Cr: wallpaperxhd.com

อาจมีหลายครั้งที่เราต้องเดินทางจากเมืองไทยด้วยไฟลท์บินที่ออกเดินทางจากสนามบินบ้านเราแล้วไปถึงที่นู้นดึก และหลายทีที่ต้องต่อคิวตม.ยาว ๆ กว่าจะได้ออกจากสนามบินก็ใช้เวลาไปนานโข ทำให้บางทีก็พลาดรถไฟขบวนสุดท้ายที่จะเดินทางจากสนามบินเข้าเมืองไปเหมือนกัน

เราเองก็เป็นหนึ่งคนที่เลือกบินไฟลท์บินไปถึงที่ญี่ปุ่นตอนดึกด้วยเหตุผลเพราะราคาถูกโดยมีจุดหมายปลายทางเป็นสนามบินคันไซเพื่อที่จะเดินทางต่อไปยังเมืองนารา

เวลาที่เครื่องบินของเราแลนด์ดิ่งก็คือ 22.00 น. หรือสี่ทุ่มครึ่ง กว่าเราจะผ่านตม. รับกระเป๋าก็ปาไปห้าทุ่มหน่อย ๆ จริง ๆ ช่วงเวลานี้ยังสามารถเดินออกไปขึ้นรถไฟแล้วเข้ามืองโอซาก้าได้อยู่ แต่ด้วยความตั้งแต่ที่จะไปเมืองนาราจากสนามบินคันไซของเราจึงทำให้เราตัดสินใจเลือกว่าคืนนี้จะนอนที่สนามบินให้เป็นประสบการ์ครั้งหนึ่งในชีวิตด้วยแหละ

แล้วก็รู้มาว่าที่สนามบินคันไซเขามี Kansai airport lounge พื้นที่สำหรับพักผ่อนของคนที่ยังไม่สะดวกเดินทางออกจากสนามบินนั่นเอง

Kansai airport lounge : พื้นที่พักผ่อน 24 ชั่วโมง

Cr: kansai-airport.or.jp

พิกัดของ Kansai airport lounge นั้นอยู่ในบริิเวณ Terminal 1 ฝั่งเหนือ (North) ชั้น 2 เดินมาง่าย ๆ จากช่องส่วนของการรับกระเป๋าแล้วให้เดินมาจนถึงโถงของสนามบินจากนั้นให้มองหาขึ้นไปชั้น 2

Kansai airport lounge ที่เราตามหาจะตั้งอยู่ติดกับ McDonald’s เลย เพราะฉะนั้นหากกว่าว่าจะหาไม่เจอให้มองหาร้านฟาสฟู๊ดชื่อดังนี้ก่อนเป็นอันดับแรก

สำหรับ Kansai airport lounge นั้นเป็นพื้นที่สำหรับพักผ่อน 24 ชั่วโมงอีกหนึ่งสถานที่ที่เราสามารถเข้ามานอนหลับเอาแรงได้ นอกจากบริเวณโซน Aero Plaza ของสนามบินคันไซซึ่งเลาจ์นี้จะให้ความเป็็นส่วนตัวมากกว่า

อย่างที่บอกว่าที่น่ีเป็นพื้นที่สำหรับพักผ่อนจึงไม่มีเตียงให้นอนจริงจัง แต่มีเป็นเก้าอี้เบาะหนานุ่มที่สามารถเอนตัวลงนอนได้เสมือนเตียงผ้าใบให้เราพักผ่อนนอนหลับได้อย่างจริงจังไม่แพ้เตียง โดยภายในจะจัดเป็นโซนต่าง ๆ ให้แขกผู้เข้าพักเลือกกันตามสะดวก จะแตกต่างกันที่ระดับความเป็นส่วนตัว โดยจะคิดค่าบริการตามแพ็กเกจที่จัดไว้

Cr: tripadvisor.jp

  • เวลาในการใช้งาน


    30 นาที

    10 นาทีหลังจาก

    3 ชั่วโมง

    6 ชั่วโมง

    9 ชั่วโมง

  • โซนเปิด (Open Seats)


    310 เยน

    100 เยน

    1,540 เยน

    2,670 เยน

    3,290 เยน

  • โซนส่วนตัว (Booth Seats / Group room)

