คูปองส่วนลดที่น่าสนใจ
15%
15%
5%
ถ้าพูดถึงเมืองในจังหวัดชิบะที่ฟังดูเหมือนชื่อดอกซากุระ แต่ดันโด่งดังเรื่องกังหันลมสไตล์ดัตช์กลางทุ่งทิวลิป นั่นแหละคือ Sakura Furusato Square สวนสาธารณะขนาดใหญ่ริมทะเลสาบอิมบะนุมะ เมืองซากุระ จังหวัดชิบะ ที่ขึ้นชื่อเรื่องทุ่งดอกไม้เปลี่ยนหน้าตาตามฤดูกาล มาที่นี่แล้วจะรู้เลยว่าบรรยากาศมันต่างจากสวนดอกไม้ในเมืองโดยสิ้นเชิง เงียบ สงบ และชนบทญี่ปุ่นแท้ ๆ
สวนแห่งนี้ตั้งอยู่ริมฝั่งทะเลสาบอิมบะนุมะ (Inbanuma) ซึ่งเป็นทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดชิบะ เปิดให้เข้าชมฟรีตลอด 24 ชั่วโมง และเป็นจุดหมายยอดนิยมสำหรับคนที่ต้องการเดินทางเที่ยวแบบ day trip จากโตเกียวโดยใช้เวลาเพียงชั่วโมงเดียว จุดเด่นของที่นี่อยู่ที่การผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมญี่ปุ่นกับสถาปัตยกรรมสไตล์ดัตช์ ที่มาพร้อมกับทุ่งดอกไม้เปลี่ยนสีตามฤดูกาล

ไฮไลท์สำคัญของที่นี่คือกังหันลมสไตล์ดัตช์ชื่อ “De Liefde” (ลีฟเด) ที่ตั้งตระหง่านสูงถึง 28 เมตร ไม่ใช่แค่ของตกแต่งให้ถ่ายรูป แต่เป็นกังหันลมแบบดั้งเดิมที่หมุนได้จริงด้วยพลังลม และยังเป็นกังหันแบบสูบน้ำแห่งแรกในญี่ปุ่นอีกด้วย เข้าชมภายในได้ฟรีทุกวัน ยกเว้นวันจันทร์ เวลา 9:30-12:00 และ 13:00-16:00 ชื่อ “Liefde” นั้นตั้งตามชื่อเรือดัตช์ที่แล่นมาถึงญี่ปุ่นตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์อันยาวนานระหว่างเมืองซากุระกับเนเธอร์แลนด์

เหตุผลที่ Sakura Furusato Square ถูกยกให้เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญของจังหวัดชิบะ ไม่ได้มาจากขนาดหรือความหรูหรา แต่เกิดจากการผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างธรรมชาติ วิถีชนบท และภูมิทัศน์ที่ออกแบบมาอย่างเรียบง่าย กังหันลมสไตล์ยุโรปที่ตั้งตระหง่านท่ามกลางทุ่งดอกไม้ ช่วยสร้างภาพจำที่โดดเด่นจนกลายเป็นภาพโปรโมตการท่องเที่ยวของเมืองซากุระในหลายปีที่ผ่านมา
สวนแห่งนี้เปิดตั้งแต่ปี 1992 (ปีที่ 4 ในรัชกาลเฮเซ) โดยมีจุดประสงค์เพื่อเป็นพื้นที่พักผ่อนสำหรับชาวเมือง แต่ด้วยความงามที่เปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาลและทำเลที่เดินทางสะดวกจากโตเกียว ทำให้กลายเป็นจุดท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงไปทั่วญี่ปุ่น โดยเฉพาะในช่วงที่จัดเทศกาลทิวลิป (Sakura Tulip Festival) ซึ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวหลายหมื่นคนทุกปี
นอกจากนี้ เมืองซากุระยังมีความสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์กับเนเธอร์แลนด์มาตั้งแต่สมัยเอโดะ เมื่อญี่ปุ่นเปิดประเทศการค้าขายกับชาวดัตช์ กังหันลม Liefde จึงเป็นสัญลักษณ์ของมิตรภาพระหว่างสองประเทศที่ทอดยาวมาหลายร้อยปี

