คูปองส่วนลดที่น่าสนใจ
7%
5%
10%
สำหรับคนที่หลงใหลภูเขาไฟฟูจิ เมืองฟูจิโยชิดะ (Fujiyoshida) เป็นเมืองเล็ก ๆ ในจังหวัดยามานาชิ ที่เราอยากเชิญชวนไป นอกจากจะตั้งอยู่ทางทิศเหนือของภูเขาไฟฟูจิ ห่างจากตัวเมืองโตเกียวประมาณ 100 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางราว 2 ชั่วโมงแล้ว เมืองนี้เป็นจุดขึ้นเขาไฟฟูจิเส้นทางโยชิดะเทรล (Yoshida Trail) ที่คนญี่ปุ่นใช้มาตั้งแต่สมัยโบราณ และเป็นที่ตั้งของศาลเจ้าศาลเจ้าฟูจิโยชิดะเซนเกน (Fujiyoshida Sengen Shrine หรือ Kitaguchi Hongu Fuji Sengen Jinja) ซึ่งเป็นหนึ่งใน 25 องค์ประกอบมรดกโลกของภูเขาไฟฟูจิด้วย
แม้ว่าหลายคนจะคุ้นชื่อคาวากุจิโกะ (Kawaguchiko) มากกว่า เพราะเป็นเมืองท่องเที่ยวหลักของโซนทะเลสาบฟูจิทั้ง 5 แต่ฟูจิโยชิดะคือเมืองที่อยู่ติดกัน สามารถเดินทางเชื่อมต่อกันได้ง่ายด้วยรถไฟสายเดียวกัน ความแตกต่างสำคัญคือฟูจิโยชิดะเป็น “เมืองที่คนอยู่จริง” ไม่ใช่แค่พื้นที่รีสอร์ตริมทะเลสาบ จึงมีทั้งถนนโบราณสมัยเอโดะ ร้านอุด้งท้องถิ่นราคาย่อมเยา และมุมถ่ายรูปฟูจิที่ไม่มีนักท่องเที่ยวจำนวนหนาแน่นเท่าเมืองคาวากุจิโกะ
โดยจุดขายหลักของเมืองนี้คือมุมถ่ายภาพเจดีย์ชูเรโต (Chureito Pagoda) ที่เห็นเจดีย์แดง เมืองเบื้องล่าง และภูเขาไฟฟูจิอยู่ในเฟรมเดียวกัน ภาพนี้ถูกใช้เป็นสื่อโปรโมตท่องเที่ยวญี่ปุ่นทั่วโลกมานาน รวมถึงถนนฮอนโจ (Honcho Street) ถนนสายเก่าที่มองเห็นฟูจิโผล่พ้นหลังคาบ้านเป็นฉากหลังอลังการสุดๆ ไปเลย
“ถ้าอยากเห็นญี่ปุ่นในมุมที่ไม่ได้มีแต่ร้านค้าและนักท่องเที่ยว ลองใช้เวลาเดินช้า ๆ ในเมืองนี้ดู บางทีถนนธรรมดา ๆ ระหว่างทางอาจกลายเป็นมุมที่ชอบที่สุดของทริปก็ได้”
| หัวข้อ | Fujiyoshida | Kawaguchiko |
| บรรยากาศ | เมืองท้องถิ่น ถนนเก่า ร้านอาหารราคาคนพื้นที่ | เมืองท่องเที่ยวริมทะเลสาบ โรงแรม-คาเฟ่เยอะ |
| จุดชมฟูจิเด่น | Chureito Pagoda, Honcho Street | ริมทะเลสาบ Kawaguchiko, Oishi Park |
| ที่เที่ยว | ศาลเจ้า ถนนโบราณ ร้านอุด้ง สวนสนุก Fuji-Q | เรือชมทะเลสาบ กระเช้า Kachi Kachi พิพิธภัณฑ์ |
| อาหารขึ้นชื่อ | Yoshida Udon เส้นแข็งหนึบเฉพาะตัว | ร้านอาหารหลากหลายเพื่อนักท่องเที่ยว |
| การเดินทาง | ลงสถานี Shimoyoshida หรือ Fujisan Station | ลงสถานีปลายทาง Kawaguchiko |
| เหมาะกับ One Day Trip | เหมาะมาก ถ้าเน้นถ่ายรูปฟูจิ + วัฒนธรรมท้องถิ่น | เหมาะมาก ถ้าเน้นทะเลสาบ + กิจกรรมครอบครัว |
ในทางปฏิบัติ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ไม่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เพราะสองเมืองนี้อยู่ห่างกันแค่ 1 สถานีรถไฟ สามารถเที่ยวควบคู่กันได้ในทริปเดียว
“สองเมืองนี้อารมณ์ต่างกันแบบเลือกไม่ได้เลยจริง ๆ ถ้ามีเวลา แนะนำให้เก็บทั้งคู่ เพราะวันหนึ่งได้ฟีลเมืองท้องถิ่น อีกวันเปลี่ยนบรรยากาศไปเที่ยวแบบรีสอร์ต ก็เหมือนได้เที่ยวญี่ปุ่นสองสไตล์ในทริปเดียว”
การเดินทางจากโตเกียวไปฟูจิโยชิดะมีหลายทางเลือก ทั้งรถไฟและรถบัส โดยแต่ละวิธีใช้เวลา ราคา และความสะดวกแตกต่างกัน การเลือกเส้นทางให้เหมาะกับแผนเที่ยวจึงเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะคนที่มีเวลาจำกัดและอยากเที่ยวให้คุ้ม การเช็กตารางเดินทางล่วงหน้าและวางแผนเวลาให้ดี จะช่วยให้การเดินทางราบรื่นและไม่เสียเวลาไปกับการต่อรถมากเกินจำเป็น
“ช่วงนั่งรถไปฟูจิโยชิดะอย่าเพิ่งรีบหลับ เพราะยิ่งเข้าใกล้โซนภูเขา วิวข้างทางก็เริ่มเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ แค่ได้นั่งมองวิวเพลิน ๆ ก็ถือเป็นการเริ่มทริปแล้ว”

