1ฟาร์มโทมิตะ (Tomita Farm)

Cr: farm-tomita.co.jp

พลาดไม่ได้เลยกับจุดชมดอกลาเวนเดอร์ที่ดีที่สุด คนทั่วไปคงจะคุ้นกับภาพของทุ่งดอกไม้หลากสีมากกว่า แต่รู้ไหมว่าทุ่งลาเวนเดอร์สีม่วงเข้มกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตาพร้อมด้วยฉากหลังเป็นหุบเขาฟุราโนะ (Furano Valley) สีเขียวชอุ่มตัดกับเงาของแนวเทือกเขาโทคาชิ (Mount Tokachi) สีน้ำเงิน ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งทิวทัศน์ที่ยากจะละสายตาเช่นกันนะคะ

Tomita Farm

ที่อยู่Kisen Kita 15-gou, Nakafurano-cho, Sorachi-gun, Hokkaido
วิธีเดินทางจากสถานี Furano สาย JR Furano หรือจากสถานี Asahikawa สาย JR Hakodate ไปที่สถานี Lavender Farm เดินต่อ 7-8 นาทีเข้าสู่ฟาร์มโทมิตะ นอกจากนี้ยังมีรถด่วนพิเศษ Furano-Biei สาย JR Furano ที่จอดสถานี Lavender Farm เฉพาะช่วงฤดูร้อนอีกด้วย
เวลาทำการเปิดให้เข้าชมทั้งวัน แต่ร้านค้าต่างๆ ภายในจะเริ่มเปิดให้บริการตั้งแต่ 08:30 – 17:00 น.
ค่าเข้าชมฟรี
WebsiteTomita Farm

ดูแผนที่ Tomita Farm

2สวนไซกะ โนะ ซาโตะ (Saika no Sato)

Cr: 11.plala.or.jp

เป็นอีกหนึ่งทุ่งดอกลาเวนเดอร์ที่มีชื่อเสียงของฮอกไกโด ด้วยเนินเขาขนาดใหญ่ที่ถูกปกคลุมด้วยดอกลาเวนเดอร์สีม่วงและวิวภูเขาจึงดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติให้เข้ามาเยี่ยมชมที่สวนแห่งนี้เป็นจำนวนมากทุกปี โดยสวนนี้ตั้งอยู่ภายในฟาร์มซาซากิ (Sasaki Farm) จุดเด่นของสวนแห่งนี้คือเราสามารถเก็บดอกลาเวนเดอร์กลับได้ในราคาถุงละ 700 เยนค่ะ ช่วยให้เราได้เก็บความทรงจำดีๆ ติดมือกลับบ้านไปได้มากกว่ารูปถ่ายแบบนี้ ห้ามพลาดเชียวล่ะ!

Saika no Sato

ที่อยู่6-1 Okamachi, Nakafurano-cho, Sorachi-gun, Hokkaido
วิธีเดินทางจากสถานี Sapporo สาย JR Lilac-kamui ลงที่สถานี Asahikawa แล้วต่อสาย JR Furano ลงที่สถานี Nakafurano เดินต่ออีก 15 นาที
เวลาทำการ08:00 – 17:00 น. ปิดช่วงเดือนต.ค. – พ.ค.
ค่าเข้าชมฟรี
WebsiteSaika no Sato

ดูแผนที่ Saika no Sato

3สวนฮิโนเดะ (Hinode Park)

Cr: Tzuhsun Hsu

ถ้าหน้าหนาวเราจะลั่นระฆังแห่งรักที่เขาอาซาริอย่างในภาพยนตร์เรื่อง “แฟนเดย์ แฟนกันแค่วันเดียว” ช่วงหน้าร้อนก็ต้องมาที่นี่เลยค่ะ เพราะนี่คือไฮไลท์ทุ่งดอกลาเวนเดอร์อันเป็นสถานที่จัดงานแต่งยอดนิยมในฤดูนี้นั่นเอง เพราะไม่ใช่แค่ดอกลาเวนเดอร์สีม่วงที่เราคุ้นเคยเท่านั้น แต่ยังถูกแต่งแต้มด้วยดอกลาเวนเดอร์หลากสีสันเกิดเป็นภาพที่สวยงามชวนประทับใจ จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเลยว่าทำไมคู่รักจึงพากันเลือกที่นี่ให้เป็นสถานที่ถ่ายภาพพรีเวดดิ้งเพื่อเก็บเป็นความทรงจำดีๆ