    410 เยน

    120 เยน

    1,850 เยน

    3,090 เยน

    3,910 เยน



  • อัตราค่าบริการตามแพ็กเกจที่จัดไว้นั้นแยกเรทคิดค่าบริการออกเป็นสองแบบคือ
    ค่าบริการของผู้เข้าพักผ่อนในโซนเปิด (Open Seats)
    ค่าบริการของผูู้เข้าพักผ่อนในโซนส่วนตัว (Booth Seats/Group room)

    โดยค่าบริการจะเพิ่มขึ้นตามจำนวนเวลาที่เราใช้บริการ คิดเป็น 3 ชั่วโมง 6 ชั่วโมง 9 ชั่วโมง หากพักไม่ถึงคิดเป็น 30 นาที หลังจากนั้นเพิ่มขึ้นทุก 10 นาทีจะต่างกันที่ตามเรทของโซนเหมือนในตาราง (แบบโซนส่วนตัวจะแพงกว่านั่นเอง)

    ค่าบริการนี้ไม่รวมการใช้บริการอาบน้ำ สำหรับคนที่เข้าพักที่เลาจ์แห่งนี้จะเสียค่าอาบน้ำครั้งละ 310 เยน หากไม่ได้พักที่นี่เสียค่าอาบน้ำ 510 เยน

    หมายเหตุ
    เด็กที่อายุต่ำกว่า 3 ปี ไม่เสียค่าใช้บริการ
    ผู้ที่อายุต่ำกว่า 18 ปี ไม่สามารถเข้าใช้บริการที่นี่ในช่วงเวลา 22.00-5.00 น. ได้หากไม่มีผู้ปกครอง

    ซึ่งที่นี่ไม่มีบริการจองล่วงหน้า เรียกได้ว่าต้องเสี่ยงดวงมาดูว่าโซนที่เราต้องการจะพักนั้นเต็มหรือไม่ ยังไงก็แนะนำให้แวะมาทันทีหลังจากที่ผ่านระบบการตรวจของสนามบินและรับกระเป๋าเรียบร้อยแล้ว

    Cr: kansai-airport.or.jp

    สำหรับห้องพักของที่นี่จะมีด้วยกัน 4 แบบ แบ่งออกเป็นโซนแบบเปิด 1 แบบ และแบบปิด 3 แบบ มีชื่อแตกต่างกันไปคือ
    Open Seat พื้นที่พักผ่อนแบบเปิด
    Single Booths พื้นที่พักผ่อนแบบบูธส่วนตัว
    Group room พื้นที่พักผ่อนแบบห้อง สำหรับกลุ่ม
    Smoking room พื้นที่พักผ่อนแบบบูธส่วนตัว สูบบุหรี่ได้

    นอกจากนั้นจะมีพื้นที่ส่วนรวมเป็น พื้นที่สำหรับดื่ืมเครื่องดื่มหรือสั่งอาหาร โซนห้องอาบน้ำ ห้องแต่งตัวและ โซนหนังสือการ์ตูน หลังจากนี้เราจะพาชม Kansai airport lounge พร้อมกับวิธีเข้าใช้และโซนต่าง ๆ กัน

    สเต็ปแรกของการเข้าพักที่นี่คืือบอกกล่าวเจ้าหน้าที่ที่อยู่บริเวณเคาท์เตอร์กันก่อนเหมือนเข้าเช็คอิน แล้วเขาก็จะอธิบายลักษณะของโซนที่พักและส่วนต่าง ๆ ของที่นี่ให้แก่เรา เราก็มีหน้าที่เลือกว่าอยากพักโซนแบบไหน อย่างเรามาคนเดียวก็เลยเลือกพักแบบโซนส่วนตัวไม่สูบบุหรี่ ตั้งใจว่าจะพักอยู่นี่ประมาณ 6 ชั่วโมง จากนั้นก็ยื่นพาสปอร์ตให้

    เขาออกใบเสร็จพร้อมของเก้าอี้ในโซนส่วนตัวที่เราจะได้ใช้มาให้ (ระบบเหมือนกับแต่ละเก้าอี้เป็นห้องพักหมายเลขต่าง ๆ) ซึ่งเขาจะระบุเวลาและวันที่ที่เราเข้าพักเอาไว้ในใบนี้ โดยเราจะยังไม่ต้องจ่ายเงิน เพราะเขาจะเรียกเก็บเงินเราทีเดียวตอนจะออกจากที่พัก เพราะฉะนั้นต้องคำนวนเวลากันดี ๆ นะจ๊ะว่าจากเวลาที่เข้าพักมาจะนอนกี่ชั่วโมงออกเวลากี่โมง

