ชมใบไม้แดงโทโฮคุ 6 จังหวัด: คู่มือเที่ยวญี่ปุ่นช่วงใบไม้เปลี่ยนสีแบบสมบูรณ์

27/11/2025
แนะนำจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีโทโฮคุ 6 จังหวัด พร้อมไทม์ไลน์ วิธีเดินทาง ออนเซ็นแนะนำ และเคล็ดลับสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย วางแผนทริปชมใบไม้แดงญี่ปุ่นให้คุ้มค่าที่สุด
Link to Meiji RakuRaku cube LP
Link to Meiji Step RakuRaku Cube LP
Contents Index
  1. 1 ทำไมต้องโทโฮคุ ?
  2. 2 เสน่ห์ที่ต่างจากภูมิภาคอื่น
    1. 2.1 ช่วงเวลาที่ใบไม้เปลี่ยนสี: ไทม์ไลน์ที่ต้องรู้
  3. 3 วิธีการเดินทาง: เลือกแบบไหนดี ?
  4. 4 ไฮไลท์ชมใบไม้เปลี่ยนสี 6 จังหวัดโทโฮคุ
    1. 4.1 ช่วงเวลาแนะนำ
  5. 5 🍁 อาคิตะ (Akita): แช่ออนเซ็นสีน้ำนมท่ามกลางป่าแดงที่นิวโตะ
  6. 6 🍁 อิวาเตะ (Iwate): ล่องเรือชมใบไม้แดงกลางหุบเขาเกบิเค
  7. 7 🍁 ยามากาตะ (Yamagata): ขึ้นเขายามะเดระชมวัดโบราณในม่านหมอกสีส้ม
  8. 8 🍁 มิยางิ (Miyagi): นารูโกะเคียว! ช่องเขาที่มีสีสันจัดจ้านที่สุดแห่งโทโฮคุ
  9. 9 🍁 ฟุกุชิมะ (Fukushima): ขับรถบน Bandai Azuma Skyline ชมวิวภูเขาไฟกับทะเลสาบ 5 สี
  10. 10 วางแผนเดินทาง
    1. 10.1 ใช้ JR EAST PASS (Tohoku Area) ให้คุ้มค่าที่สุด
    2. 10.2 ตัวอย่างทริป 5 วัน
  11. 11 ที่พักและออนเซ็นแนะนำสำหรับชม Momiji
    1. 11.1 เคล็ดลับการจองที่พัก
  12. 12 เคล็ดลับขั้นสูงสำหรับการชมใบไม้เปลี่ยนสีโทโฮคุ
    1. 12.1 1. ตรวจสอบพยากรณ์ใบไม้เปลี่ยนสีรายสัปดาห์
    2. 12.2 2. เช็กการปิดถนนบนภูเขาสูง
    3. 12.3 3. จองที่พักและรถเช่าล่วงหน้า
    4. 12.4 4. พกเสื้อกันหนาว แม้จะเป็นตอนกลางวัน
    5. 12.5 5. ช่วงเวลาถ่ายภาพที่สวยที่สุด
    6. 12.6 6. หาจุดชมวิวลับ ๆ
  13. 13 สรุป

ทำไมต้องโทโฮคุ ?

เมื่อพูดถึงใบไม้เปลี่ยนสีในญี่ปุ่น หลายคนอาจนึกถึงเกียวโต หรือนิกโกะเป็นอันดับแรก แต่หากต้องการความงดงามที่แท้จริงของธรรมชาติญี่ปุ่น พร้อมกับบรรยากาศเงียบสงบที่ไม่แออัดไปด้วยนักท่องเที่ยว บอกเลยว่า ภูมิภาคโทโฮคุ คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบที่สุด

เสน่ห์ที่ต่างจากภูมิภาคอื่น

โทโฮคุตั้งอยู่ทางภาคเหนือของเกาะฮอนชู ประกอบด้วย 6 จังหวัดคือ อาโอโมริ อาคิตะ อิวาเตะ ยามากาตะ มิยางิ และฟุกุชิมะ ภูมิภาคนี้โดดเด่นด้วยธรรมชาติอันกว้างใหญ่ไพศาล ภูเขาสูงชัน หุบเขาลึก ลำธารใส และออนเซ็นที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางป่าไม้ ต่างจากความวุ่นวายของคันโตหรือคันไซ โทโฮคุให้ความรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปสัมผัสญี่ปุ่นในสมัยก่อน และเมื่อถึงช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี โทโฮคุจะแปรเปลี่ยนเป็นภาพวาดสีน้ำมันขนาดยักษ์ที่มีสีสันสดใสตั้งแต่เหลืองทอง ส้มสด แดงเข้ม จนถึงน้ำตาลอ่อน ทอดยาวไปทั่วทุกหุบเขา ทุกภูเขา และทุกออนเซ็นในพื้นที่

