Koriyama จังหวัดฟุกุชิมะ เมืองที่ไม่ควรเป็นแค่ทางผ่าน! ตามหาซากุระพันปีและถ้ำหินปูนแบบ Unseen

พาไปรู้จักโคริยามะ (Koriyama) เมืองศูนย์กลางการเดินทางของฟุกุชิมะที่นักท่องเที่ยวไทยมักมองข้าม ตั้งแต่วิธีเดินทางจากโตเกียว จุดเที่ยวห้ามพลาดอย่างซากุระพันปีและถ้ำหินปูน ไปจนถึงงบประมาณและแผนเที่ยวที่ใช้ได้จริง อัปเดตปี 2026
Contents Index
  1. 1 โคริยามะ (Koriyama) คือเมืองแบบไหน
    1. 1.1 ทำไมโคริยามะจึงน่าสนใจ
    2. 1.2 โคริยามะเหมาะกับใคร
    3. 1.3 ควรพักค้างคืนหรือไปเช้าเย็นกลับ
  2. 2 เที่ยวโคริยามะฤดูไหนดี
    1. 2.1 ฤดูใบไม้ผลิ
    2. 2.2 ฤดูร้อน
    3. 2.3 ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี
    4. 2.4 ฤดูหนาว
  3. 3 วิธีเดินทางไปโคริยามะ
    1. 3.1 จากโตเกียว
    2. 3.2 จากสนามบินฟุกุชิมะ
    3. 3.3 การเดินทางภายในเมือง
    4. 3.4 JR Pass หรือเช่ารถ
  4. 4 สถานที่ท่องเที่ยวห้ามพลาด
    1. 4.1 Kaiseizan Park
    2. 4.2 Koriyama Nunobiki Highland of the Wind
    3. 4.3 Lake Inawashiro
    4. 4.4 Bandai Atami Onsen
    5. 4.5 Asaka Distillery
    6. 4.6 Miharu Takizakura
    7. 4.7 Abukuma Cave
    8. 4.8 Takashiba Deko Yashiki
    9. 4.9 Ouchi-juku
  5. 5 กินอะไรและซื้ออะไรกลับดี
    1. 5.1 ปลาคาร์ป
    2. 5.2 โคริยามะแบล็ก
    3. 5.3 อิกะนินจิน
    4. 5.4 ครีมบ็อกซ์
    5. 5.5 วิสกี้และสาเกจากซาซาโนะคาวะ
    6. 5.6 อิกะนินจินบรรจุแพ็ค
    7. 5.7 กาแฟโอเระราคุโอ
  6. 6 พักที่ไหนดี
    1. 6.1 โรงแรมใกล้สถานี
    2. 6.2 เรียวกังออนเซ็น
  7. 7 ตัวอย่างแผนเที่ยว
    1. 7.1 1 วัน — เที่ยวในเมือง
    2. 7.2 2 วัน 1 คืน — เที่ยวเมืองและรอบนอก
    3. 7.3 3 วัน 2 คืน — เที่ยวโคริยามะและเมืองใกล้เคียง
  8. 8 งบประมาณและข้อควรรู้
  9. 9 ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ
  10. 10 เที่ยวโดยรถไฟหรือเช่ารถ
  11. 11 ข้อควรรู้ก่อนเดินทาง
  12. 12 คำถามที่พบบ่อย
    1. 12.1 โคริยามะควรพักกี่คืน?
    2. 12.2 ไม่เช่ารถเที่ยวได้ไหม?
    3. 12.3 JR Pass ใช้ได้ไหม?
    4. 12.4 ราเมงโคริยามะแบล็กต่างจากราเมงคิตาคาตะยังไง?
    5. 12.5 ควรเที่ยวคู่กับเมืองไหน?
  13. 13 สรุป

โคริยามะ (Koriyama) คือเมืองแบบไหน

ถ้าเปิดแผนที่ภูมิภาคโทโฮคุแล้วมองหาจุดที่อยู่ตรงกลางพอดี จุดนั้นคือโคริยามะ (Koriyama) เมืองในจังหวัดฟุกุชิมะที่ไม่ได้มีชื่อเสียงระดับซากุระโตเกียวหรือหิมะฮอกไกโด แต่กลับเป็นจุดเปลี่ยนขบวนที่นักเดินทางสายโทโฮคุแทบทุกคนต้องผ่าน ด้วยระยะทางจากสถานีโตเกียวเพียงราว 1 ชั่วโมง 20 นาทีถึง 1 ชั่วโมงครึ่งโดยชินคันเซ็นสายโทโฮคุ โคริยามะจึงทำหน้าที่เป็นทั้งจุดหมายปลายทางในตัวเอง และเป็นฐานสำหรับการเดินทางต่อไปยังทะเลสาบอินาวาชิโระหรือเมืองไอสึที่อยู่ถัดไปอีกด้วย

เมืองนี้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของฟุกุชิมะมาตั้งแต่ยุคเมจิโน่นเลย จวบจนเมื่อมีการขุดคลองส่งน้ำอาซากะโซซุย (Asaka Sosui) แล้วดึงน้ำจากทะเลสาบอินาวาชิโระมาเปลี่ยนที่ราบแห้งแล้งให้กลายเป็นพื้นที่เกษตรกรรม เรื่องราวการบุกเบิกนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของญี่ปุ่น และยังเห็นร่องรอยได้ที่สวนสาธารณะไคเซซัง ใจกลางเมือง

ทำไมโคริยามะจึงน่าสนใจ

จุดแข็งของโคริยามะไม่ใช่วิวพาโนรามาแบบเมืองท่องเที่ยวหลักอื่นๆ แต่เป็นสถานะ “ทางแยกของโทโฮคุ” สถานีโคริยามะเป็นจุดตัดของชินคันเซ็นสายโทโฮคุกับสายบันเอ็ตสึไซ (Ban’etsu West Line) ที่พาไปทะเลสาบอินาวาชิโระและไอสึวากามัตสึรวมถึงสายบันเอ็ตสึฮิงาชิ (Ban’etsu East Line) และสายมิถึงฮิกาชิ (Suigun Line) เท่ากับว่าใครวางแผนเที่ยวฟุกุชิมะแบบไม่รีบ มีโอกาสสูงที่จะได้แวะโคริยามะอย่างน้อยครั้งหนึ่งอยู่ดี

“เมืองที่ดีสำหรับการเที่ยวไม่จำเป็นต้องมีแลนด์มาร์กเต็มเมือง แค่เดินทางต่อสะดวกและมีเรื่องให้ค้นระหว่างทางก็เพียงพอ โคริยามะจึงเหมาะกับคนที่ชอบเที่ยวแบบค่อย ๆ เปิดแผนที่แล้วเจออะไรใหม่ ๆ มากกว่าการวิ่งเช็กอินให้ครบ”

ต่างจากเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมอย่างเซนไดหรือไอสึวากามัตสึที่นักท่องเที่ยวแน่นตลอดปี โคริยามะยังคงความเป็นเมืองของคนท้องถิ่นจริง ๆ เดินเข้าร้านราเมงหรือร้านขนมปังคนพื้นที่ไปกินกันเองโดยไม่ต้องแย่งคิวกับทัวร์ ขณะเดียวกันก็มีของดีซ่อนอยู่ไม่น้อย ทั้งซากุระพันปีที่ได้รับยกย่องเป็นหนึ่งในสามซากุระที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ถ้ำหินปูนที่ใหญ่ระดับประเทศ และโรงกลั่นวิสกี้ที่กำลังไต่อันดับโลก

โคริยามะเหมาะกับใคร

โคริยามะเหมาะกับคนที่อยากเห็นโทโฮคุแบบไม่ปรุงแต่งเพื่อนักท่องเที่ยว ชอบขับรถเที่ยวรอบนอกเมือง สนใจเรื่องวิสกี้-สาเก หรือกำลังวางแผนทริปยาวที่อยากใช้โคริยามะเป็นฐานก่อนไปต่อที่ทะเลสาบอินาวาชิโระ ไอสึวากามัตสึ หรือแม้แต่เซนได นอกจากนี้คนที่มาช่วงปลายมีนาคมถึงกลางเมษายนจะได้เห็นซากุระในหลายจุดพร้อมกัน ทั้งในเมืองและรอบนอก

