ทริปฤดูหนาวสุดมันส์ 3 วัน 2 คืน เดินป่าลุยหิมะ แช่ออนเซ็นในหมู่บ้านกลางหุบเขา ฝึกทำอาหารท้องถิ่น ชมงานศิลป์และกิจกรรมสไตล์เมืองแห่งหิมะที่โทคามาจิ (Tokamachi city) จ.นีงาตะ (Niigata)

16/01/2023 (อัพเดทเมื่อ 19/01/2023)
เรียนรู้วิถีชีวิตแบบคนเมืองหนาวที่ว่ากันว่า นี่โทคามาจิคือหนึ่งในเมืองที่มีหิมะมากที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ชมทัศนียภาพเมืองอันน่าตะลึงพร้อมแพลนเที่ยวหน้าหนาวแบบสนุกสุดๆ จนทำให้เราหลงรักที่นี่แบบไม่รู้ตัว

ทริปวันที่ 1

  • พิพิธภัณฑ์เมืองโทคามาจิ (Tokamachi City Museum)
  • ทานมื้อเที่ยงแบบโบราณที่เรียวกังเซโตกุจิ(Setoguchi)
  • อุโมงค์แห่งแสง (Tunnel of Light )
  • แวะร้านอาหารค่ำรอบๆสถานีโทคามาจิ
  • โรงแรมเบลนาทิโอ Atema Plateau Resort Belnatio
  • ทริปวันที่ 2

  • เดินป่าลุยหิมะที่ Bijinbayashi Forest
  • พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านมัตสึได Matsudai kyodo shiryokan
  • ชิมเฮกิโซบะชื่อดัง
  • วัดโบราณ Jinguji Temple
  • ชมงานศิลป์สุดเท่ที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัย Echigo-Tsumari Satoyama MonET
  • เรียนรู้ประเพณีท้องถิ่นผ่าน VR ที่มัตสึโนะยามะ (Matsunoyama Onsen)
  • นอนเรียวกัง Hinanoyado Chitose
  • ทริปวันที่ 3

  • ชมศาสตร์แห่งศิลป์การผลิตผ้ากิโมโนที่ Aoyagi
  • ประสบการณ์สวมชุดกิโมโน
  • ชมบ้านแห่งแสง House of light งานอาร์ตที่ดังในยุคนี้
  • ฝึกทำอาหารท้องถิ่นแบบสนุกๆ
  • แนะนำการแต่งกายในฤดูหนาว
  • การเดินทางจากโตเกียว (Tokyo)

    เมื่อเข้าสู่ฤดูหนาวของประเทศญี่ปุ่น หนึ่งในการเดินทางที่ทุกคนคิดถึงคือการได้ไปสัมผัสกับหิมะขาวๆที่ฟูนุ่ม ครั้งนี้เราเลยตั้งใจเดินทางไปที่เมืองโทคามาจิ (Tokamachi) จ.นีงาตะ(Niigata)โดยตั้งต้นที่ สถานีโตเกียว (Tokyo station) หรือใครจะขึ้นรถไฟที่สถานีอูเอโนะ (Ueno station) ก็ได้ ด้วยรถไฟโจเอ็ทสึชินคันเซน (Joetsu shinkansen)

    เพื่อไปยังสถานีเอจิโกะยูซาวะ (Echigo-Yuzawa Station) แล้วเปลี่ยนสายไปขึ้นรถไฟท้องถิ่นสายโฮคุโฮคุ (Hokuhoku Line) ที่ใช้เวลาเดินทาง 40 นาทีไปยังสถานีโทคามาจิ (Tokamachi Station) ระหว่างเดินทางก็จะสามารถมองเห็นวิวที่ด้านนอกหน้าต่างได้

    เมื่อถึงสถานีเอจิโกะยูซาวะ (Echigo-Yuzawa Station) ลงจากชินคันเซ็นแล้วมาเปลี่ยนขบวน โดยเดินตามป้ายสีฟ้านี้มาเลย ที่สถานีนี้เราจะเห็นภาษาไทยมากมาย

    ภาพด้านล่างคือภาพของชานชลาที่เราจะรอรถไฟเพื่อเดินทางต่อไปยังสถานีโทคามาจิ (Tokamachi) ในช่วงฤดูหนาว รถไฟขบวนนี้เป็นทั้งต้นและปลายทาง ดังนั้นไม่ต้องห่วงเรื่องเวลาขึ้นลงรถไฟ

    ด้านในรถไฟเป็นที่นั่งแบบเลือกนั่งได้ตามใจชอบ บางจุดเป็นเก้าอี้ยาวที่สามารถนั่งชมวิวนอกหน้าต่างได้อย่างเพลิดเพลิน

    ภายในรถไฟท้องถิ่นส่วนใหญ่จะไม่มีภาษาอังกฤษกำกับ แต่สำหรับขบวนนี้สามารถเข้าใจได้ง่ายโดยให้สังเกตป้ายการจอดสถานีที่ขึ้นโชว์ หากมีคำว่า まもなく十日町 แปลว่า อีกสักครู่จะถึงสถานีโทคามาจิ เป็นอันเข้าใจว่าต้องเตรียมลงเพราะรถไฟจะจอดสถานีโทคามาจิในป้ายหน้า

    หลังจากที่รถไฟจอดแล้ว ก็เดินลงมาที่ชานชลาด้านล่างได้เลย สำหรับขากลับก็ง่ายมาก เพียงแค่ไปรอรถไฟที่ชานชลาอีกฝั่ง

    แนะนำสถานีโทคามาจิ (Tokamachi station)

    สถานีโทคามาจิ (Tokamachi Station) เป็นสถานีที่พร้อมไปด้วยข้อมูลและการดูแลนักท่องเที่ยวต่างชาติมาก มีเจ้าหน้าที่ๆสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ ที่นี่เราสามารถติดต่อขอรับข้อมูลแผนที่เมืองภาษาอังกฤษ

    สำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่ได้เตรียมรองเท้าที่กันน้ำมาได้ ที่นี่นอกจากจะมีบริการให้เช่ารองเท้าบูทยางเพื่อเดินในช่วงหน้าหนาวแล้ว ยังสามารถฝากสัมภาระได้ด้วย รองเท้าบูทวันละ 500 เยน สำหรับสัมภาระกระเป๋าเดินทาง ราคา 300 – 500 เยน *ไม่รับฝากแบบข้ามคืน

    มีมุมของฝากเล็กๆ ที่สามารถเดินชมและแวะซื้อตอนขากลับได้ หากใครหิวก็มีร้านอาหารท้องถิ่นเล็กๆ เปิดบริการ ซึ่งเวลาทำการขึ้นอยู่กับช่วงเวลาต่างๆ รบกวนเช็คเวลาทำการจากเว็บไซต์เมืองโทคามาจิ

    Tokamachi City Tourist Information

    ที่อยู่(อยู่ภายในสถานีโทคามาจิ อยู่ฝั่งทางออกตะวันตก)
    251-17 Asahi-cho, Tokamachi-shi, Niigata-ken 948-0079, JAPAN
    เวลาทำการ9.00 น.-17.00 น.
    บริการ รับฝากสัมภาระแบบ 1 วัน / เช่ารองเท้าบูทแบบ 1 วัน
    อีเมลอีเมล
    WebsiteTokamachi City

    แนะนำเมืองโทคามาจิ(Tokamachi)