    ถ้าใครอยากอาบน้ำด้วยแนะนำให้แจ้งเขาไว้ตั้งแต่ตรงนี้เลยเพราะว่าห้องอาบน้ำของที่นี่มีจำนวนจำกัดและมีเวลาในการอาบด้วย เมื่อแจ้งเขาว่าต้องการอาบน้ำแล้วเราจะต้องเซนต์ชื่อและดูเวลาที่เราสามารถเข้าไปใช้ห้องอาบน้ำได้ จากนั้นค่อยมารับกุญแจของห้องอาบน้ำที่เราจะได้ไปอาบพร้อมรับตะกร้าและไดร์เป่าผม อย่างเราเองก็จองได้คิวอาบน้ำตอนตี 2 หลับไปตื่นหนึ่งแล้วถึงจะได้ตื่นมาอาบ 5555

    Cr: kansai-airport.or.jp

    แผนที่ภายใน Kansai airport lounge

    Cr: igx.4sqi.net

    หลังจากผ่านเคาท์เตอร์มาแล้วเราก็จะมาเจอโซนที่พักผ่อนแบบเปิด (Open Seat) ในโซนนี้จะมีเครื่องดื่มร้อนเย็นให้เราดื่มได้ฟรีไม่อั้น พร้อมกับนิตยสารและการ์ตูน (แต่เป็นภาษาญี่ปุ่นนะ) ให้อ่านฟรี ถือเป็นบริการที่เขาจัดมาเพิ่มความสะดวกสบายให้กับเรา

    จริง ๆ สามารถสั่งอาหารและเครื่องดื่มแอลกอฮอลภายในนี้ได้ด้วย แต่จะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมและไม่รวมกับค่าที่พักที่จ่ายไปแล้วนะจ๊ะ

    ในส่วนของเครื่องดื่มฟรีเราว่าก็มีความดีงามประทับใจแล้ว เพราะมีทั้งน้ำอัดลมรสชาติต่าง ๆ เครื่องดื่มร้อน ๆ กินอุ่นท้องก่อนนอนอย่าง กาแฟ โกโก้ ชาเขียวมัจฉะ ชาต่าง แน่นอนว่าน้ำเปล่าก็มี

    นี่จัดชาเขียวมานั่งกิน จริง ๆ กินไปหลายอย่างมาก ทั้งคาพิตเลคโตะ โค้ก โกโก้ร้อน และมัจฉะร้อนแก้วนี้คือดี มีความเข้มข้นอร่อยและฟินเพราะมันกินได้เรื่อย ๆ ไม่มีอั้น

    Cr: michxwanderlust.blogspot.sg

    ฝั่งตรงข้ามของโซนเครื่องดื่มจะเป็นพื้นที่พักผ่อนแบบเปิด ตรงส่วนนี้จะราคาถูกกว่าแบบส่วนตัวนะ และเลือกนั่งตรงไหนก็ได้

    Cr: michxwanderlust.blogspot.sg

    ใกล้ ๆ กันนั้นมีโซนห้องพักส่วนตัวแบบกลุ่มอยู่ด้วย ห้องแบบนี้มีให้เลือกตั้งแต่ตอนก่อนเข้าพักตรงเคาท์เตอร์ถึง 4 แบบ มีทั้งแบบที่มีลักษณะเป็นห้องประชุมและห้องที่มีโซฟา (ห้องที่มีโซฟาจะมีแค่สองห้องนะจ๊ะ) คือ
    Living room : พัก 2-4 คน
    Theater room (จำนวน 2 ห้อง) : พัก 6-8 คน มีโซฟา
    Conference room : พัก 6-8 คน เป็นแบบห้องประชุม
    Japanese-style room : พัก 4-6 คน

    เดินเลยเข้ามาอีกหน่่อยใกล้กับกันโซนเก้าอี้พักผ่อนแบบเปิดก็ได้พบกันตู้หนังสือที่มีหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่นที่เราได้บอกเล่ากันไว้ข้างต้น ไม่ว่าจะการ์ตูนแนวสาวน้อยหรือการ์ตูนแบบผู้ชายก็มีให้เลือกอ่าน แต่จะเป็นภาษาญี่ปุ่นนะ ยังไงก็หยิบมาดูเล่นค่าเวลาได้เพลิน ๆ ใกล้ๆ กันนั้นก็มีนิตยสารให้หยิบอ่านด้วยเผื่อใครไม่ชอบอ่านการ์ตูน

