คาวาซุ (Kawazu) อิสุ ชมซากุระบานเร็วก่อนใครในญี่ปุ่น  พร้อมวิธีเดินทาง ที่พัก และงบประมาณที่ใช้

พาไปรู้จัก คาวาซุ (Kawazu) เมืองเล็กในคาบสมุทรอิสุ จังหวัดชิซึโอกะ ต้นกำเนิดซากุระคาวาซุที่บานเร็วที่สุดในญี่ปุ่นตั้งแต่ต้นกุมภาพันธ์ พร้อมน้ำตกทั้งเจ็ด ออนเซ็น วิธีเดินทางจากโตเกียว และงบประมาณสำหรับทริปแบบเช้าไปเย็นกลับหรือพักค้างคืน เหมาะกับคนที่อยากเจอซากุระก่อนใคร
Contents Index
  1. 1 Kawazu คือที่ไหน? รู้จักเมืองเล็กใน Izu ก่อนออกเดินทาง
  2. 2 Kawazu มีอะไรน่าสนใจ?
  3. 3 Kawazu เหมาะกับใคร?
  4. 4 ควรพักค้างคืนหรือไปเช้าเย็นกลับดี ?
  5. 5 Kawazu มีสถานที่ท่องเที่ยวอะไรบ้าง? จัดกลุ่มให้เลือกตามสไตล์การเที่ยว
    1. 5.1 Kawazu Seven Waterfalls
    2. 5.2 Kawazu River และเส้นทางชม Kawazu-zakura
    3. 5.3 จุดประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมใน Kawazu
    4. 5.4 ธรรมชาติและกิจกรรมกลางแจ้ง
  6. 6 Kawazu-zakura เที่ยวช่วงไหนดี? วางแผนชมซากุระตามช่วงดอกบาน และจำนวนคน
    1. 6.1 Kawazu-zakura บานเดือนไหน?
    2. 6.2 Kawazu Cherry Blossom Festival มีอะไร?
    3. 6.3 ไปช่วงไหนคนเยอะ และควรหลบคนอย่างไร ?
  7. 7 ถ่ายรูป Kawazu-zakura ช่วงเวลาไหนดี ?
  8. 8 Kawazu Seven Waterfalls เที่ยวอย่างไร? วาง Route ให้ไม่เหนื่อยเกินไป
    1. 8.1 Seven Waterfalls อยู่ที่ไหน ?
    2. 8.2 เดินเที่ยว Seven Waterfalls ใช้เวลากี่ชั่วโมง?
    3. 8.3 ควรขึ้นรถบัสและลงตรงไหน ?
    4. 8.4 ถ้าไม่อยากเดินเยอะ ควรเที่ยวจุดไหน ?
  9. 9 Kawazu เที่ยวกี่วันดี ? เปรียบเทียบ Day Trip กับ 1 คืน 2 วัน
    1. 9.1 Kawazu Day Trip จาก Tokyo
    2. 9.2 Kawazu 1 วัน ควรเที่ยวอะไรบ้าง ?
    3. 9.3 Kawazu 1 คืน 2 วัน
    4. 9.4 Day Trip หรือค้างคืน แบบไหนคุ้มกว่า ?
  10. 10 Kawazu เดินทางอย่างไร? รวมวิธีเดินทางจาก Tokyo
    1. 10.1 Tokyo → Kawazu ด้วยรถไฟ
    2. 10.2 ซื้อตั๋วหรือ Pass แบบไหนคุ้ม?
    3. 10.3 การเดินทางใน Kawazu
    4. 10.4 ควรจองรถไฟล่วงหน้าหรือไม่ ?
  11. 11 เที่ยว Kawazu ใช้งบเท่าไร? วางงบก่อนเดินทาง
    1. 11.1 ช่วงซากุระมีค่าใช้จ่ายอะไรเพิ่ม ?
    2. 11.2 วิธีประหยัดงบโดยไม่เสียประสบการณ์
  12. 12 Kawazu มีออนเซ็นและที่พักแบบไหน? เลือกให้ตรงกับรูปแบบทริป
    1. 12.1 Kawazu Onsen คืออะไร?
    2. 12.2 พักใกล้ Kawazu Station
    3. 12.3 พักแถว Kawazu Onsen
    4. 12.4 ที่พักแบบไหนเหมาะกับงบจำกัด?
  13. 13 Kawazu กินอะไรดี ? รวมอาหารระหว่างเที่ยวแบบไม่เสียเวลา
    1. 13.1 อาหารและวัตถุดิบท้องถิ่นที่ควรลอง
    2. 13.2 ร้านอาหารและโซนของกินใกล้สถานี
    3. 13.3 ของกินและของฝากช่วง Kawazu Sakura Festival
  14. 14 Kawazu เที่ยวเดือนไหนดี ? ไม่ได้มีดีแค่ช่วงซากุระ
    1. 14.1 ถ้าไม่ได้มาช่วงซากุระ ยังควรไป Kawazu ไหม?
  15. 15 สรุป Route Kawazu: เลือกแผนเที่ยวตามเวลา งบ และสไตล์
  16. 16 Kawazu เหมาะกับทริปของคุณหรือไม่? สรุปก่อนตัดสินใจ
    1. 16.1 Kawazu เหมาะกับใคร
    2. 16.2 ใครอาจไม่เหมาะกับ Kawazu
    3. 16.3 ข้อดี-ข้อควรระวังของ Kawazu
  17. 17 คำถามที่พบบ่อย / FAQ
    1. 17.1 Kawazu-zakura ดูได้ช่วงไหนแน่ๆ ?
    2. 17.2 ไปเช้าเย็นกลับจาก Tokyo คุ้มไหม?
    3. 17.3 JR Pass ใช้ได้ไหม?
    4. 17.4 ไม่เช่ารถเที่ยวได้จริงไหม?
    5. 17.5 ใช้บัตรเครดิตได้ทั่วไปไหม?
    6. 17.6 มีตู้ ATM ให้กดเงินไหม?
  18. 18 สรุป

Kawazu คือที่ไหน? รู้จักเมืองเล็กใน Izu ก่อนออกเดินทาง

Kawazu อยู่ที่ไหนใน Shizuoka?

คาวาซุ (Kawazu, 河津町) เป็นเมืองเล็ก ๆ ทางฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของคาบสมุทร อิสุ (Izu) ในเขต Kamo-gun จังหวัด Shizuoka อยู่ห่างจากโตเกียวไปทางใต้ประมาณ 150 กิโลเมตร หากเดินทางด้วยรถไฟด่วนพิเศษจากสถานี Tokyo จะใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่งแม้จะถือว่าไกลพอสมควร เมื่อเทียบกับจุดหมายยอดนิยมใกล้โตเกียวอย่าง Hakone หรือ Kamakura แต่ก็ยังสามารถวางแผนเที่ยวแบบเช้าไปเย็นกลับได้ภายในวันเดียว

ตัวเมืองแห่งนี้ ตั้งอยู่บนเส้นทางรถไฟ Izukyu Line ระหว่าง Atami และ Shimoda โดยพื้นที่ของคาวาซุ ทอดตัวจากชายฝั่งทะเลเข้าสู่หุบเขาด้านใน และมีแม่น้ำ Kawazu ไหลผ่านใจกลางเมือง ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่สำคัญของเมือง โดยเฉพาะในช่วงฤดูซากุระ สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากสนามบิน Narita หรือ Haneda จะต้องเดินทางเข้าสู่โตเกียว เชื่อมต่อกับเส้นทางรถไฟสายหลักก่อน จากนั้นจึงต่อรถไฟลงมาทางคาบสมุทร Izu เนื่องจากไม่มีรถไฟสายตรงจากสนามบินมายังคาวาซุ

หากมอง Kawazu จากแผนที่เพียงอย่างเดียว อาจรู้สึกว่าเป็นเมืองเล็กที่อยู่ไกลจากโตเกียว แต่เสน่ห์ของที่นี่คือการได้สัมผัสบรรยากาศหลากหลายรูปแบบภายในทริปเดียว ทั้งทะเล ภูเขา แม่น้ำ และออนเซ็น โดยไม่ต้องเดินทางเปลี่ยนเมืองไปมา Kawazu จึงเหมาะกับคนที่อยากเที่ยวแบบไม่เร่งรีบ เลือกใช้เวลากับจุดหมายเพียงไม่กี่แห่ง แต่ยังได้สัมผัสประสบการณ์ที่หลากหลายตลอดการเดินทาง

Kawazu มีอะไรน่าสนใจ?

จุดขายสำคัญของ Kawazu คือ Kawazu-zakura ซากุระสายพันธุ์ที่มีต้นกำเนิดจากที่นี่ และขึ้นชื่อเรื่องการบานเร็วกว่าซากุระพันธุ์ Somei Yoshino ที่พบเห็นทั่วไปในญี่ปุ่น โดยจะเริ่มผลิดอกตั้งแต่ช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ และมีเวลาให้ชมความสวยนานเกือบหนึ่งเดือน ต่างจากซากุระทั่วไปที่บานสะพรั่งเพียงหนึ่งสัปดาห์เท่านั้น ด้วยเหตุนี้ Kawazu จึงเป็นหนึ่งในจุดหมายชมซากุระแรก ๆ ของญี่ปุ่น และมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางมาเยือนตลอดช่วงเทศกาล

แต่เสน่ห์ของ Kawazu ไม่ได้มีเพียงซากุระเท่านั้น เมืองนี้ยังมี Kawazu Nanadaru หรือน้ำตกทั้งเจ็ด ซึ่งเชื่อมต่อกันด้วยเส้นทางเดินชมธรรมชาติ มีแหล่งออนเซ็นกระจายตัวอยู่ทั้งบริเวณชายฝั่งและพื้นที่หุบเขา รวมถึง Imaihama Beach ชายหาดที่ขึ้นชื่อเรื่องน้ำทะเลใสและบรรยากาศเงียบสงบของคาบสมุทร Izu ทั้งหมดอยู่ในพื้นที่ที่ไม่กว้างมากนัก สามารถวางแผนหลายๆ กิจกรรมเข้าด้วยกันได้ภายในวันเดียว

“อีกอย่างที่น่าสนใจคือ Kawazu-zakura ไม่ได้เป็นเพียงดอกไม้สวย ๆ แต่เป็นสายพันธุ์ที่เกิดขึ้นจากการค้นพบต้นซากุระธรรมชาติในพื้นที่ Kawazu เอง จึงมีเรื่องราวของ “เมืองต้นกำเนิด” ซ่อนอยู่เบื้องหลังภาพถ่ายสีชมพูที่เห็นตามแม่น้ำ”

Kawazu เหมาะกับใคร?

