จิมโบโจ (Jimbocho) โตเกียว ย่านหนังสือเก่าที่คนรักหนังสือต้องไปสักครั้ง!

พาเที่ยวจิมโบโจ (Jimbocho) ย่านหนังสือมือสองใจกลางโตเกียวที่ Time Out ยกให้เป็นย่านสุดคูลอันดับ 1 ของโลก ครบทั้งวิธีเดินทาง ร้านหนังสือเด็ด ร้านแกงกะหรี่ขึ้นชื่อ คาเฟ่เรโทร และเส้นทางเดินเที่ยวสำหรับนักท่องเที่ยวไทย
Contents Index
  1. 1 เสน่ห์ของย่านหนังสือจิมโบโจ (Jimbocho)
    1. 1.1 ที่มาที่ไปขอย่านนี้
  2. 2 ไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาด
  3. 3 วิธีเดินทางไปย่านจิมโบโจ
    1. 3.1 เดินทางจาก Tokyo Station
    2. 3.2 เดินทางจาก Shinjuku
    3. 3.3 สถานี Jimbocho และทางออก
  4. 4 ร้านหนังสือห้ามพลาด
    1. 4.1 ร้านหนังสือมือสอง
    2. 4.2 ร้านหนังสือศิลปะ
    3. 4.3 ร้านหนังสือภาษาอังกฤษ
    4. 4.4 ร้านอาหารและคาเฟ่
    5. 4.5 ร้านแกงกะหรี่ชื่อดัง
    6. 4.6 คาเฟ่บรรยากาศคลาสสิก
    7. 4.7 ร้านเครื่องเขียนและของฝาก
  5. 5 Route เดินเที่ยวในย่านจิมโบโจ
    1. 5.1 Route 2-3 ชั่วโมง
    2. 5.2 Route ครึ่งวัน
    3. 5.3 Route 1 วัน
  6. 6 ข้อมูลที่ควรรู้ เกี่ยวกับย่านจิมโบโจ
  7. 7 งบประมาณในการเที่ยวย่านนี้
  8. 8 ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การเที่ยว
  9. 9 เทคนิคซื้อหนังสือกลับไทย
  10. 10 คำถามที่พบบ่อย
    1. 10.1 ใช้เวลาเที่ยวจิมโบโจกี่ชั่วโมง?
    2. 10.2 เที่ยวต่อย่านไหนดี?
  11. 11 สรุป

เสน่ห์ของย่านหนังสือจิมโบโจ (Jimbocho)

จิมโบโจ (神保町) หรือที่คนญี่ปุ่นเรียกสั้น ๆ ว่า “จินโบโจ” เป็นย่านเล็ก ๆ ในเขตชิโยดะ (Chiyoda) ใจกลางโตเกียว ที่รวมร้านหนังสือมือสองไว้มากกว่า 130 ร้าน เรียงรายตามถนน ยาสุคุนิโดริ (Yasukuni-dori) ยาวต่อเนื่องจนได้ฉายาว่า “เมืองหนังสือที่ใหญ่ที่สุดในโลก”

“จิมโบโจไม่ได้มีเสน่ห์แค่จำนวนร้านหนังสือ แต่คือการได้เห็นวัฒนธรรมการอ่านของญี่ปุ่นแบบใกล้ชิด ตั้งแต่หนังสือวิชาการไปจนถึงของสะสมเฉพาะทาง ยิ่งเดินช้า ๆ ยิ่งมีโอกาสเจอเล่มที่ไม่ได้ตั้งใจตามหา”

ที่มาที่ไปขอย่านนี้

ชื่อจิมโบโจมาจาก “จิมโบ นางาฮารุ” ซามูไรยุคเอโดะที่เคยมีคฤหาสน์อยู่แถวนี้ ย่านนี้กลายเป็นแหล่งรวมร้านหนังสือหลังเหตุไฟไหม้ครั้งใหญ่ในปี 1913 เมื่อพ่อค้าเริ่มเปิดร้านหนังสือบนซากอาคารที่ถูกเผา หนึ่งในนั้นคือครูที่ชื่อ ชิเงโอะ อิวานามิ ผู้ก่อตั้งสำนักพิมพ์อิวานามิโชเต็นอันโด่งดัง บวกกับการที่มหาวิทยาลัยเมจิ นิฮอน และชูโอ ตั้งอยู่ในละแวกนี้ ทำให้มีนักศึกษาและนักวิชาการเป็นลูกค้าประจำมาตลอดกว่าร้อยปี

