คูปองส่วนลดที่น่าสนใจ
15%
10%
5%

แลนด์มาร์กสำคัญของเมืองซัปโปโรที่ตั้งอยู่ปลายสวน Odori Park หอคอยสีส้มแดงแห่งนี้ไม่เพียงเป็นจุดชมวิวใจกลางเมือง แต่ยังเป็นสถานที่ที่ทำให้เห็นผังเมืองซัปโปโรในมุมมองที่สวยและเป็นระเบียบที่สุด บทความนี้รวบรวมข้อมูลครบทั้งราคาบัตร เวลาเปิด-ปิด ช่วงเวลาที่ควรขึ้นชมวิว และตัวอย่างแผนเที่ยว 1 วันสำหรับนักท่องเที่ยวไทย
แลนด์มาร์กเก่าแก่ของเมืองที่ยืนอยู่คู่ซัปโปโรมาตั้งแต่ปี 1957 และเป็นหนึ่งในจุดชมวิวที่เผยให้เห็นผังเมืองได้สวยที่สุด

ถ้าเดินเล่นอยู่ใน Odori Park แล้วเงยหน้ามองไปทางปลายสวน สิ่งแรกที่สะดุดตาคือหอคอยสีส้มแดงที่ตั้งตระหง่านอยู่ทางทิศตะวันออกของสวน นั่นก็คือ Sapporo TV Tower หอคอยที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของเมืองซัปโปโรมาตั้งแต่ปี 1957

หอคอยแห่งนี้ออกแบบโดย Tachu Naito สถาปนิกชื่อดังของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นผู้ออกแบบ Tokyo Tower เช่นกัน ตัวอาคารมีความสูง 147.2 เมตร และมีจุดชมวิวอยู่ที่ระดับ 90 เมตร
แม้ความสูงอาจไม่ได้มากเท่าหอคอยในเมืองใหญ่ของญี่ปุ่นอย่างโตเกียวหรือโอซาก้า แต่ความพิเศษของที่นี่ไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขความสูง หากอยู่ที่ มุมมองของเมืองซัปโปโร ที่สามารถมองเห็นได้จากด้านบน

จากจุดชมวิว สายตาจะทอดยาวไปตามแนวของ Odori Park สวนสาธารณะที่พาดผ่านใจกลางเมืองเป็นเส้นตรงยาวประมาณ 1.5 กิโลเมตร จากตะวันออกไปตะวันตก อาคารของเมืองเรียงรายอยู่ทั้งสองข้างอย่างเป็นระเบียบ ทำให้ภาพของซัปโปโรดูมีเอกลักษณ์และแตกต่างจากมหานครอื่นในญี่ปุ่น

บรรยากาศแบบนี้แทบไม่มีจุดชมวิวอื่นในเมืองที่สามารถให้มุมมองได้ในลักษณะเดียวกัน
จุดชมวิวที่เปิดมุมมองแบบ 360 องศา เห็นเมืองซัปโปโรได้ชัดเจนทั้งกลางวันและกลางคืน

เมื่อขึ้นลิฟต์ไปยัง Observation Deck ที่ระดับความสูง 90 เมตร ประตูจะเปิดออกสู่พื้นที่ชมวิวที่ล้อมรอบด้วยกระจกใส ทำให้สามารถมองเห็นวิวเมืองได้แบบ 360 องศาเต็มสายตา ไม่ว่าจะเป็นช่วงกลางวันหรือช่วงกลางคืน วิวที่มองเห็นจากชั้นชมวิวก็ให้บรรยากาศที่แตกต่างกันออกไป
ที่นี่ไม่ได้มีความหนาแน่นของนักท่องเที่ยวเหมือนหอคอยขนาดใหญ่ในเมืองหลวง นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักใช้เวลาอยู่บนชั้นชมวิวประมาณ 30–45 นาที ซึ่งถือว่าเพียงพอสำหรับการชมวิวและถ่ายภาพ

ข้อควรรู้:
ลิฟต์ของหอคอยแห่งนี้มีเพียงตัวเดียว และมีขนาดไม่ใหญ่มาก ต่างจากหอคอยในโตเกียวที่มีลิฟต์หลายตัวให้บริการ ช่วงเทศกาลหรือช่วงเวลาที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก คิวจึงอาจเคลื่อนตัวช้ากว่าที่คิด ควรเผื่อเวลาไว้เล็กน้อย
สองมุมถ่ายภาพที่นักท่องเที่ยวจำนวนมากนิยมถ่ายเมื่อขึ้นมาถึงชั้นชมวิว นอกจากวิวเมืองที่สวยงามแล้ว บนชั้นชมวิวยังมีจุดถ่ายรูปที่น่าสนใจอยู่สองจุด

