เซนได เมืองหลวงของจังหวัดมิยะงิ เป็นจุดหมายปลายทางที่น่าสนใจสำหรับนักเที่ยวที่ต้องการสัมผัสเสน่ห์ของเมืองขนาดใหญ่ที่ยังคงบรรยากาศสงบและมีประวัติศาสตร์อันยาวนาน แผนเที่ยว 2 วัน 1 คืนนี้จะพาไปสำรวจทั้งสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในเมือง และทริปครึ่งวันไปมัตสึชิมะ หนึ่งในสามทัศนียภาพที่สวยที่สุดของญี่ปุ่น
ทำไมต้องมีประกันเดินทางสำหรับทริปญี่ปุ่นฤดูหนาว
ธันวาคมปีนี้ได้มีโอกาสไปเซนไดมาแบบเต็มอิ่ม ใช้เวลาเพียง 3 วัน 2 คืน แต่สิ่งที่ทำให้ทริปนี้ประทับใจที่สุดไม่ใช่แค่ความสวยงามของแหล่งท่องเที่ยว หากแต่เป็นความอุ่นใจที่มาจากการมีประกันเดินทางที่ดี
การเที่ยวญี่ปุ่นในช่วงฤดูหนาว อุณหภูมิประมาณ 2-8 องศาเซลเซียส มีความเสี่ยงที่หลายคนมักมองข้าม:
พื้นลื่นจากน้ำค้างแข็ง โอกาสลื่นล้มบาดเจ็บสูงมาก
อากาศหนาวจัด เสี่ยงป่วยง่าย โดยเฉพาะคนที่ไม่คุ้นเคยกับอากาศเย็น
ค่ารักษาพยาบาลในญี่ปุ่นสูงมาก ถ้าต้องเข้าโรงพยาบาล อาจต้องจ่ายหลักหมื่นหรือแสนบาท
เที่ยวบินล่าช้าจากสภาพอากาศ ในฤดูหนาวเกิดได้บ่อย
ทริปนี้จึงตัดสินใจซื้อ MSIG Travel Easy Plus ก่อนออกเดินทาง และต้องบอกว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุด
เหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นในทริป – โชคดีที่มีประกัน
วันแรก: เกือบลื่นล้มที่ซุยโฮเด็น
วันแรกที่ไปเที่ยวสุสานซุยโฮเด็น (Zuihoden Mausoleum) ทางเดินบางช่วงมีน้ำค้างแข็ง พื้นลื่นมาก บางครั้งนักท่องเที่ยวหลายคนเกือบลื่น บางคนล้มกระแทกเข่าจนต้องนั่งพักนาน ขณะนั้นนึกขึ้นได้ทันทีว่าโชคดีจริงๆ ที่มีประกัน MSIG
ถ้าเกิดลื่นล้มบาดเจ็บจริงๆ มี MSIG Assist ช่วยเหลือ 24/7 โทรติดต่อได้ทันที ไม่ต้องกังวลว่าจะต้องหาโรงพยาบาลเองท่ามกลางความเจ็บปวดและอุปสรรคด้านภาษา ทีมงานจะช่วยประสานงานทุกอย่าง
วันที่สอง: แพ้อากาศที่มัตสึชิมะ
วันที่สองที่ไปมัตสึชิมะ ลมทะเลพัดแรงมาก อากาศเย็นจัด กลับมาที่พักรู้สึกคอแห้ง เริ่มมีอาการแพ้อากาศ น้ำมูกไหล จามบ่อย ตอนนั้นคิดว่าถ้าอาการหนักขึ้นจะต้องทำยังไง
นึกถึงบริการแพทย์ทางไกลผ่านแอปหมอดี ที่มากับประกัน MSIG ถ้าอาการไม่หนักมาก ไม่ต้องเสียเวลาไปหาโรงพยาบาล สามารถปรึกษาหมอไทยทางไกลได้เลย ได้คำแนะนำแล้วไปซื้อยามาทานเอง ไม่ต้องกังวลเรื่องภาษา ไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง
สุดท้ายอาการไม่หนักมาก พักผ่อนดีๆ ก็หาย แต่ความอุ่นใจที่รู้ว่ามีทางเลือก นั้นมีค่ามาก
ทำไมถึงเลือก MSIG Travel Easy Plus
1. MSIG Assist – ทีมช่วยเหลือระดับโลก 24/7
นี่คือ feature ที่มีค่าที่สุดของประกัน MSIG บริการช่วยเหลือฉุกเฉินทางการแพทย์และการเดินทางตลอด 24 ชั่วโมงทั่วโลก ภาษาไทย
