แนะนำ 13 จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีฮอกไกโด ปี 2023 วิวสวย บรรยากาศดี พร้อมวิธีเดินทาง ค่าเข้าและช่วงเวลาเหมาะไปชมใบไม้เปลี่ยนสีแต่ละสถานที่ 

03/09/2019 (อัพเดทเมื่อ 20/10/2023)
ครั้งนี้เรามากันที่จุดชมวิวใบไม้เปลี่ยนสีที่ฮอกไกโดกันบ้าง ซึ่งใครวางแพลนมาเที่ยวเดือนตุลาคมเราขอแนะนำให้ขึ้นไปทางฮอกไกโดเลย เพราะเป็นที่แรกที่ใบไม้เปลี่ยนสีก่อนภูมิภาคอื่นๆ ของญี่ปุ่น ว่ามีจุดไหนที่สวยปัง ห้ามพลาด ว่าแล้วก็เตรียมปักหมุดแล้วไปดูกันเลยว

โนโบริเบทสึ ออนเซ็น (Noboribetsu Onsen)

ย่านบ่อน้ำพุร้อนโนโบริเบทสึ (Noboribetsu Onsen) เป็นย่านบ่อน้ำพุร้อนคุณภาพดีที่มีชื่อเสียงของฮอกไกโด เพราะมีน้ำพุร้อนมากถึง 11 ชนิด ภายในย่านนี้ยังมีที่พักทั้งแบบเรียวกังและโรงแรมขนาดใหญ่ ที่มีห้องอาบน้ำออนเซ็นเปิดให้บริการกับทั้งผู้เข้าพักและสำหรับมาออนเซ็นเป็นครั้ง ๆ ได้ ในราคาอยู่ที่ประมาณ 700-2,000 เยน รวมถึงมีห้องอาบน้ำสาธารณะใจกลางเมืองด้วย 1 แห่ง ในช่วงใบไม้เปลี่ยนสีที่นี่เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่เต็มไปด้วยสีสันหลากสี ซึ่งที่นี่ใบไม้เริ่มเปลี่ยนสีประมาณปลายตุลาคมถึงกลางพฤศจิกายน

ใบไม้เปลี่ยนสี ฮอกไกโด
ใบไม้เปลี่ยนสี ฮอกไกโด

พิกัด โนโบริเบทสึ ออนเซ็น (Noboribetsu Onsen)

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการชม ในปี 2023ประมาณช่วง 28 ตุลาคม – 5 พฤศจิกายน
เวลาเปิดทำการ24 ชั่วโมง
ราคาค่าเข้าชมฟรี
การเดินทางจากสถานี JR Noboribetsu นั่งรถบัส (ไปที่ Noboribetsu Onsen) ประมาณ 15 นาที แล้วลงที่ป้าย Noboribetsu Onsen เดินต่อประมาณ 10 นาที

ดูแผนที่

มหาวิทยาลัยฮอกไกโด (Hokkaido University, Sapporo)

มหาวิทยาลัยฮอกไกโด ช่วงใบไม้เปลี่ยนสีเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อของซัปโปโร เพราะภายในมหาวิทยาลัยมีถนนต้นแปะก๊วยตลอดสองข้างทาง ทำให้ถนนเส้นนี้เป็นอีกหนึ่งที่ที่นักท่องเที่ยวนิยมไปกันช่วงฤดูใบไม้ร่วง ที่ถนนเส้นนี้จะเปลี่ยนสีเป็นสีเหลืองทองอร่ามในช่วง ช่วงปลายเดือนตุลาคม ถึงต้นเดือนพฤศจิกายนของทุกๆ ปี

ใบไม้เปลี่ยนสี ฮอกไกโด
ใบไม้เปลี่ยนสี ฮอกไกโด

พิกัด มหาวิทยาลัยฮอกไกโด (Hokkaido University, Sapporo)

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการชม ในปี 2023ประมาณช่วง 12 พฤศจิกายน
เวลาเปิดทำการ24 ชั่วโมง
ราคาค่าเข้าชมฟรี
การเดินทางจากสถานีรถไฟใต้ดิน “คิตะ 12 โจ” เดินต่อประมาณ 5 นาที
จากสถานี JR Sapporo เดินต่อประมาณ 15 นาที

