บทความ PR

ทริปสโลว์ไลฟ์ที่คุมาโมโตะ สัมผัสวิถีชีวิตท้องถิ่น-เที่ยวปราสาทคุมาโมโตะ ทำกิจกรรมท้องถิ่น ลิ้มลองอาหารขึ้นชื่อ ตระเวนคาเฟ่บรรยากาศดี

ใครเคยเที่ยวญี่ปุ่นมาหลายครั้ง และเริ่มมองหาประสบการณ์ที่ต่างจากการเดินสายเช็กอินแลนด์มาร์กยอดฮิต คุมาโมโตะคือเมืองที่อยากชวนให้ลองสักครั้ง ที่นี่ไม่มีความเร่งรีบแบบเมืองใหญ่ แต่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของวิถีชีวิตเรียบง่าย ธรรมชาติที่สวยงาม คาเฟ่บรรยากาศอบอุ่น อาหารท้องถิ่นรสชาติดั้งเดิม และผู้คนที่เป็นมิตรมาก ๆ

บทความนี้จะรวบรวมพิกัดเที่ยวคุมาโมโตะแบบ Slow Life ในมุมที่คนท้องถิ่นใช้ชีวิตจริง ๆ ตั้งแต่นั่งรถรางชมเมือง แช่ออนเซ็นเงียบ ๆ แวะคาเฟ่โลคอล ลิ้มรสอาหารขึ้นชื่อ ไปจนถึงกิจกรรมที่สะท้อนวัฒนธรรมของเมืองแห่งนี้ ใครสนใจพิกัดไหนก็เลือกหยิบไปปรับใช้ในทริปของตัวเองได้เลย ถ้าอยากรู้ว่าการ "เที่ยวญี่ปุ่นเหมือนคนญี่ปุ่น" เป็นอย่างไร ไม่แน่ว่าคุมาโมโตะอาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้คุณหลงรักการเดินทางในอีกแบบหนึ่งก็ได้นะคะ

※ เนื่องจากเหตุแผ่นดินไหวเมื่อเดือนกรกฎาคม 2026 เวลาเปิด–ปิดและรายละเอียดการให้บริการของแต่ละสถานที่อาจมีการเปลี่ยนแปลง กรุณาตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากช่องทางอย่างเป็นทางการของแต่ละสถานที่
Contents Index
  1. 1 ทำความรู้จักคุมาโมโตะ เมืองที่เหมาะกับการเที่ยวแบบ Slow Life
    1. 1.1 คุมาโมโตะอยู่ที่ไหน
    2. 1.2 ทำไมถึงเหมาะกับคนที่อยากเที่ยวแบบสบาย ๆ
    3. 1.3 จุดเด่นของเมือง
  2. 2 เริ่มต้นรู้จักคุมาโมโตะ ผ่านแลนด์มาร์กสำคัญของเมือง
    1. 2.1 Kumamoto Castle : สัญลักษณ์แห่งเมืองคุมาโมโตะ
    2. 2.2 Wakuwakuza : จุดเริ่มต้นของการทำความรู้จักคุมาโมโตะ
    3. 2.3 แนะนำสำหรับคนที่อยากเที่ยวแบบคุ้ม ๆ
    4. 2.4 Sakura-no-baba Josaien : ปิดท้ายด้วยของอร่อยและของฝาก
  3. 3 นั่งรถรางเที่ยวเมือง สัมผัสวิถีชีวิตแบบคนคุมาโมโตะ
    1. 3.1 ขึ้นรถรางให้คุ้มด้วย One Day Pass
    2. 3.2 วิธีขึ้น-ลงรถรางเมืองคุมาโมโตะ
    3. 3.3 เที่ยวคุมาโมโตะแบบสบายตัว ด้วยแพ็กเกจส่งกระเป๋า + บัตรรถราง 24 ชั่วโมง
  4. 4 ใช้ชีวิตช้า ๆ กับธรรมชาติและออนเซ็น
    1. 4.1 Suizenji Jojuen เติมช่วงเวลาสบาย ๆ ท่ามกลางสวนญี่ปุ่น
    2. 4.2 Ezuko พื้นที่สีเขียวที่คนคุมาโมโตะมาใช้ชีวิต
    3. 4.3 Sakurazaka Ueki SPA Resort พักผ่อนในเมืองออนเซ็นแสนสงบ
  5. 5 แวะคาเฟ่และร้านเล็ก ๆ ที่คนท้องถิ่นหลงรัก
    1. 5.1 Coffee Gallery (珈琲回廊) คาเฟ่ชวนให้นั่ง กับกาแฟแก้วโปรด
    2. 5.2 Nagasaki Jiro Cafe (長崎次郎喫茶室) คาเฟ่ย้อนวันวานในอาคารประวัติศาสตร์
  6. 6 ลิ้มรสอาหารท้องถิ่นที่มาคุมาโมโตะแล้วไม่ควรพลาด
    1. 6.1 Akaushi Dining Yoka-Yoka あか牛Dining よかよか(あか牛丼) ร้านอร่อยที่สายเนื้อต้องแวะ
    2. 6.2 Komurasaki (こむらさき) คุมาโมโตะราเมน
    3. 6.3 Gorohachi (五郎八)ลองกินเนื้อม้าของดีคุมาโมโตะ
  7. 7 สัมผัสประสบการณ์ที่ทำให้รู้จักคุมาโมโตะมากขึ้น
    1. 7.1 Confectioner Tateyama 菓匠 たてやま(和菓子体験) กิจกรรมทำขนมญี่ปุ่น
    2. 7.2 Yusuitei – Suizenji Higo Hosokawa Culture Information Center – กิจกรรมทำบนเซกิ (盆石体験)
    3. 7.3 KICHIJIEN เก็บผลไม้สด แล้วพักเติมความหวานที่คาเฟ่
  8. 8 ตามหาคุมะมง และ One Piece Heroes รอบเมือง
    1. 8.1 Kumamon Square ดินแดนของคุมะมงที่แฟน ๆ ห้ามพลาด
    2. 8.2 รูปปั้นลูฟี่ (Monkey D. Luffy Statue) และ รูปปั้นช็อปเปอร์ (Tony Tony Chopper Statue ) – ตามรอยวันพีซ แลนด์มาร์กยอดฮิตของคุมาโมโตะ
  9. 9 พักผ่อนสบาย ๆ กับโรงแรมใจกลางเมือง
    1. 9.1 REF Kumamoto by VESSEL HOTELS
  10. 10 เที่ยวแบบคนญี่ปุ่น รู้ไว้ก่อนออกเดินทาง
    1. 10.1 มารยาทบนรถรางและรถบัส
    2. 10.2 หากเลือกขับรถเที่ยว
    3. 10.3 ทิปเล็ก ๆ ที่ช่วยให้เที่ยวได้สบายขึ้น

