คูปองส่วนลดที่น่าสนใจ
15%
20%
15%
Taisho Pond (大正池 ไทโช อิเกะ) เป็นบึงธรรมชาติที่เกิดขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์จากเหตุการณ์ธรรมชาติครั้งใหญ่ เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2458 (ค.ศ. 1915) ภูเขาไฟ Yakedake ปะทุอย่างรุนแรง กระแสดินโคลนจากภูเขาไฟ (volcanic mudflow/lahar) ไหลถล่มมาปิดกั้นแม่น้ำ Azusa ทำให้เกิดบึงขนาดใหญ่ขึ้นในชั่วข้ามคืน
ชื่อ “Taisho” มาจากชื่อยุคสมัยไทโชที่เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น บึงแห่งนี้ตั้งอยู่ในเขต Kamikochi (上高地 คามิโคจิ) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติ Chubu Sangaku ในจังหวัด Nagano ระดับความสูงจากน้ำทะเลประมาณ 1,490 เมตร รายล้อมไปด้วยเทือกเขา Northern Japan Alps ที่สูงตระหง่าน
สิ่งที่ทำให้ Taisho Pond โดดเด่นคือต้นไม้แห้งเหี่ยวที่ยืนตระหง่านอยู่กลางบึง ซึ่งเป็นซากต้นไม้ที่จมอยู่ใต้น้ำตั้งแต่เกิดบึงขึ้นครั้งแรก แม้เวลาจะผ่านไปกว่า 100 ปี ต้นไม้เหล่านี้ยังคงสร้างทิวทัศน์อันเป็นเอกลักษณ์ให้กับบึง สร้างบรรยากาศลึกลับและศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่เหมือนใคร

Taisho Pond เป็นหนึ่งในจุดชมวิวที่งดงามที่สุดใน Kamikochi ด้วยน้ำใสสะอาดสีฟ้าอมเขียวที่สะท้อนภาพเทือกเขา Hotaka (穂高連峰) และภูเขาไฟ Yakedake ที่ยังคงมีควันพวยพุ่งออกมา ในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใสและไม่มีลม ผิวน้ำจะเรียบนิ่งเหมือนกระจกเงา สะท้อนภาพภูเขาได้อย่างสมบูรณ์แบบ สร้างทัศนียภาพที่สวยงามจนแทบไม่น่าเชื่อ
• น้ำใสสะอาดสีฟ้าอมเขียวที่เห็นทะลุถึงก้นบึง
• ทิวทัศน์ภูเขา Hotaka และ Yakedake สะท้อนน้ำแบบกระจกเงา
• ต้นไม้แห้งเหี่ยวที่ยืนตระหง่านกลางบึงมากกว่า 100 ปี
• บรรยากาศป่าไม้เบิร์ชสีขาวและต้นสนลาร์ชรอบบึง
• ได้รับการคุ้มครองเป็นอุทยานแห่งชาติที่ห้ามรถยนต์ส่วนตัวเข้า
Taisho Pond ยังเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางเดินป่ายอดนิยมใน Kamikochi โดยหลายคนเลือกลงจากรถบัสที่ป้าย Taisho Pond แล้วเดินไปยัง Kappa Bridge ซึ่งใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง เพื่อชมทิวทัศน์ธรรมชาติที่สวยงามตลอดเส้นทาง
• ระยะทาง: ประมาณ 3.5 กิโลเมตร
• เวลาเดิน: 60-90 นาที (ขึ้นอยู่กับการหยุดถ่ายรูป)
