คูปองส่วนลดที่น่าสนใจ
17%
5%
10%

หลายคนคิดว่าแค่ขึ้นรถไฟไปถึงเมืองใกล้ ๆ ภูเขาแล้วเดินขึ้นได้เลย แต่ความจริงแล้วการเข้าถึงจุดเริ่มต้นเส้นทางเดินป่าในญี่ปุ่นอาจต้องใช้เวลาและการวางแผนพอสมควร ยกตัวอย่างเช่น หากต้องการไปคามิโคจิ (Kamikochi) ซึ่งเป็นประตูสู่เทือกเขาแอลป์ญี่ปุ่น ต้องนั่งรถไฟชินคันเซ็นจากโตเกียวไปมัตสึโมโตะก่อน จากนั้นต่อรถบัสท้องถิ่นอีกประมาณ 1.5 ชั่วโมง
สิ่งสำคัญคือต้องวางแผนให้เริ่มเดินไม่เกิน 9-10 โมงเช้า เพราะบนภูเขาจะมืดเร็วกว่าที่คิด โดยเฉพาะช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่พระอาทิตย์ตกเร็ว หากเดินทางหลายวันหรือเส้นทางยาว แนะนำให้พักค้างคืนใกล้จุดเริ่มต้นเส้นทาง (trailhead) ก่อนเพื่อจะได้ออกเดินตั้งแต่เช้าตรู่โดยไม่ต้องรีบ

การเตรียมตัวก่อนเดินป่าในญี่ปุ่นไม่ใช่แค่ใส่รองเท้าสวย ๆ แล้วถือกล้องไป แต่มีหลายขั้นตอนที่ต้องทำอย่างจริงจัง ตั้งแต่การศึกษาเส้นทาง เตรียมอุปกรณ์ให้ครบตามมาตรฐาน และที่สำคัญคือการกรอกแบบฟอร์ม 登山届 (Tozan Todoke) ซึ่งปัจจุบันสามารถทำผ่านอินเตอร์เน็ตได้แล้ว
หรือใบแจ้งแผนการปีนเขาให้เจ้าหน้าตำรวจประจำจังหวัดนั้นๆทราบ ซึ่งเป็นสิ่งที่นักปีนเขาทุกคนควรทำเพื่อความปลอดภัยของตัวเอง
ก่อนจะตัดสินใจไปเดินป่าเส้นไหน ต้องตรวจสอบระดับความยากของเส้นทางนั้น ๆ ให้ตรงกับสภาพร่างกายของตัวเอง อย่าดูรูปสวย ๆ บน Instagram แล้วคิดว่าไปได้แน่ เพราะบางเส้นทางอาจใช้เวลาเดิน 8-10 ชั่วโมง หรือมีจุดที่ต้องใช้โซ่ปีนขึ้นหน้าผาชัน
ดังนั้นแล้วนักท่องเที่ยวจะต้องศึกษาเส้นทางดีๆ ว่าเส้นทางที่ต้องการไปนั้น ง่าย – ยาก ในระดับไหน จะได้ประเมินตัวเองได้ถูกต้อง
เว็บไซต์อย่าง Yamareco หรือ AllTrails เป็นเครื่องมือดีในการวางแผน เพราะมีรีวิวจากนักปีนเขาจริง ๆ ที่บอกทั้งระยะเวลา ความยาก และสภาพเส้นทางล่าสุด
นอกจากนี้ยังต้องเลือกช่วงฤดูกาลที่เหมาะสม โดยทั่วไปแล้วช่วงปลายพฤษภาคม/มิถุนายนถึงต้นตุลาคมเหมาะที่สุดสำหรับการเดินป่า แม้เดือนเมษายนจะเริ่มเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิแล้ว แต่ในเทือกเขาสูงอาจยังมีหิมะหนาและอันตราย ส่วนฤดูหนาวนั้นเหมาะกับนักปีนเขามืออาชีพที่มีอุปกรณ์และทักษะเฉพาะทางเท่านั้น เพราะหิมะหนาและอันตรายสูงมาก
การเช็คพยากรณ์อากาศก่อนเดินป่า/ปีนเขาเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องทำ โดยเฉพาะในช่วง 1 – 3 วันก่อนถึงวันเดินทาง เพราะถ้าฝนตกหรือหิมะตก ย่อมไม่ใช่สิ่งดีในการเดินป่า ซึ่งอาจจะมีอันตรายหรือภัยพิบัตที่คาดไม่ถึงได้

อุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการเดินป่าในญี่ปุ่นนั้น นักท่องเที่ยวเลือกให้ถูกต้องและครบถ้วน สิ่งแรกที่ขาดไม่ได้คือรองเท้าเดินป่า ( Trekking Shoe ) ที่มีพื้นเกาะดี อย่าใช้รองเท้าผ้าใบทั่วไปเด็ดขาด เพราะพื้นภูเขาอาจลื่นหรือมีหินแหลม
เสื้อผ้าควรใช้หลักการแต่งตัว 3 ชั้น (Layering) ได้แก่ ชั้นในที่ระบายความชื้น (Base Layer), ชั้นกลางที่กักเก็บความอบอุ่น (Mid Layer) และชั้นนอกที่กันลมกันฝน (Outer Layer) แม้จะออกเดินช่วงฤดูร้อน แต่บนยอดเขาอาจหนาวจัดได้ จึงต้องพกเสื้อกันหนาวและเสื้อกันฝนติดตัวเสมอ
อุปกรณ์อื่น ๆ ที่สำคัญ ได้แก่ GPS หรือแอปแผนที่ออฟไลน์, Power bank สำหรับชาร์จมือถือ, ไฟฉาย, นกหวีด, น้ำดื่มเพียงพอ, อาหารพลังงานสูง, กระดิ่งหมี (Bear Bell) สำหรับป้องกันการเผชิญหน้ากับหมี และชุดปฐมพยาบาลเบื้องต้น อย่าลืมเก็บของทั้งหมดไว้ในถุงกันน้ำ เพราะอาจจะเจอฝนตกได้
นี่คือสิ่งที่นักท่องเที่ยวไทยหลายคนอาจไม่รู้จัก แต่เป็นเรื่องสำคัญมาก ใบ 登山届 (Tozan Todoke) คือแบบฟอร์มแจ้งแผนการปีนเขาที่ต้องกรอกและส่งให้เจ้าหน้าที่ทราบก่อนเริ่มเดินทุกครั้ง ข้อมูลในใบนี้จะระบุชื่อเส้นทาง เวลาเริ่มต้น-สิ้นสุด และข้อมูลผู้ติดต่อฉุกเฉิน
ปัจจุบันสามารถกรอกแบบฟอร์มออนไลน์ได้ผ่านเว็บไซต์ Compass (https://www.e-kompas.net/) หรือผ่านแอป Yamap ซึ่งใช้งานง่ายและรองรับภาษาอังกฤษด้วย หากไม่ได้ยื่นออนไลน์ ก็สามารถกรอกแบบฟอร์มกระดาษ ณ จุดเริ่มต้นเส้นทาง (Trailhead) ได้ โดยมักจะมีกล่อง Tozan Todoke Box สีเขียวหรือสีน้ำตาลให้หย่อนเอกสารไว้ให้ หรือจะกรอกที่สถานีตำรวจที่รับผิดชอบในพื้นที่นั้นๆ
การกรอก Tozan Todoke นั้นยังช่วยให้ทีมกู้ภัยสามารถหาตัวเราได้เร็วขึ้นหากเกิดเหตุไม่คาดคิด
ดังนั้นแล้วทุกคนต้องกรอก Tozan Todoke

เพื่อไม่ให้ลืมอะไรสำคัญติดตัวไป นี่คือรายการสิ่งของที่ควรเตรียม แบ่งออกเป็นหมวดหมู่ดังนี้
☐ พาสปอร์ต (ถ่ายสำเนาเก็บไว้แยก)
☐ บัตรประกันการเดินทางและเบอร์โทรฉุกเฉิน
☐ ใบ Tozan Todoke ที่กรอกแล้ว
☐ เงินสดเพียงพอ (ร้านค้าบนภูเขาส่วนใหญ่ไม่รับบัตร)
☐ รองเท้าเดินป่าพื้นเกาะดี
☐ ถุงเท้าเดินป่า
☐ เสื้อผ้าแบบ 3 ชั้น (Base Layer/Mid Layer/Outer Layer)
☐ เสื้อกันฝนและกางเกงกันฝน หรืออาจจะมีผ้าคลุมเป้ด้วย
☐ หมวกและแว่นกันแดด
☐ ถุงมือและผ้าพันคอ (สำหรับช่วงหนาว)
☐ กระเป๋าเป้ขนาดเหมาะสม (30-50 ลิตร)
☐ GPS, แอปแผนที่ออฟไลน์
☐ Power bank และสายชาร์จ
☐ ไฟฉายหรือไฟคาดหัว
☐ นกหวีดเรียกความช่วยเหลือ
☐ กระดิ่งหมี (Bear Bell)
☐ สเปรย์ไล่หมี (ใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉินจริง ๆ)
☐ ไม้เท้าเดินป่า (ช่วยลดแรงกระแทกที่เข่า)
☐ เครื่องกรองน้ำสำหรับเดินป่า (หากไม่แน่ใจเรื่องน้ำจากภูเขา)
☐ น้ำดื่มเพียงพอ (2 ลิตรสำหรับเส้นทางสั้น 4-6 ชั่วโมง / 3-4 ลิตรสำหรับเส้นทาง 8-10 ชั่วโมงหรือวันอากาศร้อน)
☐ อาหารพลังงานสูง เช่น ถั่ว ช็อกโกแลต ลูกอม
☐ อาหารกระป๋องหรืออาหารแห้ง (สำหรับเดินข้ามคืน)
☐ ยาประจำตัว
☐ ยาแก้ปวด ยาแก้แพ้ ยาลดไข้
☐ พลาสเตอร์ปิดแผล ผ้าพันแผล
☐ ครีมกันแดด
☐ กระดาษทิชชู่และเจลล้างมือ
การเดินป่าในญี่ปุ่นมีข้อควรระวังเพิ่มเติมที่สำคัญ โดยเฉพาะเรื่องหมี (Kuma) ที่พบได้ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภูเขาในฮอกไกโดและภูมิภาคโทโฮกุ การพกกระดิ่งหมี (Bear Bell) และส่งเสียงระหว่างทางจะช่วยให้หมีรู้ตัวและหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า หากเจอหมี ห้ามวิ่งหนี ให้ถอยห่างอย่างช้า ๆ พร้อมหันหน้าเข้าหามัน
หากหมีเข้ามาใกล้ในระยะเพียง 1–3 เมตร ซึ่งถือว่าอันตรายอย่างยิ่ง ควรใช้สเปรย์พริกไทยฉีดในทิศทางของหมีเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ และค่อยถอยห่างออกอย่างช้า ๆซึ่งช่วงนี้มีข่าวหมีทำร้ายคนบ่อยขึ้นมา ยิ่งต้องระวังตัวมากขึ้นเป็นพิเศษ
นอกจากนี้ ต้องรู้ว่าญี่ปุ่นมีกฎหมายเข้มงวดเกี่ยวกับการห้ามทิ้งขยะและห้ามก่อไฟในป่า หากฝ่าฝืนอาจถูกปรับหรือดำเนินคดี ต้องเก็บขยะทุกชิ้นกลับลงมา และไม่ก่อไฟในพื้นที่ห้ามเด็ดขาด
เรื่องน้ำหนักกระเป๋าก็สำคัญเช่นกัน ตรวจสอบไม่ให้เกิน 10-15 กิโลกรัม เพราะจะทำให้เหนื่อยง่ายและเสี่ยงบาดเจ็บ เก็บของทุกอย่างในถุงซิปหรือถุงกันน้ำ และอย่านำของมีค่ามากเกินไปขึ้นภูเขา เพราะอาจสูญหายหรือเสียหายสำหรับแหล่งน้ำบนเส้นทาง น้ำพุหรือน้ำจากภูเขา (沢水 – Sawamizu) ส่วนใหญ่มักสะอาดและดื่มได้ แต่ควรตรวจสอบป้ายหรือถามเจ้าหน้าที่ก่อน หากไม่แน่ใจควรพกเครื่องกรองน้ำติดตัว