    เมื่อได้ข้อมูลการเดินทางครบแล้ว เราก็เตรียมตัวออกเดินทางเที่ยวเมืองโทคามาจิกัน เมืองนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นพื้นที่ที่มีหิมะตกมากที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่นโดยมีหิมะตกสูงถึงประมาณ 2 ถึง 3 เมตรในฤดูหนาว เทศกาลหิมะโทคามาจิชื่อดังก็ถือกำเนิดจากความเชื่อของชาวท้องถิ่นที่ว่า “ผูกมิตรกับหิมะและเพลิดเพลินกับหิมะ” เทศกาลความเชื่อจึงเกิดขึ้นในช่วงฤดูหนาวเยอะและคนท้องถิ่นก็สามารถอยู่ร่วมกับหิมะได้อย่างดี มีอาหารพื้นเมืองไว้ทาน มีการเรียนรู้ถนอมอาหารและการปรับทัศนียภาพเมืองให้เต็มไปด้วยศิลปะและกิจกรรมบันเทิงมากมาย พื้นที่โทคามาจิมีประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 1300 ปีในฐานะพื้นที่ผลิตผ้ากิโมโน

    มีแม่น้ำชินาโนะ (Shinano river) ซึ่งเป็นแม่น้ำที่ยาวที่สุดในญี่ปุ่นไหลผ่านใจกลางแอ่ง มีน้ำบาดาลที่อุดมสมบูรณ์จากหิมะละลายที่เหมาะสำหรับการย้อมผ้าและให้เอฟเฟกต์สีที่ยอดเยี่ยม จึงเป็นต้นกำเนิดของสิ่งทอคุณภาพของโทคามาจิ แต่ทั้งนี้โทคามาจิก็มีเสน่ห์และทัศนียภาพที่สวยงามตลอดทั้งปี

    แม้ว่าจะเป็นเมืองที่มีหิมะสูงกว่า 2 เมตร แต่ถนนในเมืองและรอบๆนั้นก็ได้รับการดูแลและดำเนินการกวาดหิมะอย่างต่อเนื่อง หากไม่ได้ขึ้นภูเขาสูง การเช่ารถขับก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่แนะนำในการเดินทางเที่ยวเมืองนี้ ข้อสังเกตเล็กๆคือ สัญญาณไฟจราจรของที่นี่จะเป็นแนวตั้งทั้งหมด เนื่องจากลดการทับถมของหิมะ

    พิพิธภัณฑ์เมืองโทคามาจิ (Tokamachi City Museum)

    ว่ากันว่าหากเราอยากรู้ประวัติศาสตร์และพื้นเพของคนท้องถิ่นที่ไหน ให้เราไปที่พิพิธภัณฑ์ของที่นั่น เราเลยต้องมาที่พิพิธภัณฑ์เมืองโทคามาจิ เพราะเมืองนี้รวบรวมเรื่องราวและจัดแสดงสิ่งของ เครื่องใช้ มาตั้งแต่ยุคโจมง หรือราว 16,000 ปีก่อนเชียวนะ

    พิพิธภัณฑ์เมืองโทคามาจิ (Tokamachi City Museum) เปิดให้บริการครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ.1979 โดยทำการสำรวจ อนุรักษ์ และสืบทอดธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมอันหลากหลายและสมบูรณ์ของเมืองโทคามาจิกับประชาชนและให้ความรู้แก่ผู้มาเยือน

    เมืองโทคามาจิเป็นเมืองศิลปะประวัติศาสตร์ เครื่องปั้นดินเผาแบบเปลวไฟที่สร้างขึ้นเมื่อ 5,000 ปีที่แล้ว ไม่ใช่แค่มีให้ชมเท่านั้น แต่ยังมีแบบจำลองให้เราได้ลองประกอบเล่นๆดูด้วยนะ ถือเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ทันสมัยมากๆ

    หนึ่งในกิจกรรมที่พลาดไม่ได้คือ การสแกนตัวของเราแล้วจะมีชุดในสมัยยุคโจมงมาให้ลองใส่ จากนั้นภาพตัวเราที่ใส่ชุดใหม่จะไปปรากฏที่จอดิจิทัลที่จำลองการดำรงชีวิต ล่าสัตว์ ทำอาหาร พอไปกันหลายคนก็เหมือนครอบครัวใหญ่ ในจอสกรีน บางคนเดินไปล่าหมูป่าเองด้วยนะ เฮฮา สนุกมาก

    เราจะได้เห็นวิถีชีวิตจำลองของคนที่นี่เมื่อครั้งอดีต ในช่วงที่หิมะกินเวลาประมาณครึ่งปีตั้งแต่เดือนธันวาคมถึงเมษายน และผู้คนอาศัยอยู่กับหิมะอย่างแท้จริงนั้นสามารถทนต่อความหนาวได้อย่างไร ทั้งต้องเตรียมอาหาร เสื้อผ้า และที่พักพิงสำหรับฤดูกาลหน้าอีก

    สิ่งที่พลาดไม่ได้คือการชมเรื่องราวสิ่งทอ ที่โทคามาจิถือเป็นแหล่งผลิตกิโมโนที่สำคัญของประเทศ หลักฐานสำหรับสิ่งทอที่เก่าแก่ที่สุดในเมืองโทคามาจินั้นได้มาจากการค้นพบซากปรักหักพังของเมื่อ 1500 ปีที่แล้ว

    มีการค้นพบล้อแกนหมุนซึ่งเป็นเครื่องมือสำหรับหมุนเกลียว ด้านบนของล้อแกนหมุนถูกขุดขึ้นมาในสมัยนารา (ค.ศ. 710-794) และผ้าของที่นี่ยังถูกผลิตเป็นผ้าทอชั้นสูงแก่กับตระกูลขุนนางและตระกูลซามูไร ที่ต้องการเข้าเยี่ยมชมปราสาทเอโดะ ในสมัยยุคเอโดะด้วย

    เอกลักษณ์ของการทอผ้ากิโมโนของที่นี่คือการใช้ฟุโนริ (Funori) แบบดั้งเดิม (สาหร่ายญี่ปุ่น) ตั้งแต่สมัยโบราณ funori ถูกใช้อย่างกว้างขวางในญี่ปุ่นสำหรับคุณสมบัติในการยึดติดและการควบแน่น ในขั้นต้น มันทำหน้าที่เป็นสารหล่อลื่นสำหรับเส้นด้ายในการผลิตไหม ทำให้ผ้านุ่มลื่นเวลาสวมใส่ และ นำไปใช้ในงานศิลปะ งานฝีมือ และงานบ้านในครัวเรือน อย่างในปัจจุบัน

    พิพิธภัณฑ์เมืองโทคามาจิ (Tokamachi City Museum)

    ที่อยู่1-chome 448-9 Nishihoncho, Tokamachi City, Niigata Prefecture, Japan 948-0072
    เวลาทำการ9.00-17.00 (ปิดรับ 16.30น.)
    ราคาผู้ใหญ่ 500 เยน วันหยุด วันจันทร์
    Websitewww.tokamachi-museum.jp

    ทานมื้อเที่ยงแบบโบราณที่เรียวกังเซโตกุจิ (Setoguchi)

    เซโตกุจิเป็นโรงแรมที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน มีคู่สามีภรรยาที่เป็นเจ้าของโรงแรมเป็นผู้ดูแลต้อนรับแขกที่มาพักเอง หากใครที่สนใจการพักและอยากพูดคุยกับคนท้องถิ่น แนะนำการพักแบบนี้เลย เค้ามีแพ็คเกจที่พักด้วยนะ แต่วันนี้เรามาทานอาหารเที่ยงกัน โดยมีคุณลุงเป็นเชฟปรุงอาหารให้เราสำหรับมื้อเที่ยงนี้

    โดยเรานั่งล้อมวงทานที่เตาอิโรริ (Irori) เตาอิโรรินั้นเป็นเตาเผาแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม นิยมใช้สำหรับทำความร้อนในบ้านและปรุงอาหารญี่ปุ่น โดยพื้นฐานแล้วเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ด้านล่างมีผงเถ้าถ่าน ด้านบนมีตะขอแบบปรับได้ซึ่งเป็นที่รู้จักในท้องถิ่นว่า “จิไซคางิ-jizaikagi” และมักจะประกอบด้วยแท่งเหล็กที่หุ้มไว้ในท่อไม้ไผ่ จิไซคางิใช้สำหรับการยกหรือลดระดับหม้อหรือกาต้มน้ำแบบแขวนโดยใช้คันโยกที่แนบมาซึ่งปกติแล้วจะมีการออกแบบให้มีรูปร่างเหมือนปลาเพื่อการตกแต่งแบบดั้งเดิม