Kawazu เหมาะกับคนที่อยากชมซากุระในบรรยากาศแตกต่างจากเมืองใหญ่อย่าง Tokyo หรือ Kyoto โดยเฉพาะคนที่ต้องการเดินทางก่อนฤดูซากุระหลักในช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงเมษายน นอกจากนี้ ที่นี่ยังเหมาะกับคนที่ชอบเดินชมธรรมชาติ ท่ามกลางป่าและน้ำตก แช่ออนเซ็นในบรรยากาศเงียบสงบ หรือมองหาจุดหมายใหม่ ๆ ที่สามารถรวมหลายกิจกรรมไว้ในทริปเดียวได้

อย่างไรก็ตาม Kawazu เป็นเมืองขนาดเล็ก จึงไม่ได้มีร้านค้า ห้างสรรพสินค้า หรือแหล่งช้อปปิ้งมากเท่าเมืองท่องเที่ยวหลัก หากคาดหวังบรรยากาศคึกคัก หรือกิจกรรมแบบเมืองใหญ่ อาจรู้สึกว่าที่นี่เงียบไปสักหน่อย อีกทั้งบรรยากาศของเมืองยังแตกต่างกันมากตามฤดูกาล โดยช่วง Kawazu-zakura ราวเดือนกุมภาพันธ์ถึงต้นเดือนมีนาคม จะมีชีวิตชีวาเป็นพิเศษ ส่วนช่วงอื่นๆ ของปีเมือง จะกลับมาเงียบสงบมากขึ้น จึงควรวางแผนเที่ยวโดยเน้นสถานที่ธรรมชาติอย่าง Kawazu Nanadaru ชายฝั่งทะเล และออนเซ็นแทน

ควรพักค้างคืนหรือไปเช้าเย็นกลับดี ?

การเที่ยว Kawazu แบบ Day Trip จาก Tokyo สามารถทำได้ หากออกเดินทางตั้งแต่ช่วงเช้า โดยมีเวลาเดินชมซากุระริมแม่น้ำ Kawazu และเดินทางต่อไปยัง Kawazu Nanadaru หรือน้ำตกทั้งเจ็ดได้ภายในวันเดียว แต่อาจต้องวางแผนเวลาให้ค่อนข้างกระชับ โดยเฉพาะช่วงเทศกาลซากุระที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก

หากมีเวลา พัก 1 คืน การเดินทางจะผ่อนคลายขึ้น สามารถแช่ออนเซ็นในช่วงเย็นโดยไม่ต้องกังวลเรื่องรถไฟเที่ยวกลับ และตื่นมาเดินชมซากุระในช่วงเช้า รวมถึงมีเวลาแวะชิมอาหารท้องถิ่น และเที่ยวรอบเมืองได้เต็มที่ ส่วนคนที่มีเวลา 2 คืน ขึ้นไป สามารถใช้ Kawazu เป็นจุดตั้งต้นสำหรับเดินทางต่อไปยังสถานที่ใกล้เคียงบนคาบสมุทร Izu เช่น ชายฝั่ง Jogasaki หรือเมือง Shimoda เพื่อเพิ่มทั้งบรรยากาศทะเล ธรรมชาติ และเมืองชายฝั่งเข้าไปในทริปเดียวกัน

Kawazu มีสถานที่ท่องเที่ยวอะไรบ้าง? จัดกลุ่มให้เลือกตามสไตล์การเที่ยว

Kawazu Seven Waterfalls

Kawazu Nanadaru หรือน้ำตกทั้งเจ็ดแห่งคาวาซุ เป็นกลุ่มน้ำตกที่เกิดจากภูมิประเทศภูเขาไฟในอดีต ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาทางตอนเหนือของเมือง Kawazu มีเส้นทางเดินชมธรรมชาติทอดผ่านป่าร่มรื่น เชื่อมต่อกับน้ำตกทั้ง 7 แห่ง ในระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร ตั้งแต่ Odaru น้ำตกที่มีขนาดใหญ่ที่สุด และมีความสูงราว 30 เมตร ไปจนถึง Kanidaru น้ำตกขนาดเล็กที่มีความสูงเพียงประมาณ 2 เมตร ใช้เวลาเดินเที่ยวตลอดเส้นทางประมาณ 1 ชั่วโมง เส้นทางส่วนใหญ่เดินไม่ยาก จึงเหมาะกับนักท่องเที่ยวทั่วไป

น้ำตก 6 แห่งสามารถเดินชมได้ฟรีตามเส้นทางสาธารณะ ส่วน Odaru ที่ตั้งอยู่ภายในพื้นที่ของ LIBERTY RESORT Amagiso จะมีเงื่อนไขและค่าใช้บริการแยกจากเส้นทาง Kawazu Nanadaru ตามปกติ จึงควรตรวจสอบเวลาเปิดให้บริการ และค่าใช้จ่ายล่าสุดกับทางรีสอร์ตก่อนเดินทาง

Kawazu River และเส้นทางชม Kawazu-zakura

เส้นทางเดินริมแม่น้ำ Kawazu ถือเป็นพื้นที่หลักสำหรับชม Kawazu-zakura โดยแนวซากุระทอดยาวไปตามลำน้ำประมาณ 4 กิโลเมตร สามารถเริ่มเดินได้หลังออกจากสถานี Kawazu เพียงไม่กี่นาที ตลอดสองฝั่งแม่น้ำจะพบต้น Kawazu-zakura เรียงรายต่อเนื่อง สลับกับทุ่งดอกนาโนฮานะ (Nanohana) สีเหลืองสดที่ช่วยขับให้สีชมพูเข้มของซากุระโดดเด่นยิ่งขึ้น กลายเป็นหนึ่งในภาพบรรยากาศที่เป็นเอกลักษณ์ของ Kawazu ในช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิ

ช่วงเทศกาล บริเวณริมแม่น้ำจะคึกคักไปด้วยร้านค้า และแผงอาหารท้องถิ่น มีการประดับไฟซากุระในช่วงค่ำ ทำให้สามารถชมดอกไม้ได้ในบรรยากาศที่แตกต่างจากตอนกลางวัน สำหรับคนที่พักค้างคืน การกลับมาเดินริมแม่น้ำหลังพระอาทิตย์ตกจึงเป็นอีกกิจกรรมที่น่าสนใจ

“ลองเปลี่ยนมุมมองจากการมา Kawazu เพื่อเพียง “เช็กอินซากุระ” มาเป็นการใช้เวลาเดินเล่นริมแม่น้ำ แล้วจะพบว่าเสน่ห์ของที่นี่ไม่ได้อยู่ที่ซากุระต้นใดต้นหนึ่ง หรือจุดถ่ายรูปเพียงจุดเดียว แต่อยู่ที่บรรยากาศตลอดเส้นทาง ทั้งสีชมพูของแนวซากุระที่ทอดยาว สีเขียวของภูเขาที่โอบล้อมเมือง และสายน้ำของแม่น้ำ Kawazu ที่ค่อย ๆ เปลี่ยนมุมมองไปตามจังหวะการเดิน เป็นความสวยที่ไม่จำเป็นต้องรีบ แต่ค่อย ๆ สัมผัสได้ระหว่างทาง”

จุดประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมใน Kawazu

Kawazu ไม่ได้มีเสน่ห์เฉพาะช่วงซากุระเท่านั้น เพราะตลอดเส้นทาง Kawazu Nanadaru หรือน้ำตกทั้งเจ็ด ยังมีรูปปั้นที่เชื่อมโยงกับ Izu no Odoriko (นักระบำอิสุ) วรรณกรรมชื่อดังของ Kawabata Yasunari นักเขียนรางวัลโนเบล ซึ่งถ่ายทอดเรื่องราวโดยมีคาบสมุทร Izu เป็นฉากสำคัญ ใกล้กันยังมี Kawazu Nanadaru Loop Bridge สะพานวนสองชั้นที่โดดเด่นด้วยโครงสร้างแปลกตา จนกลายเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กของเส้นทางสายนี้

อีกมุมหนึ่งของเมืองคือ Kawazu Bagatelle Park สวนดอกกุหลาบที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสวนสไตล์ฝรั่งเศส ภายในรวบรวมกุหลาบหลากหลายสายพันธุ์นับพันต้น โดยมีช่วงชมดอกไม้ในฤดูใบไม้ผลิ และฤดูใบไม้ร่วง จึงเป็นอีกตัวเลือกสำหรับคนที่อยากทำความรู้จัก Kawazu ให้มากกว่าภาพจำของเมืองซากุระ

ธรรมชาติและกิจกรรมกลางแจ้ง

นอกช่วงฤดูซากุระ ที่ Kawazu ยังมีกิจกรรมกลางแจ้งให้เลือกอีกหลายรูปแบบ โดยเฉพาะ Imaihama Beach ใกล้สถานี Imaihama-Kaigan ซึ่งเหมาะสำหรับเดินเล่นริมทะเล พักผ่อนบนชายหาด หรือเล่นน้ำในช่วงฤดูร้อน และในพื้นที่ยังมีศูนย์ดำน้ำที่ให้บริการกิจกรรมทั้งดำน้ำตื้นและดำน้ำลึก สามารถเลือกได้ตามประสบการณ์และสภาพอากาศในแต่ละช่วง ส่วนคนที่ชอบธรรมชาติและการเดินป่าสามารถขยับจากตัวเมืองเข้าสู่พื้นที่ เทือกเขา Amagi ซึ่งมีเส้นทางเดินป่าหลายระดับ ท่ามกลางภูเขาและผืนป่าของคาบสมุทร Izu รวมถึงกิจกรรมกลางแจ้งอื่น ๆ เหมาะสำหรับคนที่มีเวลามากกว่าหนึ่งวัน และอยากเที่ยว Kawazu แบบเจาะลึก

Kawazu-zakura เที่ยวช่วงไหนดี? วางแผนชมซากุระตามช่วงดอกบาน และจำนวนคน

Kawazu-zakura บานเดือนไหน?

