เที่ยวเซนได 3 วัน 2 คืน พร้อมประกันเดินทาง MSIG | ฤดูหนาวปลอดภัย

09/01/2026 (อัพเดทเมื่อ 29/01/2026)
เซนได เมืองหลวงของจังหวัดมิยะงิ เป็นจุดหมายปลายทางที่น่าสนใจสำหรับนักเที่ยวที่ต้องการสัมผัสเสน่ห์ของเมืองขนาดใหญ่ที่ยังคงบรรยากาศสงบและมีประวัติศาสตร์อันยาวนาน แผนเที่ยว 2 วัน 1 คืนนี้จะพาไปสำรวจทั้งสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในเมือง และทริปครึ่งวันไปมัตสึชิมะ หนึ่งในสามทัศนียภาพที่สวยที่สุดของญี่ปุ่น
Contents Index
  1. 1 เหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นในทริป – โชคดีที่มีประกัน
    1. 1.1 วันแรก: เกือบลื่นล้มที่ซุยโฮเด็น
    2. 1.2 วันที่สอง: แพ้อากาศที่มัตสึชิมะ
  2. 2 ทำไมถึงเลือก MSIG Travel Easy Plus
    1. 2.1 1. MSIG Assist – ทีมช่วยเหลือระดับโลก 24/7
    2. 2.2 2. บริการแพทย์ทางไกล – ปรึกษาหมอไทยผ่านแอปหมอดี
    3. 2.3 3. บริการห้องรับรองสนามบิน – รอเครื่องสบายๆ
    4. 2.4 4. Add-on เสริมที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์
    5. 2.5 5. ความคุ้มครองครบจบในแผนเดียว
  3. 3 วิธีสมัครง่ายๆ ไม่กี่คลิก
    1. 3.1 ขั้นตอนการสมัคร
    2. 3.2 ทำไมต้องซื้อล่วงหน้า
  4. 4 ทริปเซนได 3 วัน 2 คืน – เที่ยวอย่างมั่นใจด้วยประกัน
    1. 4.1 วางแผนทริปอย่างไร
  5. 5 แพลนเที่ยวเซนได แบบ 3 วัน 2 คืน
    1. 5.1 📍 Day 1 : เที่ยวเมืองเซนได ชิล ๆ
    2. 5.2 📍 Day 2 : กิน เที่ยว ชมวิว
  6. 6 📍 Day 1: เที่ยวเมืองเซนได ชิลๆ สัมผัสประวัติศาสตร์ซามูไร
    1. 6.1 ✈️ เดินทางถึงเซนได
  7. 7 🛕 ซุยโฮเด็ง (Zuihoden) – สุสานที่งดงามของดาเตะ มาซามุเนะ
    1. 7.1 รายละเอียดการเข้าชม:
    2. 7.2 สิ่งที่ไม่ควรพลาด:
  8. 8 🏯 ซากปราสาทอาโอบะ (Aoba Castle Ruins) – ชมวิวพาโนรามาของเซนได
    1. 8.1 รายละเอียดการเข้าชม:
    2. 8.2 สิ่งที่ไม่ควรพลาด:
  9. 9 🛍️ ช้อปปิ้งในเมืองแบบสบายๆ
  10. 10 🏨 Hotel Monterey Sendai – พักผ่อนสไตล์ยุโรป
  11. 11 📍 Day 2: กิน เที่ยว ชมวิว – มัตสึชิมะและพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ
  12. 12 🌅 Sendai Asaichi Market – ตลาดเช้าเซนได “ครัวของเซนได”
    1. 12.1 รายละเอียดการเข้าชม:
    2. 12.2 สิ่งที่ไม่ควรพลาด:
  13. 13 🐬 Sendai Umino-Mori Aquarium – พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ใหญ่ที่สุดในโทโฮกุ
    1. 13.1 รายละเอียดการเข้าชม:
    2. 13.2 สิ่งที่ไม่ควรพลาด:
  14. 14 🌊 Matsushima – อ่าววิวสวยระดับตำนานของญี่ปุ่น
    1. 14.1 การเดินทาง:
    2. 14.2 กิจกรรมแนะนำ:
  15. 15 บทสรุป: ประกันเดินทางคือสิ่งสำคัญที่สุดของทุกทริป
    1. 15.1 3 เหตุผลสำคัญที่ต้องมีประกันทุกทริป
    2. 15.2 อย่าปล่อยให้ความประมาทมาทำลายทริป
    3. 15.3 พร้อมเที่ยวอย่างมั่นใจแล้วหรือยัง?

ทำไมต้องมีประกันเดินทางสำหรับทริปญี่ปุ่นฤดูหนาว

ธันวาคมปีนี้ได้มีโอกาสไปเซนไดมาแบบเต็มอิ่ม ใช้เวลาเพียง 3 วัน 2 คืน แต่สิ่งที่ทำให้ทริปนี้ประทับใจที่สุดไม่ใช่แค่ความสวยงามของแหล่งท่องเที่ยว หากแต่เป็นความอุ่นใจที่มาจากการมีประกันเดินทางที่ดี

การเที่ยวญี่ปุ่นในช่วงฤดูหนาว อุณหภูมิประมาณ 2-8 องศาเซลเซียส มีความเสี่ยงที่หลายคนมักมองข้าม:

  • พื้นลื่นจากน้ำค้างแข็ง โอกาสลื่นล้มบาดเจ็บสูงมาก
  • อากาศหนาวจัด เสี่ยงป่วยง่าย โดยเฉพาะคนที่ไม่คุ้นเคยกับอากาศเย็น
  • ค่ารักษาพยาบาลในญี่ปุ่นสูงมาก ถ้าต้องเข้าโรงพยาบาล อาจต้องจ่ายหลักหมื่นหรือแสนบาท
  • เที่ยวบินล่าช้าจากสภาพอากาศ ในฤดูหนาวเกิดได้บ่อย

ทริปนี้จึงตัดสินใจซื้อ MSIG Travel Easy Plus ก่อนออกเดินทาง และต้องบอกว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุด

เหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นในทริป – โชคดีที่มีประกัน

วันแรก: เกือบลื่นล้มที่ซุยโฮเด็น

วันแรกที่ไปเที่ยวสุสานซุยโฮเด็น (Zuihoden Mausoleum) ทางเดินบางช่วงมีน้ำค้างแข็ง พื้นลื่นมาก บางครั้งนักท่องเที่ยวหลายคนเกือบลื่น บางคนล้มกระแทกเข่าจนต้องนั่งพักนาน ขณะนั้นนึกขึ้นได้ทันทีว่าโชคดีจริงๆ ที่มีประกัน MSIG

ถ้าเกิดลื่นล้มบาดเจ็บจริงๆ มี MSIG Assist ช่วยเหลือ 24/7 โทรติดต่อได้ทันที ไม่ต้องกังวลว่าจะต้องหาโรงพยาบาลเองท่ามกลางความเจ็บปวดและอุปสรรคด้านภาษา ทีมงานจะช่วยประสานงานทุกอย่าง

วันที่สอง: แพ้อากาศที่มัตสึชิมะ

วันที่สองที่ไปมัตสึชิมะ ลมทะเลพัดแรงมาก อากาศเย็นจัด กลับมาที่พักรู้สึกคอแห้ง เริ่มมีอาการแพ้อากาศ น้ำมูกไหล จามบ่อย ตอนนั้นคิดว่าถ้าอาการหนักขึ้นจะต้องทำยังไง

นึกถึงบริการแพทย์ทางไกลผ่านแอปหมอดี ที่มากับประกัน MSIG ถ้าอาการไม่หนักมาก ไม่ต้องเสียเวลาไปหาโรงพยาบาล สามารถปรึกษาหมอไทยทางไกลได้เลย ได้คำแนะนำแล้วไปซื้อยามาทานเอง ไม่ต้องกังวลเรื่องภาษา ไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง

สุดท้ายอาการไม่หนักมาก พักผ่อนดีๆ ก็หาย แต่ความอุ่นใจที่รู้ว่ามีทางเลือกนั้นมีค่ามาก

ทำไมถึงเลือก MSIG Travel Easy Plus

1. MSIG Assist – ทีมช่วยเหลือระดับโลก 24/7

นี่คือ feature ที่มีค่าที่สุดของประกัน MSIG บริการช่วยเหลือฉุกเฉินทางการแพทย์และการเดินทางตลอด 24 ชั่วโมงทั่วโลก ภาษาไทย

สถานการณ์ที่ช่วยได้:

  • เกิดอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วยกะทันหัน โทรหา MSIG Assist ทันที
  • ทีมงานช่วยหาโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด แนะนำสถานพยาบาลที่เหมาะสม
  • ประสานงานกับโรงพยาบาล จัดการเรื่องค่ารักษาพยาบาล
  • บริษัทจ่ายตรงให้โรงพยาบาล (ในกรณีที่เป็นโรงพยาบาลในเครือข่าย) ไม่ต้องจ่ายเงินก้อนโตเอง
  • ถ้าเกิดเหตุร้ายแรง มีบริการจัดการเรื่องการเดินทางกลับประเทศไทยเพื่อรักษาต่อ

ทำไมบริการนี้สำคัญมาก: ในต่างแดน โดยเฉพาะญี่ปุ่นที่มีอุปสรรคด้านภาษา การหาโรงพยาบาลเอง การสื่อสารกับเจ้าหน้าที่ การทำความเข้าใจระบบประกันสุขภาพ เป็นเรื่องยากมาก การมีทีมมืออาชีพคอยช่วยเหลือทำให้ไม่ต้องเผชิญปัญหาคนเดียว

2. บริการแพทย์ทางไกล – ปรึกษาหมอไทยผ่านแอปหมอดี

สำหรับอาการป่วยไม่หนัก เช่น:

  • ไข้หวัด คัดจมูก เจ็บคอ
  • ปวดท้อง ท้องเสีย
  • แพ้อากาศ ผื่นขึ้น
  • ปวดหัว เมารถเมาคลื่น

สามารถปรึกษาหมอไทยทางไกลได้ผ่านแอป หมอดี ตลอด 24 ชั่วโมง

ข้อดีของบริการนี้:

  • ไม่ต้องเสียเวลาหาโรงพยาบาล เวลาเที่ยวมีค่า ถ้าไปหาหมอต้องเสียเวลาครึ่งวันหรือเกือบทั้งวัน
  • ไม่ต้องกังวลเรื่องภาษา พูดคุยกับหมอไทยได้เลย อธิบายอาการได้ชัดเจน
  • ซื้อยามาเบิกได้ ปรึกษาเสร็จแล้วไปซื้อยาตามร้านขายยา เก็บใบเสร็จมาเบิกกับบริษัท
  • ประหยัดค่าใช้จ่าย ไม่ต้องจ่ายค่าตรวจหมอที่โรงพยาบาลซึ่งอาจสูงมาก