    อาหารท้องถิ่นถูกปรุงอย่างปราณีต บรรจงวางลงในภาชนะจานเล็กจานน้อยมากมาย หนึ่งในอาหารยอดนิยมคือปลาอายุย่างเกลือ

    นอกจากพื้นที่โทคามาจิที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของนีงาตะ จะเป็นที่ตั้งของภูมิทัศน์นาขั้นบันไดที่มีชื่อเสียงหลายแห่งแล้ว ข้าวของที่นี่ยังอร่อยมากๆอีกด้วย พันธุ์ “Koshihikari” ข้าวถูกหุงด้วยวิถีท้องถิ่น มีความหอม นุ่ม ชอบที่สุดเลย

    คุณป้ายังได้นำวิธีการถนอมอาหารมาให้เราได้ชมด้วยนะ คือการตากแห้งผักและผลไม้ต่างๆ รวมถึงการดองเกลือ เพื่อรักษาคุณภาพเก็บไว้ทานได้ยาวนานหลายเดือนจนกว่าหิมะจะละลายและถึงฤดูกาลเพาะปลูกหน้า

    อีกหนึ่งการถนอมอาหารที่คนสมัยก่อนทำคือ ไดคอนสึกุระ คำว่าสึกุระหมายถึงภาชนะที่ทำด้วยฟางถัก ด้านในจะนำหัวไชเท้าสดหรือแครอทสดมาวางเรียงไว้ จะเริ่มทำหลังฤดูใบไม้ร่วงผ่านไป ประมาณต้นธันวาคมหิมะเริ่มตกลงมาปกคลุมบนสึกุระ แต่อุณหภูมิภายในสึกุระจะคงที่ทำให้ผักที่บ่มไม่แข็งตัวและยังคงความอร่อย นี่เป็นสิ่งที่น่าทึ่งว่า เมืองที่มีหิมะสูงกว่า 2 เมตรมีวิธีเก็บอาหารในช่วงฤดูหนาวได้อย่างไร

    Kiyotsukyo Onsen, Setoguchi

    ที่อยู่168 Nishitajiri-shin karashi, Tokamachi-shi, Niigata 949-8437 Japan
    วิธีเดินทางโดยรถยนต์
    เวลาทำการCheck-in: 12 AM Check-out: 12:00 AM
    โทรศัพท์025-763-2431
    Websitewww.setoguti.info

    ดูแผนที่ Kiyotsukyo Onsen, Setoguchi

    อุโมงค์แห่งแสง (KIYOTSU-GORGE Tunnel of Light )

    ไม่ไกลกันจากที่นี่ เราเดินทางมาที่ช่องเขาคิโยสึ หรือ Kiyotsu Gorge Tunnel ที่นี่ถูกกำหนดให้เป็นจุดชมวิวแห่งชาติและอนุสรณ์สถานทางธรรมชาติในปี 1941 พื้นผิวของหุบเขามีลักษณะเป็นชั้นๆ สวยงามมาก ภายในมีการขุดอุโมงค์ทางเท้าเพื่อการท่องเที่ยว

    เมื่อจ่ายค่าเข้าแล้ว เราก็เดินเท้าเข้าไปเลย ระยะทางเดินในอุโมงค์นั้นค่อนข้างไกล ราว 750 เมตร ใครที่มากับผู้สูงอายุสามารถขอยืมรถเข็นได้ อุโมงค์ช่องเขาคิโยสึเปิดในเดือนตุลาคม ปี 1996 เพื่อให้ผู้มาเยือนได้เพลิดเพลินกับความงามทางธรรมชาติอันงดงามของพื้นที่ด้วยวิธีที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น โครงสร้างได้รับการปรับปรุงใหม่อีกครั้งในปี 2018 สำหรับ Echigo Tsumari Art Trienniale เป็นงานศิลปะที่เรียกว่า “Tunnel of Light” ศิลปิน โดย Ma Yansong / MAD Architects

    Cr: Ma Yansong/MAD Architects “Tunnel of Light” (Echigo-Tsumari Art Field)

    เราสามารถดื่มด่ำกับความงามอันน่าอัศจรรย์ของทัศนียภาพของที่นี่ได้อย่างแท้จริง เมื่อเดินมาถึงจุดพาโนรามาที่ปลายอุโมงค์ ซึ่งทัศนียภาพด้านหน้าจะสะท้อนกลับมาที่พื้นผิวของน้ำเสมือนมีกระจก วิธีการเดินไปถ่ายภาพคือ ให้เดินชิดขอบผนังไปเลย * ในช่วงวันหยุดเทศกาล นักท่องเที่ยวเยอะ ควรซื้อตั๋วออนไลน์ล่วงหน้า

    Cr: Ma Yansong/MAD Architects “Tunnel of Light” (Echigo-Tsumari Art Field)

    อุโมงค์แห่งแสง (KIYOTSU-GORGE Tunnel of Light )

    ที่อยู่Koide, Tokamachi City, Niigata Prefecture, 949-8433
    วิธีเดินทางจากสถานี Echigo-Yuzawa โดยสารรถประจำทาง Morimiyanohara ลงที่ป้าย Kiyotsukyou-Irig จากนั้นเดินอีกประมาณ 30 นาที (2 km.) รถยนต์จอดฟรี
    เวลาทำการ8.30 น. – 17.00 น.(เปิดให้เข้าได้ถึง 16:30 น.) *อาจปิดช่วงฤดูหนาวในกรณีที่หิมะตกหนักหรือหิมะถล่ม ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนเวลาเปิดทำการ
    ราคาผู้ใหญ่ 1,000 เยน เด็ก 400 เยน
    Websitenakasato-kiyotsu.com/en/tunnel

    ดูแผนที่ อุโมงค์แห่งแสง (KIYOTSU-GORGE Tunnel of Light )

    แวะร้านอาหารค่ำรอบๆสถานีโทคามาจิ

    เมื่อมาถึงเมืองโทคามาจิ เรามีร้านอาหารค่ำที่อยากแนะนำคือ ร้านยูเกะ (Yuge,ゆげ) ที่อยู่ในตัวเมืองเลย ร้านนี้มีอาหารสไตล์ญี่ปุ่นที่รสชาติอร่อยและตกแต่งจานได้สวยงามมากๆ “Yuge” เปิดให้บริการในเดือนมีนาคม 2021

    คุณโทโมโกะ ยูเกะ เจ้าของร้านแห่งนี้เป็นนักเล่นสกีวิบากเมื่อตอนที่เธอยังเป็นนักเรียน ในขณะที่มีชีวิตที่แข่งขันต้องให้ความสำคัญแก่สมรรถภาพทางกายและอาหารที่ทาน จึงเริ่มสนใจศึกษาวัฒนธรรมอาหาร ทั้งยังหลงใหลในการปรุงอาหารจากวัตถุดิบในท้องถิ่นแห่งนี้มากๆ

    เธอบอกว่าเมืองโทคามาจิมีวัฒนธรรมการกินที่หลากหลาย พวกเขาเก็บเกี่ยวพืชป่าที่กินได้ด้วยตนเอง ถนอมไว้ด้วยวิธีการเก็บรักษาแบบดั้งเดิมและนำมาปรุงอาหาร ฉันต้องการค้นพบสิ่งใหม่โดยไม่สูญเสียวิธีการทำอาหารแบบเก่าและศึกษาวิธีการถนอมอาหารเพื่อรักษาความอุดมสมบูรณ์ของอาหารในแผ่นดินนี้

    tokamachi-yuge

    ที่อยู่128 Tokamachi-shi, Niigata, Japan 948-0088
    เวลา18.00 – 22.00
    วันหยุดจันทร์และอาทิตย์
    โทร025-755-5263 จองล่วงหน้า
    Websitetokamachi-yuge
    facebook