ทำความรู้จักคุมาโมโตะ เมืองที่เหมาะกับการเที่ยวแบบ Slow Life

คุมาโมโตะอยู่ที่ไหน

คุมาโมโตะเป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่บริเวณตอนกลางของภูมิภาคคิวชู ทางตอนใต้ของประเทศญี่ปุ่น โดยมีเมืองคุมาโมโตะเป็นศูนย์กลางหลักของจังหวัด การเดินทางภายในเมืองค่อนข้างสะดวก ทั้งรถราง รถบัส และรถไฟ อีกทั้งยังสามารถเดินทางต่อไปยังแหล่งธรรมชาติ ออนเซ็น และพื้นที่ชนบทโดยรอบได้ไม่ยาก ซึ่งในคราวนี้เราจะพาทุกคนไปเที่ยวเจาะกันในเมืองคุมาโมโตะกันค่ะ

ทำไมถึงเหมาะกับคนที่อยากเที่ยวแบบสบาย ๆ

แม้คุมาโมโตะจะเป็นเมืองใหญ่ของคิวชู แต่บรรยากาศนั้นไม่เร่งรีบจนเกินไป ภายในเมืองมีทั้งย่านการค้า คาเฟ่ ร้านอาหารท้องถิ่น และแลนด์มาร์กสำคัญอยู่ใกล้กันครบ ทำให้สามารถวางแผนเที่ยวได้แบบสบาย ๆ สามารถเริ่มต้นวันด้วยการนั่งรถรางไปชมปราสาทคุมาโมโตะ แวะพักที่คาเฟ่เล็ก ๆ เดินเล่นในสวนญี่ปุ่น และปิดท้ายวันด้วยการแช่ออนเซ็นได้โดยไม่ต้องรีบเดินทางจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งตลอดเวลา

ที่นี่ยังมีนักท่องเที่ยวไม่หนาแน่นเท่าเมืองใหญ่ยอดนิยมหลายแห่ง จึงเหมาะกับคนที่อยากใช้เวลาเดินเล่น ถ่ายรูป นั่งพัก และค่อย ๆ ทำความรู้จักเมืองในจังหวะของตัวเอง มากกว่าการเที่ยวแบบเร่งเก็บแลนด์มาร์กให้ครบภายในวันเดียว

จุดเด่นของเมือง

หนึ่งในภาพจำของเมืองคือปราสาทคุมาโมโตะ ซึ่งเป็นแลนด์มาร์กสำคัญที่สะท้อนประวัติศาสตร์และเอกลักษณ์ของเมืองได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ คุมาโมโตะยังมีแหล่งน้ำธรรมชาติ สวนญี่ปุ่น พื้นที่สีเขียว คาเฟ่บรรยากาศดี และออนเซ็นที่อยู่ไม่ไกลจากตัวเมือง