    Cr: tripadvisor.jp

    ตรงข้ามกับตู้หนังสือการ์ตูนจะเป็นโซนที่พักแบบส่วนตัว (Singel Booths) เขาจะมีให้เราเลือกสามแบบแตกต่างกันที่ลักษณะของเก้าอี้และความเป็นส่วนตัวที่เพิ่มขึ้น ดังนี้
    Desk Chairs : บูธแบบมีเก้าอี้และโตีะคอมพิวเตอร์
    Reclining Chairs : บูธแบบปรับแอนนอนได้
    Massage Chairs : บูธแบบมีเก้าอี้นวด

    อย่างในรูปเป็น Desk Chairs ตรงนี้มีแผงกั้นไว้เป็นส่วนตัวก็จริงแต่อาจจะมีเสียงคนเดินผ่านไปผ่านมาข้างหลังหน่อย ซึ่งหากโซนนี้เต็มแล้วเราต้องการเข้าพัก ให้แจ้งพนักงานไว้แล้วนั่งรอก่อน เมื่อมีบูธที่ว่างเจ้าหน้าที่จะมาแจ้งกับเราค่ะ

    สำหรับที่พักที่เราเลือกนั้นเป็นแบบส่วนตัว และเลือกเป็นโซน Premium Lounge (แบบไม่สูบบุหรี่) โซนนี้จะอยู่ลึกเข้าไปข้างในจัดเป็นห้องเฉพาะ มีแผงกั้นและมีพื้นที่ส่วนตัวมากกว่าด้านนอก ราคาจะแพงกว่าแบบเปิด แต่ด้วยความตั้งใจว่าจะใช้เลาจ์แห่งนี้ในการหลับพักผ่อนก็เลยเลือกตรงนี้ที่คิดว่าน่าจะนอนหลับได้สนิทแบบสบายใจ

    เราได้บูธ A หมายเลข 401 เพราะไปจองห้องโซนนี้เป็นคนแรก (รีบมากกลัวเต็ม 555) ภายในบูธมีพื้นที่เหยียดแข้งเหยียดขาพอสมควรสามารถวางกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ได้และมีพื้นที่พอให้กางออกเก็บของ ในส่วนของเก้าอี้ในบูธนี้จะเป็นแบบ Reclining Chairs ปรับแอนนอนได้เหมาะเตียงของเราในคืนนี้นั่นเอง

    ภายในนอกจากเก้าอี้แอนนอนแล้วยังมีทีวีให้ดูพร้อมหูฟังให้ฟังเสียงแบบไม่รบกวนผู้ใด และมีคู่มือใช้บูธแบบคร่าว ๆ ให้ราวกับเรากำลังเข้าพักนอนโรงแรมห้องหนึ่งอยู่

    ความใส่ใจเล็ก ๆ เขามีให้ก็คือ มีไม้แขวนเสื้อสำหรับแขวนเสื้อผ้าของเราให้ด้วย

    นอกจากนั้นภายในยังมีปลั๊กสำหรับชาร์ตแบตให้ด้วยนะ ใครกลัวว่าจะไม่มีที่ชาร์ตแบตกล้องหรือมือถือละก็หายห่วง

    Cr: pinoypassportstamps.blogspot.com

    หลังจากพักผ่อนนอนเล่นนอนจริงไปสักพักก็ถึงเวลาตีสอง อันเป็นเวลาที่ถึงคิวของเราไปใช้บริการห้องอาบน้ำ ขั้นตอนของการเข้าใช้ห้องน้ำก็คือก่อนอื่นให้เดินไปที่เคาท์เตอร์เพื่อมาคอนเฟิร์มว่าถึงคิวเราแล้ว พนักงานเขาก็จะมอบตระกร้าใส่เสื้อผ้า ไดร์เป่าผม กุญแจห้องน้ำ (ต้องเข้าห้องที่เราได้กุญแจมานะ)และเหรียญสำหรับใช้อาบน้ำมาให้ด้วย สำหรับใครที่ไม่ได้พกผ้าขนหนูมาเองสามารถเช่ากับพนักงานได้