ช่วงเวลาที่ใบไม้เปลี่ยนสี: ไทม์ไลน์ที่ต้องรู้

การวางแผนเที่ยวชมใบไม้เปลี่ยนสีให้ได้วิวที่สวยที่สุดต้องเข้าใจว่าสีของใบไม้จะค่อย ๆ เปลี่ยนจากพื้นที่สูงลงมาสู่พื้นที่ต่ำตามช่วงเวลา นี่คือไทม์ไลน์โดยประมาณที่ควรจดจำ:

  • ต้นตุลาคม: ยอดเขาสูงในจังหวัดอาโอโมริและอิวาเตะเริ่มเปลี่ยนสี เช่น ภูเขาฮักโกดะ ภูเขาฮาจิมันไต และทะเลสาบโทวาดะ อุณหภูมิอาจลดลงต่ำถึง 5-10°C โดยเฉพาะในตอนเช้า
  • กลางตุลาคม: พื้นที่ออนเซ็นและหุบเขาในจังหวัดอาคิตะและยามากาตะอยู่ในช่วงสีที่สวยที่สุด สถานที่ยอดนิยมอย่างนิวโตะออนเซ็นและเกบิเคจะเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว
  • ปลายตุลาคม – กลางพฤศจิกายน: พื้นที่ใกล้เมืองใหญ่ในจังหวัดมิยางิและฟุกุชิมะ เช่น นารูโกะเคียวและเส้นทาง Bandai Azuma Skyline จะอยู่ในช่วงสีที่สุดยอด

วิธีการเดินทาง: เลือกแบบไหนดี ?

  • เครื่องบินภายในประเทศ: สนามบินหลักในโทโฮคุคือ Sendai Airport, Aomori Airport, และ Akita Airport บินจากกรุงเทพฯ ผ่านโตเกียวหรือโอซาก้า แล้วต่อเที่ยวบินภายในประเทศ เหมาะกับคนที่มีเวลาจำกัด
  • JR EAST PASS (Tohoku Area): นี่คือตัวเลือกที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยว แพสนี้ให้เดินทางได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งบนรถไฟ JR ทุกสายในเขตโทโฮคุ รวมถึง Tohoku Shinkansen ราคาประมาณ 20,000 เยนสำหรับ 5 วันใน 14 วัน (ตรวจสอบราคาล่าสุดก่อนซื้อ) คำนวณง่าย ๆ: ตั้งแต่โตเกียวไปเซนไดเที่ยวเดียวก็ราว 11,000 เยนแล้ว ดังนั้นถ้าจะเที่ยวหลายเมืองในโทโฮคุ แพสนี้จ่ายคืนทุนตั้งแต่วันแรก
  • รถเช่า: เหมาะสำหรับคนที่ต้องการความยืดหยุ่นและอยากไปถึงจุดชมวิวที่รถไฟไม่ผ่าน เช่น Bandai Azuma Skyline หรือออนเซ็นลับ ๆ ในป่า แต่ต้องจองล่วงหน้า 1-2 เดือนในช่วง high season และต้องมีใบขับขี่สากล

ไฮไลท์ชมใบไม้เปลี่ยนสี 6 จังหวัดโทโฮคุ

🍁 อาโอโมริ (Aomori): เดินป่ากลางลำธารใสในโออิราเซะ

ไฮไลท์หลัก

โออิราเซะเคย์เรียว (Oirase Stream) คือลำธารยาว 14 กิโลเมตรที่ไหลออกจากทะเลสาบโทวาดะ ล้อมรอบด้วยป่าเมเปิลและบีชที่เปลี่ยนเป็นสีแดง เหลือง และส้มในเดือนตุลาคม สิ่งที่ทำให้ที่นี่พิเศษคือมีทางเดินเท้าเรียบง่ายตลอดลำธารที่เหมาะกับทุกวัย น้ำตกเล็ก ๆ กระจายอยู่ตามริมทาง เสียงน้ำไหลเบา ๆ ผสมกับสีสันของใบไม้สร้างบรรยากาศที่สงบจนแทบจะลืมหายใจ