การเดินป่าไม่ได้จบแค่การเตรียมอุปกรณ์ครบถ้วน แต่การปฏิบัติตัวขณะอยู่บนเส้นทางก็สำคัญพอ ๆ กัน หลายคนอาจจะประมาทเพราะคิดว่าเส้นทางในญี่ปุ่นนั้นไม่น่ามีอันตราย แต่ความจริงแล้วอุบัติเหตุยังคงเกิดขึ้นได้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการหลงทาง พายุฉับพลัน หรือการบาดเจ็บจากการลื่นล้ม ดังนั้นการเตรียมความพร้อมจึงสำคัญที่สุด
สภาพอากาศบนภูเขาเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็วกว่าพื้นที่ราบมาก อาจตื่นมาเจออากาศแจ่มใส แต่พอบ่ายหมอกหนาจนมองไม่เห็นทาง หรือพายุฝนกระหน่ำจนเดินต่อไม่ได้ ดังนั้นก่อนออกเดินทุกวัน ต้องตรวจสอบพยากรณ์อากาศจากเว็บไซต์ 気象庁 (Japan Meteorological Agency) หรือใช้แอปอย่าง Tenkura และ Mountain Forecast ที่ให้ข้อมูลอุณหภูมิ ความเร็วลม และโอกาสเกิดฝนบนยอดเขาโดยเฉพาะ
หากเจอพายุหรือหมอกหนาขณะกำลังเดิน อย่าฝืนเดินต่อ ให้หาที่พักพิงปลอดภัยหรือย้อนกลับทันที เพราะการมองไม่เห็นทางอาจทำให้หลงหรือพลาดเท้าตกหน้าผาได้ ควรคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก
เส้นทางเดินป่าในญี่ปุ่นมีป้ายและเครื่องหมายชัดเจน ทั้งป้าย 登山道 (เส้นทางปีนเขา) และป้าย 危険 (อันตราย) ที่เตือนจุดเสี่ยง อย่างไรก็ตาม ยังมีนักท่องเที่ยวบางคนพยายามลัดทางหรือออกนอกเส้นทางเพื่อถ่ายรูปมุมสวย ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการหลงทางและอุบัติเหตุ
การเดินลัดเส้นทางนั้น ถือว่าเป็นบ่อเกิดของความผิดพลาดและอาจเป็นอันตรายได้
หากรู้สึกว่าหลงทางหรือไม่แน่ใจว่าอยู่บนเส้นทางที่ถูกต้อง ให้ใช้หลัก S.T.O.P. (Stop – Think – Observe – Plan) หยุดเดินทันที อย่าตื่นตระหนก ตั้งสติคิดและประเมินสถานการณ์ สังเกตรอบ ๆ ตัวเพื่อหาป้ายหรือเครื่องหมายที่คุ้นเคย จากนั้นวางแผนว่าควรย้อนกลับไปจุดสุดท้ายที่มีป้ายชัดเจน หรือรอให้หน่วยกู้ภัยมาถึงหากไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ อย่าพยายามเดินต่อไปเรื่อย ๆ เพราะอาจหลงลึกเข้าไปมากขึ้น
นักปีนเขาในญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับการเคารพธรรมชาติและรักษาความสะอาดของภูเขามาก หลักการสำคัญคือ Leave No Trace ซึ่งหลักการนี้เป็นที่ยอมรับกันในหลักสากลอย่างเช่นการไม่ทิ้งร่องรอยใด ๆ ไว้บนภูเขา เก็บขยะทุกชิ้นกลับลงมา แม้แต่เปลือกผลไม้หรือเศษอาหารก็ห้ามทิ้ง เป็นต้น
นอกจากนี้ยังต้องไม่ส่งเสียงดัง เคารพนักเดินป่าคนอื่นที่ต้องการความเงียบสงบ และไม่รบกวนสัตว์ป่า หากเจอนักปีนเขาคนอื่นบนทาง ควรทักทายด้วยคำว่า “こんにちは” (Konnichiwa) หรือพยักหน้าเบา ๆ เป็นการแสดงความเป็นมิตร
อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญคือห้ามเก็บพืชหรือหินจากภูเขากลับบ้าน เพราะนอกจากจะผิดกฎแล้ว ยังทำลายระบบนิเวศของพื้นที่นั้น ๆ ด้วย
ภาวะตัวเย็นเกินเป็นภัยเงียบที่พบบ่อยแม้ในช่วงฤดูร้อน โดยเฉพาะบนยอดเขาสูงที่อุณหภูมิลดต่ำอย่างรวดเร็วเมื่อมีลมแรงหรือเสื้อผ้าเปียกชื้น อาการเริ่มต้นของภาวะตัวเย็นเกิน ได้แก่ การสั่น รู้สึกเหนื่อยล้าอย่างผิดปกติ พูดไม่ชัด และสับสน
หากสังเกตเห็นอาการเหล่านี้ในตัวเองหรือเพื่อนร่วมทาง ต้องดำเนินการทันที ให้หยุดเดินและหาที่กำบังลม เปลี่ยนเสื้อผ้าเปียกออก ใส่เสื้อแห้งและเสื้อกันหนาวทันที ดื่มน้ำอุ่นหรือเครื่องดื่มร้อนหวาน (แต่ห้ามดื่มแอลกอฮอล์) และรับประทานอาหารพลังงานสูง การให้ความอบอุ่นอย่างรวดเร็วอาจช่วยชีวิตได้
วิธีป้องกันภาวะตัวเย็นเกิน คือการเลือกใส่เสื้อชั้นใน (อินเนอร์) ที่ไม่กักเก็บเหงื่อ และสามารถระบายความชื้นได้ดี ก็จะช่วยลดการเกินภาวะนี้ได้