ช่วงเวลาที่คนรอคอยมากที่สุดของ Sakura Furusato Square ก็คือเทศกาลทิวลิป ที่จัดขึ้นประมาณช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงกลางเดือนเมษายนของทุกปี ภาพทุ่งทิวลิปมากกว่า 700,000 ต้นในประมาณ 100 สายพันธุ์ที่บานสะพรั่งรอบกังหันลมดัตช์สีขาว เป็นฉากที่ดูเหมือนเดินเข้าไปในโลกแห่งเทพนิยาย
ทิวลิปที่นี่ปลูกเรียงเป็นแปลงสีสันสดใสตัดกัน ตั้งแต่สีแดง ชมพู เหลือง ม่วง ส้ม จนถึงสีขาวบริสุทธิ์ บางสายพันธุ์มีกลีบซ้อนเป็นชั้น บางชนิดมีกลีบหยักเป็นรูปดอกไม้แปลก ทำให้ได้ภาพถ่ายที่หลากหลายและไม่ซ้ำใครในทุกมุม จุดที่ถ่ายรูปสวยที่สุดคือบริเวณหน้ากังหันลม ที่จะได้ทิวลิปสีสันสดใสเป็นพื้นหน้า กังหันลมตระหง่านตรงกลาง และท้องฟ้าสีฟ้าหรือมีเมฆขาวลอยเป็นฉากหลัง

Sakura Tulip Festival เปิดให้เดินชมฟรี ไม่มีค่าเข้าชม แต่หากต้องการนำทิวลิปกลับบ้าน ในงานจะมีการจำหน่ายทิวลิปพร้อมหัวที่ขุดสด ๆ ราคาประมาณ 10 ต้นใน 500 เยน นอกจากนี้ยังมีการจำหน่ายหัวทิวลิป ของที่ระลึก และอาหารท้องถิ่นในบูธต่าง ๆ รอบสวน ในบางวันจะมีการแสดงดนตรีหรือกิจกรรมพิเศษด้วย
เคล็ดลับ: หากต้องการถ่ายรูปที่ไม่มีคนมาก ควรมาในวันธรรมดาช่วงเช้าตรู่ประมาณ 7-8 โมง หรือช่วงเย็นใกล้พระอาทิตย์ตก เพราะแสงสวยและคนน้อยกว่าช่วงบ่าย
เมื่อเข้าสู่หน้าร้อน ทุ่งดอกไม้เปลี่ยนจากทิวลิปมาเป็นทานตะวัน (Sunflower) สีเหลืองสดจำนวนกว่า 15,000 ต้น ทานตะวันที่นี่ใช้สายพันธุ์ “Vincent” (วินเซนต์) ที่ตั้งชื่อตามจิตรกรชื่อดังวินเซนต์ แวน โก๊ะ ซึ่งวาดภาพทานตะวันอันโด่งดังไปทั่วโลก