ส่วนคนที่มองหาแลนด์มาร์กระดับ “ต้องมาให้ได้ก่อนตาย” แบบวัดเก่าแก่หรือปราสาทใหญ่โต อาจต้องปรับความคาดหวังลงนิดหนึ่ง เพราะจุดเด่นของโคริยามะเป็นแบบกระจาย ต้องมีรถหรือใจสู้กับรถบัสท้องถิ่นถึงจะเก็บครบทุกจุด และร้านค้าบางแห่งปิดเร็วตามแบบเมืองต่างจังหวัดทั่วไป

“เสน่ห์ของเมืองรองญี่ปุ่นอยู่ตรงที่เราไม่ได้รู้สึกเหมือนกำลังอยู่ในฉากท่องเที่ยวตลอดเวลา ลองเผื่อเวลาสักช่วงสำหรับเดินเข้าร้านเล็ก ๆ หรือแวะซื้อของจากร้านที่คนท้องถิ่นใช้จริง เพราะบางครั้งประสบการณ์แบบนี้จำได้นานกว่าการถ่ายรูปหน้าสถานที่ดังเสียอีก”

ควรพักค้างคืนหรือไปเช้าเย็นกลับ

การไปเช้าเย็นกลับจากโตเกียวทำได้จริง เพราะรถไฟความเร็วสูงเที่ยวแรกออกราว 6 โมงเช้า และเที่ยวสุดท้ายจากโคริยามะกลับโตเกียวมีถึงราว 3-4 ทุ่ม แต่ถ้าไปแบบวันเดียวจะเก็บได้แค่ตัวเมืองกับจุดท่องเที่ยวใกล้สถานี เช่น สวนไคเซซังกับโรงกลั่นวิสกี้อาซากะ

แต่หากแวะพักสักหนึ่งคืน จะช่วยให้ทริปเดินทางในโคริยามะของคุณไปถึงจุดท่องเที่ยวที่อยู่รอบนอกอย่างทะเลสาบอินาวาชิโระ ออนเซ็นบันไดอาตามิ หรือถ้ำหินปูนอาบุคุมะได้แบบไม่ต้องเร่งจนเหนื่อย ส่วนคนที่อยากลากยาวไปถึงโออุจิจุกุ หรือเที่ยวรอบทะเลสาบอินาวาชิโระแบบเต็มวัน แนะนำ 2 คืนขึ้นไปเดินทางชิลๆ มากกว่า

“ทริปวันเดียวไม่ได้แปลว่าคุ้มกว่าเสมอไป เพราะสิ่งที่ต้องแลกคือเวลาและความเร่งรีบ หากเป้าหมายคือการเที่ยวรอบนอกหลายจุด การเพิ่มคืนเดียวอาจเปลี่ยนทริปจาก ‘ตารางแน่น’ ให้กลายเป็น ‘เที่ยวจริง’ ได้อย่างเห็นได้ชัด”

เที่ยวโคริยามะฤดูไหนดี

เป็นเมืองท่องเที่ยวแนะนำ ที่สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี โดยแต่ละฤดูกาลมีบรรยากาศและเสน่ห์แตกต่างกัน ตั้งแต่ช่วงที่ธรรมชาติเริ่มผลิบาน อากาศอบอุ่นเหมาะกับการเดินเที่ยว ไปจนถึงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีและช่วงอากาศหนาวที่ได้สัมผัสบรรยากาศอีกแบบ การเลือกช่วงเวลาให้เหมาะกับสิ่งที่อยากชมและกิจกรรมที่ต้องการทำ จะช่วยให้วางแผนเที่ยวโคริยามะได้สนุกและคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น

“การเลือกฤดูเที่ยวเมืองรองมีผลกับประสบการณ์มากกว่าที่คิด เพราะสถานที่เดียวกันอาจให้ความรู้สึกต่างกันโดยสิ้นเชิงในแต่ละช่วงปี ดังนั้นอย่าเลือกวันเดินทางจากคำว่า ‘อากาศดี’ อย่างเดียว แต่ให้เลือกจากสิ่งที่อยากเห็นด้วย จะวางแผนได้แม่นกว่า”

ฤดูใบไม้ผลิ

ช่วงปลายมีนาคมถึงกลางเมษายน อุณหภูมิอยู่ราว 5-15°C เป็นฤดูที่คุ้มที่สุดสำหรับโคริยามะ เพราะซากุระบานพร้อมกันหลายจุด ทั้งซากุระราว 1,300 ต้นที่สวนไคเซซังใจกลางเมือง และซากุระพันปีมิฮารุทากิซากุระ (Miharu Takizakura) ที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล นักท่องเที่ยวเยอะขึ้นชัดเจนในช่วงสัปดาห์ที่ดอกบานเต็มที่ โดยเฉพาะวันหยุดสุดสัปดาห์ที่มิฮารุทากิซากุระซึ่งมีคนมาเป็นแสนคนต่อฤดูกาล ถ้าอยากเลี่ยงคนแน่นควรไปช่วงเช้าตรู่หรือวันธรรมดา

Cr : https://welovefukushima.com/

ฤดูร้อน

เดือนมิถุนายนถึงสิงหาคม อากาศร้อนชื้นราว 20-30°C กิจกรรมเด่นคือทุ่งดอกทานตะวันที่ที่ราบสูงนุโนบิกิ (Nunobiki Kogen) ซึ่งบานตั้งแต่ต้นสิงหาคมถึงต้นกันยายน บนที่ราบสูงระดับความสูงราว 1,000 เมตร อากาศเย็นกว่าตัวเมืองพอสมควร เป็นจุดหลบร้อนที่คนท้องถิ่นชอบไปมากกว่านักท่องเที่ยว ส่วนถ้ำอาบุคุมะก็เป็นตัวเลือกดีสำหรับวันที่อากาศร้อนจัด เพราะภายในถ้ำเย็นคงที่ราว 15°C ตลอดปี นักท่องเที่ยวช่วงนี้ไม่หนาแน่นเท่าฤดูใบไม้ผลิ

“นี่เป็นอีกข้อดีของการเที่ยวพื้นที่ที่มีภูมิประเทศหลากหลาย เพราะวันที่ตัวเมืองร้อน ไม่ได้หมายความว่าทั้งจังหวัดต้องร้อนเหมือนกัน การขยับระดับความสูงขึ้นไปยังพื้นที่ภูเขาจึงเป็นหนึ่งในวิธีเปลี่ยนบรรยากาศของทริปโดยไม่ต้องเปลี่ยนจังหวัด”

ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี

เดือนตุลาคมถึงกลางพฤศจิกายน อากาศเย็นสบายราว 10-18°C จุดชมใบไม้แดงที่แนะนำคือรอบทะเลสาบอินาวาชิโระกับเทือกเขาบันได (Mt. Bandai) ซึ่งใบไม้เปลี่ยนสีสวยไม่แพ้จุดดัง ๆ ของญี่ปุ่นแต่คนน้อยกว่ามาก สวนไคเซซังก็มีกุหลาบบานรอบสองในช่วงกลางกันยายนถึงปลายตุลาคม เป็นอีกมุมของสวนที่ต่างจากภาพซากุระในฤดูใบไม้ผลิโดยสิ้นเชิง

Cr : https://welovefukushima.com/

ฤดูหนาว

เดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ อุณหภูมิติดลบถึงราว 5°C มีหิมะตกแต่ไม่หนาเท่าฝั่งไอสึหรือเมืองชายฝั่งทะเลญี่ปุ่น จุดเด่นของช่วงนี้คือออนเซ็น โดยเฉพาะบันไดอาตามิออนเซ็นที่นั่งรถไฟจากโคริยามะแค่ 13 นาที และลานสกีที่อินาวาชิโระซึ่งเปิดให้บริการช่วงกลางธันวาคมถึงปลายมีนาคม เป็นฤดูที่นักท่องเที่ยวน้อยที่สุด เหมาะกับคนที่อยากได้บรรยากาศเงียบสงบจริงๆ