สำหรับอาการไม่หนัก บริการนี้แก้ปัญหาได้ทันที ไม่ต้องเสียเวลาเที่ยว

3. บริการห้องรับรองสนามบิน – รอเครื่องสบายๆ

เข้าใช้ห้องรับรองในสนามบินในเครือข่าย LoungeKey กว่า 1,700 แห่งทั่วโลก เมื่อเที่ยวบินล่าช้าเกิน 90 นาที

สิ่งที่ได้รับในห้องรับรอง:

  • อาหารและเครื่องดื่มฟรี (ทั้งคาวและหวาน)
  • Wi-Fi ความเร็วสูง ทำงานหรือดูหนังได้สบาย
  • ที่นั่งสบาย โซฟานุ่ม โต๊ะทำงาน
  • ห้องน้ำสะอาด อาบน้ำได้ (บางแห่ง)
  • พื้นที่เงียบสงบ พักผ่อนได้เต็มที่

ทำไมบริการนี้สำคัญ: ในฤดูหนาว เที่ยวบินล่าช้าเกิดได้บ่อยจากสภาพอากาศ การต้องรอที่สนามบินหลายชั่วโมงโดยไม่มีที่พักผ่อนที่สบาย เป็นเรื่องเหนื่อยมาก ห้องรับรองทำให้รอเครื่องได้อย่างมีคุณภาพ ไม่รู้สึกเสียเวลา

4. Add-on เสริมที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์

MSIG Travel Easy Plus ยังมี Add-on เสริมที่เลือกซื้อได้ตามความต้องการ:

Visa Care – คุ้มครองธรรมเนียมวีซ่า ชดเชยธรรมเนียมวีซ่าถ้าไม่ได้รับอนุมัติ สำหรับคนที่ยื่นวีซ่าไปประเทศที่มีความเสี่ยงไม่ผ่าน ถ้าซื้อ Add-on นี้แล้วไม่ผ่าน จะได้เงินคืนค่าธรรมเนียม ไม่เสียเปล่า

Pet Care – คุ้มครองสัตว์เลี้ยง คุ้มครองค่าฝากดูแลสุนัขและแมว กรณีกลับล่าช้ากว่ากำหนด สำหรับคนเลี้ยงหมาแมวที่ต้องฝากไว้ตอนเดินทาง ถ้ากลับล่าช้าเพราะเหตุสุดวิสัย ค่าฝากเพิ่มจะได้รับการชดเชย

Sport Care – คุ้มครองกิจกรรมผจญภัย คุ้มครองการเล่นกิจกรรมอันตราย เช่น:

  • ดำน้ำ (Scuba Diving)
  • บันจี้จัมป์
  • สกูตเตอร์ไฟฟ้า
  • สกี สโนว์บอร์ด
  • ปีนเขา

ประกันทั่วไปมักไม่คุ้มครองกิจกรรมเหล่านี้ แต่ MSIG มี Add-on ให้ซื้อเพิ่มได้ สำหรับคนชอบผจญภัย

คุ้มครองกรณีบ้านถูกโจรกรรม ระหว่างเดินทางไปต่างประเทศ บ้านว่างเปล่า ถ้าถูกขโมยเข้าบ้าน สิ่งของหายไป จะได้รับความคุ้มครอง จุดนี้น่าสนใจมากสำหรับคนที่เดินทางบ่อย บ้านว่างเป็นเดือน

5. ความคุ้มครองครบจบในแผนเดียว

นอกจากบริการพิเศษข้างต้นแล้ว MSIG Travel Easy Plus ยังให้ความคุ้มครองพื้นฐานที่สำคัญ:

  • ค่ารักษาพยาบาล กรณีเจ็บป่วยหรืออุบัติเหตุ
  • ค่าชดเชยกรณีเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพถาวร
  • กระเป๋าหาย สัมภาระเสียหาย ล่าช้า
  • เที่ยวบินล่าช้า ยกเลิก
  • การยกเลิกการเดินทาง เพราะเหตุสุดวิสัย
  • ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก

ครอบคลุมทุกสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นระหว่างเดินทาง

วิธีสมัครง่ายๆ ไม่กี่คลิก

การสมัครประกัน MSIG Travel Easy Plus ทำได้ง่ายมาก ไม่ถึง 10 นาทีก็เสร็จ:

ขั้นตอนการสมัคร

  1. เข้าไปที่เว็บไซต์ https://digital.msig-thai.com/main/travel/traveleasy_fullpack?utm_source=kol&utm_medium=web&utm_campaign=chillchill
  2. เลือกแพกเกจหลัก เลือกแผนประกันที่เหมาะกับระยะเวลาเดินทางและวงเงินคุ้มครองที่ต้องการ มีหลายแผนให้เลือก ตั้งแต่แผนพื้นฐานไปจนถึงแผนครอบคลุมสูงสุด
  3. เลือก Add-on เพิ่มเติม ถ้าต้องการความคุ้มครองเพิ่มเติม เช่น Visa Care, Pet Care, Sport Care ก็เลือกซื้อเพิ่มได้ (ไม่บังคับ)
  4. กรอกข้อมูลและชำระเงิน กรอกข้อมูลส่วนตัว ข้อมูลการเดินทาง แล้วชำระเงินผ่านช่องทางที่สะดวก
  5. รับกรมธรรม์ทางอีเมลทันที หลังชำระเงินเสร็จจะได้รับกรมธรรม์ทางอีเมลทันที สามารถพิมพ์หรือเก็บไว้ในมือถือได้เลย