Wind Sunflower Garden เป็นงานเทศกาลที่จัดขึ้นช่วงต้นถึงปลายเดือนกรกฎาคม ช่วงนี้ทานตะวันจะบานพร้อมกันเต็มทุ่ง ภาพกังหันลมสีขาวตัดกับท้องฟ้าสีน้ำเงินสดใสและทานตะวันสีเหลืองอร่าม สร้างบรรยากาศแห่งความสดชื่นที่ตรงข้ามกับอากาศร้อนจัด แม้อุณหภูมิในหน้าร้อนจะสูงถึง 30 องศาเซลเซียสขึ้นไป แต่ก็คุ้มค่ากับภาพถ่ายที่สวยงามและบรรยากาศแบบชนบทที่ผ่อนคลาย
ในงานจะมีการจำหน่ายทานตะวันสดที่ตัดมาเพื่อให้นำกลับบ้าน ราคาประมาณ 100 เยนต่อดอก และยังมีเรือท่องเที่ยวในทะเลสาบอิมบะนุมะที่ให้บริการในช่วงเทศกาลด้วย อาคาร Saranka ยังคงเปิดขายซอฟต์ครีมนมท้องถิ่นและเครื่องดื่มเย็น ๆ ที่ช่วยบรรเทาความร้อน
หมายเหตุสำคัญ: ปี 2025 เป็นต้นไป สวนปิดปรับปรุงใหญ่จนถึงปี 2028 เทศกาลทานตะวันและกิจกรรมอื่น ๆ อาจไม่จัดตามปกติ แต่ยังคงมีการปลูกดอกไม้บางส่วนและเปิดร้าน Saranka ตามปกติ
เมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง สวนกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งด้วยคอสมอสหลายแสนต้นที่บานสะพรั่งในเฉดสีชมพูอ่อน ชมพูเข้ม และขาว ดอกคอสมอสมีกลีบบาง ๆ และโคลงตัวไหวพริ้วตามสายลม ทำให้บรรยากาศดูนุ่มนวลและโรแมนติก