รถไฟลิมิเต็ดเอ็กซ์เพรส FUJI EXCURSION วิ่งตรงจากสถานีชินจูกุ (Shinjuku) ถึงสถานี Fujisan และ Kawaguchiko โดยไม่ต้องเปลี่ยนขบวน ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 50 นาที ถึง 2 ชั่วโมง วิ่งวันละ 4 เที่ยวทั้งไปและกลับ และมีเที่ยวเสริมพิเศษเพิ่มขึ้นในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์และช่วงที่คนนิยมท่องเที่ยว
| เส้นทาง | ราคา (เที่ยวเดียว) | หมายเหตุ |
| ชินจูกุ – Shimoyoshida (สถานีสำหรับ Chureito) | ประมาณ 4,010 เยน | ค่าตั๋วพื้นฐาน + ค่าธรรมเนียมรถด่วน |
| ชินจูกุ – Fujisan Station | ใกล้เคียงราคาข้างต้น | สถานีหลักของเมือง |
| ชินจูกุ – Kawaguchiko | ประมาณ 4,200 เยน | ปลายทาง |
เรื่อง JR Pass ต้องแยกตามประเภทให้ชัดเจน เพราะครอบคลุมไม่เท่ากัน: JR Pass แบบทั่วประเทศ (Nationwide Pass) ครอบคลุมเฉพาะช่วงชินจูกุ–Otsuki เท่านั้น ต้องจ่ายเพิ่มสำหรับช่วง Otsuki–Fujisan/Kawaguchiko ที่เป็นเส้นทางของ Fujikyu Railway ซึ่งเป็นบริษัทเอกชนคนละสายกับ JR ส่วน JR Tokyo Wide Pass ครอบคลุมเส้นทาง Fujikyu Railway ทั้งสายรวมถึงรถไฟ FUJI EXCURSION จองที่นั่งได้ฟรีตลอดเส้นทางโดยไม่ต้องจ่ายเพิ่ม จึงเหมาะกับคนที่วางแผนมาโซนฟูจิเป็นหลัก ไม่ว่าจะถือพาสแบบใด ควรจองที่นั่งล่วงหน้าผ่านเว็บไซต์ JR East (Ekinet) หรือช่องจำหน่ายตั๋วของ Fujikyu Railway โดยเฉพาะช่วง High Season อย่างซากุระ ใบไม้เปลี่ยนสี หรือวันหยุดยาว เพราะที่นั่งเต็มเร็ว
ทางเลือกประหยัดกว่าคือนั่งรถไฟธรรมดา (Local/Rapid) จากชินจูกุไป Otsuki แล้วต่อรถไฟสาย Fujikyu ไป Fujisan Station ราคารวมประมาณ 2,500–3,200 เยน แต่ใช้เวลานานกว่าประมาณ 1 ชั่วโมง

รถบัสด่วนพิเศษ (Highway Bus) ออกจากสถานีรถบัสที่ Shinjuku (สถานีขนส่งฝั่งใต้ของสถานีชินจูกุ) ตรงไปยัง Fujisan Station หรือ Kawaguchiko ราคาประมาณ 2,000–2,500 เยน ถูกกว่ารถไฟเกือบครึ่ง ใช้เวลาใกล้เคียงกันคือประมาณ 1 ชั่วโมง 45 นาที ถึง 2 ชั่วโมง แต่ขึ้นอยู่กับสภาพจราจรบนทางด่วนชูโอ ควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 30 นาทีสำหรับ Buffer Time โดยเฉพาะช่วงเช้าวันหยุดสุดสัปดาห์และวันหยุดยาวที่รถติดหนัก จองตั๋วล่วงหน้าได้ผ่านเว็บไซต์ Fujikyu Bus หรือเคาน์เตอร์ที่ Busta Shinjuku
เหมาะกับครอบครัวหรือกลุ่มที่ต้องการเที่ยวหลายจุดในวันเดียว เช่น รวมหมู่บ้านน้ำใสโอชิโนะฮักไก (Oshino Hakkai) และฟูจิคิวไฮแลนด์ (Fuji-Q Highland) ในทริปเดียวกัน ใช้เวลาขับจากโตเกียวประมาณ 1.5–2 ชั่วโมงผ่านทางด่วนชูโอ ข้อควรระวังคือถนนในตัวเมืองฟูจิโยชิดะบางเส้นค่อนข้างแคบ โดยเฉพาะย่านถนนฮอนโจที่ไม่ควรขับเข้าไปจอดริมถนนเพราะเป็นพื้นที่อยู่อาศัยจริง ควรจอดที่ลานจอดสาธารณะใกล้สวนสาธารณะอาราคุระยะมะ เซนเกน (Arakurayama Sengen Park) (ค่าจอดประมาณ 1,000–1,500 เยนต่อ 6 ชั่วโมง) แล้วเดินต่อ ช่วง High Season ที่จอดรถบริเวณจุดท่องเที่ยวหลักมักเต็มเร็วในช่วงเช้า
“เมืองนี้เหมาะกับการเดินแบบมีจุดหมาย แต่ไม่จำเป็นต้องเดินแบบรีบ ๆ ลองเผื่อเวลาให้ตัวเองแวะร้านเล็ก ๆ หรือหยุดถ่ายรูปตามทางบ้าง เพราะความสนุกบางอย่างไม่ได้อยู่ในแพลนตั้งแต่แรก”
ฟูจิโยชิดะเป็นเมืองที่เหมาะกับการเที่ยวแบบค่อย ๆ ซึมซับบรรยากาศ แต่ถ้าวางแผนเส้นทางไม่ดี อาจเสียเวลาไปกับการเดินทางและต่อรถมากกว่าที่คิด การจัดลำดับจุดแวะให้เหมาะกับเวลา เลือกช่วงเวลาเดินทาง และเผื่อเวลาให้กับสภาพอากาศ จะช่วยให้เที่ยวได้อย่างราบรื่น ไม่ต้องเร่งรีบ และเก็บประสบการณ์ได้ครบมากขึ้นในทริปเดียว
Fujisan Station เป็นสถานีหลักของเมือง มีร้านค้า ล็อกเกอร์ฝากกระเป๋า และจุดต่อรถบัสไปยังจุดท่องเที่ยวรอบเมือง เหมาะเป็นจุดเริ่มต้นถ้าต้องการไปศาลเจ้า Kitaguchi Hongu Fuji Sengen Shrine, Fuji-Q Highland หรือต่อรถไป Oshino Hakkai
ส่วน Shimoyoshida Station เป็นสถานีเล็กกว่า อยู่ใกล้ Arakurayama Sengen Park และ Chureito Pagoda มากที่สุด จากสถานีเดินไปถึงเชิงเขา/ทางขึ้นบันไดใช้เวลาเพียงประมาณ 10–15 นาที จากนั้นต้องเดินขึ้นบันไดอีกราว 15 นาทีถึงจุดชมวิวด้านบน รวมเวลาเดินจากสถานีถึงจุดชมวิวทั้งหมดประมาณ 25–30 นาที เหมาะเป็นจุดเริ่มต้นถ้าเป้าหมายหลักคือถ่ายรูป Chureito Pagoda และ Honcho Street ก่อน แล้วค่อยเดินทางต่อไป Fujisan Station