ในด้านอาหาร คุมาโมโตะก็มีเมนูท้องถิ่นที่น่าสนใจ ทั้งเนื้อม้า อากะอุชิ ราเม็งคุมาโมโตะ อีกทั้งยังเป็นบ้านเกิดของคุมะมง มาสคอตชื่อดังของจังหวัด รวมถึงมีรูปปั้นตัวละครจาก One Piece กระจายอยู่ตามจุดต่าง ๆ ให้ตามเก็บระหว่างทริปอีกด้วยค่ะ

เริ่มต้นรู้จักคุมาโมโตะ ผ่านแลนด์มาร์กสำคัญของเมือง

Kumamoto Castle : สัญลักษณ์แห่งเมืองคุมาโมโตะ

ปราสาทคุมาโมโตะคือพิกัดแรกที่จะช่วยให้เราทำความรู้จักเมืองนี้ได้ดีที่สุดค่ะ ที่นี่เป็นแลนด์มาร์กสำคัญที่ไม่ควรพลาด เรียกได้ว่ามาคุมาโมโตะแล้วยังไม่มาปราสาทแห่งนี้ก็เหมือนมาไม่ถึง

ปราสาทแห่งนี้ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในสามปราสาทที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น สร้างขึ้นเมื่อกว่า 400 ปีก่อนโดยขุนศึกชื่อดัง คาโตะ คิโยมาสะ (Kato Kiyomasa) เป็นสัญลักษณ์ทางประวัติศาสตร์ที่สะท้อนความรุ่งเรืองของเมืองมาจนถึงปัจจุบัน

แม้จะได้รับความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในปี 2016 แต่ตอนนี้หลายส่วนได้รับการบูรณะและเปิดให้เข้าชมอีกครั้ง ความยิ่งใหญ่สวยงามยังคงอยู่ครบ การบูรณะยังไม่เสร็จสมบูรณ์ทั้งหมด แต่ระหว่างเดินชมรอบปราสาทก็จะเห็นความพยายามในการบูรณะอยู่ตลอดเส้นทาง อดใจไม่ได้ที่จะเอาใจช่วยให้สำเร็จโดยเร็วค่ะ

ภายในปราสาทมีนิทรรศการให้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ และมีจุดชมวิวมุมสูงที่หอคอยหลัก (Tenshukaku) ส่วนรอบ ๆ ก็มีสวนสาธารณะ ทางเดิน และพื้นที่สีเขียวให้เดินเล่นถ่ายภาพ หากเดินต่อไปอีกเล็กน้อยจะเจอ ศาลเจ้าคาโตะ (Kato Shrine) จุดขอพรยอดนิยมที่มองเห็นวิวปราสาทคุมาโมโตะจากอีกมุมได้สวยไม่แพ้กัน

และในช่วงวันที่ 2–4 ตุลาคม 2026 ณ ลานฮานาบาตะ ยังมีลาดรวมใจช่วยฟื้นฟูเมืองรอบปราสาทคุมาโมโตะ จัดขึ้นโดยใช้ขื่องานว่า “Higo no Rakuichi Rakuza” พบกับสินค้าขึ้นชื่อและอาหารท้องถิ่นจากทั่วจังหวัดคุมาโมโตะ รวมถึงพื้นที่ประสบภัยจากทั่วประเทศ พร้อมกิจกรรมจำหน่ายผลิตภัณฑ์และประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว เพื่อส่งต่อกำลังใจในการฟื้นฟูและนำเสนอเสน่ห์ของคุมาโมโตะผ่านงานตลอด 3 วัน

นอกจากนี้ยังโครงการฟื้นฟูจากเหตุแผ่นดินไหวคุมาโมโตะ ปี 2026 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 2 ตุลาคม–1 พฤศจิกายน 2026 บริเวณปราสาทคุมาโมโตะ พบกับการแสดงแสงสีสุดพิเศษ โดยใช้เลเซอร์ เสิร์ชไลต์ และเทคนิคต่าง ๆ เนรมิตหอคอยและพื้นที่รอบปราสาทให้สว่างไสวในบรรยากาศที่แตกต่างจากช่วงกลางวัน

Kumamoto Castle

ที่อยู่1-1 Honmaru, Chuo Ward, Kumamoto, 860-0002, Japan
วิธีเดินทางจากสถานี JR Kumamoto นั่งรถรางสาย A ลงป้าย Kumamoto Castle / City Hall
แล้วเดินต่อประมาณ 10–15 นาที ถึงปราสาทคุมาโมโตะ
เวลาทำการ9:00-17:00 น.
WebsiteKumamoto Castle

ดูแผนที่ Kumamoto Castle

 Wakuwakuza : จุดเริ่มต้นของการทำความรู้จักคุมาโมโตะ

ที่นี่เป็นอีกหนึ่งพิกัดที่อยากแนะนำให้แวะ เพราะจะช่วยให้เราเข้าใจเรื่องราวของทั้งปราสาทและเมืองคุมาโมโตะได้มากขึ้น ทำให้การเดินชมปราสาทในภายหลังสนุกและมีความหมายกว่าเดิม ผ่านการเล่าเรื่องที่เข้าใจง่าย พร้อมลูกเล่นที่ทำให้การเรียนรู้ไม่น่าเบื่อ