ทำไมต้องซื้อล่วงหน้า

แนะนำให้ซื้อประกันก่อนออกเดินทางอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ เพราะ:

  • ได้เวลาอ่านรายละเอียดความคุ้มครองอย่างละเอียด ไม่ต้องรีบ
  • ไม่ต้องกังวลตอนเดินทาง รู้ว่ามีประกันพร้อมแล้ว
  • บางแผนมีเงื่อนไขต้องซื้อก่อนเดินทาง จึงจะได้รับความคุ้มครองครบถ้วน
  • มีเวลาติดต่อบริษัทถ้ามีข้อสงสัย ไม่ต้องรีบตัดสินใจ

ทริปเซนได 3 วัน 2 คืน – เที่ยวอย่างมั่นใจด้วยประกัน

วางแผนทริปอย่างไร

การเดินทาง:

  • บินกับ AirAsia X จากกรุงเทพไปลงเซนไดเลย ถึงประมาณ 10:00-11:00 น.
  • ซื้อ Sendai Marugoto Pass 2 วัน ราคา 2,700 เยน สำหรับเที่ยวในเซนได ครอบคลุมรถไฟ JR, รถไฟใต้ดิน, รถบัส Loople Sendai, พร้อมคูปองส่วนลดสถานที่ท่องเที่ยว

ที่พัก:

  • โรงแรมใกล้สถานีเซนได ราคา 3,000-5,000 บาทต่อคืน

แพลนเที่ยวเซนได แบบ 3 วัน 2 คืน

📍 Day 1 : เที่ยวเมืองเซนได ชิล ๆ

✈️ เดินทางถึง Sendai 

🛕 เที่ยว Zuihoden สุสานเก่าแก่ บรรยากาศสงบ สวยมาก

🏯 ขึ้นไปชมวิวเมืองที่ Aoba Castle Ruins 

🛍️ เดินช้อปปิ้งในเมืองแบบเพลิน ๆ

🏨 พักที่ Hotel Monterey Sendai โรงแรมทำเลดี เดินทางสะดวก ใกล้สถานี

📍 Day 2 : กิน เที่ยว ชมวิว

🌅 เช้าแวะ Sendai Asaichi Market ของกินเพียบ ทั้งอาหารทะเลและของท้องถิ่น

🐬 ต่อด้วย Sendai Umino-Mori Aquarium ดูโชว์โลมา เพลินมาก

🌊 บ่ายออกนอกเมืองไป Matsushima อ่าววิวสวยระดับตำนานของญี่ปุ่น ถ่ายรูปเพลินสุด ๆ

📍 Day 1: เที่ยวเมืองเซนได ชิลๆ สัมผัสประวัติศาสตร์ซามูไร

✈️ เดินทางถึงเซนได

เริ่มต้นวันแรกด้วยการเดินทางมาถึงเซนได ซึ่งสามารถเข้าถึงได้สะดวกผ่านรถไฟชินคันเซ็นโทโฮกุ (Tohoku Shinkansen) จากโตเกียวใช้เวลาเพียง 1.5-2 ชั่วโมง หรือจากสนามบินเซนดายซึ่งมีเที่ยวบินตรงจากหลายเมืองใหญ่ เมื่อถึงสถานี Sendai แล้ว แนะนำให้ซื้อ Loople Sendai Day Pass ในราคา 630 เยน เพื่อใช้โดยสารรถบัสเที่ยวชมเมืองได้ไม่จำกัดตลอดทั้งวัน

🛕 ซุยโฮเด็ง (Zuihoden) – สุสานที่งดงามของดาเตะ มาซามุเนะ

จุดหมายแรกคือซุยโฮเด็ง สุสานของดาเตะ มาซามุเนะ ลอร์ดซามูไรผู้ทรงอำนาจที่ก่อตั้งเมืองเซนได บริเวณนี้ตั้งอยู่ท่ามกลางป่าสนซีดาร์อายุกว่า 400 ปี ให้บรรยากาศอันเงียบสงบและศักดิ์สิทธิ์

รายละเอียดการเข้าชม:

  • ค่าเข้าชม: 570 เยน (ผู้ใหญ่), 410 เยน (นักเรียนมัธยม), 210 เยน (นักเรียนประถม-ม.ต้น)
  • เวลาเปิด-ปิด: 9:00-16:30 น. (รับเข้าชมสุดท้าย 16:00 น.) / ธันวาคม-มกราคม: 9:00-16:00 น. (รับเข้าชมสุดท้าย 15:40 น.)
  • การเดินทาง: ขึ้น Loople Sendai จาก Sendai Station ลงที่ป้าย “Zuihoden-mae” (ป้ายที่ 4) ใช้เวลาประมาณ 15 นาที จากนั้นเดินขึ้นเนินอีก 7 นาที

สิ่งที่ไม่ควรพลาด:

  • สถาปัตยกรรมสไตล์โมโมยามะที่ตกแต่งอย่างวิจิตรด้วยสีทองและดำแก้วมันวาว
  • พิพิธภัณฑ์เล็กๆ ที่จัดแสดงสิ่งของที่ขุดค้นพบจากสุสาน รวมถึงชิ้นส่วนกระดูกของมาซามุเนะ
  • สุสานของลูกและหลานของมาซามุเนะที่อยู่ใกล้เคียง (Kansenden และ Zennoden)
  • ทางเดินในป่าซีดาร์ที่ร่มรื่นและสวยงามโดยเฉพาะในฤดูใบไม้เปลี่ยนสี

เคล็ดลับ: แนะนำให้มาในช่วงเช้า 10:00-11:00 น. เพื่อแสงสวยและนักท่องเที่ยวไม่แน่น ใช้เวลาเที่ยวชมประมาณ 1-1.5 ชั่วโมง

🏯 ซากปราสาทอาโอบะ (Aoba Castle Ruins) – ชมวิวพาโนรามาของเซนได

ต่อด้วยการขึ้นไปยังซากปราสาทอาโอบะ หรือที่เรียกว่าปราสาทเซนได ซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขาอาโอบะ แม้ว่าอาคารปราสาทจะไม่เหลืออยู่แล้ว แต่บริเวณนี้ยังคงเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมือง

รายละเอียดการเข้าชม:

  • ค่าเข้าชม: พื้นที่ปราสาทฟรี / พิพิธภัณฑ์ 770 เยน (ผู้ใหญ่), ประสบการณ์ VR 880 เยน, แพ็กเกจรวม 1,430 เยน
  • เวลาเปิด-ปิด: พื้นที่ปราสาทเปิดตลอด 24 ชั่วโมง / พิพิธภัณฑ์: 9:00-16:45 น. (พ.ย.-ก.พ. จนถึง 16:00 น.) ปิดวันจันทร์
  • การเดินทาง: Loople Sendai ลงที่ป้าย “Site of Sendai Castle” (ป้ายที่ 6) ใช้เวลาประมาณ 22 นาที

สิ่งที่ไม่ควรพลาด:

  • รูปปั้นทองเหลืองขนาดใหญ่ของดาเตะ มาซามุเนะบนหลังม้า จุดถ่ายรูปยอดนิยม
  • วิวพาโนรามาของเมืองเซนดายและภูเขา Ou ทางทิศตะวันตก
  • กำแพงหินโบราณที่ยังคงตั้งอยู่และหอคอย Wakiyagura ที่สร้างขึ้นใหม่
  • พิพิธภัณฑ์ที่มีโมเดลจำลองปราสาทและประสบการณ์ VR ที่ให้เห็นปราสาทในอดีต

เคล็ดลับ: มาในช่วงเช้าหรือบ่ายเพื่อแสงสวยในการถ่ายรูป กลับจากปราสาทแนะนำให้เดินลงเนินแทนการนั่งรถเพื่อชมวิวระหว่างทาง

🛍️ ช้อปปิ้งในเมืองแบบสบายๆ

หลังจากชมสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญแล้ว ใช้เวลาบ่ายเดินเล่นช้อปปิ้งในย่านใจกลางเมือง:

  • Ichibancho Arcade – ถนนช้อปปิ้งแบบมีหลังคา ยาวกว่า 800 เมตร เต็มไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร และร้านกาแฟ
  • Sunmall Ichibancho – ห้างสรรพสินค้าใต้ดินที่เชื่อมต่อกับสถานี Sendai มีทั้งแฟชั่น อาหาร และของฝาก
  • Sendai Parco & AER – ห้างสรรพสินค้าใกล้สถานี เหมาะสำหรับช้อปปิ้งแฟชั่นและแบรนด์ญี่ปุ่น

อย่าลืมลองขนมพื้นเมือง:

  • Zunda Mochi – โมจิหน้าถั่วแระงาน (edamame) หวานๆ พิเศษของมิยะงิ
  • Sasakamaboko – ขนมปลาย่างรูปใบไผ่

🏨 Hotel Monterey Sendai – พักผ่อนสไตล์ยุโรป

พักที่ Hotel Monterey Sendai โรงแรมสไตล์ยุโรปผสมผสานกับความสะดวกสบายแบบญี่ปุ่น

ข้อมูลโรงแรม:

  • ทำเล: เดินเพียง 3 นาทีจาก Sendai Station
  • จุดเด่น:
    • ออกแบบตกแต่งสไตล์ยุโรปคลาสสิก แรงบันดาลใจจากกรุงปราก
    • ออนเซ็น Sala Terrena บนชั้น 17 พร้อมวิวเมือง (มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม)
    • ห้องอาหาร 3 แห่ง: ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส และจีน
    • Wi-Fi ฟรีทุกห้อง
  • สิ่งอำนวยความสะดวกใกล้เคียง: ตลาดเช้าเซนได, 7-Eleven, ทางเข้าสถานีรถไฟใต้ดิน

ราคา: เริ่มต้นประมาณ 6,000-10,000 เยนต่อคืน (ขึ้นอยู่กับฤดูกาลและประเภทห้อง)

📍 Day 2: กิน เที่ยว ชมวิว – มัตสึชิมะและพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ

🌅 Sendai Asaichi Market – ตลาดเช้าเซนได “ครัวของเซนได”

เริ่มต้นวันที่สองด้วยการแวะตลาดเช้าเซนได ตลาดที่มีมายาวนานตั้งแต่ปี 1945 ตั้งอยู่ใกล้สถานีเพียง 5 นาทีเดิน

รายละเอียดการเข้าชม:

  • เวลาเปิด-ปิด: 8:00-17:00 น. (จันทร์-เสาร์) ปิดวันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์
  • การเดินทาง: เดินจาก Sendai Station ประมาณ 5 นาที (ฝั่งตะวันตก)
  • ค่าเข้าชม: ฟรี (จ่ายเฉพาะสินค้าและอาหารที่สั่ง)

สิ่งที่ไม่ควรพลาด:

  • อาหารทะเลสด – หอยแครง หอยนางรม ปลา สาหร่าย และปลาหมึกแบบต่างๆ
  • ผักและผลไม้ตามฤดูกาล – สตรอว์เบอร์รี่เซนได (ฤดูใบไม้ผลิ), ผักพื้นเมือง
  • อาหารพร้อมทาน:
    • ข้าวหน้าอาหารทะเล (Kaisendon) – ราคาเริ่มต้น 500 เยน ที่ร้าน Asaichi Shokudo Shoya
    • ซูชิสด – จากปลาที่ส่งตรงจากท่าเรืออิชิโนมากิ
    • โครเก็ต (Croquette) – ร้านโครเก็ตขึ้นชื่อที่ปลายตลาด มีหลายรสชาติให้เลือก
    • กาแฟและสลัด – จากผักสดในตลาด

เคล็ดลับ: มาแต่เช้า 7:30-8:00 น. เพื่อสินค้าครบและยังไม่แน่น หรือหลัง 12:00 น. เมื่อคนเริ่มเบาบาง

🐬 Sendai Umino-Mori Aquarium – พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ใหญ่ที่สุดในโทโฮกุ

จากตลาดเช้า เดินทางไปพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำเซนได อูมิโนะ-โมริ ซึ่งเปิดในปี 2015 เพื่อเป็นสัญลักษณ์การฟื้นฟูหลังแผ่นดินไหวใหญ่โทโฮกุ

รายละเอียดการเข้าชม:

  • ค่าเข้าชม: 2,400 เยน (ผู้ใหญ่), 1,800 เยน (ผู้สูงอายุ 65+), 1,700 เยน (นักเรียนมัธยม), 1,200 เยน (นักเรียนประถม), 700 เยน (เด็กอายุ 4 ขวบขึ้นไป)
  • เวลาเปิด-ปิด: 9:00-18:00 น. (รับเข้าชมสุดท้าย 17:30 น.) *เวลาอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล
  • การเดินทาง:
    • จาก Sendai Station: ขึ้น JR Senseki Line ไป Nakanosakae Station (18 นาที)
    • จาก Nakanosakae Station: เดิน 15 นาที หรือ shuttle bus (7 นาที, ประมาณ 26 เที่ยวต่อวัน)

สิ่งที่ไม่ควรพลาด:

  • “Inochi Kirameku Umi” (ทะเลแห่งชีวิตที่ระยิบระยับ) – ตู้ปลาขนาดใหญ่กว้าง 14 เมตร สูง 7.5 เมตร จำลองทะเลซันริคุ มีปลาเกือบ 30,000 ตัวจาก 50 สายพันธุ์
  • Umino-Mori Stadium – โชว์โลมา สิงโต และนกทะเลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโทโฮกุ (ตรวจสอบรอบเวลาบนเว็บไซต์ก่อนไป)
  • Umino-Mori Beach – โซนกลางแจ้งให้เข้าใกล้เพนกวินเคปได้
  • พื้นที่จัดแสดงสัตว์น้ำจากทั่วโลก – ประมาณ 100 ตู้แสดง 300 สายพันธุ์
  • โชว์ projection mapping 360°
  • โซนอนุรักษ์สัตว์หายาก – รวมถึงปลาฉลามสีน้ำเงิน (Blue Shark) ที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เลี้ยงได้นานที่สุดในญี่ปุ่น

เคล็ดลับ: จองตั๋วออนไลน์ล่วงหน้าเพื่อประหยัดเวลา มาให้ทันโชว์โลมา 15 นาทีก่อนรอบเริ่ม ใช้เวลาเที่ยวชมประมาณ 2-3 ชั่วโมง มีร้านอาหารและร้านขายของที่ระลึกภายในพิพิธภัณฑ์

🌊 Matsushima – อ่าววิวสวยระดับตำนานของญี่ปุ่น

บ่ายเดินทางไปมัตสึชิมะ หนึ่งในสามทิศทางที่สวยที่สุดของญี่ปุ่น (Nihon Sankei) อ่าวที่มีเกาะเล็กๆ กว่า 260 เกาะปกคลุมไปด้วยต้นสนญี่ปุ่น

การเดินทาง:

  • จาก Sendai Station: ขึ้น JR Senseki Line ไป Matsushima-Kaigan Station (ประมาณ 40 นาที)
  • ค่าโดยสาร: 420 เยน (ทางเดียว)
  • หมายเหตุสำคัญ: ต้องลงที่สถานี Matsushima-Kaigan ไม่ใช่ Matsushima Station (ห่างจากแหล่งท่องเที่ยว)

