรับชื่อ “Domohorn Wrinkle” อาจจะไม่คุ้นหูนัก

โดยปกติที่ญี่ปุ่นแบรนด์นี้จะไม่มีหน้าร้านจำหน่ายสินค้า ใครที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นเห็นโฆษณา หรือเช็ครีวิวญี่ปุ่นซึ่งมีการพูดถึงในเว็บบอร์ดเกี่ยวกับความสวยความงามมากมายได้ดาวเพียบ อาจจะรู้สึกสนใจ แต่ไม่รู้วิธีซื้อสินค้า วันนี้เค้าหอบความสวยจากญี่ปุ่นมาให้เราถึงเมืองไทยแล้ว แถมเค้ายังมีให้ลงทะเบียนรับผลิตภัณฑ์ชุดทดลอง ให้ไปลองใช้ที่บ้านขนาดใช้ประมาณ 3 วัน ว่าเหมาะกับผิวเราไหมด้วย (*มีค่านำเข้า 200 บาท) โดยลงทะเบียนได้ 2 วิธีคือ

วิธีขอรับเซ็ตทดลอง

Cr: saishunkan-th.com

วิธีที่ 1 โทรไปที่เบอร์ 02-260-2222

จากนั้นแจ้งข้อมูล
  • เบอร์โทรศัพท์
  • ชื่อ นามสกุล
  • สิ่งที่ต้องการ (เซ็ตทดลอง หรือสั่งซื้อสินค้า)
  • ที่อยู่จัดส่ง วัน เวลา ที่อยากให้จัดส่ง
  • รอรับของ และจ่ายเงิน 200 เป็นค่านำเข้า กับพนักงาน Kerry เมื่อของส่งมาถึง

  • Cr: saishunkan-th.com

    วิธีที่ 2 เข้าเว็บไซต์ saishunkan

  • เข้าเว็บไซต์ saishunkan (คลิกที่นี่)
  • กรอกข้อมูลเกี่ยวกับลูกค้า และการจัดส่ง
  • รอรับของ และจ่ายเงิน 200 เป็นค่านำเข้า กับพนักงาน Kerry เมื่อของส่งมาถึง

  • เพียงทำตามขั้นตอนด้านบนก็จะได้รับเซ็ตทดลองมาลองใช้ว่าเหมาะกับผิวตัวเองไหมและเพื่อสัมผัสความรู้สึกหลังใช้ผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นด้วยส่วนผสมจากธรรมชาติอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของทางแบรนด์ แต่พูดลอยๆ หลายคนอาจยังไม่แน่ใจว่าผลิตภัณฑ์นี้น่าลองขนาดไหน วันนี้เราจึงขอพาเพื่อนๆ ไปทำความรู้จักแบรนด์นี้ให้มากขึ้น พร้อมกับทดลองผลิตภัณฑ์กันที่ Domohorn Wrinkle Experience Space กันเลย

    Domohorn Wrinkle Experience Space เป็นสถานที่ที่ลูกค้าสามารถมาสัมผัสเนื้อผลิตภัณฑ์ ได้ลองใช้จริงๆ ตามวิธีใช้ที่ถูกต้องโดยจะมี Pleaser(พรีเซอร์) ทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลผิวส่วนตัวคอยให้คำแนะนำอยู่ตลอด รวมถึงให้คำปรึกษาเรื่องผิว และผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมด้วย สำหรับการเดินทางก็ไม่ยาก อยู่ที่ชั้นสองอาคาร ดิ เอ็ม โพริโอ เพลส (The Emporio Place) ไม่ไกลจาก BTS พร้อมพงษ์ เดินราวๆ 10 นาทีก็ถึง หรือจะมาโดยรถยนต์ เข้าจากถนนพระราม 4 ก็สะดวก (มีที่จอดรถให้)