Hinode Park

ที่อยู่Higashi 1 Senkita 27-gou, Kamifurano-cho, Sorachi-gun, Hokkaido
วิธีเดินทางจากสถานี JR Kamifurano เดินต่ออีก 15 นาที
เวลาทำการเปิดบริการตลอดเวลา
ค่าเข้าชมฟรี

ดูแผนที่ Hinode Park

4ทุ่งดอกไม้คามิฟุราโนะ (Flower Land Kamifurano)

Cr: flower-land.co.jp

ถัดมาไม่ไกลมากจากสวนฮิโนเดะก็มีทุ่งดอกไม้คามิฟุราโนะที่สามารถดูดอกไม้ได้เกือบตลอดทั้งปี (ยกเว้นหน้าหนาวนะ) โดยในช่วงฤดูร้อนจะมีลาเวนเดอร์และลิลลี่มากกว่าพรรณไม้อื่นๆ ค่ะ จุดเด่นของที่นี่คือเราจะได้นั่งรถแทรกเตอร์ชมสวนดอกไม้แบบชิลๆ ไม่ต้องเดินให้เมื่อยเท้า โดยจะให้บริการเป็นรอบ รอบละประมาณ 10-15 นาที เมื่อชมดอกไม้จนเต็มอิ่มแล้วก็สามารถแวะซื้อของฝากอย่างสินค้าท้องถิ่นกลับบ้านไปได้ด้วย หรือจะร่วมทำกิจกรรมเวิร์คช็อปต่าง ๆ ที่ทางทุ่งดอกไม้แห่งนี้มีให้บริการก็ได้เช่นกัน

Flower Land Kamifurano

ที่อยู่Nishi 5 Senkita 27-gou, Kamifurano-cho, Sorachi-gun, Hokkaido
วิธีเดินทางนั่งรถไฟสาย JR ลงสถานี Kamifurano แล้วเดินประมาณ 50-60 กม. หรือนั่งแท็กซี่ 5 นาที
เวลาทำการ9:00-17:00 น. (เดือนเม.ษ. – พ.ค. และเดือนก.ย. – พ.ย.), 9:00-18:00 น. (เดือนมิ.ย. – ส.ค.) ปิดตลอดฤดูหนาว
ค่าเข้าชมเข้าชมฟรี / ค่ารถแทรกเตอร์ชมสวน : ผู้ใหญ่ 500 เยน, เด็ก 300 เยน
WebsiteFlower Land Kamifurano

ดูแผนที่ Flower Land Kamifurano

5ฟาร์มลาเวนเดอร์โชเอย์ (Choei Lavender Farm)

Cr: nakafukanko.com

บอกลาการเดินดูลาเวนเดอร์แบบเดิมไปได้เลย เพราะที่สวนโชเอย์แห่งนี้มีกระเช้าให้นั่งชมวิวสวยๆ จากบนฟ้าเหนือทุ่งลาเวนเดอร์สีม่วงสวย เต็มอิ่มกับช่วงเวลาประมาณ 7 นาทีที่เราจะได้ดื่มด่ำความงดงามของภาพทุ่งลาเวนเดอร์ที่เปล่งประกายอยู่เบื้องล่าง พร้อมฉากหลังเป็นเทือกเขาของอุทยานแห่งชาติไดเซ็ทสึซัง นอกจากจะได้ชื่นชมความสวยงามของดอกไม้แล้วยังได้เพลิดเพลินกับการนั่งกระเช้าลอยฟ้าในราคาไม่แรงอีกด้วย ซึ่งจะทำให้ประทับใจไม่รู้ลืมแน่ๆ ค่ะ

Choei Lavender Farm

ที่อยู่Miyamachi 1-14, Nakafurano-cho, Sorachi-gun, Hokkaido
วิธีเดินทางนั่งรถไฟสาย JR ลงสถานี Nakafurano เดินเท้าต่อประมาณ 10 นาที
เวลาทำการ9:00 – 18:00 น.
ค่าเข้าชมเข้าชมฟรี / ค่าขึ้นกระเช้า : ผู้ใหญ่ 300 เยน, เด็ก 200 เยน

ดูแผนที่ Choei Lavender Farm

6สวนชิกิไซ โนะ โอกะ (Shikisai no Oka)

