คูปองส่วนลดที่น่าสนใจ
10%
17%
5%


เมื่อพูดถึงใบไม้เปลี่ยนสีในญี่ปุ่น หลายคนอาจนึกถึงเกียวโต หรือนิกโกะเป็นอันดับแรก แต่หากต้องการความงดงามที่แท้จริงของธรรมชาติญี่ปุ่น พร้อมกับบรรยากาศเงียบสงบที่ไม่แออัดไปด้วยนักท่องเที่ยว บอกเลยว่า ภูมิภาคโทโฮคุ คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบที่สุด

โทโฮคุตั้งอยู่ทางภาคเหนือของเกาะฮอนชู ประกอบด้วย 6 จังหวัดคือ อาโอโมริ อาคิตะ อิวาเตะ ยามากาตะ มิยางิ และฟุกุชิมะ ภูมิภาคนี้โดดเด่นด้วยธรรมชาติอันกว้างใหญ่ไพศาล ภูเขาสูงชัน หุบเขาลึก ลำธารใส และออนเซ็นที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางป่าไม้ ต่างจากความวุ่นวายของคันโตหรือคันไซ โทโฮคุให้ความรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปสัมผัสญี่ปุ่นในสมัยก่อน และเมื่อถึงช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี โทโฮคุจะแปรเปลี่ยนเป็นภาพวาดสีน้ำมันขนาดยักษ์ที่มีสีสันสดใสตั้งแต่เหลืองทอง ส้มสด แดงเข้ม จนถึงน้ำตาลอ่อน ทอดยาวไปทั่วทุกหุบเขา ทุกภูเขา และทุกออนเซ็นในพื้นที่

การวางแผนเที่ยวชมใบไม้เปลี่ยนสีให้ได้วิวที่สวยที่สุดต้องเข้าใจว่าสีของใบไม้จะค่อย ๆ เปลี่ยนจากพื้นที่สูงลงมาสู่พื้นที่ต่ำตามช่วงเวลา นี่คือไทม์ไลน์โดยประมาณที่ควรจดจำ:

🍁 อาโอโมริ (Aomori): เดินป่ากลางลำธารใสในโออิราเซะ
ไฮไลท์หลัก

โออิราเซะเคย์เรียว (Oirase Stream) คือลำธารยาว 14 กิโลเมตรที่ไหลออกจากทะเลสาบโทวาดะ ล้อมรอบด้วยป่าเมเปิลและบีชที่เปลี่ยนเป็นสีแดง เหลือง และส้มในเดือนตุลาคม สิ่งที่ทำให้ที่นี่พิเศษคือมีทางเดินเท้าเรียบง่ายตลอดลำธารที่เหมาะกับทุกวัย น้ำตกเล็ก ๆ กระจายอยู่ตามริมทาง เสียงน้ำไหลเบา ๆ ผสมกับสีสันของใบไม้สร้างบรรยากาศที่สงบจนแทบจะลืมหายใจ
ทะเลสาบโทวาดะ (Lake Towada) ทะเลสาบปากปล่องภูเขาไฟที่มีน้ำใสจนมองเห็นก้นลึกหลายเมตร ภาพสะท้อนของใบไม้สีแดงบนผิวน้ำเงียบสงบเป็นฉากที่ช่างภาพทั่วญี่ปุ่นยกย่องภูเขาฮักโกดะ (Mt. Hakkoda) สายเคเบิลคาร์ขึ้นสู่ยอดเขาที่ 1,300 เมตร เปิดมุมมองแบบพาโนรามา 360 องศา ชมทะเลใบไม้สีแดงทอดตัวไปจนสุดลูกหูลูกตา

ช่วงต้นเดือน ถึงกลางเดือนตุลาคม คือช่วงที่สีสันสวยงามที่สุด โดยสามารถเดินทางจากสถานี Aomori ด้วยรถบัส JR ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง หรือเช่ารถจะสะดวกกว่า เพราะสามารถแวะหลายจุดได้นั่นเอง
ไฮไลท์หลัก

นิวโตะออนเซ็นเคียว (Nyuto Onsenkyo) กลุ่มออนเซ็น 7 แห่งที่ซ่อนตัวอยู่ลึกเข้าไปในป่าบนภูเขาในเทือกเขานยูโตะ บรรยากาศที่นี่เหมือนได้ย้อนเวลากลับไปเมื่อร้อยปีก่อน เรียวกังไม้โบราณ น้ำแร่สีน้ำนมจากกำมะถัน และวิวใบไม้เปลี่ยนสีที่โอบล้อมรอบด้านทำให้หลายคนบอกว่านี่คือออนเซ็นที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น