    ตอนที่รับกุญแจคุณพนักงานเขาก็จะชี้แจงกับเราถึงวิธีการใช้ห้องอาบน้ำ โดยเราจะมีเวลาในการใช้ห้องอาบน้ำ 45 นาที ใน 45 นาทีนี้น้ำฝักบัวจะไหล่ให้เราอาบได้ 15 นาที หากอยู่เกินเวลาไฟก็จะดับลง และอาจมีคนรอต่อคิวเรา หากยังเป่าผมไม่เสร็จก็มานั่งเป่ากันตรงห้องแต่งตัวได้

    Cr: pinoypassportstamps.blogspot.com

    เมื่อได้รับอุปกรณ์ไปอาบน้ำแล้ว ก็ถึงเวลาไปอาบจริง ในโซนห้องอาบน้ำนั้นจะแบ่งออกเป็นโซนแต่งตัว ห้องอาบน้ำ และห้องน้ำ บริเวณโซนแต่งตัวตรงนี้จะมีโฟมล้างหน้าและสำลีเช็ดหน้าไว้ให้ด้วยล่ะ มาแปรงฟันกันตรงนี้ได้ ทั้งยังมีล็อกเกอร์หยอดเหรียญไว้ให้เก็บของมีค่าด้วย

    Cr: pinoypassportstamps.blogspot.com

    ด้านนี้เป็นโซนห้องอาบน้ำด้วยความที่ไม่ได้มีห้องอาบน้ำจำนวนมาก ก็เลยเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมเราต้องลงชื่อต่อคิวรออาบน้ำนั่นเอง

    เมื่อไขกุญแจตามหมายเลขห้องที่ได้มาแล้ว เลื่อนประตูเข้าไปภายในให้เราเอากุญแจเสียบเข้ากับช่องเสียบเพื่อให้ไฟในห้องติดก่อน

    ด้านข้างจะเป็นพื้นที่สำหรับวางเสื้อผ้า อุปกรณ์อาบน้ำหรือสัมภาระต่าง ๆ ของเราพร้อมกับไม้แขวนเสื้อ

    สำหรับพื้นที่ในการอาบน้ำของเราก็คือ ห้อง Shower House นี้นั่นเอง ซึ่งเราก็จะผลักประตูห้องนี้เข้าไปอาบน้ำกัน และแน่นอนว่ามีวิธีใช้คร่าว ๆ ติดอยู่ที่หน้าห้องด้วย

    เมื่อเข้ามาแล้ว ก่อนอื่นให้หยอดเหรียญที่ได้รับมาจากพนักงานลงไปในเครื่องก่อน จากนั้นก็จะมีตัวเลขสีแดงขึ้นเพื่อจับเวลาน้ำไหล โดยระหว่างอาบเราสามารถกดปุ่นสีแดงเพื่อหยุดน้ำและเวลาได้ด้วย เมื่อจะให้น้ำไหลต่อก็กดปุ่มสีฟ้า

    ข้อควรระวังคือต้องปิดประตูห้อง Shower House ให้สนิทนะจ๊ะ ไม่งั้นน้ำจะไม่ไหล และน้ำจะหยุดทันทีที่เปิดประตูของห้องนี้ (แต่จะกลับมาไหลต่อเมื่อปิดประตูสนิทหากเวลายังไม่หมดนะ)

    ส่วนตัวคืออาบได้สบายดีน้ำอุ่นสบายใจ 15 นาทีที่น้ำไหลก็ไม่ได้เร็วเกินไปนะอาบน้ำ สระผมได้ทันเวลาอยู่ และหลังจากอาบน้ำเสร็จแล้ว แต่งตัวเรียบร้อยจะเป่าผมในห้องน้ำหรือไปนั่งเป่าที่โซนแต่งตัวเพื่อดูกระจกไปด้วยก็ได้ตามสบายเลย

    หลังจากอาบน้ำแล้วเราก็ไปดื่มอะไรอุ่น ๆ สักแก้วก่อนจะนอนหลับไปโดยตั้งนาฬิกาไว้ว่าจะตื่นมาตอนหกโมงเพื่อเช็คเอาท์ออกจากที่นี่ ซึ่งตอนเช็คเอาท์ออกนี่แหละที่จะต้องจ่ายเงินค่าเสียหายที่เราเข้าพักที่นี่ เราเสียไปทั้งหมด 4,220 เยน (ค่าชั่วโมงเข้าพัก 3,910 เยน + ค่าอาบน้ำ 310 เยน) เท่ากับว่าเรามานอนพักที่นี่เป็นเวลาทั้งหมด 9 ชั่วโมงนั่นเอง