ดูแผนที่

โจซังเค (Jozankei)

โจซังเคมีโรงแรมเรียวกังกว่า 20 แห่ง เพราะเป็นเมืองน้ำพุร้อนที่ใหญ่อันดับต้นๆ ของฮอกไกโด ณ อุทยานแห่งชาติชิโคสึโทยะ โดยรอบโจซังเค มีจุดชมทิวทัศน์หลากหลายออย่าง เขื่อนโจซังเค เขื่อนโฮเฮเคียว สวนสาธารณะโจซังเก็นเซ็นที่ตั้งอยู่ที่ใจกลางเมือง ที่ล้วนแล้วแต่เป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยงาม โดยสามารถเพลิดเพลินไปบนทางเดินเลียบแม่น้ำโทโยฮิระ การแช่อนเซ็นเท้าฟรีกลางป่า ไปพร้อมๆกับการชมใบไม้เปลี่ยนสีในช่วงกลางปลายเดือนพฤศจิกายนจึงถึงต้นธันวาคม ซึ่งถือเป็นช่วงพีคที่สุดของที่นี่

ใบไม้เปลี่ยนสี ฮอกไกโด
ใบไม้เปลี่ยนสี ฮอกไกโด

พิกัด โจซังเค (Jozankei)

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการชม ในปี 2023ประมาณช่วง 24 พฤศจิกายน – 5 ธันวาคม
เวลาเปิดทำการ24 ชั่วโมง
ราคาค่าเข้าชมฟรี
การเดินทางจากสถานี JR ซัปโปโร หรือสถานี Makomanai ของรถไฟใต้ดินเมืองซัปโปโร ขึ้นรถบัส Jotetsu (ไป Jozankei Onsen) แล้วลงที่ป้ายรถบัส Yunomachi เดินต่อเพียงสักครู่

ดูแผนที่

ทะเลสาบทั้งห้าของชิเรโทโกะ (Shiretoko Five Lakes)

ทะเลสาบทั้งห้าของชิเรโทโกะ เป็นทะเลสาบขนาดเล็กที่อยู่ใกล้ๆ กันทั้ง 5 เเห่ง โดยตั้งอยู่ที่ทางด้านตะวันออกของเกาะฮอกไกโด ที่มีภูเขาโอบล้อมและผืนป่าในช่วงกลางเดือนตุลาคมถึงปลายเดือนตุลาคมทิวทัศน์ของที่ทะเลสาบจะถูกเปลี่ยนไปด้วยใบไม้สีเหลือง แดง ส้ม ที่พากันพร้อมใจเปลี่ยนสีตัดกับสีของยอดเขาที่ถูกหิมะปกคลุมและสีฟ้าของน้ำในทะเลสาบเป็นอีกหนึ่งสถานที่งดงามที่อยากให้เพื่อนๆ ได้ไปสัมผัสด้วยตนเอง

พิกัด ทะเลสาบทั้งห้าของชิเรโทโกะ (Shiretoko Five Lakes)

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการชม ในปี 2023ประมาณช่วง 19 ตุลาคม – 29 ตุลาคม
เวลาเปิดทำการ24 ชั่วโมง
ราคาค่าเข้าชมฟรี
การเดินทางจากสถานี JR Shiretoko Shari ใช้รถบัสลงที่ป้าย Shiretoko-goko

ดูแผนที่

โซอุนเคียว (Sounkyo)

โซอุนเคียว (Sounkyo) หุบเขาที่ตั้งกลางอุทยานแห่งชาติไดเซ็ทสึซัง ไฮไลท์หลักของหุบเขาโซอุนเคียวคือหมู่บ้านออนเซ็นขนาดเล็กที่เต็มไปด้วยธรรมชาติ ของเมืองคามิคาว่า ฮอกไกโด ที่มีทั้งบ้านเรือน ร้านค้า โรงแรมต่างๆ ที่สามารถนั่งกระเช้าขึ้นไปชมความสวยงามบนยอดเขาคุโรดาเกะได้ โดยช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีกลางหุบเขาจะถูกล้อมรอบไปด้วยใบไม้หลากสีทั้งสีเขียว แดง เหลือง ส้ม ที่ให้ความรู้สึกเหมือนเห็นภาพในนิยายโรแมนติกสักเรื่องหนึ่ง ซึ่งช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีที่นี่มีงานประดับไฟด้วยนะ จึงเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่เที่ยวง่ายและมีวิวทิวทัศน์ที่สวยงามทุกฤดูด้วยล่ะ