Wakuwakuza ไม่ใช่พิพิธภัณฑ์ที่มีเพียงของจัดแสดงให้เดินชม แต่เป็น มิวเซียมเชิงประสบการณ์ (Interactive Museum) ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้ดู ฟัง สัมผัส และลงมือทดลองด้วยตัวเอง จึงเหมาะกับทั้งผู้ใหญ่และเด็ก

ภายในมีกิจกรรมหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการทดลองสร้างกำแพงหินแบบเดียวกับที่ใช้สร้างปราสาทคุมาโมโตะ การตีกลองประกอบเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ลองนั่งเกี้ยวหรือนั่งม้าจำลองเพื่อสัมผัสบรรยากาศการเดินทางในอดีต รวมถึงกิจกรรมยอดนิยมอย่างการสวมชุดซามูไร นินจา เจ้าหญิง หรือหญิงสาวในยุคเอโดะ แล้วถ่ายภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึก

นอกจากนี้ บริเวณชั้น 2 ยังมีโซนโรงละครที่ถ่ายทอดเรื่องราวของเมืองคุมาโมโตะและปราสาทผ่านการแสดง ภาพยนตร์ และสื่อมัลติมีเดียที่เข้าใจง่าย ทำให้สามารถเรียนรู้ประวัติศาสตร์ได้อย่างเพลิดเพลินโดยไม่รู้สึกว่ากำลังอ่านบทเรียน

หากมีเวลา แนะนำให้แวะ Wakuwakuza ก่อนเข้าชมปราสาทคุมาโมโตะ เพราะเมื่อได้รู้เบื้องหลังของการก่อสร้าง ผู้คน และเหตุการณ์สำคัญต่าง ๆ แล้ว การเดินชมปราสาทจะเต็มไปด้วยรายละเอียดที่เคยมองข้าม และทำให้เราได้ซึมซับเสน่ห์ของคุมาโมโตะได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นค่ะ

Wakuwakuza

ที่อยู่1-1-1 Ninomaru, Chuo Ward, Kumamoto, 860-0008, Japan
วิธีเดินทางจาก สถานี Kumamoto นั่งรถบัส Shiromegurin (รถบัสวนรอบปราสาทคุมาโมโตะ) ลงป้าย Sakuranobaba Josaien
แล้วเดินต่อประมาณ 1–2 นาที ก็จะถึง Kumamoto Castle Museum Wakuwaku-za
เวลาทำการ9:00-18:00 น
ราคาค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 500 เยน
WebsiteWakuwakuza

ดูแผนที่ Wakuwakuza

แนะนำสำหรับคนที่อยากเที่ยวแบบคุ้ม ๆ

สำหรับใครที่วางแผนเที่ยวทั้งปราสาทคุมาโมโตะและ Wakuwakuza แนะนำให้ซื้อบัตรเข้าชมแบบรวมในราคาสุดคุ้มจำหน่ายด้วยนะ 

ประเภทบัตรผู้ใหญ่ (มัธยมปลายขึ้นไป)เด็ก (ประถม–มัธยมต้น)
บัตรเข้าชมปราสาทคุมาโมโตะ800 เยน300 เยน
บัตรรวม 2 สถานที่ (ปราสาทคุมาโมโตะ + Wakuwakuza)850 เยน300 เยน
บัตรรวม 3 สถานที่ (ปราสาทคุมาโมโตะ + Wakuwakuza + พิพิธภัณฑ์เมืองคุมาโมโตะ)1,100 เยน400 เยน

※ เนื่องจากผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวเมื่อเดือนกรกฎาคม 2026 ปัจจุบัน ณ เดือนสิงหาคม 2026 ได้ระงับการจำหน่ายบัตรเข้าชมแบบรวม 2 สถานที่และแบบรวม 3 สถานที่ชั่วคราว กรุณาตรวจสอบสถานะการจำหน่ายจริงและข้อมูลล่าสุดจากช่องทางอย่างเป็นทางการของแต่ละสถานที่ค่ะ

แนะนำ: หากตั้งใจเที่ยวทั้ง ปราสาทคุมาโมโตะ และ Wakuwakuza อยู่แล้ว แนะนำให้ซื้อ บัตรรวม 2 สถานที่ เพราะเพิ่มจากค่าตั๋วเข้าปราสาทเพียง 50 เยน เท่านั้น แต่สามารถเข้าชม Wakuwakuza ได้ด้วย ส่วนใครมีเวลาเที่ยวต่อและอยากแวะ พิพิธภัณฑ์เมืองคุมาโมโตะ ก็แนะนำ บัตรรวม 3 สถานที่ ซึ่งเพิ่มจากบัตรเข้าปราสาทเพียง 300 เยน แต่ได้เที่ยวครบทั้งสามแห่ง ถือว่าคุ้มค่ามากสำหรับคนที่อยากทำความรู้จักคุมาโมโตะให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นค่ะ