สถานการณ์ที่ช่วยได้:
เกิดอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วยกะทันหัน โทรหา MSIG Assist ทันที
ทีมงานช่วยหาโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด แนะนำสถานพยาบาลที่เหมาะสม
ประสานงานกับโรงพยาบาล จัดการเรื่องค่ารักษาพยาบาล
บริษัทจ่ายตรงให้โรงพยาบาล (ในกรณีที่เป็นโรงพยาบาลในเครือข่าย) ไม่ต้องจ่ายเงินก้อนโตเอง
ถ้าเกิดเหตุร้ายแรง มีบริการจัดการเรื่องการเดินทางกลับประเทศไทยเพื่อรักษาต่อ
ทำไมบริการนี้สำคัญมาก: ในต่างแดน โดยเฉพาะญี่ปุ่นที่มีอุปสรรคด้านภาษา การหาโรงพยาบาลเอง การสื่อสารกับเจ้าหน้าที่ การทำความเข้าใจระบบประกันสุขภาพ เป็นเรื่องยากมาก การมีทีมมืออาชีพคอยช่วยเหลือทำให้ไม่ต้องเผชิญปัญหาคนเดียว
2. บริการแพทย์ทางไกล – ปรึกษาหมอไทยผ่านแอปหมอดี
สำหรับอาการป่วยไม่หนัก เช่น:
ไข้หวัด คัดจมูก เจ็บคอ
ปวดท้อง ท้องเสีย
แพ้อากาศ ผื่นขึ้น
ปวดหัว เมารถเมาคลื่น
สามารถปรึกษาหมอไทยทางไกลได้ผ่านแอป หมอดี ตลอด 24 ชั่วโมง
ข้อดีของบริการนี้:
ไม่ต้องเสียเวลาหาโรงพยาบาล เวลาเที่ยวมีค่า ถ้าไปหาหมอต้องเสียเวลาครึ่งวันหรือเกือบทั้งวัน
ไม่ต้องกังวลเรื่องภาษา พูดคุยกับหมอไทยได้เลย อธิบายอาการได้ชัดเจน
ซื้อยามาเบิกได้ ปรึกษาเสร็จแล้วไปซื้อยาตามร้านขายยา เก็บใบเสร็จมาเบิกกับบริษัท
ประหยัดค่าใช้จ่าย ไม่ต้องจ่ายค่าตรวจหมอที่โรงพยาบาลซึ่งอาจสูงมาก
สำหรับอาการไม่หนัก บริการนี้แก้ปัญหาได้ทันที ไม่ต้องเสียเวลาเที่ยว
3. บริการห้องรับรองสนามบิน – รอเครื่องสบายๆ
เข้าใช้ห้องรับรองในสนามบินในเครือข่าย LoungeKey กว่า 1,700 แห่งทั่วโลก เมื่อเที่ยวบินล่าช้าเกิน 90 นาที
สิ่งที่ได้รับในห้องรับรอง:
อาหารและเครื่องดื่มฟรี (ทั้งคาวและหวาน)
Wi-Fi ความเร็วสูง ทำงานหรือดูหนังได้สบาย
ที่นั่งสบาย โซฟานุ่ม โต๊ะทำงาน
ห้องน้ำสะอาด อาบน้ำได้ (บางแห่ง)
พื้นที่เงียบสงบ พักผ่อนได้เต็มที่
ทำไมบริการนี้สำคัญ: ในฤดูหนาว เที่ยวบินล่าช้าเกิดได้บ่อยจากสภาพอากาศ การต้องรอที่สนามบินหลายชั่วโมงโดยไม่มีที่พักผ่อนที่สบาย เป็นเรื่องเหนื่อยมาก ห้องรับรองทำให้รอเครื่องได้อย่างมีคุณภาพ ไม่รู้สึกเสียเวลา
4. Add-on เสริมที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์
MSIG Travel Easy Plus ยังมี Add-on เสริมที่เลือกซื้อได้ตามความต้องการ:
Visa Care – คุ้มครองธรรมเนียมวีซ่า ชดเชยธรรมเนียมวีซ่าถ้าไม่ได้รับอนุมัติ สำหรับคนที่ยื่นวีซ่าไปประเทศที่มีความเสี่ยงไม่ผ่าน ถ้าซื้อ Add-on นี้แล้วไม่ผ่าน จะได้เงินคืนค่าธรรมเนียม ไม่เสียเปล่า