“ถ้ามองให้ลึกกว่านั้น จิมโบโจคือย่านที่ “มหาวิทยาลัย ร้านหนังสือ และวัฒนธรรมเมือง” เติบโตมาด้วยกัน จึงไม่น่าแปลกที่บรรยากาศแถวนี้ยังดูเป็นย่านของคนอ่าน คนเรียน และคนทำงานสร้างสรรค์ มากกว่าย่านช้อปปิ้งทั่วไป”

https://visit-chiyoda.tokyo/

ปี 2025 นิตยสาร Time Out ยกให้จิมโบโจเป็นอันดับ 1 ใน “ย่านที่คูลที่สุดในโลก” ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเริ่มหันมาสนใจย่านนี้มากขึ้น จากเดิมที่เป็นที่รู้จักเฉพาะในหมู่คนรักหนังสือและคนโตเกียวเอง

ไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาด

จิมโบโจคือย่านที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวจากบรรยากาศเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยเรื่องราว ทั้งวัฒนธรรมการอ่าน ร้านค้าเก่าแก่ กลิ่นอายโตเกียวแบบดั้งเดิม และวิถีชีวิตที่ยังคงความคลาสสิกไว้อย่างลงตัว เดินไปเรื่อย ๆ จะสัมผัสได้ถึงเสน่ห์ของย่านที่ไม่ได้เร่งรีบ และยิ่งใช้เวลาเดินสำรวจมากเท่าไร ก็ยิ่งค้นพบมุมเล็ก ๆ ที่น่าสนใจมากขึ้นเท่านั้น 

Cr : www.instagram.com/jimbou_info/

สิ่งที่ทำให้จิมโบโจต่างจากย่านช้อปปิ้งอื่นของโตเกียวคือจังหวะที่ช้าลงอย่างเห็นได้ชัด ไม่มีป้ายไฟกะพริบแบบชิบุยะ ไม่มีฝูงชนแบบชินจูกุ มีแต่ชั้นหนังสือเรียงยาวสองข้างทาง กลิ่นกระดาษเก่า และร้านแกงกะหรี่ที่แอบซ่อนอยู่ชั้นสองของตึกเก่าๆ ส่งกลิ่นหอมอบอวลในย่านนี้

Cr : https://visit-chiyoda.tokyo/

นอกจากหนังสือ จิมโบโจยังมีชื่อเสียงเรื่องแกงกะหรี่ไม่แพ้กัน ถึงขั้นมีงานประกวด “Kanda Curry Grand Prix” จัดขึ้นทุกปี และร้านเครื่องเขียนเก่าแก่อายุนับร้อยปีที่ยังเปิดขายอยู่จนถึงวันนี้ ถ้าอยากเห็นโตเกียวอีกด้านที่ไม่ใช่แสงสีและเทคโนโลยี จิมโบโจคือคำตอบ

นอกจากหนังสือ จิมโบโจยังมีชื่อเสียงเรื่องแกงกะหรี่ไม่แพ้กัน ถึงขั้นมีงานประกวด “Kanda Curry Grand Prix” จัดขึ้นทุกปี และร้านเครื่องเขียนเก่าแก่อายุนับร้อยปีที่ยังเปิดขายอยู่จนถึงวันนี้ ถ้าอยากเห็นโตเกียวอีกด้านที่ไม่ใช่แสงสีและเทคโนโลยี จิมโบโจคือคำตอบ

วิธีเดินทางไปย่านจิมโบโจ

การเดินทางไปจิมโบโจถือว่าสะดวกและไม่ซับซ้อน เพราะเป็นย่านที่เชื่อมต่อกับระบบรถไฟในโตเกียวได้ดี จึงสามารถวางแผนเส้นทางจากย่านท่องเที่ยวสำคัญต่าง ๆ ได้ง่าย ไม่ว่าจะเลือกเดินทางด้วยรถไฟใต้ดินหรือเปลี่ยนสายตามเส้นทางที่เหมาะกับจุดเริ่มต้นของทริป เมื่อมาถึงแล้วก็สามารถเดินเที่ยวต่อได้อย่างสบาย เหมาะกับการจัดไว้เป็นหนึ่งในจุดแวะระหว่างวันโดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทางมากเกินไป

เดินทางจาก Tokyo Station

จาก Tokyo Station เดินไปสถานีโอเตมาจิ (Otemachi) ประมาณ 5 นาที (หรือนั่งรถไฟสาย Marunouchi 1 สถานี) จากนั้นต่อรถไฟใต้ดินสาย Hanzomon (สายสีม่วง) ไปลงที่สถานี Jimbocho อีกเพียง 1 สถานี รวมเวลาเดินทางทั้งหมดประมาณ 10-15 นาที ค่าโดยสารเริ่มต้นประมาณ 180 เยน

วิธีเดินทางระยะเวลาราคา (เที่ยวเดียว)หมายเหตุ

เดินไป Otemachi + สาย Hanzomon
~10-15 นาที~180 เยนไม่ต้องซื้อ JR Pass เพราะเป็นรถไฟใต้ดินโตเกียวเมโทร
สาย Marunouchi + สาย Hanzomon~10 นาที~180 เยนต่อรถ 1 ครั้งที่ Otemachi
แท็กซี่~10 นาที~1,500-2,000 เยนสะดวกถ้ามีสัมภาระเยอะ

เดินทางจาก Shinjuku

จากสถานี Shinjuku นั่งรถไฟใต้ดินสาย Toei Shinjuku (สายสีเขียวมะกอก) แบบด่วน (Express) ตรงไปลงสถานี Jimbocho ใช้เวลาประมาณ 7-11 นาที ไม่ต้องต่อรถ ค่าโดยสารประมาณ 220 เยน ถือเป็นวิธีเดินทางที่ง่ายที่สุดถ้าพักแถวชินจูกุ

สถานี Jimbocho และทางออก

สถานี Jimbocho เป็นจุดตัดของ 3 สายรถไฟใต้ดิน ได้แก่ Tokyo Metro Hanzomon, Toei Mita และ Toei Shinjuku ทำให้เดินทางเข้าออกได้หลายทาง

  • ทางออก A7 — จุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดสำหรับ Walking Route เพราะโผล่ขึ้นมาตรงหัวถนนยาสุคุนิโดริ ใกล้ร้านหนังสือและคาเฟ่ Sabouru
  • ทางออก A6 — อยู่ใกล้ร้าน Bondy (แกงกะหรี่ชื่อดัง) เดินเพียง 1 นาที
  • ทางออก A1 — เหมาะสำหรับเดินวนกลับหลังเที่ยวจบเส้นทาง

“สำหรับสายถ่ายรูป แนะนำให้เผื่อเวลาเดินออกนอกเส้นทางหลักสักหน่อย เพราะตรอกและถนนสายย่อยของจิมโบโจให้ภาพอีกมุมของโตเกียว ทั้งอาคารเก่า ร้านเล็ก ๆ และบรรยากาศเมืองที่ดูเป็นท้องถิ่นมากขึ้น”

ร้านหนังสือห้ามพลาด

เสน่ห์ของจิมโบโจไม่ได้อยู่แค่จำนวนร้านหนังสือที่มีให้เลือกมากมาย แต่คือความหลากหลายของหนังสือและบรรยากาศที่ทำให้การเดินร้านแต่ละแห่งเหมือนการออกตามหาของสะสมชิ้นพิเศษ ตั้งแต่หนังสือเก่าและหนังสือหายาก ไปจนถึงหนังสือเฉพาะทางและงานพิมพ์ที่สะท้อนวัฒนธรรมญี่ปุ่น นักอ่านสามารถใช้เวลาหลายชั่วโมงเดินสำรวจอย่างเพลิดเพลิน และอาจได้เจอเล่มที่ไม่ได้ตั้งใจตามหา แต่กลับกลายเป็นของฝากที่น่าจดจำที่สุดของทริป

Cr : https://en.jimbou.info/

ร้านหนังสือมือสอง

ร้านหนังสือในจิมโบโจกว่า 90% เป็นร้านหนังสือมือสอง ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 100 เยนสำหรับหนังสือปกอ่อนทั่วไป ไปจนถึงหนังสือหายากราคาหลักหมื่นเยน หนึ่งในร้านที่นักสะสมต้องมาเยือนคือ คิตาซาวะโชเต็น (Kitazawa Shoten) ก่อตั้งมานานหลายสิบปี ชั้นสองมีคอลเลกชันหนังสือวิชาการภาษาอังกฤษมือสองจำนวนมาก ตกแต่งภายในสไตล์คลาสสิกสวยงามคุ้มค่าแก่การแวะถ่ายรูป