ซากุระคาวาซุ (Kawazu-zakura) มีจุดเด่นอยู่ที่การผลิดอกเร็วกว่าซากุระสายพันธุ์หลักของญี่ปุ่น โดยเริ่มบานตั้งแต่ช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ และต่อเนื่องไปจนถึงต้นเดือนมีนาคม รวมระยะเวลาเกือบหนึ่งเดือน ต่างจาก Somei Yoshino ที่มีช่วงบานสั้นกว่า โดยช่วงที่ Kawazu-zakura สวยที่สุด มักอยู่ราวกลางถึงปลายเดือนกุมภาพันธ์ แต่ช่วงพีคอาจขยับเร็ว หรือช้ากว่านี้ประมาณ 1–2 สัปดาห์ ตามอุณหภูมิและสภาพอากาศของแต่ละปี ดังนั้น หากวางแผนเดินทางเพื่อชมซากุระโดยเฉพาะ ควรตรวจสอบสถานะการบานล่าสุดจากเว็บไซต์ทางการของ Kawazu หรือข้อมูลอัปเดตจากหน่วยงานท่องเที่ยวก่อนออกเดินทาง

“ทริปชมซากุระที่ดี ไม่ควรยึดแค่ “วันที่เปิดเทศกาล” แต่ควรดูทั้งพยากรณ์อากาศ สถานะดอกบาน และวันเดินทางจริงประกอบกัน เพราะธรรมชาติไม่อ่านปฏิทิน การเผื่อวันยืดหยุ่นไว้สักเล็กน้อยอาจเพิ่มโอกาสได้เห็นช่วงสวยที่สุดอย่างมาก”

Kawazu Cherry Blossom Festival มีอะไร?

เทศกาล Kawazu Sakura Matsuri จัดขึ้นเป็นประจำในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ถึงต้นเดือนมีนาคมของทุกปี โดยในปี 2026 กำหนดจัดงานอยู่ในช่วง 7 กุมภาพันธ์ – 8 มีนาคม อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลาที่ดอกซากุระบานจริงอาจแตกต่างกันในแต่ละปีตามสภาพอากาศ บางปีอาจเริ่มบานเร็วกว่าปกติ ขณะที่บางปีอาจล่าช้าออกไป ดังนั้นก่อนเดินทางควรตรวจสอบกำหนดการ และสถานะการบานล่าสุดจากเว็บไซต์ทางการของ Kawazu Sakura Matsuri อีกครั้ง

โดยตลอดช่วงเทศกาล บริเวณริมแม่น้ำ Kawazu จะคึกคักไปด้วยแผงอาหารท้องถิ่น ของแห้ง ผลไม้ตระกูลส้มอย่าง มิกัง (Mikan) ของขึ้นชื่อจากพื้นที่ รวมถึงของที่ระลึกต่าง ๆ และยังมีต้นกล้า Kawazu-zakura ขนาดเล็กจำหน่ายสำหรับผู้ที่ต้องการซื้อกลับไปปลูกอีกด้วย การเดินชมแนวซากุระริมแม่น้ำ ไม่มีค่าเข้าชม สามารถเดินเที่ยวและถ่ายภาพได้อย่างอิสระตลอดเส้นทาง

ไปช่วงไหนคนเยอะ และควรหลบคนอย่างไร ?

ตลอดช่วงเทศกาล ที่ Kawazu จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือนเป็นจำนวนมาก โดยช่วงที่คึกคักที่สุดมักตรงกับวันเสาร์–อาทิตย์และช่วงที่ซากุระเข้าสู่ระยะบานเต็มที่ ซึ่งโดยทั่วไปอยู่ราวๆ กลางถึงปลายเดือนกุมภาพันธ์ พื้นที่ที่มีผู้คนหนาแน่นคือบริเวณใกล้ สถานี Kawazu และแนวซากุระช่วงแรกริมแม่น้ำ เนื่องจากเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เริ่มต้นเดินชมดอกไม้ หากต้องการหลีกเลี่ยงความแออัด แนะนำให้เดินออกจากบริเวณสถานีไปตามแนวแม่น้ำสู่พื้นที่ด้านใน ซึ่งเมื่อเดินห่างจากจุดเริ่มต้นไปสักระยะ บรรยากาศมักจะผ่อนคลายขึ้น อีกวิธีที่ได้ผลคือเดินทางมาถึง Kawazu ก่อนเวลา 09.00 น. เพื่อชมซากุระในช่วงเช้าที่ผู้คนยังไม่หนาแน่นมากนัก ก่อนที่นักท่องเที่ยวจากรถไฟเที่ยวสายและกรุ๊ปทัวร์จะทยอยเดินทางเข้ามาในพื้นที่

“ทริปซากุระไม่จำเป็นต้องเริ่มด้วยการเดินตามฝูงชนเสมอไป ลองคิดแบบ Local มากขึ้นด้วยการเลือก “จังหวะ” แทนการเลือกแค่ “สถานที่” — มาให้เช้า กินมื้อกลางวันก่อนช่วงพีค หรือเดินไปยังโซนที่ไกลจากจุดถ่ายรูปยอดนิยมอีกนิด ภาพที่ได้อาจสวยขึ้นพร้อมกับความหงุดหงิดที่ลดลง”

ถ่ายรูป Kawazu-zakura ช่วงเวลาไหนดี ?

ช่วงเช้าตรู่เป็นเวลาที่เหมาะสำหรับการถ่ายภาพ Kawazu-zakura เพราะแสงสวยและนักท่องเที่ยวยังไม่เยอะมาก ทำให้มีโอกาสเก็บภาพแนวซากุระริมแม่น้ำได้โดยไม่ติดผู้คนมากนัก แนะนำให้เดินห่างจากสถานี Kawazu ออกไปตามแนวแม่น้ำประมาณ 1–2 กิโลเมตร บริเวณนี้โดยทั่วไปจะมีผู้คนน้อยกว่าช่วงต้นทาง ขณะที่แนวต้นซากุระยังคงหนาแน่นและสวยงามไม่แพ้กัน

อีกหนึ่งภาพที่เป็นเอกลักษณ์ของ Kawazu คือซากุระสีชมพูเข้มที่ตัดกับ ดอกนาโนะฮานะ (Nanohana หรือดอกเรพซีด) สีเหลือง ซึ่งปลูกแซมอยู่ตามแนวตลิ่งในบางช่วงของเส้นทาง ส่วนใครที่อยากถ่ายบรรยากาศยามค่ำคืน แนะนำให้มาถึงก่อนพระอาทิตย์ตกเล็กน้อย เพื่อเก็บภาพตั้งแต่ช่วงแสงธรรมชาติในยามเย็นต่อเนื่องไปจนถึงช่วงเปิดไฟ จะได้บรรยากาศที่แตกต่างกันภายในครั้งเดียว

สำหรับผู้ที่สนใจเรื่องราวต้นกำเนิดของสายพันธุ์นี้ สามารถแวะชม ต้นกำเนิด Kawazu-zakura (河津桜原木 หรือ Kawazu-zakura Genboku) ซึ่งเติบโตอยู่บริเวณบ้านที่เคยปลูกต้นซากุระต้นแรกขึ้น ในปี 1955 และกลายเป็นต้นกำเนิดของ Kawazu-zakura ที่แพร่หลายมาจนถึงปัจจุบัน เนื่องจากต้นไม้ตั้งอยู่ในพื้นที่ส่วนบุคคล จึงควรชมและถ่ายภาพจากบริเวณภายนอก

Kawazu Seven Waterfalls เที่ยวอย่างไร? วาง Route ให้ไม่เหนื่อยเกินไป

Seven Waterfalls อยู่ที่ไหน ?

Kawazu Nanadaru หรือ Kawazu Seven Waterfalls น้ำตกทั้งเจ็ด ตั้งอยู่ในพื้นที่ภูเขาทางตอนเหนือของสถานี Kawazu และไม่ได้อยู่ในระยะเดินเท้าจากสถานี หากเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะ สามารถต่อ Tokai Bus จากบริเวณสถานี Kawazu ไปยังโซนน้ำตก โดยใช้เวลาประมาณ 25–35 นาที ดังนั้น หากวางแผนเที่ยวทั้งซากุระริมแม่น้ำ และ Kawazu Nanadaru ภายในวันเดียว ควรตรวจสอบตารางรถบัสทั้งขาไปและขากลับล่วงหน้า และเผื่อเวลาสำหรับการต่อรถไว้ด้วย ไม่แนะนำให้วางแผนเดินจากสถานี Kawazu ไปยังน้ำตก เนื่องจากระยะทางค่อนข้างไกล การใช้รถบัสจึงสะดวกและช่วยประหยัดเวลาได้มากกว่า

เดินเที่ยว Seven Waterfalls ใช้เวลากี่ชั่วโมง?

เส้นทางเดินชม Kawazu Seven Waterfalls หรือ Kawazu Nanadaru สามารถเลือกเที่ยวได้ตามเวลา หากต้องการเดินชมหลายจุด ควรเผื่อเวลาอย่างน้อยประมาณ 1 ชั่วโมง และมากกว่านั้น หากต้องการหยุดพักหรือถ่ายภาพระหว่างทาง เส้นทางส่วนใหญ่เป็นทางเดินธรรมชาติที่มีทั้งบันไดและช่วงขึ้นลง แต่ไม่ได้เป็นเส้นทางเดินป่าที่ต้องใช้อุปกรณ์หรือทักษะเฉพาะทาง สำหรับคนที่มีเวลาจำกัด ไม่จำเป็นต้องเดินเก็บครบทั้งเจ็ดน้ำตก สามารถเลือกชมเฉพาะน้ำตกไฮไลต์ หรือเดินเพียงบางช่วงของเส้นทาง แล้วกลับไปขึ้นรถบัสต่อได้

ควรขึ้นรถบัสและลงตรงไหน ?

วิธีที่แนะนำคือ นั่งรถบัสจากสถานี Kawazu ไปลงที่ป้าย Nanadaru Iriguchi ซึ่งอยู่บริเวณทางเข้าด้านบนของเส้นทาง ใช้เวลาประมาณ 35 นาที ค่าโดยสารราว 800 เยน จากนั้นค่อย ๆ เดินตามเส้นทางลงเขา ผ่านน้ำตกทั้ง 7 แห่งของ Kawazu Nanadaru ไปจนถึงบริเวณ Nanadaru Onsen ด้านล่าง วิธีนี้เดินสบายกว่าการเริ่มจากด้านล่างแล้วเดินขึ้นเขา และยังสามารถชมจุดต่าง ๆ ได้ต่อเนื่องตลอดเส้นทาง เมื่อเดินเที่ยวครบแล้ว สามารถขึ้นรถบัสจากป้าย Nanadaru Onsen กลับไปยังสถานี Kawazu ใช้เวลาประมาณ 25 นาที ค่าโดยสารราว 730 เยน ถือเป็นการวางเส้นทางที่ช่วยลดการเดินย้อนกลับทางเดิม เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเที่ยว Kawazu Nanadaru ให้ครบโดยใช้เวลาคุ้มค่าที่สุด

ถ้าไม่อยากเดินเยอะ ควรเที่ยวจุดไหน ?