Cr: shikisainooka.jp

สวนดอกไม้แห่งนี้ตั้งอยู่ที่เมืองบิเอย์ของจังหวัดฮอกไกโด ได้รับคำชื่นชมว่ามีดอกไม้หลากสีสันและหลายสายพันธุ์ อีกทั้งยังมีการจัดเรียงด้วยการปลูกเหล่าดอกไม้โดยคำนึงถึงความสวยงามของสีสันเพื่อให้ได้ภาพของสวนดอกไม้ที่มีการไล่ระดับของสี จนได้เป็นภาพของสวนดอกไม้ที่สวยชวนประทับใจราวกับภาพวาด ซึ่งที่นี่จะมีบริการรถแทรกเตอร์ขับพาชมสวนสำหรับคนที่ขี้เกียจเดินเช่นเดียวกันกับทุ่งคามิฟุราโนะ

Shikisai no Oka

ที่อยู่9th Honcho, Nakafurano-cho, Sorachi-gun, Hokkaido
วิธีเดินทางนั่งรถไฟสาย JR Furano ลงสถานี Mimakuba แล้วเดินต่อ 25 นาทั
เวลาทำการ9:00-17:00 น. (เดือนเม.ย. – พ.ค. และต.ค.), 8:30-18:00 น. (เดือนมิ.ย. – ส.ค.), 9:00-16:30 น. (เดือนพ.ย. และมี.ค.), 9:00-16:00 น. (เดือนธ.ค. – ก.พ.)
ค่าเข้าชมเข้าชมฟรี แต่มีกล่องรับบริจาคคนละ 200 เยนสำหรับการดูแลสวน / ค่ารถแทรกเตอร์ชมสวน : ผู้ใหญ่ 500 เยน , เด็ก 300 เยน

ดูแผนที่ Shikisai no Oka

7สวนชิชิคุ (Shichiku Garden)

Cr: shichikugarden.com

จะเรียกว่าสวนคงน้อยเกินไปสำหรับคุณชิชิคุ อะคิโยะ เพราะเธอคนนี้มีความตั้งใจที่จะเนรมิตให้ฮอกไกโดเป็นเกาะแห่งดอกไม้ สวนแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้ผู้คนสามารถเข้ามาชมดอกไม้ที่เธอรัก ด้วยพรรณไม้ดอกกว่า 2,500 ชนิดทำให้ที่นี่เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง หากคุณเข้าไปแล้วพบกับคุณยายหน้าตาท่าทางใจดีในชุดลายดอกแล้วล่ะก็ ไม่ต้องแปลกใจ คุณยายคนนั้นคือเจ้าของสวนดอกไม้แสนสวยแห่งนี้นั่นเอง

Shichiku Garden

ที่อยู่Nishi 4 Sen 107, Biei-cho, Obihiro-shi, Hokkaido
วิธีเดินทางนั่งรถไฟไปยังสถานี Obihiro และต่อแท็กซี่อีกประมาณ 20 นาที
เวลาทำการ8:00-18:00 น. (เดือนเม.ย. – พ.ย.) ปิดทุกวันหยุดเทศกาล
ค่าเข้าชมผู้ใหญ่ 800 เยน , เด็ก 200 เยน / หากมาเป็นกลุ่ม (10 คนขึ้นไป) : ผู้ใหญ่ 700 เยน , เด็ก 150 เยน / ตั๋วเข้าชมกี่ครั้งก็ได้ใน 1 ปี : สำหรับผู้ใหญ่เท่านั้น 1,000 เยน
WebsiteShichiku Garden

ดูแผนที่ Shichiku Garden

8เซบุรุฮิลล์ (Zeburu Hill)

Cr: biei.selfip.com

ฟาร์มแห่งนี้เป็นฟาร์มที่ถูกออกแบบให้มีรูปทรงกลมแปลกตา มีดอกไม้หลากพันธุ์ทั้งดอกทานตะวัน บีโอเนีย หรือคอสมอส และภายในสวนมีหอดูดาวที่สามารถมองเห็นต้นเคนและแมรี่ (Ken & Mary tree) อันโด่งดังได้

Zeburu Hill

ที่อยู่Oozi, Biei-cho, Kamikawa-gun, Hokkaido
วิธีเดินทางนั่งรถไฟสาย JR Furano ไปสถานี Biei และเดินเท้าอีกประมาณ 30 นาที
เวลาทำการ8:30-17:00 น. (เดือนเม.ย. – ต.ค.)
ค่าเข้าชมฟรี