ทะเลสาบทาซาวะ (Lake Tazawa) ทะเลสาบที่ลึกที่สุดในญี่ปุ่น (423 เมตร) มีน้ำสีฟ้าสดเหมือนอัญมณีที่ตัดกับสีแดงของใบเมเปิลรอบ ๆ อย่างสวยงาม ล่องเรือหรือปั่นจักรยานรอบทะเลสาบเพื่อชมมุมต่าง ๆ
ช่วงเวลาแนะนำ
ช่วงกลางตุลาคมนั้น เป็นช่วงที่พีคสุดโดยที่พักในนิวโตะมักเต็มเร็วมาก ต้องจองล่วงหน้าอย่างน้อย 1-2 เดือน ซึ่งแนะนำให้นักท่องเที่ยว พักค้างคืนอย่างน้อย 1-2 คืน เพื่อแช่ออนเซ็นหลายแห่ง และเพลิดเพลินกับความเงียบสงบ แถมยังสามารถเดินทางจากสถานี Tazawako ด้วยรถบัสประมาณ 40 นาที เท่านั้น
ไฮไลท์หลัก

เกบิเค (Geibikei Gorge) หุบเขาหินปูนที่มีหน้าผาสูงชันทั้งสองฝั่งล้อมรอบแม่น้ำ ล่องเรือไม้แบบญี่ปุ่นโบราณย้อนขึ้นไปในหุบเขา พายเรือคือชาวบ้านที่คร่ำหวอดมาตั้งแต่เด็ก ระหว่างทางจะขับร้องเพลงท้องถิ่นให้ฟัง เสียงสะท้อนกังวานไปทั่วหุบเขาท่ามกลางใบไม้สีแดงที่ห้อยลงมาจากหน้าผาสร้างบรรยากาศแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมที่หาดูยาก
ภูเขาฮาจิมันไต (Mt. Hachimantai) ทิวทัศน์อันกว้างไกลของทุ่งหญ้าสีทองและป่าเมเปิลสีแดงบนพื้นที่ราบสูง เส้นทางเดินป่าไม่ยากจนเกินไป เหมาะกับทุกระดับ ชมทะเลสาบภูเขาไฟเล็ก ๆ หลายแห่งที่สะท้อนภาพท้องฟ้าและใบไม้อย่างสวยงาม
ช่วงเวลาแนะนำ

ช่วงกลางเดือน ถึงปลายตุลาคม เราแนะนำทริปล่องเรือที่เกบิเค โดยใช้เวลาประมาณ 90 นาที เดินทางจากสถานี Ichinoseki ด้วยรถบัสหรือแท็กซี่ประมาณ 30 นาที ถ้ามีเวลาควรไปทั้งเกบิเค และเกนบิเค (Genbikei) ซึ่งอยู่ไม่ไกลกัน และมีเสน่ห์แตกต่างกัน
ไฮไลท์หลัก

ยามะเดระ (Yamadera) หรือชื่อเต็มว่า Risshaku-ji เป็นวัดโบราณบนภูเขาที่สร้างมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 860 บันไดหินกว่า 1,000 ขั้นทอดขึ้นไปท่ามกลางป่าไม้ใหญ่และโขดหินที่ปกคลุมด้วยมอส จุดชมวิวบนยอดเขามองเห็นทิวทัศน์หุบเขาและเมืองเล็ก ๆ ด้านล่าง โดยเฉพาะในตอนเช้าที่มีหมอกบาง ๆ ลอยอยู่กลางใบไม้สีส้มแดง บรรยากาศเหนือจริงราวกับภาพวาดญี่ปุ่นโบราณ
ซาโอะออนเซ็น (Zao Onsen) หนึ่งในออนเซ็นที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น มีอายุกว่า 1,900 ปี น้ำแร่ที่นี่มีสีขาวขุ่นจากกำมะถันเข้มข้น เชื่อกันว่าช่วยบำรุงผิวและรักษาโรคกล้ามเนื้อ บรรยากาศเมืองออนเซ็นเล็ก ๆ ในหุบเขาพร้อมโรเท็มบุโระกลางแจ้งที่มองเห็นภูเขาเต็มไปด้วยใบไม้สีสด