สำหรับคนที่ไม่อยากเดินเยอะ แนะนำให้นั่งรถบัสจากสถานี Kawazu มาลงที่ป้าย Nanadaru Onsen แล้วเลือกเที่ยวเฉพาะจุดสำคัญ โดยสามารถเดินเข้าไปชม Odaru น้ำตกที่มีขนาดใหญ่ที่สุด และอยู่ไม่ไกลจากบริเวณจุดจอดรถ จึงเหมาะกับคนที่มีเวลาจำกัดหรือไม่ต้องการเดินตลอดเส้นทางน้ำตกทั้งเจ็ดแห่ง อย่างไรก็ตาม น้ำตก Odaru ตั้งอยู่ภายในพื้นที่ของเรียวกัง Amagiso โดยทั่วไปจะต้องซื้อบริการออนเซ็นกลางแจ้งแบบ Day-use เพื่อเข้าไปชม ค่าใช้จ่ายสำหรับผู้ใหญ่อยู่ที่ประมาณ 1,000 เยน เปิดให้บริการราว 10.00–16.00 น. ปิดทุกวันพุธ บริเวณออนเซ็นเป็นพื้นที่แบบสวมชุดว่ายน้ำ และสามารถใช้บริการร่วมกันได้ทั้งชายและหญิง โดยไม่รับจองล่วงหน้า ทั้งนี้ควรตรวจสอบราคา เงื่อนไข และเวลาเปิดให้บริการล่าสุดก่อนเดินทาง เนื่องจากรายละเอียดอาจมีการเปลี่ยนแปลง

ระหว่างทางยังสามารถแวะชม Kawazu Nanadaru Loop Bridge สะพานวนขนาดใหญ่ที่เป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กของพื้นที่ โดยมีบริเวณจอดรถใกล้เคียง และใช้เวลาเดินจากจุดจอดรถไปยังจุดชมสะพานประมาณ 5 นาที จึงสามารถจัดรวมไว้ในเส้นทางเดียวกับการเที่ยวน้ำตกได้ไม่ยาก

Kawazu เที่ยวกี่วันดี ? เปรียบเทียบ Day Trip กับ 1 คืน 2 วัน

Kawazu Day Trip จาก Tokyo

ตัวอย่างทริปแบบ Day Trip จาก Tokyo สามารถเริ่มต้นด้วยรถไฟด่วนพิเศษ Odoriko ช่วงเช้าประมาณ 07.00–08.00 น. และเดินทางถึงสถานี Kawazu ราว 10.00–10.30 น. จากนั้นเดินชมแนว Kawazu-zakura ริมแม่น้ำ Kawazu ซึ่งเป็นไฮไลต์สำคัญของเมือง ก่อนเดินทางด้วยรถบัสไปยัง Kawazu Nanadaru ในช่วงบ่าย ๆ เพื่อเดินเที่ยวตามเส้นทางน้ำตกทั้งเจ็ด และนั่งรถบัสกลับมายังสถานี Kawazu แวะรับประทานอาหารเย็นรอบสถานี ก่อนขึ้นรถไฟช่วงเย็นกลับ Tokyo แต่หากมีเวลาจำกัด สามารถตัดการเดินน้ำตกออก แล้วเลือกชมเฉพาะ Odaru ซึ่งเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่สุดเพียงแห่งเดียว

Kawazu 1 วัน ควรเที่ยวอะไรบ้าง ?

หากมีเวลาเที่ยว Kawazu เพียงวันเดียว สามารถเลือกจัดทริปได้ 2 รูปแบบตามความสนใจ เส้นทางแรกเริ่มต้นช่วงเช้าด้วยการเดินชม Kawazu-zakura ริมแม่น้ำ ก่อนนั่งรถบัสไปยัง Kawazu Nanadaru ในช่วงบ่าย เพื่อเดินตามเส้นทางชมน้ำตกทั้งเจ็ด อีกทางเลือกคือ Sakura + Onsen ใช้ช่วงเช้าเดินชมซากุระริมแม่น้ำแบบไม่เร่งรีบ จากนั้นเปลี่ยนบรรยากาศไปแช่ออนเซ็นในช่วงบ่ายที่บริเวณ Nanadaru Onsen หรือ Odoriko Onsen Kaikan ก่อนเดินทางกลับ Tokyo

“เคล็ดลับของ Route หนึ่งวันที่ดี ไม่ใช่การใส่สถานที่ให้ได้มากที่สุด แต่คือการรู้ว่าอะไรควรตัดออก การเหลือเวลานั่งกินของอร่อยหรือแวะพักริมแม่น้ำ 30 นาที อาจทำให้ทริปน่าจดจำกว่าการวิ่งเก็บเช็กอิน 5 จุดแล้วกลับขึ้นรถไฟแบบหมดแรง”

Kawazu 1 คืน 2 วัน

แผน 2 วัน 1 คืน ช่วยให้การเที่ยว Kawazu ผ่อนคลายกว่าการไปเช้าเย็นกลับอย่างเห็นได้ชัด สามารถใช้เวลาเดินชมซากุระริมแม่น้ำและเที่ยวน้ำตกได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องคอยกังวลเรื่องรถไฟเที่ยวกลับ ก่อนเช็กอินเข้าที่พัก แช่ออนเซ็นในช่วงเย็น และปิดท้ายวันด้วยอาหารค่ำแบบไคเซกิที่เรียวกัง ให้ได้สัมผัสบรรยากาศเมืองออนเซ็นของ Izu อย่างเต็มที่ เช้าวันที่สองสามารถตื่นมาเดินชมซากุระริมแม่น้ำอีกครั้ง ในบรรยากาศที่เงียบสงบ จากนั้นจึงเลือกเดินทางกลับ Tokyo หรือต่อทริปไปยัง Jogasaki Coast เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศจากซากุระและหุบเขา ไปชมทิวทัศน์ชายฝั่งของคาบสมุทร Izu

Day Trip หรือค้างคืน แบบไหนคุ้มกว่า ?

การเที่ยวแบบ Day Trip ประหยัดค่าใช้จ่ายกว่าแน่นอน เพราะไม่ต้องเสียค่าที่พัก แต่ต้องแลกกับเวลาเดินทางไป-กลับจาก Tokyo รวมประมาณ 5–5.5 ชั่วโมง ทำให้เหลือเวลาเที่ยวจริงราว 6–7 ชั่วโมง ซึ่งยังเพียงพอสำหรับไฮไลต์หลักอย่างการชม Kawazu-zakura ริมแม่น้ำ และเที่ยว Kawazu Nanadaru หากวางแผนเวลาไว้ล่วงหน้า ส่วนการ พักค้างคืน 1 คืน จะช่วยให้ทริปผ่อนคลายขึ้น เพราะไม่ต้องคอยกังวลเรื่องเวลาเดินทางกลับ สามารถแช่ออนเซ็นในช่วงเย็นได้เต็มที่ และมีเวลาเที่ยวทั้งซากุระ น้ำตก รวมถึงสถานที่อื่น ๆ รอบ Kawazu เพิ่มเติม

หากมีเวลาเพียงวันเดียว Day Trip ก็เพียงพอสำหรับสัมผัสไฮไลต์สำคัญของ Kawazu แต่ถ้าอยากเที่ยวในจังหวะที่ช้าลง และสัมผัสบรรยากาศเมืองออนเซ็นของ Izu ได้เต็มที่มากขึ้น การพักสักหนึ่งคืนจะช่วยให้ทริปมีเวลาและความยืดหยุ่นมากกว่า

Kawazu เดินทางอย่างไร? รวมวิธีเดินทางจาก Tokyo

Tokyo → Kawazu ด้วยรถไฟ

ตัวเลือกที่สะดวกที่สุดสำหรับการเดินทางจาก Tokyo ไป Kawazu คือรถไฟด่วนพิเศษ Odoriko (踊り子) ของ JR East วิ่งตรงจากสถานี Tokyo ไปยังสถานี Kawazu โดยไม่ต้องเปลี่ยนขบวน ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 40 นาที เหมาะทั้งการเที่ยวแบบ Day Trip และพักค้างคืน โดยควรจองที่นั่งล่วงหน้า โดยเฉพาะช่วงเทศกาล Kawazu-zakura ที่มีนักท่องเที่ยวเยอะเป็นพิเศษ

อีกทางเลือกสำหรับคนที่ต้องการความสะดวกสบาย คือ Saphir Odoriko รถไฟด่วนพิเศษระดับพรีเมียม โดดเด่นด้วยที่นั่งกว้าง หน้าต่างขนาดใหญ่ และวิวระหว่างเส้นทางเลียบคาบสมุทร Izu โดยทุกที่นั่งเป็นแบบ Reserved Seat ต้องจองล่วงหน้า ค่าโดยสารสูงกว่าแบบปกติ และมีจำนวนเที่ยวให้บริการจำกัด

ส่วนทางเลือกอื่น ๆ สามารถนั่ง Tokaido Shinkansen จาก Tokyo ไปลงที่ Atami แล้วต่อรถไฟลงมาทาง Ito และ Izukyu Line จนถึง Kawazu หรือหากต้องการลดค่าใช้จ่าย สามารถใช้รถไฟธรรมดาบนเส้นทาง JR Tokaido Line ต่อกับ Ito/Izukyu Line ได้เช่นกัน แต่จะใช้เวลาเดินทางนานกว่า และอาจต้องเปลี่ยนขบวนหลายครั้ง จึงเหมาะกับคนที่มีเวลาและไม่ได้เร่งรีบมากนัก

ค่าเดินทางไป Kawazu ประมาณเท่าไร ?