    ดูแผนที่ tokamachi-yuge

    และอีกร้านที่ไม่มาไม่ได้ ด้วยรูปร่างโครงสร้างที่เหมาะสำหรับเมืองที่มีหิมะตก งานไม้ที่มีเสน่ห์และอาหารเครื่องดื่มที่รสชาติดี ที่นี่คือ IKOTE เป็นร้านที่เปิดทั้งกลางวันและกลางคืน ดำเนินการโดยบริษัทก่อสร้างในโทคามาจิ ชื่อ Flower Home เน้นการสร้างบ้านที่อบอุ่นโดยใช้วิธีการก่อสร้างที่สืบทอดมาแต่โบราณให้เกิดประโยชน์สูงสุด

    เจ้าของ IKOTE กล่าวว่าเขาก็นึกๆว่าบริษัทก่อสร้างสามารถทำอะไรได้บ้าง? เลยอยากสร้างสัญลักษณ์ของภูมิภาคและสร้างสถานที่ที่ทุกคนสามารถรวมตัวกันได้อย่างสบายใจทุกเวลา เมื่อพูดถึงเมืองแห่งหิมะจึงนึกถึงกระท่อมน้ำแข็งคามาคุระ และอยากให้เมื่อใดก็ตามที่คุณกลับมาที่โทคามาจิ ชวนเพื่อนรักของคุณ หรือต้องการใช้เวลาพักผ่อนกับครอบครัว ก็ให้มาที่คามาคุระหลังใหญ่นี้ด้วยนะ

    คำว่า IKOTE เป็นคำง่ายในท้องถิ่นที่คนญี่ปุ่นพูด ความหมายคือ ไปกันเถอะๆหรือชวนกันมาที่นี่เถอะ ซึ่งให้ความหมายและความรู้สึกสบายๆ รสชาติอาหารอร่อยและถูกจัดวางบนจานอย่างสวยงาม ด้านในนี้เป็นโครงไม้ อบอุ่น ชั้นสองเป็นพื้นที่โล่งสำหรับจัดกิจกรรม

    ที่อยู่5-39-6 Honcho, Tokamachi City, Niigata Prefecture 948-0081
    เวลาทำการ[LUNCH] 11: 00-14: 00
    [CAFE]11: 00-17: 00
    [DINNER]17: 00-22: 00 (21: 00 L.O, ปิดวันพุธและอาทิตย์)
    Websiteikote.net

    ดูแผนที่

    โรงแรมเบลนาทิโอ Atema Plateau Resort Belnatio

    ถ้ามากับครอบครัวหรือกรุ๊ปใหญ่แนะนำพักที่นี่เลยนะ เพราะโรงแรมเบลนาทิโอ หรือภาษาญี่ปุ่นอ่านว่า เบรุนะทิโอ มีห้องพักกว้างและมีห้องอาบน้ำขนาดใหญ่ ที่สำคัญคือวิวด้านนอกของโรงแรมนั้นสวยงามประทับใจมาก เนื่องจากอยู่บนเขาสูง ช่วงหน้าหนาว หิมะตกเยอะมาก สวยสุดๆเลย

    ห้องพักของโรงแรมมีทั้งแบบในตัวโรงแรมและแบบบ้านหลังเดี่ยว วิวตอนเช้าตื่นมาคือ ด้านหน้าของโรงแรมมีหิมะตกขาวโพลนไปหมดเลย

    อาหารเช้าของโรงแรมเป็นแบบบุฟเฟต์ มีอาหารให้เลือกมากมาย แนะนำว่าอย่าถือสัมภาระมาเยอะเนื่องจากบางห้องพักนั้นอยู่ไกลจากห้องทานอาหารมาก

    เด็กเล็กจะต้องชอบมาก นอกจากสถานที่จะกว้างขวาง ขนมและเครื่องดื่มมีเพียบแล้ว ยังมีห้องนั่งเล่นสำหรับคุณหนูๆด้วยนะ

    โรงแรมเบลนาทิโอ Atema Plateau Resort Belnatio

    ที่อยู่Tamagawa, Tokamachi-city, Niigata 949-855 ,Japan
    ตารางรถรับ-ส่งสถานี Tokamachihttps://www.belnatio.com/en/maps-and-directions/
    Websitebelnatio

    ดูแผนที่ โรงแรมเบลนาทิโอ Atema Plateau Resort Belnatio

    วันที่ 2

    เดินป่าลุยหิมะที่ Bijinbayashi Forest หรือการชมความงามของป่าบีช ที่ “โรงเรียนป่าไม้” เคียวโรโระ (Kyororo) เป็นพิพิธภัณฑ์ที่เรียนรู้เกี่ยวกับธรรมชาติขนาดเล็ก เมืองโทคามาจิ สถานที่นี้มีเอกลักษณ์เฉพาะอยู่ในถิ่นที่มีหิมะปกคลุมไปด้วยป่าบีชที่มีเสน่ห์ทั้งในฤดูร้อนและฤดูหนาว เมื่อถึงช่วงหิมะตก กิจกรรมการเดินป่าด้วยรองเท้าหิมะจึงเริ่มต้นขึ้น

    เราเดินทางมาที่นี่เพื่อมาลองประสบการณ์ใหม่ๆดู การเดินบนหิมะที่หนาด้วยรองเท้าปกตินั้นไม่สามารถทำได้ เราต้องใช้รองเท้าเดินบนหิมะพิเศษ เช่าครั้งละ 1000 เยน ซึ่งสวมครอบกับรองเท้าบูทยางอีกชั้นหนึ่ง(เช่ารองเท้าบูทยาง 100 เยน) ซึ่งราคาค่าไกด์และค่าธรรมเนียมต่างๆ สามารถดูได้จากเว็บไซต์ หากเราเช่าแค่รองเท้าบูทยางเดินป่าเล่นๆ ก็ได้นะ

    ป่าบีชของที่นี่สวยงามมาก ระหว่างที่เดินไปเรื่อยๆ ก็อาจจะเจอแจ็คพอต หิมะที่เกาะอยู่บนกิ่งไม้ร่วงหล่นลงมาใส่หัว สร้างเสียงหัวเราะได้มากทีเดียว

    ไกด์จะพาเราเดินตามเส้นทางที่เราอยากไป ตรงไหนหิมะฟูนุ่ม ตรงนั้นแหล่ะคือจุดหมายของเรา เหนื่อยก็นั่งพัก หายเมื่อยแล้วก็เดินต่อ เอาเข้าจริงคือ 2 ชั่วโมงที่อยู่ในป่าสนุกมากๆเลย แนะนำ 3 ชั่วโมงไปเลยจ้า (เตรียมเสื้อผ้าที่กันน้ำอย่างชุดสกีมาใส่จะดีกว่า และที่นี่ไม่มีชุดให้เช่า)

    Bijinbayashi Forest

    ที่อยู่1712-2 Matsunoyama Matsuguchi, Tokamachi City, Niigata Prefecture
    โทรศัพท์025-595-8311
    Websitehttps://www.matsunoyama.com/kyororo/
    Facebookmatsunoyama.kyororo

    ดูแผนที่ Bijinbayashi Forest

    พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านมัตสึได Matsudai kyodo shiryokan

