ใครอยากเที่ยวโตเกียวต้นเดือนตุลาคม แล้วอยากรู้ว่าเป็นยังไง ขอบอกเลยว่าต้องดูรีิวิวนี้ เพราะมีการแนะนำทั้งที่เที่ยว พาส, การเดินทางสุดประหยัด ใครที่อยากหาข้อมูล รีวิว เที่ยวโตเกียว ฟูจิ โอไดบะ ไซตามะ คาวาโกเอะ ด้วยตัวเองล่ะก็ขอบอกว่าห้ามพลาด โดยทริปนี้มีทั้งหมด 6 วัน 5 คืน ด้วยกัน ไปดูกันดีกว่าว่าทริปนี้เราจะพาไปเที่ยวไหนกันบ้าง

Day 1 : Tawaramachi พักย่านนี้ฟินโคตร

ทริป เที่ยวโตเกียว ฟูจิ และรายรอบครั้งนี้เริ่มจากการที่พบโปรโมชั่นจากแอร์เอเชียเอ็กซ์ ก่อนวันเดือนทางประมาณ 3 เดือน จองไปจองมาก็ได้การเดินทาง พร้อมอาหารและน้ำหนักกระเป๋า ในราคาคนละ 12,800 บาท

ใครที่เดินทางแนะนำให้ซื้อ Pack สุดคุ้มเพราะรวมราคาแล้วคุ้มกว่าซื้อแยก ได้สิทธิ์เลือกที่นั่ง อาหาร และน้ำหนักกระเป๋า 20 kg ในส่วนการเดินทางขาไปเราโดยสารเครื่องบิน XJ 606 11:15 – 19.40 บินสายถึงหัวค่ำ สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเราเคยรีวิวไว้ที่บทความนี้

floating-restaurant-1

รีวิว air asia x ญี่ปุ่น XJ 606 – 607 บินตรง ดอนเมือง-นาริตะ

ไปโตเกียวรอบนี้แอดใช้บริการ แอร์เอเชียเอ็กซ์ เลยขอส่งรีวิวซักหน่อยสำหรับใครที่สนใจบินโลว์คอสแบบตรงๆ ด้วยเที่ยวบิน XJ 606 และ XJ 607 ไปดูกันว่า air asia x ญี่ปุ่น น่าสนหรือไม่

หลังผ่าน ต.ม. รับกระเป๋าเสร็จแล้ว ที่ขาออกจะเจอ เคาท์เตอร์ Keisei Skyliner ทันที ซึ่งเราต้องการโดยสารรถไฟสายนี้เข้าเมืองเพื่อลงสถานี Ueno ซึ่งราคา แพ็คเกจไปกลับสนามบิน พร้อมตั๋ว Subway 3 วัน อยู่ที่ คนละ 5,400 เยน เป็นแพ็คเกจแรกที่เราใช้สำหรับเที่ยวโตเกียว

floating-restaurant-1

Keisei Skyliner & Tokyo Subway Ticket แพคสุดคุ้ม เที่ยวทั่วโตเกียว ไปกลับสนามบิน ราคาประหยัด

ใครที่กำลังเตรียมตัวเที่ยวโตเกียวเรามีแพคเกจดีๆ มาแนะนำด้วย Keisei Skyliner & Tokyo Subway Ticket แพคสุดคุ้มที่ให้คุณทั้งตั๋วไปกลับสนามบินนาริตะ และเที่ยวแบบสุดคุ้มทั่วโตเกียวด้วย Subway แบบไม่จำกัดในราคาที่คุณต้องร้องว้าว

ระหว่างทางจะมีป้ายนำสู่ชานชาลาอย่างชัดเจน ให้สังเกตชานชาลาที่มีคำว่า Keisei Skyliner แต่ต้องดูรถไฟให้ดีเพราะในชานชาลานี้มีรถผ่านหลายสาย ให้เลือกขึ้นรถไฟที่มาเทียบในเวลาที่กำหนด รถ Keisei Skyliner จะมีสีน้ำเงิน อย่าขึ้นผิดขบวนน้า

Cr: Wei-Te Wong

ซึ่งแพ็คเกจไปกลับเราจะได้ตั๋วใบแรกจาก Narita – Ueno และคูปองสำหรบใช้ขากลับ ซึ่งเราต้องนำไปออกตั๋วในวันกลับ และบัตรที่ใช้ขึ้น Subway ทั้ง 13 สาย การขึ้นรถ Keisei Skyliner ต้องนั่งในรถคันที่ระบุ และที่นั่งตามที่แสดงหน้าตั๋ว จากสนามบินใช้เวลา 40 กว่านาทีก็จะถึงสถานีอุเอโนะเป็นวิธีที่ค่อนข้างสะดวกสะบาย