ข้อควรรู้: ร้านหนังสือมือสองหลายร้านรับเฉพาะเงินสด ควรพกเงินเยนติดตัวไปด้วย และหลายร้านห้ามถ่ายรูปในร้าน ควรสอบถามพนักงานก่อนเสมอ นอกจากนี้แผงหนังสือที่ตั้งขายริมถนนยาสุคุนิโดริ มักหันปกหนังสือเข้าหาตัวร้านแทนที่จะหันออกถนน เพื่อป้องกันแสงแดดทำให้ปกซีดจาง เป็นเกร็ดเล็ก ๆ ที่สังเกตได้เวลาเดินเลาะดูหนังสือ

“การเลือกหนังสือที่นี่สนุกตรงที่ไม่จำเป็นต้องอ่านภาษาญี่ปุ่นก็เพลินได้ เพราะปกหนังสือเก่า โฆษณา และงานออกแบบตัวอักษรสะท้อนรสนิยมของแต่ละยุคได้ดี มีความน่าสนใจและแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด”

Cr : Pennapa.U

ร้านหนังสือศิลปะ

สำหรับคนชอบงานดีไซน์และภาพประกอบ ร้าน Magnif คือจุดหมายที่พลาดไม่ได้ เพราะเป็นร้านรวมนิตยสารวินเทจหายาก โดยเฉพาะนิตยสารแฟชั่นเก่าอย่าง Vogue และ Harper’s Bazaar ฉบับเก่าที่หาไม่ได้จากที่อื่น เหมาะกับคนทำงานสายกราฟิก แฟชั่น หรือแค่อยากดูภาพประกอบเก๋ ๆ จากยุคก่อน

ร้านหนังสือภาษาอังกฤษ

แม้ร้านส่วนใหญ่จะเน้นหนังสือภาษาญี่ปุ่น แต่หลายร้านก็มีมุมหนังสือภาษาอังกฤษให้เลือก สังเกตได้จากป้ายคันจิ 洋書 (อ่านว่า โยโช แปลว่าหนังสือต่างประเทศ) ร้าน @wonder เป็นร้านที่สังเกตง่ายเพราะมีชั้นหนังสือวางเรียงอยู่ด้านนอกร้าน ข้างในมีทั้งหนังสือภาษาอังกฤษและคอมมิกมาร์เวลจำนวนมาก ส่วนชั้น 2 ของ Kitazawa Shoten ก็เป็นอีกจุดที่รวมหนังสือวิชาการภาษาอังกฤษไว้เยอะไม่แพ้กัน

ร้านอาหารและคาเฟ่

Cr : https://visit-chiyoda.tokyo/

ร้านแกงกะหรี่ชื่อดัง

จิมโบโจไม่ได้มีดีแค่หนังสือ แต่ยังเป็น “เมืองแกงกะหรี่” ของโตเกียวด้วย ร้านที่ดังที่สุดคือ Bondy (บอนดี้) เปิดมานานกว่า 50 ปี คว้าแชมป์งาน Kanda Curry Grand Prix ครั้งแรกในปี 2011 จุดเด่นคือแกงกะหรี่สไตล์ยุโรปรสเข้มข้น ตัดด้วยความหวานอ่อน ๆ จากผักและผลไม้ เสิร์ฟพร้อมมันฝรั่งต้ม 2 ลูกกับเนยเป็นซิกเนเจอร์ที่ลูกค้าชอบถ่ายรูปลงโซเชียล เมนูแนะนำคือบีฟแกงกะหรี่ ราคาประมาณ 1,700 เยน เลือกความเผ็ดได้ 3 ระดับ (หวาน กลาง เผ็ด) ร้านอยู่ชั้น 2 เหนือร้านหนังสือ ทางเข้าค่อนข้างซ่อนอยู่ด้านหลังตึกฝั่งลานจอดรถ อาจต้องเดินหาสักหน่อย เดินจากทางออก A6 เพียง 1 นาที ช่วงเที่ยงมักมีคิวยาว แนะนำให้ไปก่อน 11:30 น. หรือหลังบ่าย 2 โมง

Cr : https://visit-chiyoda.tokyo/


อีกร้านที่มีประวัติยาวนานไม่แพ้กันคือ คียวเออิโด (Kyoeido) ก่อตั้งปี 1924 ขึ้นชื่อเรื่องแกงกะหรี่ “สุมาตรา” รสเข้มข้นแต่กินง่าย มีให้เลือกทั้งหมู เนื้อ และไก่ เป็นอีกตัวเลือกที่คนท้องถิ่นรับประกันความอร่อย