พิกัด โซอุนเคียว (Sounkyo)

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการชม ในปี 2023ประมาณช่วง 14 ตุลาคม – 23 ตุลาคม
ราคาค่าเข้าฟรี
สำหรับงานไฟประดับต้องชำระค่าเข้า 500 เยน
การเดินทางจากสถานี JR Kamikawa โดยรถบัสประมาณ 30 นาที, ลงที่ป้ายสถานีบัส Sounkyo Onsen และเดินต่อประมาณ 15 นาที

ดูแผนที่

มิคุนิพาส (Mikuni Pass)

ถนนมิคุนิพาส (Mikuni Pass) เป็นถนนทางหลวงหมายเลข 273 ที่ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติไดเซ็ตสึซัง (Daisetsusan National Park) และเป็นถนนที่เชื่อมต่อระหว่างเมืองคามิคาวะ (Kamikawa) และเมืองโทคาชิ (Tokachi) ซึ่งถนนเส้นนี้จะสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์อันสวยงามของขุนเขาและธรรมชาติที่รายล้อม โดยจากจุดพักรถของถนนหมายเลข 273 นี้ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงสามารถมองเห็นใบไม้เปลี่ยนสีเหลือง แดง ส้มไปพร้อมกับทัศนียภาพอันงดงามของสะพานมัตสึมิโอฮาชิ (Matsumi Ohashi) ที่ทอดยาวผ่านท่ามกลางต้นไม้ใบไม้ที่พากันเปลี่ยนสีสัน จึงเป็นอีกจุดถ่ายรูปยอดฮิตของฮอกไกโด

พิกัด มิคุนิพาส (Mikuni Pass)

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการชม ในปี 2023ประมาณช่วง 19 ตุลาคม – 29 ตุลาคม
เวลาเปิดทำการ24 ชั่วโมง
ราคาค่าเข้าชมฟรี
การเดินทางจากทางเข้ารถยนต์ Otofuke Obihiro IC ใช้เวลาประมาณ 90 นาที

ดูแผนที่

Daisetsuzan (ฮอกไกโด)

อุทยานแห่งชาติไดเซ็ตสึซัง (Daisetsuzan National Park) ตั้งอยู่ใจกลางเกาะฮอกไกโดที่มียอดภูเขาหลักที่สูงที่สุดของฮอกไกโดอย่างเขาอาซาฮิอยู่ด้วย ที่นี่จึงมีพืชพรรณไม้แบบป่าสนอัลไพน์ซึ่งมีสีสันสดรวมไปถึงพืชพรรณที่มีเฉพาะที่ไดเซ็ตสึซัง จนเป็นที่รู้จักกันในชื่อ “สวนที่เหล่าทวยเทพมาสำราญกัน” โดยมีระบบนิเวศน์ที่อุดมสมบูรณ์ จึงเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่สวยงามในทุกฤดูกาล โดยเฉพาะช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ด้วยความที่มีพืชพรรณหลากหลายจึงทำให้ที่นี่มีส่วนผสมของสีสันหลากหลาย จึงเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่อยากให้เพื่อนๆ ลองไปชมกันสักครั้ง โดยที่นี่ใบไม้จะเริ่มเปลี่ยนสีกลางเดือนกันยายนไปจนถึงกลางเดือนตุลาคม

พิกัด Daisetsuzan (ฮอกไกโด)

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการชม ในปี 2023ประมาณช่วง 25 กันยายน – 13 ตุลาคม
เวลาเปิดทำการเวลาทำการของ Daisetsuzan Asahidake Ropeway
เวลาขาขึ้นรอบแรกคือ 09.00 น – เวลาขาลงรอบสุดท้ายคือ 16.00 น.
※ เวลาการทำงานอาจแตกต่างกันตามวัน โปรดดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ
https://asahidake.hokkaido.jp/th/#SCHEDULE
ราคาDaisetsuzan Asahidake Ropeway (1 มิ.ย. – 20 ต.ค.)
ผู้ใหญ่ ไป-กลับ 3,200 เยน เด็ก ไป-กลับ 1,600 เยน
การเดินทางจากสถานี JR Asahikawa โดยรถบัส ใช้เวลาประมาณ 2  ชั่วโมง