  • รถไฟด่วนพิเศษ Odoriko ที่นั่งสำรอง: ประมาณ 5,900-6,000 เยน (เที่ยวเดียว)
  • Saphir Odoriko (พรีเมียม ที่นั่งสำรองทั้งหมด): ประมาณ 9,800 เยนขึ้นไป (เที่ยวเดียว)
  • Shinkansen Kodama ต่อ Izukyu Line ผ่าน Atami: ประมาณ 5,700 เยน (เที่ยวเดียว)
  • รถไฟท้องถิ่นล้วน (ไม่มีค่าด่วนพิเศษ): ประมาณ 4,000 เยน (เที่ยวเดียว) ใช้เวลานานกว่ามาก

ราคาข้างต้นเป็นตัวเลขโดยประมาณ ตัวเลขจริงอาจเปลี่ยนตามการปรับราคาของ JR และประเภทตั๋วที่เลือก ควรเช็กราคาปัจจุบันบนเว็บไซต์ JR East ก่อนเดินทาง

ซื้อตั๋วหรือ Pass แบบไหนคุ้ม?

สำหรับผู้ที่มี Japan Rail Pass แบบ Nationwide อยู่แล้ว พาสครอบคลุมการเดินทางบนเส้นทาง JR ถึงสถานี Ito เท่านั้น เนื่องจากช่วงจาก Ito ไปยัง Kawazu เป็นเส้นทางของ Izukyu Line ซึ่งไม่ได้อยู่ในเครือ JR จึงต้องชำระค่าโดยสารส่วนนี้เพิ่มเติม หากใช้รถไฟ Limited Express Odoriko ต่อไปยัง Kawazu ค่าใช้จ่ายส่วนเพิ่มจะแตกต่างกันตามประเภทที่นั่งและขบวนที่เลือก

อีกตัวเลือกคือ JR TOKYO Wide Pass ซึ่งมีอายุการใช้งาน 3 วันติดต่อกัน และครอบคลุมเส้นทาง JR รอบ Tokyo รวมถึง Izukyu Line ไปจนถึง Kawazu ตลอดจนที่นั่ง Reserved Seat ชั้น Ordinary Car ของรถไฟ Limited Express Odoriko อย่างไรก็ตาม หากซื้อพาสเพื่อเดินทางไป-กลับ Kawazu เพียงแห่งเดียว อาจไม่ได้ช่วยประหยัดมากนักเมื่อเทียบกับการซื้อตั๋วปกติ

พาสประเภทนี้จะน่าสนใจมากขึ้น เมื่อวางแผนเดินทางหลายเส้นทางภายในช่วง 3 วัน เช่น นำ Kawazu ไปรวมกับจุดหมายอื่นที่อยู่ในพื้นที่ครอบคลุมของพาสอย่าง Kawaguchiko หรือ Nikko แต่หากตั้งใจเดินทางจาก Tokyo ไป Kawazu เพียงแห่งเดียว การเปรียบเทียบราคาตั๋วปกติแบบไป-กลับกับราคาพาสก่อนซื้อ จะช่วยให้เลือกได้คุ้มค่ากว่า

“คำว่า “Pass” ไม่ได้แปลว่า “ประหยัด” เสมอไป โดยเฉพาะทริปที่มีจุดหมายหลักเพียง Kawazu วิธีคิดที่แม่นกว่าคือเอา Route ที่ตั้งใจจะเที่ยวจริงมาคำนวณก่อน แล้วค่อยย้อนกลับมาดูว่าตั๋วแบบไหนเหมาะที่สุด เที่ยวญี่ปุ่นแบบฉลาดบางครั้งคือการไม่ซื้อ Pass นั่นเอง”

การเดินทางใน Kawazu

การเดินทางภายใน Kawazu ค่อนข้างสะดวก โดยจาก สถานี Kawazu สามารถเดินไปยังแม่น้ำ Kawazu เส้นทางชมซากุระได้ภายในประมาณ 2–5 นาที ส่วน Kawazu Nanadaru หรือน้ำตกทั้งเจ็ด ต้องต่อรถบัส Tokai Bus จากบริเวณสถานี ใช้เวลาเดินทางประมาณครึ่งชั่วโมง ขึ้นอยู่กับป้ายที่เลือกลงและเส้นทางที่ใช้ หรือหากต้องการไป Imaihama Beach สามารถนั่งรถไฟท้องถิ่น Izukyu Line จาก Kawazu แล้วลงที่ Imaihama-Kaigan Station ขณะที่บริเวณ Mine Onsen ก็อยู่ไม่ไกลจากตัวเมือง สามารถเดินทางด้วยรถบัส แท็กซี่ หรือเดินจากสถานีได้ สำหรับสถานที่ที่อยู่ห่างออกไป เช่น Kawazu Bagatelle Park หรือ iZoo ควรตรวจสอบตารางรถบัสล่วงหน้า หรือใช้รถเช่าเพื่อความสะดวก เนื่องจากระบบขนส่งสาธารณะในพื้นที่ไม่ได้มีความถี่สูงเหมือนเมืองใหญ่

ควรจองรถไฟล่วงหน้าหรือไม่ ?

ช่วงเทศกาล Kawazu-zakura หรือเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนมีนาคม รวมไปถึงช่วงวันหยุดยาว ที่นั่งสำรองของรถไฟ Odoriko และ Saphir Odoriko อาจเต็มเร็วกว่าปกติ โดยเฉพาะขบวนช่วงเช้าที่เดินทางออกจาก Tokyo และขบวนช่วงเย็นที่เดินทางกลับ หากกำหนดวันเดินทางไว้แน่นอนแล้ว ควรจองที่นั่งล่วงหน้า โดยเฉพาะเมื่อต้องการเที่ยวแบบ Day Trip ส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติ สามารถจองผ่าน JR-EAST Train Reservation ซึ่งเป็นระบบจองออนไลน์ของ JR East และรองรับการจองรถไฟ Limited Express อย่าง Odoriko และ Saphir Odoriko รวมถึงสามารถจองผ่านช่องจำหน่ายตั๋ว Midori no Madoguchi ตามสถานีหลักในญี่ปุ่นได้ ส่วน SmartEX เป็นบริการสำหรับจองรถไฟ Tokaido, Sanyo และ Kyushu Shinkansen จึงไม่ใช่ช่องทางสำหรับจอง Odoriko โดยตรง

หากเดินทางในช่วงซากุระ การจองล่วงหน้าประมาณ 1–2 สัปดาห์ จะช่วยให้มีตัวเลือกเรื่องเวลาและที่นั่งมากขึ้น แต่ควรตรวจสอบตารางเดินรถ ราคา และเงื่อนไขการจองล่าสุดจาก JR East ก่อนเดินทางทุกครั้ง

เที่ยว Kawazu ใช้งบเท่าไร? วางงบก่อนเดินทาง

งบ Day Trip จาก Tokyo

รายการค่าใช้จ่ายประมาณการต่อคน
รถไฟ Limited Express Odoriko ไป–กลับ Tokyo–Kawazu~11,800–12,000 เยน
รถบัสไป–กลับ Kawazu Nanadaru~1,500–1,600 เยน
อาหารและของว่างระหว่างวัน~2,000–3,000 เยน
ค่าเข้าชม/กิจกรรมเพิ่มเติม (ถ้ามี)~500–1,500 เยน
รวมโดยประมาณ~16,000-18,000 เยน ต่อคน

งบ Kawazu 1 คืน 2 วัน

รายการค่าใช้จ่ายประมาณการต่อคน
รถไฟ Limited Express Odoriko ไป–กลับ Tokyo–Kawazu~11,800–12,000 เยน
ที่พัก 1 คืน พร้อมอาหาร 2 มื้อ~15,000–30,000 เยน
อาหารและของว่างเพิ่มเติม~2,000–3,000 เยน
รถบัส/แท็กซี่ภายในพื้นที่~2,000 เยน
กิจกรรม/ออนเซ็นเพิ่มเติม~1,000–2,000 เยน
รวมโดยประมาณ~32,000–50,000 เยน/คน

ตัวเลขทั้งหมดเป็นค่าใช้จ่ายโดยประมาณต่อคน และอาจเปลี่ยนแปลงตามช่วงเวลาที่เดินทาง ประเภทตั๋ว กิจกรรม และที่พัก โดยเฉพาะค่าที่พักซึ่งอาจแตกต่างกันตามระดับของเรียวกัง ประเภทห้อง รูปแบบอาหาร และบริการออนเซ็น รวมถึงช่วงเทศกาลหรือวันหยุดที่ราคามักสูงกว่าช่วงปกติ

ช่วงซากุระมีค่าใช้จ่ายอะไรเพิ่ม ?

ในช่วงเทศกาล Kawazu-zakura ราวเดือนกุมภาพันธ์ถึงต้นเดือนมีนาคม ความต้องการที่พักจะสูงกว่าช่วงปกติ โดยเฉพาะวันเสาร์–อาทิตย์และช่วงซากุระบานเต็มที่ ที่พักยอดนิยมใกล้ๆ จุดชมซากุระอาจเต็มล่วงหน้า รวมถึงมีโอกาสปรับราคาสูงขึ้น หากต้องการเลือกที่พักได้ตามงบประมาณ ควรจองล่วงหน้าอย่างน้อยประมาณ 1 เดือน

การเดินทางด้วยรถไฟก็เป็นอีกเรื่องที่ควรวางแผนล่วงหน้า เพราะที่นั่งของรถไฟ Limited Express อย่าง Odoriko และ Saphir Odoriko ในช่วงวันหยุดอาจถูกจองเต็มเร็ว ดังนั้น หากตั้งใจไป Kawazu ในช่วงเทศกาล การจองทั้งที่พักและรถไฟล่วงหน้า จะช่วยให้จัดตารางเที่ยวได้ยืดหยุ่นและควบคุมค่าใช้จ่ายได้ง่าย

วิธีประหยัดงบโดยไม่เสียประสบการณ์

หากต้องการควบคุมค่าใช้จ่าย การเลือกเที่ยวแบบ Day Trip แทนการพักค้างคืน เป็นวิธีที่ช่วยลดงบได้มากที่สุด ขณะเดียวกันควรวางเส้นทางเที่ยวให้ต่อเนื่อง และหลีกเลี่ยงการย้อนกลับ เช่น หากไป Kawazu Nanadaru ให้เริ่มจากทางเข้าด้านบนแล้วค่อยเดินลงมาตามเส้นทางน้ำตก สำหรับคนที่ต้องการพักค้างคืนแต่ยังอยากควบคุมงบ อาจลองเปรียบเทียบที่พักนอกบริเวณสถานี และโซน Nanadaru Onsen ซึ่งมีบรรยากาศเงียบสงบแตกต่างจากโซนชายฝั่ง หรือใจกลางเมือง ส่วนการเดินทางจาก Tokyo หากไม่ได้ต้องการประสบการณ์ระดับพรีเมียมของ Saphir Odoriko การเลือก Limited Express Odoriko แบบปกติจะช่วยลดค่าเดินทางลงได้

“ถ้าต้องเลือกว่าจะประหยัดตรงไหน ลองตัดสิ่งที่ไม่ได้เพิ่มประสบการณ์ออกก่อน แล้วเก็บงบไว้กับสิ่งที่หาไม่ได้จากเมืองอื่น เช่น มื้ออาหารท้องถิ่น ออนเซ็น หรือที่พักที่มองเห็นธรรมชาติ วิธีนี้ทำให้ทริปไม่ได้กลายเป็นเกมแข่งลดค่าใช้จ่ายจนลืมว่ามาเที่ยวญี่ปุ่นเพื่ออะไร”

Kawazu มีออนเซ็นและที่พักแบบไหน? เลือกให้ตรงกับรูปแบบทริป

Kawazu Onsen คืออะไร?

