Monet’s Pond บ่อน้ำโมเนต์ญี่ปุ่น ภาพวาดที่มีชีวิตในจังหวัดกิฟุ

17/03/2026
วันนี้จะพามารู้จักกับ Monet's Pond บ่อน้ำไร้ชื่อที่สวยเหมือนภาพวาด Water Lilies ของโมเนต์ ( Monet’s ) พร้อมปลาคาร์ปสีสันสดใส ดอกบัวบาน และน้ำใส ในจังหวัด Gifu พร้อมวิธีการเดินทางที่สามารถอ่านแล้วเที่ยวตามได้เลย ช่วงเวลาที่ไปสวยที่สุด และเคล็ดลับการถ่ายภาพ

ที่ศาลเจ้า Nemichi ในจังหวัด Gifu มีบ่อน้ำเล็ก ๆ แห่งหนึ่งซึ่งไม่มีชื่อด้วยซ้ำ แต่กลับกลายเป็นปรากฏการณ์บนโลกออนไลน์จนต้องตั้งฉายาว่า "Monet's Pond" หรือบ่อน้ำโมเนต์ เพราะความงามที่คล้ายคลึงกับภาพวาดชุด Water Lilies (บัวสาย) ของจิตรกรชื่อดังชาวฝรั่งเศส Claude Monet น้ำใสราวกับกระจก ปลาคาร์ปหลากสีว่ายวนอย่างสง่างาม ดอกบัวลอยอยู่บนผิวน้ำ ทุกองค์ประกอบราวกับถูกวาดด้วยพู่กันของ Claude Monet

บ่อน้ำแห่งนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยว แต่เป็นเพียงบ่อชลประทานธรรมดาที่ชาวบ้านใช้รดนาข้าว จนกระทั่งมีผู้คนเริ่มแชร์ภาพถ่ายบนโซเชียลมีเดีย และความงามนี้ก็แพร่กระจายไปทั่วโลก วันนี้ Monet's Pond กลายเป็นจุดหมายที่คนรักการถ่ายภาพและผู้ที่แสวงหาความงามแห่งธรรมชาติต่างพากันมาสัมผัสกับภาพวาดที่มีชีวิตแห่งนี้


Contents Index
  1. 1 Monet’s Pond คืออะไร ทำไมถึงถูกเรียกว่า “บ่อน้ำโมเนต์”
    1. 1.1 Monet’s Pond หรือ Nameless Pond คืออะไร
    2. 1.2 เหตุใดจึงเรียกว่า “บ่อน้ำโมเนต์”
  2. 2 ประวัติความเป็นมาของบ่อน้ำ
  3. 3 ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการไปชม Monet’s Pond
    1. 3.1 ฤดูที่ดอกบัวบาน (พฤษภาคม-ตุลาคม)
    2. 3.2 ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี (พฤศจิกายน-ธันวาคม)
    3. 3.3 ช่วงเวลาในวันที่ควรไป
  4. 4 วิธีการเดินทางไป Monet’s Pond
    1. 4.1 การเดินทางด้วยรถยนต์ (แนะนำ)
    2. 4.2 การเดินทางด้วยรถบัส
      1. 4.2.1 เส้นทางหลัก – จาก JR Gifu Station:
    3. 4.3 ที่จอดรถและค่าใช้จ่าย
  5. 5 สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง Monet’s Pond
    1. 5.1 ศาลเจ้า Nemichi Shrine (根道神社)
    2. 5.2 แม่น้ำ Itadori River (板取川)
    3. 5.3 Hydrangea Road และ Itadori Flower Park
    4. 5.4 21st Century Forest Park (21世紀の森公園)
    5. 5.5 สถานที่อื่น ๆ ที่น่าสนใจในบริเวณใกล้เคียง:
  6. 6 เคล็ดลับการถ่ายภาพ Monet’s Pond ให้สวยที่สุด
    1. 6.1 อุปกรณ์ถ่ายภาพที่แนะนำ
    2. 6.2 มุมกล้องและองค์ประกอบภาพ
    3. 6.3 เทคนิคการถ่ายปลาคาร์ป
  7. 7 ตำนานปลาคาร์ปหัวใจแห่งความรัก
  8. 8 ข้อมูลสำคัญสำหรับนักท่องเที่ยว
  9. 9 สรุป

Monet’s Pond คืออะไร ทำไมถึงถูกเรียกว่า “บ่อน้ำโมเนต์”

Monet’s Pond หรือ Nameless Pond คืออะไร

ที่มา https://chillchilljapan.com/gifu/

Monet’s Pond หรือที่ชาวญี่ปุ่นเรียกว่า “Namonaki Ike” (名もなき池) ซึ่งแปลตรงตัวว่า “บ่อน้ำไร้ชื่อ” เป็นบ่อน้ำธรรมชาติขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ใกล้ศาลเจ้า Nemichi เมือง Seki จังหวัด Gifu ทางภาคกลางของญี่ปุ่น บ่อน้ำแห่งนี้มีขนาดไม่ใหญ่มากนัก ประมาณ 18 เมตร คล้ายกับขนาดสนามเทนนิส (ใหญ่กว่าเล็กน้อย) แต่กลับสร้างความประทับใจให้กับผู้มาเยือนนับไม่ถ้วน