Pet Care – คุ้มครองสัตว์เลี้ยง คุ้มครองค่าฝากดูแลสุนัขและแมว กรณีกลับล่าช้ากว่ากำหนด สำหรับคนเลี้ยงหมาแมวที่ต้องฝากไว้ตอนเดินทาง ถ้ากลับล่าช้าเพราะเหตุสุดวิสัย ค่าฝากเพิ่มจะได้รับการชดเชย
Sport Care – คุ้มครองกิจกรรมผจญภัย คุ้มครองการเล่นกิจกรรมอันตราย เช่น:
ดำน้ำ (Scuba Diving)
บันจี้จัมป์
สกูตเตอร์ไฟฟ้า
สกี สโนว์บอร์ด
ปีนเขา
ประกันทั่วไปมักไม่คุ้มครองกิจกรรมเหล่านี้ แต่ MSIG มี Add-on ให้ซื้อเพิ่มได้ สำหรับคนชอบผจญภัย
คุ้มครองกรณีบ้านถูกโจรกรรม ระหว่างเดินทางไปต่างประเทศ บ้านว่างเปล่า ถ้าถูกขโมยเข้าบ้าน สิ่งของหายไป จะได้รับความคุ้มครอง จุดนี้น่าสนใจมากสำหรับคนที่เดินทางบ่อย บ้านว่างเป็นเดือน
5. ความคุ้มครองครบจบในแผนเดียว
นอกจากบริการพิเศษข้างต้นแล้ว MSIG Travel Easy Plus ยังให้ความคุ้มครองพื้นฐานที่สำคัญ:
ค่ารักษาพยาบาล กรณีเจ็บป่วยหรืออุบัติเหตุ
ค่าชดเชยกรณีเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพถาวร
กระเป๋าหาย สัมภาระเสียหาย ล่าช้า
เที่ยวบินล่าช้า ยกเลิก
การยกเลิกการเดินทาง เพราะเหตุสุดวิสัย
ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก
ครอบคลุมทุกสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นระหว่างเดินทาง
วิธีสมัครง่ายๆ ไม่กี่คลิก
การสมัครประกัน MSIG Travel Easy Plus ทำได้ง่ายมาก ไม่ถึง 10 นาทีก็เสร็จ:
ขั้นตอนการสมัคร
เข้าไปที่เว็บไซต์ https://digital.msig-thai.com/main/travel/traveleasy_fullpack?utm_source=kol&utm_medium=web&utm_campaign=chillchill
เลือกแพกเกจหลัก เลือกแผนประกันที่เหมาะกับระยะเวลาเดินทางและวงเงินคุ้มครองที่ต้องการ มีหลายแผนให้เลือก ตั้งแต่แผนพื้นฐานไปจนถึงแผนครอบคลุมสูงสุด
เลือก Add-on เพิ่มเติม ถ้าต้องการความคุ้มครองเพิ่มเติม เช่น Visa Care, Pet Care, Sport Care ก็เลือกซื้อเพิ่มได้ (ไม่บังคับ)
กรอกข้อมูลและชำระเงิน กรอกข้อมูลส่วนตัว ข้อมูลการเดินทาง แล้วชำระเงินผ่านช่องทางที่สะดวก
รับกรมธรรม์ทางอีเมลทันที หลังชำระเงินเสร็จจะได้รับกรมธรรม์ทางอีเมลทันที สามารถพิมพ์หรือเก็บไว้ในมือถือได้เลย
ทำไมต้องซื้อล่วงหน้า
แนะนำให้ซื้อประกันก่อนออกเดินทางอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ เพราะ:
ได้เวลาอ่านรายละเอียดความคุ้มครองอย่างละเอียด ไม่ต้องรีบ
ไม่ต้องกังวลตอนเดินทาง รู้ว่ามีประกันพร้อมแล้ว
บางแผนมีเงื่อนไขต้องซื้อก่อนเดินทาง จึงจะได้รับความคุ้มครองครบถ้วน
มีเวลาติดต่อบริษัทถ้ามีข้อสงสัย ไม่ต้องรีบตัดสินใจ
ทริปเซนได 3 วัน 2 คืน – เที่ยวอย่างมั่นใจด้วยประกัน
วางแผนทริปอย่างไร
การเดินทาง:
บินกับ AirAsia X จากกรุงเทพไปลงเซนไดเลย ถึงประมาณ 10:00-11:00 น.