น้ำตกซากุระดะ (Sankei Waterfall) น้ำตกสูงที่ไหลผ่านหน้าผาหินกลางใบไม้เปลี่ยนสี เดินเข้าไปไม่ยากและเป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยม
ช่วงเวลาแนะนำ
ช่วงกลางเดือนตุลาคม ถึงต้นเดือนพฤศจิกายน โดยสามารถเดินทางจากสถานี Yamagata ไปยามะเดระได้ ใช้เวลาประมาณ 20 นาทีด้วยรถไฟ ถ้าแวะซาโอะออนเซ็นควรพักค้างคืนเพื่อแช่น้ำแร่ในตอนเช้าที่อากาศเย็นสบาย
ไฮไลท์หลัก

นารูโกะเคียว (Naruko Gorge) ช่องเขาที่มีหน้าผาสูงชันทั้งสองฝั่ง ปกคลุมไปด้วยใบเมเปิล ใบโอ๊ก และใบสน ในช่วงใบไม้เปลี่ยนสี สีของใบไม้ที่นี่มีตั้งแต่เหลืองสดจนถึงแดงเข้มราวกับไฟลุกไหม้ ทำให้หลายคนบอกว่านี่คือจุดที่มีสีสันจัดจ้านที่สุดในโทโฮคุ เดินบนสะพานแขวน Naruko Gorge Ofukazawa Bridge ที่ตัดผ่านหุบเขา มองลงไปเห็นแม่น้ำที่ไหลเชี่ยวกรากผ่านหินสีเทา ตัดกับใบไม้หลากสีอย่างงดงาม
เซนได (Sendai) เมืองใหญ่ที่เป็นประตูสู่โทโฮคุ มีปราสาทเซนได และอาหารท้องถิ่นชื่อดังอย่าง Gyutan (ลิ้นวัวย่าง) และ Zunda (ถั่วแดงญี่ปุ่นบด) เหมาะเป็นฐานในการออกเที่ยวรอบ ๆ

มัตสึชิมะ (Matsushima) หนึ่งในสามวิวที่สวยที่สุดของญี่ปุ่น เกาะเล็กเกาะน้อยกว่า 260 เกาะกระจายอยู่ในอ่าวมัตสึชิมะ ล่องเรือชมเกาะหรือเดินชมวัดสีแดง Zuigan-ji ท่ามกลางใบไม้เปลี่ยนสี
ช่วงเวลาแนะนำ
ช่วงกลางเดือนตุลาคม ถึงกลางเดือนพฤศจิกายน โดยสามารถเดินทางจากเซนได ไปนารูโกะออนเซ็นได้ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงด้วยรถไฟ JR แนะนำให้พักค้างคืนที่นารูโกะออนเซ็นเพื่อแช่น้ำแร่และเดินชมหุบเขาตอนเช้าที่ไม่แออัด
ไฮไลท์หลัก

Bandai Azuma Skyline เส้นทางขับรถยาว 29 กิโลเมตรที่คดเคี้ยวขึ้นไปบนภูเขาระดับความสูงสูงสุด 1,622 เมตร วิวมุมกว้าง 360 องศาของภูเขาไฟอาซึมะ ทะเลใบไม้เปลี่ยนสีที่ทอดยาวไปจนสุดสายตา และหุบเขาลึก ที่นี่ฟรี ไม่มีค่าเข้า แต่เปิดเฉพาะเดือนเมษายนถึงพฤศจิกายนเท่านั้น เพราะหิมะหนาในฤดูหนาว
ทะเลสาบอินาวะชิโระ (Lake Inawashiro) ทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ที่เรียกว่า “กระจกแห่งท้องฟ้า” เพราะน้ำใสบริสุทธิ์สะท้อนภาพท้องฟ้าและภูเขาบันได รอบทะเลสาบมีใบไม้สีแดงและทุ่งโคสโมสบานสะพรั่งในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี

โกชิคินุมะ (Goshikinuma) แปลว่า “ทะเลสาบ 5 สี” กลุ่มทะเลสาบภูเขาไฟเล็ก ๆ หลายแห่งที่มีสีน้ำต่างกันตั้งแต่เขียวมรกต ฟ้าใส แดงอมน้ำตาล ขึ้นอยู่กับปริมาณแร่ธาตุและความลึก เดินเทรคกิ้งง่าย ๆ ประมาณ 3-4 ชั่วโมงเพื่อชมทะเลสาบทั้งหมด
ช่วงเวลาแนะนำ
ช่วงต้นเดือน ถึงปลายเดือนตุลาคม ใช้เส้นทาง Bandai Azuma Skyline ที่จะปิด ในกรณีที่อากาศเลวร้ายหรือลมแรง ดังนั้น ควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทางเสมอ หรือเช่ารถขับเองจะสะดวกที่สุด เพราะขนส่งสาธารณะไปไม่ถึง