จุดแรกคือ กระจกเอียงฝั่งแม่น้ำ Sosei River ซึ่งออกแบบมาให้สามารถมองลงไปด้านล่างได้โดยตรง ความรู้สึกจะคล้ายกับการยืนลอยอยู่เหนือพื้นดินเล็กน้อย บางคนอาจรู้สึกหัวใจเต้นแรงนิดหน่อย แต่ส่วนใหญ่บอกว่าเป็นความรู้สึกตื่นเต้นแบบสนุกมากกว่าน่ากลัว

อีกหนึ่งมุมยอดนิยมคือ การถ่ายภาพจากด้านล่างของหอคอย เงยขึ้นไปยังนาฬิกาสีเหลืองขนาดใหญ่บนตัวหอคอย เพียงถอยออกมาจากตัวอาคารเล็กน้อยแล้วเงยหน้าขึ้น ตัวเลขนาฬิกาที่สว่างในเวลากลางคืนจะให้ภาพที่โดดเด่นมาก มุมนี้จึงกลายเป็น Shot ยอดนิยมบน Instagram ของนักท่องเที่ยวที่มาเยือนซัปโปโร

ของฝากเฉพาะของหอคอยที่หาไม่ได้จากที่อื่น ภายในชั้นชมวิวมี ตู้กาชาปองเฉพาะของ Sapporo TV Tower รวมถึงของที่ระลึกที่ผลิตขึ้นสำหรับหอคอยแห่งนี้โดยเฉพาะ

มาสคอตประจำหอคอยชื่อว่า TV Tosan หรือ “คุณพ่อหอคอย” มีดีไซน์กวน ๆ แต่ก็น่ารัก จึงเป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวที่ชอบสะสมของที่ระลึกแปลก ๆ


ของที่ระลึกหลายชิ้นมีจำหน่ายเฉพาะที่นี่ หากสนใจก็ควรแวะดูสักเล็กน้อยก่อนลงลิฟต์

ช่วงเวลาที่การขึ้นหอคอยแห่งนี้ให้มุมมองที่สวยงามและคุ้มค่าที่สุด ช่วงที่เรียกได้ว่า คุ้มค่าที่สุดในการขึ้น Sapporo TV Tower คือช่วงเทศกาล Sapporo Snow Festival ซึ่งจัดขึ้นบริเวณ Odori Park ประมาณต้นถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี เมื่อมองลงมาจากชั้นชมวิว จะเห็น ประติมากรรมหิมะและน้ำแข็งขนาดยักษ์ เรียงรายตลอดแนวสวนสาธารณะ

ในช่วงเวลากลางคืน โดยเฉพาะหลัง 17:00 น. แสงไฟจากประติมากรรมและแสงไฟของเมืองจะสร้างบรรยากาศที่งดงามมาก เป็นมุมมองที่หายากและแทบไม่มีจุดอื่นในเมืองที่สามารถมองเห็นได้ในลักษณะนี้
หมายเหตุ:
ช่วง Snow Festival เป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวมากที่สุด คิวขึ้นลิฟต์อาจยาว 30–90 นาที โดยเฉพาะในช่วงเย็น จึงควรวางแผนเวลาให้ดี
อีกช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการชมวิวแบบสบาย ๆ โดยไม่ต้องรอคิวนาน ในช่วงฤดูร้อน Odori Park จะเต็มไปด้วยต้นไม้สีเขียวสด ส่วนในฤดูใบไม้ร่วงสวนจะเปลี่ยนเป็นสีสันของใบไม้เปลี่ยนสี

วิวจากด้านบนในแต่ละฤดูกาลจึงให้ภาพที่แตกต่างกันออกไป แต่ยังคงสวยงามไม่แพ้กัน และจำนวนผู้เข้าชมก็น้อยกว่าช่วงเทศกาลอย่างมาก

สำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่ได้มาในช่วง Snow Festival แต่อยากขึ้นชมวิวแบบชิล ๆ ไม่ต้องรอคิวนาน ช่วงเวลานี้ถือว่าเหมาะอย่างยิ่ง
หนึ่งในจุดชมวิวที่ราคาย่อมเยาที่สุดเมื่อเทียบกับประสบการณ์ที่ได้รับ หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ Sapporo TV Tower เป็นสถานที่ที่น่าเยี่ยมชม คือ ราคาบัตรเข้าชมที่สมเหตุสมผล