สำหรับคนที่มีเวลาครึ่งวันถึงหนึ่งวันเต็ม แนะนำจัดลำดับแบบไม่ย้อนกลับ: เริ่มจาก Shimoyoshida Station → เดินขึ้น Chureito Pagoda / Arakurayama Sengen Park → เดินลงมาเที่ยว Honcho Street → เดินหรือนั่งรถบัสท้องถิ่นไปยัง Kanadorii และ Kitaguchi Hongu Fuji Sengen Shrine → ปิดท้ายที่ Fujisan Station เพื่อต่อรถกลับหรือไปจุดหมายถัดไป วิธีนี้ช่วยประหยัดเวลาเพราะไม่ต้องเดินหรือนั่งรถย้อนเส้นทางเดิม
รถบัสท้องถิ่นในฟูจิโยชิดะมีความถี่ไม่สูงเท่าโตเกียว ช่วงพีคอาจต้องรอ 20–30 นาที หากรถเต็มหรือรอนานเกินไป ทางเลือกคือสลับไปเที่ยวจุดที่เดินถึงได้ก่อน (เช่น Honcho Street อยู่ไม่ไกลจาก Chureito) หรือเรียกแท็กซี่ระยะสั้นซึ่งในเมืองขนาดนี้ค่าโดยสารไม่สูงมาก อีกทางเลือกคือเช็กแอปตารางรถบัสของ Fujikyu Bus ล่วงหน้าเพื่อวางแผนรอบเวลาแทนการไปเผื่อเจอหน้างาน
มีล็อกเกอร์หยอดเหรียญที่ Fujisan Station และ Kawaguchiko Station รองรับกระเป๋าขนาดใหญ่ได้บางส่วน นอกจากนี้ยังมีบริการฝากกระเป๋าเอกชนใกล้สถานี Kawaguchiko อย่าง Fujikanko Travel ที่คิดราคาตามขนาดกระเป๋า ประมาณ 500–800 เยนต่อชิ้นต่อวัน ส่วนสถานี Shimoyoshida ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นยอดนิยมสำหรับไป Chureito Pagoda มีล็อกเกอร์หยอดเหรียญจำนวนน้อยมาก หากเดินทางพร้อมกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ ควรฝากที่ Fujisan Station หรือ Kawaguchiko Station ก่อน แล้วค่อยนั่งรถไฟตัวเปล่าย้อนกลับมา Shimoyoshida จะสะดวกกว่า เนื่องจากบริการบางจุดในพื้นที่มีการปรับเปลี่ยนช่วงปี 2026 แนะนำให้ตรวจสอบสถานะการเปิดให้บริการล่าสุดก่อนวันเดินทางจริง โดยเฉพาะถ้าวางแผนเดินทางช่วงฤดูท่องเที่ยวสูงที่ล็อกเกอร์อาจเต็มเร็ว
ถ้าอยากเที่ยวฟูจิโยชิดะแบบได้ทั้งบรรยากาศเมือง วิวธรรมชาติ วัฒนธรรมญี่ปุ่น และมุมถ่ายรูปสวย ๆ เมืองนี้มีสถานที่น่าสนใจให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่จุดชมวิวที่มองเห็นภูเขาไฟฟูจิแบบเต็มตา ไปจนถึงย่านเมืองเก่า ศาลเจ้า สวนสาธารณะ และสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับครอบครัว ใครกำลังวางแผนเที่ยวฟูจิโยชิดะ ลองเก็บ 10 แห่งนี้ไว้เป็นตัวเลือกในทริปได้เลย

จุดชมวิวที่กลายเป็นภาพจำของประเทศญี่ปุ่น มองเห็นเจดีย์ 5 ชั้นสีแดงสร้างเมื่อปี 1963 ตั้งอยู่เบื้องหน้าภูเขาไฟฟูจิ พร้อมเมืองฟูจิโยชิดะทอดตัวอยู่ด้านล่าง เข้าชมฟรี เปิดตลอด 24 ชั่วโมง เส้นทางขึ้นเริ่มจากศาลเจ้า Arakura Fuji Sengen Shrine ที่เชิงเขา ต้องเดินขึ้นบันไดประมาณ 398 ขั้น ใช้เวลาประมาณ 15–20 นาที ควรเผื่อเวลารวมไป-กลับและถ่ายรูปประมาณ 1 ชั่วโมง
จุดถ่ายรูปยอดนิยมคือลานชมวิวด้านหลังเจดีย์ที่เห็นเจดีย์ ฟูจิ และเมืองอยู่ในเฟรมเดียว ช่วงเช้าตรู่วันธรรมดาคนน้อยที่สุด ส่วนช่วงซากุระต้นเดือนเมษายนและใบไม้เปลี่ยนสีเดือนพฤศจิกายนคนจะแน่นมาก ควรไปให้ถึงก่อน 8 โมงเช้าเพื่อหลบคิวถ่ายรูป
“ภาพฟูจิกับเจดีย์แดงอาจเห็นมาแล้วเป็นร้อยครั้งในอินเทอร์เน็ต แต่พอได้เห็นด้วยตาตัวเองจริง ๆ ความรู้สึกไม่เหมือนกันเลย งานนี้ต้องยอมเหนื่อยขึ้นบันไดหน่อยแล้วล่ะ!”

ถนนสายเก่าที่ยังคงกลิ่นอายอาคารไม้สไตล์ยุคโชวะ มีเอกลักษณ์ตรงที่เมื่อยืนกลางถนนมองไปทางปลายถนน จะเห็นภูเขาไฟฟูจิโผล่พ้นแนวอาคารพอดี เป็นมุมถ่ายรูปที่ไม่ต้องปีนบันไดเหมือน Chureito แต่ต้องระวังเรื่องความปลอดภัยและมารยาท เพราะถนนเส้นนี้เป็นพื้นที่สัญจรจริงของคนในชุมชน ไม่ควรเดินลงไปยืนกลางถนนเพื่อถ่ายรูป ให้ถ่ายจากทางเท้าหรือจุดที่จัดไว้แทน ปัจจุบันบริเวณสี่แยกยอดฮิตริมถนนมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลจราจรและเตือนนักท่องเที่ยวเป็นระยะ รวมถึงมีการกั้นพื้นที่บางจุดเพื่อความปลอดภัย ควรปฏิบัติตามป้ายและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่หน้างานอย่างเคร่งครัด
จากเชิงเขาบริเวณทางลงจาก Chureito Pagoda สามารถเดินต่อมายัง Honcho Street ได้เลยโดยไม่ต้องพึ่งรถบัส ระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินราว 12–15 นาที เป็นเส้นทางเดินเท้าที่สะดวกและช่วยประหยัดเวลารอรถในโซนนี้ได้มาก
“มุมนี้มีความเป็นญี่ปุ่นแบบเรียบง่ายที่น่ารักมาก บ้าน ร้านค้า และภูเขาไฟฟูจิอยู่ในภาพเดียวกัน เหมือนฉากหนังญี่ปุ่นที่บังเอิญเดินเข้าไปเจอด้วยตัวเอง”

ศาลเจ้าเก่าแก่ที่เป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางปีนเขา Yoshida Trail มาตั้งแต่โบราณ และเป็นหนึ่งในองค์ประกอบมรดกโลกของภูเขาไฟฟูจิ บรรยากาศร่มรื่นด้วยต้นซีดาร์อายุหลายร้อยปี เหมาะสำหรับคนที่สนใจประวัติศาสตร์และความเชื่อเรื่องการบูชาภูเขาไฟฟูจิ ไม่มีค่าเข้าชม ใช้เวลาเดินชมประมาณ 30–45 นาที
“ถ้าเริ่มรู้สึกว่าเที่ยวจุดชมวิวมาหลายแห่งจนภาพเริ่มคล้ายกัน ลองเปลี่ยนบรรยากาศมาสัมผัสความสงบของศาลเจ้าบ้าง เสียงลมกับต้นไม้ช่วยรีเซ็ตอารมณ์ได้ดีเกินคาด”