ดูแผนที่ Zeburu Hill

9ทุ่งทานตะวันโฮคุริว (Hokuryu Himawari no Sato)

Cr: hokuryu-kankou.com

ทุ่งดอกทานตะวันที่สวยงามมากในญี่ปุ่นตั้งอยู่ในโฮคุริว เมืองขนาดเล็กที่มีประชากรเพียง 2,000 คนเท่านั้น โดยมีดอกทานตะวันมากกว่า 1.5 ล้านดอกภายในสวนแห่งนี้ และช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการชมทัศนียภาพที่นี่คือตอนพระอาทิตย์ขึ้นค่ะ ไฮไลท์อีกอย่างคือเขาวงกตดอกทานตะวันที่จะทำให้ทุกคนสนุกสนานเพลิดเพลินไม่รู้ลืม

Hokuryu Himawari no Sato

ที่อยู่143-2 Itaya, Hokuryu-cho, Uryu-gun, Hokkaido
วิธีเดินทางนั่งรถไฟสาย JR Hakodate Honsen ลงสถานี Takikawa ต่อรถบัส Chuo Bus ลงป้าย Hokuryu Chugakko Mae
เวลาทำการ8:30-17:00 น. (เดือนเม.ย. – ต.ค.)
ค่าเข้าชมเข้าชมฟรี แต่มีกล่องรับบริจาคหน้าทางเข้า หากบริจาคจะได้รับเมล็ดทานตะวัน / เข้าวงกตทานตะวัน : 300 เยน
WebsiteHokuryu Himawari no Sato

ดูแผนที่ Hokuryu Himawari no Sato

10ทุ่งทานตะวัน Sun Piller (Sun Piller Park)

Cr: nayoro.co.jp

อีกหนึ่งทุ่งทานตะวันขนาดใหญ่ที่มีดอกทานตะวันอยู่กว่า 5 ล้านต้น โดยจะบานพร้อมกันทั้งหมดในช่วงปลายเดือนมิถุนายนไปจนถึงกลางเดือนสิงหาคม สวนแห่งนี้ยังถูกใช้เป็นโลเคชั่นหลักในภาพยนตร์เรื่อง Hoshi Mamoru Inu (星守る犬) เรื่องราวอันซาบซึ้งกินใจของชายวัยกลางคนกับสุนัขคู่ใจ ถ้าใครเคยอ่านมาก่อนแล้วได้ไปทุ่งทานตะวัน Sun Piller คงจะอินมากๆ แน่ๆ เลยค่ะ

Sun Piller Park

ที่อยู่147-2 Nisshin, Nayoro-cho,Hokkaido
วิธีเดินทางนั่งรถไฟสาย Souya ไปสถานี Nayoro แล้วเดินต่อประมาณ 17 นาที
เวลาทำการ9:00-17:00 น. (เดือนเม.ย.), 9:00-18:00 น. (เดือนพ.ค. – ต.ค.), 10:00-22:00 น. (เดือนพ.ย. – มี.ค.)
ค่าเข้าชมฟรี
WebsiteSun Piller Park

ดูแผนที่ Sun Piller Park

11สวนทาคิโนะอุเอะ (Takinoue Park)

Cr: town.takinoue.hokkaido.jp

ถ้าอยากดูดอกชิบะซากุระ (Shibazakura) หรือที่คนทั่วไปรู้จักในชื่อ พิงค์มอส (Moss Phlox) ก็ต้องไม่พลาดสวนแห่งนี้ค่ะ เพราะสวนทาคิโนะอุเอะเป็นแหล่งชมชิบะซากุระที่โด่งดังที่สุดในฮอกไกโด นั่นก็เพราะว่าเมื่อถึงฤดูกาลแล้วเนินเขาทั้งหมดจะถูกปกคลุมไปด้วยสีชมพูของกลีบดอกไม้ เรียกได้ว่างดงามดั่งเทพนิยายเลยทีเดียว