วิธีเดินทางไปโคริยามะ

การเดินทางไปโคริยามะ ค่อนข้างสะดวก เพราะเป็นหนึ่งในเมืองศูนย์กลางการคมนาคมสำคัญของจังหวัดฟุกุชิมะ สามารถเดินทางเชื่อมต่อจากโตเกียวและเมืองหลักในภูมิภาคโทโฮคุได้หลายรูปแบบ โดยเฉพาะรถไฟที่ช่วยประหยัดเวลาและเหมาะกับการจัดทริปด้วยตัวเอง นักท่องเที่ยวจึงสามารถวางโคริยามะไว้เป็นทั้งจุดหมายปลายทางหรือจุดตั้งต้นสำหรับเที่ยวเมืองอื่นๆ ในฟุกุชิมะได้อย่างยืดหยุ่น

จากโตเกียว

วิธีเดินทางระยะเวลาราคา (เที่ยวเดียว)หมายเหตุ
ชินคันเซ็นสายโทโฮคุ (ยามาบิโกะ) ที่นั่งจองประมาณ 1 ชม. 20 นาที – 1 ชม. 30 นาทีประมาณ 8,450 เยนจองที่นั่งล่วงหน้าผ่านเว็บ eki-net ช่วยประหยัดได้ราว 200-2,000 เยน
ชินคันเซ็นสายโทโฮคุ (ยามาบิโกะ) ที่นั่งอิสระประมาณ 1 ชม. 30 นาทีประมาณ 7,920 เยนมีทั้งตู้ที่นั่งจองและตู้ที่นั่งอิสระในขบวนเดียวกัน
ชินคันเซ็นสายโทโฮคุ (นาสึโนะ)ประมาณ 1 ชม. 40 นาที – 2 ชม.ใกล้เคียงยามาบิโกะจอดทุกสถานีระหว่างทางจึงใช้เวลานานกว่ายามาบิโกะเล็กน้อย
รถบัสทางไกลประมาณ 4 ชม.ประมาณ 3,500-5,000 เยนราคาถูกกว่ามากแต่ใช้เวลานาน เหมาะกับคนไม่รีบ
รถเช่าประมาณ 2 ชม. 45 นาที – 3 ชม. 30 นาทีค่าเช่ารถ + ค่าทางด่วนราว 7,000-8,000 เยนใช้ทางด่วนโทโฮคุ (Tohoku Expressway) เวลาผันแปรตามสภาพจราจรออกจากตัวเมืองโตเกียวและจุดแวะพัก

ชินคันเซ็นสายโทโฮคุครอบคลุมโดย Japan Rail Pass แบบทั่วประเทศทุกขบวน แต่ขบวนฮายาบุสะ (Hayabusa) ซึ่งเร็วที่สุดของสายนี้ไม่จอดที่โคริยามะหรือสถานีใดในฟุกุชิมะเลย วิ่งยาวจากโอมิยะไปเซนไดโดยไม่แวะ ขบวนที่จอดโคริยามะมีเฉพาะยามาบิโกะและนาสึโนะเท่านั้น

⚠️ ตั้งแต่วันที่ 13 มีนาคม 2026 JR East ยกเลิกการขาย JR EAST PASS (Tohoku area) ที่หลายคนคุ้นเคย และรวมเข้ากับพาสภาคนากาโนะ-นีงาตะเดิม กลายเป็น JR EAST PASS เวอร์ชันใหม่แบบเดียวที่ครอบคลุมทั้งโทโฮคุ นากาโนะ และนีงาตะ มีให้เลือกแบบ 5 วัน ราคา 35,000 เยน และแบบ 10 วัน ราคา 50,000 เยน ครอบคลุมชินคันเซ็นสายโทโฮคุ ยามากาตะ และอากิตะ เหมาะกับใครที่วางแผนเที่ยวหลายเมืองในโทโฮคุต่อเนื่องกัน แต่ถ้าไปแค่โคริยามะเที่ยวเดียวไป-กลับ ซื้อตั๋วปกติมักคุ้มกว่า ราคาและเงื่อนไขอาจเปลี่ยนแปลงได้ ควรเช็กกับเว็บไซต์ทางการของ JR East ก่อนเดินทางทุกครั้ง

จากสนามบินฟุกุชิมะ

สนามบินฟุกุชิมะ (Fukushima Airport) เป็นสนามบินภายในประเทศเป็นหลัก ไม่มีเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ นักท่องเที่ยวไทยส่วนใหญ่จึงยังคงบินเข้านาริตะหรือฮาเนดะแล้วต่อชินคันเซ็นจะสะดวกกว่า แต่สำหรับคนที่บินเชื่อมภายในญี่ปุ่นมาลงที่นี่ มีรถลิมูซีนบัสไปสถานีโคริยามะ ใช้เวลาประมาณ 40 นาที ราคาประมาณ 1,120 เยน

การเดินทางภายในเมือง

ตัวเมืองรอบสถานีโคริยามะเดินได้สบาย ร้านอาหารและห้างส่วนใหญ่อยู่ในระยะเดิน 10-15 นาทีจากสถานี ส่วนจุดที่ไกลออกไปอย่างสวนไคเซซังหรือโรงกลั่นวิสกี้อาซากะต้องต่อรถบัสท้องถิ่นหรือแท็กซี่ รถบัสในเมืองเริ่มต้นราว 200-300 เยนต่อเที่ยว ส่วนแท็กซี่เริ่มต้นราว 700-800 เยน และเพิ่มตามระยะทาง

สำหรับจุดรอบนอกอย่างทะเลสาบอินาวาชิโระ บันไดอาตามิออนเซ็น หรือถ้ำอาบุคุมะ รถไฟท้องถิ่นสายบันเอ็ตสึไซและบันเอ็ตสึฮิงาชิพาไปได้ แต่ความถี่ของรถไฟไม่มากเท่าในเมืองใหญ่ ควรเช็กตารางเวลาล่วงหน้า ถ้าไม่อยากรอนาน การเช่ารถขับเองจะยืดหยุ่นกว่ามาก

“เมืองญี่ปุ่นที่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อการเดินเที่ยวทุกจุด ควรคิดเส้นทางแบบ ‘จุดหลัก + จุดเสริม’ มากกว่าไล่เก็บทุกสถานที่ วิธีนี้ช่วยลดเวลารอรถและทำให้มีช่องว่างสำหรับเหตุการณ์ที่ไม่ได้อยู่ในแผน เช่น ร้านอร่อยที่เดินผ่านหรือวิวสวยที่อยากหยุดถ่ายรูป”

JR Pass หรือเช่ารถ

ถ้าแผนเที่ยวเน้นเมืองใหญ่ที่เชื่อมด้วยรถไฟ เช่น โคริยามะ-เซนได-โมริโอกะ การใช้ JR EAST PASS แบบใหม่จะสะดวกและอาจคุ้มกว่า แต่ถ้าตั้งใจจะไปจุดรอบนอกอย่างมิฮารุทากิซากุระ ถ้ำอาบุคุมะ หรือที่ราบสูงนุโนบิกิที่รถไฟเข้าไม่ถึงหรือต้องต่อรถหลายทอด การเช่ารถขับเองจะช่วยประหยัดเวลาได้มาก ค่าเช่ารถขนาดกลางเริ่มต้นราว 6,000-9,000 เยนต่อวัน บวกค่าทางด่วนและค่าน้ำมัน คนที่ไม่ถนัดขับรถซ้ายมือหรือไม่มีใบขับขี่สากล แนะนำวางแผนใช้รถไฟผสมแท็กซี่แทน

“วิธีเลือกพาสกับรถเช่าไม่ควรดูแค่ราคา เพราะเวลาที่ประหยัดได้ก็มีมูลค่าเช่นกัน ถ้าจุดหมายกระจายตัวมาก รถเช่าอาจไม่ได้แค่พาไปถึงเร็วขึ้น แต่ทำให้เราออกแบบเส้นทางแบบวนกลับได้ โดยไม่ต้องย้อนกลับมาที่สถานีเดิมหลายครั้ง”