• ระดับความยาก: ง่าย – เหมาะกับมือใหม่และครอบครัว
• ประเภททาง: ทางไม้เดิน ทางดิน และทางกรวดเล็กน้อย
• ความสูงขึ้น-ลง: น้อยมาก เกือบเป็นพื้นราบตลอดทาง

ชมวิวบึงสวยพร้อมภูเขา Hotaka และ Yakedake สะท้อนน้ำ ถ่ายรูปกับต้นไม้แห้งเหี่ยวโบราณที่ยืนอยู่กลางบึง มีร้านค้าเล็กๆ และห้องน้ำบริการ
ห่างจาก Taisho Pond ประมาณ 1.2 กม. หรือ 25 นาที เป็นบึงเล็กๆ ที่มีบรรยากาศสงบเงียบ รายล้อมด้วยพื้นที่ชื้นแฉะ มีดอกไม้ป่าสวยงามในช่วงฤดูร้อน เช่น ดอก Azalea ญี่ปุ่น และดอก Sagisuge น้ำใสสะท้อนภูเขาได้สวยมาก เป็นจุดที่นักถ่ายรูปชื่นชอบ
สะพานเล็กๆ ที่ข้ามแม่น้ำ Azusa ชมวิวแม่น้ำไหลเชี่ยวพร้อมหินกรวดสีขาวสวยงาม เป็นจุดพักเล็กๆ ก่อนถึง Kappa Bridge
สะพานแขวนสัญลักษณ์ของ Kamikochi ข้ามแม่น้ำ Azusa มีวิวภูเขา Hotaka สุดอลังการ บริเวณนี้มีร้านอาหาร โรงแรม ร้านขายของที่ระลึก และศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยว
• ลงจากรถบัสที่ป้าย Taisho Pond แล้วเดินไปยัง Kappa Bridge (ทางเดียว) จะประหยัดเวลาและพลังงานกว่าเดินไป-กลับ
• มีทางเลือก 2 เส้นทาง: ทางฝั่งแม่น้ำ (Azusa River Course) ชมวิวแม่น้ำสวยงาม หรือทางป่า (Forest Course) เงียบสงบร่มรื่น แนะนำเดินทางไปทางหนึ่ง กลับทางอีกหนึ่ง
• หยุดพักและถ่ายรูปตามใจชอบ เพราะวิวสวยตลอดทาง
• พกน้ำดื่มและของว่างติดตัว แม้ทางจะไม่ยาก แต่การเดินป่าทำให้กระหายน้ำ

จาก Kappa Bridge เดินต่อไปอีก 2 กม. (40 นาที) จะถึง Myojin Pond (明神池) บึงศักดิ์สิทธิ์ในเขตศาลเจ้า Hotaka Shrine มีค่าเข้า 500 เยน บรรยากาศสงบเงียบ น้ำใสมากจนเห็นปลาว่ายอยู่ เหมาะกับผู้ที่มีเวลาและอยากเดินต่อ ไป-กลับจาก Taisho Pond รวมประมาณ 11 กม. ใช้เวลา 4-5 ชั่วโมง
สำหรับนักเดินทางที่มีเวลาและชอบเดินป่า จาก Myojin Pond เดินต่อไปอีก 1 ชั่วโมงจะถึง Tokusawa พื้นที่หญ้าทุ่งกว้างใหญ่ มีดอกไม้ป่าขาวสวยงามในเดือนพฤษภาคม และใบไม้เปลี่ยนสีสวยในฤดูใบไม้ร่วง มีโรงแรมภูเขาและร้านอาหารบริการ สามารถเดินจาก Taisho Pond ถึง Tokusawa และกลับมาถึงสถานีรถบัสได้ภายใน 1 วัน แต่ต้องออกเดินตั้งแต่เช้ามืด

ช่วงเปิด-ปิด: Kamikochi เปิดให้เข้าชมได้ตั้งแต่ วันที่ 17 เมษายน – 15 พฤศจิกายน ของทุกปี ปิดในช่วงฤดูหนาว (กลางพฤศจิกายน – กลางเมษายน) เนื่องจากหิมะตกหนักและอันตราย
