1ใบขับขี่สากล มีไว้ไร้ปัญหา

image0802 Cr: One Light One Shadow

ถึงแม้ว่าคุณจะมีใบขับขี่รถยนต์ของประเทศไทยแล้ว แต่การจะ ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น จำเป็นที่ต้องมีต้องมีใบขับขี่สากลซึ่งเปรียบเสมือนใบผ่านทางสำหรับการขับขี่รถยนต์ในประเทศญี่ปุ่น โดยการทำใบขับขี่สากลนั้นหากเตรียมทำไปจากประเทศเลยจะสะดวกที่สุดโดยติดต่อทำใบขับขี่สากลผ่านกรมการขนส่งทางบก

image0803 Cr: dlt.go.th

ซึ่งขั้นตอนการขอใบขับขี่สากลก็ไม่ยาก เพียงคุณมีใบขับขี่รถยนต์ที่ยังไม่หมดอายุ เพียงยื่นเอกสารตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดมาก็สามารถรับใบขับขี่สากลเพื่อเตรียมตัว ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น ได้เลย โดยมีราคาค่าทำเนียมเพียง 505 บาทเท่านั้น ซึ่งใบขับขี่ที่สามารถเดินเรื่องขอใบขับขี่สากลแบบไร้ปัญหาจะต้องอัพเดทข้อมูลในบัตรให้เรียบร้อย ใบขับขี่สากลนั้นนอกจากจะมีความสำคัญในด้านกฎหมายในญี่ปุ่นแล้ว ยังต้องแสดงเมื่อต้องเช่ารถอีกด้วย ดังนั้นควรเตรียมให้พร้อม ไม่งั้นอดขับรถเที่ยวแน่ๆ

ใบขับขี่สากลนั้นจะใช้ได้ตามปกติโดยไม่ต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติมกรณีใช้วีซ่านักท่องเที่ยว


รายละเอียดการทำใบขับขี่สากลที่เว็บไซต>>กรมการขนส่งทางบก<<

2ศึกษากฎจราจรไว้ไม่เสียหาย

image0804 Cr: traveling-tengco.blogspot.com

ภาษิตโบราณยังบอกเข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม เช่นเดียวกับการขับรถเที่ยวในญี่ปุ่นที่นอกจากจะต้องศึกษาเส้นทางท่องเที่ยวแล้วกฎจราจรและป้ายสัญญาณต่างๆ เป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องศึกษาไว้ล่วงหน้า เพื่อไม่ให้เกิดปัญหามากวนใจ

image0806 Cr: japan-guide.com

การขับรถ


รูปแบบการขับรถที่ญี่ปุ่นนั้นค่อนข้างคล้ายคลึงกับที่เมืองไทย เพราะลักษณะรถนั้นเป็นพวงมาลัยขวาเหมือนกัน ปกติจะวิ่งกันที่เลนซ้าย เวลาจะแซงจะใช้เลนขวา โดยมีกฏเกณฑ์เรื่องความเร็วดังต่อไปนี้

  • ความเร็วในช่วง 80-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงที่ทางด่วน
  • ความเร็ว 50-60 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในการขับรถบนถนนใหญ่ระหว่างเมือง
  • ความเร็ว 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในเขตเมือง
  • ความเร็ว 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในถนนเส้นเล็กหรือทางแยกถนนใหญ่

  • image0805 Cr: easyandsave.com

    การขับรถทีญี่ปุ่นจะไม่มีเลี้ยวซ้ายผ่านตลอด ต้องรอสัญญาณไฟเว้นแต่จะมีป้ายบอก เมื่อเจอสี่แยกไฟแดงรถที่ไปทางซ้ายสามารถไปได้เลยโดยต้องระวังคนข้ามถนน เมื่อจะเลี้ยวขวาต้องรอจังหวะเวลาที่เหมาะสมขับไปกลางแยกก่อนเลี้ยวขวา และเปิดโอกาสให้ผู้ข้ามทางเท้าไปก่อนเช่นกัน ซึ่งหากขับรถคล่องไปจากเมืองไทยก็ไม่มีอะไรน่ากังวล หลักๆคือถ้าไม่มีป้ายห้ามสามารถทำได้