เมื่อถึงสถานี Keisei Ueno เราต้องเปลี่ยนขบวนรถไปไปที่ Tokyo Metro ซึ่งจะมีป้ายนำทางอยู่ตลอดทาง จริงๆ สามารถใช้บัตร Subway ได้ แต่เรากลัวไม่คุ้มเพราะ เวลาบัตรจะนับตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้เลยเก็บไว้ก่อน และซื้อตั๋วเที่ยวเดียวราคา 170 เยนก่อน ให้เลือกขึ้นสาย Ginza line หมายเลขสถานีที่ 16 และลงที่ สถานี Tawaramachi หมายเลข 18 เพื่อเข้าที่พักคืนนี้

ทริปนี้เราพักโรงแรม APA Tawaramachi ทั้ง 5 คืนเพราะขี้เกียจย้ายของ ซึ่งขอบอกว่าสะดวกมากเพราะ โรงแรมห่างจากสถานี Tawaramachi เพียง 1 นาที ซึ่งเดินทางโดย Subway ไป Ueno ได้เพียง 2 สถานี และห่างจากสถานี Asakusa เพียง 1 สถานี รอบๆ โรงแรมมีร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อเพียบ แถมมีออนเซ็นให้แช่ด้วย ถ้าใครสนใจลองดูรีวิวได้

floating-restaurant-1

APA Hotel Asakusa Tawaramachi Ekimae รีวิวที่พักใหม่ ทำเลดี มีออนเซ็น

เพิ่งกลับมาจากโตเกียวสดๆ ร้อนๆ เลยขอมารีวิวที่พักที่ฝากตัวนอนอุ่นสบายตลอด 5 คืน ใครที่กำลังมองหาที่พักที่ง่ายต่อการเดินทางท่องเที่ยว มีร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้ออยู่ใกล้ๆ ทำเลใกล้สถานี ลองดู APA Hotel Asakusa Tawaramachi Ekimae เป็นตัวเลือกได้เลย

ส่งท้ายวันแรกด้วยอาหารร้านสะดวกซื้อ กินอิ่มแล้วขอไปแช่ออนเซ็นให้นอนสบายก่อน กักเก็บพลังไว้สำหรับวันพรุ่งนี้

Day 2 : พาไปดูรถไฟที่ไซตามะ

สำหรับวันที่สองของการเดินทาง เนื่องจากการตื่นสายมากเนื่องจากเหนื่อยกับการเดินทาง ที่หมายแรกของเราคือเดินทางสู่สถานี Ueno (ยังคงไม่ใช้ Subway) เพื่อซื้อ JR TOKYO Wide Pass พาสที่เราจะใช้เดินทางเที่ยวรอบโตเกียวตลอดสามวันจากนี้ ซึ่งเป็นพาสที่คุ้มมากในการเดินทาง

floating-restaurant-1

ใบเดียวคุ้ม JR TOKYO Wide Pass สุดประหยัดเที่ยวรอบโตเกียว

JR TOKYO Wide Pass ทางเลือกสุดคุ้มสำหรับผู้ที่ต้องการการเดินทางรอบโตเกียว ทั่วเขตคันโต แบบไม่จำกัดเที่ยว มีใบเดียวก็เที่ยวได้ มีไว้รับรองสะดวกสบาย คุ้มค่าและราคาประหยัด

การซื้อ JR TOKYO Wide Pass ก็ง่ายมาก สามารถซื้อได้ที่สถานี JR ให้มองหา Ticket Office และขอซื้อได้โดยการแสดงพาสปอร์ต เลือกวันที่เราจะใช้ โดยต้องใช้ภายในสามวันติดกัน สนนราคาพาสใบละ 10,000 เยน ใช้แสดงเพื่อขึ้นรถไฟ Jr สายที่กำหนด และใช้จอง และขึ้นชินกันเซ็นสายที่กำหนดโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม

รีวิว JR TOKYO Wide Pass

เมื่อได้ JR TOKYO Wide Pass ก็นำไปใช้จองชินคันเซ็น เพื่อเดินทางไปสู่สถานี Omiya (ไซตามะ) เพื่อไปสู่จุดหมายในวันนี้

