เพื่อใช้ในการเทียบราคา ชินคันเซ็น ก่อนอื่นเรามารู้ราคาพื้นฐานก่อนดีกว่านี่คือราคา “พื้นฐาน” ของรถไฟจากโตเกียวถึงโอซาก้า ซึ่งราคานี้เป็นราคาที่เราจะต้องจ่ายหากนั่งรถไฟธรรมดาที่จอดทุกป้าย แต่ถ้านั่งรถไฟแบบนั้นละก็ต้องเปลี่ยนรถไฟถึง 5‐6 ครั้งเป็นอย่างน้อยและใช้เวลากว่าสิบชั่วโมงเลยทีเดียว เพราะงั้นโดยปกติแล้วไม่มีใครทำกัน

ราคาพื้นฐาน ส่วนตัวผมชอบเรียกว่า “ค่าระยะทาง” เพราะแท้จริงแล้วมันก็คือราคาเดินทางที่คิดตามระยะอย่างเดียว โดยยังไม่บวกค่าอื่นๆเช่น “ค่าจองที่นั่ง” นั่นเอง ส่วนใหญ่แล้วถ้าเราขึ้นรถไฟในเมืองสั้นๆโดยไม่ได้จองที่นั่ง เงินที่จ่ายไปก็คือราคาพื้นฐานนี่เอง

โดยวันนี้ เราจะแนะนำราคาของการเดินทางจากโตเกียวไปยังโอซาก้าด้วยชินกังเซ็น ซึ่งพื้นฐานของระยะทางนี้คือ 8,750เยน

1Unreserved Seat ของ ชินคันเซ็น

Cr: flickr.com

แต่หากจะขึ้นชินกังเซ็นแล้วละก็ ยังไงก็ต้องจ่าย “ค่าที่นั่ง” เพิ่มจากค่าเดินทางพื้นฐาน

ที่นั่งราคาถูกที่สุดของชินกังเซ็นคือ “ที่นั่งแบบไม่ได้จอง” unreserved seat (自由席, jiyuuseki) ซึ่งเป็นที่นั่งที่เราไม่สามารถจองหรือเลือกได้ ขึ้นรถไปแล้วก็ต้องหาที่นั่งว่างๆ แล้วนั่งลงไปเลย ซึ่งสิ่งที่ต้องระวังก็คือ หากเลือกซื้อตั๋วประเภทนี้ ก็อาจจะไม่ได้นั่งก็ได้ ซึ่งหากเกิดขึ้นละก็ สิ่งที่ต้องทำก็คือ รอจนกว่าจะมีคนลงจากรถไฟนั่งเอง แต่ถ้าหากคุณเลือกเที่ยวในช่วงเวลาหรือฤดูกาลที่คนน้อย นี่ก็เป็นที่นั่งแบบถูกที่สุดที่ชินกังเซ็นมีให้

ราคาพื้นฐาน 8,750เยน บวกกับราคาที่นั่งประเภท unreserved sea 4,870 เยน รวมเป็น 13,620 เยน

2Reserved Car

Cr: commons.wikimedia.org

ที่นั่งในตู้รถที่ต้องจองอย่างเดียวหรือว่า reserved car (指定席, shiteiseki) นี่เป็นคำเรียกที่นั่งแบบที่ต้อง”จอง”ล่วงหน้า โดยที่ไม่เหมือนกับแบบที่แนะนำไปก่อนหน้านี้ เพราะว่าคราวนี้ ได้มีที่นั่งแน่นอน สิ่งที่ควรรู้ไว้ก็คือ เวลาจองจะต้องกำหนดหมายเลขที่นั่ง แถวที่จะนั่งเอาไว้เลย โดยมีเบอร์หรือรหัสภาษาอังกฤษของที่นั่งให้อย่างชัดเจนในตั๋ว

ส่วนคนที่จองไว้ก็ต้องไปนั่งตามที่ๆตัวเองจองไว้เท่านั้น แต่สำหรับคนที่ไม่ได้จองไว้ละก็ ห้ามขึ้นไปนั่งหรือแม้แต่ยืนในตู้นี้โดยเด็ดขาด เพราะว่าตู้นี้ถูกออกแบบมาให้พอดีกับจำนวนคนที่จอวงไว้เท่านั้น หากซื้อที่นั่งแบบ unreserved ไว้และอยากยืนละก็ ยังไงก็ต้องยืนในตู้ที่เป็น unreserved เท่านั้น