    ดูแผนที่ Domohorn Wrinkle Experience Space


    บรรยากาศภายในตกแต่งแบบเรียบง่าย แต่หรูหรา มีการวางผลิตภัณฑ์ และบอกเล่าเรื่องราวของส่วนผสมที่มาจากธรรมชาติ สกัดจากวัตถุดิบอันเลื่องชื่อ โดยมีนางเอกเป็น “ดอกชิรานุยคิคุ” อันมีประสิทธิภาพต่อต้านการทำงานของโปรตีนที่เร่งความชราของผิว ซึ่งมีเฉพาะที่เมืองชิรานุย จังหวัดคุมาโมโตะเท่านั้น ผสานกับสารสกัดอื่นๆ จากส่วนผสมธรรมชาติ อาทิ ปลาฮาโมะ ใบฝรั่ง โสมขาว ทิวลิป ดอกยบะซึย ฯ ซึ่งเป็นส่วนผสมเอกลักษณ์ของแบรนด์นี้ มีคุณสมบัติช่วยเสริมพลังกลไกการปกป้องผิว ลดสาเหตุการเกิดอนุมูลอิสระ เติมความชุ่มชื้นและคงความยืดหยุ่นของผิว ให้ดูอ่อนเยาว์ไว้นั่นเอง

    รู้จักผลิตภัณฑ์พอคร่าวๆ ก็รู้สึกว่าน่าใช้พอสมควร เพราะมีความเป็นออแกนิก ไม่มีการแต่งกลิ่น หรือเลียนสีสังเคราะห์ แต่ดูอย่างเดียวนับว่ามาไม่ถึง มาเยือน Experience Space ทั้งทีต้องลองซักหน่อยว่าของเค้าดีจริงหรือเปล่า ตอนจะลองก็แค่แจ้งกับ “พรีเซอร์ ” เพื่อรับบริการสาธิตการดูแลผิว รู้สึกพรีเมียมสุดๆ ไปเลย

    มาลองทั้งทีขอแนะนำว่าควรมีเวลา 45 นาทีเพื่อเรียนรู้ขั้นตอนการทำ “โอเทะอาเทะ” นั่นคือการใช้มือบำรุงผิว แบบครบขั้นตอนในห้องส่วนตัวที่บรรยากาศดูผ่อนคลายและส่วนตัวมากๆ ซึ่งขั้นตอนนี้ขอรับบริการได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายอะไรเลยนะ คุณพระ!!!

    จากนั้นพรีเซอร์จะสอบถามเรื่องปัญหาผิว และจุดที่ลูกค้ามีความกังวล ซึ่งชามีปัญหาในเรื่องของจุดด่างดำ ผิวแห้ง และริ้วรอยที่เริ่มมาเยือน ขั้นตอนนี้นี่แหละที่จะรู้ว่าเราเหมาะกับผลิตภัณฑ์ไหน ควรเน้นการบำรุงไปที่ใด คุยแล้วก็ใส่ชุดกันเปื้อนเข้าสู่กระบวนการ “โอเทะอาเทะ” กันเลย

    เพื่อความสะอาดให้ล้างมือก่อน จากนั้นเราจะได้ลองซับมือกับ “ผ้าอิมาบาริ” ผ้าขนหนูเนื้อนุ่ม ซึ่งเป็นผ้าฝ้าย 100% จากเมืองอิมาบาริที่ขึ้นชื่อเรื่องผิวสัมผัสที่นุ่มนวล ดีต่อผิว

    ในส่วนของผลิตภัณฑ์ที่เราลองในวันนี้เป็นผลิตภัณฑ์ 8 ชิ้น มีเพียงแค่ “One Line” ที่เค้าบอกว่าไม่ว่าจะเพศไหน มีประเภทผิวแบบไหนก็ใช้ได้ เปี่ยมประสิทธิภาพในการฟื้นฟูและบำรุง “ผิวเน็นเรฮาดะ” อันหมายถึงผิวที่เสื่อมสภาพตามอายุที่เพิ่มขึ้น ทำให้เกิดริ้วรอย จุดด่างดำ รอยเหี่ยวย่นต่างๆ ทีนี้มาดูกันดีกว่าว่าแต่ละแบบมีอะไร ใช้อย่างไรบ้าง

    รีวิวผลิตภัณฑ์

    3 ผลิตภัณฑ์แรกคือ Refining 3 คือขั้นตอนการทำความสะอาดและเตรียมผิวให้พร้อมรับการบำรุง