Sakura-no-baba Josaien : ปิดท้ายด้วยของอร่อยและของฝาก

ที่นี่ตั้งอยู่ติดกับทั้ง ปราสาทคุมาโมโตะ และ Wakuwakuza จึงเป็นอีกหนึ่งพิกัดที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเที่ยวโซนนี้ โดย Sakura-no-baba Josaien เป็นย่านท่องเที่ยวที่จำลองบรรยากาศเมืองเก่าในสมัยเอโดะเอาไว้ได้อย่างสวยงาม ให้เราได้เดินเล่นซึมซับบรรยากาศแบบญี่ปุ่นโบราณ หรือใครอยากอินกับบรรยากาศมากขึ้น ก็สามารถเช่าชุดกิโมโนมาเดินถ่ายรูปได้เช่นกัน

นอกจากบรรยากาศที่น่าเดินเล่นแล้ว ที่นี่ยังเป็นแหล่งรวมร้านอาหารท้องถิ่น ขนมขึ้นชื่อ และร้านขายของฝากจากทั่วจังหวัดคุมาโมโตะ ไม่ว่าจะเป็นอาหารพื้นเมือง ขนมญี่ปุ่น สินค้าแปรรูป หรือของที่ระลึกต่าง ๆ ก็สามารถหาซื้อได้ครบในที่เดียว เหมาะสำหรับทั้งการแวะชิมของอร่อยและเลือกซื้อของฝากกลับบ้าน

สำหรับใครที่เป็นแฟนของ คุมะมง (Kumamon) มาสคอตชื่อดังของจังหวัดคุมาโมโตะ บอกเลยว่าห้ามพลาด เพราะมีทั้งขนม ซาลาเปารูปคุมะมง และสินค้าลิขสิทธิ์สุดน่ารักให้เลือกมากมาย นอกจากจะอร่อยแล้ว ยังเหมาะกับการถ่ายรูปลงโซเชียลอีกด้วย

หากเดินเที่ยวปราสาทจนเหนื่อย Sakura-no-baba Josaien ก็เป็นจุดแวะพักที่กำลังดี เพราะมีทั้งมุมนั่งพัก คาเฟ่ และพื้นที่ให้เดินเล่นแบบสบาย ๆ ก่อนออกเดินทางไปเที่ยวพิกัดอื่นต่อ ถือเป็นการปิดท้ายการเที่ยวโซนปราสาทคุมาโมโตะได้อย่างครบทั้งเรื่องกิน เที่ยว และช้อปในที่เดียวค่ะ

Sakura-no-baba Josaien

ที่อยู่1-1-2 Ninomaru, Chuo Ward, Kumamoto, 860-0008 Japan
วิธีเดินทางจาก JR Kumamoto Station วิธีที่สะดวกที่สุดคือขึ้นรถบัสท่องเที่ยว
Kumamoto Castle Loop Bus “Shiromegurin” แล้วลงที่ป้าย Sakura-no-baba Josaien
ป้ายจอดอยู่ใกล้บริเวณทางเข้าสถานที่เลย
เวลาทำการ9:00-18:00 น
WebsiteSakura-no-baba Josaien

ดูแผนที่ Sakura-no-baba Josaien

นั่งรถรางเที่ยวเมือง สัมผัสวิถีชีวิตแบบคนคุมาโมโตะ

ถ้าอยากเที่ยวคุมาโมโตะแบบคนท้องถิ่นจริง ๆ การนั่ง รถรางเมืองคุมาโมโตะ (Kumamoto City Tram) คือประสบการณ์ที่ไม่ควรพลาด เพราะรถรางถือเป็นระบบขนส่งหลักที่ชาวเมืองใช้ในชีวิตประจำวัน เชื่อมต่อทั้งสถานี JR Kumamoto ปราสาทคุมาโมโตะ ย่านช้อปปิ้ง และสวน Suizenji ทำให้เดินทางได้สะดวกโดยไม่ต้องเช่ารถ แถมยังได้สัมผัสบรรยากาศของเมืองไปตลอดเส้นทางอีกด้วย 

การเดินทางด้วยรถรางเมืองคุมาโมโตะก็สะดวกและเข้าใจง่าย เพราะ ค่าโดยสารแบบเที่ยวเดียวคิดราคาเดียวตลอดสาย เพียง 200 เยนสำหรับผู้ใหญ่ ไม่ว่าจะนั่งใกล้หรือไกลก็จ่ายเท่ากัน ส่วนเด็กประถมมีค่าโดยสาร 100 เยน

ขึ้นรถรางให้คุ้มด้วย One Day Pass

สำหรับใครแพลนเที่ยวหลายจุดในตัวเมือง แนะนำให้ซื้อ Kumamoto City Tram 1 Day Pass เพราะสามารถขึ้นรถรางได้ไม่จำกัดเที่ยวตลอดทั้งวัน และยังมาพร้อมส่วนลดค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวบางแห่งอีกด้วย