    ป้ายจราจรและสัญญาณไฟ


    image0808-1 Cr: easyandsave.com

    ป้ายจราจรที่มีลักษณะเป็นภาพสัญลักษณ์ส่วนมากจะเหมือนแบบสากล เช่น ป้ายถนนลื่น ซึ่งทำให้เราสามารถทราบถึงสภาพถนนได้ไม่ยาก อย่างไรก็ตามก็มีคำบางคำบนป้ายหลายแบบที่เราควรจดจำลักษณะให้ได้ เพราะเป็นป้ายที่มีภาษาญี่ปุ่นประกอบ หากไม่จำเอาไว้อาจสับสน เช่น ตัวอักษรที่บอกให้หยุดรถสามตัว ที่บางครั้งอาจไม่ปรากฎบนป้ายแต่ปรากฎที่พื้นถนนแทน นอกจากนี้คำประเภทลดความเร็วก็ควรจดจำไว้

    image0807-1 Cr: blogs.yahoo.co.jp

    ทิ้งความเคยชินเกี่ยวกับสัญญาญไฟในไทยซะเพราะสำหรับญี่ปุ่น ไฟเหลืองหมายถึงหยุดค่ะ หยุดเดี๋ยวนี้ไม่ใช่สัญญาณเตือนเตรียมหยุดแต่อย่างใด ขืนฝ่าไฟเหลืองไปเจอใบสั่งอย่างแน่นอน ส่วนไฟแดงนั้นหมายถึงหยุดมาซักพักนึงแล้วและกำลังหยุดอยู่

    image0807-2 Cr: blogs.yahoo.co.jp

    นอกจากสัญญาณไฟสามสีแล้วสิ่งที่ต้องคำนึงคือลูกศรสีเขียวบนสัญญาณไฟจราจร ซึ่งสามารถเดินรถไปตามลูกศร ได้แต่หากไฟเขียวลูกศรไม่เปิด หรือมีไฟแดงกำกับก็ต้องรอก่อน จุดนี้แหละที่ต้องระวังกันมากๆ เพราะไฟสัญญาณที่นี่แตกต่างจากเมืองไทย อย่าทำตามความเคยชินเพียงอย่างเดียวไม่งั้นล่ะยุ่งแน่

    image0816 Cr: youtube.com

    เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับการขับรถในญี่ปุ่น


  • ไม่แนะนำให้ขับรถเที่ยวในโตเกียวเพราะนอกจากที่จอดรถจะน้อยยังเต็มไปด้วยกฎที่สุ่มเสียงต่อการกระทำผิด อาทิ ห้ามจอดรถติดเครื่อง เป็นต้น
  • ปั๊มน้ำมันส่วนมากเป็นแบบบริการตัวเอง ดังนั้นต้องสอบถามและจำคำศัพท์เกี่ยวกับชนิดน้ำมันที่ใช้ และวิธีเติมน้ำมันจากร้านเช่ารถให้ดี เพราะส่วนมากพนักงานปั๊มน้ำมันจะพูดภาษาญี่ปุ่นอาจทำให้สื่อสารลำบาก
  • ค่าปรับจราจรที่ญี่ปุ่นโหดร้ายมาก หากคุณจอดรถในที่ห้ามจอดรถอาจโดนยกไปโรงพักและต้องจ่ายค่าปรับถึงประมาณ 15,000 บาททีเดียว นี่ยังไม่รวมความผิดกระทงอื่นที่หนักกว่านี้นะ

  • ศึกษากฎจราจรและข้อปฏิบัติในสถานการต่างๆเพิ่มเติม ที่>>jaf.or.jp<<

    3ศึกษาเส้นทาง และการใช้งาน GPS ให้ดี

    image0809 Cr: searchengineland.com

    ก่อนเดินทางควรวางแผนให้ดี ตัวช่วยง่ายๆคือ Google Map ที่จะช่วยให้เราศึกษาเส้นทางล่วงหน้าเพิ่มความคุ้นชินในการใช้รถใช้ถนนก่อนเดินทาง ทั้งยังได้รู้ว่าแต่ละจุดหมายจะมีจุดแวะพักระหว่างทางที่น่าสนใจอย่างไร เพื่อให้แผนทางเดินทางท่องเที่ยวโดยการขับรถนั้นสมบูรณ์แบบ