ทะเลสาบโทวาดะ (Lake Towada) ทะเลสาบปากปล่องภูเขาไฟที่มีน้ำใสจนมองเห็นก้นลึกหลายเมตร ภาพสะท้อนของใบไม้สีแดงบนผิวน้ำเงียบสงบเป็นฉากที่ช่างภาพทั่วญี่ปุ่นยกย่องภูเขาฮักโกดะ (Mt. Hakkoda) สายเคเบิลคาร์ขึ้นสู่ยอดเขาที่ 1,300 เมตร เปิดมุมมองแบบพาโนรามา 360 องศา ชมทะเลใบไม้สีแดงทอดตัวไปจนสุดลูกหูลูกตา

ช่วงเวลาแนะนำ

ช่วงต้นเดือน ถึงกลางเดือนตุลาคม คือช่วงที่สีสันสวยงามที่สุด โดยสามารถเดินทางจากสถานี Aomori ด้วยรถบัส JR ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง หรือเช่ารถจะสะดวกกว่า เพราะสามารถแวะหลายจุดได้นั่นเอง

🍁 อาคิตะ (Akita): แช่ออนเซ็นสีน้ำนมท่ามกลางป่าแดงที่นิวโตะ

ไฮไลท์หลัก

นิวโตะออนเซ็นเคียว (Nyuto Onsenkyo) กลุ่มออนเซ็น 7 แห่งที่ซ่อนตัวอยู่ลึกเข้าไปในป่าบนภูเขาในเทือกเขานยูโตะ บรรยากาศที่นี่เหมือนได้ย้อนเวลากลับไปเมื่อร้อยปีก่อน เรียวกังไม้โบราณ น้ำแร่สีน้ำนมจากกำมะถัน และวิวใบไม้เปลี่ยนสีที่โอบล้อมรอบด้านทำให้หลายคนบอกว่านี่คือออนเซ็นที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น

ทะเลสาบทาซาวะ (Lake Tazawa) ทะเลสาบที่ลึกที่สุดในญี่ปุ่น (423 เมตร) มีน้ำสีฟ้าสดเหมือนอัญมณีที่ตัดกับสีแดงของใบเมเปิลรอบ ๆ อย่างสวยงาม ล่องเรือหรือปั่นจักรยานรอบทะเลสาบเพื่อชมมุมต่าง ๆ

ช่วงเวลาแนะนำ

ช่วงกลางตุลาคมนั้น เป็นช่วงที่พีคสุดโดยที่พักในนิวโตะมักเต็มเร็วมาก ต้องจองล่วงหน้าอย่างน้อย 1-2 เดือน ซึ่งแนะนำให้นักท่องเที่ยว พักค้างคืนอย่างน้อย 1-2 คืน เพื่อแช่ออนเซ็นหลายแห่ง และเพลิดเพลินกับความเงียบสงบ แถมยังสามารถเดินทางจากสถานี Tazawako ด้วยรถบัสประมาณ 40 นาที เท่านั้น

🍁 อิวาเตะ (Iwate): ล่องเรือชมใบไม้แดงกลางหุบเขาเกบิเค

ไฮไลท์หลัก

เกบิเค (Geibikei Gorge) หุบเขาหินปูนที่มีหน้าผาสูงชันทั้งสองฝั่งล้อมรอบแม่น้ำ ล่องเรือไม้แบบญี่ปุ่นโบราณย้อนขึ้นไปในหุบเขา พายเรือคือชาวบ้านที่คร่ำหวอดมาตั้งแต่เด็ก ระหว่างทางจะขับร้องเพลงท้องถิ่นให้ฟัง เสียงสะท้อนกังวานไปทั่วหุบเขาท่ามกลางใบไม้สีแดงที่ห้อยลงมาจากหน้าผาสร้างบรรยากาศแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมที่หาดูยาก

ภูเขาฮาจิมันไต (Mt. Hachimantai) ทิวทัศน์อันกว้างไกลของทุ่งหญ้าสีทองและป่าเมเปิลสีแดงบนพื้นที่ราบสูง เส้นทางเดินป่าไม่ยากจนเกินไป เหมาะกับทุกระดับ ชมทะเลสาบภูเขาไฟเล็ก ๆ หลายแห่งที่สะท้อนภาพท้องฟ้าและใบไม้อย่างสวยงาม

ช่วงเวลาแนะนำ

ช่วงกลางเดือน ถึงปลายตุลาคม เราแนะนำทริปล่องเรือที่เกบิเค โดยใช้เวลาประมาณ 90 นาที เดินทางจากสถานี Ichinoseki ด้วยรถบัสหรือแท็กซี่ประมาณ 30 นาที ถ้ามีเวลาควรไปทั้งเกบิเค และเกนบิเค (Genbikei) ซึ่งอยู่ไม่ไกลกัน และมีเสน่ห์แตกต่างกัน