สถานที่ท่องเที่ยวห้ามพลาด

เมืองนี้ไม่ได้เป็นเพียงเมืองศูนย์กลางการเดินทางของจังหวัดฟุกุชิมะเท่านั้น แต่ยังมีเสน่ห์ซ่อนอยู่ในหลากหลายมิติ ทั้งธรรมชาติอันงดงาม ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมท้องถิ่น และกิจกรรมที่เที่ยวได้ตลอดทั้งปี ใครที่กำลังวางแผนมาเที่ยวฟุกุชิมะจึงไม่ควรมองโคริยามะเป็นเพียงเมืองสำหรับเปลี่ยนขบวนรถไฟ แต่ควรเผื่อเวลาแวะสำรวจเมืองและสัมผัสบรรยากาศท้องถิ่นกันสักครั้ง 

Kaiseizan Park

สวนสาธารณะไคเซซัง คือสัญลักษณ์ของเมืองโคริยามะ สร้างขึ้นบนพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับการบุกเบิกที่ราบอาซากะในยุคเมจิ จุดเด่นคือซากุระโซเมโยชิโนะเก่าแก่ที่สุดต้นหนึ่งของญี่ปุ่น ปลูกโดยผู้บุกเบิกเมื่อราวปี 1878 รวมกับซากุระอีกกว่า 1,300 ต้นทั่วสวน ช่วงดอกบานมีการประดับไฟยามค่ำคืน (โยซากุระ) และมีร้านค้าริมทางออกมาขายของกันคึกคัก

Kaiseizan Park

ที่อยู่5 Kaisei, Koriyama, Fukushima 963-8851 ญี่ปุ่น
วิธีเดินทาง จากสถานีโคริยามะ นั่งรถบัสสาย 9 ผ่านศาลาว่าการเมือง ลงป้ายโคริยามะซิยาคุโชแล้วเดินต่ออีกไม่กี่นาที
เวลาทำการเปิดตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนช่วงประดับไฟยามค่ำคืนฤดูซากุระอยู่ราว 18.00-22.00
ราคาไม่มีค่าเข้า เป็นสวนสาธารณะเปิดตลอด
WebsiteKaiseizan Park

ดูแผนที่ Kaiseizan Park

<iframe src="https://www.google.com/maps/embed?pb=!1m18!1m12!1m3!1d3169.652612473543!2d140.3556821114452!3d37.39804687196619!2m3!1f0!2f0!3f0!3m2!1i1024!2i768!4f13.1!3m3!1m2!1s0x60206cb78ce4a551%3A0x51ccf4740d4924b0!2sKaiseizan%20Park!5e0!3m2!1sen!2sus!4v1786550932117!5m2!1sen!2sus" width="600" height="450" style="border:0;" allowfullscreen="" loading="lazy" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin"></iframe>


Koriyama Nunobiki Highland of the Wind

ที่ราบสูงนุโนบิกิ อยู่บนยอดเขาสูงราว 1,000 เมตร ทางใต้ของทะเลสาบอินาวาชิโระ จุดเด่นคือกังหันลมยักษ์ 33 ต้นที่เรียงรายบนสันเขา หนึ่งในฟาร์มกังหันลมใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น รวมกับทุ่งดอกทานตะวันที่ปลูกสลับช่วงเวลากันเพื่อให้บานได้ตลอดฤดูร้อน และมีดอกคอสมอสตามมาในช่วงปลายฤดู

Koriyama Nunobiki Highland of the Wind

ที่อยู่Akatsu, Konan-machi, Koriyama City, Fukushima Pref. 963-1631
วิธีเดินทางจากสถานี JR โคริยามะ (JR Koriyama Station) สายโทโฮคุ (Tohoku Line) ต่อแท็กซี่ประมาณ 90 นาที
เวลาทำการ
ราคาฟรี
WebsiteKoriyama Nunobiki Highland of the Wind

ดูแผนที่ Koriyama Nunobiki Highland of the Wind

<iframe src="https://www.google.com/maps/embed?pb=!1m13!1m8!1m3!1d25377.241005789918!2d140.044552!3d37.338836!3m2!1i1024!2i768!4f13.1!3m2!1m1!2zMzfCsDIwJzE5LjgiTiAxNDDCsDAyJzQwLjQiRQ!5e0!3m2!1sen!2sus!4v1786550691366!5m2!1sen!2sus" width="600" height="450" style="border:0;" allowfullscreen="" loading="lazy" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin"></iframe>

Lake Inawashiro

ทะเลสาบอินาวาชิโระ เป็นทะเลสาบใหญ่อันดับ 4 ของญี่ปุ่น น้ำใสจนได้ฉายา “ทะเลสาบกระจกเงาแห่งเทนโจ” กิจกรรมยอดนิยมคือพายเรือ ปั่นจักรยานรอบทะเลสาบ และเล่นน้ำในฤดูร้อน ส่วนฤดูหนาวพื้นที่ใกล้เคียงเปลี่ยนเป็นลานสกี มีทัศนียภาพสีขาวโพลนราวกับโลกแห่งหิมะเลยก็ว่าได้

Lake Inawashiro

ที่อยู่Inawashiro, Fukushima 969-3285
วิธีเดินทางจากสถานี JR อินะวะชิโระ (JR Inawashiro Station) สายบันเอทสึไซ (Ban-etsu West Line) โดยสารรถบัสไอสึ (Aizu Bus) ไปนากาฮามะ (To Nagahama) ประมาณ 8 นาที ลงป้ายรถบัสโนะกุจิคิเน็นคัง (Noguchi Memorial Hall Bus Stop)
เวลาทำการเปิดตลอด 24 ชั่วโมง
ราคาค่าเข้าชไม่มีค่าเข้า กิจกรรมทางน้ำและเช่าจักรยานคิดราคาแยกตามผู้ให้บริการ เริ่มต้นราว 1,000-2,000 เยน
WebsiteLake Inawashiro

Bandai Atami Onsen

Cr : https://welovefukushima.com/

เมืองออนเซ็นบันไดอาตามิ เป็นเมืองน้ำพุร้อนเก่าแก่ที่นั่งรถไฟจากโคริยามะแค่ 13 นาที สะดวกที่สุดในบรรดาออนเซ็นรอบโคริยามะ เหมาะกับคนที่อยากแช่ออนเซ็นแบบไม่ต้องเดินทางไกล มีทั้งเรียวกังหรูและโรงแรมสไตล์เรียบง่ายให้เลือกตามงบ

Bandai Atami Onsen

ที่อยู่Koriyama, Fukushima 969-3285
วิธีเดินทางจากสถานีโคริยามะ นั่งรถไฟสายบันเอ็ตสึไซไปลงสถานีบันไดอาตามิ (Bandai-Atami) ใช้เวลาประมาณ 13 นาที
เวลาทำการเปิด 24 ชั่วโมง
ราคาการแช่ออนเซ็นแบบไปเช้าเย็นกลับ หรือ Higaeri Onsen ราคาประมาณ 500-1,500 เยนต่อคนแล้วแต่ที่พัก
WebsiteBandai Atami Onsen

Asaka Distillery

Cr : https://koriyama-monodukuri.jp/

โรงกลั่นวิสกี้อาซากะ ของโรงเหล้าซาซาโนะคาวะ (Sasanokawa Shuzo) ที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1765 เป็นโรงกลั่นวิสกี้ท้องถิ่นแห่งเดียวของโทโฮคุ เริ่มกลั่นวิสกี้จริงจังอีกครั้งในปี 2016 หลังพักการผลิตไปนาน และคว้ารางวัลระดับโลกอย่าง World Whisky Awards มาแล้ว วิสกี้ตระกูล “ยามาซากุระ” (YAMAZAKURA) ของที่นี่เริ่มเป็นที่รู้จักในวงการนักดื่มต่างประเทศ