    Step 1 ล้างเครื่องสำอางด้วย Oil-in-Gel Remover

    ขั้นตอนนี้พรีเซอร์แนะนำให้ทำตอนเย็นเพื่อล้างเครื่องสำอางและสิ่งสกปรกที่ตกค้างที่ผิว เนื้อเจลเป็นสีชมพูใสมีความเด้งดึ๋ง เวลาใช้ก็บีบให้ได้ขนาดลูกเชอร์รี่ในขณะที่มือแห้ง แต้มห้าจุดบนใบหน้าใช้ปลายนิ้วนวดวนออกเบาๆ บนใบหน้า ปาก รอบดวงตา 3 นาที จนเจลเปลี่ยนเป็นออยล์ ก็ค่อยๆ ล้างออก ออยล์จะกลายเป็นน้ำนม ขั้นตอนนี้ให้การทำความสะอาดที่ล้ำลึก อ่อนโยนต่อผิวด้วยสารสกัดเอสเซนเชียลออยถึงห้าชนิด

    หลังล้างออกก็ซับผิวพอหมาด บอกเลยว่าผ้าอิมาบารินุ่มจริงๆ อยากได้ไปใช้ที่บ้านจัง

    Step 2 ล้างสิ่งตกค้างด้วย Silky Cream Foam

    ต่อไปจะเป็นการล้างหน้าด้วยโฟม ให้บีบใส่ฝ่ามือขนาดเท่าเม็ดถั่วเหลือง การตีโฟมสามารถทำได้สองแบบ คือ
  • การตีโฟมด้วยมือ ให้งอมือเป็นรูปถ้วยแล้วเอานิ้วตีวนจนฟองเริ่มละเอียด
  • ใช้ตาข่ายตีฟอง ให้บีบโฟมลงที่ตาข่ายที่ชุ่มน้ำแล้วเอามือถูจนเกิดฟอง

  • จากนั้นนำโฟมที่ได้ล้างวนทั่วใบหน้าพยายามไม่ให้มือโดนผิวหน้า ทิ้งไว้ 30 วินาทีก่อนล้างออกและซับหน้าให้แห้ง ขั้นตอนนี้เป็นการช่วยกระชับและทำความสะอาดล้ำลึกถึงรูขุมขน ในขั้นตอนเดียว


    Step 3 ผ่อนคลายผิวจากความเหนื่อยล้าให้สดชื่น ด้วย Softening Foam Mask

    ล้างหน้าเรียบร้อยต่อไปเราจะมามาส์กหน้า ซึ่งไม่ใช่แบบแผ่นแต่เป็นวิปโฟม เพียงเขย่า บีบขนาดเท่าลูกปิงปอง แล้วค่อยๆ ปาดลงบนผิวหน้าเบาๆ จนทั่วรวมถึงตาและปาก จากนั้นทิ้งไว้ 3-5 นาที (ชาผิวแห้งทิ้งไว้ 3 นาทีพอ) แล้วล้างออกก่อนซับหน้า มาส์กมีกลิ่นหอมทำให้ผ่อนคลาย กรดอะมิโน วิตามินบีสิบสอง จะช่วยให้ผิวสดชื่นฟื้นจาก การโดนมลภาวะทำร้ายทำให้นุ่มฟูขึ้น ขั้นตอนนี้ใช้เฉพาะตอนกลางคืน

    จบการเตรียมผิวก็มาต่อด้วยการบำรุงผิว ด้วย Essential 4 เป็นขั้นตอนการเติมสารบำรุงที่จำเป็นสู่ผิวอย่างล้ำลึก

    Step 4 เติมความชุ่มชื้นผิว ด้วย Intense Hydrator

    ขั้นตอนต่อไปจะเริ่มเข้าสู่การบำรุงผิวสำหรับขวดแรกในการบำรุงผิวเป็นน้ำตบเนื้อเข้มข้น วิธีใช้คือเทลงฝ่ามือประมาณสามหยด วอร์มวนทั่วฝ่ามือแล้วกดลงบนผิวหน้าเบาๆ จนซึมลงบนผิว เทสโดยการนำหลังมือแตะให้ผิวเด้งติดมือ ขั้นตอนนี้ทำซ้ำสองครั้ง ส่วนตัวชอบขวดนี้เป็นพิเศษเป็นน้ำตบที่ให้ความชุ่มชื้นสะใจคนหน้าแห้ง ให้ความฉ่ำแต่ไม่เยิ้ม ดีต่อใจจริงๆ