เทคโนโลยีช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการเดินป่าได้มาก โดยเฉพาะในประเทศญี่ปุ่นที่มีแอปพลิเคชันดี ๆ ให้เลือกใช้มากมาย นี่คือรายการแอปและเว็บไซต์ที่ควรติดตั้งก่อนออกเดิน
Yamap – แอปนี้เป็นมากกว่าแอปแผนที่ธรรมดา เพราะมีฟังก์ชันดาวน์โหลดแผนที่ออฟไลน์ บันทึกเส้นทางการเดิน แสดงพยากรณ์อากาศ และอ่านรีวิวจากนักปีนเขาคนอื่น ๆ ที่เพิ่งไปมา ที่สำคัญคือสามารถส่ง Tozan Todoke ผ่านแอปได้เลย ฟังก์ชัน GPS ทำงานได้แม้ไม่มีสัญญาณมือถือ จึงเป็นเครื่องมือที่ขาดไม่ได้ อย่างไรก็ตาม แอปนี้ใช้ GPS เพื่อระบุพิกัด แต่ไม่สามารถส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือผ่านระบบดาวเทียมได้โดยตรงเหมือนโทรศัพท์ดาวเทียมแบบ InReach หรือ Spot การขอความช่วยเหลือยังคงต้องอาศัยสัญญาณมือถือ หรือส่งพิกัดผ่านคนอื่นที่ไปถึง Hut หรือโทรศัพท์จากจุดที่มีสัญญาณ
Safety Tips Japan – แอปนี้พัฒนาโดยหน่วยงานท่องเที่ยวญี่ปุ่น ให้ข้อมูลแจ้งเตือนภัยพิบัติต่าง ๆ เช่น แผ่นดินไหว สึนามิ พายุ และภูเขาไฟระเบิด รวมถึงมีคำแนะนำการรับมือเหตุฉุกเฉินเป็นหลายภาษา และมีข้อมูลติดต่อฉุกเฉินที่อาจช่วยได้เมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิด
JMA Weather – เว็บไซต์ 気象庁 (Japan Meteorological Agency) ให้ข้อมูลพยากรณ์อากาศที่แม่นยำที่สุด โดยเฉพาะในพื้นที่ภูเขา มีข้อมูลอุณหภูมิ ความเร็วลม ปริมาณฝน และคำเตือนพิเศษ
Google Translate – แม้จะไม่ใช่แอปเฉพาะทาง แต่ Google Translate มีฟีเจอร์สแกนข้อความจากภาพที่มีประโยชน์มาก สามารถสแกนป้ายเตือนภาษาญี่ปุ่นบนเส้นทางเพื่อแปลเป็นภาษาอังกฤษหรือไทยได้ทันที
AllTrails – แอปนี้มีเส้นทางเดินป่ามากมายพร้อมรีวิวและภาพถ่ายจากผู้ใช้ทั่วโลก ช่วยให้เลือกเส้นทางที่เหมาะกับตัวเองได้ง่ายขึ้น และยังมีฟังก์ชันดาวน์โหลดแผนที่ออฟไลน์ด้วย
อย่าลืมดาวน์โหลดแผนที่และข้อมูลที่จำเป็นทั้งหมดก่อนออกเดิน เพราะสัญญาณมือถือบนภูเขาส่วนใหญ่อ่อนมากหรือไม่มีเลย