Asaka Distillery

ที่อยู่178 Sasagawa, Koriyama, Fukushima 963-0108 ญี่ปุ่น
วิธีเดินทางเดินจากสถานีอาซากะนากาโมริ (Asaka-Nagamori) ประมาณ 15 นาที หรือขับรถจากทางด่วนโคริยามะมินามิ IC ประมาณ 15 นาที
เวลาทำการ9.00-16.00 น.  ปิดเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ส่วนทัวร์ชมโรงกลั่นจัดเฉพาะวันพุธ เวลา 14:00 รับไม่เกิน 5 คนต่อรอบ
ราคาค่ทัวร์ชมโรงกลั่นแบบมีไกด์ ไม่มีค่าใช้จ่าย ส่วนทัวร์พรีเมียมที่ได้ทดลองผสมวิสกี้เองราคาประมาณ 11,000 เยน
WebsiteAsaka Distillery

Miharu Takizakura

ซากุระทากิซากุระแห่งเมืองมิฮารุ คือหนึ่งในสามซากุระยิ่งใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น (ร่วมกับซากุระที่กิฟุและยามานาชิ) อายุกว่า 1,000 ปี ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์ทางธรรมชาติแห่งชาติเป็นต้นแรกของญี่ปุ่นตั้งแต่ปี 1922 กิ่งก้านที่แผ่กว้างและดอกสีชมพูอ่อนที่โน้มลงมาเหมือนสายน้ำตกคือที่มาของชื่อ “ทากิ” นั่นเอง

“ซากุระอายุนับร้อยนับพันปีมีเสน่ห์ตรงที่เราไม่ได้กำลังชมแค่ ‘ดอกไม้’ แต่กำลังมองสิ่งมีชีวิตที่ผ่านฤดูกาลมานับไม่ถ้วน ลองเปลี่ยนมุมคิดจากการไปถ่ายรูปให้ได้ภาพสวยที่สุด เป็นการไปดูว่าต้นไม้หนึ่งต้นกลายเป็นส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์และวัฒนธรรมได้อย่างไร”

Miharu Takizakura

ที่อยู่Sakurakubo-296 Taki, Miharu, Tamura District, Fukushima 963-7714 ญี่ปุ่น
วิธีเดินทางจากสถานีโคริยามะ นั่งรถไฟสายบันเอ็ตสึโทโฮคุ (Ban’etsu East Line) ไปสถานีมิฮารุ (Miharu) แล้วต่อรถบัสรับส่งพิเศษช่วงฤดูซากุระ หรือขับรถจากทางด่วนบันเอ็ตสึ ทางออกฟุเนฮิกิ-มิฮารุ ใช้เวลาประมาณ 20 นาที
เวลาทำการ
เปิด 24 ชั่วโมง
ราคา เก็บค่าดูดอกซากุระเฉพาะช่วงดอกบานเท่านั้น (นักเรียนมัธยมต้นลงไปฟรี) ราคาต่อคนอยู่ในหลักไม่กี่ร้อยเยน ราคาที่แน่นอนของแต่ละปีควรเช็กกับเว็บไซต์การท่องเที่ยวมิฮารุก่อนเดินทาง เพราะมีการปรับทุกปี
WebsiteMiharu Takizakura

Abukuma Cave

Cr : https://welovefukushima.com/

ถ้ำหินปูนอาบุคุมะ ถูกค้นพบโดยบังเอิญระหว่างการขุดหินปูนในปี 1969 ปัจจุบันเปิดให้เดินชมความยาวประมาณ 600 เมตร เต็มไปด้วยหินย้อยและหินงอกรูปทรงแปลกตาที่ใช้เวลาก่อตัวนานถึง 80 ล้านปี จุดไฮไลต์คือห้องโถงใหญ่ที่สุดในถ้ำสูงราว 29 เมตร และฉากปิดท้ายที่ใช้ระบบไฟแสดงบรรยากาศพระอาทิตย์ขึ้น-ตกในถ้ำแห่งแรกของญี่ปุ่น

Abukuma Cave

ที่อยู่ญี่ปุ่น 〒963-3601 Fukushima, Tamura, Takinemachi Sugaya, Higashikamayama−1
วิธีเดินทางอยู่ในเมืองทามุระ ห่างจากโคริยามะพอสมควร ขับรถจากทางด่วนบันเอ็ตสึทางออกโอโนะ (Ono IC) ประมาณ 15 นาที หรือนั่งรถไฟสายบันเอ็ตสึโทโฮคุไปลงสถานีคามิมาตะ (Kamimata) แล้วต่อแท็กซี่อีกประมาณ 5-10 นาที (แนะนำที่สุดเพราะรถไฟสายนี้มาไม่บ่อย) สำหรับคนที่อยากประหยัดและไม่ได้รีบ เดินจากสถานีได้เช่นกันแต่ใช้เวลาประมาณ 35-40 นาที และเป็นทางค่อนข้างชัน
เวลาทำการเปิดทุกวัน เวลาเปลี่ยนตามฤดูกาล ช่วงเมษายน-มิถุนายนและตุลาคม-มีนาคมเปิด 8:30-17:00 (ฤดูหนาวปิดเร็วขึ้นเป็น 16:30) ช่วงฤดูร้อนเปิดถึง 17:30
ราคาผู้ใหญ่ (ม.ปลายขึ้นไป) 1,200 เยน มัธยมต้น 800 เยน ประถม 600 เยน เด็กเล็กฟรี เส้นทางผจญภัยเพิ่มเติม (Exploration Course) เพิ่มอีกราว 200-300 เยน
WebsiteAbukuma Cave

Takashiba Deko Yashiki

Cr : https://welovefukushima.com/

หมู่บ้านหัตถกรรมทาคาชิบะเดโคยาชิกิ เป็นหมู่บ้านที่สืบทอดงานฝีมือทำหน้ากากและตุ๊กตาโคเคชิแบบดั้งเดิมของฟุกุชิมะมานานหลายร้อยปี โดยเฉพาะ “ฮาริโกะ” หน้ากากกระดาษที่ทาสีสันสดใส เป็นของฝากที่หาไม่ได้ในเมืองใหญ่ นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมกระบวนการทำและลองวาดลวดลายเองได้ในบางร้าน

Takashiba Deko Yashiki

ที่อยู่169 Tateno Takashiba, Nishitamachi, Koriyama, Fukushima 963-0902
วิธีเดินทางจากสถานี JR มิฮารุ (JR Miharu Station) สายบันเอทสึโท (Ban-etsu East Line) โดยแท็กซี่ประมาณ 10 นาที
เวลาทำการ9:00-17:00 น
ราคาเสียแต่ค่าทำกิจกรรม
WebsiteTakashiba Deko Yashiki

Ouchi-juku

Cr : https://welovefukushima.com/

โออุจิจุกุ ไม่ได้อยู่ในเขตโคริยามะโดยตรง แต่เป็นหมู่บ้านสไตล์เอโดะที่มีหลังคาฟางเก่าแก่เรียงรายทั้งสองข้างถนน อยู่ในเขตไอสึ (Aizu) ห่างจากโคริยามะไปทางตะวันตกอีกพอสมควร เหมาะเป็นทริปต่อยอดสำหรับใครที่มีเวลาเกิน 2 วัน หรือกำลังเดินทางต่อไปไอสึวากามัตสึอยู่แล้ว

Ouchi-juku

ที่อยู่Yamamoto, Ouchi, Shimogo, Minamiaizu, Fukushima 969-5207
วิธีเดินทางจากสถานียุโนะคามิออนเซ็น (Yunokamionsen Station) รถไฟท้องถิ่นไอสึ (Aizu Railway) โดยรถบัสซารุยุโก (Saruyu-go) ประมาณ 20 นาที หรือโดยรถแท็กซี่ประมาณ 15 นาที
เวลาทำการแตกต่างกันไปในแต่ละร้าน
ราคาเข้าชมฟรี
WebsiteOuchi-juku

กินอะไรและซื้ออะไรกลับดี

มาเที่ยวโคริยามะทั้งที นอกจากออกไปสัมผัสธรรมชาติและวัฒนธรรมของเมืองแล้ว เรื่องอาหารและของฝากก็เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ไม่ควรพลาด เพราะที่นี่มีทั้งเมนูท้องถิ่น ขนมขึ้นชื่อ และผลิตภัณฑ์ที่สะท้อนเอกลักษณ์ของจังหวัดฟุกุชิมะให้เลือกชิมและเลือกซื้อกลับไปเป็นที่ระลึก การแวะชิมของอร่อยและหาของฝากติดมือจึงช่วยเติมเต็มทริปโคริยามะให้มีสีสันมากยิ่งขึ้น