ประตูโทริอิสีทองขนาดใหญ่ที่เป็นแลนด์มาร์กบริเวณทางเข้าเมือง เชื่อมกับเส้นทางเดินเที่ยวในตัวเมือง เหมาะแวะถ่ายรูประหว่างเดินทางจากศาลเจ้าไปยัง Fujisan Station ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางเพิ่มเป็นพิเศษ

สวนสนุกชื่อดังที่มีรถไฟเหาะระดับโลกอย่าง Fujiyama และ Eejanaika พร้อมวิวภูเขาไฟฟูจิเป็นฉากหลัง เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่อยากได้ความสนุกแบบเครื่องเล่นมากกว่าการชมวิวเงียบ ๆ ควรเผื่อเวลาอย่างน้อยครึ่งวันถึงหนึ่งวันเต็มถ้าตั้งใจเล่นเครื่องเล่นหลายอย่าง เพราะคิวเครื่องเล่นดังมักยาวโดยเฉพาะช่วงวันหยุด

ทางเลือกที่ดีสำหรับวันที่อากาศไม่เป็นใจหรือฟูจิถูกเมฆบัง มีนิทรรศการให้ความรู้เรื่องธรณีวิทยาของภูเขาไฟฟูจิ ประวัติศาสตร์การปีนเขา และวัฒนธรรมท้องถิ่น เหมาะกับครอบครัวที่มีเด็กหรือคนที่อยากเข้าใจภูเขาไฟฟูจิมากกว่าแค่ถ่ายรูป ใช้เวลาชมประมาณ 1 ชั่วโมง

หรือ Michi-no-Eki Fujiyoshida จุดพักรถขนาดใหญ่ที่รวมร้านอาหารท้องถิ่น ร้านขายของฝาก และซูเปอร์มาร์เก็ตสินค้าเกษตรไว้ในที่เดียว เหมาะมากสำหรับผู้ขับรถเที่ยวที่ต้องการหยุดพักและซื้อของฝากในจุดเดียวจบ มีบริการห้องน้ำสะอาดและที่จอดรถกว้างขวางฟรี

ย่านที่มีร้านอุด้งท้องถิ่นกระจายตัวอยู่ทั่วเมือง ไม่ได้กระจุกอยู่จุดเดียว การเลือกร้านจึงควรพิจารณาจากตำแหน่งใน Route ที่วางไว้มากกว่าไล่ตามรายชื่อร้านดังทั้งหมด เพราะบางร้านอยู่ไกลจากสถานีและใช้เวลาเดินทางมาก
“อุด้งชามหนึ่งอาจดูธรรมดา แต่พอได้กินในเมืองต้นกำเนิด ท่ามกลางบรรยากาศร้านแบบโลคัล ความรู้สึกจะต่างออกไป เหมือนเราไม่ได้แค่มากิน แต่ได้ลองชิมเรื่องราวของเมืองไปด้วย”
ฟูจิโยชิดะเคยเป็นเมืองอุตสาหกรรมทอผ้าไหมที่สำคัญของญี่ปุ่นมาตั้งแต่ยุคเอโดะ ปัจจุบันย่าน Hataorimachi ยังคงมีโรงทอผ้าเก่าแก่บางแห่งเปิดให้เยี่ยมชมและมีคาเฟ่ดัดแปลงจากโรงงานเก่า เหมาะสำหรับคนที่อยากสัมผัสมุม Local Experience ที่ต่างจากการเที่ยวชมฟูจิเพียงอย่างเดียว เพิ่มมิติให้ทริปมีเรื่องเล่านอกเหนือจากรูปภูเขาไฟ
“เสน่ห์ของเมืองท้องถิ่นคือเราไม่จำเป็นต้องรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับสถานที่ แค่ได้เห็นร่องรอยของอาชีพและวิถีชีวิตที่อยู่คู่เมืองมานาน ก็ทำให้ทริปครั้งนี้มีเรื่องเล่ามากกว่ารูปฟูจิในมือถือ”

หมู่บ้านบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ 8 บ่อ ที่มีต้นกำเนิดจากหิมะละลายบนภูเขาไฟฟูจิ ผ่านการกรองใต้ดินนานหลายสิบปีจนน้ำใสจนเห็นก้นบ่อ อยู่ห่างจากฟูจิโยชิดะออกไปอีกเล็กน้อย เหมาะเพิ่มเข้า Route สำหรับคนที่มีเวลามากกว่าครึ่งวัน หรือจัดเป็นทริปแยกร่วมกับ Kawaguchiko เพราะต้องต่อรถบัสอีกประมาณ 25–30 นาทีจากตัวเมือง
ถ้าอยากได้ภาพฟูจิแบบสวยและมีโอกาสเห็นยอดเขาชัด ๆ การเลือกเวลาไปถ่ายรูปสำคัญไม่แพ้การเลือกมุม เพราะแสงและสภาพอากาศเปลี่ยนบรรยากาศของภาพได้อย่างชัดเจน ช่วงเช้าและช่วงเย็นมักให้แสงที่นุ่มสวย ขณะที่ช่วงกลางวันอาจมีโอกาสเกิดเมฆบังยอดเขามากขึ้น ดังนั้นการเช็กพยากรณ์อากาศและเผื่อเวลาไว้จึงช่วยเพิ่มโอกาสได้ภาพที่ถูกใจมากกว่าเดิม
ช่วงเช้าตรู่ (ก่อน 8 โมง) ท้องฟ้ามักโปร่งที่สุดและคนน้อยที่สุด เหมาะกับทั้งสองจุด ช่วงกลางวันแสงแข็งและมีโอกาสเมฆบังยอดฟูจิสูงขึ้นเรื่อย ๆ ตามอากาศที่อุ่นขึ้น ส่วนช่วงเย็นที่ Chureito Pagoda เจดีย์จะเปิดไฟส่องสว่างตั้งแต่พลบค่ำถึง 22:00 น. ให้บรรยากาศอีกแบบ แต่จะมองไม่เห็นฟูจิแล้วเพราะมืด
เนื่องจากภูเขาไฟฟูจิมักถูกเมฆบังโดยเฉพาะช่วงบ่าย การเช็ก Live Camera ผ่านเว็บไซต์การท่องเที่ยวของจังหวัดยามานาชิหรือแอปพยากรณ์อากาศก่อนออกจากที่พักจะช่วยตัดสินใจได้ว่าควรรีบไปจุดชมวิวตอนนี้เลย หรือควรปรับ Route ไปเที่ยวจุดอื่นก่อนแล้วค่อยย้อนกลับมาช่วงที่ฟ้าโปร่งกว่า
หากเช็กแล้วพบว่าฟูจิถูกเมฆปกคลุมทั้งวัน ไม่ควรเสียเวลาทั้งทริปรอฟูจิ ให้ปรับแผนไปเน้นจุดที่ไม่ต้องพึ่งวิวภูเขา เช่น ศาลเจ้า Kitaguchi Hongu Fuji Sengen Shrine, Fuji Visitor Center, ย่าน Hataorimachi หรือกิจกรรมกินอุด้งแบบเจาะลึกหลายร้าน วิธีนี้ช่วยให้ทริปยังคุ้มค่าแม้ไม่เห็นฟูจิ
ถ้า Chureito Pagoda มีคนแน่นเกินไปในช่วงพีคซีซั่น ทางเลือกคือสลับไปเดินเที่ยว Honcho Street ก่อน แล้วย้อนกลับมา Chureito ในช่วงเวลาอื่นที่คนเบาบางกว่า หรือเลือกไปถ่ายรูปช่วงเวลานอกพีค เช่น หลังบ่าย 3 โมงเป็นต้นไปที่นักท่องเที่ยวกรุ๊ปทัวร์เริ่มถอยกลับ
ฟูจิโยชิดะสามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี แต่บรรยากาศและประสบการณ์ในแต่ละฤดูกาลแตกต่างกันพอสมควร ทั้งอุณหภูมิ วิวธรรมชาติ สีสันของเมือง และโอกาสในการมองเห็นภูเขาไฟฟูจิ การเลือกช่วงเวลาเดินทางจึงขึ้นอยู่กับว่าต้องการเที่ยวแบบไหน หากวางแผนช่วงเดือนไว้ล่วงหน้า ก็จะช่วยให้เตรียมเสื้อผ้า จัดเส้นทาง และเลือกกิจกรรมให้เหมาะกับสภาพอากาศได้มากขึ้น