• ดอกไม้เทือกเขาบานสะพรั่ง โดยเฉพาะ Japanese Azalea สีชมพูสวยงาม
• หิมะบนยอดเขายังคงอยู่ สร้างความงามแบบ 3 ฤดูกาล (หิมะ + ใบไม้อ่อน + ท้องฟ้าสีฟ้า)
• นักท่องเที่ยวยังไม่เยอะมาก โดยเฉพาะช่วงปลายเมษายน – พฤษภาคม
• อากาศเย็นสบาย แต่อาจเจอฝนบ้างในบางวัน
• ข้อควรระวัง: ช่วงต้นเดือนเมษายนอาจยังมีหิมะเหลือบนเส้นทางเดิน ทำให้ทางลื่นและเดินยาก
• อากาศเย็นสบาย หนีความร้อนจากเมืองใหญ่ได้ดี อุณหภูมิ 15-25 องศาเซลเซียส
• หมอกยามเช้าสวยงามมาก โดยเฉพาะที่ Taisho Pond สร้างบรรยากาศลึกลับ
• ป่าไม้เขียวชอุ่มเต็มที่ น้ำในบึงใสสะอาด
• ข้อควรระวัง: นักท่องเที่ยวเยอะมากในช่วงวันหยุดกลางปี (กลางกรกฎาคม – สิงหาคม) และวันหยุดสุดสัปดาห์
• ใบไม้เปลี่ยนสีสวยงามสุดๆ โดยเฉพาะ ต้นเบิร์ช ต้นลาร์ช และต้น Judas tree
• ช่วงที่สวยที่สุด: กลางตุลาคม ใบไม้สีทอง-ส้ม-แดงสะท้อนน้ำสวยมาก
• อาจเห็นหิมะบนยอดเขาตั้งแต่ปลายตุลาคม สร้างความงามแบบ 3 ระดับ (หิมะบนยอด + ใบไม้สีทอง + ใบสนเขียว)
• ท้องฟ้าสีฟ้าใส อากาศเย็นสบาย
• ข้อควรระวัง: นักท่องเที่ยวเยอะมากในเดือนตุลาคมและวันหยุดสุดสัปดาห์ ควรจองที่พักและรถบัสล่วงหน้า

• หมอกยามเช้าสวยมาก โดยเฉพาะในฤดูร้อน
• แสงแดดยามเช้าส่องผ่านหมอกสร้างบรรยากาศมหัศจรรย์
• น้ำนิ่งสนิท ไม่มีลม สะท้อนภาพได้ชัดเจนที่สุด
• นักท่องเที่ยวยังน้อย เงียบสงบ
• อากาศเย็นสบาย เดินไม่ร้อน
• แสงสวยสำหรับถ่ายรูป ไม่แรงจ้าเกินไป
• มีเวลาเหลือเฟือในการเดินไป Kappa Bridge และสำรวจพื้นที่
• นักท่องเที่ยวเริ่มลดลง
• แสงแดงยามบ่ายสร้างบรรยากาศอบอุ่น
• ต้องรีบเดินกลับเพื่อไม่พลาดรถบัสเที่ยวสุดท้าย (รอบสุดท้ายมักจะเร็ว อาจเป็น 17:00-18:00 น. ขึ้นอยู่กับฤดูกาล)
• ชมดาวบนฟ้ากลางคืน ท้องฟ้าใสจัด เห็นดาวเต็มท้องฟ้า
• ต้องพักในโรงแรมใน Kamikochi เพราะไม่มีรถบัสกลางคืน

ลงจากรถบัสแล้วเดินลงบันไดเล็กน้อยจะเจอแท่นชมวิวที่สวยที่สุด มุมมองกว้าง เห็นภูเขา Hotaka, Yakedake และต้นไม้แห้งกลางบึงได้อย่างชัดเจน เป็นจุดถ่ายรูปคลาสสิกที่ทุกคนต้องแวะ ยามเช้ามีหมอกบางๆ ปกคลุมบึง สร้างบรรยากาศลึกลับสวยงาม
เดินไปทางขวาจากแท่นชมวิวประมาณ 100 เมตร จะเจอจุดเงียบๆ ที่มีมุมมองสวยไม่แพ้กัน แต่มีนักท่องเที่ยวน้อยกว่า เหมาะกับการถ่ายรูปแบบสงบๆ มีต้นไม้แห้งเหี่ยวใกล้ชิดมากกว่า สามารถถ่ายภาพแนวลักษณะศิลปะได้สวยงาม