ประเภทผู้โดยสารตั๋วแบบกระดาษตั๋วแบบดิจิตอล (มือถือ)
ผู้ใหญ่700 เยน500 เยน
เด็ก350 เยน250 เยน

นอกจากนี้ยังมี 24-Hour Mobile Pass ที่เริ่มนับเวลาตั้งแต่ครั้งแรกที่เปิดใช้งาน เหมาะสำหรับคนที่เริ่มเที่ยวช่วงบ่ายหรือเย็น เพราะใช้งานได้ครบ 24 ชั่วโมงเต็ม โดยจะมีเฉพาะตั๋วแบบดิจิตอล (มือถือ)

ประเภทผู้โดยสารตั๋วมือถือ
ผู้ใหญ่600 เยน
เด็ก300 เยน

วิธีขึ้น-ลงรถรางเมืองคุมาโมโตะ

การนั่งรถรางที่คุมาโมโตะไม่ยากเลย รถรางส่วนใหญ่ให้ขึ้นทางประตูด้านหลังหรือประตูกลาง และลงทางประตูด้านหน้า (รถรางรุ่นใหม่บางขบวนสามารถขึ้น-ลงได้ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง)

  • จ่ายเงินสด : ขึ้นรถก่อน แล้วชำระค่าโดยสารตอนลง โดยหยอดเงินที่กล่องข้างคนขับ
  • ใช้ IC Card : แตะบัตรทั้งตอนขึ้นและตอนลงรถ
  • ใช้บัตรเแบบแตะจ่าย: ขึ้นรถได้เลย และแตะบัตรตอนลงรถ
  • ใช้ One Day Pass : บัตรโดยสารแบบไม่จำกัดเที่ยว 24 ชั่วโมง แสดงบัตรให้คนขับดูก่อนลงรถ

หากต้องการลงป้ายถัดไป ให้กดปุ่มแจ้งลงรถล่วงหน้า และควรเตรียมเงินย่อยหรือบัตรให้พร้อมก่อนลง เพื่อให้การขึ้น-ลงรถเป็นไปอย่างรวดเร็วและสะดวกค่ะ

เที่ยวคุมาโมโตะแบบสบายตัว ด้วยแพ็กเกจส่งกระเป๋า + บัตรรถราง 24 ชั่วโมง

และสำหรับใครที่ วางแผนเที่ยวคุมาโมโตะด้วยรถราง แนะนำแพ็กเกจสุดคุ้มที่รวม บริการส่งสัมภาระและบัตรโดยสารรถรางแบบ 24 ชั่วโมง ในราคาเพียง 1,000 เยน โดยบริการนี้จะสามารถ สามารถฝากกระเป๋าไว้ที่ Yamato Transport สาขาสถานีคุมาโมโตะ แล้วออกเที่ยวได้อย่างสบายตัว 

โดยทาง Yamato Transport จะจัดส่งสัมภาระไปยังโรงแรมที่อยู่ในพื้นที่ให้บริการ เหมาะสำหรับผู้ที่เดินทางมาถึงแล้วอยากเริ่มเที่ยวได้ทันทีโดยไม่ต้องลากกระเป๋าไปด้วย

แพ็กเกจนี้จำหน่ายผ่านเว็บ QUICK TRIP เท่านั้น (ไม่มีจำหน่ายที่เคาน์เตอร์) โดยมีกำหนดเริ่มจำหน่ายตั้งแต่ 5 สิงหาคม 2026 จนถึงสิ้นเดือนมีนาคม 2027

รายละเอียด

ข้อความธรรมดา

  • รับฝากสัมภาระที่มีขนาดรวม (กว้าง + ยาว + สูง) ไม่เกิน 200 ซม. และน้ำหนัก ไม่เกิน 30 กก.
  • กรุณาตรวจสอบล่วงหน้าว่าที่พักของท่านอยู่ในพื้นที่ที่สามารถจัดส่งสัมภาระได้
  • จุดรับฝากสัมภาระ: เคาน์เตอร์ Yamato Transport สาขาสถานีคุมาโมโตะ ภายในสถานีคุมาโมโตะ
  • เวลารับฝากและเวลาจัดส่ง
    -ฝากระหว่าง 09:00–12:00 → ส่งถึงที่พักภายใน 16:00 น.
    -ฝากระหว่าง 12:00–15:00 → ส่งถึงที่พักภายใน 18:30 น.
  • **ทั้งนี้ เวลาในการจัดส่งอาจล่าช้าได้เนื่องจากสภาพการจราจรหรือปัจจัยอื่น ๆ