ช่วงปลายมีนาคมถึงต้นเมษายน ซากุระที่สวน Arakurayama Sengen Park บานพร้อมกับวิวฟูจิเป็นภาพที่มีชื่อเสียงระดับโลก แต่ก็เป็นช่วงฤดูกาลยอดนิยมที่มีนักท่องเที่ยวแน่นที่สุดของปี แนะนำให้ไปให้เร็วที่สุดในตอนเช้า และเผื่อเวลารอคิวถ่ายรูปมากกว่าปกติในช่วงฤดูกาลนี้
ช่วงกรกฎาคมถึงต้นกันยายนเป็นฤดูปีนเขาไฟฟูจิอย่างเป็นทางการ (เส้นทาง Yoshida Trail เปิดให้ปีนตั้งแต่ 1 กรกฎาคม ถึง 10 กันยายน ของทุกปี) การเที่ยวชมตัวเมืองฟูจิโยชิดะไม่เกี่ยวข้องกับการปีนขึ้นยอดเขา สามารถเที่ยวเมืองนี้ได้ตลอดทั้งปีโดยไม่ต้องปีนเขาก็ได้ ส่วนคนที่สนใจปีนเขาในปี 2026 ต้องจองผ่านระบบออนไลน์ล่วงหน้าและมีค่าธรรมเนียมตามที่ระบุในหัวข้อค่าใช้จ่ายด้านล่าง
ช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนใบไม้ที่สวน Arakurayama Sengen Park และรอบเมืองเปลี่ยนเป็นสีแดงส้ม ให้ภาพที่ต่างจากซากุระแต่สวยไม่แพ้กัน เป็นอีกช่วงยอดนิยมที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวหนาแน่น แนะนำไปวันธรรมดาแทนวันหยุดสุดสัปดาห์หากเป็นไปได้
เดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์เป็นช่วงที่ท้องฟ้าแห้งและใสที่สุดของปี โอกาสเห็นยอดฟูจิแบบไม่มีเมฆบังสูงกว่าฤดูอื่นอย่างชัดเจน แลกกับอุณหภูมิที่ลดลงถึงระดับติดลบในตอนเช้า ต้องเตรียมเสื้อกันหนาวหนา ถุงมือ และรองเท้ากันลื่น เพราะบันไดขึ้น Chureito Pagoda อาจมีน้ำแข็งเกาะในบางวัน
การเที่ยวในแต่ละฤดูกาลให้บรรยากาศและประสบการณ์ที่แตกต่างกัน ทั้งสภาพอากาศ สีสันของธรรมชาติ ความคึกคักของนักท่องเที่ยว และกิจกรรมที่เหมาะกับช่วงเวลานั้น ๆ การเปรียบเทียบทั้ง 4 ฤดูกาลก่อนวางแผนเดินทางจึงช่วยให้เลือกช่วงเวลาได้ตรงกับสไตล์การเที่ยวของตัวเองมากขึ้น พร้อมเตรียมเสื้อผ้า งบประมาณ และแผนการเดินทางได้อย่างเหมาะสม
| ฤดู | อากาศ | ความแออัด | โอกาสเห็นฟูจิ | กิจกรรมเด่น |
| ใบไม้ผลิ (มี.ค.-เม.ย.) | อุ่นขึ้น 10-18°C | สูงมาก (ซากุระ) | ปานกลาง | ชมซากุระคู่ฟูจิ |
| ร้อน (มิ.ย.-ส.ค.) | 20-28°C | ปานกลาง | ต่ำ (เมฆบ่อย) | เที่ยวเมือง, ปีนฟูจิ (ก.ค.-ก.ย.) |
| ใบไม้ร่วง (พ.ย.) | 8-16°C | สูง | ปานกลาง-สูง | ชมใบไม้เปลี่ยนสี |
| หนาว (ธ.ค.-ก.พ.) | ติดลบถึง 8°C | ต่ำ | สูงที่สุด | ถ่ายรูปฟูจิฟ้าใส |
การเดินทางไม่ได้มีแค่เรื่องสถานที่ท่องเที่ยว แต่การได้ลองชิมอาหารท้องถิ่นก็เป็นอีกวิธีที่จะช่วยให้รู้จักเอกลักษณ์ของแต่ละเมืองมากขึ้น โดยเฉพาะเมนูที่มีรสชาติและวิธีการปรุงเฉพาะตัว ตั้งแต่อาหารจานหลักไปจนถึงของกินง่าย ๆ ระหว่างทาง ใครที่ชอบตระเวนชิมควรหาโอกาสลองอาหารพื้นเมืองเหล่านี้ เพื่อเติมสีสันให้ทริปและได้สัมผัสเสน่ห์ของท้องถิ่นผ่านรสชาติไปพร้อมกัน