กิจกรรมแนะนำ:

  1. เรือชมอ่าว (Matsushima Bay Cruise)
    • ราคา: 1,500 เยน (เส้นทางวน 50 นาที)
    • ไฮไลท์: ชมเกาะต่างๆ ที่ถูกลมและคลื่นแกะสลักให้เป็นรูปทรงแปลกตา มีเสียงบรรยายภาษาอังกฤษในเรือ
    • เคล็ดลับ: นั่งชั้นบนเพื่อวิวที่สวยขึ้น จุดออกเดินเรืออยู่ใกล้สถานี Matsushima-Kaigan เพียง 5-10 นาทีเดิน
  2. วัดซุยงันจิ (Zuiganji Temple) – วัดเซ็นที่สำคัญที่สุดในโทโฮกุ
    • ค่าเข้าชม: 700 เยน
    • เวลาเปิด-ปิด: 8:00-17:00 น. (ขึ้นอยู่กับฤดูกาล)
    • สถาปัตยกรรมสวยงามที่ดาเตะ มาซามุเนะสร้างขึ้นในปี 1609
  3. วัดเอ็นซุอิง (Entsuin Temple)
    • ค่าเข้าชม: 300 เยน
    • สวนมอสที่สวยงาม และสุสานของหลานของดาเตะ มาซามุเนะ
  4. Godaido – ศาลาเล็กๆ บนเกาะเล็กที่เชื่อมด้วยสะพานไม้ (ฟรี)
    • สัญลักษณ์ของมัตสึชิมะ สร้างโดยดาเตะ มาซามุเนะในปี 1604
  5. เดินเล่นบน Fukuurajima Island
    • ค่าผ่านสะพาน: 200 เยน
    • เดินเล่นชมธรรมชาติและวิวอ่าว

อาหารพื้นเมืองที่ต้องลอง:

  • หอยนางรม – มัตสึชิมะขึ้นชื่อเรื่องหอยนางรมสดใหญ่และอร่อย (ฤดูกาลตุลาคม-มีนาคม)
    • ร้าน Kaki-goya มีบุฟเฟ่ต์ปิ้งหอยนางรมไม่จำกัด 2,000-3,000 เยน
  • ปลาไหลทะเล (Anago) – อร่อยโดยเฉพาะในฤดูร้อน
  • Sasakamaboko – ขนมปลาย่างรูปใบไผ่ ทำสดใหม่
  • อาหารทะเลสด – ร้านอาหารริมอ่าวมีให้เลือกมากมาย

เวลาแนะนำ: ใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมงที่มัตสึชิมะ (หากรีบสามารถทำได้ครึ่งวัน) กลับถึงเซนดายเย็นพอดีสำหรับมื้อเย็นและช้อปปิ้งของฝากก่อนเดินทางต่อ

บทสรุป: ประกันเดินทางคือสิ่งสำคัญที่สุดของทุกทริป

หลังจากกลับมาจากทริปเซนได สิ่งที่ได้เรียนรู้คือประกันเดินทางไม่ใช่ค่าใช้จ่ายที่สูญเปล่า แต่เป็นการลงทุนเพื่อความอุ่นใจ

เบี้ยประกันเพียงไม่กี่ร้อยบาท แต่ให้ความคุ้มครองมูลค่าหลักแสนหรือหลักล้านบาท ครอบคลุมทั้งค่ารักษาพยาบาล การช่วยเหลือฉุกเฉิน บริการพิเศษต่างๆ

ถ้าเทียบกับค่ารักษาพยาบาลในต่างประเทศโดยเฉพาะญี่ปุ่น ซึ่งอาจสูงถึงหลักหมื่นหรือแสนบาทได้ การมีประกันจึงคุ้มค่าเกินคาด

3 เหตุผลสำคัญที่ต้องมีประกันทุกทริป

  1. ความอุ่นใจไม่มีค่า – เที่ยวได้อย่างเต็มที่ ไม่ต้องกังวล ไม่ต้องคิดมากว่าถ้าเกิดอะไรขึ้นจะทำยังไง
  2. ช่วยแก้ปัญหาได้จริง – มีทีม MSIG Assist คอยช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง พูดภาษาไทยได้ ประสานงานทุกอย่างให้
  3. ราคาไม่แพง แต่ได้ประโยชน์เยอะ – โดยเฉพาะเมื่อใช้โค้ด 18SW ลด 18% ยิ่งคุ้มค่า

อย่าปล่อยให้ความประมาทมาทำลายทริป

หลายคนอาจคิดว่า “เราไปมาหลายครั้งแล้ว ไม่เคยเป็นอะไร ไม่ต้องซื้อประกันก็ได้” แต่ความจริงคืออุบัติเหตุและเจ็บป่วยเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ โดยเฉพาะในต่างแดนที่มีปัจจัยเสี่ยงมากมาย

การซื้อประกันเดินทางคือการป้องกันตัวเองจากความเสี่ยงที่ไม่คาดคิด ทำให้มั่นใจว่าถ้าเกิดอะไรขึ้น มีคนคอยช่วย ไม่ต้องเผชิญปัญหาคนเดียว ไม่ต้องจ่ายเงินก้อนโต ไม่ต้องกังวลเรื่องภาษาหรือระบบประกันสุขภาพที่ซับซ้อน

พร้อมเที่ยวอย่างมั่นใจแล้วหรือยัง?