ซื้อ Sendai Marugoto Pass 2 วัน ราคา 2,700 เยน สำหรับเที่ยวในเซนได ครอบคลุมรถไฟ JR, รถไฟใต้ดิน, รถบัส Loople Sendai, พร้อมคูปองส่วนลดสถานที่ท่องเที่ยว
ที่พัก:
โรงแรมใกล้สถานีเซนได ราคา 3,000-5,000 บาทต่อคืน
แพลนเที่ยวเซนได แบบ 3 วัน 2 คืน
📍 Day 1 : เที่ยวเมืองเซนได ชิล ๆ
✈️ เดินทางถึง Sendai
🛕 เที่ยว Zuihoden สุสานเก่าแก่ บรรยากาศสงบ สวยมาก
🏯 ขึ้นไปชมวิวเมืองที่ Aoba Castle Ruins
🛍️ เดินช้อปปิ้งในเมืองแบบเพลิน ๆ
🏨 พักที่ Hotel Monterey Sendai โรงแรมทำเลดี เดินทางสะดวก ใกล้สถานี
📍 Day 2 : กิน เที่ยว ชมวิว
🌅 เช้าแวะ Sendai Asaichi Market ของกินเพียบ ทั้งอาหารทะเลและของท้องถิ่น
🐬 ต่อด้วย Sendai Umino-Mori Aquarium ดูโชว์โลมา เพลินมาก
🌊 บ่ายออกนอกเมืองไป Matsushima อ่าววิวสวยระดับตำนานของญี่ปุ่น ถ่ายรูปเพลินสุด ๆ
📍 Day 1: เที่ยวเมืองเซนได ชิลๆ สัมผัสประวัติศาสตร์ซามูไร
✈️ เดินทางถึงเซนได
เริ่มต้นวันแรกด้วยการเดินทางมาถึงเซนได ซึ่งสามารถเข้าถึงได้สะดวกผ่านรถไฟชินคันเซ็นโทโฮกุ (Tohoku Shinkansen) จากโตเกียวใช้เวลาเพียง 1.5-2 ชั่วโมง หรือจากสนามบินเซนดายซึ่งมีเที่ยวบินตรงจากหลายเมืองใหญ่ เมื่อถึงสถานี Sendai แล้ว แนะนำให้ซื้อ Loople Sendai Day Pass ในราคา 630 เยน เพื่อใช้โดยสารรถบัสเที่ยวชมเมืองได้ไม่จำกัดตลอดทั้งวัน
🛕 ซุยโฮเด็ง (Zuihoden) – สุสานที่งดงามของดาเตะ มาซามุเนะ
จุดหมายแรกคือซุยโฮเด็ง สุสานของดาเตะ มาซามุเนะ ลอร์ดซามูไรผู้ทรงอำนาจที่ก่อตั้งเมืองเซนได บริเวณนี้ตั้งอยู่ท่ามกลางป่าสนซีดาร์อายุกว่า 400 ปี ให้บรรยากาศอันเงียบสงบและศักดิ์สิทธิ์
รายละเอียดการเข้าชม:
ค่าเข้าชม: 570 เยน (ผู้ใหญ่), 410 เยน (นักเรียนมัธยม), 210 เยน (นักเรียนประถม-ม.ต้น)
เวลาเปิด-ปิด: 9:00-16:30 น. (รับเข้าชมสุดท้าย 16:00 น.) / ธันวาคม-มกราคม: 9:00-16:00 น. (รับเข้าชมสุดท้าย 15:40 น.)