Yoshida Udon (吉田うどん) คือเมนูอุด้งท้องถิ่นขึ้นชื่อของฟูจิโยชิดะ จุดเด่นคือเส้นแข็งและหนึบกว่าอุด้งทั่วไปมาก จนมีคนเรียกล้อเลียนว่าเป็นอุด้งที่แข็งที่สุดในญี่ปุ่น น้ำซุปทำจากผสมมิโสะกับซีอิ๊ว ให้รสเข้มกว่าอุด้งสไตล์คันไซ เดิมทีเป็นอาหารของคนงานทอผ้าในเมืองที่ต้องการพลังงานสูงจากมื้อกลางวัน เครื่องเคียงดั้งเดิมมักเป็นเนื้อม้าต้มหวานและกะหล่ำปลีลวก แต่ปัจจุบันหลายร้านปรับมาใช้หมูแทนเพื่อให้นักท่องเที่ยวที่ไม่คุ้นเนื้อม้าทานได้ง่ายขึ้น
ราคาทั่วไปเริ่มต้นที่ชามธรรมดาประมาณ 500–600 เยน และเมนูใส่ท็อปปิงพิเศษประมาณ 800–900 เยนขึ้นไป ร้านส่วนใหญ่เป็นกิจการครอบครัวขนาดเล็ก บางร้านปิดวันอาทิตย์หรือมีช่วงเวลาเปิด-ปิดจำกัด ควรตรวจสอบวันหยุดและเวลาทำการล่าสุดก่อนไป เพราะข้อมูลอาจเปลี่ยนแปลงได้
ถ้าเริ่มต้นที่ Shimoyoshida Station และเที่ยว Chureito Pagoda ก่อน ร้านแถวนั้นอย่าง Kurumaya Udon สะดวกที่สุดเพราะไม่ต้องเดินทางเพิ่ม ส่วนถ้าปิดท้ายทริปที่ Fujisan Station ร้าน Men’s Fujisan ที่อยู่ใกล้สถานีจะช่วยประหยัดเวลาเดินทางย้อนกลับก่อนขึ้นรถกลับโตเกียวหรือต่อไป Kawaguchiko
การเที่ยวให้คุ้มไม่จำเป็นต้องอัดสถานที่ให้แน่นจนเกินไป แต่ควรเลือกเส้นทางและกิจกรรมให้เหมาะกับเวลาที่มี รวมถึงงบประมาณที่วางไว้ แต่ละรูปแบบการเที่ยวมีข้อดีและค่าใช้จ่ายแตกต่างกัน ตั้งแต่ทริปสั้นแบบไปเช้าเย็นกลับ ไปจนถึงการพักค้างคืนเพื่อเที่ยวแบบสบาย ๆ การวางแผนล่วงหน้าและจัดลำดับความสำคัญจึงช่วยให้ใช้เวลาและงบได้อย่างเหมาะสมมากขึ้น
เพิ่มคืนพักในเมืองหรือใกล้เคียงเพื่อตื่นเช้าถ่ายรูปฟูจิช่วงฟ้าใสที่สุดของวันก่อนนักท่องเที่ยวกรุ๊ปทัวร์มาถึง วันที่สองสามารถเพิ่ม Oshino Hakkai หรือ Fuji-Q Highland แบบไม่ต้องรีบ และมีเวลาเดินเล่นย่าน Hataorimachi แบบสบาย ๆ ก่อนเดินทางกลับ
เน้น Chureito Pagoda ช่วงเช้าตรู่ → Honcho Street → Kanadorii โดยจัดเวลาให้สอดคล้องกับแสงเช้าและเลี่ยงช่วงเที่ยงที่แสงแข็งและฟูจิมักถูกเมฆบัง
ลดการเดินขึ้นบันไดยาว ๆ และการเปลี่ยนรถหลายต่อ เน้น Fuji-Q Highland ที่มีโซนสำหรับเด็กอย่าง Thomas Land ควบคู่กับ Roadside Station Fujiyoshida ที่มีที่นั่งพักและร้านอาหารหลากหลาย เหมาะกับเด็กเล็กมากกว่าการปีนบันได 398 ขั้นที่ Chureito Pagoda
วันฟ้าใส: เน้นจุดชมวิวฟูจิเป็นหลัก คือ Chureito Pagoda และ Honcho Street ตั้งแต่เช้า วันเมฆมาก: สลับไปเน้นกิจกรรมในร่มและวัฒนธรรมท้องถิ่น เช่น Fuji Visitor Center, ศาลเจ้า, ย่าน Hataorimachi และใช้เวลากับการกินอุด้งหลายร้านแทน
การเลือกที่พักให้เหมาะกับทริปไม่ได้มีแค่เรื่องราคา แต่ควรดูทั้งทำเล การเดินทาง ความสะดวกในการเที่ยว และบรรยากาศโดยรอบ หากเลือกโซนพักให้สอดคล้องกับแผนในแต่ละวัน ก็จะช่วยลดเวลาเดินทางและไม่ต้องเปลี่ยนที่พักบ่อยเกินไป โดยเฉพาะคนที่มีเวลาจำกัด ควรพิจารณาเรื่องการเดินทางเข้า–ออกและจุดต่อรถไว้ตั้งแต่ก่อนจองที่พักด้วย
เหมาะกับผู้เดินทางด้วยรถไฟหรือรถบัสที่ต้องการความสะดวกในการต่อรถไปจุดต่าง ๆ รอบเมือง ใกล้ร้านอาหารและร้านสะดวกซื้อ เดินทางเข้า-ออกเมืองง่าย
ที่พักบางแห่งแถว Shimoyoshida หรือฝั่งที่หันหน้าเข้าภูเขาไฟฟูจิโดยตรง เหมาะกับคนที่อยากตื่นมาเห็นฟูจิจากหน้าต่างห้องพักตอนเช้าโดยไม่ต้องเดินทางไปจุดชมวิวไกล ๆ
สำหรับคนที่อยากได้ประสบการณ์พักผ่อนแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม ควรเลือกห้องที่ระบุชัดว่ามีวิวภูเขาไฟฟูจิ (Fuji View Room) เพราะบางห้องในเรียวกังเดียวกันอาจมองไม่เห็นฟูจิเลย ควรตรวจสอบรายละเอียดห้องพักก่อนจองเสมอ
การวางงบเที่ยวเป็นอีกเรื่องที่ควรเตรียมให้พร้อมก่อนออกเดินทาง เพราะค่าใช้จ่ายไม่ได้มีเพียงค่าที่พักและการเดินทางเท่านั้น แต่ยังรวมถึงค่าอาหาร ค่าเข้าชมสถานที่ และค่าใช้จ่ายจิปาถะระหว่างวันด้วย การรู้ช่วงราคาคร่าว ๆ ล่วงหน้าจะช่วยให้กำหนดงบได้ง่ายขึ้น และเลือกวิธีเที่ยวให้เหมาะกับสไตล์และระยะเวลาที่มี โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายเกินแผนระหว่างทริป
| วิธีเดินทาง | ราคา (เที่ยวเดียว) | เวลา |
| FUJI EXCURSION (ชินจูกุ-Fujisan/Kawaguchiko) | ประมาณ 4,000-4,200 เยน | ~2 ชม. |
| รถไฟธรรมดาต่อสาย Fujikyu | ประมาณ 2,500-3,200 เยน | ~3-3.5 ชม. |
| รถบัสด่วนจาก Busta Shinjuku | ประมาณ 2,000-2,500 เยน | ~1.75-2 ชม. (ขึ้นกับจราจร) |
ราคาตรวจสอบล่าสุดช่วงกลางปี 2026 ควรเช็กราคาปัจจุบันอีกครั้งก่อนเดินทางเพราะมีการปรับราคาเป็นระยะ
รถบัสท้องถิ่นและรถบัสท่องเที่ยว (Fujikko Loop Bus) คิดค่าโดยสารตามระยะทางเริ่มต้นประมาณ 200-500 เยนต่อเที่ยว หากวางแผนเที่ยวหลายจุดในหนึ่งวัน บัตรเที่ยวรถบัสแบบไม่จำกัดเที่ยว 1-2 วัน (ประมาณ 1,500 เยน) คุ้มกว่าซื้อตั๋วแยกทุกครั้ง
Yoshida Udon เริ่มต้นประมาณ 500-900 เยนต่อชาม อาหารมื้ออื่นในร้านท้องถิ่นทั่วไปประมาณ 800-1,500 เยนต่อมื้อ ของว่างและเครื่องดื่มระหว่างทางประมาณ 300-500 เยน
| รายการ | งบประหยัด | งบสมดุล |
| เดินทางไป-กลับ | ~4,000-5,000 เยน (รถบัส) | ~8,000 เยน (FUJI EXCURSION) |
| อาหาร 2 มื้อ + ของว่าง | ~2,000 เยน | ~3,500 เยน |
| ค่าเข้าชม/กิจกรรม | ~0-1,000 เยน (จุดส่วนใหญ่ฟรี) | ~2,000-3,000 เยน |
| รวม | ~6,000-8,000 เยน | ~13,500-14,500 เยน |
รวมค่าเดินทาง อาหาร 4-5 มื้อ ที่พัก 1 คืน (ห้องมาตรฐานเริ่มต้นประมาณ 6,000-12,000 เยนต่อคืน) และกิจกรรมเสริม ประเมินรวมต่อคนอยู่ที่ประมาณ 20,000-30,000 เยน ขึ้นอยู่กับระดับที่พักที่เลือก