ลักษณะเด่นที่ทำให้บ่อน้ำแห่งนี้พิเศษกว่าบ่อน้ำทั่วไปคือความใสสะอาดของน้ำที่มาจากน้ำพุธรรมชาติบนภูเขา Koga (Mount Koga) น้ำมีความลึกประมาณ 80 เซนติเมตร แต่ใสจนมองเห็นก้นบ่อได้อย่างชัดเจน พื้นบ่อปูด้วยทรายควอตซ์ละเอียดที่ทำให้น้ำมีสีฟ้าคราม และที่น่าสนใจคือน้ำจากภูเขานี้ไม่มีสารอาหารสำหรับจุลินทรีย์ จึงไม่มีสาหร่ายหรือตะกอนมาลดความใสของน้ำ อุณหภูมิน้ำคงที่อยู่ที่ 14 องศาเซลเซียสตลอดทั้งปี จึงไม่เกิดน้ำแข็งแม้ในฤดูหนาว

ในบ่อน้ำนี้มีปลาคาร์ป (Nishikigoi) หลากหลายสายพันธุ์ว่ายวนอยู่ท่ามกลางดอกบัวที่ลอยอยู่บนผิวน้ำ สีสันของปลาที่สดใส ตั้งแต่สีแดง ส้ม ขาว และดำ ตัดกับพื้นน้ำสีฟ้าใสและดอกบัวสีชมพู ขาว สร้างภาพที่สวยงามราวกับงานศิลปะ

เหตุใดจึงเรียกว่า “บ่อน้ำโมเนต์”

Claude Monet (1840-1926) เป็นจิตรกรชาวฝรั่งเศสผู้ก่อตั้งกลุ่มศิลปะอิมเพรสชั่นนิสม์ (Impressionism) ซึ่งเป็นการวาดภาพที่เน้นการจับภาพแสงและสีสันในช่วงเวลาหนึ่ง ๆ มากกว่าความละเอียดของรายละเอียด ชุดภาพวาด Water Lilies (Les Nymphéas) ของโมเนต์นั้นมีมากถึง 250 ภาพ วาดในช่วงปี 1896-1926 โดยได้แรงบันดาลใจจากสวนดอกไม้ที่บ้านของเขาในเมือง Giverny ทางตอนเหนือของประเทศฝรั่งเศส

 เมื่อภาพถ่ายของบ่อน้ำใน Seki เริ่มแพร่กระจายบนโซเชียลมีเดียในปี 2015 ผู้คนต่างตกตะลึงกับความคล้ายคลึงระหว่างบ่อน้ำแห่งนี้กับภาพวาด Water Lilies ของโมเนต์ น้ำใสสะอาด ดอกบัวลอย และปลาคาร์ปที่ว่ายวนอย่างเป็นธรรมชาติ สร้างภาพที่เหมือนกับการนำผลงานของปรมาจารย์มาสร้างจริง ชื่อ “Monet’s Pond” จึงเกิดขึ้นจากการเปรียบเทียบนี้ และติดปากผู้คนจนกลายเป็นชื่อเรียกที่เป็นทางการในที่สุด

 ที่น่าสนใจคือศิลปะอิมเพรสชั่นนิสม์ของฝรั่งเศสเองก็ได้รับอิทธิพลอย่างมากจากศิลปะญี่ปุ่น โดยเฉพาะภาพพิมพ์ไม้ Ukiyo-e ที่มีการจัดองค์ประกอบและมุมมองแปลกใหม่ การที่บ่อน้ำในญี่ปุ่นกลายมาคล้ายกับภาพวาดที่ได้แรงบันดาลใจจากศิลปะญี่ปุ่นนั้น ถือเป็นวงจรที่น่าทึ่งของการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม

ประวัติความเป็นมาของบ่อน้ำ

ที่มา https://chillchilljapan.com/gifu/

มาอ่านประวัติเรื่องราวที่มาของความสวยงามของบ่อแห่งนี้กันดีกว่า

เรื่องราวของ Monet’s Pond เริ่มต้นอย่างเรียบง่าย บ่อน้ำแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นบ่อชลประทานสำหรับไร่นาข้าวในชุมชน ไม่ได้มีชื่อเรียกเฉพาะ เป็นเพียงบ่อน้ำธรรมดาหนึ่งในบรรดาบ่อน้ำมากมายในเขตภูเขา แต่ในช่วงปี 1990 เมื่อการทำนาในพื้นที่ลดน้อยลง บ่อน้ำแห่งนี้ก็ถูกทอดทิ้ง ปกคลุมไปด้วยวัชพืชและสาหร่าย

 จนกระทั่งคุณ Satoru Kobayashi ซึ่งเป็นเจ้าของ Itadori Flower Park  ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ ๆ บ่อน้ำนั้น ได้ทำการทำความสะอาดบริเวณบ่อน้ำ กำจัดวัชพืช และปลูกดอกบัวลงไปในบ่อ ขณะที่ชาวบ้านในพื้นที่ก็ปล่อยปลาคาร์ปลงไปว่ายเล่น ไม่มีใครคาดคิดว่าการทำความดีเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้จะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของปรากฏการณ์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเที่ยวที่บ่อน้ำแห่งนี้กันมากๆ จนกลายเป็น 1 ในไฮไลท์ของจังหวัด Gifu

ความงามของบ่อน้ำเริ่มแพร่กระจายผ่านรูปภาพบนโซเชียลมีเดียในปี 2015 ใน Twitter และ instagram จากนั้นก็เริ่มกระจายสู่การลงข่าวในหนังสือพิมพ์และข่าวสารต่างๆ จนเริ่มเป็นที่รู้จักกัน โดยเฉพาะภาพที่ถ่ายในวันที่อากาศดี แสงแดด

