คูปองส่วนลดที่น่าสนใจ
7%
10%
5%

ที่นี่คืออดีตปราสาทที่ใหญ่ที่สุดในคิวชู แม้ปัจจุบันจะเหลือเพียงซากปรักหักพังและกำแพงหิน แต่ความยิ่งใหญ่ยังคงอยู่ พื้นที่นี้ถูกเปลี่ยนเป็นสวนสาธารณะไมซุรุ (Maizuru Park) ซึ่งเป็นศูนย์รวมกิจกรรมพักผ่อนของชาวเมืองฟุกุโอกะ โดยเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้ผลิที่กลายเป็นแลนด์มาร์คอันดับหนึ่ง

ด้วยจำนวนต้นซากุระที่มากกว่า 1,000 ต้น หลากหลายสายพันธุ์ ทั้ง Somei Yoshino และซากุระพันธุ์ย้อย (Shidarezakura) ทำให้พื้นที่นี้กลายเป็นผืนผ้าใบสีชมพูขนาดใหญ่ที่ตัดกับสีเทาของกำแพงหินโบราณได้อย่างลงตัวที่สุดในภูมิภาคคิวชู

พื้นที่ส่วนใหญ่ของสวนไมซุรุเข้าชมฟรี รวมถึงทางเดินริมคูเมืองและลานเอนกประสงค์ แต่ในช่วงเทศกาลจะมีโซนพิเศษ เช่น บริเวณฐานปราสาทชั้นใน) ที่ต้องเสียค่าเข้าชมเล็กน้อย เพื่อแลกกับการได้ชมซากุระในมุมที่ใกล้ชิดและเป็นส่วนตัวมากกว่า รวมถึงการชม Light up ยามค่ำคืนที่สวยงามเป็นพิเศษ

โดยปกติซากุระที่ฟุกุโอกะจะเริ่มบาน (Kaika) ประมาณวันที่ 20-22 มีนาคม และจะบานเต็มที่ (Full Bloom) ในช่วงวันที่ 28 มีนาคม – 4 เมษายน ซึ่งเป็นช่วงที่ดอกจะฟูแน่นกิ่งมากที่สุด

ถ้าอยากได้ภาพแสงนุ่มนวลและคนไม่เยอะ แนะนำให้มาถึงก่อน 09:00 น. ส่วนใครที่ชอบบรรยากาศครึกครื้นและอยากรอดูไฟ Light up แนะนำให้มาช่วง 16:00 น. เป็นต้นไป จะได้เห็นทั้งแสงเย็นสีทองที่กระทบกลีบซากุระและแสงไฟประดับในยามค่ำคืนในวันเดียวกัน

เมื่อเดินขึ้นไปยังจุดสูงสุดที่เป็นฐานปราสาทเดิม จะพบกับจุดชมวิวที่มองเห็นทะเลซากุระสีชมพูสุดลูกหูลูกตา เป็นมุมที่เห็นความตัดกันระหว่างเมืองฟุกุโอกะที่ทันสมัยและประวัติศาสตร์ที่สวยงาม

ป้อมโบราณ Tamon Yagura คือหนึ่งในโครงสร้างดั้งเดิมที่เหลืออยู่ การถ่ายภาพซากุระที่มีป้อมนี้เป็นฉากหลังจะให้ความรู้สึกเหมือนย้อนเวลากลับไปในยุคเอโดะ เทคนิคคือลองใช้กิ่งซากุระเป็นกรอบภาพ (Framing) เพื่อสร้างมิติให้กับตัวป้อมหิน

ตลอดแนวคูเมืองรอบปราสาทคือพิกัดที่ไม่ควรพลาด กิ่งซากุระที่โน้มลงหาผิวน้ำสร้างภาพสะท้อนที่สวยงามดั่งภาพวาด ในวันที่ลมสงบ ผิวน้ำจะทำหน้าที่เหมือนกระจกเงาบานใหญ่ที่สะท้อนความงามของฤดูใบไม้ผลิได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ในลานกว้างของสวนไมซุรุ จะได้เห็นวัฒนธรรม “ฮานามิ” ที่แท้จริง ชาวญี่ปุ่นจะมาปูเสื่อดื่มด่ำกับบรรยากาศใต้ต้นซากุระ เป็นช่วงเวลาที่อบอุ่นและเต็มไปด้วยรอยยิ้ม หากอยากสัมผัสบรรยากาศนี้ อย่าลืมเตรียมเสื่อและขนมมาจับจองพื้นที่ตั้งแต่เช้าโดยเฉพาะวันหยุดคนจะเยอะมาก