เดินไปตามทางป่าริมบึงประมาณ 200-300 เมตร มีจุดสวยๆ กระจายตลอดทาง บางจุดเห็นภูเขา Yakedake พร้อมควันพวยพุ่งขึ้น บางจุดเห็นผิวน้ำสะท้อนต้นเบิร์ชสีขาว มุมมองเปลี่ยนไปตลอดทาง
เล็กกว่า Taisho Pond แต่สวยไม่แพ้กัน บรรยากาศเงียบสงบมากกว่า น้ำสะท้อนภูเขาได้ชัดเจน มีทางไม้เดินเข้าไปในบึงชมมุมมองใกล้ชิด เหมาะกับการถ่ายรูปแบบละเอียด จับรายละเอียดของภูเขาสะท้อนน้ำ

• เลนส์มุมกว้าง (Wide-angle lens) เหมาะสำหรับถ่ายภาพกว้างให้ได้ทั้งบึงและภูเขา
• Polarizing filter ช่วยลดแสงสะท้อนบนผิวน้ำ ทำให้เห็นต้นไม้ใต้น้ำชัดขึ้น และทำให้ท้องฟ้าสีน้ำเงินเข้มขึ้น
• ขาตั้งกล้อง (Tripod) จำเป็นสำหรับการถ่ายภาพยามเช้ามืดหรือยามค่ำคืน และช่วยให้ภาพสะท้อนน้ำคมชัดขึ้น
• สมาร์ทโฟน ถ่ายได้สวยมากเช่นกัน โดยเฉพาะในยามที่แสงดี
• ภาพสะท้อนน้ำ (Mirror Reflection): ถ่ายยามเช้าตรู่หรือยามที่ไม่มีลม น้ำจะนิ่งมากสะท้อนภาพภูเขาได้ชัดเจน ใช้กฎ Rule of Thirds วางเส้นขอบฟ้าที่ 1/3 ของภาพ
• ภาพต้นไม้แห้ง (Dead Trees): เน้นต้นไม้เป็นจุดสนใจ ถ่ายแบบ Silhouette เมื่อแสงแดดอยู่ข้างหลัง หรือถ่ายใกล้ๆ เพื่อจับรายละเอียดเปลือกไม้และกิ่งก้าน
• ภาพหมอกยามเช้า (Morning Mist): หมอกจะเกิดในช่วงฤดูร้อน โดยเฉพาะหลังฝนตก แสงแดดยามเช้าส่องผ่านหมอกสร้างลำแสงสวยงาม
• ภาพใบไม้เปลี่ยนสี (Autumn Colors): ถ่ายในฤดูใบไม้ร่วง ใช้สีทอง-ส้ม-แดงเป็นจุดเด่น ควรถ่ายตอนท้องฟ้าสีฟ้าใส เพื่อให้สีสันตัดกันสวยงาม
• ภาพบุคคลกับธรรมชาติ (Portrait with Nature): ใช้บึงหรือภูเขาเป็น Background สวยงาม ยืนที่แท่นชมวิวหรือทางไม้เดิน
• Golden Hour ยามเช้า (6:00-7:30 น.): แสงอ่อนนุ่ม สีทอง สวยที่สุด
• Blue Hour ยามเช้ามืด (5:00-6:00 น.): ท้องฟ้าสีน้ำเงินอ่อน บรรยากาศสงบเงียบ
• ตอนเที่ยงวัน (11:00-14:00 น.): แสงแรง ควรใช้ Polarizing filter และถ่ายในเงาหรือหลีกเลี่ยงการถ่ายภาพบุคคล
• หลังฝนตก: อากาศใส สีสันสดใส น้ำในบึงใสมากขึ้น
Taisho Pond
| ที่อยู่ | Azumi, Matsumoto, Nagano 390-1520, Japan |
| วิธีเดินทาง | สามารถขึ้นรถบัสจากสถานีรถบัสทาคายาม่าโนฮิ (Takayama Nohi Bus Center) ไปลงที่ป้ายฮิรายุออนเซ็น (Hirayu Onsen / Hirayu Bus Terminal) โดยตารางรถจะวิ่งทุกๆ 1 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 7:00 – 17:30 โดยจะใช้เวลาประมาณ 1.30 ชม |