การเดินทาง: ขึ้น Loople Sendai จาก Sendai Station ลงที่ป้าย “Zuihoden-mae” (ป้ายที่ 4) ใช้เวลาประมาณ 15 นาที จากนั้นเดินขึ้นเนินอีก 7 นาที
สิ่งที่ไม่ควรพลาด:
สถาปัตยกรรมสไตล์โมโมยามะที่ตกแต่งอย่างวิจิตรด้วยสีทองและดำแก้วมันวาว
พิพิธภัณฑ์เล็กๆ ที่จัดแสดงสิ่งของที่ขุดค้นพบจากสุสาน รวมถึงชิ้นส่วนกระดูกของมาซามุเนะ
สุสานของลูกและหลานของมาซามุเนะที่อยู่ใกล้เคียง (Kansenden และ Zennoden)
ทางเดินในป่าซีดาร์ที่ร่มรื่นและสวยงามโดยเฉพาะในฤดูใบไม้เปลี่ยนสี
เคล็ดลับ: แนะนำให้มาในช่วงเช้า 10:00-11:00 น. เพื่อแสงสวยและนักท่องเที่ยวไม่แน่น ใช้เวลาเที่ยวชมประมาณ 1-1.5 ชั่วโมง
🏯 ซากปราสาทอาโอบะ (Aoba Castle Ruins) – ชมวิวพาโนรามาของเซนได
ต่อด้วยการขึ้นไปยังซากปราสาทอาโอบะ หรือที่เรียกว่าปราสาทเซนได ซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขาอาโอบะ แม้ว่าอาคารปราสาทจะไม่เหลืออยู่แล้ว แต่บริเวณนี้ยังคงเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมือง
รายละเอียดการเข้าชม:
ค่าเข้าชม: พื้นที่ปราสาทฟรี / พิพิธภัณฑ์ 770 เยน (ผู้ใหญ่), ประสบการณ์ VR 880 เยน, แพ็กเกจรวม 1,430 เยน
เวลาเปิด-ปิด: พื้นที่ปราสาทเปิดตลอด 24 ชั่วโมง / พิพิธภัณฑ์: 9:00-16:45 น. (พ.ย.-ก.พ. จนถึง 16:00 น.) ปิดวันจันทร์
การเดินทาง: Loople Sendai ลงที่ป้าย “Site of Sendai Castle” (ป้ายที่ 6) ใช้เวลาประมาณ 22 นาที
สิ่งที่ไม่ควรพลาด:
รูปปั้นทองเหลืองขนาดใหญ่ของดาเตะ มาซามุเนะบนหลังม้า จุดถ่ายรูปยอดนิยม
วิวพาโนรามาของเมืองเซนดายและภูเขา Ou ทางทิศตะวันตก
กำแพงหินโบราณที่ยังคงตั้งอยู่และหอคอย Wakiyagura ที่สร้างขึ้นใหม่
พิพิธภัณฑ์ที่มีโมเดลจำลองปราสาทและประสบการณ์ VR ที่ให้เห็นปราสาทในอดีต
เคล็ดลับ: มาในช่วงเช้าหรือบ่ายเพื่อแสงสวยในการถ่ายรูป กลับจากปราสาทแนะนำให้เดินลงเนินแทนการนั่งรถเพื่อชมวิวระหว่างทาง
🛍️ ช้อปปิ้งในเมืองแบบสบายๆ
หลังจากชมสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญแล้ว ใช้เวลาบ่ายเดินเล่นช้อปปิ้งในย่านใจกลางเมือง:
Ichibancho Arcade – ถนนช้อปปิ้งแบบมีหลังคา ยาวกว่า 800 เมตร เต็มไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร และร้านกาแฟ
Sunmall Ichibancho – ห้างสรรพสินค้าใต้ดินที่เชื่อมต่อกับสถานี Sendai มีทั้งแฟชั่น อาหาร และของฝาก
Sendai Parco & AER – ห้างสรรพสินค้าใกล้สถานี เหมาะสำหรับช้อปปิ้งแฟชั่นและแบรนด์ญี่ปุ่น
อย่าลืมลองขนมพื้นเมือง:
Zunda Mochi – โมจิหน้าถั่วแระงาน (edamame) หวานๆ พิเศษของมิยะงิ
Sasakamaboko – ขนมปลาย่างรูปใบไผ่
🏨 Hotel Monterey Sendai – พักผ่อนสไตล์ยุโรป
พักที่ Hotel Monterey Sendai โรงแรมสไตล์ยุโรปผสมผสานกับความสะดวกสบายแบบญี่ปุ่น
ข้อมูลโรงแรม:
ทำเล: เดินเพียง 3 นาทีจาก Sendai Station
จุดเด่น:
ออกแบบตกแต่งสไตล์ยุโรปคลาสสิก แรงบันดาลใจจากกรุงปราก
ออนเซ็น Sala Terrena บนชั้น 17 พร้อมวิวเมือง (มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม)
ห้องอาหาร 3 แห่ง: ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส และจีน
Wi-Fi ฟรีทุกห้อง
สิ่งอำนวยความสะดวกใกล้เคียง: ตลาดเช้าเซนได, 7-Eleven, ทางเข้าสถานีรถไฟใต้ดิน
ราคา: เริ่มต้นประมาณ 6,000-10,000 เยนต่อคืน (ขึ้นอยู่กับฤดูกาลและประเภทห้อง)
📍 Day 2: กิน เที่ยว ชมวิว – มัตสึชิมะและพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ
🌅 Sendai Asaichi Market – ตลาดเช้าเซนได “ครัวของเซนได”
เริ่มต้นวันที่สองด้วยการแวะตลาดเช้าเซนได ตลาดที่มีมายาวนานตั้งแต่ปี 1945 ตั้งอยู่ใกล้สถานีเพียง 5 นาทีเดิน
รายละเอียดการเข้าชม:
เวลาเปิด-ปิด: 8:00-17:00 น. (จันทร์-เสาร์) ปิดวันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์
การเดินทาง: เดินจาก Sendai Station ประมาณ 5 นาที (ฝั่งตะวันตก)
ค่าเข้าชม: ฟรี (จ่ายเฉพาะสินค้าและอาหารที่สั่ง)
สิ่งที่ไม่ควรพลาด:
อาหารทะเลสด – หอยแครง หอยนางรม ปลา สาหร่าย และปลาหมึกแบบต่างๆ
ผักและผลไม้ตามฤดูกาล – สตรอว์เบอร์รี่เซนได (ฤดูใบไม้ผลิ), ผักพื้นเมือง
อาหารพร้อมทาน :
ข้าวหน้าอาหารทะเล (Kaisendon) – ราคาเริ่มต้น 500 เยน ที่ร้าน Asaichi Shokudo Shoya
ซูชิสด – จากปลาที่ส่งตรงจากท่าเรืออิชิโนมากิ
โครเก็ต (Croquette) – ร้านโครเก็ตขึ้นชื่อที่ปลายตลาด มีหลายรสชาติให้เลือก
กาแฟและสลัด – จากผักสดในตลาด
เคล็ดลับ: มาแต่เช้า 7:30-8:00 น. เพื่อสินค้าครบและยังไม่แน่น หรือหลัง 12:00 น. เมื่อคนเริ่มเบาบาง
🐬 Sendai Umino-Mori Aquarium – พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ใหญ่ที่สุดในโทโฮกุ
จากตลาดเช้า เดินทางไปพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำเซนได อูมิโนะ-โมริ ซึ่งเปิดในปี 2015 เพื่อเป็นสัญลักษณ์การฟื้นฟูหลังแผ่นดินไหวใหญ่โทโฮกุ
รายละเอียดการเข้าชม:
ค่าเข้าชม: 2,400 เยน (ผู้ใหญ่), 1,800 เยน (ผู้สูงอายุ 65+), 1,700 เยน (นักเรียนมัธยม), 1,200 เยน (นักเรียนประถม), 700 เยน (เด็กอายุ 4 ขวบขึ้นไป)