 ใช้ชีวิตช้า ๆ กับธรรมชาติและออนเซ็น

Suizenji Jojuen เติมช่วงเวลาสบาย ๆ ท่ามกลางสวนญี่ปุ่น

ถ้าอยากลองใช้ชีวิตให้ช้าลงเหมือนคนคุมาโมโตะ แนะนำให้หาเวลามาเดินเล่นที่ Suizenji Jojuen สวนญี่ปุ่นเก่าแก่ที่อยู่ไม่ไกลจากใจกลางเมือง ที่นี่ไม่ใช่สถานที่ที่ต้องรีบเดินให้ครบทุกมุม แต่เป็นสถานที่ที่ชวนให้ค่อย ๆ เดิน สูดอากาศบริสุทธิ์ และปล่อยเวลาให้ผ่านไปอย่างสบาย ๆ

ภายในสวนมี สระน้ำใสที่ได้รับน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติ, ต้นสนที่ได้รับการดูแลอย่างงดงาม และ เนินดินจำลองภูเขาไฟฟูจิให้ได้ชม พร้อมดื่มด่ำกับความงามของธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาล ไม่ว่าจะเป็น ดอกซากุระในฤดูใบไม้ผลิ หรือ ใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง

เป็นสวนที่ไม่ว่าจะมองจากมุมไหนก็ให้ความรู้สึกสงบ จนหลายคนเลือกมานั่งพัก ชมทิวทัศน์สวย ๆ หรือเดินเล่นชมธรรมชาติในวันหยุด และยังมาเที่ยวได้ทุกฤดูกาล

ระหว่างวันที่ 6 พฤศจิกายน – 6 ธันวาคม 2026 จะมีการจัดงาน “Lux Night KUMAMOTO” เป็นพิเศษในช่วงเวลาจำกัด

Lux Night KUMAMOTO เป็นกิจกรรมเดินชมสวนยามค่ำคืนที่จัดขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ “ออกไปสัมผัสวัฒนธรรมฮิโกะโฮโซกาวะ” โดยเปิดโอกาสให้ได้เที่ยวชม สวนซุยเซ็นจิ โจจูเอ็น (Suizenji Jojuen) ในยามค่ำคืน ซึ่งปกติไม่เปิดให้เข้าชมในช่วงเวลานี้

สำหรับปีนี้ ภายในงานจะมีการจัดแสดง ไฟประดับจากไม้ไผ่ตกแต่งด้วยคริสตัลระยิบระยับ ซึ่งนำมาเปิดให้ชมเป็นครั้งแรกพร้อมด้วยงานศิลปะจัดวางที่ใช้ดอกไม้และกระจกมาสร้างบรรยากาศ 

ชวนให้เดินตามแสงและเสียงไปสัมผัสเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และความภาคภูมิใจที่ตระกูลโฮโซกาวะสืบทอดต่อกันมา ท่ามกลางบรรยากาศยามค่ำคืนที่สวยงามราวกับอยู่ในโลกแห่งจินตนาการ

รายละเอียดเพิ่มเติม: เว็บไซต์ทางการ  https://lux-night.kumamoto-icb.or.jp/

นอกจากนี้ ในช่วงฤดูหนาวยังมีการจัดงานคริสต์มาส “Suizenji White Xmas 2026” อีกด้วย โดยจะจัดขึ้นเป็นเวลา 3 วัน ระหว่างวันที่ 4–6 ธันวาคม 2026 ภายในย่านซุยเซ็นจิจะถูกตกแต่งให้เต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งคริสต์มาส มีทั้ง ไฟประดับ (Illumination) จุดถ่ายภาพสวย ๆ เวทีการแสดงดนตรี เวิร์กช็อปให้ร่วมกิจกรรม และโซนอาหาร ทำให้เป็นอีเวนต์ฤดูหนาวที่ทั้งผู้ใหญ่และเด็กสามารถเพลิดเพลินได้ หากมาเที่ยวคุมาโมโตะในช่วงคริสต์มาส อย่าพลาดแวะมาสัมผัสบรรยากาศสุดพิเศษและสร้างความทรงจำดี ๆ ที่นี่กันนะคะ

หลังจากเดินชมสวนแล้ว ลองแวะจิบชาเขียวพร้อมขนมญี่ปุ่นที่ร้านน้ำชาภายในสวน มองวิวสวนญี่ปุ่นไปเรื่อย ๆ ก็เป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่ทำให้เข้าใจว่า การเที่ยวแบบ Slow Life ไม่จำเป็นต้องทำกิจกรรมตลอดเวลา แค่ได้นั่งพักและซึมซับบรรยากาศของเมือง ก็เป็นความสุขของการเดินทางแล้วค่ะ

Suizenji Jojuen

ที่อยู่8-1 Suizenji Koen, Chuo Ward, Kumamoto, 862-0956
วิธีเดินทางนั่งรถไฟมาลงที่สถานี JR Shin Suizenji  eki mae แล้วเดินต่อประมาณ 12 นาที
หรือลงที่สถานีรถราง Suizenji Park Station จากนั้นเดินต่อประมาณ 5 นาที
ค่าเข้าผู้ใหญ่ (อายุ 16 ปีขึ้นไป): 500 เยน
เด็ก (อายุ 6–15 ปี): 200 เยน
เวลาทำการ08:30–17:00 น. (เข้าชมรอบสุดท้าย 16:30 น.)
หมายเหตุ:เวลาเปิด-ปิดอาจมีการเปลี่ยนแปลงในช่วงที่มีการจัดกิจกรรมพิเศษ
WebsiteSuizenji Jojuen