🍁 ยามากาตะ (Yamagata): ขึ้นเขายามะเดระชมวัดโบราณในม่านหมอกสีส้ม

ไฮไลท์หลัก

ยามะเดระ (Yamadera) หรือชื่อเต็มว่า Risshaku-ji เป็นวัดโบราณบนภูเขาที่สร้างมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 860 บันไดหินกว่า 1,000 ขั้นทอดขึ้นไปท่ามกลางป่าไม้ใหญ่และโขดหินที่ปกคลุมด้วยมอส จุดชมวิวบนยอดเขามองเห็นทิวทัศน์หุบเขาและเมืองเล็ก ๆ ด้านล่าง โดยเฉพาะในตอนเช้าที่มีหมอกบาง ๆ ลอยอยู่กลางใบไม้สีส้มแดง บรรยากาศเหนือจริงราวกับภาพวาดญี่ปุ่นโบราณ

ซาโอะออนเซ็น (Zao Onsen) หนึ่งในออนเซ็นที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น มีอายุกว่า 1,900 ปี น้ำแร่ที่นี่มีสีขาวขุ่นจากกำมะถันเข้มข้น เชื่อกันว่าช่วยบำรุงผิวและรักษาโรคกล้ามเนื้อ บรรยากาศเมืองออนเซ็นเล็ก ๆ ในหุบเขาพร้อมโรเท็มบุโระกลางแจ้งที่มองเห็นภูเขาเต็มไปด้วยใบไม้สีสด

น้ำตกซากุระดะ (Sankei Waterfall) น้ำตกสูงที่ไหลผ่านหน้าผาหินกลางใบไม้เปลี่ยนสี เดินเข้าไปไม่ยากและเป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยม

ช่วงเวลาแนะนำ

ช่วงกลางเดือนตุลาคม ถึงต้นเดือนพฤศจิกายน โดยสามารถเดินทางจากสถานี Yamagata ไปยามะเดระได้ ใช้เวลาประมาณ 20 นาทีด้วยรถไฟ ถ้าแวะซาโอะออนเซ็นควรพักค้างคืนเพื่อแช่น้ำแร่ในตอนเช้าที่อากาศเย็นสบาย

🍁 มิยางิ (Miyagi): นารูโกะเคียว! ช่องเขาที่มีสีสันจัดจ้านที่สุดแห่งโทโฮคุ

ไฮไลท์หลัก

นารูโกะเคียว (Naruko Gorge) ช่องเขาที่มีหน้าผาสูงชันทั้งสองฝั่ง ปกคลุมไปด้วยใบเมเปิล ใบโอ๊ก และใบสน ในช่วงใบไม้เปลี่ยนสี สีของใบไม้ที่นี่มีตั้งแต่เหลืองสดจนถึงแดงเข้มราวกับไฟลุกไหม้ ทำให้หลายคนบอกว่านี่คือจุดที่มีสีสันจัดจ้านที่สุดในโทโฮคุ เดินบนสะพานแขวน Naruko Gorge Ofukazawa Bridge ที่ตัดผ่านหุบเขา มองลงไปเห็นแม่น้ำที่ไหลเชี่ยวกรากผ่านหินสีเทา ตัดกับใบไม้หลากสีอย่างงดงาม

เซนได (Sendai) เมืองใหญ่ที่เป็นประตูสู่โทโฮคุ มีปราสาทเซนได และอาหารท้องถิ่นชื่อดังอย่าง Gyutan (ลิ้นวัวย่าง) และ Zunda (ถั่วแดงญี่ปุ่นบด) เหมาะเป็นฐานในการออกเที่ยวรอบ ๆ

มัตสึชิมะ (Matsushima) หนึ่งในสามวิวที่สวยที่สุดของญี่ปุ่น เกาะเล็กเกาะน้อยกว่า 260 เกาะกระจายอยู่ในอ่าวมัตสึชิมะ ล่องเรือชมเกาะหรือเดินชมวัดสีแดง Zuigan-ji ท่ามกลางใบไม้เปลี่ยนสี

ช่วงเวลาแนะนำ

ช่วงกลางเดือนตุลาคม ถึงกลางเดือนพฤศจิกายน โดยสามารถเดินทางจากเซนได ไปนารูโกะออนเซ็นได้ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงด้วยรถไฟ JR แนะนำให้พักค้างคืนที่นารูโกะออนเซ็นเพื่อแช่น้ำแร่และเดินชมหุบเขาตอนเช้าที่ไม่แออัด