คาเฟ่บรรยากาศคลาสสิก

ถ้าอยากพักขาระหว่างเดินเที่ยวหนังสือ แนะนำ Sabouru (さぼうる) คาเฟ่สไตล์เรโทรที่เปิดมาตั้งแต่ปี 1955 ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้แบบยุคโชวะ มีตุ๊กตาโทเท็มตัวใหญ่ต้อนรับหน้าร้าน เมนูแนะนำคือครีมโซดาสีสันสดใสและกาแฟรสเข้ม ราคาเครื่องดื่มอยู่ที่ 400-600 เยน ร้านแบ่งเป็น Sabouru 1 (ร้านหลัก เน้นเครื่องดื่มและของว่าง) กับ Sabouru 2 ที่อยู่ติดกัน เน้นเมนูอาหาร ไฮไลต์คือสปาเกตตีนาโปลิตัน (Napolitan) จานยักษ์เส้นเหนียวนุ่มซอสมะเขือเทศ อร่อยและอิ่มมาก ราคาประมาณ 650 เยน ทั้งสองร้านอยู่ใกล้ทางออก A7 เพียงไม่กี่ก้าว เปิดทุกวันยกเว้นวันอาทิตย์ ช่วงเสาร์หรือวันธรรมดา 14:00-16:00 คนจะแน่นมาก แนะนำไปช่วงเช้าจะได้บรรยากาศเงียบสงบกว่า

ร้านเครื่องเขียนและของฝาก

จิมโบโจซ่อนอีกด้านที่คนไม่ค่อยรู้ นั่นคือการเป็นแหล่งรวมร้านเครื่องเขียนเก่าแก่ ร้านเด่นที่สุดคือ บุนโบโด (文房堂) ก่อตั้งปี 1887 ตั้งอยู่บนถนนซุซุรันโดริ (Suzuran-dori) ตัวอาคารเป็นสไตล์เรโทรมีรูปปั้นหินตกแต่งหน้าร้าน ภายในมีหลายชั้น ตั้งแต่เครื่องเขียนดีไซน์เก๋ ของใช้ลายแมวสุดน่ารัก ไปจนถึงอุปกรณ์วาดภาพระดับมืออาชีพสำหรับนักศึกษาศิลปะ ชั้นบนสุดยังมีบริการใส่กรอบรูปด้วย

อีกร้านที่คนรักกระดาษต้องรู้จักคือ ยามากาตะยะ คามิเต็น (Yamagataya Kamiten) ร้านกระดาษวาชิเก่าแก่ตั้งแต่ปี 1879 มีทั้งกระดาษห่อของขวัญและกระดาษจดหมายราคาย่อมเยาเริ่มต้นเพียงหลักร้อยเยน เหมาะซื้อเป็นของฝากที่มีความเป็นญี่ปุ่นแท้ ๆ

“ใครชอบเครื่องเขียนไม่ควรมองร้านเหล่านี้เป็นแค่ร้านของฝาก เพราะญี่ปุ่นมีวัฒนธรรมการออกแบบของใช้ประจำวันที่ละเอียดมาก ตั้งแต่คุณภาพกระดาษ น้ำหนักปากกา ไปจนถึงรายละเอียดเล็ก ๆ ของบรรจุภัณฑ์ เดินดูเพลินจนรู้ตัวอีกทีก็เต็มถุง” 

Route เดินเที่ยวในย่านจิมโบโจ

การเดินเที่ยวจิมโบโจเหมาะกับการค่อย ๆ เดินสำรวจมากกว่าการรีบเก็บให้ครบทุกจุด เพราะเสน่ห์ของย่านนี้ซ่อนอยู่ตามร้านค้า มุมถนน และรายละเอียดเล็ก ๆ ระหว่างทาง สามารถวาง Route ให้เดินต่อเนื่องเป็นวงหรือไล่ไปตามถนนสายหลัก แล้วค่อยแวะร้านที่สนใจระหว่างทางได้อย่างยืดหยุ่น ใช้เวลาประมาณครึ่งวันก็เพียงพอสำหรับสัมผัสบรรยากาศ อ่านหนังสือ ช้อปของสะสม และพักหาอะไรอร่อย ๆ ก่อนเดินทางต่อไปยังย่านอื่นของโตเกียว