“อาหารท้องถิ่นเป็นเหมือนแผนที่วัฒนธรรมฉบับกินได้ เพราะวัตถุดิบและเมนูที่คนในพื้นที่กินซ้ำ ๆ มักสะท้อนภูมิประเทศและวิถีชีวิตของเมืองได้ดี ลองชิมเมนูที่ไม่คุ้นชื่อสักหนึ่งอย่าง แล้วทริปโคริยามะจะมีเรื่องเล่ามากกว่าแค่ ‘ไปเที่ยวที่ไหนมาบ้าง’”

Cr : https://welovefukushima.com/

ปลาคาร์ป

โคริยามะเป็นแหล่งเพาะเลี้ยงปลาคาร์ปอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น เมนูปลาคาร์ปจึงหาได้ตามร้านอาหารทั่วเมืองกว่า 90 ร้าน ตั้งแต่แบบดั้งเดิมอย่างอาราอิ (ปลาดิบเนื้อคาร์ปแช่น้ำเย็น) และคังโระนิ (ปลาคาร์ปตุ๋นหวาน) ไปจนถึงเมนูสร้างสรรค์อย่างแกงกะหรี่ปลาคาร์ปหรือแฮมเบิร์กปลาคาร์ป ราคาเริ่มต้นราว 1,000-2,000 เยนต่อจาน

Cr : https://welovefukushima.com/

โคริยามะแบล็ก

ราเมงซุปโชยุสีเข้มเข้มข้น เอกลักษณ์ของโคริยามะที่ต่างจากราเมงคิตาคาตะซึ่งเป็นเมืองใกล้เคียง ราคาทั่วไปราว 700-900 เยนต่อชาม

Cr : https://welovefukushima.com/

อิกะนินจิน

อาหารหมักพื้นบ้านทำจากปลาหมึกแห้งฝานเส้นกับแครอท คลุกซีอิ๊วและมิรินแบบเรียบง่าย มีมานานกว่า 100 ปี หาซื้อได้ตามซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านของฝาก

Cr : https://welovefukushima.com/

ครีมบ็อกซ์

ขนมปังแผ่นหนาทาครีมนมหวานแบบเรียบ ๆ ต้นกำเนิดจากร้านเบเกอรี่โรมิโอในโคริยามะเมื่อปี 1976 ปัจจุบันเป็นของกินเล่นยามเช้าของคนท้องถิ่น ราคาราว 100-150 เยนต่อชิ้น หาซื้อได้แทบทุกร้านเบเกอรี่ในเมือง รวมถึงร้านเบเกอรี่ในสถานีโคริยามะเอง สะดวกสำหรับซื้อติดมือก่อนขึ้นรถไฟ

Cr : https://koriyama-monodukuri.jp/

วิสกี้และสาเกจากซาซาโนะคาวะ

วิสกี้ตระกูลยามาซากุระและสาเกแบรนด์ซาซาโนะคาวะ ซื้อได้ที่ร้านค้าหน้าโรงกลั่นอาซากะหรือร้านขายของฝากในสถานีโคริยามะ ราคาวิสกี้ขวดเริ่มต้นตั้งแต่หลักพันจนถึงหลายพันเยนตามรุ่น

Cr : https://kikukoh-foods.raku-uru.jp/

 อิกะนินจินบรรจุแพ็ค

ราคาราว 400-600 เยนต่อกระปุก เก็บได้นาน เหมาะเป็นของฝากติดกระเป๋า

Cr : https://www.kanko-koriyama.gr.jp/

กาแฟโอเระราคุโอ

เครื่องดื่มกาแฟนมของฟุกุชิมะที่คนท้องถิ่นรักมาก หาซื้อได้ตามร้านสะดวกซื้อและซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วเมือง ราคาราว 150-200 เยนต่อกล่อง

พักที่ไหนดี

การเลือกที่พัก สามารถเลือกให้เหมาะกับรูปแบบการเดินทางและงบประมาณได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการพักเพื่อเที่ยวในเมือง พักระหว่างทางเพื่อเดินทางต่อไปยังเมืองอื่นในจังหวัดฟุกุชิมะ หรือใช้เป็นฐานสำหรับออกไปเที่ยวรอบ ๆ เมือง การเลือกทำเลที่เดินทางสะดวกและอยู่ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ จะช่วยให้ประหยัดเวลาและทำให้การเที่ยวโคริยามะคล่องตัวมากขึ้น โดยเฉพาะสำหรับคนที่วางแผนเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง

โรงแรมใกล้สถานี

โรงแรมธุรกิจรอบสถานีโคริยามะมีให้เลือกหลายเชนทั้งญี่ปุ่นและเชนต่างประเทศ ราคาเริ่มต้นราว 6,000-10,000 เยนต่อคืนสำหรับห้องมาตรฐาน เดินถึงร้านอาหารและร้านสะดวกซื้อได้ในไม่กี่นาที เหมาะกับคนที่ใช้รถไฟเป็นหลักและอยากประหยัดเวลาเดินทางกลับที่พักตอนกลางคืน

เรียวกังออนเซ็น

สำหรับคนที่อยากได้บรรยากาศพักผ่อนแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม เรียวกังที่บันไดอาตามิออนเซ็นเป็นตัวเลือกที่สะดวกที่สุด เพราะนั่งรถไฟจากสถานีโคริยามะแค่ 13 นาที ราคาต่อคืนรวมอาหารเช้า-เย็นเริ่มต้นราว 12,000-25,000 เยนต่อคน ขึ้นอยู่กับระดับที่พักและช่วงเวลา เหมาะกับคนที่อยากแช่ออนเซ็นตอนเช้าก่อนออกไปเที่ยวต่อ

ตัวอย่างแผนเที่ยว

สามารถปรับให้เข้ากับเวลาและสไตล์การเดินทางได้อย่างยืดหยุ่น ไม่ว่าจะมีเวลาเพียงหนึ่งวันสำหรับเที่ยวแบบกระชับ หรืออยากใช้เวลามากขึ้นเพื่อสัมผัสบรรยากาศเมืองและพื้นที่โดยรอบ การจัดลำดับเส้นทางให้เหมาะสมจะช่วยประหยัดเวลา เดินทางไม่เหนื่อยเกินไป และเก็บไฮไลต์สำคัญได้ครบ เหมาะสำหรับทั้งคนที่มาเที่ยวฟุกุชิมะครั้งแรกและคนที่ต้องการจัดทริปด้วยตัวเอง

1 วัน — เที่ยวในเมือง

1. 9:00 น. | เริ่มต้นที่สถานีโคริยามะ เดินทางถึงสถานี นั่งรถบัสท้องถิ่นสาย 9 มุ่งหน้าสวนไคเซซัง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 15-20 นาที

2. 9:30 น. | สูดอากาศบริสุทธิ์ที่สวนไคเซซัง (Kaiseizan Park) ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง เดินเล่นชมอุโมงค์ซากุระหรือสวนกุหลาบตามฤดูกาล ชมร่องรอยประวัติศาสตร์คลองส่งน้ำอาซากะซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของญี่ปุ่น

3. 11:00 น. | สัมผัสศาสตร์วิสกี้ที่โรงกลั่นอาซากะ (Asaka Distillery) ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง นั่งแท็กซี่ต่อมายังโรงกลั่นวิสกี้เก่าแก่ของโทโฮคุ ชิมและเลือกซื้อวิสกี้ตระกูลยามาซากุระที่ร้านค้าหน้าโรงกลั่น (หากต้องการเข้าชมกระบวนการผลิตต้องจองล่วงหน้า เฉพาะวันพุธเท่านั้น)