🍁 ฟุกุชิมะ (Fukushima): ขับรถบน Bandai Azuma Skyline ชมวิวภูเขาไฟกับทะเลสาบ 5 สี

ไฮไลท์หลัก

Bandai Azuma Skyline เส้นทางขับรถยาว 29 กิโลเมตรที่คดเคี้ยวขึ้นไปบนภูเขาระดับความสูงสูงสุด 1,622 เมตร วิวมุมกว้าง 360 องศาของภูเขาไฟอาซึมะ ทะเลใบไม้เปลี่ยนสีที่ทอดยาวไปจนสุดสายตา และหุบเขาลึก ที่นี่ฟรี ไม่มีค่าเข้า แต่เปิดเฉพาะเดือนเมษายนถึงพฤศจิกายนเท่านั้น เพราะหิมะหนาในฤดูหนาว

ทะเลสาบอินาวะชิโระ (Lake Inawashiro) ทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ที่เรียกว่า “กระจกแห่งท้องฟ้า” เพราะน้ำใสบริสุทธิ์สะท้อนภาพท้องฟ้าและภูเขาบันได รอบทะเลสาบมีใบไม้สีแดงและทุ่งโคสโมสบานสะพรั่งในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี

โกชิคินุมะ (Goshikinuma) แปลว่า “ทะเลสาบ 5 สี” กลุ่มทะเลสาบภูเขาไฟเล็ก ๆ หลายแห่งที่มีสีน้ำต่างกันตั้งแต่เขียวมรกต ฟ้าใส แดงอมน้ำตาล ขึ้นอยู่กับปริมาณแร่ธาตุและความลึก เดินเทรคกิ้งง่าย ๆ ประมาณ 3-4 ชั่วโมงเพื่อชมทะเลสาบทั้งหมด

ช่วงเวลาแนะนำ

ช่วงต้นเดือน ถึงปลายเดือนตุลาคม ใช้เส้นทาง Bandai Azuma Skyline ที่จะปิด ในกรณีที่อากาศเลวร้ายหรือลมแรง ดังนั้น ควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทางเสมอ หรือเช่ารถขับเองจะสะดวกที่สุด เพราะขนส่งสาธารณะไปไม่ถึง

วางแผนเดินทาง

เส้นทาง JR Tohoku Shinkansen

รถไฟความเร็วสูง Tohoku Shinkansen เป็นหัวใจหลักของการเดินทางในโทโฮคุ เส้นทางหลักคือ Tokyo → Sendai → Morioka → Aomori แต่ละเมืองสามารถเป็นฐานในการออกไปยังจุดท่องเที่ยวรอบ ๆ

โตเกียว – เซนได: ประมาณ 1.5 ชั่วโมง
เซนได – โมริโอกะ: ประมาณ 45 นาที
โมริโอกะ – อาโอโมริ: ประมาณ 1 ชั่วโมง

ใช้ JR EAST PASS (Tohoku Area) ให้คุ้มค่าที่สุด

JR EAST PASS (Tohoku Area) อนุญาตให้เดินทางได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งบนรถไฟ JR ทุกสายในเขตโทโฮคุ รวมถึง Tohoku Shinkansen ระหว่างโตเกียวและอาโอโมริ สามารถใช้งานได้ 5 วันในระยะเวลา 14 วัน ราคาประมาณ 20,000 เยน (ราคาอาจเปลี่ยนแปลง ตรวจสอบล่าสุดที่ JR East)

เคล็ดลับ:

  • ซื้อแพสออนไลน์ก่อนออกเดินทางจะถูกกว่าซื้อที่ญี่ปุ่น
  • จองที่นั่งบนชินคันเซ็นได้ฟรีไม่จำกัด ควรจองล่วงหน้าโดยเฉพาะในช่วงวันหยุด
  • แพสใช้ได้กับรถไฟท้องถิ่น รถบัส JR และเรือในบางเส้นทางด้วย

ตัวอย่างทริป 5 วัน

วันที่ 1: โตเกียว → เซนได → นารูโกะเคียว
เช้าออกเดินทางจากโตเกียวด้วยชินคันเซ็นมาถึงเซนได เปลี่ยนรถไฟไปนารูโกะออนเซ็น เดินชมหุบเขา เช็คอินที่พัก แช่ออนเซ็น

วันที่ 2: นารูโกะ → โมริโอกะ → เกบิเค
เช้าเดินทางไปโมริโอกะ แล้วลงรถไฟที่ Ichinoseki ไปล่องเรือที่เกบิเค กลับโมริโอกะพักค้างคืน

วันที่ 3: โมริโอกะ → อาโอโมริ → โออิราเซะ
เช้าขึ้นชินคันเซ็นไปอาโอโมริ เช่ารถหรือนั่งรถบัสไปโออิราเซะเคย์เรียว เดินเทรคกิ้งตามลำธาร พักค้างคืนที่ทะเลสาบโทวาดะหรืออาโอโมริ