Cr: hyperdia.com

การเดินทางสู่ The Railway Museum Saitama นั้นสะดวกมาก เพียงนั่งชินคันเซ็น ลง Omiya (ไซตามะ) ต่อด้วย New Shuttle มาลงสถานี Tetsudo-Hakubutsukan เป็นอันถึงที่หมาย

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ตั้งอยู่บนอาณาบริเวณกว้างขวาง มีการแสดงรถไฟตั้งแต่สมัยโบราณ มาจนถึงปัจจุบัน พร้อมทั้งบอกเล่าเรื่องราวผ่านการจัดแสดงที่น่าสนใจ และกิจกรรมจำลองที่ให้นักท่องเที่ยวเข้าถึงความน่าสนใจของรถไฟ แบบสนุกไม่น่าเบื่อ

สำหรับรีวิวเต็มๆ ของ The Railway Museum Saitama เราเคยเขียนแบบจัดเต็มไว้ที่บทความนี้ ลองดูกันได้

floating-restaurant-1

รีวิว Railway Museum Saitama อลังการงานรถไฟ ที่คุณไม่ควรพลาด

วันนี้เราขอทุกคนไปเที่ยว The Railway Museum Saitama พิพิธภัณฑ์รถไฟอันยิ่งใหญ่อลังการ ที่บอกเล่าวิวัฒนาการของรถไฟญี่ปุ่นในรูปแบบสุดสนุกไม่จำเจ อีกหนึ่งที่เที่ยวที่สนุกได้ทั้งครอบครัว พร้อมรายละเอียดการเดินทาง

เนื่องจากตัวพิพิธภัณฑ์มีลูกเล่นมากมายเราจึงใช้เวลาในนี้มากกว่า 3 ชั่วโมงเพราะมีความเนิร์ดสูง เลยเล่นมันซะทุกอย่าง คาวาโกเอะในวันนี้จึงต้องพับไป ขอแนะนำว่าใครที่จัดเวลาดีๆ สามารถเที่ยว พิพิธภัณฑ์และคาวาโกเอะในวันเดียวกันได้

กลับมาที่สถานี Omiya ขอบอกว่าสถานีนี้เป็นสถานีใหญ่ มีความคึกคักเป็นอย่างสูงเพราะเป็นศูนย์กลางการเดินทางในไซตามะ นอกจากสถานีรถไฟยังโอบล้อมไปด้วย ห้างสรรพสินค้า ร้านรวง และร้านอาหาร

วันนี้เลยขอเดินเล่นรอบๆ สถานี (เนื่องจากไปเที่ยวต่อตามแผนไม่ทัน) แล้วพักเติมพลังกันที่ร้านนี้

ร้านเป็นแบบอิซากายะ เมนูอาหารหลากหลายเน้นไปทางทะเล การสั่งก็ง่ายสั่งผ่าน Tablet มีภาษาอังกฤษสั่งง่าย จะเรียกพนักงาน หรือเช็คบิล แค่จิ้มๆ

ราคาอาหารนับว่าไม่แรง อาหารสองชุด พร้อมกระดองปูคานิมิโสะ ราคา สามพันเยนนิดๆ ในเซ็ตมีสลัด และครอกเกะให้มาอร่อยมากๆ ใครแวะสถานีโอมิยะนี่แนะนำเลย

กลับห้องพักเพื่อเยียวยาขาและน่องที่เมื่อยล้า สรุปได้เที่ยวจริงๆ 1 ที่ถ้วน เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าเวลาเที่ยวที่เหมาะสมอยู่ที่ราว 8.00-16.00 น. เพื่อเก็บที่เที่ยววันละ 3-4 ที่ แต่ไม่เป็นไรเพราะทริปนี้เราเรื่อยๆ

Day 3 : คาวาโกเอะ-ฟูจิ แบบนี้ก็ได้ด้วยเหรอ

Cr: hyperdia.com

ตารางวันนี้ เรากะเก็บ ลิตเติ้ลเอโดะที่ คาวาโกเอะ และโอไดบะ เลยเริ่มการเดินทางจากที่พักมาต่อรถที่สถานี อุเอโนะ โดยที่ยังไม่ใช้ บัตร Subway เช่นเดิม(เริ่มใช้ช่วงที่เที่ยวโตเกียวจริงจัง) การเดินทางเริ่มจากการไปจองชินคันเซ็น นั่งไปลงสถานีโอมิยะ

