Feature PicCr: Kouki Kuriyama

Cr: japanpost

ในส่วนของการให้บริการของ ไปรษณีย์ญี่ปุ่น นั้นมีทั้งแบบส่งจดหมายธรรมดาไปจนถึงการส่งพัสดุ มีทั้งส่งแบบในประเทศ และต่างประเทศ โดยยานพาหนะที่ใช้ก็มีตั้งแต่จักรยาน รถยนต์ เรือ ไปจนถึงเครื่องบินเลยค่ะ แต่ไปรษณีย์ของญี่ปุ่นนั้นจะแตกต่างไปรษณีย์ไทยเล็กน้อยคือ มีบริการธนาคาร และประกันชีวิตด้วยนั่นเองค่ะ

และถ้าหากใครที่ไปช้อปปิ้งจนเพลิน ของล้นมือแล้วไม่อยากหิ้วกลับประเทศเอง ก็สามารถใช้บริการของไปรษณีย์ได้นะ ถ้าอย่างนั้นเราไปดูกันเลยดีกว่าว่าถ้าอยากส่งไปรษณีย์กับญี่ปุ่นต้องรู้หรือต้องทำอะไรบ้าง

เราจะสังเกตได้ว่ามีตัวอักษรนึงที่อยู่คู่กับ ไปรษณีย์ญี่ปุ่น เลยก็คือ สัญลักษณ์ 〒 มาจากอักษรคาตาคานะตัวแรกในคำว่ากระทรวงคมนาคม(テイシンショウ)(tenshinshou) โดยวิธีการอ่าน 〒 ก็คือ ยูบิงคิโก (yuubinkigou) นอกจากนี้เรายังใช้สัญลักษณ์นี้ 〒 ในการบอกรหัสไปรษณีย์บนซองจดหมายอีกด้วย

แล้วถ้าเราต้องการที่จะส่งพัสดุหรือจดหมายแล้วต้องไปที่ไหนล่ะ มาดูเลย

เริ่มแรกเราก็เข้าไปที่เว็บไซต์ของไปรษณีย์ญี่ปุ่นก่อนเลย เว็บไซต์ทางการไปรษณีย์ญี่ปุ่น

Cr: japanpost

เริ่มต้นหาที่ Find Post Office หรือคลิกลิ้งค์นี้เลย

Cr: japanpost

แล้วเลือกเขตที่เราอยู่ใกล้ๆ ก็จะขึ้นเป็นแผนที่มาให้เราดูว่าบริเวณใกล้ๆ นั้นมีตรงไหนบ้าง

Cr: japanpost

เมื่อเราเจอที่ทำการไปรษณีย์แล้ว ก็มาเริ่มการส่งกันเลย โดยการส่งไปรษณีย์ที่ญี่ปุ่นเราอาจจะต้องใส่ใจรายละเอียดเล็กน้อยเช่นการเขียนจ่าหน้าซองนั่นเอง แต่ไม่ต้องกังวลไป เรามาดูวิธีการเขียนกัน

การเขียนต้องเขียนให้ครบตามที่ไปรษณีย์กำหนดไว้ด้วยนะ ไม่งั้นอาจจะไปไม่ถึง หรือไปผิดที่ก็ได้ล่ะ

การเขียนจ่าหน้าซองจดหมาย

Cr: japanpost

การเขียนจ่าหน้าพัสดุ

Cr: japanpost

ส่วนที่ 1 เป็นข้อมูลของผู้ส่ง และส่วนที่ 2 เป็นข้อมูลของผู้รับ โดยการส่งแบบพัสดุจะมีในส่วนที่ 3 เพิ่มขึ้นมาก็คือ

A เขียนวัตถุประสงค์ของพัสดุนี้ว่าเป็น Personal Use , Gift หรือ อื่นๆ ก็ต้องใส่รายละเอียดของพัสดุที่เราส่งไปด้วย ว่าเป็นอะไร เช่น กิโมโน ครีม หรืออื่นๆ
B จะใส่เฉพาะในกรณีจัดส่งสินค้าเท่านั้น (เฉพาะร้านค้า)
C ใส่จำนวน น้ำหนัก และราคาลงไป
D ให้เติมกากบาทลงในช่องสี่เหลี่ยม
E มีไว้หากต้องการซื้อประกันการเสียหายของพัสดุ ที่มีมูลค่ามากกว่า 20,000 เยน
F
1. เติมกากบาทลงในช่องสี่เหลี่ยม เพื่อเช็คว่าไม่มีของอันตรายส่งไปด้วย
2. ลงชื่อผู้ส่ง

ค่าบริการในการจัดส่ง EMS ของไปรษณีย์ญี่ปุ่นจะเป็นไปตามนี้

Cr: japanpost

สามารถเช็คได้ที่ ลิ้งค์นี้เลย

ข้อควรระวัง !

ให้ระวังเรื่องของภาษีนำเข้าจากการตรวจของกรมศุลกากรของบ้านเราด้วยล่ะ โดยการเสียภาษีนั้นจะต้องเสีย ภาษีนำเข้า(ประมาณ 20%) + VAT7% ด้วย

เช่น สมมติว่าเราซื้อครีมจากญี่ปุ่นราคา 3,000 บาท เสียค่าส่ง 500 บาท

หากโดนภาษีก็จะคิดแบบนี้ [(3,000+500)x20%] + {[(3,000+500)x20%]x7%} = ค่าภาษีที่ต้องจ่าย 700+294 = 994 บาทนั่นเอง

และสำหรับใครที่อยากเขียนจดหมายจากญี่ปุ่นส่งมาไทย ก็สามารถทำได้เช่นกัน เหมาะสำหรับคนที่ชอบส่งโปสการ์ดมากๆ เลย

วิธีการจ่าหน้าซอง

Cr: japanpost

ก็จะคล้ายๆ กับของบ้านเรา แต่ตรงบริเวณตัวอักษรสีน้ำเงินอย่าลืมใส่ไปด้วยนะ ว่า Via Air Mail (บางทีไปรษณีย์อาจให้มาพร้อมกับแสตมป์)

ราคาค่าจัดส่งจดหมาย

Cr: japanpost

สามารถเช็คได้จากเว็บไซต์ทางการของไปรษณีย์ญี่ปุ่นเลย

ข้อสรุป

ทีนี้ถ้าหากเราอยากส่งของอะไรกลับไทยโดยไม่ต้องหิ้วขึ้นเครื่อง หรืออยากลองส่งโปสการ์ดจากญี่ปุ่นกลับมาที่ไทยดูล่ะก็ อย่าลืมทดลองใช้บริการของไปรษณีย์ญี่ปุ่นดูกันนะ หน้าสนใจมากๆ เลย บริการเป็นที่ประทับใจจนได้รับคำร่ำลือ ถึงความน่ารักของพี่ๆ ไปรษณีย์เลยล่ะ แต่ก็อาจจะคิดหนักหน่อยในส่วนของเรื่องภาษี แต่ก็เป็นตัวเลือกที่ดีเลยล่ะ