วันที่ 4: อาโอโมริ → อาคิตะ → นิวโตะออนเซ็น
เดินทางกลับมาทางชินคันเซ็นไปอาคิตะ หรือโมริโอกะ แล้วต่อไปทะเลสาบทาซาวะ ขึ้นรถบัสไปนิวโตะออนเซ็น แช่ออนเซ็นผ่อนคลาย

วันที่ 5: นิวโตะ → อาคิตะ → โตเกียว
เช้าเดินเล่นรอบนิวโตะ แช่ออนเซ็นอีกรอบ กลับอาคิตะหรือโมริโอกะขึ้นชินคันเซ็นกลับโตเกียว

หมายเหตุ: ทริปนี้เป็นเพียงตัวอย่าง ปรับเปลี่ยนได้ตามความสนใจ ถ้ามีเวลามากกว่า 5 วันควรเพิ่มฟุกุชิมะและยามากาตะเข้าไป

ที่พักและออนเซ็นแนะนำสำหรับชม Momiji

เรียวกังวิวใบไม้แดงยอดนิยม

Nyuto Onsenkyo (Akita)
กลุ่มออนเซ็น 7 แห่งที่มีชื่อเสียงที่สุดในโทโฮคุ แนะนำ Tsurunoyu Onsen (เก่าแก่ที่สุด บรรยากาศดั้งเดิม) และ Taenoyu Onsen (ออนเซ็นกลางป่า น้ำสีขาวขุ่น) ที่พักมักเต็มเร็ว จองล่วงหน้า 1-2 เดือน ราคาเริ่มต้นประมาณ 15,000 เยนต่อคนรวมอาหารเย็นและเช้า

Zao Onsen (Yamagata)
เมืองออนเซ็นเก่าแก่กว่า 1,900 ปี มีทั้งโรงแรมขนาดใหญ่และเรียวกังเล็ก ๆ แนะนำ Takamiya Hotel Jurin (วิวภูเขา ออนเซ็นกลางแจ้งขนาดใหญ่) ราคาเริ่มต้นประมาณ 12,000 เยนต่อคน

Naruko Onsen (Miyagi)
เมืองออนเซ็นเล็ก ๆ ใกล้นารูโกะเคียว มีเรียวกังให้เลือกหลายแห่ง แนะนำ Yusaya Ryokan (เก่าแก่ บรรยากาศอบอุ่น) ราคาเริ่มต้นประมาณ 10,000 เยนต่อคน

Sukayu Onsen (Aomori)
มีออนเซ็นกลางแจ้งขนาดใหญ่ 1,000 ตารางเมตรที่เรียกว่า “Senjin-buro” (ออนเซ็น 1,000 คน) เป็นออนเซ็นแบบผสมที่ผู้ชายและผู้หญิงแช่ร่วมกัน (ต้องใส่ผ้าเช็ดตัวหรือชุดอาบน้ำ) ราคาเริ่มต้นประมาณ 9,000 เยนต่อคน

เคล็ดลับการจองที่พัก

  • จองล่วงหน้า 1-2 เดือนในช่วงปลายตุลาคม ซึ่งเป็น peak season
  • เลือกห้องที่มีอ่างออนเซ็นกลางแจ้งส่วนตัว (Private Rotenburo) ถ้างบประมาณพอ จะได้ชมวิวใบไม้ได้จากห้องพัก
  • เรียวกังส่วนใหญ่มีบริการรับส่งจากสถานีรถไฟหรือป้ายรถบัส สอบถามตอนจอง
  • ถ้าไปในช่วงสัปดาห์แรกของพฤศจิกายนราคาอาจถูกกว่าและที่พักไม่เต็มมาก

เคล็ดลับขั้นสูงสำหรับการชมใบไม้เปลี่ยนสีโทโฮคุ

1. ตรวจสอบพยากรณ์ใบไม้เปลี่ยนสีรายสัปดาห์

สีของใบไม้แต่ละปีไม่เหมือนกันขึ้นอยู่กับอุณหภูมิและสภาพอากาศ แนะนำให้ติดตามเว็บไซต์พยากรณ์ใบไม้เปลี่ยนสี (Koyo/Momiji Forecast) ของญี่ปุ่น เช่น:

  • Japan-Guide.com (มีภาษาอังกฤษ)
  • Weathernews.jp (ข้อมูลละเอียด แต่เป็นภาษาญี่ปุ่น)
  • Tenki.jp (อัปเดตทุกสัปดาห์)