เส้นทาง JR Tohoku Shinkansen
รถไฟความเร็วสูง Tohoku Shinkansen เป็นหัวใจหลักของการเดินทางในโทโฮคุ เส้นทางหลักคือ Tokyo → Sendai → Morioka → Aomori แต่ละเมืองสามารถเป็นฐานในการออกไปยังจุดท่องเที่ยวรอบ ๆ
โตเกียว – เซนได: ประมาณ 1.5 ชั่วโมง
เซนได – โมริโอกะ: ประมาณ 45 นาที
โมริโอกะ – อาโอโมริ: ประมาณ 1 ชั่วโมง

JR EAST PASS (Tohoku Area) อนุญาตให้เดินทางได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งบนรถไฟ JR ทุกสายในเขตโทโฮคุ รวมถึง Tohoku Shinkansen ระหว่างโตเกียวและอาโอโมริ สามารถใช้งานได้ 5 วันในระยะเวลา 14 วัน ราคาประมาณ 20,000 เยน (ราคาอาจเปลี่ยนแปลง ตรวจสอบล่าสุดที่ JR East)
เคล็ดลับ:
วันที่ 1: โตเกียว → เซนได → นารูโกะเคียว
เช้าออกเดินทางจากโตเกียวด้วยชินคันเซ็นมาถึงเซนได เปลี่ยนรถไฟไปนารูโกะออนเซ็น เดินชมหุบเขา เช็คอินที่พัก แช่ออนเซ็น
วันที่ 2: นารูโกะ → โมริโอกะ → เกบิเค
เช้าเดินทางไปโมริโอกะ แล้วลงรถไฟที่ Ichinoseki ไปล่องเรือที่เกบิเค กลับโมริโอกะพักค้างคืน
วันที่ 3: โมริโอกะ → อาโอโมริ → โออิราเซะ
เช้าขึ้นชินคันเซ็นไปอาโอโมริ เช่ารถหรือนั่งรถบัสไปโออิราเซะเคย์เรียว เดินเทรคกิ้งตามลำธาร พักค้างคืนที่ทะเลสาบโทวาดะหรืออาโอโมริ
วันที่ 4: อาโอโมริ → อาคิตะ → นิวโตะออนเซ็น
เดินทางกลับมาทางชินคันเซ็นไปอาคิตะ หรือโมริโอกะ แล้วต่อไปทะเลสาบทาซาวะ ขึ้นรถบัสไปนิวโตะออนเซ็น แช่ออนเซ็นผ่อนคลาย
วันที่ 5: นิวโตะ → อาคิตะ → โตเกียว
เช้าเดินเล่นรอบนิวโตะ แช่ออนเซ็นอีกรอบ กลับอาคิตะหรือโมริโอกะขึ้นชินคันเซ็นกลับโตเกียว
หมายเหตุ: ทริปนี้เป็นเพียงตัวอย่าง ปรับเปลี่ยนได้ตามความสนใจ ถ้ามีเวลามากกว่า 5 วันควรเพิ่มฟุกุชิมะและยามากาตะเข้าไป
เรียวกังวิวใบไม้แดงยอดนิยม

Nyuto Onsenkyo (Akita)
กลุ่มออนเซ็น 7 แห่งที่มีชื่อเสียงที่สุดในโทโฮคุ แนะนำ Tsurunoyu Onsen (เก่าแก่ที่สุด บรรยากาศดั้งเดิม) และ Taenoyu Onsen (ออนเซ็นกลางป่า น้ำสีขาวขุ่น) ที่พักมักเต็มเร็ว จองล่วงหน้า 1-2 เดือน ราคาเริ่มต้นประมาณ 15,000 เยนต่อคนรวมอาหารเย็นและเช้า
Zao Onsen (Yamagata)
เมืองออนเซ็นเก่าแก่กว่า 1,900 ปี มีทั้งโรงแรมขนาดใหญ่และเรียวกังเล็ก ๆ แนะนำ Takamiya Hotel Jurin (วิวภูเขา ออนเซ็นกลางแจ้งขนาดใหญ่) ราคาเริ่มต้นประมาณ 12,000 เยนต่อคน
Naruko Onsen (Miyagi)
เมืองออนเซ็นเล็ก ๆ ใกล้นารูโกะเคียว มีเรียวกังให้เลือกหลายแห่ง แนะนำ Yusaya Ryokan (เก่าแก่ บรรยากาศอบอุ่น) ราคาเริ่มต้นประมาณ 10,000 เยนต่อคน
Sukayu Onsen (Aomori)
มีออนเซ็นกลางแจ้งขนาดใหญ่ 1,000 ตารางเมตรที่เรียกว่า “Senjin-buro” (ออนเซ็น 1,000 คน) เป็นออนเซ็นแบบผสมที่ผู้ชายและผู้หญิงแช่ร่วมกัน (ต้องใส่ผ้าเช็ดตัวหรือชุดอาบน้ำ) ราคาเริ่มต้นประมาณ 9,000 เยนต่อคน