| เวลาทำการ | เปิดทุกวัน 05:00 – 19:00 คามิโคจิเปิดเส้นทางให้ท่องเที่ยวระหว่างช่วง กลางเดือนเมษายน – กลางเดือนพฤศจิกายนเท่านั้น |
| ราคา | เข้าชมฟรี |
| Website | Taisho Pond Kamikochi Official Website |

ข้อสำคัญ: รถยนต์ส่วนตัวและรถจักรยานยนต์ ห้ามเข้า Kamikochi ตลอดทั้งปี ต้องจอดรถที่ลานจอดรถ Sawando หรือ Hirayu (Akandana) แล้วเปลี่ยนมาขึ้นรถบัสหรือแท็กซี่เข้าไป
มีรถบัสตรงจากหลายจุด: Shinjuku (บัสเตอร์มินัล Basta Shinjuku), Tokyo Station (ประตูทางออก Yaesu South), Shibuya (Shibuya Mark City) ไป Kamikochi โดยตรง
• รถบัสกลางคืน (Night Bus): ออกจาก Shinjuku ประมาณ 22:30-23:30 น. ถึง Kamikochi เช้า 6:00-7:00 น. (ใช้เวลา 5-7 ชั่วโมง) ราคา 8,000-12,000 เยนต่อคน มีที่นั่งแบบ 3 แถว (นอนสบายกว่า) หรือ 4 แถว (ราคาถูกกว่า)
• รถบัสกลางวัน (Day Bus): ออกจาก Shinjuku เช้า 6:30-7:00 น. ถึง Kamikochi บ่าย 12:00-13:30 น. (ใช้เวลา 5-6 ชั่วโมง) ราคา 8,000-12,000 เยนต่อคน
★ ต้องจองล่วงหน้า 1 เดือน ผ่านเว็บไซต์ Alpico หรือ Japan Bus Online
★ ราคาอาจแตกต่างกันตามช่วงเวลาและวันเดินทาง วันหยุดและฤดูใบไม้ร่วงแพงกว่า
ขั้นตอนที่ 1: Tokyo/Shinjuku → Matsumoto
• รถไฟ JR Limited Express Azusa (ใช้ JR Pass ได้): ใช้เวลา 2.5-3 ชั่วโมง ราคา 6,900 เยน (ไม่รวม JR Pass)
• หรือ รถบัส Highway จาก Shinjuku: ใช้เวลา 3-3.5 ชั่วโมง ราคา 4,100-4,500 เยน (ถูกกว่า)
ขั้นตอนที่ 2: Matsumoto → Shin-shimashima
• ขึ้นรถไฟสาย Matsumoto Dentetsu Kamikochi Line (ไม่ใช่ JR, ใช้ JR Pass ไม่ได้) ใช้เวลา 30 นาที ราคา 710 เยน
ขั้นตอนที่ 3: Shin-shimashima → Kamikochi (Taisho Pond Bus Stop)
• ขึ้นรถบัส Alpico ที่สถานี Shin-shimashima ใช้เวลา 60 นาที ราคา 3,000 เยน (ไป-กลับ) หรือ 2,000 เยน (เที่ยวเดียว) ★ ต้องจองรถบัสล่วงหน้า ผ่านเว็บไซต์ Alpico (เริ่มจองได้ 1 เดือนก่อนเดินทาง)
• ใช้รถไฟ JR: ประมาณ 10,370 เยน (ถ้าใช้ JR Pass จะประหยัดได้)
• ใช้รถบัส Highway: ประมาณ 9,000-10,000 เยน (ถูกกว่า)
Shinjuku → Takayama (รถบัส Highway 5-6 ชั่วโมง) → Hirayu Onsen (รถบัส 1 ชั่วโมง) → Kamikochi (รถบัส 25-30 นาที)
จากมัตสึโมโตะ (Matsumoto)
ขั้นตอนที่ 1: Matsumoto Station → Shin-shimashima Station