    image0810 Cr: japanbullet.com

    นอกจากGPS จาก Google แล้ว GPS ในรถยนต์หรือ GPS แบบออฟไลน์เป็นสิ่งที่สำคัญที่ต้องมีไว้ในยามขับรถท่องเที่ยวเพราะเราไม่อาจแน่ใจว่าสัญญาณอินเตอร์เน็ตจะสเถียรขนาดไหน เกิดสัญญาณขาดหายไปอาจทำให้หลงทางดังนั้นควรเช็คให้แน่ใจว่ารถที่ใช้มีระบบ GPS ซึ่งไม่ต้องกังวลใจเรื่องการพิมจุดหมายเพราะเพียงแค่ใส่เบอร์โทรศัพท์ของจุดหมายก็สามารถระบุตำแหน่งได้ที่สำคัญ GPS รองรับภาษาอังกฤษ การใช้งานจึงไม่ยากนัก นอกจากนี้ในรุ่นใหม่ก็จะคำนวนค่าทางด่วนให้เสร็จสรรพทีเดียว

    OLYMPUS DIGITAL CAMERA Cr: jokergameth.com

    การดูป้ายบอกทางก็เป็นตัวช่วยสำคัญให้ไปถึงจุดหมายโดยสวัสดิภาพ ซึ่งนอกจากภาษาญี่ปุ่นแล้วยังมีภาษาอังกฤษกำกับ เพียงเรารู้ว่าสถานที่ที่เราจะไปอยู่เมืองหรือเขตไหนก็จะช่วยใด้เราหาทางไปจากป้ายบอกทางได้แล้ว

    image0811 Cr: svtperformance.com

    การศึกษาเส้นทางให้ดีจะทำให้เราพร้อมในการขับรถเที่ยว และดื่มด่ำกับบรรยากาศข้างทางโดยปราศจากความกังวลใจว่าจะหลงทาง แต่อย่ามัวแต่เพลินเพลินจนลืมช่วยกันดูทางนะ

    4ใช้บัตร ETC ขึ้นทางด่วนสะดวกกว่า

    image0813 Cr: rent.toyota.co.jp

    เจ้าบัตร ETC นี้เป็นบัตรบริการทางด่วน (Central Nippon Expressway Pass) ที่การใช้งานคล้ายกับบัตรจ่ายค่าทางด่วนแบบเติมเงินหรือ Easy Pass ของประเทศไทยเลยล่ะ

    image0814 Cr: speedhunters.com

    ข้อดีของเจ้าบัตร ETC คือความสะดวกสบายที่ช่วยให้เราผ่านด่านทางด่วนแบบง่ายๆ ไม่ต้องเตรียมเงินและต่อคิวยาวจ่ายเงินในช่องปกติ ที่สำคัญจะช่วยประหยัดมากกว่า โดยส่วนมากบริษัิทให้เช่ารถจะมีบริการบัตร ETC แบบไม่จำกัดเที่ยว ทางที่ดีจึงควรซื้อบัตร ETC กับบริษัทให้เช่ารถได้จะสะดวกสบายพร้อมเดินทาง

    image0815 Cr: Beetle7778

    การใช้ช่องทางพิเศษนี้ต้องสังเกตป้ายสีม่วงที่เขียนว่า ETC ก็สามารถเข้าใช้บริการได้ การใช้บัตรเพียงแค่สอดบัตรลงในช่องที่มีป้ายสีม่วง ETC รอจนสัญญาณว่าเสร็จเรียบร้อยขึ้น เป็นอันเสร็จ เดินทางต่อได้เลย ส่วนป้ายสีเขียวหรือที่เขียนว่า ippan [一般] จะหมายถึงเส้นทางธรรมดาที่ต้องจ่ายเงินสด ซึ่งบางด่านเก็บเงินต้องหยอดเหรียญด้วย เพราะฉะนั้นถ้าไม่มีบัตร ETC ก็ต้องเตรียมตัวหน่อยนะ

    ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับETC ที่>>go-etc.jp<<

    ข้อสรุป

    แม้ว่าการ ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น อาจไม่สะดวกสบายเท่ากับการใช้ขนส่งสาธารณะ แต่การศึกษาหาข้อมูลล่วงหน้าร่วมกับการวางแผนเที่ยวจะช่วยให้ทริปขับรถเที่ยวของคุณสนุกและได้ประสบการณ์ดีๆ ทั้งยังเป็นมิติใหม่แห่งการท่องเที่ยวญี่ปุ่นด้วย เอาเป็นว่าถ้าใจพร้อม กายพร้อม แผนพร้อม ก็จัดเลย