ดูแผนที่

ภูเขานิเซโกะ-อันนูปูริ (Mt. Niseko-Annupuri)

นิเซโกะ (Niseko) เป็นตำบลที่ตั้งอยู่ในอำเภออะบุตะ (Abuta) ฮอกไกโด (Hokkaido) ที่นี่เป็นแหล่งรวมสกีรีสอร์ทขึ้นชื่อ ที่เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวที่ต้องการไปเล่นหิมะ ซึ่งสามารถเดินทางจากเมืองซัปโปโรโดยใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมง  เนื่องจากที่นี่มีหิมะที่คุณภาพดีและเป็นที่ตั้งของ ภูเขาโยเทอิ (Mount Yōtei) ที่มีรูปร่างคล้ายภูเขาไฟฟูจิ  จึงทำให้นิเซโกะมีเสน่ห์และสวยงามในทุกฤดูกาล ในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีที่นี่ก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวที่พากันมาชื่นชมสีสันที่หลากหลายของเหล่าใบไม้ที่เปลี่ยนเป็นสีเหลือง ส้ม แดง ตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคมไปจนถึงปลายเดือน

พิกัด ภูเขานิเซโกะ-อันนูปูริ (Mt. Niseko-Annupuri)

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการชม ในปี 2023ประมาณช่วง 8 ตุลาคม – 22 ตุลาคม
เวลาเปิดทำการเวลาการทำงานของกอนโดลา 9:00 ถึง 16:30 (ขึ้นครั้งสุดท้าย 16:00 / ลงครั้งสุดท้าย 16:30) ※ ในเดือนกันยายน ทำงานเฉพาะวันเสาร์, วันอาทิตย์ และวันหยุดแห่งชาติเท่านั้น และเริ่มตั้งแต่วันที่ 7 ถึง 15 ตุลาคม 2566 ทำงานทุกวัน
ค่าเข้าค่าเข้าชมฟรี
ค่ากอนโดลาไป-กลับ ผู้ใหญ่ 1,300 เยน, นักเรียนประถมศึกษา 650 เยน
การเดินทางจากสถานี JR Niseko ใช้รถบัส Niseko (ประมาณ 40 นาที) ลงที่ป้าย Yumoto Onsen และเดินสักครู่
หรือนั่งรถบัส (ประมาณ 55 นาที) ลงที่ป้าย Shinsen-numa Rest House เดินต่อประมาณ 20 นาที
หรือนั่งรถบัส (ประมาณ 75 นาที) ลงที่ป้าย Goshiki Onsenkyo และเดินสักครู่
*รถบัสทำงานเฉพาะวันเสาร์, วันอาทิตย์ และวันหยุดแห่งชาติตั้งแต่วันที่ 2 กันยายน ถึง 1 ตุลาคมเท่านั้น

ดูแผนที่

โทคาจิดาเกะออนเซ็น (Tokachidake Onsen)

โทคาจิดาเกะออนเซ็น (Tokachidake Onsen) ตั้งอยู่ ในอุทยานแห่งชาติไดเซสึซัง(Daisetsuzan National Park) จังหวัดฮอกไกโด (Hokkaido) โดยมีเรียวกัง 4 แห่ง ที่มีห้องอาบน้ำพุร้อนแบบแบ่งห้องอาบน้ำชายหญิง เป็นแบบกลางแจ้ง ที่สามารถมองเห็นทัศนียภาพอันงดงามของภูเขาโทคาจิดาเกะ  ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปลายเดือนกันยายน-ปลายเดือนตุลาคมเป็นช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ เพราะสามารถแช่บ่อน้ำพุร้อนกลางแจ้งท่ามกลางวิวใบไม้ได้ จึงเป็นสถานที่ยอดฮิตอีกหนึ่งที่ของนักท่องเที่ยว

พิกัด โทคาจิดาเกะออนเซ็น (Tokachidake Onsen)