    จริง ๆ แล้วเราถือว่าค่อนข้างแพงนะในการมานอนคนเดียว เพราะราคานี้สามารถนอนโฮสเทลหรือโรงแรมถูก ๆ ได้อยู่ แต่ดีตรงที่คุ้มค่าในเรื่องความสะดวกสบาย ไม่ต้องจองล่วงหน้าเข้าพักได้เลยและเหมาะกับคนที่บินมาถึงญี่ปุ่นตอนดึก ไม่มีรถไฟเข้าเมืองนั่นแหละ

    คำแนะนำสำหรับเข้าพัก Kansai airport lounge

    1. ที่นี่เป็นเลาจ์สำหรับพักผ่อนที่ไม่มีเตียงนอนแต่มีบูธพักผ่อนแบบส่วนตัวและเก้าอี้ที่แอนนอนได้ มาพักผ่อนนอนหลับได้ แต่ไม่สบายเท่าโรงแรม
    2. เหมาะสำหรับผู้ที่มาถึงสนามบินเวลารถไฟหมดและไม่อยากนั่งแท็กซี่เข้าเมือง
    3. สำหรับผู้ที่ต้องการพักผ่อนช่วงครู่แล้วเดินทางต่อออกจากเมืองโอซาก้าก็เหมาะจะพักที่นี่เหมือนกัน
    4. หากไม่ต้องการเข้าพักภายในเลาจ์แต่ก็สามารถเสียเงินเข้ามาอาบน้ำในห้องอาบน้ำที่นี่ได้เช่นกัน (แต่ราคาจะแพงกว่าหน่อย)
    5. เครื่องดื่มฟรีมีให้ดื่มไม่อั้นไม่ว่าจะร้อนเย็นบริเวณ Drink Bar เว้นแต่เครื่องดื่มแอลกอฮอลนะ
    6. เลือกแบบบูธที่พักให้เหมาะกับลักษณะการเข้าพักของเราและจำนวนคนที่มาด้วยกัน
    7. การคำนวนเวลาในการเข้าพักที่นี่สำคัญมาก เพราะเขาจะเก็บเงินเราตอนเช็คเอาท์ไม่ใช่เช็คอิน ฉะนั้นถ้าอยู่เกินเวลาที่ตัวเองคิดไว้ก็เสียเงินเยอะขึ้นตามระเบียบ
    8. สามารถมาใช้บริการได้ตลอด 24 ชั่วโมง แต่ช่่วงกลางคืนอาจคนเยอะและเต็มได้ ยังไงเมื่อมาถึงแล้วตั้งใจจะพักที่นี่ให้รีบมาดูมาเลือกก่อน
    9. หากเข้าพักและต้องการอาบน้ำด้วยให้แจ้งพนักงานตั้งแต่ตอนเช็คอิน
    10. ไม่ต้องนอนรวมกับคนเยอะ ๆในโซน Aero Plaza ที่เปิดให้นอนฟรีและไม่ต้องกังวลเรื่องสัมภาระ

    ข้อสรุป

    Kansai airport lounge เป็นอีกหนึ่งทางเลือกและเป็นที่พึ่งยามยากของผู้ที่มาบินมาถึงญี่ปุ่นในช่วงห้าทุ่มจนถึงหกโมงเช้า เพราะเป็นช่วงเวลาที่รถไฟไม่ให้บริการ หากไฟลท์บินของคุณดีเลย์จนแผนเปลี่ยน ต้องหาที่นอนในสนามบินละก็ลองมาพักที่เลาจ์นี้ดูได้นะ

    เผื่อใครอยากประหยัดที่ Kansai Airport มีโซนให้นอนพักได้ฟรีอยู่ด้วยนะ อ่านรายละเอียดได้ที่ลิงก์ด้านล่างจ้า

    นอนสนามบิน คันไซ แบบประหยัด ปลอดภัย ที่ Aero Plaza สบายใจ ไม่ตกเครื่อง

    บางครั้งเมื่อไฟลท์บินไม่เป็นใจ หรือกลัวมาไม่ทันเดินทางไฟลท์เช้า การนอนค้างที่สนามบินรอเวลาคงเป็นคำตอบที่ดีที่สุด เอาใจคนอยากเที่ยวภูมิภาคคันไซด้วยข้อมูล นอนสนามบิน คันไซ แบบประหยัด ปลอดภัย สบายใจ ไร้ปัญหา ต้อง Aero Plaza เลย