เวลาเปิด-ปิด: 9:00-18:00 น. (รับเข้าชมสุดท้าย 17:30 น.) *เวลาอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล
การเดินทาง:
จาก Sendai Station: ขึ้น JR Senseki Line ไป Nakanosakae Station (18 นาที)
จาก Nakanosakae Station: เดิน 15 นาที หรือ shuttle bus (7 นาที, ประมาณ 26 เที่ยวต่อวัน)
สิ่งที่ไม่ควรพลาด:
“Inochi Kirameku Umi” (ทะเลแห่งชีวิตที่ระยิบระยับ) – ตู้ปลาขนาดใหญ่กว้าง 14 เมตร สูง 7.5 เมตร จำลองทะเลซันริคุ มีปลาเกือบ 30,000 ตัวจาก 50 สายพันธุ์
Umino-Mori Stadium – โชว์โลมา สิงโต และนกทะเลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโทโฮกุ (ตรวจสอบรอบเวลาบนเว็บไซต์ก่อนไป)
Umino-Mori Beach – โซนกลางแจ้งให้เข้าใกล้เพนกวินเคปได้
พื้นที่จัดแสดงสัตว์น้ำจากทั่วโลก – ประมาณ 100 ตู้แสดง 300 สายพันธุ์
โชว์ projection mapping 360°
โซนอนุรักษ์สัตว์หายาก – รวมถึงปลาฉลามสีน้ำเงิน (Blue Shark) ที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เลี้ยงได้นานที่สุดในญี่ปุ่น
เคล็ดลับ: จองตั๋วออนไลน์ล่วงหน้าเพื่อประหยัดเวลา มาให้ทันโชว์โลมา 15 นาทีก่อนรอบเริ่ม ใช้เวลาเที่ยวชมประมาณ 2-3 ชั่วโมง มีร้านอาหารและร้านขายของที่ระลึกภายในพิพิธภัณฑ์
🌊 Matsushima – อ่าววิวสวยระดับตำนานของญี่ปุ่น
บ่ายเดินทางไปมัตสึชิมะ หนึ่งในสามทิศทางที่สวยที่สุดของญี่ปุ่น (Nihon Sankei) อ่าวที่มีเกาะเล็กๆ กว่า 260 เกาะปกคลุมไปด้วยต้นสนญี่ปุ่น
การเดินทาง:
จาก Sendai Station: ขึ้น JR Senseki Line ไป Matsushima-Kaigan Station (ประมาณ 40 นาที)
ค่าโดยสาร: 420 เยน (ทางเดียว)
หมายเหตุสำคัญ: ต้องลงที่สถานี Matsushima-Kaigan ไม่ใช่ Matsushima Station (ห่างจากแหล่งท่องเที่ยว)
กิจกรรมแนะนำ:
เรือชมอ่าว (Matsushima Bay Cruise)
ราคา: 1,500 เยน (เส้นทางวน 50 นาที)
ไฮไลท์: ชมเกาะต่างๆ ที่ถูกลมและคลื่นแกะสลักให้เป็นรูปทรงแปลกตา มีเสียงบรรยายภาษาอังกฤษในเรือ
เคล็ดลับ: นั่งชั้นบนเพื่อวิวที่สวยขึ้น จุดออกเดินเรืออยู่ใกล้สถานี Matsushima-Kaigan เพียง 5-10 นาทีเดิน
วัดซุยงันจิ (Zuiganji Temple) – วัดเซ็นที่สำคัญที่สุดในโทโฮกุ
ค่าเข้าชม: 700 เยน
เวลาเปิด-ปิด: 8:00-17:00 น. (ขึ้นอยู่กับฤดูกาล)
สถาปัตยกรรมสวยงามที่ดาเตะ มาซามุเนะสร้างขึ้นในปี 1609
วัดเอ็นซุอิง (Entsuin Temple)
ค่าเข้าชม: 300 เยน
สวนมอสที่สวยงาม และสุสานของหลานของดาเตะ มาซามุเนะ
Godaido – ศาลาเล็กๆ บนเกาะเล็กที่เชื่อมด้วยสะพานไม้ (ฟรี)
สัญลักษณ์ของมัตสึชิมะ สร้างโดยดาเตะ มาซามุเนะในปี 1604