Sakura Cosmos Festival จัดขึ้นช่วงกลางเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นช่วงที่อากาศเย็นสบาย อุณหภูมิประมาณ 18-22 องศาเซลเซียส เหมาะสำหรับการเดินเล่นและถ่ายรูป การถ่ายภาพกับคอสมอสที่นี่จะได้บรรยากาศที่แตกต่างจากทิวลิปและทานตะวัน เพราะดอกคอสมอสมีความสูงเกือบเท่าคน และเมื่อเดินเข้าไปในทุ่งจะรู้สึกเหมือนจมอยู่ในท้องทุ่งดอกไม้สีชมพู
ในงานจะมีกิจกรรมตัดคอสมอสฟรีให้กลับบ้านได้ และยังมีบูธอาหารท้องถิ่น ของฝาก และกิจกรรมสำหรับครอบครัว เช่น การขี่เรือในทะเลสาบ การปั่นจักรยานรอบทะเลสาบ เป็นต้น
ช่วงฤดูหนาว Sakura Furusato Square อาจไม่มีดอกไม้บานสะพรั่งเหมือนฤดูอื่น แต่ก็มีเสน่ห์แบบเรียบง่ายที่แตกต่าง กังหันลมยังคงหมุนอยู่ท่ามกลางทุ่งหญ้าสีน้ำตาลทอง และท้องฟ้าที่ใสสดในวันที่อากาศแห้ง อุณหภูมิลดลงเหลือประมาณ 5-10 องศาเซลเซียส แต่ไม่หนาวจัดจนเกินไป
ช่วงนี้เหมาะสำหรับคนที่ชอบบรรยากาศเงียบสงบ ไม่มีนักท่องเที่ยวพลุกพล่าน สามารถเดินเล่นรอบทะเลสาบ ปั่นจักรยาน หรือแค่นั่งพักผ่อนชมวิวได้อย่างสบายใจ ร้าน Saranka ยังเปิดให้บริการ เสิร์ฟเครื่องดื่มร้อน ๆ และขนมปังสดใหม่
นอกจากนี้ ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไป จะเริ่มมีการเตรียมพื้นที่สำหรับทิวลิปฤดูหน้า คนที่มาเยี่ยมช่วงนี้อาจจะได้เห็นการทำงานของเกษตรกรท้องถิ่นในการเตรียมดิน ปลูกหัวทิวลิป และดูแลสวน ซึ่งก็เป็นประสบการณ์ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน
Sakura Furusato Square
| ที่อยู่ | 2714 Usuita, Sakura, Chiba 285-0861, Japan |
| วิธีเดินทาง | นั่งรถไฟสาย Keisei ลงที่สถานี Keisei Sakura แล้วต่อรถบัสวนรอบเมือง (Sakura City Loop Bus) ไปลงที่ป้าย Furusato Hiroba |
| เวลาทำการ | พื้นที่สวนเปิดตลอด 24 ชั่วโมง (ส่วนกังหันลมเปิด 09:30-12:00 น. และ 13:00-16:00 น. ส่วนร้านค้า Saranka เปิด 09:00-17:00 น.) |
| ราคา | เข้าชมฟรี |
| Website | Sakura Furusato Square |
รวมค่าใช้จ่าย: ตั้งแต่ 1,190 เยน (รถไฟ + รถบัส) ใช้เวลารวมประมาณ 1 ชั่วโมง 10 นาที
JR Pass: เส้นทางนี้ครอบคลุมโดย JR Pass ทั้งหมด ยกเว้นรถบัสชุมชน
สำคัญ: รถบัสชุมชนมีรอบน้อยมาก (ประมาณชั่วโมงละ 1-2 คัน) แนะนำให้ถ่ายรูปตารางเวลารถขากลับทันทีที่ลงรถ หรือบันทึกเวลาไว้ เพื่อไม่ให้พลาดรถกลับ สามารถดูตารางเวลาล่าสุดได้ที่เว็บไซต์เมืองซากุระหรือสอบถามที่ศูนย์ท่องเที่ยว
นักท่องเที่ยวที่เพิ่งลงจากเครื่องสามารถแวะเที่ยวที่นี่ระหว่างทางสู่โตเกียวได้สะดวก:
ค่าใช้จ่าย: ประมาณ 500-700 เยน จากสนามบินถึงสถานี Sakura
ขับรถจากโตเกียวผ่านทางด่วน Higashi-Kanto Expressway ลงทาง Sakura IC แล้วเดินทางต่ออีกประมาณ 25-30 นาที จะถึง Sakura Furusato Square
ที่จอดรถ: มีที่จอดรถฟรีประมาณ 500 คัน โดยในช่วงเทศกาลใหญ่ ๆ เช่นเทศกาลทิวลิปอาจจะมีที่จอดรถเสริมเพิ่มเติม
ค่าทางด่วน: ประมาณ 2,000-2,500 เยน ขึ้นอยู่กับจุดเริ่มต้น
สวน: เปิดให้เข้าชมตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวัน ไม่มีวันหยุด
กังหันลม Liefde: เปิดให้เข้าชมภายในเฉพาะวันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 9:30-12:00 และ 13:00-16:00 (อาจมีค่าธรรมเนียมเล็กน้อยประมาณ 50-100 เยนเพื่อการบำรุงรักษา ขึ้นอยู่กับช่วงเวลา)
อาคาร Saranka (ร้านค้าและศูนย์บริการ): โดยปกติเปิดประมาณ 9:00-17:00 (อาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล)
เข้าชมสวนฟรีตลอด 24 ชั่วโมง! ไม่มีค่าเข้าชมในวันธรรมดาและวันหยุด แม้ในช่วงเทศกาลใหญ่ ๆ
ที่จอดรถ: ฟรี
กิจกรรมพิเศษที่อาจมีค่าธรรมเนียมเล็กน้อย:
สรุป: การเดินเที่ยวชมสวนและถ่ายรูปไม่มีค่าใช้จ่าย แต่กิจกรรมพิเศษบางอย่างอาจมีค่าธรรมเนียมตามที่ระบุข้างต้น
ปัจจุบัน (ปี 2025-2028) Sakura Furusato Square อยู่ระหว่างการปิดปรับปรุงใหญ่ โดยคาดว่าจะเสร็จสิ้นปลายปี 2028 ในช่วงนี้:
แนะนำ: ตรวจสอบข้อมูลอัปเดตล่าสุดก่อนเดินทางผ่านเว็บไซต์ Sakura City Tourism Association หรือ Instagram/Twitter อย่างเป็นทางการ