พยากรณ์เหล่านี้จะเริ่มออกประมาณกลางเดือนกันยายน และอัปเดตทุกสัปดาห์ตลอดฤดู

2. เช็กการปิดถนนบนภูเขาสูง

เส้นทางบนภูเขาสูงอย่าง Bandai Azuma Skyline, Hakkoda Gold Line หรือ Hachimantai Aspite Line อาจปิดชั่วคราวหากมีหิมะตกหนักก่อนกำหนด หรือลมแรง ตรวจสอบสถานะการเปิด-ปิดก่อนวางแผนทริป

  • เว็บไซต์จังหวัดฟุกุชิมะ (สำหรับ Bandai Azuma)
  • เว็บไซต์จังหวัดอาโอโมริ (สำหรับ Hakkoda)

3. จองที่พักและรถเช่าล่วงหน้า

ช่วงใบไม้เปลี่ยนสีในโทโฮคุคือ high season ที่สุดของปี โดยเฉพาะปลายตุลาคม:

  • เรียวกังในออนเซ็นยอดนิยมเต็มแทบจะทันทีที่เปิดจอง (ประมาณ 3-6 เดือนล่วงหน้า)
  • รถเช่าหมดเร็ว โดยเฉพาะรถขนาดกลางที่เหมาะกับภูเขา จองอย่างน้อย 1 เดือนล่วงหน้า
  • ถ้าไม่ได้ที่พักในออนเซ็นที่ต้องการ ลองจองโรงแรมในเมืองใหญ่แล้วขับรถไปกลับวันเดียว

4. พกเสื้อกันหนาว แม้จะเป็นตอนกลางวัน

อุณหภูมิบนภูเขาในโทโฮคุช่วงต้นตุลาคมอาจลดลงต่ำถึง 5°C โดยเฉพาะในตอนเช้าและเย็น แม้ว่ากลางวันจะอุ่น ควรเตรียม:

  • เสื้อกันหนาวแบบฟลีซหรือดาวน์แจ็คเก็ตบาง ๆ
  • ผ้าพันคอหรือไหมพรม
  • รองเท้าเดินป่าที่มีพื้นกันลื่น (เพราะบนภูเขาอาจมีหิมะเล็กน้อยแล้ว)
  • ร่มพับ (ฝนตกบ่อยในภูเขา)

5. ช่วงเวลาถ่ายภาพที่สวยที่สุด

แสงในช่วง golden hour และ blue hour จะทำให้สีของใบไม้ดูสดใสและอบอุ่นที่สุด:

  • 07.00–09.00 น.: แสงอ่อน ๆ ยามเช้า หมอกบาง ๆ ลอยอยู่กลางหุบเขา (จุดเด่นของโออิราเซะและนารูโกะ)
  • 15.00–16.30 น.: แสงสีทองยามบ่าย ทำให้ใบไม้สีแดงและส้มดูสดใสมาก (เหมาะกับทุกจุด)

หลีกเลี่ยงการถ่ายภาพกลางวัน 11.00–14.00 น. เพราะแสงจัดเกินไป สีจะดูซีดและเงามากเกินไป

6. หาจุดชมวิวลับ ๆ

นอกจากจุดยอดนิยมที่คนเยอะ ยังมีจุดชมวิวที่สวยไม่แพ้แต่คนน้อยกว่า เช่น:

  • Lake Juniko (Aomori): กลุ่มทะเลสาบ 12 แห่ง มีทะเลสาบสีน้ำเงินโคบอลต์ (Aoike) ที่สวยน่าทึ่ง
  • Dakigaeri Gorge (Akita): หุบเขาสวยใกล้นิวโตะ แต่นักท่องเที่ยวไปน้อยกว่า
  • Michinoku Park (Miyagi): สวนสาธารณะขนาดใหญ่ใกล้เซนได มีใบไม้เปลี่ยนสีและทุ่งดอกโคสโมส

สรุป

ภูมิภาคโทโฮคุคือสวรรค์ที่แท้จริงของผู้ที่รักใบไม้เปลี่ยนสีและต้องการสัมผัสบรรยากาศญี่ปุ่นดั้งเดิมที่เงียบสงบ ต่างจากความวุ่นวายของโตเกียวหรือเกียวโต โทโฮคุให้ความรู้สึกเหมือนได้ก้าวเข้าไปในภาพวาดญี่ปุ่นโบราณที่มีชีวิตชีวา ไม่ว่าจะเลือกเดินเล่นกลางลำธารใสในโออิราเซะ แช่ออนเซ็นสีน้ำนมในนิวโตะ ล่องเรือกลางหุบเขาในเกบิเค ขึ้นเขาชมวัดในยามะเดระ เดินบนสะพานแขวนในนารูโกะ หรือขับรถบนเส้นทางสายฟ้าของบันได — ทุกมุมของโทโฮคุล้วนมอบความงดงามที่ลืมไม่ลงให้กับทุกคนที่มาเยือน