Route 2-3 ชั่วโมง

เหมาะสำหรับคนที่มีเวลาจำกัดแต่อยากสัมผัสบรรยากาศจิมโบโจแบบเข้มข้น

  • เริ่มที่สถานี Jimbocho ทางออก A7
  • เดินเลาะร้านหนังสือตามถนนยาสุคุนิโดริ 45 นาที
  • แวะจิบครีมโซดาที่ Sabouru พักขา 20 นาที
  • เดินไปกินแกงกะหรี่ที่ Bondy (เดินจาก A6 ประมาณ 1 นาที)
  • เดินกลับเข้าสถานีทางออก A1

Route ครึ่งวัน

เพิ่มเวลาให้ได้เดินช้อปหนังสือและเครื่องเขียนแบบไม่รีบ

  • เริ่มเช้าที่ร้านหนังสือมือสองสาย Kitazawa Shoten และ Magnif
  • พักเที่ยงที่ร้านแกงกะหรี่ Bondy หรือ Kyoeido
  • บ่ายแวะร้านเครื่องเขียน Bunbodo เลือกซื้อของฝาก
  • ปิดท้ายด้วยกาแฟที่ Sabouru ก่อนเดินทางกลับ

Route 1 วัน

สำหรับคนที่อยากต่อยอดไปย่านใกล้เคียง

Cr : https://visit-chiyoda.tokyo


ช่วงเช้าเดินเที่ยวจิมโบโจแบบเต็มอิ่มตามโปรแกรมครึ่งวัน

  • บ่ายเดินต่อไป โอชาโนมิสุ (Ochanomizu) ชมโบสถ์ นิโคไลโด (Nikolai-do) โดมสีเขียวอันเป็นเอกลักษณ์
  • เย็นต่อรถไฟหรือเดินต่อไป อากิฮาบาระ (Akihabara) ย่านอิเล็กทรอนิกส์และอนิเมะ ปิดท้ายทริปแบบครบรส ทั้งหนังสือเก่าและวัฒนธรรมป๊อปสมัยใหม่ในวันเดียว

ข้อมูลที่ควรรู้ เกี่ยวกับย่านจิมโบโจ

ก่อนออกเดินสำรวจจิมโบโจ มีข้อมูลเล็ก ๆ ที่ควรรู้ไว้เพื่อวางแผนเที่ยวได้ราบรื่นขึ้น ทั้งช่วงเวลาที่เหมาะกับการเดินร้านหนังสือ การเตรียมตัวสำหรับร้านที่มีวันหยุดแตกต่างกัน และการเผื่อเวลาเลือกซื้อหนังสือหรือของสะสม เพราะแต่ละร้านมีบรรยากาศและประเภทสินค้าที่ต่างกัน นอกจากนี้ หากตั้งใจเดินเที่ยวหลายร้าน ควรสวมรองเท้าที่เดินสบายและเผื่อพื้นที่ในกระเป๋าไว้สำหรับหนังสือเล่มใหม่ เพราะย่านนี้เป็นประเภทที่ “ตั้งใจมาเดินเล่น” แต่มีโอกาสกลับออกไปพร้อมของติดมือมากกว่าที่คิด

งบประมาณในการเที่ยวย่านนี้

รายการราคาโดยประมาณ
เดินทางไป-กลับจากใจกลางโตเกียว~360-440 เยน
แกงกะหรี่มื้อกลางวัน~1,500-1,800 เยน
คาเฟ่พักขา 1 มื้อ~500-800 เยน
หนังสือ/เครื่องเขียนเป็นของฝาก~1,000-5,000 เยน (ขึ้นอยู่กับปริมาณ)
รวมโดยประมาณต่อคน~3,500-8,000 เยน

ตัวเลขนี้ยังไม่รวมค่าที่พัก เพราะจิมโบโจเหมาะไปแบบเช้าไปเย็นกลับจากที่พักในโตเกียวมากกว่าการพักค้างคืนในย่านนี้โดยเฉพาะ

“อีกวิธีเที่ยวจิมโบโจให้สนุกคือกำหนด “เวลา” มากกว่า “จำนวนร้าน” เพราะการค้นหนังสือมือสองไม่มีสูตรตายตัว บางครั้งร้านที่ไม่ได้อยู่ในลิสต์กลับเป็นร้านที่ทำให้เราเสียเวลาไปเป็นชั่วโมงแบบเต็มใจ” 

ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การเที่ยว

ร้านหนังสือส่วนใหญ่ในจิมโบโจเปิดประมาณ 10.00-11.00 น. ควรวางแผนไปถึงช่วงสายจะดีกว่าเช้าตรู่ และหลายร้านหยุดวันอาทิตย์หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ ถ้าอยากได้ประสบการณ์ครบทุกร้านแนะนำไปวันธรรมดา