กังหันลม Liefde สูง 23 เมตร เป็นกังหันลมแบบดัตช์แท้ที่สร้างโดยช่างฝีมือชาวเนเธอร์แลนด์ และยังคงหมุนได้จริงด้วยพลังงานลม ภายในเปิดให้เข้าชมระบบเฟืองและกลไกทำงานในวันหยุดสุดสัปดาห์ เมื่อเข้าไปข้างในจะได้เห็นโครงสร้างไม้ขนาดใหญ่ที่ใช้ในการสร้างสรรค์กังหันลม และอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ใช้ในการบดเมล็ดพืช

Saranka เป็นอาคารสไตล์ดัตช์ที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ร้านค้า และจุดพักผ่อน ภายในมี:

ทะเลสาบอิมบะนุมะมีเส้นทางปั่นจักรยานที่วิวสวย ตัดผ่านทุ่งนา หมู่บ้าน และชายทะเลสาบ ระยะทางรอบทะเลสาบประมาณ 20-30 กิโลเมตร แต่สามารถเลือกปั่นแค่บางช่วงตามที่ต้องการ จุดเช่าจักรยานอยู่ที่อาคาร Saranka ราคาประมาณ 500-800 เยนต่อวัน ขึ้นอยู่กับรุ่น
เส้นทางแนะนำ:
ในช่วงที่เทศกาลจัดขึ้น จะมีเรือท่องเที่ยวให้บริการล่องชมวิวทะเลสาบอิมบะนุมะ เรือมีหลายแบบ ตั้งแต่เรือแบบญี่ปุ่นโบราณ ไปจนถึงเรือแบบสมัยใหม่ นั่งประมาณ 30-45 นาที ราคาประมาณ 1,000-1,500 เยน ได้เห็นมุมมองของสวนและกังหันลมจากกลางทะเลสาบซึ่งเป็นประสบการณ์ที่แตกต่าง
หมายเหตุ: เนื่องจากสวนปิดปรับปรุง เรือท่องเที่ยวหยุดให้บริการชั่วคราว คาดว่าจะกลับมาเปิดใหม่หลังปรับปรุงเสร็จในปี 2028
พื้นที่สวนมีสนามหญ้าขนาดใหญ่ให้นั่งพักผ่อน ปิกนิก หรือเล่นกับเด็ก ๆ ได้ บรรยากาศโล่งโปร่ง ร่มรื่นด้วยต้นไม้โตนานาชนิด เหมาะกับการมานั่งชิลล์ อ่านหนังสือ หรือแค่นอนพักสมอง
เคล็ดลับ: ถ้ามาในช่วงฤดูใบไม้ผลิหรือใบไม้ร่วง ควรเตรียมผ้าปูพื้นหรือเสื่อมา เพราะสนามหญ้าอาจมีความชื้นจากน้ำค้างหรือฝนตก

พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นแห่งชาติ ห่างจาก Sakura Furusato Square ประมาณ 10-15 นาทีโดยรถยนต์หรือแท็กซี่ เป็นพิพิธภัณฑ์ขนาดใหญ่ที่จัดแสดงประวัติศาสตร์ โบราณคดี และวัฒนธรรมญี่ปุ่นตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์จนถึงปัจจุบัน นิทรรศการมีทั้งภาษาญี่ปุ่นและภาษาอังกฤษ เหมาะกับคนที่สนใจประวัติศาสตร์
ค่าเข้าชม: ประมาณ 600 เยนสำหรับผู้ใหญ่

เมืองซากุระเคยเป็นเมืองปราสาทในสมัยเอโดะ และยังคงมีบ้านซามูไรหลายหลังที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้ ตั้งอยู่ตามถนนสายหลัก เปิดให้เข้าชมภายในเพื่อดูสถาปัตยกรรมและวิถีชีวิตของซามูไรในอดีต บรรยากาศเหมือนย้อนกลับไปในอดีตหลายร้อยปี
ค่าเข้าชม: ฟรีหรือบางแห่งเก็บค่าธรรมเนียมเล็กน้อย

