คูปองส่วนลดที่น่าสนใจ
15%
20%
15%

ว่าด้วยเรื่องเทศกาลฤดูหนาว หากเป็นแถบที่หิมะตกหนา ก็อาจจะมีเทศกาลเกี่ยวกับหิมะ แต่ไม่ใช่สำหรับที่เมือง Inazawa ค่ะ เพราะที่นี่เขามีเทศกาล Hadaka Matsuri หรือเทศกาลคนเปลือยที่จะจัดขึ้นในทุก ๆ ปี เป็นงานเทศกาลคนเปลือยที่ถือได้ว่ายิ่งใหญ่ที่สุดของจังหวัดเลยก็ว่าได้

ในเทศกาล ทุกคนจะได้พบกับเหล่าชายเปลือยที่ใส่แค่ Fundoshi หรือผ้าเตี่ยวญี่ปุ่นหนึ่งผืน ท่ามกลางอากาศที่หนาวเหน็บ ในบางปีก็เกือบจะ 0 องศา แม้เหล่าชายเปลือยที่เข้าร่วมขบวนนั้นจะต่างวัยกัน แต่ความอดทนในการทดสอบความแข็งแกร่งทั้งทางร่างกายและจิตใจ เพื่อประกอบพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ของทุกคนนั้นเป็นหนึ่งเดียว

ก่อนอื่น เราจะมาพูดถึงความเป็นมาของพิธีนี้กันก่อนนะคะ พิธีนี้มีมานานกว่า 1250 ปีแล้วค่ะ เดิมทีพิธีนี้เรียกว่า Naoi Shinji เป็นพิธีที่จัดขึ้นเพื่อเฟ้นหา Shin Otoko ผู้ที่จะมาเป็นชายผู้รับเคราะห์จากทุกคน โดยคัดเลือกผ่านการสวดอธิษฐานและการเสี่ยงทาย Shin Otoko หรือถ้าให้แปลตรงตัวเลยก็คงจะแปลว่าชายผู้ศักดิ์สิทธิ์นั้น มีความสำคัญกับพิธีนี้เป็นอย่างมาก เพราะชายเปลือยผู้มีปีเกิดชงกว่าหลายพันคนในปีนั้นจะเบียดเสียดเข้าไปเพื่อสัมผัสชายผู้นั้น เพราะมีความเชื่อว่าเมื่อได้สัมผัสแล้วก็จะได้ถ่ายโอนเคราะห์ร้ายของตนไปยังชายผู้ศักดิ์สิทธิ์ได้

Shin Otoko จึงเปรียบเหมือนผู้เสียสละที่ทำหน้าที่รับแทนผู้คนในพิธี ส่วนผู้ที่มาเข้าร่วมชมพิธีก็จะมาคอยรับเครื่องรางผ้า หรือ Naoigire จากเหล่าชายเปลือย เพื่อนำไปบูชาที่บ้าน วางไว้ในพาหนะ หรือพกพาติดตัวเพื่อป้องกันโชคร้าย

แม้ในประเทศญี่ปุ่นจะมีเทศกาล Hadaka Matsuri อยู่หลายแห่ง แต่เทศกาลนี้ในเมือง Inazawa ถือว่าเป็นหนึ่งใน Hadaka Matsuri ที่เข้าถึงง่ายจากหลายปัจจัย ปัจจัยแรกคือการเดินทาง เพราะตัวศาลเจ้านั้นอยู่ห่างจากสถานีรถไฟเพียงแค่ 3 นาที และมีรถไฟผ่านหลายเที่ยวในหนึ่งชั่วโมง อีกทั้งยังอยู่ไม่ไกลจากนาโกย่าอีกด้วย ปัจจัยที่สองคือสถานที่ Hadaka Matsuri ในเมือง Inazawa ไม่ได้จัดในสถานที่ปิด จึงทำให้ผู้คนสามารถเห็นเกือบจะทุกอย่างของพิธีกรรมได้ เรียกได้ว่าแค่มาถูกสถานีก็มีโอกาสได้เห็นงานเทศกาลแบบเต็มตาแล้ว

Hadaka matsuri จะจัดขึ้น ณ ศาลเจ้าใหญ่ประจำเมือง นั่นคือศาลเจ้า Konomiya ค่ะ แต่ไม่ใช่แค่ในบริเวณศาลเจ้าเท่านั้น แต่บริเวณตั้งแต่ใกล้สถานีรถไฟไปจนถึงศาลเจ้า และทางเดินจากตรงหน้าศาลเจ้าไปยังทางแยกก็มีซุ้มอาหาร เครื่องดื่มและซุ้มการละเล่นตั้งเรียงรายไปตลอดทาง ตัวศาลเจ้าตั้งอยู่ไม่ไกลจากสถานีด้วยค่ะ แค่เดิน 3 นาทีก็ถึงแล้ว