    แวะชมพิพิธภัณฑ์ที่น่ารักอีกแห่งกัน ที่นี่คือ พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านมัตสึได ถือเป็นสถานที่สำคัญทางวัฒนธรรม ตัวบ้านหลังนี้ประมาณ 140 ปี เดิมบ้านหลังนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่อื่นก่อนจะถูกย้ายมาตั้งไว้ในเขตพิพิธภัณฑ์ในปัจจุบัน ภายในบ้านมีการจัดแสดงเครื่องทอผ้าโบราณ งานฝีมือจากฟางและของใช้ในฤดูหนาวอื่นๆที่สำคัญต่อการดำรงชีพ

    ด้านในมีเตาอิโรริให้ความอบอุ่น นั่งพัก สนทนาพูดคุยกัน โดยคุณป้าจะคอยเล่าเรื่องราวความสำคัญของห้องต่างๆ และความเป็นมาเป็นไปของบ้าน ที่ใช้เทคนิคในการก่อสร้างแบบไม่ใช้ตะปู ด้านในเป็นโครงสร้างหนักที่สามารถทนต่อหิมะตกหนักได้ ห้องเสื่อทาทามิ ห้องนั่งเล่น และห้องรับแขกยังคงเหมือนเดิมไว้ทุกอย่างในแบบบ้านสมัยเก่า

    สิ่งที่ทำให้เราสะดุดตามากที่สุดคือเจ้ารองเท้าฟางโมเดลคู่จิ๋วเหล่านี้ ที่ในอดีตเคยเป็นรองเท้าบูทยาวให้ความอบอุ่นแก่เท้าของผู้คนๆ เวลาเดินฝ่าหิมะออกนอกบ้าน

    และที่ไม่ลองสวมไม่ได้ คือ เสื้อคลุมที่ทำมาจากฟาง ให้ทั้งความอบอุ่นและกันความเปียกชื้นจากหิมะที่ตกลงมา ใส่แล้วดูเหมือนเป็นแม่นกยังไงไม่รู้ ฮา

    พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านมัตสึได Matsudai kyodo shiryokan

    ที่อยู่3718 Matsudai, Tokamachi City, Niigata Prefecture
    เวลาทำการ10.00-17.00 น. (เข้าได้ถึง 16.30 น.) ปิดวันอังคารและวันพุธ (ปิดในวันถัดไปหากวันนั้นเป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์ อาจมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับนิทรรศการ)
    ราคาค่าธรรมเนียมทั่วไป 300 เยน
    Websitehttps://www.tokamachishikankou.jp/spot/matsudaikyoudosiryoukan

    ดูแผนที่ พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านมัตสึได Matsudai kyodo shiryokan

    ชิมเฮกิโซบะชื่อดัง

    เรามาชิมอาหารอร่อยประจำเมืองโทคามาจิกัน แน่นอนเรากำลังพูดถึงเฮกิโซบะ Hegisoba แม้จะคล้ายกับโซบะทั่วไปแต่ความพิเศษกว่าคือเค้าใส่สาหร่ายฟูโนริ (funori)ในขั้นตอนการทำเส้นโซบะด้วย ทำให้นุ่มลื่นเวลาทานเข้าไป เคี้ยวทานง่ายจริงๆ ด้วยล่ะ ปกติเราสามารถหาร้านขายเมนูเฮกิโซบะได้หลายแห่งในเมืองนี้ แต่ครั้งนี้เราพามาทานที่ร้านโยชิยะ Yoshiya ซึ่งเราชอบการเสิร์ฟแบบถาดใหญ่ที่สามารถทานได้ 4 – 5 คน

    เฮกิโซบะ นิยมทานแบบจุ่มลงในถ้วยน้ำซอส โดยมีเครื่องเคียงคือต้นหอมซอยและมัสตาร์ด (โซบะทั่วไปจะทานกับวาซาบิ) โดยคีบหยิบขึ้นมาทานทีละจับ

    คนญี่ปุ่นนิยมทานเฮกิโซบะแบบเย็น โดยสามารถทานได้ตลอดทั้งปี สมัยก่อนอาหารชนิดนี้ทำขึ้นทานเฉพาะงานเทศกาลหรือในงานจัดเลี้ยงสำคัญเท่านั้น แต่ตอนนี้หาทานได้ทั่วไปเลย สามารถสั่งเทมปุระมาทานเพิ่มได้นะ

    ร้านโยชิยะ Yoshiya

    ที่อยู่82-4 Shinmiya, Tokamachi City, Niigata Prefecture
    วิธีเดินทางเดินทาง จากสถานี Doichi เดิน 10 นาที
    เวลาทำการ[วันจันทร์ / วันพุธ / วันศุกร์] 10:30 – 14:00 และ 15:30 – 17:30/ วันพฤหัสบดี 10:30 – 14:00 / วันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 10:30 – 17:30 วันหยุด วันอังคาร
    วันหยุดวันอังคาร
    Websitehttps://www.tokamachishikankou.jp/spot/nadaikisoba_yoshiya

    ดูแผนที่ ร้านโยชิยะ Yoshiya

    วัดโบราณ Jinguji Temple

    แวะชมวัดกันบ้าง นี่คือวัดโบราณ Jinguji Kannon-do กล่าวกันว่าวัดโบราณแห่งนี้สร้างขึ้นครั้งแรกในสมัยเฮอันอาคารปัจจุบัน ที่สร้างขึ้นในช่วงปลายสมัยเอโดะ และพระพุทธรูปสามองค์ที่สร้างขึ้นในสมัยฟูจิวาระนั้นล้วนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมของจังหวัด บริเวณด้านในวัดสวยและสงบมากๆ แนะนำว่าต้องแวะไปชมสักครั้ง

    วัดโบราณ Jinguji Temple

    ที่อยู่1300 Yokkamachi, Tokamachi city, Niigata
    เวลาทำการเปิดตลอด
    ราคาฟรี
    Websitehttps://www.tokamachishikankou.jp/spot/zinguzikannondo

    ชมงานศิลป์สุดเท่

    เปลี่ยนบรรยากาศมาเดินชมงานศิลป์สุดเท่ที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัย Echigo-Tsumari Satoyama MonET กันบ้าง ที่นี่มีการแสดงงานศิลป์ที่แปลก เท่และผสมผสานระหว่างเรื่องราวของวัฒนธรรมญี่ปุ่นกับสมัยใหม่เข้าด้วยกันอย่างลงตัว เช่น ประโยคคำพูดทั่วไปของสหภาพโซเวียตแปลเป็นภาษาญี่ปุ่นและภาษาอังกฤษ โดยอาคารด้านนอกใช้รูปทรงเรขาคณิตและเลือกใช้คอนกรีตกับกระจกเพื่อให้ความรู้สึกสงบ

    ชื่องานนี้คือ 16 ropes โดยชื่อศิลปิน Ilya & Emilia Kabakov มุมนี้เป็นคำคมต่างๆทั้งภาษาญี่ปุ่นและแปลเป็นภาษาอังกฤษ เราก็เดินไปอ่านเรื่อยๆ ช้าๆ ใช้ความคิดเพื่อจะได้เข้าถึงปรัชญาแห่งการใช้ชีวิตในปัจจุบันกัน

    มุมนี้น่าสนใจมากๆเลย มองดูผิวเผินนึกว่าฝูงแมลงบิน แต่เมื่อเราจ้องมองใกล้ๆแล้ว ไม่ใช่เลยจ้า เราไปดูกันนะว่านั่นคืออะไร นี่คือผลงานที่ชื่อว่า movementsโดยศิลปิน 目[mé]

    นี่คือหน้าปัดนาฬิกา ที่ทุกเรือนก็ยังคงใช้งานได้จริง เข็มบอกเวลายังคงหมุนไปตามปกติในเวลาที่แตกต่างกัน ว่ากันว่า การตีความหมายของงานศิลป์นั้นไร้ขอบเขต สำหรับเรา เราคิดว่าเวลาของแต่ละคนไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับการจัดการชีวิตตัวเองว่าจะใช้เวลาของเราได้คุ้มค่าแค่ไหนในแต่ละวัน