ส่องผ่านผิวน้ำ ทำให้เห็นปลาคาร์ปราวกับกำลังลอยอยู่กลางอากาศ ดอกบัวบานสะพรั่ง และการสะท้อนของต้นไม้รอบบ่อ ภาพเหล่านี้ถูกเปรียบเทียบกับภาพวาด Water Lilies ของโมเนต์ และชื่อ “Monet’s Pond” ก็ติดปากชาวเน็ตทั่วโลกจนกลายเป็นชื่อที่ใช้เรียกกันอย่างเป็นทางการ

 ที่น่าสนใจคือบ่อน้ำแห่งนี้ไม่เคยถูกพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการ ไม่มีค่าเข้าชม ไม่มีเวลาเปิด-ปิด และยังคงรักษาความเป็นธรรมชาติไว้ได้อย่างดี ชาวบ้านในพื้นที่ดูแลรักษาความสะอาดและให้อาหารปลา พยายามรักษาสมดุลระหว่างการต้อนรับนักท่องเที่ยวกับการอนุรักษ์ความงามตามธรรมชาติของบ่อน้ำ

เกล็ดความรู้เพิ่มเติม ที่บ่อน้ำแห่งนี้มีกิจกรรมเกี่ยวกับความให้นักท่องเที่ยวได้ลองทำด้วย นั่นก็คือ การมองหาปลาคาร์ฟที่มีลายรูปหัวใจอยู่บนหัว ซึ่งถ้าหากหาเจอก็จะสมหวังในเรื่องความรัก

ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการไปชม Monet’s Pond

ที่มา https://visitseki.jp/spots/posts-0094

น้ำใสจนเห็นตัวปลา บอกได้เลยว่าที่นี่ต้องมาให้ได้ซักครั้งในชีวิต

ความงามของ Monet’s Pond เปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาล แสงสว่าง และสภาพอากาศ การเลือกช่วงเวลาที่เหมาะสมจะทำให้ได้สัมผัสกับความงามที่สมบูรณ์ที่สุดของบ่อน้ำแห่งนี้

ฤดูที่ดอกบัวบาน (พฤษภาคม-ตุลาคม)

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการมาเยือน Monet’s Pond คือช่วงฤดูร้อนถึงต้นฤดูใบไม้ร่วง โดยเฉพาะช่วงกลางเดือนมิถุนายนถึงต้นเดือนสิงหาคม เป็นช่วงที่ดอกบัวบานสะพรั่งที่สุด ดอกบัวในบ่อมีหลายสายพันธุ์ ทั้งสีชมพู ขาว และเหลือง ซึ่งจะเริ่มเปิดกลีบเมื่ออุณหภูมิอากาศอยู่ที่ 25 องศาเซลเซียสขึ้นไป

ดอกบัวจะเริ่มเบ่งบานประมาณ 9.00 น. เมื่อแสงแดดเริ่มอุ่น และจะบานสวยที่สุดช่วง 11.00-11.30 น. เมื่อดอกบัวบานเต็มที่ หลังจากนั้นจะค่อย ๆ หุบกลีบเมื่อแสงแดดแรงเกินไป ดังนั้นหากต้องการเห็นดอกบัวบานสวยงาม ควรมาถึงตั้งแต่ช่วงเช้า เพื่อชมการเปลี่ยนแปลงของดอกบัวตั้งแต่ยังหุบกลีบจนบานเต็มที่

 นอกจากดอกบัวแล้ว ช่วงนี้ยังเป็นช่วงน้ำใสสะอาดจนเห็นตัวปลาชัดเจน เพราะไม่มีฝนตกหนักมากมายทำให้น้ำขุ่น แสงแดดส่องผ่านผิวน้ำทำให้เห็นปลาคาร์ปได้ชัดเจนสุดๆ และทรายควอตซ์ที่ก้นบ่อเป็นประกายสวยงาม สีของน้ำจะเปลี่ยนจากฟ้าอ่อนเป็นเขียวมรกต ขึ้นอยู่กับทิศทางของแสงและมุมมอง

ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี (พฤศจิกายน-ธันวาคม)

อีกช่วงเวลาที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนถึงต้นเดือนธันวาคม เมื่อต้นเมเปิ้ลญี่ปุ่นรอบบ่อน้ำเปลี่ยนสีเป็นแดงสด ส้ม และเหลือง การสะท้อนของใบไม้สีสันสดใสบนผิวน้ำใสสร้างภาพที่สวยงามไม่แพ้ช่วงที่มีดอกบัว

ช่วงนี้แม้จะไม่มีดอกบัว แต่ความงามกลับมีเอกลักษณ์แตกต่างออกไป บรรยากาศเย็นสบาย มีเมฆหมอกบางเบา และใบไม้ร่วงลงมาลอยบนผิวน้ำ สร้างภาพที่ดูเศร้าสวยแบบญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังเป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวน้อยกว่าช่วงฤดูร้อน จึงสามารถถ่ายภาพได้อย่างสงบ

 ถ้ามาช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนหรือต้นธันวาคม อาจจะโชคดีได้เจอหิมะบาง ๆ ซึ่งจะทำให้บ่อน้ำดูเหมือนภาพในเทพนิยาย น้ำไม่เกิดน้ำแข็งเพราะอุณหภูมิคงที่ จึงยังคงเห็นปลาคาร์ปว่ายอยู่ใต้ผิวน้ำใสท่ามกลางหิมะที่โปรยปรายลงมา เรียกได้ว่าสวยงามไปในอีกรูปแบบหนึ่ง

ช่วงเวลาในวันที่ควรไป

ที่มา https://www.kankou-gifu.jp/spot/detail_5094.html

สำหรับช่วงเวลาในวันที่ดีที่สุด แนะนำให้มาถึงก่อน 10.00 น. เพราะเป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวยังไม่เยอะ น้ำนิ่ง ไม่มีคลื่น และแสงแดดยังไม่แรงเกินไป ทำให้ได้ภาพสะท้อนที่สวยงาม นอกจากนี้ยังสามารถหาที่จอดรถได้ง่ายกว่า