4. 12:30 น. | มื้อเที่ยงจัดเต็มเมนูท้องถิ่น กลับมาแถวสถานีรถไฟ ลองราเมงน้ำซุปเข้มข้น “โคริยามะแบล็ก” หรือเมนูปลาคาร์ปรสชาติดั้งเดิม ปิดท้ายด้วยขนมปังครีมบ็อกซ์ที่ร้านเบเกอรี่ในสถานี

5. 14:00 น. | เดินเล่นย่านสถานี เลือกซื้อของฝากที่ห้างเอสพาลหรือร้านในสถานี

6. 16:00 น. | เดินทางกลับหรือต่อรถไฟไปจุดหมายถัดไป

2 วัน 1 คืน — เที่ยวเมืองและรอบนอก

วันที่ 1

  • 9:00 — ถึงโคริยามะ เที่ยวสวนไคเซซังและโรงกลั่นวิสกี้อาซากะ (เหมือนแผน 1 วัน)
  • 13:00 — มื้อเที่ยงในเมือง
  • 15:00 — นั่งรถไฟไปบันไดอาตามิออนเซ็น (13 นาที) เช็กอินเรียวกัง
  • 17:00 — แช่ออนเซ็น พักผ่อน
  • 18:30 — มื้อเย็นที่เรียวกัง

วันที่ 2

  • 8:00 — เช็กเอาต์ นั่งรถไฟกลับโคริยามะแล้วต่อรถไฟสายบันเอ็ตสึไซไปทะเลสาบอินาวาชิโระ (~35 นาที)
  • 9:30 — เดินเล่นริมทะเลสาบ ปั่นจักรยานหรือพายเรือตามฤดูกาล
  • 12:00 — มื้อเที่ยงริมทะเลสาบ
  • 14:00 — เดินทางกลับสถานีโคริยามะเพื่อต่อชินคันเซ็นกลับโตเกียวหรือไปจุดหมายถัดไป

3 วัน 2 คืน — เที่ยวโคริยามะและเมืองใกล้เคียง

วันที่ 1 เหมือนวันแรกของแผน 2 วัน 1 คืน (สวนไคเซซัง โรงกลั่นวิสกี้ พักบันไดอาตามิออนเซ็น)

วันที่ 2

  • เช้า — ขับรถหรือนั่งรถไฟ+บัสไปมิฮารุทากิซากุระ (เฉพาะช่วงเดือนเมษายน) หรือถ้ำอาบุคุมะ (เปิดตลอดปี)
  • บ่าย — แวะหมู่บ้านหัตถกรรมทาคาชิบะเดโคยาชิกิระหว่างทาง
  • เย็น — กลับเข้าเมืองโคริยามะ พักโรงแรมใกล้สถานี

วันที่ 3

  • เช้า — ไปทะเลสาบอินาวาชิโระ หรือที่ราบสูงนุโนบิกิ (ฤดูร้อน)
  • บ่าย — เดินทางกลับโคริยามะเพื่อต่อชินคันเซ็นกลับโตเกียว หรือต่อรถไฟไปไอสึวากามัตสึ/โออุจิจุกุสำหรับคนที่มีเวลาเพิ่ม

งบประมาณและข้อควรรู้

การวางแผนงบประมาณควรคำนึงถึงค่าเดินทาง ที่พัก อาหาร ค่าเข้าชมสถานที่ และค่าใช้จ่ายระหว่างวัน โดยสามารถปรับรูปแบบการเที่ยวให้เหมาะกับงบที่ตั้งไว้ได้ นอกจากนี้ยังมีรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ควรรู้ก่อนเดินทาง เช่น สภาพอากาศ การเดินทางภายในเมือง เวลาเปิด-ปิดของบริการต่าง ๆ และการเตรียมตัวตามฤดูกาล ซึ่งหากวางแผนล่วงหน้าและเช็กข้อมูลให้เรียบร้อย จะช่วยให้เที่ยวโคริยามะได้สะดวกและควบคุมค่าใช้จ่ายได้ง่ายขึ้น 

ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ

รายการDay Trip จากโตเกียว2 วัน 1 คืน
เดินทางไป-กลับ (ชินคันเซ็นที่นั่งจอง)~16,900 เยน~16,900 เยน
ที่พัก 1 คืน6,000–25,000 เยน
อาหาร + ของว่าง~3,000 เยน~6,000 เยน
ค่าเข้าชม + เดินทางในพื้นที่~2,000 เยน~4,000 เยน
รวมโดยประมาณต่อคน~22,000 เยน~35,000–55,000 เยน

ตัวเลขนี้ยังไม่รวมของฝากและค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่น ๆ และผันแปรได้มากตามระดับที่พักที่เลือกและว่ามีการเช่ารถหรือไม่

เที่ยวโดยรถไฟหรือเช่ารถ

ตามที่แนะนำไว้ในหัวข้อวิธีเดินทางด้านบน จุดในเมืองและใกล้เมืองไปด้วยรถไฟผสมแท็กซี่ได้สบาย ส่วนจุดรอบนอกที่กระจายตัวอย่างมิฮารุทากิซากุระ ถ้ำอาบุคุมะ หรือที่ราบสูงนุโนบิกิ ควรมีรถส่วนตัวเพื่อประหยัดเวลาและไม่พลาดรอบรถไฟที่มีน้อย

ข้อควรรู้ก่อนเดินทาง

สภาพอากาศโคริยามะเปลี่ยนตามฤดูชัดเจน ฤดูร้อนร้อนชื้นควรพกร่มกันแดด ฤดูหนาวหนาวจัดถึงติดลบควรเตรียมเสื้อกันหนาวหนา ๆ และรองเท้ากันลื่นถ้าไปช่วงหิมะตก ร้านค้าและร้านอาหารในเมืองส่วนใหญ่ปิดเร็วกว่าโตเกียว บางร้านปิดตั้งแต่ 2 ทุ่ม ควรวางแผนมื้อเย็นล่วงหน้า บัตรเครดิตใช้ได้ทั่วไปในโรงแรมและร้านค้าขนาดกลางถึงใหญ่ แต่ร้านอาหารท้องถิ่นขนาดเล็กหรือร้านของฝากบางแห่งยังรับเฉพาะเงินสด ควรพกเงินสดสำรองไว้บ้าง ตู้ ATM ที่รับบัตรต่างประเทศหาได้ตามร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่นทั่วเมือง

คำถามที่พบบ่อย

นักท่องเที่ยวอาจมีข้อสงสัยหลายเรื่อง ตั้งแต่วิธีเดินทาง ช่วงเวลาที่เหมาะกับการเที่ยว การเตรียมตัว ไปจนถึงค่าใช้จ่ายและการเดินทางภายในเมือง การรวบรวมคำถามที่พบบ่อยและตอบให้ชัดเจนในส่วนนี้ จะช่วยให้วางแผนทริปได้ง่ายขึ้น ลดความกังวลระหว่างเดินทาง และเตรียมตัวเที่ยวโคริยามะได้อย่างมั่นใจมากขึ้น 

โคริยามะควรพักกี่คืน?

ถ้ามีเวลาจำกัดไปเช้าเย็นกลับก็เพียงพอสำหรับตัวเมือง แต่ถ้าอยากเก็บจุดรอบนอกอย่างทะเลสาบอินาวาชิโระหรือมิฮารุทากิซากุระด้วย แนะนำอย่างน้อย 1 คืน ส่วนคนที่อยากเที่ยวแบบสบาย ๆ ไม่เร่ง 2 คืนขึ้นไปจะครบถ้วนกว่า

ไม่เช่ารถเที่ยวได้ไหม?

ได้สำหรับจุดในเมืองและจุดที่รถไฟเข้าถึง เช่น สวนไคเซซัง โรงกลั่นวิสกี้อาซากะ ทะเลสาบอินาวาชิโระ บันไดอาตามิออนเซ็น แต่จุดอย่างมิฮารุทากิซากุระนอกฤดูซากุระ ถ้ำอาบุคุมะ และที่ราบสูงนุโนบิกิ ควรมีรถหรือใช้แท็กซี่/ทัวร์ท้องถิ่นช่วย

JR Pass ใช้ได้ไหม?