พิพิธภัณฑ์ศิลปะที่จัดแสดงผลงานศิลปะสมัยใหม่จากศิลปินชาวอเมริกัน ยุโรป และญี่ปุ่น รวมถึงผลงานของ Mark Rothko และ Frank Stella อาคารออกแบบโดยสถาปนิกชาวญี่ปุ่น Ichiro Ebihara บรรยากาศสงบเหมาะกับการชมศิลปะอย่างผ่อนคลาย
ค่าเข้าชม: ประมาณ 1,000-1,300 เยน ขึ้นอยู่กับนิทรรศการพิเศษ

ระหว่างทางกลับสนามบินนาริตะ สามารถแวะเที่ยวเมืองนาริตะและวัดนาริตะซัง ชินโชจิ (Naritasan Shinshoji Temple) ซึ่งเป็นวัดที่มีชื่อเสียงและมีอายุกว่า 1,000 ปี บริเวณรอบวัดมีถนนสายเก่าที่เต็มไปด้วยร้านค้าขายของฝาก ร้านอาหาร และร้านขายปลาไหลย่าง (Unagi) ซึ่งเป็นเมนูพื้นเมืองที่ขึ้นชื่อ
ระยะทาง: จากสถานี Sakura ไปสถานี Narita ประมาณ 10-15 นาที โดยรถไฟ
เมืองซากุระเป็นเมืองเล็ก มีที่พักไม่มากนัก แต่มีตัวเลือกหลักดังนี้:



4. ร้านปลาไหลย่างในเมืองนาริตะ

เคล็ดลับ: เตรียมน้ำดื่มและขนมติดตัวไปด้วย เพราะบริเวณสวนมีร้านค้าไม่มาก โดยเฉพาะในวันธรรมดาที่ไม่มีเทศกาล
ครีมกันแดด: จำเป็นมากในทุกฤดูกาล โดยเฉพาะฤดูร้อน เพราะไม่มีร่มเงาในทุ่งดอกไม้
ภาษาญี่ปุ่น: ส่วนใหญ่ใช้ภาษาญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ป้ายบอกทางหลัก ๆ มีภาษาอังกฤษ
แอปแปลภาษาแนะนำ:
คำศัพท์ที่มีประโยชน์:
ครอบครัวที่มีเด็กเล็ก:
คู่รัก:
ผู้สูงอายุ:
เดินทางคนเดียว:
กลุ่มเพื่อน:

หนึ่งในจุดที่โดนเด่นและกลายเป็นไฮไลท์ใหม่ของ Sakura Furusato Square ก็คือเรื่องราวของ คาโบสุ-จัง (Kabosu-chan) สุนัขพันธุ์ชิบะอินุเพศเมียที่กลายเป็น “สุนัขชิบะที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก” จากภาพมีมไวรัล “Doge” ที่แพร่กระจายไปทั่วอินเทอร์เน็ต
คาโบสุ-จังเคยมาเดินเล่นและถ่ายรูปที่ Sakura Furusato Square บ่อยครั้ง จนกลายเป็น “สถานที่ศักดิ์สิทธิ์” สำหรับแฟนคลับทั่วโลก เพื่อเป็นการรำลึกและเฉลิมฉลอง ทางเมืองซากุระจึงสร้าง อนุสาวรีย์คาโบสุ-จัง รูปทรงโซฟาให้นั่งถ่ายรูป และติดตั้ง ฝาท่อน้ำดีไซน์พิเศษ ที่มีลายคาโบสุ-จังพร้อมกังหันลมและทิวลิป ตั้งอยู่หน้าอาคาร Saranka
จุดนี้กลายเป็นจุด Check-in ยอดนิยมของนักท่องเที่ยวที่รักสุนัขหรือติดตามเรื่องราวของคาโบสุ-จัง ถือเป็นการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมป๊อปในยุคดิจิทัลเข้ากับความงามของธรรมชาติ