ในวันงาน รอบ ๆ ศาลเจ้านั้นเต็มไปด้วยผู้คนและร้านค้า ส่วนใหญ่จะเจอคนที่มากับครอบครัวเยอะมากเลยค่ะ บริเวณในศาลเจ้าก็จะเห็นคนที่มาร่วมงานทำกิจกรรมต่าง ๆ อยู่ในศาลเจ้า เช่น ไหว้ศาลเจ้า,ซื้อเซียมซี,ผูกผ้า Naoigire รวมไปถึงบางคนก็เริ่มจับจองพื้นที่ในการชมขบวนชายเปลือยแล้ว แม้กิจกรรมจะถูกจัดขึ้นในทุกปีแต่ก็ยังเห็นแววตาของคนในท้องถิ่นที่แฝงไปด้วยความตื่นเต้นในการรอคอยที่จะได้เห็นพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์

เทศกาลคนเปลือยทุกปีของที่นี่จะจัดขึ้น 13 วันให้นับตั้งแต่วันปีใหม่เก่า (kyuushougatsu-旧正月) หรือที่คนไทยรู้จักกันในชื่อว่าวันตรุษจีนค่ะ โดยวันที่จัดงานในแต่ละปีก็จะแตกต่างกันไป ส่วนตัวเราเคยมางาน 3 ครั้ง ทั้งสามครั้งจัดในเดือนกุมภาพันธ์หมดเลยค่ะ ซึ่งหนาวกว่ารอบนี้ที่จัดในเดือนมีนาคมมาก ๆ อากาศอยู่ที่ประมาณ 3-10 องศา เรียกได้ว่าสั่นทั้งชายเปลือยและคนมาดูงานเลยค่ะ ขอแนะนำว่าหากมาที่งานเทศกาลในเดือนกุมภาพันธ์ในช่วงที่อุณหภูมิเป็นเลขตัวเดียว

ขอแนะนำให้ใส่เสื้อผ้าที่ทำให้ร่างกายอบอุ่น ใครขี้หนาวแนะนำให้เตรียม Ear muff หรือที่ครอบหูมาด้วยนะคะ สำหรับในเดือนมีนาคม อากาศจะอุ่นขึ้นกว่าในเดือนกุมภาพันธ์ ขอแนะนำให้ใส่เสื้อแขนยาว กางเกงขายาวและเสื้อตัวนอกที่ไม่หนาไม่บางเกินไปเช่นกัน เพื่อที่จะสามารถถอดออกในช่วงบ่ายที่อากาศเริ่มอุ่นขึ้นและสวมอีกครั้งในช่วงเย็นที่อากาศเริ่มเย็นลง
วิธีการเดินทางมา Konomiya Hadaka Matsuri ที่ง่ายที่สุดคือการขึ้นรถไฟ Meitetsu ค่ะ จากสถานีนาโกย่าสามารถนั่งรถไฟมาได้ 2 สายคือ

เมื่อถึงสถานี Konomiya แล้ว ให้เดินลงบันไดและออกยังทางออกทิศเหนือ เลี้ยวซ้ายขึ้นบันไดแล้วเดินเลียบไปตามรางรถไฟ แล้วก็จะเจอกับซุ้มขายของก่อนถึงทางแยก เลี้ยวขวาแล้วเดินตรงไปก็จะเจอกับเสาโทริอิ แล้วเดินต่อไปอีกนิดก็จะเจอกับศาลเจ้าที่อยู่ทางด้านซ้ายมือค่ะ
แอบกระซิบไว้ว่าการขึ้นรถไฟ Meitetsu ในสถานีนาโกย่า ถือว่าเป็นบททดสอบที่น่าตื่นเต้น เพราะแม้แต่คนญี่ปุ่นเองก็อาจจะขึ้นผิดได้ ทริคง่าย ๆ ในการขึ้นรถไฟมายัง Konomiya คือต่อแถวในเส้นสีน้ำเงินที่อยู่บนพื้นค่ะ แล้วอย่าลืมดูไฟกระพริบบริเวณคานเหนือรางรถไฟว่ากระพริบหรือไม่ ถ้าไม่แสดงว่านั่นไม่ใช่จุดที่ขบวนรถไฟจอดนะคะ ใครอยากชัวร์สุด ๆ ให้ถามกับพนักงานที่ถือธงได้เลยค่ะ