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการชม ในปี 2023ในฤดูใบไม้ร่วง 13 ตุลาคม – 31 ตุลาคม
ราคาค่าเข้าชมฟรี
การเดินทางจากสถานี JR Furano ใช้รถบัสลงที่ป้าย Ryounkaku และเดินสักครู่
หรือ จากสถานี JR Kami Furano ใช้แท็กซี่ประมาณ 20 นาที

ดูแผนที่

สวนสาธารณะมารุยามะ (Maruyama Park)

สวนสาธารณะมารุยามะ (Maruyama Park) เป็นอีกหนึ่งจุดชมดอกซากุระที่ขึ้นชื่อของที่นี่ ยังเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวซัปโปโร ด้วยพื้นที่สวนที่มีขนาดใหญ่ที่มีทั้งสนามกีฬา สนามเบสบอล ลานเบสบอลซากาชิตะ  โดยที่นี่ยังมีต้นเมเปิลยักษ์ด้วย ช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนในฤดูใบไม้เปลี่ยนสีทั่วทั้งสวนมารุยามะจะถูกเปลี่ยนไปด้วยสีเหลือง แดง ส้ม ตามสีของใบไม้พันธ์ต่าง ๆ จึงเป็นที่เที่ยวยอดฮิตอีกหนึ่งที่ของซัปโปโร

พิกัด สวนสาธารณะมารุยามะ (Maruyama Park)

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการชม ในปี 2023ประมาณช่วง 12 พฤศจิกายน
เมืองเมืองซัปโปโร
ราคาค่าเข้าฟรี
การเดินทางจากสถานี Maruyama Koen ของรถไฟใต้ดิน เดินประมาณ 5 นาที

ดูแผนที่

ทะเลสาบชิโกสึ (Lake Shikotsu)

ทะเลสาบชิโกสึ(Lake Shikotsu) ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติชิโกสึโทยะ (Shikotsu- Toya National Park) โดยพื้นที่ส่วนใหญ่ในบริเวณนี้ยังคงความเป็นธรรมชาติไว้ได้อย่างดีเยี่ยม ตั้งแต่กลางเดือนเมษายนถึงต้นเดือนพฤศจิกายนจะมีบริการล่องเรือชมทิวทัศน์มีทั้งแบบเรือทั้งแบบสปีดโบ๊ทและพื้นกระเพื่อชมธรรมชาติที่สวยงาม ซึ่งในช่วงปลายเดือนตุลาคมจนถึงต้นเดือนพฤศจิกายนในฤดูใบไม้ร่วงเหล่าต้นไม้ริมทะเลสาบชิโกสึจะพากันเปลี่ยนสีสวยงาม ทำให้ดึงดูดสายตานักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก ทำให้ที่นี่เป็นอีกสถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีขึ้นชื่องของฮอกไกโดอีกที่หนึ่ง

พิกัด ทะเลสาบชิโกสึ (Lake Shikotsu)

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการชม ในปี 2023ประมาณช่วง 27 ตุลาคม – 4 พฤศจิกายน
ราคาค่าเข้าฟรี
การเดินทางจากสถานี JR Chitose นั่งรถบัส Chuo ไปทาง Shikotsu-ko ประมาณ 45 นาที

ดูแผนที่

สวนสาธารณะมิฮะระชิ (Miharashi Park)

สวนสาธารณะมิฮะระชิ (Miharashi Park) หรือ สวนโคเซ็ตสึเอ็น (Kosetsu-en Garden) ตั้งอยู่เมืองฮาโกดาเตะ (Hakodate) ที่นี่เป็นสวนขนาดใหญ่ที่ด้านตกแต่งสไตล์สวนญี่ปุ่น ซึ่งเป็นสวนแห่งเดียวในฮอกไกโดที่รัฐบาลประกาศให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ด้านในมีต้นไม้หลากหลายพันธ์รวมกว่า 150 ชนิด ถือเป็นสวนยอดนิยมสำหรับการชมใบไม้เปลี่ยนสีเนื่องด้วยที่นี่มีต้นไม้หลากหลายชนิดรวมทั้งยังมีต้นเมเปิ้ลที่พร้อมใจกันเปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง ภายในสวนประดับไฟไลท์อัพตามแนวต้นเมเปิ้ลเป็นทางยาวกว่า 100 เมตร  จึงเป็นอีกหนึ่งจุดที่ควรใส่ไว้ในแพลนเมื่อไปเที่ยวฮอกไกโด