รอบนี้แวะซื้อข้าวกล่องจากซุปเปอร์ในสถานีมากิน แม้จะนั่งชินคันเซ็นระยะเพียง 19 นาทีแต่นับว่าได้ฟีลลิ่งเอกิเบน (ข้าวกล่องรถไฟ) เป็นอย่างมาก แต่แนะนำว่าอย่ากินช้าเกินไปเดี๋ยวนั่งเลยสถานี จากนั้นก็ต่อรถไฟ JR SAIKYO LINE RAPID ไปลงคาวาโกเอะ รวมแล้วใช้เวลาเพียง 40 นาทีโดยไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม แค่แสดงบัตร JR TOKYO Wide Pass ซึ่งนับเป็นการใช้วันที่ 2 จาก 3 วันแล้ว

เมื่อถึงสถานี Kawagoe ให้เดินมาขึ้นรถบัสหน้าสถานีฝั่งที่มีร้านสตาร์บัค ขึ้นรถที่ป้ายหมายเลข 2 ใช้บริการ Eagle Bus

พอขึ้นรถบัสให้ขอซื้อ One Day Pass ราคา 500 เยน ที่สามารถใช้ขึ้นรถบัสนำเที่ยวที่ผ่านสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญแบบไม่อั้นในหนึ่งวัน นอกจากนี้ให้บอกด้วยว่าเรามาจากประเทศไทย เพราะกระเป๋ารถเค้ามีไกด์บุ๊คภาษาไทยแจกด้วย สำหรับใครที่อยากมาแต่เช้า Eagle Bus เริ่มวิ่ง 9.00 น.

เริ่มการท่องเที่ยวกันที่วัด Kitain Temple อันเก่าแก่ตั้งแต่ปี ค.ศ 830 ในประวัติศาสตร์กล่าวว่าสถานที่แห่งนี้เป็นวัดที่โชกุนในสมัยเอโดะเสื่อมใสศรัทธา

ในวัดวันนี้บรรยากาศร่มรื่น และอากาศดี หลังจากล้างมือก็แวะไว้พระ เซียมซี และซื้อเครื่องรางซักหน่อย ซึ่งที่นี่จะให้เราเลือกเครื่องรางที่เราต้องการ ในด้านต่างๆ เช่น ความรัก สุขภาพ ใส่ถุงเครื่องรางแบบที่ชอบ สนนราคา 800 เยน

แวะเที่ยววัดก็อย่าลืมชมสถาปัตยกรรมอาคารส่วนที่ยกมาจากปราสาทสมัยเอโดะ และยังสามารถเดินเที่ยวชมความสวยงามร่มรื่นในวัด ซึ่งมีมุมถ่ายภาพเก๋ๆ มากมาย

มาต่อกันที่โซนเมืองโบราณ ย่าน Kurazukuri ซึ่งในอดีตเคยเป็นโกดังเก่า ซึ่งปัจจุบันร้านรวงต่างๆ ยังอนุรักษ์ความเป็นเมืองโบราณเอาไว้ ถ้าไม่ติดว่ารถเยอะมาก คงนึกว่าย้อนเวลาไปสู่ยุคเอโดะ

เดินเล่นชมเมือง แทะขนม กินไอติม เป็นอะไรที่ได้อรรถรสสุดๆ จริงๆ แล้วโซนนี้จะมีพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับเมือง และเทศกาลคาวาโกเอะให้เยี่ยมชม แต่เราขอเน้นเดินดูร้านรวงต่างๆ ซึ่งจำหน่ายสินค้าจำพวก Otop ญี่ปุ่น เช่น ตะเกียบ สาเก งานฝีมือ เป็นต้น

จาก Kurazukuri เดินไปอีกเล็กน้อยจะพบตรอกลูกกวาด Kashiya Yokocho โซนบ้านเก่าที่ล้วนประกอบอาชีพทำลูกกวาด และขายขนมหวาน

สายขนมหวานบอกเลยว่าฟินสุดๆ เพราะตรอกนี้มีของอร่อย และของฝากให้เลือกช๊อป มากมาย เน้นไปทางของหวานแบบโบราณ ที่ห้ามพลาดคือขนม หรือ ไอศครีม จากมันม่วง ที่มีให้เลือกหลากหลาย ฟินสุดๆ