เหมาะมาก ใช้เวลาเดินทางจากโตเกียวประมาณ 1 ชั่วโมง ใช้เวลาเที่ยวในสวนประมาณ 2-3 ชั่วโมง สามารถกลับโตเกียวได้ในวันเดียว หรือถ้ามีเวลาเหลืออาจแวะเที่ยวเมืองนาริตะหรือสถานที่อื่น ๆ ใกล้เคียงก่อนกลับ
ไม่มี เข้าชมฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้าสวนและชมดอกไม้ ที่จอดรถก็ฟรีเช่นกัน
สะดวกเพียงพอ แต่ต้องใช้เวลาและต้องวางแผนเรื่องรถบัสล่วงหน้า โดยเฉพาะวันธรรมดารถบัสชุมชนมีรอบน้อย จากสถานี Sakura อาจต้องเดิน 40 นาที หรือนั่งแท็กซี่ 10 นาที หากไม่มีปัญหาเรื่องงบประมาณ แนะนำนั่งแท็กซี่เพื่อความสะดวกและประหยัดเวลา
อย่างไรก็ตาม ช่วงบานอาจเปลี่ยนแปลงตามสภาพอากาศ แนะนำตรวจสอบสถานะจาก Twitter/Instagram ของ Sakura City Tourism Association ก่อนเดินทาง
เข้าได้ และเหมาะมาก พื้นที่โล่งเปิด ปลอดภัย มีห้องน้ำที่สะอาดและมีจุดเปลี่ยนผ้าอ้อม แต่ควรระวังเรื่องแดดและความร้อนในฤดูร้อน
ได้ แต่ต้องจูงสุนัขด้วยสายจูงตลอดเวลา และดูแลไม่ให้รบกวนผู้อื่น ห้ามปล่อยให้สัตว์เลี้ยงเดินเข้าไปในแปลงดอกไม้
ควรตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่ที่อาคาร Saranka ก่อน เพราะกฎระเบียบเรื่องโดรนในญี่ปุ่นค่อนข้างเข้มงวด และในช่วงเทศกาลอาจจำกัดการบินโดรนเพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว
สามารถมาได้ แต่อาจไม่สนุกเท่าที่ควร เพราะเป็นสวนกลางแจ้ง ไม่มีจุดกำบัง ถ้าฝนตกหนักอาจไม่สามารถเดินชมหรือถ่ายรูปได้อย่างสบาย แนะนำตรวจสอบพยากรณ์อากาศก่อนวางแผน
อาคาร Saranka มีบริการ Wi-Fi ฟรี แต่บริเวณสวนกลางแจ้งไม่มี ควรใช้แพ็กเกจท่องเที่ยวหรือ Pocket Wi-Fi ติดตัวไป
ตั้งแต่ปี 2025-2028 สวนอยู่ระหว่างปรับปรุงใหญ่ แต่ยังเปิดให้เข้าชมได้ตามปกติ เทศกาลใหญ่ ๆ อาจไม่จัดหรือจัดในรูปแบบย่อ ยังคงมีการปลูกดอกไม้บางส่วน และร้าน Saranka เปิดบริการตามปกติ ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดก่อนเดินทาง
Sakura Furusato Square เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มอบประสบการณ์แบบชนบทญี่ปุ่นแท้ ๆ ห่างจากความวุ่นวายของเมืองใหญ่ แต่ยังคงเดินทางสะดวกจากโตเกียว ภาพทุ่งดอกไม้นับแสนต้นโอบล้อมกังหันลมดัตช์สีขาวท่ามกลางท้องฟ้าสีคราม เป็นภาพที่ติดตาและอยากกลับมาเยี่ยมซ้ำอีกในฤดูกาลที่ต่างกัน
ไม่ว่าจะมาในช่วงใด ไม่ว่าจะเป็นฤดูใบไม้ผลิที่ทิวลิปบานสะพรั่ง ฤดูร้อนที่ทานตะวันสดใส ฤดูใบไม้ร่วงที่คอสมอสหวาน หรือแม้แต่ฤดูหนาวที่เงียบสงบ Sakura Furusato Square ก็พร้อมต้อนรับด้วยบรรยากาศที่แตกต่างและมีเสน่ห์ในแบบของมันเอง ความงามที่เรียบง่ายแต่ลงตัว ผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมตะวันออกและตะวันตก และการเข้าชมฟรีตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้ที่นี่เป็นจุดหมายที่คุ้มค่าอย่างยิ่งสำหรับนักท่องเที่ยวที่มองหาประสบการณ์ใหม่ ๆ นอกเส้นทางยอดนิยม
ไม่ว่าจะมาคนเดียว มากับคนรัก มากับครอบครัว หรือมากับเพื่อน ๆ Sakura Furusato Square พร้อมมอบความทรงจำอันสวยงามที่จะอยู่ในใจไปอีกนาน