พิกัด สวนสาธารณะมิฮะระชิ (Miharashi Park)

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการชม ในปี 2023ประมาณช่วง 4 พฤศจิกายน – 11 พฤศจิกายน
เมืองเมืองฮาโกดาเตะ
ราคาค่าเข้าฟรี
การเดินทางจากสถานี JR Hakodate นั่งรถบัส ประมาณ 40 นาที ลงที่ป้าย Kosetsuen  แล้วเดินต่อประมาณ 1 นาที

ดูแผนที่

อุทยานแห่งชาติโอนุมะ (Onuma Quasi National Park)

อุทยานแห่งชาติโอนุมะ (Onuma Quasi National Park) ถือเป็นอุทยานแห่งชาติที่อยู่ใกล้กับตัวเมือง และเดินทางสะดวกเนื่องจากอยู่ห่างจากเมืองฮาโกดาเตะเพียง 20 กิโลเมตรเท่านั้น ไฮไลต์ของที่นี่จะเป็น จุดระหว่างทะเลสาบโอนุมะและทะเลสาบโคนุมะ เนื่องจากมีเส้นทางการเดินคาบสมุทรและเกาะ แก่งต่างๆ  ที่เชื่อมต่อด้วยสะพานเล็กๆ รวมทั้งยังมีทะเลสาบและภูเขาไฟโคมะงาตาเกะ(Mount Komagatake) จึงทำให้อุทยานแห่งชาติโอนุมะเป็นอีกหนึ่งสถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีที่มีชื่อเสียงอย่างมากเนื่องจากสีของทะเลสาบตัดกับสีแดง เหลือง ส้มของใบไม้ที่พากันเปลี่ยนสี โดยมีหิมะสีขาวสะอาดเกิดขึ้นบนยอดภูเขา ทำให้ที่นี่สวยงามดังภาพวาด

พิกัด อุทยานแห่งชาติโอนุมะ (Onuma Quasi National Park)

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการชม ในปี 2023ประมาณช่วง 29 ตุลาคม – 6 พฤศจิกายน
วิธีเดินทางมันจะใช้เวลา 10 นาทีเพื่อเดินจากสถานีเกียวโต
ราคาเข้าฟรี
การเดินทางจากสถานี JR Onuma-Koen  เดินประมาณ 5 นาที

ดูแผนที่

สรุป

เป็นยังไงกันบ้างคะ กับ13 จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีของฮอกไกโดที่Chill Chill Japan นำมาแบ่งปันให้เพื่อนๆ ปีนี้ฤดูใบไม้เปลี่ยนสีของญี่ปุ่นต้องสวยมากๆ แน่ๆ เลย เพราะอากาศไม่ค่อยสวิงมาก ใครมีแพลนไปชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ไหน แวะมาทักทายกันที่เพจ Chill Chill Japan กันได้นะ พวกเราทุกคนรอเพื่อนๆ แวะมาทักทายกันจ้า

ก้าง

Blogger : ก้าง

มนุษย์แม่ที่หลงใหลการแบกเป้เที่ยว ว่างเข้าป่า ปีนเขา เผลอใจให้กับธรรมชาติง่าย ตอนวัยรุ่นชอบการนอนตามป้ายรถเมล์หรือตามสถานีรถไฟ ใช้ชีวิตอย่างคนไร้บ้านทุกปิดเทอมตั้งแต่อายุ 16 ชอบลองกินของแปลกใหม่ ชอบหาความหมายของทุกสิ่งรอบๆตัว และมีความสุขที่ได้เรียนรู้วัฒนธรรมของแต่ละประเทศที่เราไป ก้างผู้ชื่นชอบการนั่งรถไฟในช่วงเวลาเร่งด่วนเพื่อหาวิวดีๆ อิอิ!!! ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ เว็บไซต์ : https://chillchill-trip.com/

40 Posts

กรณีฉุกเฉิน

| Emergency
  • Police

    110

  • Ambulance

    119

  • AMDA International Medical Information Center

    03-6233-9266

  • สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว

    090-4435-7812

  • สถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซาก้า

    090-1895-0987

  • สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฟุกุโอกะ

    090-2585-3027 หรือ 090-9572-1515