• รถไฟสาย Matsumoto Dentetsu Kamikochi Line ใช้เวลา 30 นาที ราคา 710 เยน ไม่สามารถใช้ JR Pass หรือ Suica/Pasmo ซื้อตั๋วที่ตู้หรือเคาน์เตอร์
ขั้นตอนที่ 2: Shin-shimashima → Kamikochi (Taisho Pond)
• รถบัส Alpico ใช้เวลา 60 นาที ราคา 3,000 เยน (ไป-กลับ) ★ ต้องจองล่วงหน้า
• มีรถบัสตรงบางเที่ยวจาก Matsumoto Bus Terminal → Kamikochi (ไม่มีรถกลับ ต้องกลับผ่าน Shin-shimashima)
• ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 45 นาที ราคา 4,450 เยน (เที่ยวเดียว)
• 2 Days Free Passport: ให้เดินทางไป-กลับ Kamikochi ได้ไม่จำกัดภายใน 2 วัน รวมรถไฟ Matsumoto Dentetsu และรถบัส Alpico ราคาประมาณ 6,000-7,000 เยน (ประหยัดกว่าซื้อแยก)
• ★ ซื้อได้ที่ Matsumoto Bus Terminal หรือ Shin-shimashima Station
จากทาคายาม่า (Takayama)
ขั้นตอนที่ 1: Takayama → Hirayu Onsen
• รถบัส Nohi ใช้เวลา 60 นาที ราคา 1,600 เยน มีรถทุกชั่วโมง
ขั้นตอนที่ 2: Hirayu Onsen → Kamikochi (Taisho Pond)
• รถบัส Alpico หรือแท็กซี่ ใช้เวลา 25-30 นาที ราคา 1,500 เยน (เที่ยวเดียว) หรือ 2,800 เยน (ไป-กลับ) มีรถบัสทุก 20 นาทีและ 50 นาที (นาฬิกา)
★ ข้อดี:
• เหมาะกับผู้ที่มาจาก Osaka/Kyoto ผ่านทาคายาม่า
• สามารถแวะพักที่ Hirayu Onsen (ออนเซ็นดัง) ได้
• Taisho Pond: ฟรี ไม่มีค่าเข้า
• Kamikochi โดยรวม: ฟรี ไม่มีค่าเข้าอุทยาน
• Myojin Pond: มีค่าเข้า 500 เยน (เฉพาะบึงนี้)
• ที่จอดรถ: Sawando 700 เยน/วัน, Hirayu (Akandana) 600 เยน/วัน
• ช่วงเปิด: 17 เมษายน – 15 พฤศจิกายน ของทุกปี
• ช่วงปิด: 16 พฤศจิกายน – 16 เมษายน (ฤดูหนาว หิมะตกหนัก อันตราย)
• เวลาเข้าออก: ขึ้นอยู่กับตารางรถบัส รถบัสเที่ยวแรกถึงประมาณ 6:00 น. เที่ยวสุดท้ายออกประมาณ 17:00-18:00 น. (ขึ้นอยู่กับฤดูกาล)
• ห้องน้ำสาธารณะ (ฟรี แต่เบื้องต้น)
• ร้านค้าเล็กๆ ขายของว่างและเครื่องดื่ม (เปิดไม่ตลอด)
• ป้ายรถบัส มีที่นั่งพักเล็กน้อย
• Kamikochi Bus Terminal: มีห้องน้ำ ร้านอาหาร ร้านขายของฝาก
• Kamikochi Visitor Center: เปิด 8:00-17:00 น. มีข้อมูลธรรมชาติ แผนที่ ฟรี
• โรงแรมหลายแห่ง: Imperial Hotel, Nishi-Itoya Mountain Lodge, Kamikochi Lemeiesta Hotel
• ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านขายของที่ระลึก