Cr : www.instagram.com/jimbou_info/


ช่วงปลายเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายนของทุกปีจะมีงาน “เทศกาลหนังสือเก่าคันดะ” (神田古本まつり) ซึ่งเป็นงานหนังสือมือสองที่ใหญ่ที่สุดในโลก ร้านหนังสือกว่า 100 ร้านนำหนังสือมาวางขายบนรถเข็นยาวตลอดถนนยาสุคุนิโดริ บรรยากาศคึกคักเป็นพิเศษ แต่ก็มีคนพลุกพล่านกว่าปกติมาก หนังสือที่วางขายบนรถเข็นกว่า 95% เป็นภาษาญี่ปุ่น หากตั้งใจหาหนังสือภาษาอังกฤษเป็นหลัก แนะนำให้มุ่งตรงไปที่ร้าน Kitazawa Shoten หรือ @wonder จะสะดวกกว่า ⚠️ ควรเช็กวันจัดงานปีปัจจุบันก่อนเดินทาง เพราะบางปีก็มีงานเสริมช่วงฤดูใบไม้ผลิเพิ่มเติมด้วย

เทคนิคซื้อหนังสือกลับไทย

หนังสือหนักกว่าที่คิดเสมอ ถ้าตั้งใจไปช้อปหนังสือแบบจริงจัง ควรเผื่อน้ำหนักกระเป๋าให้ดี เพราะสายการบินส่วนใหญ่จำกัดน้ำหนักกระเป๋าโหลดใต้ท้องเครื่องราว 20-23 กิโลกรัมต่อใบ วิธีที่คนซื้อหนังสือเยอะนิยมใช้คือแพ็กหนังสือแยกเป็นกล่องแล้วส่งพัสดุกลับบ้านผ่านบริการขนส่งในญี่ปุ่นอย่างยามาโตะ (Yamato) หรือส่งทาง EMS ของไปรษณีย์ญี่ปุ่น ซึ่งบางร้านใหญ่อย่าง Kitazawa Shoten หรือร้านหนังสือมือสองบางแห่งก็มีบริการช่วยแพ็กส่งให้เช่นกัน สอบถามพนักงานหน้าร้านได้โดยตรง

คำถามที่พบบ่อย

สำหรับใครที่กำลังวางแผนมาเที่ยวจิมโบโจ อาจมีคำถามอยู่ไม่น้อยทั้งเรื่องช่วงเวลาที่เหมาะกับการเดินเที่ยว ระยะเวลาที่ควรเผื่อ การเดินทาง บรรยากาศของย่าน และสิ่งที่ควรรู้ก่อนแวะร้านหนังสือหรือเลือกซื้อของสะสม ส่วนนี้จึงรวบรวมคำถามที่นักท่องเที่ยวมักสงสัยไว้ให้แบบเข้าใจง่าย เพื่อช่วยให้วางแผนเที่ยวได้สะดวกขึ้น และใช้เวลาในจิมโบโจได้คุ้มค่าที่สุด 

ใช้เวลาเที่ยวจิมโบโจกี่ชั่วโมง?

ถ้าแค่อยากเดินดูบรรยากาศและกินแกงกะหรี่ 2-3 ชั่วโมงก็เพียงพอ แต่ถ้าอยากเดินร้านหนังสือแบบละเอียดพร้อมช้อปเครื่องเขียน ควรกันเวลาไว้ครึ่งวันขึ้นไป

Cr : https://visit-chiyoda.tokyo/

เที่ยวต่อย่านไหนดี?

จิมโบโจอยู่ใกล้โอชาโนมิสุและอากิฮาบาระ เดินต่อได้สบาย นอกจากนี้ยังอยู่ไม่ไกลจากพระราชวังอิมพีเรียล (Imperial Palace) และโตเกียวโดม (Tokyo Dome) สามารถวางแผนต่อเที่ยวในวันเดียวกันได้ทั้งสองที่

“จิมโบโจจึงเหมาะกับการเที่ยวแบบไม่มีเป้าหมายตายตัว เป็นย่านที่ไม่ได้พยายามสร้างความตื่นตาตื่นใจในทันที แต่ค่อย ๆ เปิดเสน่ห์ผ่านหนังสือ ร้านเก่า อาหาร และรายละเอียดเล็ก ๆ ระหว่างทาง ยิ่งใช้เวลาอยู่กับย่านนานเท่าไร ก็ยิ่งเข้าใจว่าทำไมคนรักโตเกียวถึงผูกพันกับที่นี่” 