    ผลงานนี้ชื่อว่า Soil Library โดยศิลปินชื่อ Koichi Kurita เป็นขวดบรรจุดินสีต่างๆเอาไว้ โดยวางเรียงรายที่ริมผนังพร้อมแปะชื่อไว้เรียบร้อย เป็นคอลเล็กชั่นดินต่างๆ กว่า 570 ชนิดที่รวบรวมจากแต่ละพื้นที่ในจ.นีงาตะและใส่ไว้ในโหลแก้วขนาดเล็ก สวยมากจริงๆ

    ผนังของร้านปูด้วยชั้นหนังสือที่โค้งมนอย่างอ่อนโยน และรูปทรงกลมจำนวนนับไม่ถ้วนบนเพดานแสดงถึงการเคลื่อนไหว (แผ่นกลมสีขาวจะเลื่อนขยับช้าๆตลอดเวลา) และไฟเพดานจะให้แสงที่อบอุ่น ภายในมุมนี้เราสามารถพักผ่อนและเพลิดเพลินกับช่วงเวลาช้าๆได้ มีบริการกาแฟที่ทำจากเมล็ดกาแฟที่บ่มในห้องหิมะ และชาที่ทำจากใบชาจากเมืองนีงาตะ

    มุมคาเฟ่ก็ถือเป็นงานศิลปะหนึ่งแห่งของ Massimo Bartolini feat. Lorenzo Bini โดยมีชื่องานว่า Two River การออกแบบลวดลายบนโต๊ะ เมื่อนำมาวางต่อกัน ลายของโต๊ะเชื่อมบรรจบกันแล้วราวกับว่าแม่น้ำชินาโนะ (แม่น้ำสายสำคัญ) ปรากฏขึ้น

    พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัย Echigo-Tsumari Satoyama MonET

    ที่อยู่6 Honcho Tokamachi-city, Niigata Prefecture 948-0003
    วิธีเดินทางจากสถานี Tokamachi เดินประมาณ 10 นาที
    เวลาทำการกำลังจะเปลี่ยนเวลาทำการช่วงฤดูหนาว
    ราคานิทรรศการถาวร: ผู้ใหญ่ 1,000 เยน, เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี 500 เยน *ข้อมูลข้างต้นอาจมีการเปลี่ยนแปลง
    Websiteเว็บไซต์ พิพิธภัณฑ์
    เว็บไซต์ คาเฟ่

    ดูแผนที่ พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัย Echigo-Tsumari Satoyama MonET

    เรียนรู้ประเพณีท้องถิ่นผ่าน VR ที่มัตสึโนะยามะ (Matsunoyama)

    แนะนำหมู่บ้านออนเซ็นของโทคามาจิกันนะ มัตสึโนะยามะออนเซ็น(Matsunoyama Onsen)เป็นหมู่บ้านออนเซ็นเล็กๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ในจังหวัดนีงาตะที่เต็มไปด้วยหิมะในช่วงฤดูหนาว น้ำพุร้อนของที่นี่มีสรรพคุณดีเป็นอันดับต้นๆ ของญี่ปุ่น และทิวทัศน์ก็งดงามเกินกว่าจะบรรยายเมื่อย่างเข้าสู่ฤดูหนาวที่หิมะมีความสูงราว 3 เมตรปกคลุมรอบๆเรียวกังและถนนแคบๆ ที่เป็นเนินเขาใน “เมืองที่ถูกขนานนามว่ามีหิมะตกหนักมากที่สุด” ของญี่ปุ่น

    ที่ท้ายของหมู่บ้านเรามีกระท่อมหิมะด้วยนะ ด้านในสามารถนำผลไม้เข้าไปนั่งทานได้ มีเบาะรองนั่งและมีไฟจากเปลวเทียนให้แสงสว่างด้วย

    เราจะได้สัมผัสถึงวิถีชีวิตในยามหน้าหนาวของคนโบราณ แต่สมัยนี้กระท่อมหิมะใช้ในงานและเชิงการท่องเที่ยวมากกว่าอาศัยจริง โดยด้านในจะใช้โครงสร้างรองรับเพิ่มเติมในระหว่างการก่อสร้างเพื่อความปลอดภัย ขณะที่ด้านนอกหนาวมาก ด้านในจะอุ่นกว่าด้วยอุณหภูมิในร่างกายของเรา

    ใกล้กันเราจะเดินมาที่ Matsunoyama Jiro Footbath ที่เป็นเหมือนสถานที่ทำกิจกรรมและสัมผัสประสบการณ์ มีบ่อออนเซ็นแช่เท้าด้วยนะ แต่ๆก่อนที่จะเข้าไปทำกิจกรรมสนุกๆต่อ ขอนั่งเสริมความงามด้วยไอน้ำจากน้ำพุร้อนของที่นี่หน่อยนะ ดีงาม หน้าใสกิ๊กเลย

    เจ้าหน้าที่นำเครื่อง VR ซึ่งย่อมาจาก Virtual Reality เป็นเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่จำลองสถานที่ขึ้นมาเป็นโลกเสมือนจริง เราจะได้เรียนรู้ประเพณีของโทคามาจิ พอสวมปุ๊บ เสมือนเราหลุดเข้าไปในงานเทศกาล Mukonage และ Sumi-nuri (พิธีโยนเจ้าบ่าวและทาหน้าสีดำเพื่ออวยพรชีวิตสมรส) ตื่นตาตื่นใจมาก เผลอเดิน เผลอยิ้ม เผลอโห่ร้องและปรบมือโดยไม่รู้ตัว ฮา มีภาษาไทยให้ฟังด้วยนะ

    นอนเรียวกัง Hinanoyado Chitose

    จบจากการทำกิจกรรมสนุกๆแล้ว เดินกลับเข้าที่พักกัน นี่เป็นเรียวกังที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองโทคามาจิ ด้านหน้าทางเข้าเราจะได้เห็นชุดกิโมโนประดับตามผนัง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของเมืองนี้ พื้นปูด้วยเสื่อทาทามิที่มีความแข็งแรงทนทานสามารถลากกระเป๋าเดินทางได้สบาย

    ด้านในมีลิฟต์อำนวยความสะดวก ภายในเรียวกังสามารถถอดรองเท้าเดินไปมาได้ ให้ความรู้สึกเหมือนเราอยู่ในบ้านของตัวเอง มีน้ำดื่มวางไว้ให้ ขนมต้อนรับ มีไวไฟ ห้องน้ำส่วนตัว แต่ไม่มีห้องอาบน้ำ หากต้องการความเป็นส่วนตัวสามารถจองเวลาแช่ออนเซ็นล่วงหน้าก่อนวันเข้าพักได้ หรือจะเลือกพักห้องที่มีบ่อแช่ส่วนตัวก็ได้เช่นกัน บ่อแช่ส่วนตัวของที่นี่ แยกเป็นสองบ่อ ด้วยบรรยากาศผ่อนคลาย

    ด้านนอกมีกองหิมะขนาดใหญ่ปกคลุมอยู่ น้ำออนเซ็นของหมู่บ้านน้ำพุร้อนมัตสึโนะยามะ (Matsunoyama Onsen) ถือเป็นน้ำพุร้อนที่มีสรรพคุณดี1 ใน 3 ของญี่ปุ่น ด้วยส่วนประกอบของแร่ธาตุกว่าปกติถึง 15 เท่า อุณหภูมิของน้ำร้อนจากแหล่งกำเนิดถึง 92 องศาเซสเซียส ต่อตรงมายังเรียวกัง จากนั้นถึงผสมน้ำลงไปเพื่อลดอุณหภูมิให้เหมาะแก่การแช่ ขอบอกว่าผิวนุ่มลื่นดีมากๆ