จริง ๆ แล้วเทศกาลนี้เป็นเทศกาลที่สามารถสนุกได้ทั้งวันเลยค่ะ ใครอยากหนีช่วงคนเยอะหนาแน่น แนะนำให้มาช่วงเที่ยง ๆ มาหาอะไรทานก่อน ส่วนใครที่อยากดูขบวนของเหล่าชายเปลือยแนะนำให้มาจองที่ประมาณ 14:00 ค่ะ ขบวนจะยาวไปเรื่อย ๆ ถึงตอนประมาณ 17:00 ใครอยากเห็นคนที่เป็น Shin otoko ให้มาช่วง 16:00-17:30 ค่ะ แต่เวลาที่ Shin otoko ออกอาจจะช้าเร็วแล้วแต่ปีค่ะ ปีนี้ช้าหน่อยค่ะ อาจจะเพราะว่าตรงกับวันอาทิตย์พอดีทำให้คนเยอะมากเลย

เมื่อมาถึงยังบริเวณศาลเจ้าแล้ว ขอแนะนำให้ไปไหว้ขอพรที่ศาลเจ้าก่อน แล้วหลังจากนั้นค่อยไปหยิบเซียมซีเสี่ยงโชคที่มีให้เลือกเยอะมาก มีทั้งเรื่องความรัก การเงิน การงาน โชคลาภกับแบบธรรมดา แต่ทุกอย่างเป็นภาษาญี่ปุ่นหมดเลย อาจจะต้องใช้แอพแปลภาษานิดนึงนะคะ อีกกิจกรรมหนึ่งที่น่าทำคือการซื้อเครื่องรางผ้าหรือ Naoigire มีขายอยู่บริเวณในศาลเจ้าหลายจุดเลย ราคาอยู่ที่ 5 เส้น 500 เยนค่ะ แต่ผ้านี้มีข้อแม้ว่าเมื่อถึงงานเทศกาลปีหน้า จะต้องนำผ้ากลับมาผูกคืนที่ศาลเจ้าค่ะ (ใครที่ไม่สามารถนำกลับมาผูกได้ ให้ตั้งจิตอธิษฐานแล้วกล่าวขอบคุณเทพเจ้า ห่อผ้าด้วยกระดาษขาว โรยเกลือ แล้วทิ้งแยกกับขยะอื่นค่ะ) หลังจากนั้นช่วงประมาณเกือบ 15:00 เริ่มจับจองที่ชมขบวนได้แล้วค่ะ ใครอยากได้ผ้า Naoigire จากชายเปลือย ให้ไปยืนรอแถวหน้านะคะ เวลาเห็นชายเปลือยถือผ้าสี ๆ มา ยื่นมือออกไปเลยค่ะ ไม่ต้องเขินเลย เราก็ได้มาเต็มเลยค่ะ

ปีนี้ Shin Otoko ปรากฎตัวขึ้นตอนประมาณห้าโมงกว่าซึ่งถือว่าค่อนข้างช้ากว่าปีที่แล้วค่ะ หลังจากปรากฎตัวแล้วก็ต้องฝ่าเหล่าชายเปลือยที่กรูเข้ามาเพื่อที่จะแตะตัว บรรยากาศในตอนนี้คือเบียดเสียดสุด ๆ เลยค่ะ มีการสาดน้ำเป็นระยะเรื่อย ๆ ทุกคนในนั้นตะโกนว่า “วัชโช่ย” เป็นจังหวะ เป็นภาพและเสียงที่เห็นแล้วต้องขนลุกในความขลังของพิธีจริง ๆ ความชุลมุนที่เกิดขึ้นทำให้เรามองไม่เห็น Shin Otoko เป็นระยะ ๆ รู้ตัวอีกที Shin Otoko ก็เข้าไปอยู่ใน Naoi Den แล้วค่ะ เรียกได้ว่าเห็นชัดที่สุดตอนที่ Shin Otoko เข้าไปอยู่ข้างในแล้วจริง ๆ ค่ะ

หลังจากที่ทุกขบวนแห่ต้นไผ่ที่ผูกผ้า Naoigire ไปยังศาลเจ้าแล้ว ก็จะถึงช่วงไคล์แมกซ์ค่ะ นั่นคือจะเป็นช่วงที่ทุกคนเริ่มทำการสาดน้ำเพื่อชำระล้างร่างกายก่อนเข้าไปยังสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และเป็นการปลุกพลังของเหล่าชายเปลือยให้ฮึกเหิมมากขึ้น และเมื่อ Shin Otoko ปรากฎตัวขึ้น ชายเปลือยทุกคนจะพยายามเข้าไปจับตัวชายเปลือยเพื่อทำการโอนถ่ายเคราะห์ร้ายของตัวเองไปยัง Shin Otoko บรรยากาศตอนนั้นคือดุเดือดมากค่ะ