• ห้องน้ำหลายจุดตลอดเส้นทางเดิน
• โรงแรม/Lodge ใน Kamikochi: ราคา 20,000-60,000 เยน/คืน (รวมอาหาร) ต้องจองล่วงหน้าหลายเดือน
• Konashidaira Campsite: ค่ายพักแรมมีอุปกรณ์ครบ ราคาถูกกว่า
• ที่พักนอก Kamikochi: Matsumoto, Hirayu Onsen, Takayama (ราคาถูกกว่ามาก)

• รองเท้าเดินป่าหรือรองเท้าผ้าใบที่พื้นกันลื่น (ทางอาจเปียกหรือลื่น)
• เสื้อแจ็คเก็ตกันลมและกันฝน (อากาศเปลี่ยนแปลงเร็ว)
• เสื้อผ้าหลายชั้น (อากาศหนาวเย็นแม้ในฤดูร้อน โดยเฉพาะยามเช้าและเย็น)
• หมวกกันแดดและแว่นกันแดด (แสงแดดแรงในภูเขา)
• ถุงเท้าหนาสำหรับเดิน (ป้องกันตุ่มพอง)
• กระติกน้ำ หรือน้ำดื่มพกพา (อย่างน้อย 500 มล.)
• ของว่างพกพา เช่น โอนิงิริ ขนมปัง ขนมพลังงาน (ร้านอาหารในพื้นที่จำกัด)
• ครีมกันแดด (แสงแดด UV แรงในภูเขา)
• ยากันยุง (มียุงในช่วงฤดูร้อน)
• กล้องถ่ายรูป อุปกรณ์ชาร์จแบตเตอรี่พกพา (ไฟจำกัดในพื้นที่)
• แผนที่เส้นทางเดิน (มีให้ฟรีที่ Visitor Center)
• เงินสดพอสมควร (บางร้านไม่รับบัตรเครดิต)
• เมษายน-พฤษภาคม: 5-15°C (อากาศเย็น อาจมีหิมะเล็กน้อย)
• มิถุนายน-สิงหาคม: 15-25°C (อากาศเย็นสบาย)
• กันยายน-ตุลาคม: 10-20°C (อากาศเย็น โดยเฉพาะยามเช้าและเย็น)
• พฤศจิกายน: 0-10°C (อากาศหนาวมาก อาจมีหิมะ)

รถบัสจาก Shin-shimashima ไป Kamikochi และกลับ ต้องจองล่วงหน้าทางเว็บไซต์ Alpico Transportation โดยเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้ร่วง (ตุลาคม) และวันหยุดยาว รถบัสเต็มเร็วมาก ควรจองทันทีที่เปิดจอง (1 เดือนก่อน)
เมื่อถึง Kamikochi Bus Terminal ให้ไปขอตั๋วจองที่นั่งรถบัสกลับ (Seiriken) ที่ห้อง Kamikochi Sightseeing Center ทันที โดยบอกเวลาที่ต้องการกลับ หากไม่จอง อาจไม่มีที่นั่งในรถบัสเที่ยวสุดท้าย

• ลิงญี่ปุ่น (Japanese Macaques): เห็นได้บ่อย โดยเฉพาะบริเวณ Tashiro Bridge อย่าให้อาหาร อย่าสบตา เดินหลีกทางห่างๆ อย่าพยายามแตะหรือเข้าใกล้
• หมีดำเอเชีย (Asian Black Bears): พบได้แต่หาได้ยาก หากเดินเส้นทางไกลควรติดกระดิ่งหมี (ขายในพื้นที่) เพื่อไล่หมี อย่าเดินคนเดียว ทำเสียงดังๆ ระหว่างเดิน
อากาศในภูเขาเปลี่ยนแปลงเร็วมาก อาจแดดจ้าตอนเช้า แต่ฝนตกหนักตอนบ่าย ควรพกเสื้อกันฝนหรือร่มติดตัวเสมอ ตรวจสภาพอากาศก่อนไปทุกครั้ง
• ห้ามทิ้งขยะ ต้องเก็บกลับ (ไม่มีถังขยะในพื้นที่)