    ที่เรียวกัง เค้าจะเตรียมอาหารที่สื่อถึงรสชาติของหมู่บ้านกลางหุบเขา โดยใช้วัฒนธรรมและวัตถุดิบในท้องถิ่นตามฤดูกาลที่หลงเหลืออยู่ในมัตสึโนะยามะให้ดีที่สุด ระหว่างทานไป เราจะเพลิดเพลินกับอาหารที่เป็นเอกลักษณ์ของเรียวกังซึ่งมีความพิเศษถูกปรุงด้วยความพิถีพิถันทุกเมนู

    Hinanoyado Chitose

    ที่อยู่49-1 Matsunoyama Yumoto, Tokamachi City, Niigata Prefecture 424-1432
    วิธีเดินทางบริการรับฟรี จากสถานี Matsudai (14:15 / 16:10 / 17:10)
    เวลาทำการเวลาเช็คอิน 15:00 เช็คเอาท์ 10:00
    Websitehttps://chitose.tv

    ดูแผนที่ Hinanoyado Chitose

    วันที่ 3

    ชมศาสตร์แห่งศิลป์การผลิตผ้ากิโมโนที่ Aoyagi ที่นี่คือสถานที่ผลิตผ้ากิโมโนที่มีชื่อเสียงของเมืองโทคามาจิ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1938 (ยุคโชวะ 13) เราจะได้เห็นขั้นตอนการสร้างสรรค์ชิ้นงานตั้งแต่การวาดลาย มัดผ้า ย้อมสี ไปจนถึงกว่าจะมาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ออกวางจำหน่ายอย่างสวยสง่าและหรูหรา

    ในช่วงระยะเวลาหิมะตกเฉลี่ยประจำปีประมาณสี่เดือน ของเมืองโทคามาจิ การทำฟาร์มกลางแจ้งเป็นเรื่องยาก ดังนั้นจึงไม่มีงานใดดีไปกว่าผลิตกิโมโน ที่นี่เน้นการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เข้าร่วมด้วย แต่ก็ไม่ลืมที่จะใช้ความคิดที่สร้างสรรค์ผลิตลายผ้าใหม่ๆอยู่เสมอ

    เนื่องจากเป็นโรงงานที่ผลิตผ้ากิโมโนเอง จึงสามารถผสมสีทุกเฉดตามความต้องการได้ อุปกรณ์มากมายถูกวางเรียงรายภายในห้อง การเขย่าสีจะช่วยไม่ให้มีการตกตะกอน

    การมัดและการปักหมุดผ้า เป็นขั้นตอนที่ต้องการทำลวดลายให้ผ้าก่อนที่จะไปสู่การย้อมสี ถือว่าเป็นงานที่ละเอียดมากๆเลย

    กว่าจะได้มาถึงขั้นตอนนี้คือเค้าต้องหย่อนผ้าที่มัดลายไว้แล้วลงในน้ำย้อมที่มีอุณหภูมิสูงมาก เป็นขั้นตอนที่อันตรายที่สุดและต้องใช้ความชำนาญจริงๆ ก่อนจะนำมาแช่ที่อ่างน้ำเย็นอย่างในภาพ

    เมื่อแกะผ้าและคลี่ออกมาดูในน้ำแล้ว จะเห็นลายของผ้าอย่างชัดเจน นี่คือหนึ่งในผ้าที่จะถูกนำไปเป็นผ้าสำหรับตัดชุดกิโมโนต่อไป

    เอาล่ะ เรามาถึงขั้นตอนของการ ไม่ลองไม่รู้ กันบ้างแล้ว เราต้องสวมถุงมือยางถึง 3 ชั้น เอาถุงมือแช่ในน้ำเย็นแล้วปล่อยให้น้ำไหลเข้าไปด้านในแบบท่วมมือเลย จากนั้นหยิบผ้าเช็ดหน้าที่มัดเตรียมไว้แล้ว มาหย่อนลงที่บ่อย้อมสีม่วงที่มีน้ำร้อนจัดมาก ถ้าเราไม่ไหวก็เอามือขึ้นมาแล้วไปเปลี่ยนน้ำใส่ในถุงมือใหม่ ทำไปจนกว่าจะได้สีเข้มตามที่ต้องการ

    พักผ้าเช็ดหน้าไว้เพื่อรอให้แห้ง จากนั้นเราก็เดินทางไปชมหน้าร้านที่มีผ้ากิโมโนที่ทำสำเร็จแล้วกัน ซึ่งอยู่ไม่ไกลกันมาก ตั้งแต่ราวๆ ปี 1980 อาโอยากิได้มุ่งเน้นไปที่การสร้างชุดกิโมโนที่ซับซ้อนมากขึ้นโดยช่างฝีมือที่ได้รับการคัดสรรโดยเฉพาะ

    “การออกแบบที่สวยงามทรงพลังและสง่างาม”ทำให้ทุกชุดกิโมโนของอาโอยากินั้น เมื่อสวมใส่แล้วรู้สึกได้ถึงความงดงามและความใส่ใจในการทำ

    เมื่อเห็นขั้นตอนการผลิตแล้ว ก็ต้องขอลองสวมใส่ดูว่าสีไหนจะเหมาะกับเราดีนะ แม้ว่าชุดกิโมโนจะมีความยาวแต่ไม่มีปัญหาเพราะสามารถพับทบขึ้นมาเก็บไว้ตรงเอวได้ เพื่อให้เหมาะสมแก่รูปร่างของเรา

    ชุดซ้ายคือสำหรับหญิงสาวในแบบสง่า พร้อมออกงาน สำหรับผู้ชายก็มีชุดกิโมโนเช่นกัน และผู้หญิงที่ยังไม่แต่งงานก็สามารถเลือกกิโมโนแบบฟุริโซเดะ ( 振袖 ) เป็นกิโมโนที่มีชายแขนเสื้อยาว มีลวดลายและสีสันสะดุดตา ใส่แล้วก็ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกันหน่อย ใครสนใจจะทำเวิร์กช็อปเข้าไปชมรายละเอียดที่เว็บไซต์ได้เลย

    ที่อยู่26-6 Sakae-cho, Tokamachi City, Niigata Prefecture 948-0068
    คอร์สทำกิจกรรมhttps://fact.kimono-aoyagi.jp/en/course
    Websitehttps://fact.kimono-aoyagi.jp/en

    ดูแผนที่ สำนักงานใหญ่ของร้านกิโมโน

    ดูแผนที่ โรงงาน

    ชมบ้านแห่งแสง House of light งานอาร์ตที่ดังในยุคนี้

    หนึ่งในงานศิลปะ ของ Echigo Tsumari Art Fieldที่ดังมากๆของเมืองโทคามาจิคือ บ้านแห่งแสง ที่ดูภายนอกก็อาจจะยังไม่เข้าใจถึงความหมายของคำว่า House of light เราเข้าไปชมด้านในกันว่าเป็นอย่างไร

    House of light ถูกออกแบบโดยศิลปินชื่อดังนามว่า James Turrell เป็นชาวอเมริกัน เขาสร้างบ้านแห่งนี้ด้วยมุมมองแบบ บ้านสมาธิ โดยมีเงื่อนไขว่าต้องยกบ้านให้สูงกว่าพื้นดิน 2.7 เมตรเพราะมีหิมะปกคลุมในฤดูหนาว และห้องนี้จริงๆสามารถเปิดช่องตรงหลังคาเพื่อชมแสงจากธรรมชาติได้

    การสร้างบ้านหลังนี้เน้นการใช้สถาปัตยกรรมดั้งเดิมของภูมิภาคนี้ และให้เราตระหนักถึง โลกแห่งเงาที่เราสูญเสีย โดยเขาอยากให้เราสามารถสัมผัสการใช้ชีวิตในบ้านที่แสงสามารถเชื่อมโยงกันได้จากแสงภายในและแสงภายนอก ความพิเศษของที่นี่คือเราสามารถเข้าพักได้จริงด้วยนะ มีออพชั่นอาหารเช้าแบบโรงแรมทั่วไป ซึ่งเราชอบมากๆ อยากลองพักเลยล่ะ สามารถเข้าชมภาพที่เว็บไซต์ได้