ช่วง 10.00-11.30 น. เป็นช่วงที่แสงสวยที่สุดสำหรับการถ่ายภาพ แสงแดดส่องลงมาทำมุมพอดี ทำให้เห็นสีของปลาคาร์ปและดอกบัวชัดเจน น้ำเป็นประกายสวยงาม และดอกบัวบานเต็มที่ เพราะว่าดอกบัวที่อยู่บึงนั้นต้องการอุณหภูมิจากแสงแดดช่วยในการบาน

หลังเที่ยงจนบ่าย แสงแดดจะแรงมาก อาจทำให้เกิดเงาจากต้นไม้บนผิวน้ำ และดอกบัวอาจหุบกลีบบางส่วน แต่ถ้าชอบภาพที่มีเงาตัดกันชัด ช่วงนี้ก็ให้บรรยากาศที่แตกต่างออกไปและน่าสนใจเช่นกัน

สิ่งสำคัญที่ต้องหลีกเลี่ยงคือการมาหลังฝนตก เพราะฝนจะทำให้น้ำในบ่อขุ่น เพราะว่าน้ำฝนจะทำให้ตะกอนที่อยู่ในน้ำและอาจจะน้ำตะกอนจากที่อื่นมาทำให้น้ำขุ่น และอาจใช้เวลา 1-2 วันกว่าน้ำจะใสกลับมาเหมือนเดิม ดังนั้นควรตรวจสอบพยากรณ์อากาศก่อนไปเยือน และหากเป็นช่วงฤดูฝน ควรมาในวันที่ฝนหยุดตกมา 2-3 วันแล้ว

วิธีการเดินทางไป Monet’s Pond

Monet’s Pond ตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกลในเขตภูเขาของจังหวัด Gifu การเดินทางอาจต้องใช้เวลาพอสมควร แต่ความงามที่รอคอยอยู่ย่อมคุ้มค่ากับการเดินทาง

การเดินทางด้วยรถยนต์ (แนะนำ)

รถยนต์เป็นวิธีการเดินทางที่สะดวกที่สุด สามารถกำหนดเวลาได้เองและแวะชมสถานที่อื่นระหว่างทาง 

แนะนำให้ตั้ง GPS หรือ Google Maps ปลายทางเป็น “Itadori Flower Park” หรือ “Monet’s Pond”

การเดินทางด้วยรถบัส

รถบัสมีจำนวนจำกัด (ประมาณ 10 เที่ยว/วัน) ควรตรวจสอบตารางเวลาล่วงหน้าที่เว็บไซต์ Gifu Bus

เส้นทางหลัก – จาก JR Gifu Station:

        ที่ JR Gifu Station ไปยังป้ายรถบัสหมายเลข 12  จากนั้นขึ้นรถบัส Gifu Itadori Line ไป Horado Kiwi Plaza (ใช้เวลาประมาณ 70 นาที แล้วต่อรถบัส Itadori Fureai Bus ไป Ajisai-en Mae หรือ Monet Ike-mae (ใช้เวลาประมาณ 15 นาที) หลังจากลงจากรถบัสแล้วให้เดินเท้าจากป้ายรถเมล์ประมาณ 150 เมตร (ใช้เวลาประมาณ 3 นาที) ถึงบ่อน้ำ

 สำคัญ! ต้องต่อรถที่ Horado Kiwi Plaza ทุกเส้นทาง และควรเช็ครอบรถกลับล่วงหน้า หากพลาดรอบสุดท้ายอาจต้องเรียกแท็กซี่ 

รถบัสระหว่าง  Horado Kiwi Plaza (Itadori Fureai Bus) กับ Ajisai-en Mae นั้นมีเที่ยวรถน้อยมากต่อวัน ต้องวางแผนและเช็คตารางดีๆ

ที่จอดรถและค่าใช้จ่าย

ที่จอดฟรี: ใกล้ศาลเจ้า Nemichi Shrine และ Itadori Flower Park (จำนวนจำกัด มักเต็มช่วง 10.00-15.00 น.)

ที่จอดแบบเสียค่า: 500 เยน และมักจะได้ของฝากเล็กๆน้อยๆอีกด้วย รองรับได้ ~200 คัน

ค่าเข้าชม: ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง Monet’s Pond

การมาเยือน Monet’s Pond สามารถเที่ยวชมสถานที่อื่น ๆ ในบริเวณใกล้เคียงได้อีกด้วย

ศาลเจ้า Nemichi Shrine (根道神社)

ศาลเจ้าชินโตะเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ติดกับบ่อน้ำ ก่อตั้งในช่วงกลางศตวรรษที่ 9 ช่วงปี ค.ศ. 801-900 (ราว พ.ศ. 1344-1443)เป็นศาลเจ้าท้องถิ่นที่ชาวบ้านใช้เป็นที่บูชาเทพเจ้าในศาสนาชินโตะ ประกอบด้วยอาคารไม้หลังเดียวที่สร้างอย่างเรียบง่าย

ภายในศาลเจ้าบูชาเทพเจ้า Nemichi Okami พร้อมด้วยเทพเจ้าองค์อื่น ๆ ได้แก่ Izanami no Mikoto, Oyamazumi no Kami และ Kanayamabiko no Kami ศาลเจ้าจัดงานเทศกาลประจำปีสองครั้งต่อปี 