คาวาซุ (Kawazu) เป็นเมืองออนเซ็นที่มีบ่อน้ำพุร้อนกระจายอยู่หลายพื้นที่ ตั้งแต่โซนริมทะเลที่สามารถมองเห็นวิวมหาสมุทร ไปจนถึงหุบเขาใกล้ Kawazu Nanadaru ที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติและป่าอันเงียบสงบ ที่พักหลายแห่งมีออนเซ็นภายใน จึงเหมาะกับการพักค้างเพื่อผ่อนคลาย โดยเฉพาะหลังจากใช้เวลาทั้งวันเดินเที่ยวและชมน้ำตกทั้งเจ็ด

สำหรับคนที่ไม่ได้พักค้าง ก็สามารถสัมผัสออนเซ็นแบบ Day-use ได้เช่นกัน โดย Odoriko Onsen Kaikan เป็นหนึ่งในตัวเลือกยอดนิยม มีทั้งบ่อในร่มและบ่อกลางแจ้งท่ามกลางธรรมชาติ เหมาะสำหรับแวะแช่น้ำร้อน พักร่างกาย และปิดท้ายทริปก่อนเดินทางกลับ

พักใกล้ Kawazu Station

เหมาะสำหรับคนที่วางแผนเที่ยวแบบ Day Trip ต่อในวันถัดไป หรือเดินทางด้วยรถไฟเป็นหลัก เพราะสะดวกทั้งการขึ้นรถบัสไปเที่ยว Kawazu Nanadaru และการกลับมาขึ้นรถไฟในช่วงเช้า ที่พักในโซนนี้มีให้เลือกหลายระดับ ตั้งแต่โรงแรมขนาดใหญ่อย่าง Izu Imaihama Tokyu Hotel ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบ ทั้งสระว่ายน้ำตามฤดูกาลและร้านอาหาร ไปจนถึงเกสต์เฮาส์ขนาดเล็กอย่าง Guesthouse 403 ซึ่งเหมาะกับคนที่ต้องการควบคุมงบประมาณ และเน้นความสะดวกในการเดินทาง

พักแถว Kawazu Onsen

เหมาะสำหรับคนที่ต้องการพักผ่อนเต็มที่ และเลือกให้ออนเซ็นเป็นกิจกรรมหลัก เพราะอยู่ใกล้ Kawazu Nanadaru และโซน Nanadaru Onsen บรรยากาศโดยรอบเงียบสงบ รายล้อมด้วยป่าและเสียงน้ำ ให้ความรู้สึกใกล้ชิดธรรมชาติมากกว่าโซนสถานีที่มีร้านค้าและผู้คนคึกคักกว่า อย่างไรก็ตาม หากไม่มีรถส่วนตัว การเดินทางอาจไม่คล่องตัวนัก เพราะต้องพึ่งรถบัสหรือแท็กซี่เมื่อต้องการกลับสถานีหรือเดินทางไปยังจุดท่องเที่ยวอื่น

ที่พักแบบไหนเหมาะกับงบจำกัด?

ที่พักระดับพรีเมียม เช่น เรียวกังริมทะเลที่มีออนเซ็นส่วนตัว และอาหารไคเซกิ เริ่มต้นประมาณ 20,000–35,000 เยน ขึ้นไป โดยส่วนใหญ่มักรวมอาหาร 2 มื้อ ส่วนโรงแรมระดับมาตรฐานอยู่ที่ประมาณ 12,000–18,000 เยน ต่อคืน ขณะที่เกสต์เฮาส์ หรือมินชูกุแบบเรียบง่ายเริ่มต้นราว 5,000–9,000 เยนต่อคืน

สำหรับคนที่ต้องการประหยัดงบ ยังมีลานกางเต็นท์อย่าง Izuimaihama Auto Camp และ Kawazu Nanataki Car Camping ซึ่งมีค่าใช้จ่ายประมาณ 3,000–5,000 เยน ต่อไซต์ อย่างไรก็ตาม หากเดินทางช่วง Peak Sakura ควรจองที่พักล่วงหน้า เพราะเป็นช่วงที่ห้องพักเต็มเร็วและราคามักสูงกว่าช่วงปกติ

Kawazu กินอะไรดี ? รวมอาหารระหว่างเที่ยวแบบไม่เสียเวลา

อาหารและวัตถุดิบท้องถิ่นที่ควรลอง

Izu ขึ้นชื่อเรื่องอาหารทะเลสด โดยเฉพาะ Kinmedai (ปลาตาเหลือง) ซึ่งเป็นหนึ่งในวัตถุดิบเด่นของคาบสมุทร โดยนิยมกินทั้งแบบซาชิมิ และต้มซีอิ๊วหวาน (Nitsuke) รวมถึง Ise-ebi หรือกุ้งมังกรญี่ปุ่น ที่มีให้ลิ้มลองตามฤดูกาล และอีกหนึ่งของดีประจำพื้นที่คือ วาซาบิสดที่ปลูกในลำธารภูเขาของ Izu ให้รสเผ็ดซ่าพร้อมความหวานอ่อน ๆ ตามธรรมชาติ แตกต่างจากวาซาบิสำเร็จรูปทั่วไป

เมนูที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาถึง Kawazu คือ Wasabi-don ข้าวร้อน ๆ เสิร์ฟพร้อมวาซาบิสดขูด คัตสึโอะบูชิ และซีอิ๊ว โดย Wasabi Garden Kadoya ใกล้เส้นทาง Kawazu Nanadaru เป็นร้านเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงเรื่องเมนูนี้ นอกจากนี้ หากเดินทางต่อไปทาง Shuzenji ผ่านช่องเขา Amagi สามารถแวะ Michi-no-Eki Amagi-goe เพื่อลองซอฟต์เสิร์ฟวาซาบิ หรือเลือกซื้อผลไม้ตระกูลส้มอย่าง มิกัง ซึ่งปลูกกันมากตามพื้นที่ชายฝั่งของ Izu และหาซื้อได้ง่ายในช่วงฤดูท่องเที่ยว

ร้านอาหารและโซนของกินใกล้สถานี

ร้านอาหารส่วนใหญ่ของที่นี่ กระจุกตัวอยู่ในระยะเดินจากสถานี Kawazu จึงเหมาะกับคนที่มีเวลาจำกัด หรือวางแผนเที่ยวแบบ Day Trip มีให้เลือกตั้งแต่ร้านซาชิมิและข้าวหน้าทะเล (Kaisendon) ร้านโซบะที่เสิร์ฟพร้อมวาซาบิสด ไปจนถึงร้านขนมและของว่างท้องถิ่นที่แวะซื้อระหว่างเดินเที่ยวได้สะดวก หากเดินทางในช่วงเทศกาลซากุระ ควรเผื่อเวลามากกว่าปกติ โดยเฉพาะช่วงเที่ยง เนื่องจากร้านอาหารหลายแห่งเป็นร้านขนาดเล็กและมีที่นั่งจำกัด ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นมากในช่วงซากุระบาน ทำให้ร้านยอดนิยมอาจต้องรอคิวนานกว่าปกติ

ของกินและของฝากช่วง Kawazu Sakura Festival

ตลอดเส้นทางริมแม่น้ำในช่วงเทศกาล Kawazu Sakura Festival จะมีแผงขายอาหาร และของฝากเรียงรายตลอดสองข้างทาง ตั้งแต่ของกินร้อน ๆ อย่างทาโกะยากิ ยากิโซบะ และปลาย่างเสียบไม้ ไปจนถึงของแห้ง และผลไม้ตระกูลส้มจากท้องถิ่นที่แพ็กพร้อมซื้อกลับเป็นของฝาก นอกจากนี้ยังมีสินค้าที่เชื่อมโยงกับ Kawazu-zakura โดยเฉพาะ ทั้งขนมและเครื่องดื่มรสซากุระ รวมถึงต้นกล้า Kawazu-zakura ขนาดเล็กสำหรับนำกลับไปปลูก อย่างไรก็ตาม หากต้องการนำต้นไม้กลับประเทศไทย ควรตรวจสอบข้อกำหนดด้านการนำเข้าพืชและการกักกันพืชให้เรียบร้อยก่อนซื้อ

Kawazu เที่ยวเดือนไหนดี ? ไม่ได้มีดีแค่ช่วงซากุระ

ฤดูใบไม้ผลิ: ช่วง Kawazu-zakura

ช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ถึงต้นเดือนมีนาคม อากาศยังค่อนข้างหนาว อุณหภูมิโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 5–13°C แต่ถือเป็นช่วงที่เหมาะที่สุดสำหรับคนที่อยากชมซากุระเร็วกว่าพื้นที่ส่วนใหญ่ของญี่ปุ่น จุดเด่นคือได้ชม Kawazu-zakura พร้อมบรรยากาศเทศกาลที่คึกคัก มีทั้งร้านอาหาร ของฝาก และกิจกรรมพิเศษตลอดเส้นทาง

อย่างไรก็ตาม ช่วงนี้เป็นฤดูท่องเที่ยวที่คึกคักที่สุดของ Kawazu โดยเฉพาะช่วงดอกไม้บานเต็มที่และวันหยุดสุดสัปดาห์ ที่พักจึงมักเต็มเร็วและมีราคาสูงกว่าช่วงปกติ ควรวางแผนและจองล่วงหน้าหากต้องการพักค้างคืน