    Step 5 เพิ่มความกระจ่างใสด้วย Vital White Essence

    ขั้นตอนนี้เหมาะสำหรับคนที่อยากให้ผิวกระจ่างใส เพราะเอสเซ้นตัวนี้อุดมด้วยแคปซูลวิตามินซีที่ช่วยควบคุมการสร้างเมลานินสาเหตุของความหมองคล้ำ บีบใส่ฝ่ามือ 1 ปั๊ม แล้วแต้มห้าจุดบนใบหน้า แล้วใช้ปลายนิ้วนวดวนออกจนซึมเข้าสู่ผิวหน้า ให้ใช้หลังมือเช็คเหมือนเดิม ต้องมั่นใจว่าซึมแล้วจริงๆ ไม่อย่างนั้นจะเยิ้ม

    Step 6 เติมสารบำรุงที่ผิวต้องการ เสริมคอลลาเจนด้วย Cream 20

    หลอดนี้นับว่าเป็นนางเอกของงาน เพราะผ่านการพัฒนาจนได้สูตรครีมที่มีคอลลาเจนถึง 20 เปอร์เซ็นต์ พร้อมสารสกัดเฉพาะของแบรนด์ เนื้อครีมจะช่วยเติมคอลลาเจนสู่ผิว รวมถึงเสริมสร้างความเข็งแรง ยืดหยุ่น เนื้อครีมเข้มข้นสามารถใช้แทนอายครีมได้ เพียงบีบปริมาณ 2 เซ็นติเมตร แต้มครีม 5 จุดแล้วใช้ปลายนิ้วนวดเบาๆ ให้ครีมซึม ขั้นตอนนี้ต้องใจเย็นเพราะครีมมีความเข้มข้น แต่เมื่อซึมก็รู้สึกชุ่มชื้นไม่หนักหน้า

    Step 7 ปิดล็อคสารบำรุงด้วย Milky Veil Lotion

    ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนสุดท้ายของการบำรุงโดยโลชั่นจะทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันสารบำรุงให้เปี่ยมประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และปกป้องผิวจากมลภาวะ ใช้เพียง 1 ปั๊มวอร์มทั่วฝ่ามือ แล้วค่อยๆ กดฝ่ามือทั่วใบหน้า วิธีคล้ายกับน้ำตบอันที่ 4 ค่อยๆ กดจนเนื้อโลชั่นซึมลึกสู่ผิวหน้า

    เมื่อบำรุงผิวเรียบร้อยสุดท้ายคือปิดด้วยขั้นตอน Daytime Solution ซึ่งเป็นขั้นตอนปกป้องและฟื้นฟูผิวจากแสงแดด

    Step 8 กันแดดพร้อมบำรุงผิวจากความเสียหายด้วย UV Dress Cream

    พอเสร็จสิ้นการบำรุงก็จะเข้าสู่การลงกันแดด เนื้อครีมเป็นสีเบสใช้ประมาณหนึ่งเมล็ดถั่วเขียว แต้มทั่วใบหน้าแล้วค่อยๆ ใช้ปลายนิ้วเกลี่ยจนซึม แรกๆ มีตกใจเพราะหน้าลอย เพราะชาเป็นผิวสีเข้ม แต่พอซักพักตัวครีมจะค่อยๆ ซึมกลืนกับสีผิว

    ก็จบขั้นตอนรีวิวผลิตภัณฑ์พร้อมวิธีการทำโอเทะอาเทะเรียบร้อย สำหรับใครที่สนใจดูแต่ตาไม่มีทางรู้ สั่งเซ็ตทดลองไปใช้ดูเลย!!!