คือช่วงฤดูใบไม้ผลิ (วันที่ 5 เมษายน) และฤดูใบไม้ร่วง (วันอาทิตย์แรกของเดือนตุลาคม)

จากศาลเจ้าสามารถเดินขึ้นไปยังจุดชมวิวเล็ก ๆ ที่มองเห็นบ่อน้ำจากด้านบน ซึ่งให้มุมมองที่แตกต่างและน่าสนใจ โดยเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ที่จะเห็นต้นไม้รอบภูเขาเป็นสีแดงส้มสลับเขียว

แม่น้ำ Itadori River (板取川)

แม่น้ำสายสวยที่ไหลผ่านพื้นที่ใกล้บ่อน้ำ มีน้ำใสสะอาดมาจากภูเขา เป็นจุดเล่นน้ำยอดนิยมของคนท้องถิ่นในช่วงฤดูร้อน น้ำเย็นสบายแม้อากาศร้อน ตามแนวแม่น้ำมีถนนที่เรียกว่า “Hydrangea Road” ซึ่งเป็นถนนยาว 24 กิโลเมตร ปลูกดอกไฮเดรนเยียไว้ตลอดแนวทั้งสองข้างทาง 

สามารถเข้าถึงแม่น้ำได้จากลานจอดรถหลัก (Dai-ichi) โดยเดินเพียงไม่กี่นาที ช่วงฤดูร้อน (มิถุนายน-สิงหาคม) เป็นช่วงที่ดีในการเล่นน้ำ ในขณะที่ช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี (พฤศจิกายน) จะเห็นใบไม้สีสันสดใสสะท้อนบนผิวน้ำ

Hydrangea Road และ Itadori Flower Park

ถนน Hydrangea Road หรือถนนดอกไฮเดรนเยีย เป็นถนนคดเคี้ยวยาว 24 กิโลเมตรตามแนวแม่น้ำ Itadori ปลูกดอกไฮเดรนเยีย (อะจิไซ) มากกว่า 70,000 ต้น ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของฤดูฝนในญี่ปุ่น ดอกไฮเดรนเยียมีหลากหลายสี แต่ส่วนใหญ่เป็นสีม่วงและสีไวโอเลตเข้ม 

ช่วงเวลาที่ดอกบานสวยที่สุดคือปลายเดือนมิถุนายนถึงต้นเดือนกรกฎาคม การขับรถไปตามถนนนี้จะเห็นทิวทัศน์สวยงามของภูเขาและแม่น้ำ โดยตลอดทางมีดอกไฮเดรนเยียสีสันสดใสอยู่สองข้างทาง 

Itadori Flower Park เป็นเรือนกระจกขายดอกไม้นานาชนิด ตั้งอยู่ใกล้กับบ่อน้ำ นอกจากดอกไม้แล้ว ยังมีร้านขายของว่างและของฝากเล็ก ๆ ให้เลือกซื้อ โดยเฉพาะขนมญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม เช่น Kusa Mochi (โมจิผสมใบโยโมกิ) และ Sasamaki Chimaki (ขนมห่อใบไผ่) 

21st Century Forest Park (21世紀の森公園)

สวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกหลากหลาย รวมถึงศูนย์การเรียนรู้ป่าไม้ อาคารฝึกอบรม เส้นทางศึกษาธรรมชาติ สวนเด็กเล่น และที่น่าสนใจที่สุดคือป่าซีดาร์ (Cedar Forest) ซึ่งมีต้นซีดาร์สูงใหญ่ปกคลุมทั้งพื้นที่ สร้างบรรยากาศอันลึกลับและน่าค้นหา 

ภายในสวนยังมีสวนดอกไฮเดรนเยียที่มีดอกบานมากกว่า 30,000 ต้นในช่วงปลายเดือนมิถุนายน นอกจากนี้ยังมีสนามกีฬา สนามทดลอง BMX และสถานที่สำหรับกิจกรรมกลางแจ้งอื่น ๆ

ซึ่งถ้ารวมกันทั้งหมด นักท่องเที่ยวจะได้เห็นความงามของดอกไฮเดรนเยียถึง 100,000 ต้นกันเลยทีเดียว เรียกได้ว่าห้ามพลาดโดยเด็ดขาด

สถานที่อื่น ๆ ที่น่าสนใจในบริเวณใกล้เคียง:

Shiratani Kannon (Engyo-ji Temple) – วัดเล็ก ๆ ที่เงียบสงบ ห่างออกไปประมาณ 450 เมตร นักท่องเที่ยวสามารถเดินจาก Monet’s Pond ไปได้สบายๆ

Enku Horado Memorial – พิพิธภัณฑ์ที่ตั้งอยู่ในเขตศาลเจ้า Koga จัดแสดงเกี่ยวกับพระเอนกุ นักแกะสลักพระพุทธรูปชื่อดัง ห่างออกไป 2.8 กิโลเมตร

Kawaura Valley – หุบเขายาว 7 กิโลเมตร สวยงามในฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง

Mount Koga (高賀山) – ภูเขาที่เป็นต้นกำเนิดของน้ำพุที่ไหลมาที่บ่อน้ำ

เคล็ดลับการถ่ายภาพ Monet’s Pond ให้สวยที่สุด

ที่มา https://www.city.seki.lg.jp/kanko/0000009046.html

Monet’s Pond เป็นสวรรค์ของช่างภาพ แต่การได้ภาพที่สวยงามต้องอาศัยเทคนิคและการเตรียมตัวที่ดี

อุปกรณ์ถ่ายภาพที่แนะนำ

กล้อง:

•           กล้อง DSLR หรือ Mirrorless จะให้คุณภาพภาพที่ดีที่สุด

•           สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ ๆ ก็สามารถถ่ายภาพได้สวยงาม

•           หลีกเลี่ยงการใช้แฟลช เพราะจะสร้างแสงสะท้อนบนผิวน้ำและทำให้ปลาตกใจ

เลนส์:

•           เลนส์ซูม 24-70mm เหมาะที่สุด ครอบคลุมทั้งภาพกว้างและการซูมเข้าหาปลา

•           เลนส์มาโครหรือเลนส์ prime สำหรับถ่ายรายละเอียดดอกบัวและปลา

อุปกรณ์เสริม:

•           Polarizing Filter (CPL) – สำคัญมาก! ช่วยตัดแสงสะท้อนบนผิวน้ำ ทำให้เห็นรายละเอียดใต้น้ำชัดเจนขึ้น

•           Tripod ขนาดกระทัดรัด แต่ต้องระวังไม่ให้กีดขวางผู้อื่น เพราะพื้นที่รอบบ่อไม่กว้างมาก แต่แนะนำให้ไปใช้ขาตั้งกล้องแบบ Monopod จะดีกว่า

•           ร่ม สำหรับบังแสงแดดจัดหรือฝนเล็กน้อย และช่วยลดแสงสะท้อนเมื่อถ่ายภาพ

มุมกล้องและองค์ประกอบภาพ

มุมมองจากด้านบน (Overhead View):

•           เป็นมุมที่นิยมที่สุดและให้ภาพที่คล้ายภาพวาดของโมเนต์มากที่สุด

•           ยืนถ่ายจากขอบบ่อมองลงไปในน้ำ มุม 90 องศา

•           จะเห็นชั้นภาพหลายชั้น: ปลา ดอกบัว ราก และพื้นทราย

•           ควรใช้ CPL Filter เพื่อลดแสงสะท้อนและเห็นรายละเอียดชัดเจน

มุม 45 องศา:

•           มุมนี้ให้ความรู้สึกที่นุ่มนวลกว่า

•           เห็นการสะท้อนของต้นไม้และท้องฟ้าบนผิวน้ำ

•           ลดแสงสะท้อนจากน้ำได้ดีกว่ามุมตรง

การใช้กรอบธรรมชาติ (Natural Framing):

•           ใช้กิ่งไม้ ใบไม้ หรือโครงสร้างไม้รอบบ่อเป็นกรอบภาพ

•           ใช้ Aperture กว้าง (เช่น f/2.8) เพื่อเบลอกรอบและเน้นที่บ่อน้ำ

•           สร้างความรู้สึกเหมือนมองผ่านหน้าต่างไปยังโลกแห่งภาพวาด

การสะท้อน (Reflections):

•           ในวันที่ไม่มีลม น้ำจะนิ่งเหมือนกระจก

•           สะท้อนท้องฟ้า ต้นไม้ และเมฆได้สวยงามมาก

•           ช่วงเช้าตรู่มักได้ภาพสะท้อนที่ดีที่สุด

เทคนิคการถ่ายปลาคาร์ป

https://www.kankou-gifu.jp/spot/detail_5094.html

Shutter Speed:

•           Shutter Speed เร็ว (1/500 – 1/1000) เพื่อจับการเคลื่อนไหวของปลาให้ชัด

•           Shutter Speed ช้า (1/60 – 1/125) เพื่อให้ปลามี Motion Blur แสดงการเคลื่อนไหว

•           ลองทดลองทั้งสองแบบเพื่อดูว่าแบบไหนถูกใจ

การรอคอยอย่างมีมารยาท:

•           ห้ามให้อาหารปลา! จะทำให้น้ำขุ่นและเสียกฎของสถานที่

•           อดทนรอคอย ปลาจะว่ายผ่านมาเป็นระยะ ๆ โดยธรรมชาติ

•           หลีกเลี่ยงการสร้างเสียงดังหรือการรบกวนปลา เพื่อความสงบและความเคารพต่อสัตว์

•           เคารพธรรมชาติและสิ่งมีชีวิตในบ่อเป็นส่วนสำคัญของวัฒนธรรมญี่ปุ่น

การจัดองค์ประกอบกับปลา:

•           มองหาปลาที่มีสีสันสดใสและอยู่ในตำแหน่งที่ดี

•           ปลาที่ว่ายอยู่ใกล้ดอกบัวจะให้ภาพที่สวยที่สุด

•           สังเกตแสงและเงาบนตัวปลา เลือกมุมที่เห็นสีสันชัดเจน

•           ถ่ายหลาย ๆ ภาพ เพราะปลาเคลื่อนไหวตลอดเวลา

ตำนานปลาคาร์ปหัวใจแห่งความรัก

สืบเนื่องมาจากเนื้อหาในข้างต้นเกี่ยวกับปลาคาร์ฟที่มีลายรูปหัวใจบนหัว ในบ่อน้ำ Monet’s Pond มีตำนานท้องถิ่นที่น่าสนใจเกี่ยวกับปลาคาร์ปตัวหนึ่งที่มีลายรูปหัวใจสีแดงสดบนหัว ตามความเชื่อของชาวบ้าน ผู้ที่โชคดีได้พบปลาตัวนี้จะได้พบกับรักแท้ ทำให้หลายคนมาที่นี่พยายามตามหาปลาตัวพิเศษนี้

ลักษณะของปลาหัวใจ: มักเป็นปลาคาร์ปสายพันธุ์สีขาว (Kohaku หรือ Tancho) ที่มีจุดสีแดงสดบริเวณกลางหัว ซึ่งรูปร่างคล้ายหัวใจ การพบปลาตัวนี้ต้องอาศัยความอดทน เพราะปลาในบ่อมีหลายสิบตัว และการเคลื่อนไหวตลอดเวลา