ตามแผนที่วางไว้เราจะเดินทางต่อไปที่โอไดบะ ทว่าพอเปิดเน็ต (ทำไมเพิ่งเปิด) ก็พบว่าพิพิธภัณฑ์มิไรกังที่เราหมายมั่นปั้นมือจะไปนั้นปิดวันนี้ (วันอังคาร) ดังนั้นเลยต้องโยกโปรแกรมเดินเล่นที่ทะเลสาบคาวากุจิโกะมาไว้วันนี้ เพราะเพื่อนร่วมทริปไม่อยากพลาดโอไดบะ

Cr: hyperdia.com

จริงๆ วิธีนี้ไม่แนะนำสำหรับคนที่อยากดื่มด่ำกับฟูจิ เพราะแค่เวลาเดินทางก็สามชั่วโมงนิดๆ ซึ่งกว่าเราจะออกจากคาวาโกเอะก็เที่ยงวัน เมื่อไปถึงฟูจิก็เย็นย่ำค่ำแล้ว แต่เนื่องจากเราเคยไปฟูจิแล้ว รอบนี้คิดว่าไปชมพระอาทิตย์ตกที่ป้ายสุดท้ายน่าจะได้อยู่ และอีกอย่างรถรอบสุดท้ายกลับโตเกียวอยู่ที่สามทุ่ม ก็ได้อยู่ถือว่านั่งรถไฟเล่น (หรา) ถ้าใครสนใจการเดินทางไป KAWAGUCHIKO ด้วย Jr tokyo wide pass ลองดูบทความนี้

floating-restaurant-1

Jr Tokyo wide pass ไป kawaguchiko ได้ยังไง รีวิวละเอียดที่นี่

ตามคำเรียกร้องรีวิวการใช้ Jr Tokyo wide pass ไป kawaguchiko โดยไม่ต้องจ่ายเพิ่ม จัดมาแบบละเอียดพร้อมเปรีบเทียบราคา ความคุ้มค่า เพื่อการชมฟูจิให้เปรมกันไปเลย

เนื่องจากเปลี่ยนแผนกระทันหันต้องรีบจับรถไฟสาย JR Saikyo Line Rapid มาลง สถานี SHINJUKU(JR) ต่อรถด่วน LTD. EXP KAIJI เพื่อไปลง สถานี OTSUKI และต่อ FUJISAN VIEW EXPRESS ไปลงสถานี KAWAGUCHIKO ดังนั้นอาหารมื้อกลางวันเราจึงได้ใช้บริการบนรถไฟ ซึ่งเป็นแซนวิสแพงมาก สี่ชิ้นตั้ง 600 กว่าเยนแต่เนื่องจากเรากินขนมมาเยอะ เลยพอรองท้องได้อยู่

พามาถึงที่ สถานี OTSUKI พอดีกับที่ขบวน FUJISAN VIEW EXPRESS จอดเทียบท่า เราเลยได้นั่งรถไฟแอร์สบายๆ ไปลงสถานี KAWAGUCHIKO ซึ่งผู้ที่มี Jr Tokyo wide pass สามาระนั่งที่ขบวน Non Reservation ได้เลย

ขบวนนี้หน้าต่างกว้าง ชมวิวรอบข้างได้เต็มๆ พอถึงสถานีฟูจิก็ห้ามพลาดแชะรูปเสียหน่อย และนั่นแหละค่ะท่านผู้ชม ต้นเดือนตุลาคม ฟูจิซังเค้าไม่สวมหมวกค่ะ

Cr: Oscar Garino

เมื่อถึงสถานี KAWAGUCHIKO ก็ขึ้น KAWAGUCHIKO BUS สีเหลืองแดง ซึ่งถ้าใครมาแต่เช้า หรือต้องการค้างคืนที่นี่แนะนำให้ซ้ือพาสกับคนขับรสราคา 1200 เยน นั่งได้ไม่จำกัด แต่เราต้องการไปที่ป้ายเดียว คือ ป้าย 22 ซึ่งเป็นป้ายสุดท้าย เลยใช้การจ่ายค่าบริการแทน ไปกลับ จากสถานีราคาประมาณ 850 เยน

floating-restaurant-1

Retro Bus Kawaguchiko เที่ยวฟูจิ คุ้มค่า สะดวกครบ รอบทะเลสาบ

หลายคนเลือกเดินทางไป Kawaguchiko เพื่อชมภูเขาไปฟูจิ วันนี้เราขอแนะนำทางเลือกการท่องเที่ยวรอบทะเลสาบแบบคุ้มค่า ครบครัน ในราคาประหยัด ด้วย Retro Bus Kawaguchiko