Japan Rail Pass แบบทั่วประเทศครอบคลุมชินคันเซ็นสายโทโฮคุทุกขบวนรวมถึงโคริยามะ ส่วน JR East Pass (Tohoku area) แบบเดิมยกเลิกการขายไปแล้วตั้งแต่มีนาคม 2026 ปัจจุบันใช้ JR EAST PASS เวอร์ชันใหม่ที่รวมพื้นที่โทโฮคุ นากาโนะ และนีงาตะเข้าด้วยกัน ราคาและเงื่อนไขควรเช็กกับเว็บไซต์ทางการก่อนซื้อทุกครั้งเพราะมีการปรับเปลี่ยนได้

ราเมงโคริยามะแบล็กต่างจากราเมงคิตาคาตะยังไง?

โคริยามะแบล็กมีซุปโชยุสีเข้มและรสเข้มข้นกว่า ขณะที่ราเมงคิตาคาตะ (เมืองใกล้เคียงในฟุกุชิมะ) เน้นเส้นหยักหนาและรสชาติซุปที่เบากว่า ทั้งคู่เป็นราเมงขึ้นชื่อของฟุกุชิมะแต่มีเอกลักษณ์คนละแบบ

ควรเที่ยวคู่กับเมืองไหน?

โคริยามะเหมาะเชื่อมกับทะเลสาบอินาวาชิโระและไอสึวากามัตสึทางฝั่งตะวันตกที่นั่งรถไฟสายบันเอ็ตสึไซต่อกันได้เลย หรือถ้ามีเวลาเยอะสามารถต่อชินคันเซ็นไปเซนไดทางเหนือได้ในเวลาไม่ถึงชั่วโมง เหมาะเป็นจุดแวะกลางทางของทริปโทโฮคุที่ยาวกว่า 1 สัปดาห์ได้เป็นอย่างดี

“โคริยามะอาจไม่ใช่เมืองที่ต้องรีบปักหมุดให้ครบภายในไม่กี่ชั่วโมง แต่เหมาะกับการเที่ยวแบบมีจังหวะ ยิ่งวางแผนให้มีเวลาหลงทางเล็ก ๆ ก็ยิ่งได้เห็นว่าฟุกุชิมะไม่ได้มีดีแค่สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดัง แต่ยังมีรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ทำให้เมืองนี้น่าจดจำ”

สรุป

โคริยามะ (Koriyama) คือเมืองศูนย์กลางการคมนาคมของจังหวัดฟุกุชิมะ ที่เดินทางสะดวกจากโตเกียวด้วยชินคันเซ็น เหมาะสำหรับใช้เป็นฐานเที่ยวทั้งในเมืองและพื้นที่ใกล้เคียง ภายในเมืองมีทั้งธรรมชาติอันงดงามอย่างซากุระพันปีมิฮารุทากิซากุระ ถ้ำหินปูนอาบุคุมะโดะ ศาลเจ้าและสวนสาธารณะ รวมถึงร้านอาหารและของขึ้นชื่อจากผลไม้ตามฤดูกาล จึงเป็นจุดหมายที่เหมาะสำหรับผู้ที่อยากสัมผัสญี่ปุ่นในมุมที่เงียบสงบ เที่ยวง่าย และยังไม่พลุกพล่านเท่าเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมอื่น ๆ ในภูมิภาคโทโฮคุ  

Contents Index
  1. 1 โคริยามะ (Koriyama) คือเมืองแบบไหน
    1. 1.1 ทำไมโคริยามะจึงน่าสนใจ
    2. 1.2 โคริยามะเหมาะกับใคร
    3. 1.3 ควรพักค้างคืนหรือไปเช้าเย็นกลับ
  2. 2 เที่ยวโคริยามะฤดูไหนดี
    1. 2.1 ฤดูใบไม้ผลิ
    2. 2.2 ฤดูร้อน
    3. 2.3 ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี
    4. 2.4 ฤดูหนาว
  3. 3 วิธีเดินทางไปโคริยามะ
    1. 3.1 จากโตเกียว
    2. 3.2 จากสนามบินฟุกุชิมะ
    3. 3.3 การเดินทางภายในเมือง
    4. 3.4 JR Pass หรือเช่ารถ
  4. 4 สถานที่ท่องเที่ยวห้ามพลาด
    1. 4.1 Kaiseizan Park
    2. 4.2 Koriyama Nunobiki Highland of the Wind
    3. 4.3 Lake Inawashiro
    4. 4.4 Bandai Atami Onsen
    5. 4.5 Asaka Distillery
    6. 4.6 Miharu Takizakura
    7. 4.7 Abukuma Cave
    8. 4.8 Takashiba Deko Yashiki
    9. 4.9 Ouchi-juku
  5. 5 กินอะไรและซื้ออะไรกลับดี
    1. 5.1 ปลาคาร์ป
    2. 5.2 โคริยามะแบล็ก
    3. 5.3 อิกะนินจิน
    4. 5.4 ครีมบ็อกซ์
    5. 5.5 วิสกี้และสาเกจากซาซาโนะคาวะ
    6. 5.6 อิกะนินจินบรรจุแพ็ค
    7. 5.7 กาแฟโอเระราคุโอ
  6. 6 พักที่ไหนดี
    1. 6.1 โรงแรมใกล้สถานี
    2. 6.2 เรียวกังออนเซ็น
  7. 7 ตัวอย่างแผนเที่ยว
    1. 7.1 1 วัน — เที่ยวในเมือง
    2. 7.2 2 วัน 1 คืน — เที่ยวเมืองและรอบนอก
    3. 7.3 3 วัน 2 คืน — เที่ยวโคริยามะและเมืองใกล้เคียง
  8. 8 งบประมาณและข้อควรรู้
  9. 9 ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ
  10. 10 เที่ยวโดยรถไฟหรือเช่ารถ
  11. 11 ข้อควรรู้ก่อนเดินทาง
  12. 12 คำถามที่พบบ่อย
    1. 12.1 โคริยามะควรพักกี่คืน?
    2. 12.2 ไม่เช่ารถเที่ยวได้ไหม?
    3. 12.3 JR Pass ใช้ได้ไหม?
    4. 12.4 ราเมงโคริยามะแบล็กต่างจากราเมงคิตาคาตะยังไง?
    5. 12.5 ควรเที่ยวคู่กับเมืองไหน?
  13. 13 สรุป
Pennapa Uttamang

Blogger : Pennapa Uttamang

Position : แกะรอยวิธีคิด พลิกวิกฤตเป็นทริปใหม่: บันทึกการเดินทางฉบับเรียลไทม์ โดยบรรณาธิการผู้หลงรักญี่ปุ่น

จากอดีตบรรณาธิการที่รับใช้ถ้อยคำมาหลายทศวรรษ สู่การเป็นนักเขียนและนักออกแบบโบรชัวร์ญี่ปุ่นที่หลงรักการเดินทางเป็นชีวิตจิตใจ อ้อตั้งใจส่งต่อแรงบันดาลใจผ่านเรื่องราวที่ "จริง" และ "ใช้ได้จริง" ตั้งแต่วิถีชีวิต การทำธุรกิจท้องถิ่น ไปจนถึงลายแทงร้านอร่อยที่ชาวบ้านกินกันจริงๆ เพราะเชื่อว่าเสน่ห์ของญี่ปุ่นไม่ได้มีแค่ภาพสวยๆ แต่คือแนวคิดที่นำมาปรับใช้กับชีวิตได้ และอ้อยินดีที่จะเป็นไกด์นำทางให้ทริปของคุณราบรื่นขึ้น แม้ในวันที่ฟ้าไม่เป็นใจค่ะ

โหวต

| Polls
โหวต | Polls
  • คุณอยากไปทัวร์ 1 วันแบบไหนมากที่สุดในญี่ปุ่น?

    View Results

    Loading ... Loading ...

กรณีฉุกเฉิน

| Emergency
  • Police

    110

  • Ambulance

    119

  • AMDA International Medical Information Center

    03-6233-9266

  • สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว

    090-4435-7812

  • สถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซาก้า

    090-1895-0987

  • สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฟุกุโอกะ

    090-2585-3027 หรือ 090-9572-1515