Blogger : Yuri
ผมเป็นคนที่ถ่ายรูปไม่เก่ง แต่ว่าชอบเที่ยวมาก ๆ (ซะอย่างนั้น) เพราะการท่องเที่ยวสำหรับผม คือการที่ได้เรียนรู้ได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด บางที่ก็ไปเที่ยวซ้ำ ๆ แต่กลับได้ประสบการณ์ที่ไม่จำเจ สำหรับผมแล้ว "ญี่ปุ่น" เป็นหนึ่งในประเทศที่ผมไม่เคยรู้สึกเบื่อเลย มากกว่านั้น ผมมีความตั้งใจว่าจะออกไปเห็นโลกให้กว้างมากที่สุด แล้วนำสาระความรู้มาแชร์ให้เพื่อน ๆ ได้อ่านกัน ในช่วงที่(ผม)ยังมีแรงเต็มที่ครับ !
76 Posts

Tokyo DisneySea Fantasy Springs แนะนำทุกอย่างเกี่ยวกับวิธีการเข้าสู่โซนใหม่ ประเภทตั๋ว ฯลฯ พร้อมรีวิวสถานที่จริง
Fantasy Springs คืออะไร? แฟนตาซีสปริง คือพื้นที่สร้างใหม่รวม 140,000 ตารางเมตร...

วิธีเดินทางสุดประหยัดจากโตเกียว เที่ยวฟูจิ ที่คาวากูจิโกะ
ทริป เที่ยวฟูจิ คราวนี้ไม่มีหลง เพราะเรารวบรวมวิธีการเดินทางจากกรุงโตเกียวไปยั...

10 ที่เที่ยวฟูจิ เปิดพิกัดที่เที่ยวแบบใหม่ ไปกี่ครั้งก็ไม่เบื่อ
Kitaguchi-hongu Fuji Sengen Shrine ศาลเจ้าที่อุดมไปด้วยพลังงานของขุนเขา คิตะกุ...

เที่ยวญี่ปุ่น เมืองไหนดี แนะนำ 10 เมืองเด็ด ความน่าสนใจ ที่ต้องไปเยือน
เที่ยวญี่ปุ่น เมืองไหนดี แนะนำ 10 เมืองเด็ดน่าเที่ยว ที่มีความโดดเด่นน่าสนใจ ท...

จากนาริตะไปโตเกียว รวมวิธีเดินทางสุดสะดวก เข้าเมืองชิลๆ
รวมมิตรวิธีการเดินทาง จากนาริตะไปโตเกียว ที่รู้ไว้ก่อนออกเดินทางแล้วรับรองไม่ม...
Police
110
Ambulance
119
AMDA International Medical Information Center
03-6233-9266
สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว
090-4435-7812
สถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซาก้า
090-1895-0987
สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฟุกุโอกะ
090-2585-3027 หรือ 090-9572-1515