หากวางแผนเดินป่าข้ามคืน มีสองทางเลือกหลัก ๆ คือพักใน Mountain Hut (山小屋 หรือ Yamagoya) หรือกางเต็นท์เอง ทั้งสองวิธีมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน
Mountain Hut เป็นกระท่อมพักที่ตั้งอยู่ตามจุดต่าง ๆ บนเส้นทางยอดนิยม มีทั้งแบบห้องนอนรวมและห้องส่วนตัว บางแห่งมีอาหารและเครื่องดื่มขาย บางแห่งมีห้องน้ำและไฟฟ้า ข้อดีคือไม่ต้องแบกเต็นท์และอุปกรณ์หนัก ๆ ขึ้นไป มีหลังคากำบังและอุ่นกว่าการกางเต็นท์ แต่ข้อเสียคือต้องจองล่วงหน้าตั้งแต่หลายเดือน โดยเฉพาะช่วงฤดูใบไม้ผลิและใบไม้ร่วง
ราคาของ Mountain Hut โดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 10,000-18,000 เยนต่อคืน ขึ้นอยู่กับสิ่งอำนวยความสะดวกและช่วงเวลา หากรวมอาหารเช้าและเย็นด้วยจะสูงขึ้น ช่วงสุดสัปดาห์หรือช่วงพีกอาจมีราคาแพงกว่านี้
ตัวอย่าง Hut ที่มีชื่อเสียงเช่น Karasawa Hut ในเทือกเขาแอลป์ญี่ปุ่น หรือ Tokusawaen และ Myojinkan ในพื้นที่คามิโคจิ สำหรับผู้ที่ต้องการกางเต็นท์ พื้นที่คามิโคจิมีลานกางเต็นท์ (Camping Area) ให้เลือกใช้บริการด้วย
Hut ส่วนใหญ่รับเฉพาะเงินสดเท่านั้น ดังนั้นต้องเตรียมเงินพอเพียงก่อนขึ้นไป
สิ่งสำคัญคือต้องปฏิบัติตามกฎของ Hut อย่างเคร่งครัด เช่น ห้ามส่งเสียงดังในห้องนอนรวม ห้ามถ่ายรูปคนอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต ใช้อุปกรณ์ร่วมกันอย่างระมัดระวัง และเก็บขยะเป็นระเบียบ นักปีนเขาญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับการเคารพพื้นที่ส่วนรวมมาก

หากนักท่องเที่ยวต้องการจะดื่มด่ำกับบรรยากาศธรรมชาติ ฟังเสียงแมลง เสียงสัตว์ในป่าแบบชิลๆ การกางเต็นท์ก็ถือว่าเป็นทางเลือกที่ดี การกางเต็นท์ที่ญี่ปุ่นนั้นมักจะเป็นกิจกรรมที่นิยมทำกันในช่วงฤดูร้อน ประมาณช่วงปลายเดือนกรกฎาคมจนถึงเดือนสิงหาคม หรือช่วง Golden Week ก็เป็นช่วงยอดฮิตที่ผู้คนมักจะไปกางเต็นท์
ที่ญี่ปุ่นนั้นมีจุดกางเต็นท์มากกว่า 3,000 จุดด้วยกัน สำหรับจุดกางเต็นท์นั้นมักจะมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน แต่นักท่องเที่ยวก็ควรนำอุปกรณ์พื้นฐานไปด้วยอย่างเช่นเต็นท์ ถุงนอน อาหารแห้งเป็นต้น ซึ่งนักท่องเที่ยวที่ต้องการจะใช้บริการจุดกางเต็นท์อาจจะต้องจองล่วงหน้าก่อนที่จะมาใช้บริการ เพื่อนๆสามารถดูรายชื่อสถานที่กางเต็นท์ได้ที่นี่ https://partners-pamph.jnto.go.jp/simg/pamph/651.pdf
นอกจากลานกางเต็นท์ของเอกชนแล้ว ที่อุทยานแห่งชาตินักท่องเที่ยวก็สามารถไปกางเต็นท์ได้ด้วยเช่นกันอย่างเช่น Kamikochi เป็นต้น
การกางเต็นท์ให้ปลอดภัย นักท่องเที่ยวอาจจะต้องพึงระวังตนเองด้วยสำหรับการกางเต็นท์ อย่างเช่น การไปถึงจุดกางเต็นท์ก่อนที่ฟ้าจะมืด เพราะในป่าตอนกลางคืนจะมืดมาก หรือ เตรียมเสื้อผ้าไปหลายๆตัว เผื่อช่วงกลางคืนอากาศจะหนาว ก็จะสามารถใส่เสื้อผ้าหลายๆชั้นได้
การป้องกันอันตรายจากสัตว์ต่างๆ นักท่องเที่ยวอาจพกยาไล่แมลง หรือกระดิ่งไล่หมี ติดตัวระหว่างกางเต็นท์
มารยาทในการกางเต็นท์ มารยาทที่ดีถือว่าเป็นสิ่งสำคัญในการกางเต็นท์ อย่างเช่นไม่ควรเสียงดังหลัง 3 ทุ่ม เพราะจะรบกวนคนอื่น, การรักษาความสะอาดนี่คือสิ่งสำคัญมาก โดยเฉพาะขยะ ควรเก็บใส่ถุงแล้วนำไปทิ้งในที่ๆกำหนดให้ทิ้งได้