เมื่อเทียบกับจุดชมวิวในเมืองใหญ่ของญี่ปุ่น ราคานี้ถือว่าย่อมเยามาก
สำหรับนักท่องเที่ยวที่วางแผนจะแวะ Sapporo Clock Tower ในวันเดียวกัน แนะนำให้สอบถาม Combo Ticket ซึ่งรวมบัตรเข้าชมทั้งสองสถานที่ไว้ด้วยกัน ราคามักคุ้มค่ากว่าการซื้อแยก และยังช่วยประหยัดเวลาที่เคาน์เตอร์จำหน่ายบัตร
หมายเหตุ:
ราคาอาจมีการปรับเปลี่ยนได้ ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากเว็บไซต์ทางการก่อนเดินทาง

โดยทั่วไปหอคอยเปิดให้บริการตั้งแต่ 09:00–22:00 น.
โดยรับผู้เข้าชมถึงก่อนเวลาปิดประมาณ 10–15 นาที

ในช่วงเทศกาล Snow Festival หอคอยมักขยายเวลาเปิดถึงประมาณ 22:30 น. (Last Entry ประมาณ 22:20 น.) เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการชมวิวหลังรับประทานอาหารค่ำ
ควรตรวจสอบเวลาล่าสุดจากเว็บไซต์ทางการก่อนวันที่จะเดินทางไป
การเลือกช่วงเวลาขึ้นชมวิวสามารถทำให้ประสบการณ์แตกต่างกันอย่างมาก

09:00–11:00 น. ในวันธรรมดา
ช่วงเช้าเป็นเวลาที่ดีที่สุดสำหรับผู้ที่อยากขึ้นชมวิวแบบสบาย ๆ ไม่ต้องรอคิวนาน อีกทั้งแสงแดดจากฝั่งตะวันออกยังให้แสงสวยสำหรับการถ่ายภาพ Odori Park

ช่วงเวลาประมาณ 18:00–20:00 น. เป็นช่วงที่มีนักท่องเที่ยวหนาแน่นที่สุด
คิวขึ้นลิฟต์อาจใช้เวลารอ 30–90 นาที และเนื่องจากลิฟต์มีเพียงตัวเดียว การเคลื่อนตัวของคิวจึงช้ากว่าหอคอยใหญ่ในโตเกียว

กลยุทธ์ที่แนะนำ
ขึ้นไปช่วงบ่ายก่อน 16:00 น. เพื่อชมวิวกลางวัน จากนั้นรอชมพระอาทิตย์ตกและวิวกลางคืนบนชั้นชมวิวเลย จะได้ไม่ต้องลงมาแล้วต่อคิวใหม่
เคล็ดลับ:
หากต้องการชมวิวกลางคืนช่วง Snow Festival ลองมาประมาณ 16:30–17:00 น. ซึ่งตรงกับช่วงพลบค่ำ และคิวยังไม่ยาวเท่าช่วงค่ำ
เส้นทางเที่ยวใจกลางเมืองที่สามารถเดินได้สะดวก เหมาะกับการใช้เวลาหนึ่งวันในซัปโปโร

Sapporo TV Tower ตั้งอยู่ปลายด้านตะวันออกของ Odori Park ทำให้เป็นจุดเริ่มต้นที่เหมาะสำหรับการเดินเที่ยวใจกลางเมืองซัปโปโร
การเดินทางมาที่นี่สะดวกที่สุดคือ รถไฟใต้ดิน (Subway) สาย Namboku, Tozai หรือ Toho ลงสถานี Odori แล้วออกทาง Exit 27
เมื่อขึ้นมาจากทางออกก็จะเห็นหอคอยทันที และในวันที่หิมะตกหนัก เส้นทางนี้แทบไม่ต้องเดินกลางแจ้ง

มาแต่เช้าตอนหอคอยเปิด นักท่องเที่ยวยังไม่มาก สามารถขึ้นชมวิวได้อย่างสบาย และถ่ายรูปได้โดยไม่ต้องรอคิว
วิวตอนเช้าของ Odori Park มีความเงียบสงบและให้บรรยากาศที่แตกต่างจากช่วงกลางวัน

หลังจากลงมาจากหอคอย สามารถเดินสำรวจ Odori Park ต่อได้ทันที
สวนสาธารณะแห่งนี้ทอดยาวผ่านใจกลางเมือง เต็มไปด้วยต้นไม้ น้ำพุ และพื้นที่พักผ่อน
ในฤดูร้อนจะมีเทศกาลเบียร์ ส่วนฤดูหนาวจะมีประติมากรรมหิมะ