สำหรับผู้ที่ตั้งใจปีนภูเขาไฟฟูจิผ่านเส้นทาง Yoshida Trail ในช่วงฤดูกาลเปิด (1 กรกฎาคม – 10 กันยายน 2026) มีค่าใช้จ่ายแยกต่างหากจากการเที่ยวชมตัวเมือง ได้แก่ ค่าธรรมเนียมเข้าเส้นทางแบบบังคับ 4,000 เยนต่อคน (เป็นมาตรฐานใหม่ที่ใช้กับทั้ง 4 เส้นทางทั่วภูเขาไฟฟูจิ) ค่ารถบัสรับส่งไปสถานีที่ 5 ราวไป-กลับประมาณ 3,900 เยน และค่าพักที่กระท่อมบนเขา (Mountain Hut) หากค้างคืนเพื่อรอชมพระอาทิตย์ขึ้น ราคาประมาณ 13,000-17,000 เยนต่อคนต่อคืน รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดโดยประมาณ 20,000-40,000 เยนต่อคน ข้อมูลค่าธรรมเนียมและกฎการปีนเขาเปลี่ยนแปลงได้ทุกปี ควรตรวจสอบจากเว็บไซต์ทางการก่อนวางแผนจริง
การเที่ยวในปี 2026 มีรายละเอียดบางอย่างที่ควรเช็กให้เรียบร้อยก่อนออกเดินทาง ทั้งสภาพอากาศ การเดินทาง เวลาเปิด–ปิดของสถานที่ ค่าใช้จ่าย และข้อจำกัดต่าง ๆ ที่อาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล การเตรียมข้อมูลให้พร้อมตั้งแต่ก่อนเดินทางจะช่วยให้วางแผนได้แม่นยำขึ้น ลดปัญหาระหว่างทริป และจัดเวลาเที่ยวได้อย่างคุ้มค่ามากกว่าเดิม
ที่นั่งรถไฟ FUJI EXCURSION ช่วง High Season, ที่พักในเมืองหรือบริเวณใกล้เคียงช่วงซากุระและใบไม้เปลี่ยนสี, และหากมีแผนปีน Yoshida Trail ต้องจองทั้งช่วงเวลาเข้าเส้นทางผ่านระบบออนไลน์และที่พักกระท่อมบนเขาแยกต่างหาก เพราะกระท่อมยอดนิยมมักเต็มเร็วตั้งแต่เปิดจองล่วงหน้าหลายเดือน ควรตรวจสอบเงื่อนไขและช่วงเวลาเปิดจองล่าสุดก่อนวันเดินทาง
ทำ Checklist ก่อนออกจากที่พัก: สภาพอากาศและ Live Camera ของภูเขาไฟฟูจิ, ตารางเวลารถไฟ/รถบัสของวันนั้น (เพราะบางช่วงมีเที่ยวพิเศษหรือลดเที่ยว), สถานะการเปิด-ปิดของร้านอาหารที่ตั้งใจไป (ร้าน Yoshida Udon หลายร้านปิดบางวันในสัปดาห์) และเวลาปิดของจุดท่องเที่ยวที่มีเวลาทำการจำกัด
ทั้ง Honcho Street และจุดยอดนิยมอื่น ๆ ในเมืองเป็นพื้นที่ที่มีคนอยู่อาศัยจริง ไม่ควรยืนกลางถนนเพื่อถ่ายรูป ไม่ควรเข้าไปในบริเวณรั้วบ้านหรือที่ดินส่วนบุคคล และควรลดเสียงดังโดยเฉพาะช่วงเช้าตรู่ การเคารพพื้นที่ชุมชนช่วยให้เมืองยังคงเปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวได้อย่างยั่งยืน
ควรบันทึกลิงก์เว็บไซต์ทางการของการท่องเที่ยวจังหวัดยามานาชิ เว็บไซต์ Fujikyu Railway และ Fujikyu Bus สำหรับตารางเดินรถล่าสุด และเว็บไซต์ทางการสำหรับการจองปีน Yoshida Trail หากมีแผนขึ้นเขา เพื่อใช้ตรวจสอบข้อมูลราคา ตารางเวลา และประกาศการท่องเที่ยวที่อาจเปลี่ยนแปลงก่อนวันเดินทางจริง
ก่อนออกเดินทาง หลายคนมักมีคำถามเกี่ยวกับการวางแผนทริป ตั้งแต่ช่วงเวลาที่เหมาะกับการเดินทาง วิธีเดินทาง ค่าใช้จ่าย สภาพอากาศ ไปจนถึงการเตรียมตัวและข้อควรรู้ต่าง ๆ รวบรวมคำถามที่พบบ่อยมาสรุปไว้ในส่วนนี้ เพื่อช่วยให้วางแผนได้ง่ายขึ้นและเตรียมตัวได้อย่างมั่นใจก่อนออกเดินทาง
ไม่มีการรับประกัน แต่ช่วงเช้าตรู่ก่อน 8 โมงและช่วงฤดูหนาว (ธ.ค.-ก.พ.) มีโอกาสเห็นฟูจิชัดสูงที่สุด เพราะท้องฟ้าแห้งและเมฆน้อยกว่าฤดูอื่น
คุ้ม หากวางแผน Route ให้ไม่ย้อนเส้นทางและออกเดินทางแต่เช้า สามารถเที่ยว Chureito Pagoda, Honcho Street, ศาลเจ้า และกินอุด้งได้ครบภายในวันเดียว
ขึ้นอยู่กับประเภทพาส: JR Pass แบบทั่วประเทศใช้ได้เฉพาะช่วงชินจูกุ-Otsuki เท่านั้น ช่วง Otsuki ไป Fujisan/Kawaguchiko เป็นเส้นทางของ Fujikyu Railway ที่ต้องจ่ายเพิ่ม ส่วน JR Tokyo Wide Pass ครอบคลุมเส้นทาง Fujikyu Railway ทั้งสาย นั่ง FUJI EXCURSION ได้ตลอดเส้นทางโดยไม่ต้องจ่ายเพิ่ม เพียงจองที่นั่งล่วงหน้า
ได้ เพราะจุดท่องเที่ยวหลักอย่าง Chureito Pagoda, Honcho Street และศาลเจ้า Kitaguchi Hongu อยู่ในระยะเดินถึงได้จากสถานีรถไฟ ส่วนจุดที่ไกลออกไปอย่าง Oshino Hakkai มีรถบัสท้องถิ่นวิ่งรองรับ
ขึ้นอยู่กับแต่ละที่พัก เรียวกังและออนเซ็นสาธารณะบางแห่งยังมีข้อจำกัดเรื่องรอยสัก ควรตรวจสอบนโยบายของแต่ละแห่งก่อนจองหรือเข้าใช้บริการ
ร้านค้าใหญ่และที่พักส่วนใหญ่รับบัตรเครดิต แต่ร้านอุด้งท้องถิ่นขนาดเล็กหลายร้านยังรับเฉพาะเงินสด ควรพกเงินสดสำรองติดตัวเสมอเมื่อเที่ยวในเมืองขนาดเล็กแบบนี้
“ฟูจิโยชิดะเป็นเมืองที่ไม่จำเป็นต้องเที่ยวแบบรีบเก็บทุกจุด เพราะยิ่งเดินช้า ๆ ยิ่งเห็นเสน่ห์เล็ก ๆ ระหว่างทาง และบางทีสิ่งที่ไม่ได้ตั้งใจเจอนั่นแหละ อาจกลายเป็นความทรงจำที่จำได้นานที่สุด”
ฟูจิโยชิดะเหมาะกับนักเดินทางที่อยากเห็นภูเขาไฟฟูจิในมุมที่เป็นภาพจำของญี่ปุ่นจริง ๆ อย่าง Chureito Pagoda และ Honcho Street โดยไม่ต้องเช่ารถ ทั้งยังเหมาะกับสายกินที่อยากลอง Yoshida Udon เมนูท้องถิ่นที่หาไม่ได้ที่อื่น และเหมาะกับคนที่อยากสัมผัสฟูจิในมุม Local มากกว่าเมืองท่องเที่ยวริมทะเลสาบ ไม่ว่าจะมีเวลาแค่ครึ่งวันระหว่างทางไป Kawaguchiko หรือวางแผนพักค้างเพื่อรอถ่ายรูปฟูจิยามเช้า เมืองเล็ก ๆ แห่งนี้ก็ตอบโจทย์ได้ทั้งสายถ่ายรูป สายอาหาร และสายวัฒนธรรมในทริปเดียว