ชายเปลือยทุกคนส่งเสียงร้องแล้วก็พยายามอย่างสุดกำลังเพื่อที่จะได้ไปจับตัว Shin Otoko ให้ได้ ตัว Shin Otoko ถูกเบียดเสียดไปเรื่อย ๆ ตั้งแต่บริเวณทางเดินหน้าศาลเจ้าจนเข้าไปใกล้กับหอ Naoi Den ที่มีผู้ประกอบพิธีของศาลเจ้า รอรับ Shin Otoko อยู่ด้านใน เมื่อข้างในเห็นว่า Shin Otoko อาจจะไม่สามารถฝ่าเหล่าชายเปลือยมาได้ คนจากในศาลเจ้าพร้อมเชือกที่ผูกเอวก็กระโดดขึ้นไปเหนือเหล่าฝูงชนแล้วดึงเขากลับเข้ามาด้านใน และเมื่อ Shin Otoko กลับเข้าไปใน Naoi Den ได้แล้ว

เสียงโห่ร้องยินดีจากทั้งชายเปลือยและผู้ชมก็ดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ หลังจากนั้น ในศาลเจ้าจะทำการชำระล้างเคราะห์ตามพิธีของชินโต ให้กับ Shin Otoko ผู้ได้รับการถ่ายโอนเคราะห์มาจากผู้อื่น เพื่อสะสางเคราะห์ร้ายและคืนความบริสุทธิ์ให้กับชายผู้เสียสละเป็นผู้รับเคราะห์มาจากคนนับพัน
จริง ๆ แล้วเวลาที่จบงานจะอยู่ที่ประมาณ 17:30 ค่ะ แต่อาจจะมีช้าเร็วบ้างตามสถานการณ์ค่ะ ปีนี้ก็จบช้าหน่อยค่ะ ประมาณ 18:10 แต่ถ้ากลับหลังจบทันทีคนจะเยอะมาก ๆ แนะนำให้รอสักหน่อยค่อยกลับจะดีกว่าค่ะ ที่ใกล้ ๆ สถานี Konomiya ก็มีร้านอาหารแนวอิซากายะอยู่หลายร้าน จบมื้อเย็นที่นี่ก่อนกลับไปนอนพักผ่อนก็ดีเหมือนกันนะคะ
งานนี้ไม่มีค่าเข้าชมค่ะ แต่ในงานก็มีของให้น่าเสียตังค์มากมาย ทั้งอาหารและเครื่องรางต่าง ๆ รวมไปถึงเซียมซีด้วยค่ะ เพราะฉะนั้นเตรียมตังค์ไปให้พอชอปก็พอค่ะ
มีจุดยืนที่น่าสนใจหลายจุดเลยค่ะ ขึ้นอยู่กับจุดประสงค์เลยค่ะ
แม้เทศกาลชายเปลือย หรือ Hadaka Matsuri จะดูโกลาหล ดุเดือด และเต็มไปด้วยความชุลมุนในสายตาของผู้ชม แต่เบื้องหลังของเทศกาลนี้คือพิธีกรรมอันเก่าแก่และศักดิ์สิทธิ์ที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน อีกทั้งยังสะท้อนถึงพลังศรัทธาและความสามัคคีของผู้คนในชุมชนได้อย่างชัดเจน
สำหรับนักท่องเที่ยวแล้ว การได้ชมเทศกาลชายเปลือยสักครั้งก็ถือเป็นโอกาสดีที่จะได้สัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่นของญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิด หากใครสนใจอยากมาชม Hadaka Matsuri ด้วยตาตัวเอง เมือง Inazawa ถือเป็นอีกหนึ่งจุดหมายที่เหมาะมาก เพราะทั้งเดินทางสะดวกและเข้าถึงงานเทศกาลได้ไม่ยาก โดยศาลเจ้า Konomiya ที่จัดงานนั้นตั้งอยู่ห่างจากสถานีรถไฟเพียงประมาณ 3 นาทีเท่านั้น ต้องมาให้ได้นะคะ

Blogger : Nana
บล็อกเกอร์ที่อยู่อาศัยในญี่ปุ่นและมีการทำโปรโมทข้อมูลใหม่ๆในหลากหลายเรื่องราว ไม่เฉพาะการท่องเที่ยว แต่ยังรวมไปถึงวัฒนธรรมญี่ปุ่น อาหารญี่ปุ่น เครื่องสำอาง เป็นต้น ตอนนี้ก็ยังทำการให้ข้อมูลอยู่เสมอๆ โดยมุ่งสู่กลุ่มเป้าหมายคนไทยที่ชอบประเทศญี่ปุ่น!
3 Posts
Police
110
Ambulance
119
AMDA International Medical Information Center
03-6233-9266
สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว
090-4435-7812
สถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซาก้า
090-1895-0987
สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฟุกุโอกะ
090-2585-3027 หรือ 090-9572-1515