สรุป

จิมโบโจเหมาะกับคนที่อยากเห็นโตเกียวในจังหวะที่ช้าลง ไม่ต้องเบียดเสียดกับฝูงชน แค่เดินเลาะร้านหนังสือ กินแกงกะหรี่ร้อน ๆ แล้วปิดท้ายด้วยครีมโซดาที่คาเฟ่เรโทรสักแก้ว ก็ถือว่าคุ้มค่าเวลาแล้ว ใครที่วางแผนไปโตเกียวรอบหน้า ลองใส่ย่านหนังสือที่โลกยกให้คูลที่สุดแห่งนี้ไว้ในลิสต์ดูสักครั้ง
















Contents Index
  1. 1 เสน่ห์ของย่านหนังสือจิมโบโจ (Jimbocho)
    1. 1.1 ที่มาที่ไปขอย่านนี้
  2. 2 ไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาด
  3. 3 วิธีเดินทางไปย่านจิมโบโจ
    1. 3.1 เดินทางจาก Tokyo Station
    2. 3.2 เดินทางจาก Shinjuku
    3. 3.3 สถานี Jimbocho และทางออก
  4. 4 ร้านหนังสือห้ามพลาด
    1. 4.1 ร้านหนังสือมือสอง
    2. 4.2 ร้านหนังสือศิลปะ
    3. 4.3 ร้านหนังสือภาษาอังกฤษ
    4. 4.4 ร้านอาหารและคาเฟ่
    5. 4.5 ร้านแกงกะหรี่ชื่อดัง
    6. 4.6 คาเฟ่บรรยากาศคลาสสิก
    7. 4.7 ร้านเครื่องเขียนและของฝาก
  5. 5 Route เดินเที่ยวในย่านจิมโบโจ
    1. 5.1 Route 2-3 ชั่วโมง
    2. 5.2 Route ครึ่งวัน
    3. 5.3 Route 1 วัน
  6. 6 ข้อมูลที่ควรรู้ เกี่ยวกับย่านจิมโบโจ
  7. 7 งบประมาณในการเที่ยวย่านนี้
  8. 8 ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การเที่ยว
  9. 9 เทคนิคซื้อหนังสือกลับไทย
  10. 10 คำถามที่พบบ่อย
    1. 10.1 ใช้เวลาเที่ยวจิมโบโจกี่ชั่วโมง?
    2. 10.2 เที่ยวต่อย่านไหนดี?
  11. 11 สรุป
Pennapa Uttamang

Blogger : Pennapa Uttamang

Position : แกะรอยวิธีคิด พลิกวิกฤตเป็นทริปใหม่: บันทึกการเดินทางฉบับเรียลไทม์ โดยบรรณาธิการผู้หลงรักญี่ปุ่น

จากอดีตบรรณาธิการที่รับใช้ถ้อยคำมาหลายทศวรรษ สู่การเป็นนักเขียนและนักออกแบบโบรชัวร์ญี่ปุ่นที่หลงรักการเดินทางเป็นชีวิตจิตใจ อ้อตั้งใจส่งต่อแรงบันดาลใจผ่านเรื่องราวที่ "จริง" และ "ใช้ได้จริง" ตั้งแต่วิถีชีวิต การทำธุรกิจท้องถิ่น ไปจนถึงลายแทงร้านอร่อยที่ชาวบ้านกินกันจริงๆ เพราะเชื่อว่าเสน่ห์ของญี่ปุ่นไม่ได้มีแค่ภาพสวยๆ แต่คือแนวคิดที่นำมาปรับใช้กับชีวิตได้ และอ้อยินดีที่จะเป็นไกด์นำทางให้ทริปของคุณราบรื่นขึ้น แม้ในวันที่ฟ้าไม่เป็นใจค่ะ

โหวต

| Polls
โหวต | Polls
  • คุณอยากไปทัวร์ 1 วันแบบไหนมากที่สุดในญี่ปุ่น?

    View Results

    Loading ... Loading ...

สถานที่เที่ยว

| Feature

กรณีฉุกเฉิน

| Emergency
  • Police

    110

  • Ambulance

    119

  • AMDA International Medical Information Center

    03-6233-9266

  • สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว

    090-4435-7812

  • สถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซาก้า

    090-1895-0987

  • สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฟุกุโอกะ

    090-2585-3027 หรือ 090-9572-1515