    2-3 วันหลังจากสั่งเช็ตทดลองก็ส่งตรงถึงบ้านเร็วทันใจ สำหรับค่านำเข้าผลิตภัณฑ์ 200 บาทก็จ่ายกับขนส่ง Kerry ที่ปลายทางวันรับของได้เลย ลองใช้ดูว่าถูกใจอันไหน สามารถเลือกใช้ตัวที่เหมาะกับผิวได้เลย ขนาดทดลองใช้ได้ประมาณ 3วัน

    ในส่วนของความรู้สึกหลังใช้นั้น คือผิวหน้าฉ่ำน้ำขึ้นมาก ชาใช้แค่แป้งพัฟตามก็ติดทนและไม่เป็นคราบ สำหรับสาวผิวแห้งครีมเซ็ตนี้นับว่าตอบโจทย์ทีเดียว คุณภาพสารบำรุงต่างๆนับเป็นพื้นฐานผิวดีที่เราต้องรักษาไว้ก่อนจะสายเกินไป

    ใครที่ชอบผลิตภัณฑ์ ลองใช้มาแล้ว 3 วันรู้สึกถูกใจ แต่ไม่แน่ใจว่าจะใช่เลยและถูกกับผิวหรือเปล่าสามารถสั่งแบบ Half SET ซึ่งเป็นครึ่งนึงของขนาด Full Size หรือถ้าชอบเป็นบางผลิตภัณฑ์จะสั่งขนาด Full Size เฉพาะแบบที่เราถูกใจก็ได้

    สำหรับใครที่รู้สึกว่าผลิตภัณฑ์มีความตอบโจทย์หากกลับมาสั่งทั้งเซ็ตภายใน 30 วันหลังจากลงทะเบียนรับเซ็ตทดลอง ก็จะได้รับของสมนาคุณเซ็ตใหญ่ ทั้งกระเป๋า “DOMO Mini Bag” “เซ็ตผ้าขนหนูอิมาบาริ” และ “Mini Domohorn Wrinkle สำหรับใช้สามวัน” ไปเลย!

    ในการซื้อสินค้าแต่ละครั้งจะสามารถสะสมคะแนนนำไปแลกผลิตภัณฑ์ที่ใช้เสริมประสิทธิภาพของไลน์หลักได้ สินค้าพวกนี้จะไม่มีจำหน่าย ใช้คะแนนแลกได้อย่างเดียว

    วิธีสั่งซื้อสินค้า

    สำหรับใครที่มีคำถามอยากทราบเรื่องผลิตภัณฑ์ พูดคุย สอบถาม ปรึกษาในเรื่องผิว สามารถโทรไปหาพรีเซอร์ที่เบอร์ 02-260-2222 เค้าพร้อมให้คำแนะนำเต็มที่

    หรือหากอยากมาลองใช้ที่ Experience Space แบบที่เราได้ไปมา ก็โทรมาจองได้ที่เบอร์ 02-258-5306

    ขั้นตอนการสั่งซื้อสินค้าก็สะดวกสบาย ทำได้แบบเดียวกับการสั่งเซ็ตทดลอง คือโทรมาที่เบอร์ 02-260-2222 หรือผ่านทางเว็บไซต์ saishunkan (คลิกที่นี่)

    ส่วนช่องทางการชำระเงิน ถ้าเป็นเซ็ตทดลองคือชำระปลายทาง 200 บาทกับ Kerry แต่ถ้าเป็นชำระค่าสินค้าขนาด Full Size ก็จะมีทั้งการจ่ายด้วยบัตรเครดิต หรือเก็บเงินปลายทาง จากนั้น รอรับความสวยส่งตรงถึงบ้านได้เลย

    ทีนี้หลายคนอาจมีคำถามว่าถ้าซื้อที่ญี่ปุ่นจะได้ราคาถูกกว่าหรือเปล่า เราลองไปเช็คราคาดูก็พบว่าต่างกันน้อยมาก ซื้อที่ไทยได้เลยไม่ต้องไปไกล อีกทั้งได้รับบริการสะดวกสบายด้วย

    ข้อสรุป

    พอได้ลองใช้ดูก็รู้สึกได้ถึงสภาพผิวที่ดีขึ้นจริงๆ ใครที่สนใจสามารถสั่งเซ็ตทดลองมาใช้ดู หรือไปลองที่ Experience Space เพราะทางแบรนด์เน้นความระทับใจการการใช้จริง และตอบโจทย์การดูแลผิวของสาวไทยมากทีเดียว