แม้จะเตรียมตัวมาอย่างดี แต่เหตุฉุกเฉินก็อาจเกิดขึ้นได้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการบาดเจ็บ หลงทาง หรือเจอสภาพอากาศเลวร้าย สิ่งสำคัญคือต้องรู้ว่าควรทำอย่างไรเมื่อสถานการณ์ไม่เป็นไปตามแผน
เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน สิ่งแรกคือต้องตั้งสติและประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว หากบาดเจ็บให้หยุดเดินทันทีและตรวจสอบความรุนแรงของบาดแผล ปฐมพยาบาลเบื้องต้นในกรณีที่ไม่หนักมาก หรือถ้าแขน ขาหัก ต้องห้ามฝืนเดินต่อหากเจ็บมากหรือมีอาการผิดปกติ ให้ย้ายตัวเองไปยังจุดที่ปลอดภัย หลีกเลี่ยงขอบผา จุดลาดชัน หรือบริเวณที่มีความเสี่ยงจากหินร่วง และให้เพื่อนๆในกลุ่มทำเฝือกชั่วคราวให้ เผื่อว่าจะต้องเคลื่อนย้ายผู้ป่วยเอง
หากอยู่ในกลุ่ม ให้คนหนึ่งดูแลผู้บาดเจ็บ ขณะที่อีกคนติดต่อขอความช่วยเหลือ ถ้าเดินคนเดียวและมีสัญญาณโทรศัพท์ ให้โทรหมายเลขฉุกเฉินทันที แต่หากไม่มีสัญญาณ ให้พยายามเดินหรือคลานไปยังที่สูงกว่าเพื่อหาจุดที่มีสัญญาณ
ในกรณีที่ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ ให้ใช้นกหวีดเป่าสัญญาณขอความช่วยเหลือ (3 ครั้งติดกัน แล้วหยุด แล้วเป่าอีก 3 ครั้ง) หรือใช้ไฟฉายส่องสัญญาณในเวลากลางคืน หากมีเสื้อผ้าสีสดใสหรืออาจใช้ผ้าห่มฉุกเฉินที่มีสีส้ม หรือสีเงิน/ทองสะท้อนแสง แขวนไว้บนกิ่งไม้หรือไม้เท้าเพื่อให้เห็นได้ง่าย

มีเพียงสองหมายเลขที่ต้องจำให้ขึ้นใจคือ 119 สำหรับรถพยาบาลและหน่วยกู้ภัย และ 110 สำหรับตำรวจ เมื่อโทรไป ให้พยายามแจ้งข้อมูลให้ชัดเจนที่สุด แม้จะพูดภาษาญี่ปุ่นไม่ได้ก็สามารถใช้ภาษาอังกฤษได้ หากพูดญี่ปุ่นไม่ได้ ให้ขอพูดกับเจ้าหน้าที่ที่พูดภาษาอังกฤษโดยใช้ประโยคว่า “English, please” หรือพูดเป็นภาษาญี่ปุ่น 英語でください ( เอะโงะเดะคุดะไซ) แปลว่าขอเป็นภาษาอังกฤษ
ข้อมูลที่ควรแจ้ง ได้แก่
ตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษที่ใช้ได้
นอกจากนี้ แอป Safety Tips Japan ยังมีข้อมูลติดต่อฉุกเฉินและคำแนะนำการรับมือเหตุฉุกเฉินเป็นหลายภาษา ซึ่งอาจช่วยได้ในสถานการณ์วิกฤต
หากอยู่ใกล้ Mountain Hut ให้รีบไปขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ทันที เพราะ Hut ส่วนใหญ่มีวิทยุสื่อสารติดต่อกับศูนย์กู้ภัยได้โดยตรง พนักงาน Hut มีประสบการณ์ในการช่วยเหลือและรู้จักเส้นทางเป็นอย่างดี บางครั้งอาจมีอาสาสมัครกู้ภัยประจำอยู่ที่ Hut ด้วย
ระบบกู้ภัยบนภูเขาในญี่ปุ่นมีประสิทธิภาพสูง โดยเฉพาะในภูเขายอดนิยม แต่ต้องรู้ว่าการใช้เฮลิคอปเตอร์กู้ภัยมีค่าใช้จ่ายสูงมาก ขึ้นอยู่กับระยะทางและความยากในการกู้ภัย นี่คือเหตุผลสำคัญที่ต้องซื้อประกันการเดินทางที่ครอบคลุมกิจกรรมเดินป่า นอกจากกู้ภัยของรัฐบาลแล้วญี่ปุ่นยังมีกู้ภัยที่เป็นของเอกชนอีกด้วย อย่างเช่น COCOHELI ที่มีบริการค้นหาโดยเฮลิคอปเตอร์ โดยจะต้องสมัครสมาชิกก่อน https://www.cocoheli.com/drs/drs-english-6001
สิ่งสำคัญคือต้องพกเงินสดติดตัวเสมอ เพราะบางกรณีอาจต้องจ่ายค่าบริการบางส่วนก่อน แม้จะมีประกันก็ตาม หรือใช้จ่ายในกรณีที่ต้องพักรักษาตัวที่ Hut ก่อนลงมา