ปลาคาร์ปในญี่ปุ่นเป็นสัญลักษณ์ของโชคลาภ ความเข้มแข็ง และความมุ่งมั่น ในภาษาญี่ปุ่น คำว่า “Koi” (鯉) เป็นคำพ้องเสียงกับคำว่า “Koi” (恋) ซึ่งแปลว่าความรักหรือความผูกพัน ทำให้ปลาคาร์ปกลายเป็นสัญลักษณ์ของความรักและมิตรภาพในวัฒนธรรมญี่ปุ่น

 นอกจากนี้ยังมีตำนานจีนเกี่ยวกับปลาคาร์ปที่ว่ายทวนน้ำไปถึง “ประตูมังกร” (Longmen) ซึ่งเป็นน้ำตกอันสูงชัน ปลาคาร์ปที่กล้าหาญพอที่จะกระโดดข้ามน้ำตกจะกลายร่างเป็นมังกรผู้ทรงพลัง สะท้อนถึงความพยายามและการเอาชนะอุปสรรค

การค้นหาปลาหัวใจจึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของความสนุกในการมาเยือน Monet’s Pond ไม่ว่าจะเจอหรือไม่เจอ ความงามของบ่อน้ำและบรรยากาศอันสงบก็เพียงพอที่จะทำให้รู้สึกได้ถึงความรักและความประทับใจที่มีต่อสถานที่แห่งนี้

ข้อมูลสำคัญสำหรับนักท่องเที่ยว

เวลาเปิด-ปิด และค่าเข้าชม

เวลาเปิด-ปิด:

•           เปิดตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวัน ไม่มีวันหยุด

•           เป็นพื้นที่กลางแจ้งสาธารณะ ไม่มีประตูปิด

•           แนะนำมาในช่วงกลางวัน (8.00-16.00 น.) เพื่อความปลอดภัยและแสงสวยงาม

ค่าเข้าชม:

•           ฟรี ไม่มีค่าเข้าชม

•           ค่าจอดรถ: ฟรี (ที่จอดใกล้ศาลเจ้า) หรือ 500 เยน (ที่จอดแบบมีของที่ระลึก)

ที่อยู่: 195 Itadori, Seki City, Gifu Prefecture 501-2901

โทรศัพท์: 0581-57-2111 (สำนักงานท่องเที่ยว Seki City)

สิ่งอำนวยความสะดวก

ห้องน้ำ:

•           มีห้องน้ำสาธารณะบริเวณลานจอดรถใกล้ Itadori Flower Park

จุดทิ้งขยะ:

•           ไม่มีถังขยะสาธารณะบริเวณบ่อน้ำ

•           นักท่องเที่ยวต้องเตรียมถุงใส่ขยะนำกลับไปทิ้งที่อื่น 100%

•           โปรดช่วยรักษาความสะอาดของสถานที่

การเข้าถึง (Accessibility):

•           ทางเดินรอบบ่อเป็นดินและหินธรรมชาติ ไม่เรียบเสมอกัน

•           อาจไม่สะดวกสำหรับผู้ใช้รถเข็นหรือผู้สูงอายุที่เดินไม่ถนัด

•           จากลานจอดรถถึงบ่อน้ำต้องเดินเท้าประมาณ 150-200 เมตร

•           พื้นอาจลื่นเมื่อเปียก ควรสวมรองเท้าที่เหมาะสม

ร้านอาหาร:

•           บริเวณใกล้เคียงมีร้านอาหารท้องถิ่นจำนวนจำกัด

•           มีคาเฟ่เล็ก ๆ และร้านขายของว่างที่ Itadori Flower Park

•           แนะนำให้เตรียมอาหารและน้ำดื่มมาด้วย โดยเฉพาะถ้ามาช่วงเช้า

มารยาทและข้อควรปฏิบัติ

สิ่งที่ห้ามทำ:

•           ห้ามให้อาหารปลา – จะทำให้น้ำขุ่นและเสียระบบนิเวศของบ่อ

•           ห้ามบินโดรน – มีป้ายห้ามชัดเจน หากฝ่าฝืนอาจถูกเรียกตำรวจ

•           ห้ามลงไปในบ่อน้ำหรือแตะต้องปลา

•           ห้ามทิ้งขยะ – ไม่มีถังขยะ ต้องนำกลับไปทิ้งที่อื่น

•           ห้ามสูบบุหรี่ บริเวณบ่อน้ำและศาลเจ้า

สิ่งที่ควรทำ:

•           เคารพบรรยากาศที่เงียบสงบ พูดคุยเบา ๆ

•           ให้ความเคารพศาลเจ้า Nemichi Shrine

•           รอคิวถ่ายภาพอย่างสุภาพ ไม่ใช้เวลานานเกินไป

•           ระวังไม่ให้ขาตั้งกล้องหรืออุปกรณ์อื่นๆ กีดขวางผู้อื่น

•           เดินระมัดระวังบนทางเดินรอบบ่อ

•           นำขยะกลับไปทิ้งที่อื่น

เคล็ดลับเพิ่มเติม:

•           มาในวันธรรมดาจะคนน้อยกว่าวันหยุด

•           หลีกเลี่ยงมาหลังฝนตก 1-2 วัน เพราะน้ำจะขุ่น

•           ตรวจสอบพยากรณ์อากาศก่อนไป วันที่มีแดดจะได้ภาพสวยที่สุด

•           ใช้เวลาประมาณ 30-60 นาทีก็เพียงพอ เพราะบ่อน้ำไม่ใหญ่มาก

•           สามารถซื้อของฝากที่ Itadori Flower Park ใกล้ ๆ บ่อ

สรุป

ที่มา Chillchilljapan

Monet’s Pond คือหนึ่งในปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่นิยามแบบง่ายๆว่า “ความงามที่ยิ่งใหญ่ที่สุดกลับมาจากสิ่งที่เรียบง่ายที่สุด” อย่างเช่นบ่อน้ำเล็ก ๆ บ่อนี้ที่ไม่เคยมีชื่อ แต่กลับกลายเป็นผลงานศิลปะที่มีชีวิต ดึงดูดผู้คนจากทั่วทุกมุมโลกมาสัมผัสกับภาพวาดของโมเนต์ที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า 

การเดินทางไปยัง Monet’s Pond อาจไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องใช้เวลาและความพยายาม แต่เมื่อได้ยืนอยู่ริมบ่อน้ำ มองลงไปในน้ำใสปริศนา เห็นปลาคาร์ปสีสันสดใสว่ายวนท่ามกลางดอกบัวที่ลอย ล้อมรอบด้วยต้นไม้และภูเขา ท่ามกลางความเงียบสงบที่ถูกขัดจังหวะเพียงเสียงน้ำไหลและลมพัด ทุกอย่างก็คุ้มค่ากับการเดินทาง

 นี่ไม่ใช่แค่สถานที่ท่องเที่ยว แต่เป็นประสบการณ์ที่ทำให้เราหยุดชะงักจากจังหวะชีวิตที่รีบเร่ง กลับมาเห็นความงามในสิ่งเล็ก ๆ รอบตัว และเข้าใจว่าทำไมศิลปะและธรรมชาติจึงสามารถหลอมรวมกันได้อย่างลงตัว Monet’s Pond คือจุดที่เราได้เห็นว่าบางครั้ง ธรรมชาติเองก็สามารถเป็นศิลปินที่ยิ่งใหญ่ที่สุดได้ 

หากมีโอกาสมาเยือนจังหวัด Gifu อย่าพลาดที่จะแวะมาสัมผัสกับความมหัศจรรย์แห่งบ่อน้ำโมเนต์ ซึ่งเป็นสถานที่ที่พิสูจน์ให้เห็นว่า ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหนในโลก ความงามและความมหัศจรรย์สามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ ถ้าเราสังเกตและเปิดใจให้กับมัน

Contents Index
  1. 1 Monet’s Pond คืออะไร ทำไมถึงถูกเรียกว่า “บ่อน้ำโมเนต์”
    1. 1.1 Monet’s Pond หรือ Nameless Pond คืออะไร
    2. 1.2 เหตุใดจึงเรียกว่า “บ่อน้ำโมเนต์”
  2. 2 ประวัติความเป็นมาของบ่อน้ำ
  3. 3 ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการไปชม Monet’s Pond
    1. 3.1 ฤดูที่ดอกบัวบาน (พฤษภาคม-ตุลาคม)
    2. 3.2 ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี (พฤศจิกายน-ธันวาคม)
    3. 3.3 ช่วงเวลาในวันที่ควรไป
  4. 4 วิธีการเดินทางไป Monet’s Pond
    1. 4.1 การเดินทางด้วยรถยนต์ (แนะนำ)
    2. 4.2 การเดินทางด้วยรถบัส
      1. 4.2.1 เส้นทางหลัก – จาก JR Gifu Station:
    3. 4.3 ที่จอดรถและค่าใช้จ่าย
  5. 5 สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง Monet’s Pond
    1. 5.1 ศาลเจ้า Nemichi Shrine (根道神社)
    2. 5.2 แม่น้ำ Itadori River (板取川)
    3. 5.3 Hydrangea Road และ Itadori Flower Park
    4. 5.4 21st Century Forest Park (21世紀の森公園)
    5. 5.5 สถานที่อื่น ๆ ที่น่าสนใจในบริเวณใกล้เคียง:
  6. 6 เคล็ดลับการถ่ายภาพ Monet’s Pond ให้สวยที่สุด
    1. 6.1 อุปกรณ์ถ่ายภาพที่แนะนำ
    2. 6.2 มุมกล้องและองค์ประกอบภาพ
    3. 6.3 เทคนิคการถ่ายปลาคาร์ป
  7. 7 ตำนานปลาคาร์ปหัวใจแห่งความรัก
  8. 8 ข้อมูลสำคัญสำหรับนักท่องเที่ยว
  9. 9 สรุป
Kitslaughter666

Blogger : Kitslaughter666

ผมชื่อ กิด เป็นคนที่สนใจประเทศญี่ปุ่นเป็นพิเศษโดยเฉพาะประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น และชอบทานราเมง กับ ปลาปักเป้า เป็นชีวิตจิตใจ รักการถ่ายเซลฟี่กับกวางที่เกาะมิยาจิม่า ชอบภูมิภาคชูโกกุ ชอบเที่ยวสถานที่Unseenของญี่ปุ่น

114 Posts

โหวต

| Polls
โหวต | Polls
  • มีแพลนจะไปเที่ยวญี่ปุ่นเมื่อไหร่

    View Results

    Loading ... Loading ...

กรณีฉุกเฉิน

| Emergency
  • Police

    110

  • Ambulance

    119

  • AMDA International Medical Information Center

    03-6233-9266

  • สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว

    090-4435-7812

  • สถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซาก้า

    090-1895-0987

  • สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฟุกุโอกะ

    090-2585-3027 หรือ 090-9572-1515