เสน่ห์ของฟุกุโอกะคือ “ยาไท” หรือร้านแผงลอย ในงานเทศกาลซากุระจะมีร้านอาหารมากมายมาตั้งเรียงราย ทั้งยากิโซบะ ไก่ทอดคาราอาเกะ และดังโงะสีชมพู กลิ่นหอมๆ ของอาหารผสานกับบรรยากาศงานรื่นเริงคือสิ่งที่ทำให้การมาเที่ยวที่นี่สนุกยิ่งขึ้น
เมื่อพระอาทิตย์ตกดิน แสงไฟจะถูกเปิดขึ้นเพื่อส่องสว่างแก่ต้นซากุระ (Light Up) บรรยากาศจะเปลี่ยนจากความอ่อนหวานในช่วงกลางวัน กลายเป็นความโรแมนติกในยามค่ำคืน แสงไฟที่กระทบกลีบดอกทำให้ซากุระดูเหมือนส่องสว่างได้เอง


หลังจากชมซากุระที่สวนไมซุรุแล้ว สามารถเดินต่อไป Nishi park ได้โดยใช้เวลาเดินประมาณ 15-20นาที ก็จะพบกับสวนสงบๆที่มีซากุระเป็นอุโมงค์เช่นเดียวกัน
ซากปราสาทฟุกุโอกะและสวนไมซุรุ ไม่ได้เป็นเพียงแค่ที่ชมดอกไม้ แต่เป็นที่ที่ประวัติศาสตร์มีชีวิตขึ้นมาอีกครั้งผ่านสีชมพูของซากุระ หากคุณมีโอกาสมาฟุกุโอกะในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ที่นี่คือจุดหมายที่ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง เตรียมเมมโมรี่การ์ดให้พร้อม แล้วมาสัมผัสความงามนี้ด้วยตาตัวเอง

Blogger : gammg
นักศึกษาปริญญาเอกในคิวชูที่ใช้เวลาว่างไปกับการเดินทางสำรวจเมือง พร้อมพาทุกคนไปสัมผัสพิกัดลับและคาเฟ่ชิคๆ ในมุมมองของคนพื้นที่ผ่านเลนส์และตัวอักษร

วิธีเดินทางสุดประหยัดจากโตเกียว เที่ยวฟูจิ ที่คาวากูจิโกะ
ทริป เที่ยวฟูจิ คราวนี้ไม่มีหลง เพราะเรารวบรวมวิธีการเดินทางจากกรุงโตเกียวไปยั...

เที่ยวญี่ปุ่น 2022 เปิดเงื่อนไข วิธีการขอวีซ่า ไกด์ไลน์เที่ยวจัดเต็ม
เปิดข้อมูลการ เที่ยวญี่ปุ่น 2022 / 2565 เปิดทุกเกณฑ์การท่องเที่ยวแบบจัดเต็ม กา...

นั่งชินคันเซ็นคุ้มๆ จากโตเกียวไปโอซาก้า เดินทางง่ายแค่ใช้ JR PASS
เที่ยวให้ทั่วโตเกียวแล้วไปต่อโอซาก้า เพราะเรามีแผนการเดินทางสุดคุ้มจากโตเกียวไ...

One day trip พาสสุดคุ้ม เที่ยวไซตามะ 1 วัน Check-in “Moominvalley Park” ช็อปฟินๆที่ Outlet
จังหวัดไซตามะ (Saitama) ไซตามะห่างจากโตเกียวเพียง […]...

เที่ยวญี่ปุ่น เมืองไหนดี แนะนำ 10 เมืองเด็ด ความน่าสนใจ ที่ต้องไปเยือน
เที่ยวญี่ปุ่น เมืองไหนดี แนะนำ 10 เมืองเด็ดน่าเที่ยว ที่มีความโดดเด่นน่าสนใจ ท...
Police
110
Ambulance
119
AMDA International Medical Information Center
03-6233-9266
สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว
090-4435-7812
สถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซาก้า
090-1895-0987
สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฟุกุโอกะ
090-2585-3027 หรือ 090-9572-1515