ประกันการเดินทางไม่ใช่แค่กระดาษที่ซื้อมาเพื่อให้มีความสบายใจ แต่เป็นสิ่งที่อาจช่วยชีวิตและช่วยประหยัดเงินหลายแสนบาทได้จริงเมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิด โดยเฉพาะการเดินป่าหรือกิจกรรม Outdoor ที่มีความเสี่ยงสูงกว่าการท่องเที่ยวทั่วไป
ควรทราบว่าค่ารักษาพยาบาลในญี่ปุ่นสูงมาก แม้แต่การเย็บแผลเล็กน้อยอาจมีค่าใช้จ่ายสูง หากเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงบนภูเขาและต้องใช้บริการกู้ภัย ค่าใช้จ่ายอาจสูงถึงหลักแสนหรือล้านบาท
สิ่งสำคัญที่หลายคนอาจลืมคือ การมีใบ Tozan Todoke ที่ยื่นไว้จะช่วยให้การประสานงานกับบริษัทประกันง่ายขึ้นมาก เพราะเป็นหลักฐานว่าได้วางแผนและแจ้งการเดินทางอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งบางบริษัทอาจขอเอกสารนี้เป็นส่วนหนึ่งของการพิจารณาการเคลม
ก่อนซื้อประกันการเดินทาง สิ่งสำคัญคือต้องตรวจสอบว่าแผนที่เลือกครอบคลุมกิจกรรมเดินป่า (Trekking/Hiking) หรือไม่ เพราะประกันท่องเที่ยวทั่วไปหลายแบบไม่คุ้มครองกิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูง เช่น การปีนเขา การเดินป่าในพื้นที่สูง หรือกิจกรรม Adventure Sports
สิ่งที่ควรมีในแผนประกันสำหรับเดินป่า ได้แก่
นอกจากนี้ควรตรวจสอบว่าบริษัทประกันมีบริการ Direct Billing หรือการประสานงานตรงกับโรงพยาบาลในญี่ปุ่นหรือไม่ เพราะจะช่วยลดภาระการสำรองจ่ายเงินสดจำนวนมากได้ ควรติดต่อบริษัทประกันก่อนเข้ารับการรักษาเพื่อขอความช่วยเหลือในการประสานงาน

เมื่อเกิดอุบัติเหตุและต้องการเคลมประกัน ขั้นตอนแรกคือต้องโทรแจ้งบริษัทประกันทันที ภายใน 24-48 ชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละบริษัท) หมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉินของบริษัทประกันควรเก็บไว้ในมือถือและบันทึกไว้ในสมุดด้วย
เจ้าหน้าที่จะแนะนำขั้นตอนและบอกว่าต้องเก็บเอกสารอะไรบ้าง โดยทั่วไปเอกสารที่จำเป็น ได้แก่
ข้อสำคัญคือต้องเก็บใบเสร็จทุกใบไว้ ไม่ว่าจะเป็นค่ารักษาเล็ก ๆ น้อย ๆ หรือค่าเดินทางไปโรงพยาบาล เพราะทุกอย่างสามารถนำมาเคลมได้
หลังจากส่งเอกสารครบถ้วน บริษัทประกันจะใช้เวลาพิจารณาประมาณ 7-30 วัน ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของกรณี หากทุกอย่างถูกต้อง เงินจะโอนเข้าบัญชีที่ระบุไว้ตามจำนวนที่อนุมัติ
ปัจจุบันมีบริษัทประกันหลายแห่งที่มีแผนเฉพาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบกิจกรรม Outdoor ตัวอย่างบริษัทที่ได้รับความนิยม ได้แก่
MSIG (Tokio Marine), AXA, Sompo เป็นต้น ซึ่งนักท่องเที่ยวจะต้องอ่านรายละเอียดดีๆ ก่อนซื้อประกันว่าคุ้มครองการ Trekking, Hiking หรือเที่ยวแนว Adventure หรือไม่
แต่ผมจะแนะนำประกันตัวนึงที่ทำมาเพื่อนักปีนเขาโดยเฉพาะเลยนั่นคือ ประกันของ Yamakifu เว็บไซส์ https://www.yamakifu.or.jp/
หมายเหตุสำคัญ: รายละเอียดแผนประกันมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ควรตรวจสอบเงื่อนไขความคุ้มครองล่าสุดและอ่านข้อยกเว้นอย่างละเอียด โดยเฉพาะคำว่า “Trekking”, “Hiking” หรือ “Adventure Plan” ในรายละเอียดความคุ้มครอง ตรวจสอบว่ามีข้อยกเว้นหรือเงื่อนไขพิเศษอะไรบ้าง เช่น บางบริษัทอาจไม่คุ้มครองหากเดินในพื้นที่เสี่ยงโดยไม่มีไกด์ หรือมีการจำกัดความสูงหรือพื้นที่ที่คุ้มครอง
ดังแล้วสิ่งที่ต้องศึกษาเพิ่มเติมก็คือความสูงกว่าระดับน้ำทะเลของสถานที่ที่ไป Trekking, Hiking หรือเที่ยวแนว Adventure เพราะมีผลต่อการคุ้มครองของประกัน

สำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นการเดินป่าในญี่ปุ่น ควรเลือกเส้นทางที่มีระดับความยากไม่สูงนัก มีป้ายบอกทางชัดเจน และมี Mountain Hut หรือจุดพักพิงตามทาง นี่คือเส้นทางที่แนะนำ
Mt. Takao (Tokyo) – ภูเขาที่เข้าถึงง่ายที่สุดสำหรับมือใหม่ ใช้เวลาเดินเพียง 1.5-2 ชั่วโมงขึ้นไปถึงยอด (หรือนั่งกระเช้าขึ้นไปก็ได้) มีเส้นทางหลายสาย มีร้านอาหารและห้องน้ำตามทาง เหมาะสำหรับมือใหม่ในการเดินป่าครั้งแรก
Kamikochi (Nagano) – หุบเขาที่มีทิวทัศน์สวยงามตระการตา เส้นทางราบเรียบเหมาะสำหรับมือใหม่ เดินเล่นชมธรรมชาติได้ทั้งวันโดยไม่ต้องปีนเขาสูง มี Hut และร้านอาหารหลายจุด
Kumano Kodo (Wakayama) – เส้นทางแสวงบุญโบราณที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ แบ่งเป็นช่วง ๆ เดินได้ไม่ยากนัก มีที่พักตามทาง เหมาะกับคนที่ชอบเดินป่าผสมผสานกับวัฒนธรรม โดยเส้นทางนั้นสามารถเลือกเดินได้ตามความชำนาญ มีความยากให้เลือกระดับตั้งแต่ 1-5 โดยมือใหม่จะเหมาะกับความยากระดับ 1
Daisetsuzan (Hokkaido) – สำหรับนักเดินป่าระดับกลางขึ้นไป ที่มีประสบการณ์พอสมควรแล้ว อุทยานแห่งชาตินี้กว้างใหญ่และมีสภาพอากาศหนาวจัดรุนแรง เส้นทางยาวและต้องใช้ทักษะการนำทางพร้อมอุปกรณ์กันหนาวที่ดี แต่ทิวทัศน์ธรรมชาติป่าดงดิบสวยงามมากและคุ้มค่า
ทุกเส้นทางเหล่านี้มีป้ายบอกทางภาษาญี่ปุ่นและภาษาอังกฤษ มีนักท่องเที่ยวเดินผ่านไปมาเป็นประจำ และมีระบบกู้ภัยพร้อม