Takinoue Park

ที่อยู่Motomachi, Takinoue-cho, Monbetsu-gun, Hokkaido
วิธีเดินทางรถบัสสาย Hokkaido Chuo, Dohoku จาก Sapporo และสาย Hokumon ซึ่งเป็นรถบัสท้องถิ่นไปที่เมือง Takinoue แล้วนั่งแท็กซี่ประมาณต่อ 2 กม.
เวลาทำการเฉพาะช่วงที่ดอกชิบะซากุระออกดอก(L.O.)
ค่าเข้าชมผู้ใหญ่ 500 เยน, เด็ก 250 เยน หากมาเป็นกลุ่ม (10 คนขึ้นไป) : ผู้ใหญ่ 00 เยน, เด็ก 200 เยน
WebsiteTakinoue Park

ดูแผนที่ Takinoue Park

12สวนดอกลิลลี่ ONZE (ONZE Harukayama Lily Garden)

Cr: onzeyuri.com

ด้วยสีสันที่หลากหลายและรูปลักษณ์ที่สวยงามของดอกลิลลี่ จึงไม่แปลกที่จะถูกขนานนามว่าเป็นราชินีแห่งดอกไม้หน้าร้อนของญี่ปุ่น โดยสวนดอกลิลลี่แห่งนี้ถือเป็นหนึ่งสวนขนาดใหญ่ที่สวยงามที่สุด และมีกิมมิคน่ารักๆ พิเศษสำหรับคนที่มีคำว่า ยูริ (Yuri) อยู่ในชื่อจะได้เข้าชมสวนนี้ฟรีๆ ไปเลย เพราะคำว่ายูรินั้นมีความหมายว่าดอกลิลลี่นั่นเอง

ONZE Harukayama Lily Garden

ที่อยู่357 Chunka-machi, Otaru-shi, Hokkaido
วิธีเดินทางนั่งรถไฟจากสถานี Sapporo ลงที่สถานี Zenibako เดินเท้าต่อประมาณ 3.1 กม.
เวลาทำการ9:00-17:00 น. (เดือนก.ค. – ส.ค.)
ค่าเข้าชมเด็กเข้าชมฟรี, ผู้ใหญ่ 400 เยน, ผู้พิการที่เป็นผู้ใหญ่ 200 เยน หากมาเป็นกลุ่ม (20 คนขึ้นไป) : มีส่วนลด 100 เยน
WebsiteONZE Harukayama Lily Garden

ดูแผนที่ ONZE Harukayama Lily Garden

13สวนยูริกาฮาระ (Yurigahara Park)

Cr: yuri-park.jp

ดอกลิลลี่กว่า 100 สายพันธุ์ได้ถูกรวบรวมไว้ที่นี่ให้เราได้ชื่นชมกันอย่างเต็มอิ่ม และไม่เพียงแต่ลิลลี่เท่านั้นเพราะสวนสาธารณะแห่งนี้รวบรวมพรรณไม้ดอกไว้กว่า 6,400 สายพันธุ์เลยทีเดียว ไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาดคือการนั่ง Lily Train รถไฟสายลิลลี่ที่จะพาทุกคนเพลิดเพลินไปกับความงดงามของดอกไม้หลากสีสันที่ถูกจัดไว้ในสวนอย่างสวยงาม

Yurigahara Park

ที่อยู่Yurigahara-kouen 210, Kita-ku, Sapporo-shi, Hokkaido
วิธีเดินทางนั่งรถไฟสาย JR Gakuentoshi ลงสถานี Yurigahara แล้วเดินต่อ 6 นาที
เวลาทำการ8:45-17:15 น. ปิดทุกวันจันทร์ และวันที่ 29 ธ.ค. – 3 ม.ค.
ค่าเข้าชมเข้าสวนฟรี / เข้า World Garden : 130 เยน / ค่านั่ง Lily Train : 360 เยน
WebsiteYurigahara Park

ดูแผนที่ Yurigahara Park

ข้อสรุป

เป็นยังไงกันบ้างคะกับ 13 สวนดอกไม้แสนสวยที่หมีคัดมาให้ มีหลายประเภทเลยเนาะ แต่สำหรับหมีน่ะอยากไปทุ่งทานตะวันที่สุดเลย ลองนึกภาพแสงแดดที่ตกกระทบกับกลีบดอกสีเหลืองสดสิคะ แค่คิดภาพก็ลอยมาแล้ว ก็หวังว่าบทความนี้จะทำให้อยากไปเที่ยวฮอกไกโดช่วงฤดูร้อนขึ้นมาบ้างไม่มากก็น้อย แล้วจะรู้ว่าฮอกไกโดไม่ได้มีแต่หิมะที่สวยนะ 😉