เดินเล่นบน Fukuurajima Island
ค่าผ่านสะพาน: 200 เยน
เดินเล่นชมธรรมชาติและวิวอ่าว
อาหารพื้นเมืองที่ต้องลอง:
หอยนางรม – มัตสึชิมะขึ้นชื่อเรื่องหอยนางรมสดใหญ่และอร่อย (ฤดูกาลตุลาคม-มีนาคม)
ร้าน Kaki-goya มีบุฟเฟ่ต์ปิ้งหอยนางรมไม่จำกัด 2,000-3,000 เยน
ปลาไหลทะเล (Anago) – อร่อยโดยเฉพาะในฤดูร้อน
Sasakamaboko – ขนมปลาย่างรูปใบไผ่ ทำสดใหม่
อาหารทะเลสด – ร้านอาหารริมอ่าวมีให้เลือกมากมาย
เวลาแนะนำ: ใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมงที่มัตสึชิมะ (หากรีบสามารถทำได้ครึ่งวัน) กลับถึงเซนดายเย็นพอดีสำหรับมื้อเย็นและช้อปปิ้งของฝากก่อนเดินทางต่อ
บทสรุป: ประกันเดินทางคือสิ่งสำคัญที่สุดของทุกทริป
หลังจากกลับมาจากทริปเซนได สิ่งที่ได้เรียนรู้คือประกันเดินทางไม่ใช่ค่าใช้จ่ายที่สูญเปล่า แต่เป็นการลงทุนเพื่อความอุ่นใจ
เบี้ยประกันเพียงไม่กี่ร้อยบาท แต่ให้ความคุ้มครองมูลค่าหลักแสนหรือหลักล้านบาท ครอบคลุมทั้งค่ารักษาพยาบาล การช่วยเหลือฉุกเฉิน บริการพิเศษต่างๆ
ถ้าเทียบกับค่ารักษาพยาบาลในต่างประเทศโดยเฉพาะญี่ปุ่น ซึ่งอาจสูงถึงหลักหมื่นหรือแสนบาทได้ การมีประกันจึงคุ้มค่าเกินคาด
3 เหตุผลสำคัญที่ต้องมีประกันทุกทริป
ความอุ่นใจไม่มีค่า – เที่ยวได้อย่างเต็มที่ ไม่ต้องกังวล ไม่ต้องคิดมากว่าถ้าเกิดอะไรขึ้นจะทำยังไง
ช่วยแก้ปัญหาได้จริง – มีทีม MSIG Assist คอยช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง พูดภาษาไทยได้ ประสานงานทุกอย่างให้
ราคาไม่แพง แต่ได้ประโยชน์เยอะ – โดยเฉพาะเมื่อใช้โค้ด 18SW ลด 18% ยิ่งคุ้มค่า
อย่าปล่อยให้ความประมาทมาทำลายทริป
หลายคนอาจคิดว่า “เราไปมาหลายครั้งแล้ว ไม่เคยเป็นอะไร ไม่ต้องซื้อประกันก็ได้” แต่ความจริงคืออุบัติเหตุและเจ็บป่วยเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ โดยเฉพาะในต่างแดนที่มีปัจจัยเสี่ยงมากมาย
การซื้อประกันเดินทางคือการป้องกันตัวเองจากความเสี่ยงที่ไม่คาดคิด ทำให้มั่นใจว่าถ้าเกิดอะไรขึ้น มีคนคอยช่วย ไม่ต้องเผชิญปัญหาคนเดียว ไม่ต้องจ่ายเงินก้อนโต ไม่ต้องกังวลเรื่องภาษาหรือระบบประกันสุขภาพที่ซับซ้อน
พร้อมเที่ยวอย่างมั่นใจแล้วหรือยัง?
เที่ยวให้สนุก ช้อปให้เต็มที่ ปล่อยให้ MSIG ดูแลเรื่องความปลอดภัยให้
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ควรทำความเข้าใจรายละเอียดความคุ้มครองและเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง จำนวนคุ้มครองและผลประโยชน์ขึ้นอยู่กับแผนประกันภัย