ยามเย็นของทะเลสาบคาวากุจิโกะนั้นสวยงาม การนั่งบัสชมวิวเลยไม่น่าเบื่อนัก ทว่าหากใครมีโอกาสค้างคืน แนะนำให้เดินเล่นรอบๆ ทะเลสาบ ชมพระอาทิตย์ตก จะฟินมาก

ป้ายสุดท้ายของบัสคือ Kawaguchiko Natural Living Center วิวนี้เป็นวิวที่เห็นฟูจิ และทะเลสาบได้ชัดเจน ถ้ามาช่วงดอกไม้บานจะมีลาเวนเดอร์ เป็นแบล็คกราวน์ แต่ด้วยความที่ตอนนี้เดือนตุลาคม เลยไม่มีทั้งดอกไม้และ หมวกฟูจิ ถ้าวางแผนเที่ยวต้นเดือนตุลา แนะนำให้ไปเที่ยวใกล้โตเกียวที่อื่นนะจ๊ะ เพราะฟูจิหาได้เหมือนในรูปไม่ ยกเว้นคุณจะต้องการธรรมชาติริมทะเลสาปที่นี่มีให้แบบจัดเต็ม

ดูพระอาทิตย์ตกแล้วก็กลับเข้ามาด้านใน Kawaguchiko Natural Living Center ที่นี่มีคาเฟ่บริการขนม และอาหาร มีซอฟต์ครีมบลูเบอร์รี่จำหน่าย และยังมีขนม ของที่ระลึกจากฟูจิให้ช๊อปกันด้วย ระหว่างรอรถเที่ยวสุดท้าย 18.30 น. เราก็ช๊อปปิ้งรอ

กลับมาถึงสถานี Kawaguchiko ฟ้าก็มืดแบบสมบูรณ์แล้ว ระหว่างรอรถไฟขากลับก็แวะดูของฝากจากฟูจิจำพวกขนมเสียหน่อย ซึ่งมีให้เลือกเยอะมาก ใครพลาดมาจากที่อื่นมาเก็บคอมพลีทได้ที่นี่

ขากลับเราได้นั่งรถ Fujikyu Railway ซึ่งก็ใช้เวลาไม่ค่อยต่างจากรถขามาเท่าไหร่ รถไฟเป็นพื้นไม้ดูสวยไปอีกแบบ

พอมาถึงสถานีชินจูกุเกือบสี่ทุ่ม ขอแวะเติมพลังที่ร้านอาหารจานด่วนเสียหน่อย วิธีสั่งก็จำหมายเลขเมนูหน้าร้าน กดซื้อคูปอง ส่งให้พนักงาน และรออาหาร เป็นร้านที่มีอาหารง่ายๆ อย่าง ราเมน โซบะ แกงกะหรี่ มีน้ำฟรีบริการ

อากาศเย็นลง ได้โซบะร้อนๆ ก็คล่องคอ หรือจะแกงกระหรี่หมูทอดก็ฟิน ร้านจานด่วนลักษณะนี้มักมีราคาไม่แพง ค่าอาหารสองจานราคาไม่ถึงพันเยน เป็นการจบวันสมบุกสมบัน เที่ยวโตเกียว ฟูจิ คาวาโกเอะ ชดใช้ความขี้เกียจเมื่อวานได้เป็นอย่างดี

ข้อสรุป

จบครึ่งทริปแรกด้วยความกระท่อนกระแท่น ไม่อยากเชื่อว่าความสบายๆ วันแรกจะต้องมาอัดแน่นวันที่สอง เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าไปเที่ยวไปควรตื่นสาย ใครที่อยากรู้ว่าพาร์ทหลังของทริปจะเป็นยังไงสามารถติดตามชมกันที่ Part 2 โอไดบะ โตเกียว ด้านล่างเลย

floating-restaurant-1

[รีวิว] เที่ยว โตเกียว โอไดบะ อาซากุสะ ทริปสนุกครบรส จนตกหลุมรัก (Part2)

มาต่อการเดินทาง Tokyo And Around กันใน Part2 วันนี้เราจะพาทุกคนไปทัวร์ โอไดบะ เกาะแห่งเทคโนโลยี และเดินเล่นแบบชิลล์ใกล้ๆ ย่านพัก อย่าง อุเอโนะ อาซากุสะ มาดูกันว่ามีอะไรเด็ดๆ บ้าง