เดินต่อไปยัง Tanukikoji ตลาดในร่มที่เก่าแก่ที่สุดของซัปโปโร

ที่นี่มีร้านอาหารหลากหลาย เช่น

เดินจาก Tanukikoji ไม่นานก็จะถึง Sapporo Clock Tower อาคารสไตล์ตะวันตกที่สร้างตั้งแต่ปี 1878
สถานที่แห่งนี้ถือเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ทางประวัติศาสตร์ของเมือง และภายในยังมีนิทรรศการเกี่ยวกับประวัติของอาคารและการก่อตั้งเมืองซัปโปโร

ใจกลางซัปโปโรมีร้านกาแฟและร้านของหวานมากมาย
ซัปโปโรขึ้นชื่อเรื่อง ผลิตภัณฑ์นมคุณภาพสูงของฮอกไกโด ช่วงนี้จึงเหมาะมากสำหรับการพักผ่อนและลองของหวานก่อนออกไปชมวิวกลางคืน
หากยังมีเวลาและพลังเหลือ สามารถกลับมาที่ TV Tower เพื่อชมวิวกลางคืนได้อีกครั้ง
แม้ว่าจะต้องซื้อตั๋วใหม่ แต่ภาพที่ได้จะแตกต่างจากตอนกลางวันอย่างสิ้นเชิง
แสงไฟเมืองสว่างไสว ท้องฟ้าสีม่วงเข้มในยามพลบค่ำ และ Odori Park ที่เงียบลงหลังนักท่องเที่ยวเริ่มกลับ

งบประมาณโดยประมาณสำหรับวันนี้
ค่าบัตร TV Tower + มื้อกลางวัน + ค่าเดินทาง + ของว่าง
รวมอยู่ที่ประมาณ ¥3,000–5,000 ต่อคน
(ประมาณ 720–1,200 บาท)
ถือว่าเป็นงบประมาณที่ค่อนข้างคุ้มค่าสำหรับการเที่ยวหนึ่งวันเต็มในใจกลางเมืองซัปโปโร

Sapporo TV Tower
| ที่อยู่ | Odori Nishi 1-chome, Chuo Ward, Sapporo, Japan (ตั้งอยู่ปลายด้านตะวันออกของ Odori Park) |
| วิธีเดินทาง | รถไฟใต้ดินลงสถานี Odori Station ใช้สาย Namboku / Tozai / Toho Line ออกทางออก Exit 27 เดินขึ้นมาจะเห็นหอคอยทันที |
| เวลาทำการ | ปกติ: 09:00 – 22:00 น. (รับผู้เข้าชมรอบสุดท้ายประมาณ 21:50 น.) ช่วงเทศกาลบางช่วงอาจขยายเวลา |
| ราคา | ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่: ประมาณ ¥1,000 เด็ก: ประมาณ ¥500 |
| Website | Sapporo TV Tower |


แม้ว่า Sapporo TV Tower อาจไม่ใช่หอคอยที่สูงที่สุดหรือหรูหราที่สุดในญี่ปุ่น แต่สถานที่แห่งนี้กลับมอบมุมมองของเมืองซัปโปโรได้อย่างเป็นเอกลักษณ์ จากด้านบน คุณจะเห็นทั้งความเป็นระเบียบของผังเมือง ความเขียวขจีของสวน Odori Park และความงดงามของเทศกาลหิมะที่ทำให้เมืองนี้มีชื่อเสียงไปทั่วโลก การขึ้นไปชมวิวที่นี่สักครั้งจึงไม่ใช่เพียงการขึ้นไปดูทิวทัศน์เท่านั้น แต่ยังเป็นการทำความรู้จักกับซัปโปโรจากมุมมองที่ดีที่สุดของเมืองอีกด้วย

Blogger : BuaLyn
สวัสดีค่ะ หนึ่งนะคะ ☺️ เป็นคนที่หลงรักประเทศญี่ปุ่นสุดหัวใจ ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่งดงาม อาหารที่แสนอร่อย หรือผู้คนที่อบอุ่นและเป็นมิตร ทุกครั้งที่ได้ไปท่องเที่ยวและสัมผัสยิ่งทำให้ตกหลุมรักญี่ปุ่นมากขึ้น ขอบคุณที่เข้ามาอ่านบทความของหนึ่งนะคะ หวังว่าจะได้แบ่งปันเรื่องราวดี ๆ ให้ทุกคนได้เพลิดเพลินไปด้วยกันค่ะ!
29 Posts
Police
110
Ambulance
119
AMDA International Medical Information Center
03-6233-9266
สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว
090-4435-7812
สถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซาก้า
090-1895-0987
สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฟุกุโอกะ
090-2585-3027 หรือ 090-9572-1515