    บ้านแห่งแสง House of light

    ที่อยู่2891 Ueno-Ko, Tokamachi, Niigata948-0122
    วิธีเดินทางจากสถานี Tokamachi นั่งแท็กซี่ราว 15 นาที
    อีเมลhikari01@hikarinoyakata.com
    การจองเข้าชมhttps://hikarinoyakata.com/eng/reserve
    การจองเข้าพักhttps://hikarinoyakata.com/eng/charge
    Websitehttps://hikarinoyakata.com

    ฝึกทำอาหารท้องถิ่นแบบสนุกๆ กับบรรดาคุณแม่แห่งโทคามาจิ

    ไปเที่ยวมาก็หลายที่ ทานอาหารท้องถิ่นมาก็มากมายแต่ไม่คิดว่าวันหนึ่งจะได้มีประสบการณ์การทำอาหารกับคนท้องถิ่นด้วย ครั้งนี้เราได้มาลองกิจกรรมครึ่งวันในการเรียนรู้อาหารพื้นเมืองของชาวโทคามาจิ เมนูประกอบด้วยเครื่องเคียง 3 อย่าง + ข้าว + ซุปมิโซะ เดี๋ยวเรามาลอง สนุกกับการเรียนทำอาหารในชนบทกัน เห็นท่าทางของพวกเราแล้ว มั่นใจได้เลยค่ะคุณแม่ ว่าไม่ผิดหวังแน่นอน!

    คุณแม่จะแจกกระดาษเมนูมาให้ มีภาพประกอบอย่างดี อาหารมี 3 อย่าง ( เช่น เมนูผัด ต้มและน้ำซุป) เรามากัน 3 คนเลยได้ลองทำคนละเมนู ระหว่างที่ทำไปก็ขำกันไปเพราะเห็นแต่คุณแม่วิ่งไปทางนั้นทีทางนี้ที

    วัตถุดิบทั้งหมดก็มาจากในเมืองโทคามาจิ เราจะได้ลองทำกับข้าวในเมนูของคนที่นี่จริงๆนะ คอร์สใช้เวลาในการทำประมาณ 4 ชั่วโมงรับตั้งแต่ 2 – 10 คน นอกจากจะได้ฝึกทักษะการทำอาหารแบบคนญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิดแล้ว ยังได้ทานอาหารฝีมือตัวเองด้วย

    เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว กำลังสนุกๆอยู่เลย คราวนี้เราจะได้เวลาทานกับข้าวฝีมือตัวเองกันละนะ ไม่ต้องห่วงว่าจะทานไม่ได้ ฮา เพราะเค้าได้วัดอัตราส่วนมาเรียบร้อยแล้ว ที่สำคัญ เราได้ทานกับข้าวสวยร้อนๆแห่งโทคามาจิ จ.นีงาตะ แหล่งปลูกข้าวชื่อดังด้วย ระหว่างที่ทานไปก็คุยโม้ให้กันฟัง สนุกสนานเลย

    ที่อยู่อยู่ที่การนัดพบ ภายในเมืองโทคามาจิ
    การจองการจอง
    ราคาตั้งแต่ 4,400 เยน / คน
    Websitehttps://homehome.jp/en/tours/cooking-class-tokamachi-2/

    แนะนำการแต่งกายในฤดูหนาว

    หากใครจินตนาการไม่ออกว่ามาเมืองที่มีหิมะตกหนา 2 เมตรนั้น แต่งกายแบบไหน อากาศหนาวกว่าที่อื่นหรือเปล่า ไม่ต้องกังวลเพราะไม่หนาวมากเหมือนเมืองที่อยู่บนเขาสูง ใส่เสื้อโค้ทแบบหนามาปกติ ใครขี้หนาวก็แนะนำใส่เสื้อกั๊กอีกตัวที่ด้านใน นอกนั้นก็ใส่เสื้อแขนยาวและเสื้อที่ให้ความอบอุ่นด้านในอีกชั้น

    แต่อยากแนะนำพิเศษสำหรับรองเท้า หากมาเที่ยว 1 วันสามารถขอเช่ารองเท้าบูทยางได้ที่สถานี Tokamachi แต่ถ้ามาพักและเดินทางท่องเที่ยวด้วย ควรใส่รองเท้าที่กันน้ำได้เนื่องจากต้องเดินบนพื้นที่เปียกและหากพื้นรองเท้ามีดอกยางสำหรับกันลื่นด้วยยิ่งปลอดภัยมากขึ้น

    อุปกรณ์เสริมอื่นๆที่ช่วยให้การเที่ยวเมืองหนาวนั้นง่ายขึ้น คือ แผ่นแปะความร้อน เพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกายโดยใช้งานง่ายๆคือเพียงแค่ดึงแถบกาวออกแล้วแปะทับบนเสื้อทับในเลย (แบบที่มีแถบกาว เขียนว่า 貼る- ฮารุ ) สำหรับเราแปะที่ด้านหน้าตรงช่วงท้อง และแบบสำหรับแปะที่ตรงปลายถุงเท้าด้วย เพราะพื้นเย็นมากแต่ถ้าเท้าเราอุ่นทั้งวันเราก็เดินเที่ยวได้สบายขึ้น หรือบางคนชอบแบบที่กำไว้ในกระเป๋าเสื้อก็ซื้อซองที่เขียนว่า 貼らない มาก็ได้ และอื่นๆก็เช่น หมวกไหมพรมและถุงมือแบบกันลมได้ ทั้งหมดนี้สามารถหาซื้อได้ตามร้านสะดวกซื้อเช่นกัน (ขายแค่ช่วงฤดูหนาว)

    สรุป

    เมืองโทคามาจิ (Tokamachi) จ.นีงาตะ (Niigata) ได้มอบประสบการณ์ใหม่ๆให้เราได้เรียนรู้นอกจากการได้มาเที่ยว ถ่ายภาพสวยๆ ชมบ้านเมืองในฤดูหนาวแล้ว ยังให้เราได้เข้าใจถึงการดำเนินชีวิตท่ามกลางหิมะจำนวนมาก ชมงานผลิตผ้ากิโมโนอันถือเป็นความภูมิใจของคนท้องถิ่น การได้ทำอาหารกับคนท้องถิ่นและอีกความสนุกมากมายที่จะทำให้เรากลับมาเยือนที่นี่อีกครั้งแน่นอน

    หากต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเมืองโทคามาจิ คลิกที่ลิ้งก์นี่

    *ข้อมูลอัพเดทการให้บริการและเวลาทำการ ของปี 2023 สามารถดูข้อมูลล่าสุดได้ที่เว็บไซต์ของสถานที่ต่างๆ ของเมือง

    Rikichan

    Blogger : Rikichan

    สาวผู้รักการถ่ายภาพฟูจิ ชอบภูเขา ใบไม้เปลี่ยนสี แม่น้ำ ท้องทะเล ชานเมือง มีความสุขกับการได้เดินทางไปทุกๆที่กับกล้องคู่ใจ และมีคติประจำใจว่า ไปให้สุดแล้วหยุดที่ร้านขนมอร่อย

    35 Posts

    สถานที่เที่ยว

    | Feature

    กรณีฉุกเฉิน

    | Emergency
    • Police

      110

    • Ambulance

      119

    • AMDA International Medical Information Center

      03-5285-8088

    • สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว

      03-5789-2449

    • สถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซาก้า

      06-6262-9226-7

    • สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฟุกุโอกะ

      092-686-8775

    เว็บไซต์ของเราใช้คุกกี้เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น คลิกเพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้คุ๊กกี้ของเราผ่านทาง นโยบายความเป็นส่วนตัว