• อย่าหักกิ่งไม้ เก็บดอกไม้ หรือรบกวนสัตว์ป่า
• เดินบนทางที่กำหนดเท่านั้น อย่าลัดเลาะออกนอกเส้นทาง
• ห้ามว่ายน้ำในบึง เพื่อรักษาความสะอาดและความปลอดภัย
สัญญาณโทรศัพท์มือถืออ่อนมากในบางพื้นที่ โดยเฉพาะในป่า ควรดาวน์โหลดแผนที่ออฟไลน์ไว้ก่อน และแจ้งแผนการเดินทางให้คนใกล้ชิดทราบ
ไม่มี ATM ใน Kamikochi ต้องเตรียมเงินสดมาให้พอก่อนเข้า ไม่มีร้านสะดวกซื้อ มีเฉพาะร้านขายของในโรงแรมและร้านเล็กๆ ที่ราคาค่อนข้างสูง
ตรวจสอบเวลารถบัสเที่ยวสุดท้ายเสมอ โดยเฉพาะในฤดูใบไม้ร่วงและฤดูใบไม้ผลิ เวลาอาจแตกต่างกัน รถบัสเที่ยวสุดท้ายมักจะเร็ว (17:00-18:00 น.) ถ้าพลาดจะติดค้างคืนและต้องจ่ายค่าที่พักแพงมาก
TAKANAWA GATEWAY CITY
| ที่อยู่ | Chome-21 Takanawa, Minato City, Tokyo 108-0074 |
| วิธีเดินทาง | นั่งรถไฟมาลงยังสถานี JR Takanawa Gateway |
| เวลาทำการ | 9:00-18:00 น |
| ราคา | ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 500 เยน |
| Website | TAKANAWA GATEWAY CITY |
บึงน้ำธรรมชาติที่ตั้งอยู่ในเขตคามิโคจิ จังหวัดนากาโนะ เกิดจากการปะทุของภูเขาไฟ ในปี ค.ศ. 1915 ทำให้แม่น้ำถูกปิดกั้นและเกิดเป็นบึงขึ้น จุดเด่นคือทิวทัศน์ภูเขาแอลป์ญี่ปุ่นที่สะท้อนบนผิวน้ำ พร้อมซากต้นไม้ที่โผล่พ้นน้ำ สร้างบรรยากาศเงียบสงบและงดงามตามธรรมชาติ เหมาะสำหรับเดินเล่น ถ่ายภาพ และชมความเปลี่ยนแปลงของทิวทัศน์ในแต่ละฤดูกาล

Blogger : Yuri
ผมเป็นคนที่ถ่ายรูปไม่เก่ง แต่ว่าชอบเที่ยวมาก ๆ (ซะอย่างนั้น) เพราะการท่องเที่ยวสำหรับผม คือการที่ได้เรียนรู้ได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด บางที่ก็ไปเที่ยวซ้ำ ๆ แต่กลับได้ประสบการณ์ที่ไม่จำเจ สำหรับผมแล้ว "ญี่ปุ่น" เป็นหนึ่งในประเทศที่ผมไม่เคยรู้สึกเบื่อเลย มากกว่านั้น ผมมีความตั้งใจว่าจะออกไปเห็นโลกให้กว้างมากที่สุด แล้วนำสาระความรู้มาแชร์ให้เพื่อน ๆ ได้อ่านกัน ในช่วงที่(ผม)ยังมีแรงเต็มที่ครับ !
76 Posts
Police
110
Ambulance
119
AMDA International Medical Information Center
03-6233-9266
สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว
090-4435-7812
สถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซาก้า
090-1895-0987
สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฟุกุโอกะ
090-2585-3027 หรือ 090-9572-1515