3ราคาของที่นั่งแบบ Reserved Seat

Cr: commons.wikimedia.org

ราคา

ช่วงพีค: ¥5,900
25/12 – 10/1
21/3 – 5/4
28/4 – 6/5
21/7 – 31/8
รวม : ¥14,650

ช่วงโลว์ซีซั่น: ¥5,500 (US$49.70)
15/1 – 28/2
มิถุนายน กันยายนทั้งหมด
11/1-12/20
รวม : ¥14,250

ช่วงปกติ: ¥5,700
วันอื่นๆทั้งหมดที่ไม่ได้กล่าวถึง รวมทั้งวันหยุดสุดสัปดาห์และวันหยุด
รวม: ¥14,450

4Green Car

Cr: commons.wikimedia.org

มาถึง Green Car หรือรถสีเขียว ที่คนไทยสงสัยกันเหลือเกินว่ามันคืออะไร

จริงๆ แล้ว Green Car ก็คือตู้ชินกังเซ็นชั้นธุรกิจนั่นเอง ภายในจะกว้างขวางสะดวกสบายกว่าตู้ระดับ Reserved Seat ธรรมดาๆ แต่ราคาแพงกว่าที่นั่งธรรมดาไม่มากเลย เมื่อเทียบกับความต่างของเครื่องบินชั้น Economy และ Business เพราะงั้นหากใครอยากลองความหรูหราสไตล์ JR ก็ไม่ต้องกลัวเสียเงินเยอะจนไม่มีเงินเที่ยวต่อนะ

เนื่องจาก Green Car เทียบได้กับชั้น Business ในเครื่องบิน ทั้งขนาดที่นั่งและการบริการก็ย่อมดีกว่าที่นั่งทั่วไป โดยผู้โดยสารจะได้รับผ้าร้อนหรือผ้าเย็นพร้อมกับเครื่องดื่ม แถมตัวเก้าอี้เองนั้นสามารถเอนหลังได้ถึง40องศา ทำให้นอนสบายมากกว่าเก้าอี้ธรรมดาด้วย

ราคาพื้นฐาน 8,750 เยน บวกกับราคาตั๋ว Green Car 10,480 เยน
รวม : 19,230 เยน

5สุดยอดแห่งความหรูหรา: Gran Class

Cr: commons.wikimedia.org

อันนี้เป็นโบนัส เพราะไม่ได้มีกันทุกสาย

ตู้แบบ”แกรนคลาส” รถชั้นหนึ่งของ JR เป็นสุดยอดของสุดยอดที่นั่งรถไฟหรูในญี่ปุ่น ภายในตู้ตกแต่งราวกับเป็นเคบินเครื่องบิน เก้าอี้ก็หรูหราและสบายราวกับเครื่องบินชั้นเฟิร์สคลาส มีบริการเสริมหลายอย่างที่คุณคู่ควร ไม่ว่าจะเป็นพนักงานต้อนรับที่ดูแลดีเป็นพิเศษ อุปกรณ์ต่างๆเช่น ผ้าปิดตา ผ้าห่ม อาหารกล่องเบนโต และเครื่องดื่มแบบ All You Can Drink ที่มีสาเกชั้นยอดของโทโฮคุรวมอยู่ด้วย

แต่เดิมทีเก้าอี้่ประเภทนี้เริ่มต้นขายบนโทโฮคุชินกังเซ็นของ JR East เท่านั้น โดยเริ่มตั้งแต่ปี 2011 แต่ก็ค่อยๆขยายตัวมาจนตอนนี้ นางาโนะชินกังเซ็น ก็มีที่นั่งแบบนี้เช่นกัน ในปัจจุบันนี้รถไฟสายโทไกโด ซึ่งเป็นสายหลักของผู้เดินทางจากโตเกียวสู่นาโกย่า เกียวโต หรือโอซาก้า ยังไม่มีตู้โดยสารประเภทนี้ แต่หากใครมีโอกาสได้ลองไปเที่ยวในภูมิภาคโทโฮคุด้วยชินกังเซ็นแล้วละก็ นี่เป็นโอกาสครั้งหนึ่งในชีวิต ในราคาที่แพงกว่าชินกังเซ็นทั่วไปไม่มากมายเท่าไหร่เลย

ที่มา : allabout-japan.com