ฤดูร้อน: ธรรมชาติและกิจกรรมกลางแจ้ง

ช่วงเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคม อุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ 25–32°C เหมาะสำหรับคนที่อยากสัมผัส Kawazu ในบรรยากาศที่แตกต่างจากฤดูซากุระ ช่วงหน้าร้อนสามารถเที่ยวชายหาด Imaihama เล่นน้ำทะเล หรือทำกิจกรรมทางน้ำ ขณะที่บริเวณ Kawazu Nanadaru จะเขียวชอุ่มและร่มรื่นจากผืนป่าที่หนาแน่น เหมาะกับการเดินเที่ยวและพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ

และในช่วงเดือนสิงหาคม ยังมีกิจกรรมและงานพลุบริเวณ Imaihama ช่วยเพิ่มสีสันให้กับทริปฤดูร้อน โดยภาพรวมมีนักท่องเที่ยวน้อยกว่าช่วง Kawazu-zakura ทำให้หาที่พักได้ง่ายขึ้นและมีตัวเลือกด้านราคามากกว่า

ฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว

ช่วงเดือนกันยายนถึงมกราคม อากาศจะค่อย ๆ เย็นลง โดยอุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ 8–22°C และมีนักท่องเที่ยวน้อยกว่าช่วงซากุระ เหมาะสำหรับคนที่อยากสัมผัส Kawazu ในบรรยากาศเงียบสงบ ทั้งการเดินเที่ยว Kawazu Nanadaru ท่ามกลางธรรมชาติ และการพักเรียวกังเพื่อแช่ออนเซ็นแบบไม่เร่งรีบ

ช่วงนี้ที่พักโดยทั่วไปหาจองได้ง่ายกว่าและมักมีราคาย่อมเยากว่าฤดูซากุระ จึงเหมาะกับคนที่ให้ความสำคัญกับธรรมชาติ ออนเซ็น และความสงบ มากกว่าการเดินทางมาเพื่อชมดอกไม้โดยเฉพาะ

ถ้าไม่ได้มาช่วงซากุระ ยังควรไป Kawazu ไหม?

คำตอบขึ้นอยู่กับว่าต้องการอะไรจากทริป หากเป้าหมายหลักคือการชม Kawazu-zakura ก็ควรวางแผนเดินทางช่วงต้นกุมภาพันธ์ถึงต้นมีนาคม ซึ่งเป็นช่วงที่ซากุระสายพันธุ์นี้ผลิบาน แต่ถ้าไม่ได้ยึดติดกับฤดูดอกไม้ Kawazu ก็ยังน่าเที่ยวในช่วงอื่นของปี ทั้งเส้นทาง Kawazu Nanadaru ที่เที่ยวได้ตลอดปี ธรรมชาติของภูเขา และชายฝั่งที่เปลี่ยนบรรยากาศไปตามฤดูกาล รวมถึงออนเซ็นที่สามารถแช่ได้ตลอดทั้งปี โดยเฉพาะฤดูหนาวที่อากาศเย็น ทำให้การแช่น้ำร้อนท่ามกลางธรรมชาติยิ่งผ่อนคลายมากขึ้น

สรุป Route Kawazu: เลือกแผนเที่ยวตามเวลา งบ และสไตล์

มีเวลา 4-5 ชั่วโมง

เหมาะสำหรับคนที่แวะ Kawazu ระหว่างเดินทางต่อไปยังเมืองอื่น เช่น Shimoda หรือ Ito โดยเน้นเดินชม Kawazu-zakura ริมแม่น้ำ Kawazu เป็นหลัก ไม่จำเป็นต้องพยายามเก็บ Kawazu Nanadaru ครบทั้งเส้นทาง เพราะการเดินทางด้วยรถบัสไป-กลับก็ใช้เวลาเกือบ 1 ชั่วโมง และยังต้องเผื่อเวลาเดินเที่ยวอีกประมาณ 1 ชั่วโมง ทำให้แผนค่อนข้างแน่นเกินไป และหากอยากสัมผัสธรรมชาติเพิ่มเติม แนะนำเลือกแวะเพียง Odaru น้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่ม Kawazu Nanadaru โดยลงรถบัสบริเวณ Nanadaru Onsen แล้วเที่ยวเฉพาะจุด แทนการเดินเก็บน้ำตกครบทั้งเจ็ดแห่ง

มีเวลา 1 วันเต็ม

สามารถเลือกแผน Sakura + Waterfalls หรือ Sakura + Onsen ตามรายละเอียดในหัวข้อ “Kawazu 1 วัน ควรเที่ยวอะไรบ้าง” ได้เลย โดยเริ่มจากเดินชม Kawazu-zakura ริมแม่น้ำช่วง 09.00–11.00 น. ก่อนนักท่องเที่ยวหนาแน่น จากนั้นช่วง 11.30–15.00 น. เลือกนั่งรถบัสไปเที่ยว Kawazu Nanadaru หรือแวะแช่ออนเซ็นเพื่อพักผ่อน ก่อนกลับมายังสถานี Kawazu และขึ้นรถไฟเที่ยวเย็นเดินทางกลับหรือไปยังเมืองถัดไป

มีเวลา 1 คืน 2 วัน

ใช้แผน Slow Travel ตามรายละเอียดในหัวข้อ “Kawazu 1 คืน 2 วัน” โดยจุดเด่นที่แตกต่างจากแผนเที่ยววันเดียว คือจะมีเวลาแช่ออนเซ็น และรับประทานมื้อค่ำที่เรียวกังได้อย่างผ่อนคลาย พร้อมตื่นมาเดินชมซากุระยามเช้าในช่วงที่นักท่องเที่ยวยังไม่หนาแน่น ก่อนเดินทางต่อไปยัง Jogasaki Coast ได้อีก หากมีเวลาเหลือ

Checklist ก่อนออกเดินทาง

  • เช็กสถานะการบานของ Kawazu-zakura (Flowering Status) จากเว็บไซต์ทางการ ก่อนออกเดินทาง 3-5 วัน
  • เช็กพยากรณ์อากาศของ Kawazu โดยเฉพาะถ้าวางแผนเดินป่าที่น้ำตก
  • เช็กตารางรถไฟ Odoriko และรถบัส Tokai Bus เพราะมีการปรับตารางเป็นระยะ
  • จองที่พักล่วงหน้า โดยเฉพาะช่วงเทศกาลซากุระที่ห้องเต็มเร็ว
  • เตรียมงบสำรองสำหรับช่วง Peak Season ที่ราคาที่พักและตั๋วอาจสูงกว่าปกติ

Kawazu เหมาะกับทริปของคุณหรือไม่? สรุปก่อนตัดสินใจ

“สุดท้ายแล้ว Kawazu ไม่ใช่จุดหมายที่ชนะเพราะมีสถานที่เยอะที่สุด แต่ชนะตรงที่ให้เหตุผลในการเดินทางที่ค่อนข้างชัดเจน — อยากเห็นซากุระเร็ว อยากหนีเมืองใหญ่ อยากเดินท่ามกลางธรรมชาติ หรืออยากเปลี่ยนหนึ่งวันในญี่ปุ่นให้ช้าลงอีกนิด ถ้าตรงกับสิ่งที่กำลังมองหา ระยะทางกว่า 2 ชั่วโมงจาก Tokyo ก็อาจกลายเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์แทนที่จะเป็นข้อเสีย”

Kawazu เหมาะกับใคร

คาวาซุ (Kawazu) เหมาะสำหรับผู้ที่อยากชมซากุระ ที่บานเร็วกว่าพื้นที่ส่วนใหญ่ของญี่ปุ่น ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบ สวบ และผ่อนคลายกว่าจุดชมซากุระยอดนิยม รวมถึงผู้ที่ชื่นชอบการเดินป่าเบา ๆ ชมน้ำตก และแช่ออนเซ็นท่ามกลางธรรมชาติ อีกทั้งยังเป็นจุดหมายทางเลือกนอกเส้นทางหลักอย่างโตเกียว–ฮาโกเน่–เกียวโต เหมาะสำหรับจัดเป็นทริปสั้น ๆ จากโตเกียว โดยไม่ต้องปรับเปลี่ยนแผนการเดินทางหลักมากนัก

ใครอาจไม่เหมาะกับ Kawazu

คาวาซุ (Kawazu) อาจไม่เหมาะกับผู้ที่มีเวลาจำกัด และต้องการเก็บสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญหลายแห่งภายในทริปเดียว เนื่องจากใช้เวลาเดินทางจากโตเกียวค่อนข้างนานกว่า 2 ชั่วโมง ต่อเที่ยว นอกจากนี้ ผู้ที่คาดหวังบรรยากาศคึกคัก ร้านค้าจำนวนมาก หรือกิจกรรมยามค่ำคืนแบบเมืองท่องเที่ยวหลัก อาจรู้สึกว่าเมืองเล็กแห่งนี้เงียบสงบเกินไป

ข้อดี-ข้อควรระวังของ Kawazu

แน่นอนว่าข้อดีของคาวาซุก็คือ เราสามารถชมซากุระที่บานเร็วกว่าพื้นที่ส่วนใหญ่ของญี่ปุ่น พร้อมสัมผัสธรรมชาติที่หลากหลายในทริปเดียว ทั้งน้ำตกและออนเซ็น อีกทั้งยังมีเสน่ห์ให้เที่ยวได้แม้นอกฤดูซากุระ อย่างไรก็ตาม ช่วงที่ซากุระบานเต็มที่ มักมีนักท่องเที่ยวเยอะเป็นพิเศษ โดยเฉพาะบริเวณใกล้สถานี การเดินทางจากโตเกียวใช้เวลาค่อนข้างนาน และสถานที่ท่องเที่ยวบางแห่งอยู่ห่างกัน จึงต้องอาศัยรถบัสหรือแท็กซี่ ไม่สามารถเดินเที่ยวทุกจุดได้ด้วยเท้าเพียงอย่างเดียว

โดยรวมแล้ว คาวาซุเหมาะสำหรับผู้ที่อยากชมซากุระก่อนใคร พร้อมเที่ยวชมน้ำตก และพักผ่อนด้วยการแช่ออนเซ็น หากวางแผนเวลาและการเดินทางล่วงหน้า ก็สามารถเลือกเที่ยวได้ทั้งแบบเช้าไปเย็นกลับ หรือพักค้างคืนเพื่อสัมผัสบรรยากาศอย่างผ่อนคลาย

คำถามที่พบบ่อย / FAQ

Kawazu-zakura ดูได้ช่วงไหนแน่ๆ ?