Blogger : Pennapa Uttamang
Position : แกะรอยวิธีคิด พลิกวิกฤตเป็นทริปใหม่: บันทึกการเดินทางฉบับเรียลไทม์ โดยบรรณาธิการผู้หลงรักญี่ปุ่น
จากอดีตบรรณาธิการที่รับใช้ถ้อยคำมาหลายทศวรรษ สู่การเป็นนักเขียนและนักออกแบบโบรชัวร์ญี่ปุ่นที่หลงรักการเดินทางเป็นชีวิตจิตใจ อ้อตั้งใจส่งต่อแรงบันดาลใจผ่านเรื่องราวที่ "จริง" และ "ใช้ได้จริง" ตั้งแต่วิถีชีวิต การทำธุรกิจท้องถิ่น ไปจนถึงลายแทงร้านอร่อยที่ชาวบ้านกินกันจริงๆ เพราะเชื่อว่าเสน่ห์ของญี่ปุ่นไม่ได้มีแค่ภาพสวยๆ แต่คือแนวคิดที่นำมาปรับใช้กับชีวิตได้ และอ้อยินดีที่จะเป็นไกด์นำทางให้ทริปของคุณราบรื่นขึ้น แม้ในวันที่ฟ้าไม่เป็นใจค่ะ

วิธีเดินทางสุดประหยัดจากโตเกียว เที่ยวฟูจิ ที่คาวากูจิโกะ
ทริป เที่ยวฟูจิ คราวนี้ไม่มีหลง เพราะเรารวบรวมวิธีการเดินทางจากกรุงโตเกียวไปยั...

เที่ยวญี่ปุ่น เมืองไหนดี แนะนำ 10 เมืองเด็ด ความน่าสนใจ ที่ต้องไปเยือน
เที่ยวญี่ปุ่น เมืองไหนดี แนะนำ 10 เมืองเด็ดน่าเที่ยว ที่มีความโดดเด่นน่าสนใจ ท...

รวม แอพ รถไฟ ญี่ปุ่น เช็คได้ทั่วประเทศ ใช้สะดวก ไม่มีหลง
รวม แอพ รถไฟ ญี่ปุ่น สุดสะดวก จัดให้แบบเต็มๆ ทุกแอเรีย หาสาย เช็คเวลากันแบบชิล...

รีวิว OMO7 Yokohama นอนโรงแรมใหม่อดีตศาลาว่าการโยโกฮาม่า
ครั้งนี้มีโอกาสได้มาพักที่ OMO7 Yokohama by Hoshino Resorts โรงแรมใหม่ในโยโกฮา...

รีวิว Big Ban Asahikawa Miyamae Store ร้านรีไซเคิลครบวงจรแห่งฮอกไกโด ช้อปของมือสองญี่ปุ่นคุณภาพดี ราคาโดนใจ !
Big Ban Asahikawa Miyamae Store คืออะไร? ทำไมนักช้อปไทย […]...
Police
110
Ambulance
119
AMDA International Medical Information Center
03-6233-9266
สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว
090-4435-7812
สถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซาก้า
090-1895-0987
สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฟุกุโอกะ
090-2585-3027 หรือ 090-9572-1515