เที่ยวให้สนุก ช้อปให้เต็มที่ ปล่อยให้ MSIG ดูแลเรื่องความปลอดภัยให้

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ควรทำความเข้าใจรายละเอียดความคุ้มครองและเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง จำนวนคุ้มครองและผลประโยชน์ขึ้นอยู่กับแผนประกันภัย

Contents Index
  1. 1 เหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นในทริป – โชคดีที่มีประกัน
    1. 1.1 วันแรก: เกือบลื่นล้มที่ซุยโฮเด็น
    2. 1.2 วันที่สอง: แพ้อากาศที่มัตสึชิมะ
  2. 2 ทำไมถึงเลือก MSIG Travel Easy Plus
    1. 2.1 1. MSIG Assist – ทีมช่วยเหลือระดับโลก 24/7
    2. 2.2 2. บริการแพทย์ทางไกล – ปรึกษาหมอไทยผ่านแอปหมอดี
    3. 2.3 3. บริการห้องรับรองสนามบิน – รอเครื่องสบายๆ
    4. 2.4 4. Add-on เสริมที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์
    5. 2.5 5. ความคุ้มครองครบจบในแผนเดียว
  3. 3 วิธีสมัครง่ายๆ ไม่กี่คลิก
    1. 3.1 ขั้นตอนการสมัคร
    2. 3.2 ทำไมต้องซื้อล่วงหน้า
  4. 4 ทริปเซนได 3 วัน 2 คืน – เที่ยวอย่างมั่นใจด้วยประกัน
    1. 4.1 วางแผนทริปอย่างไร
  5. 5 แพลนเที่ยวเซนได แบบ 3 วัน 2 คืน
    1. 5.1 📍 Day 1 : เที่ยวเมืองเซนได ชิล ๆ
    2. 5.2 📍 Day 2 : กิน เที่ยว ชมวิว
  6. 6 📍 Day 1: เที่ยวเมืองเซนได ชิลๆ สัมผัสประวัติศาสตร์ซามูไร
    1. 6.1 ✈️ เดินทางถึงเซนได
  7. 7 🛕 ซุยโฮเด็ง (Zuihoden) – สุสานที่งดงามของดาเตะ มาซามุเนะ
    1. 7.1 รายละเอียดการเข้าชม:
    2. 7.2 สิ่งที่ไม่ควรพลาด:
  8. 8 🏯 ซากปราสาทอาโอบะ (Aoba Castle Ruins) – ชมวิวพาโนรามาของเซนได
    1. 8.1 รายละเอียดการเข้าชม:
    2. 8.2 สิ่งที่ไม่ควรพลาด:
  9. 9 🛍️ ช้อปปิ้งในเมืองแบบสบายๆ
  10. 10 🏨 Hotel Monterey Sendai – พักผ่อนสไตล์ยุโรป
  11. 11 📍 Day 2: กิน เที่ยว ชมวิว – มัตสึชิมะและพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ
  12. 12 🌅 Sendai Asaichi Market – ตลาดเช้าเซนได “ครัวของเซนได”
    1. 12.1 รายละเอียดการเข้าชม:
    2. 12.2 สิ่งที่ไม่ควรพลาด:
  13. 13 🐬 Sendai Umino-Mori Aquarium – พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ใหญ่ที่สุดในโทโฮกุ
    1. 13.1 รายละเอียดการเข้าชม:
    2. 13.2 สิ่งที่ไม่ควรพลาด:
  14. 14 🌊 Matsushima – อ่าววิวสวยระดับตำนานของญี่ปุ่น
    1. 14.1 การเดินทาง:
    2. 14.2 กิจกรรมแนะนำ:
  15. 15 บทสรุป: ประกันเดินทางคือสิ่งสำคัญที่สุดของทุกทริป
    1. 15.1 3 เหตุผลสำคัญที่ต้องมีประกันทุกทริป
    2. 15.2 อย่าปล่อยให้ความประมาทมาทำลายทริป
    3. 15.3 พร้อมเที่ยวอย่างมั่นใจแล้วหรือยัง?
ALISA

Blogger : ALISA

มนุษย์ชอบกิน ชอบเที่ยว มีคติว่า ถ้าเที่ยวต้องเที่ยวให้สุด กับเรื่องกินก็เช่นกัน เรื่องอะไรที่คนอื่นไม่เคยทำ เราต้องได้ทำ เต็มที่กับทุกอย่าง ไปให้สุดแล้วหยุดที่หมดตัว แต่รวยประสบการณ์ รักการเรียนรู้ และสนใจญี่ปุ่นเป็นพิเศษ ชอบการพูดคุยกับชาวบ้าน หรือได้พบเจออะไรใหม่ๆ เสมอ

153 Posts

โหวต

| Polls
โหวต | Polls
  • มีแพลนจะไปเที่ยวญี่ปุ่นเมื่อไหร่

    View Results

    Loading ... Loading ...

กรณีฉุกเฉิน

| Emergency
  • Police

    110

  • Ambulance

    119

  • AMDA International Medical Information Center

    03-6233-9266

  • สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว

    090-4435-7812

  • สถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซาก้า

    090-1895-0987

  • สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฟุกุโอกะ

    090-2585-3027 หรือ 090-9572-1515