สีของใบไม้แต่ละปีไม่เหมือนกันขึ้นอยู่กับอุณหภูมิและสภาพอากาศ แนะนำให้ติดตามเว็บไซต์พยากรณ์ใบไม้เปลี่ยนสี (Koyo/Momiji Forecast) ของญี่ปุ่น เช่น:
พยากรณ์เหล่านี้จะเริ่มออกประมาณกลางเดือนกันยายน และอัปเดตทุกสัปดาห์ตลอดฤดู
เส้นทางบนภูเขาสูงอย่าง Bandai Azuma Skyline, Hakkoda Gold Line หรือ Hachimantai Aspite Line อาจปิดชั่วคราวหากมีหิมะตกหนักก่อนกำหนด หรือลมแรง ตรวจสอบสถานะการเปิด-ปิดก่อนวางแผนทริป
ช่วงใบไม้เปลี่ยนสีในโทโฮคุคือ high season ที่สุดของปี โดยเฉพาะปลายตุลาคม:

อุณหภูมิบนภูเขาในโทโฮคุช่วงต้นตุลาคมอาจลดลงต่ำถึง 5°C โดยเฉพาะในตอนเช้าและเย็น แม้ว่ากลางวันจะอุ่น ควรเตรียม:
แสงในช่วง golden hour และ blue hour จะทำให้สีของใบไม้ดูสดใสและอบอุ่นที่สุด:
หลีกเลี่ยงการถ่ายภาพกลางวัน 11.00–14.00 น. เพราะแสงจัดเกินไป สีจะดูซีดและเงามากเกินไป
นอกจากจุดยอดนิยมที่คนเยอะ ยังมีจุดชมวิวที่สวยไม่แพ้แต่คนน้อยกว่า เช่น:

ภูมิภาคโทโฮคุคือสวรรค์ที่แท้จริงของผู้ที่รักใบไม้เปลี่ยนสีและต้องการสัมผัสบรรยากาศญี่ปุ่นดั้งเดิมที่เงียบสงบ ต่างจากความวุ่นวายของโตเกียวหรือเกียวโต โทโฮคุให้ความรู้สึกเหมือนได้ก้าวเข้าไปในภาพวาดญี่ปุ่นโบราณที่มีชีวิตชีวา ไม่ว่าจะเลือกเดินเล่นกลางลำธารใสในโออิราเซะ แช่ออนเซ็นสีน้ำนมในนิวโตะ ล่องเรือกลางหุบเขาในเกบิเค ขึ้นเขาชมวัดในยามะเดระ เดินบนสะพานแขวนในนารูโกะ หรือขับรถบนเส้นทางสายฟ้าของบันได — ทุกมุมของโทโฮคุล้วนมอบความงดงามที่ลืมไม่ลงให้กับทุกคนที่มาเยือน
การเดินทางก็ไม่ยุ่งยากอย่างที่คิด ด้วย JR EAST PASS สามารถเดินทางได้สะดวกและคุ้มค่า หรือถ้าชอบอิสระก็เช่ารถขับเองไปตามใจชอบ เพียงแค่วางแผนล่วงหน้า ติดตามพยากรณ์ใบไม้เปลี่ยนสี และจองที่พักให้เรียบร้อย ก็พร้อมออกเดินทางสัมผัสใบไม้แดงที่สวยที่สุดแห่งญี่ปุ่นได้แล้ว
โทโฮคุรอต้อนรับในทุก ๆ ฤดูใบไม้ร่วง

Blogger : Mmtb
หนุ่มใต้ เคราดก หลงรักตัวอักษรไทย กับจักรยาน เมาท์เท่น ไบค์ วินเทจ
77 Posts
Police
110
Ambulance
119
AMDA International Medical Information Center
03-6233-9266
สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว
090-4435-7812
สถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซาก้า
090-1895-0987
สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฟุกุโอกะ
090-2585-3027 หรือ 090-9572-1515