การเดินทางก็ไม่ยุ่งยากอย่างที่คิด ด้วย JR EAST PASS สามารถเดินทางได้สะดวกและคุ้มค่า หรือถ้าชอบอิสระก็เช่ารถขับเองไปตามใจชอบ เพียงแค่วางแผนล่วงหน้า ติดตามพยากรณ์ใบไม้เปลี่ยนสี และจองที่พักให้เรียบร้อย ก็พร้อมออกเดินทางสัมผัสใบไม้แดงที่สวยที่สุดแห่งญี่ปุ่นได้แล้ว

โทโฮคุรอต้อนรับในทุก ๆ ฤดูใบไม้ร่วง

Contents Index
  1. 1 ทำไมต้องโทโฮคุ ?
  2. 2 เสน่ห์ที่ต่างจากภูมิภาคอื่น
    1. 2.1 ช่วงเวลาที่ใบไม้เปลี่ยนสี: ไทม์ไลน์ที่ต้องรู้
  3. 3 วิธีการเดินทาง: เลือกแบบไหนดี ?
  4. 4 ไฮไลท์ชมใบไม้เปลี่ยนสี 6 จังหวัดโทโฮคุ
    1. 4.1 ช่วงเวลาแนะนำ
  5. 5 🍁 อาคิตะ (Akita): แช่ออนเซ็นสีน้ำนมท่ามกลางป่าแดงที่นิวโตะ
  6. 6 🍁 อิวาเตะ (Iwate): ล่องเรือชมใบไม้แดงกลางหุบเขาเกบิเค
  7. 7 🍁 ยามากาตะ (Yamagata): ขึ้นเขายามะเดระชมวัดโบราณในม่านหมอกสีส้ม
  8. 8 🍁 มิยางิ (Miyagi): นารูโกะเคียว! ช่องเขาที่มีสีสันจัดจ้านที่สุดแห่งโทโฮคุ
  9. 9 🍁 ฟุกุชิมะ (Fukushima): ขับรถบน Bandai Azuma Skyline ชมวิวภูเขาไฟกับทะเลสาบ 5 สี
  10. 10 วางแผนเดินทาง
    1. 10.1 ใช้ JR EAST PASS (Tohoku Area) ให้คุ้มค่าที่สุด
    2. 10.2 ตัวอย่างทริป 5 วัน
  11. 11 ที่พักและออนเซ็นแนะนำสำหรับชม Momiji
    1. 11.1 เคล็ดลับการจองที่พัก
  12. 12 เคล็ดลับขั้นสูงสำหรับการชมใบไม้เปลี่ยนสีโทโฮคุ
    1. 12.1 1. ตรวจสอบพยากรณ์ใบไม้เปลี่ยนสีรายสัปดาห์
    2. 12.2 2. เช็กการปิดถนนบนภูเขาสูง
    3. 12.3 3. จองที่พักและรถเช่าล่วงหน้า
    4. 12.4 4. พกเสื้อกันหนาว แม้จะเป็นตอนกลางวัน
    5. 12.5 5. ช่วงเวลาถ่ายภาพที่สวยที่สุด
    6. 12.6 6. หาจุดชมวิวลับ ๆ
  13. 13 สรุป
Link to Meiji Step RakuRaku Cube LP
Link to Meiji Step RakuRaku Cube LP
Mmtb

Blogger : Mmtb

หนุ่มใต้ เคราดก หลงรักตัวอักษรไทย กับจักรยาน เมาท์เท่น ไบค์ วินเทจ

77 Posts

Link to Meiji Step RakuRaku Cube LP

โหวต

| Polls
โหวต | Polls
  • เวลาไปเที่ยวญี่ปุ่น คุณมี “เมนูในดวงใจ” ที่ตั้งใจจะไปกินให้ได้ไหม?

    View Results

    Loading ... Loading ...
Link to Meiji Step RakuRaku Cube LP

กรณีฉุกเฉิน

| Emergency
  • Police

    110

  • Ambulance

    119

  • AMDA International Medical Information Center

    03-6233-9266

  • สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว

    090-4435-7812

  • สถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซาก้า

    090-1895-0987

  • สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฟุกุโอกะ

    090-2585-3027 หรือ 090-9572-1515

Link to Meiji Step RakuRaku Cube LP