การเดินป่าในญี่ปุ่นเป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่าและน่าประทับใจอย่างยิ่ง ทั้งทิวทัศน์ที่สวยงาม อากาศบริสุทธิ์ และความรู้สึกที่ได้ท้าทายตัวเอง แต่เพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่น สิ่งที่ขาดไม่ได้คือการเตรียมพร้อมอย่างรอบคอบ
จำไว้ว่า วางแผน + ทำประกัน + แจ้ง Tozan Todoke 登山届 คือสามหลักสำคัญที่จะช่วยให้การเดินป่ามีความปลอดภัย ศึกษาเส้นทางให้ดี ตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกทุกครั้ง เตรียมอุปกรณ์ครบถ้วน และที่สำคัญคือเคารพธรรมชาติและปฏิบัติตามกฎมารยาทบนภูเขา
ประกันการเดินทางที่ครอบคลุมกิจกรรมเดินป่าไม่ใช่ของฟุ่มเฟือย แต่เป็นสิ่งจำเป็นที่อาจช่วยชีวิตและประหยัดค่าใช้จ่ายหลักแสนได้ ดังนั้นอย่าลืมซื้อประกันที่ครอบคลุมความเสี่ยงทั้งหมด ตรวจสอบเงื่อนไขให้ละเอียด และเก็บหมายเลขโทรฉุกเฉินไว้ให้พร้อมใช้งาน
เมื่อเตรียมพร้อมครบถ้วนแล้ว สิ่งที่เหลืออยู่คือการเปิดใจรับประสบการณ์ใหม่ ๆ ชื่นชมความงามของธรรมชาติ และสร้างความทรงจำดี ๆ ที่จะจดจำไปตลอดชีวิต เที่ยวให้ปลอดภัย ได้ประสบการณ์ดี และกลับมาเล่าเรื่องราวสุดประทับใจให้คนรอบข้างฟังอย่างมีความสุข

Blogger : Kitslaughter666
ผมชื่อ กิด เป็นคนที่สนใจประเทศญี่ปุ่นเป็นพิเศษโดยเฉพาะประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น และชอบทานราเมง กับ ปลาปักเป้า เป็นชีวิตจิตใจ รักการถ่ายเซลฟี่กับกวางที่เกาะมิยาจิม่า ชอบภูมิภาคชูโกกุ ชอบเที่ยวสถานที่Unseenของญี่ปุ่น
112 Posts

10 ที่เที่ยวฟูจิ เปิดพิกัดที่เที่ยวแบบใหม่ ไปกี่ครั้งก็ไม่เบื่อ
Kitaguchi-hongu Fuji Sengen Shrine ศาลเจ้าที่อุดมไปด้วยพลังงานของขุนเขา คิตะกุ...

One day trip พาสสุดคุ้ม เที่ยวไซตามะ 1 วัน Check-in “Moominvalley Park” ช็อปฟินๆที่ Outlet
จังหวัดไซตามะ (Saitama) ไซตามะห่างจากโตเกียวเพียงแค่ 30 นาทีเท่านั้นเอง ...

จากนาริตะไปโตเกียว รวมวิธีเดินทางสุดสะดวก เข้าเมืองชิลๆ
รวมมิตรวิธีการเดินทาง จากนาริตะไปโตเกียว ที่รู้ไว้ก่อนออกเดินทางแล้วรับรองไม่ม...

รีวิว “Eslead Hotel Osaka Shinsaibashi” ที่พักสไตล์เหมือนพักที่บ้านใกล้แหล่งท่องเที่ยวใจกลางโอซาก้า
สิ่งสำคัญอีกหนึ่งอย่างสำหรับคนที่วางแผนจะมาเที่ยวญี่ปุ่นก็คือที่พัก ครั้งนี้เร...

รวม แอพ รถไฟ ญี่ปุ่น เช็คได้ทั่วประเทศ ใช้สะดวก ไม่มีหลง
รวม แอพ รถไฟ ญี่ปุ่น สุดสะดวก จัดให้แบบเต็มๆ ทุกแอเรีย หาสาย เช็คเวลากันแบบชิล...
Police
110
Ambulance
119
AMDA International Medical Information Center
03-6233-9266
สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว
090-4435-7812
สถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซาก้า
090-1895-0987
สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฟุกุโอกะ
090-2585-3027 หรือ 090-9572-1515