ดอกคาวาซุซากุระ มักเริ่มบานตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์ถึงต้นเดือนมีนาคม โดยช่วงที่บานเต็มที่มักอยู่ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ทั้งนี้ ระยะเวลาการบานอาจเปลี่ยนแปลงตามสภาพอากาศในแต่ละปี จึงควรตรวจสอบสถานะการบานล่าสุด ก่อนออกเดินทางทุกครั้ง

ไปเช้าเย็นกลับจาก Tokyo คุ้มไหม?

คุ้มค่าแน่นอน หากออกเดินทางตั้งแต่เช้า และวางแผนเส้นทางให้ต่อเนื่องโดยไม่ย้อนกลับ จะสามารถเที่ยวชมทั้งซากุระริมแม่น้ำ และน้ำตกทั้งเจ็ดได้ภายในวันเดียว อย่างไรก็ตาม ตารางเที่ยวอาจค่อนข้างเร่งรีบในช่วงเทศกาลที่มีนักท่องเที่ยวหนาแน่น

JR Pass ใช้ได้ไหม?

Japan Rail Pass ครอบคลุมเส้นทาง JR ถึงสถานี Ito เท่านั้น หากเดินทางต่อไปยัง Kawazu ต้องชำระค่าโดยสารของสาย Izukyu เพิ่ม โดยค่าใช้จ่ายจะแตกต่างตามประเภทรถไฟและที่นั่ง ส่วน JR TOKYO Wide Pass ครอบคลุมสาย Izukyu ตลอดเส้นทาง แต่จะคุ้มค่ากว่าเมื่อวางแผนเดินทางหลายจุดภายในระยะเวลา 3 วัน

ไม่เช่ารถเที่ยวได้จริงไหม?

ได้ โดยจุดชมซากุระริมแม่น้ำและน้ำตกทั้งเจ็ด สามารถเดินทางได้ด้วยการเดินเท้าและรถบัส Tokai Bus ส่วนสถานที่ที่อยู่ไกลออกไป เช่น Kawazu Bagatelle Park หรือ iZoo การเดินทางด้วยรถยนต์หรือแท็กซี่จะสะดวกกว่า

ใช้บัตรเครดิตได้ทั่วไปไหม?

ร้านอาหารและที่พักขนาดใหญ่ในเมืองส่วนใหญ่รับบัตรเครดิต แต่ร้านค้าขนาดเล็ก และแผงจำหน่ายสินค้าริมแม่น้ำในช่วงเทศกาล อาจรับเฉพาะเงินสด ดังนั้น จึงควรเตรียมเงินสดสำรองไว้ สำหรับซื้อของว่างและของฝากระหว่างทาง

มีตู้ ATM ให้กดเงินไหม?

มีตู้ ATM ให้บริการ โดยจุดที่สะดวกที่สุดคือ Seven Bank ATM ภายในร้าน 7-Eleven หน้าสถานี Kawazu ซึ่งรองรับบัตรที่ออกในต่างประเทศหลายประเภท เช่น Visa และ Mastercard พร้อมเมนูภาษาอังกฤษ ส่วนตู้ ATM ของธนาคารท้องถิ่นและที่ทำการไปรษณีย์อาจไม่รองรับบัตรต่างประเทศทุกใบ จึงแนะนำให้ใช้ Seven Bank เป็นหลัก หรือเตรียมเงินสดจากเมืองใหญ่ให้เพียงพอก่อนเดินทาง

สรุป

คาวาซุ (Kawazu) คือจุดหมายที่คุ้มค่าสำหรับผู้ที่อยากชมซากุระตั้งแต่ช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ พร้อมสัมผัสธรรมชาติทั้งน้ำตก และออนเซ็นที่เที่ยวได้ตลอดทั้งปี สามารถวางแผนได้ทั้งแบบเช้าไปเย็นกลับ หรือพักค้างคืนเพื่อซึมซับบรรยากาศอย่างผ่อนคลาย หากจัดเส้นทางให้เหมาะกับเวลาที่มี ก็จะได้ค้นพบอีกมุมหนึ่งของญี่ปุ่นที่แตกต่างจากเมืองท่องเที่ยวเส้นทางหลัก

Contents Index
  1. 1 Kawazu คือที่ไหน? รู้จักเมืองเล็กใน Izu ก่อนออกเดินทาง
  2. 2 Kawazu มีอะไรน่าสนใจ?
  3. 3 Kawazu เหมาะกับใคร?
  4. 4 ควรพักค้างคืนหรือไปเช้าเย็นกลับดี ?
  5. 5 Kawazu มีสถานที่ท่องเที่ยวอะไรบ้าง? จัดกลุ่มให้เลือกตามสไตล์การเที่ยว
    1. 5.1 Kawazu Seven Waterfalls
    2. 5.2 Kawazu River และเส้นทางชม Kawazu-zakura
    3. 5.3 จุดประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมใน Kawazu
    4. 5.4 ธรรมชาติและกิจกรรมกลางแจ้ง
  6. 6 Kawazu-zakura เที่ยวช่วงไหนดี? วางแผนชมซากุระตามช่วงดอกบาน และจำนวนคน
    1. 6.1 Kawazu-zakura บานเดือนไหน?
    2. 6.2 Kawazu Cherry Blossom Festival มีอะไร?
    3. 6.3 ไปช่วงไหนคนเยอะ และควรหลบคนอย่างไร ?
  7. 7 ถ่ายรูป Kawazu-zakura ช่วงเวลาไหนดี ?
  8. 8 Kawazu Seven Waterfalls เที่ยวอย่างไร? วาง Route ให้ไม่เหนื่อยเกินไป
    1. 8.1 Seven Waterfalls อยู่ที่ไหน ?
    2. 8.2 เดินเที่ยว Seven Waterfalls ใช้เวลากี่ชั่วโมง?
    3. 8.3 ควรขึ้นรถบัสและลงตรงไหน ?
    4. 8.4 ถ้าไม่อยากเดินเยอะ ควรเที่ยวจุดไหน ?
  9. 9 Kawazu เที่ยวกี่วันดี ? เปรียบเทียบ Day Trip กับ 1 คืน 2 วัน
    1. 9.1 Kawazu Day Trip จาก Tokyo
    2. 9.2 Kawazu 1 วัน ควรเที่ยวอะไรบ้าง ?
    3. 9.3 Kawazu 1 คืน 2 วัน
    4. 9.4 Day Trip หรือค้างคืน แบบไหนคุ้มกว่า ?
  10. 10 Kawazu เดินทางอย่างไร? รวมวิธีเดินทางจาก Tokyo
    1. 10.1 Tokyo → Kawazu ด้วยรถไฟ
    2. 10.2 ซื้อตั๋วหรือ Pass แบบไหนคุ้ม?
    3. 10.3 การเดินทางใน Kawazu
    4. 10.4 ควรจองรถไฟล่วงหน้าหรือไม่ ?
  11. 11 เที่ยว Kawazu ใช้งบเท่าไร? วางงบก่อนเดินทาง
    1. 11.1 ช่วงซากุระมีค่าใช้จ่ายอะไรเพิ่ม ?
    2. 11.2 วิธีประหยัดงบโดยไม่เสียประสบการณ์
  12. 12 Kawazu มีออนเซ็นและที่พักแบบไหน? เลือกให้ตรงกับรูปแบบทริป
    1. 12.1 Kawazu Onsen คืออะไร?
    2. 12.2 พักใกล้ Kawazu Station
    3. 12.3 พักแถว Kawazu Onsen
    4. 12.4 ที่พักแบบไหนเหมาะกับงบจำกัด?
  13. 13 Kawazu กินอะไรดี ? รวมอาหารระหว่างเที่ยวแบบไม่เสียเวลา
    1. 13.1 อาหารและวัตถุดิบท้องถิ่นที่ควรลอง
    2. 13.2 ร้านอาหารและโซนของกินใกล้สถานี
    3. 13.3 ของกินและของฝากช่วง Kawazu Sakura Festival
  14. 14 Kawazu เที่ยวเดือนไหนดี ? ไม่ได้มีดีแค่ช่วงซากุระ
    1. 14.1 ถ้าไม่ได้มาช่วงซากุระ ยังควรไป Kawazu ไหม?
  15. 15 สรุป Route Kawazu: เลือกแผนเที่ยวตามเวลา งบ และสไตล์
  16. 16 Kawazu เหมาะกับทริปของคุณหรือไม่? สรุปก่อนตัดสินใจ
    1. 16.1 Kawazu เหมาะกับใคร
    2. 16.2 ใครอาจไม่เหมาะกับ Kawazu
    3. 16.3 ข้อดี-ข้อควรระวังของ Kawazu
  17. 17 คำถามที่พบบ่อย / FAQ
    1. 17.1 Kawazu-zakura ดูได้ช่วงไหนแน่ๆ ?
    2. 17.2 ไปเช้าเย็นกลับจาก Tokyo คุ้มไหม?
    3. 17.3 JR Pass ใช้ได้ไหม?
    4. 17.4 ไม่เช่ารถเที่ยวได้จริงไหม?
    5. 17.5 ใช้บัตรเครดิตได้ทั่วไปไหม?
    6. 17.6 มีตู้ ATM ให้กดเงินไหม?
  18. 18 สรุป
Mmtb

Blogger : Mmtb

Position : หนุ่มเคราดกผู้หลงรักงานคราฟต์: ถ่ายทอดความละเมียดละไมของญี่ปุ่น ในจังหวะปั่นสไตล์วินเทจ

ภายใต้ลุคเคราดกและรอยเปื้อนจากการเดินทาง ผมคือผู้นิยมความประณีตในตัวอักษร ผมหลงรักการเดินทางไปสัมผัสจิตวิญญาณแบบญี่ปุ่น แล้วนำมาปรุงใหม่ผ่านปลายปากกา ไม่ว่าจะเป็นความสงบของสถาปัตยกรรมหรือความจัดจ้านของ Streetwear ผมเขียนทุกบรรทัดเพื่อให้คุณได้กลิ่นอายของสถานที่นั้นจริงๆ

โหวต

| Polls
โหวต | Polls
  • คุณอยากไปทัวร์ 1 วันแบบไหนมากที่สุดในญี่ปุ่น?

    View Results

    Loading ... Loading ...

สถานที่เที่ยว

| Feature

กรณีฉุกเฉิน

| Emergency
  • Police

    110

  • Ambulance

    119

  • AMDA International Medical Information Center

    03-6233-9266

  • สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว

    090-4435-7812

  • สถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซาก้า

    090-1895-0987

  • สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฟุกุโอกะ

    090-2585-3027 หรือ 090-9572-1515