ดูแผนที่ Suizenji Jojuen

Ezuko พื้นที่สีเขียวที่คนคุมาโมโตะมาใช้ชีวิต

สำหรับใครที่อยากเห็นบรรยากาศการใช้ชีวิตของผู้คนในเมืองนี้ แนะนำให้แวะ Ezuko (ทะเลสาบเอสึโกะ) พื้นที่ธรรมชาติขนาดใหญ่ที่มี สวน Suizenji Ezuko park สวนสาธารณะยอดนิยมของชาวเมือง  ช่วงวันหยุดจะเห็นทั้งคนมาวิ่ง ปั่นจักรยาน พาสุนัขเดินเล่น หรือมานั่งปิกนิกริมทะเลสาบ เป็นบรรยากาศที่เรียบง่ายและอบอุ่น

ที่นี่มีน้ำใสสะอาด ต้นไม้ร่มรื่น อากาศสดชื่นและเส้นทางเดินเลียบทะเลสาบ เหมาะกับการเดินเล่นแบบไม่ต้องรีบ หรือจะลองพายเรือเล่นในช่วงเช้าหรือช่วงเย็นที่อากาศสบาย 

ถ้าได้มาที่นี่ ลองซื้อเครื่องดื่มหรือขนมติดมือมานั่งพักริมทะเลสาบ แล้วใช้เวลามองวิวธรรมชาติรอบ ๆ สัมผัสความเรียบง่ายและบรรยากาศดี ๆ ของที่นี่ดูนะคะ

Ezuko

ที่อยู่3 Chome-11-8 Koto, Higashi Ward, Kumamoto, 862-0942
วิธีเดินทางนั่งรถราง จาก สถานี Kumamoto ขึ้นรถรางสายมุ่งหน้า Kengunmachi (健軍町)
ลงที่ป้าย Hacchobaba (八丁馬場) เดินต่อประมาณ 5 นาที ก็จะถึง Suizenji Ezuko Park
ก็จะเจอกับทะเลสาบ
เวลาทำการเปิด 24 ชั่วโมง

ดูแผนที่ Ezuko

Sakurazaka Ueki SPA Resort พักผ่อนในเมืองออนเซ็นแสนสงบ

หลังจากใช้เวลาเดินเที่ยวในเมืองมาทั้งวัน ลองเปลี่ยนบรรยากาศมาพักผ่อนที่ Sakurazaka Ueki SPA Resort รีสอร์ตออนเซ็นในย่าน Ueki Onsen ที่อยู่ห่างจากตัวเมืองคุมาโมโตะเพียงประมาณ 30 นาทีโดยรถยนต์ 

ที่นี่มีห้องออนเซ็นส่วนตัวสไตล์คอตเทจให้เลือก 11 ห้อง เหมาะสำหรับคู่รัก ครอบครัว หรือกลุ่มเพื่อนที่อยากแช่ออนเซ็นแบบเป็นส่วนตัว

จุดเด่นคือ ทุกห้องมีบ่อออนเซ็นส่วนตัวทั้งแบบกลางแจ้งและในร่ม พร้อมห้องพักผ่อนและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ส่วนห้องพิเศษยังมีมุมเสื่อทาทามิ ระเบียงไม้ และบ่อออนเซ็นกลางแจ้งท่ามกลางธรรมชาติ เหมาะสำหรับคนที่อยากลองแช่ออนเซ็นแต่ยังไม่มั่นใจในการใช้บ่อรวม หรือผู้ที่ชื่นชอบความเป็นส่วนตัว

ที่นี่ยังขึ้นชื่อเรื่อง “ออนเซ็นเพื่อผิวสวย” (Bijin no Yu) ด้วยน้ำแร่ธรรมชาติชนิดคาร์บอเนตไฮโดรเจนแบบด่างอ่อน (pH 8.7) ที่ช่วยให้ผิวนุ่มลื่น ผ่อนคลาย และบรรเทาความเมื่อยล้าหลังเดินเที่ยวทั้งวัน จึงเป็นอีกหนึ่งพิกัดที่ชาวญี่ปุ่นนิยมมาพักผ่อนและชาร์จพลังในวันหยุดค่ะ

ราคาค่าใช้บริการจะแตกต่างกันตามประเภทของห้องออนเซ็น โดยห้องมาตรฐานรองรับผู้ใหญ่ 2 คน และเด็ก 2 คน ใช้บริการได้ 1 ชั่วโมง ราคาเริ่มต้น 2,500 เยน ส่วนห้องพิเศษที่มีพื้นที่กว้างขวางยิ่งขึ้น ราคา 3,500 เยนต่อชั่วโมง หากต้องการใช้บริการต่อ สามารถขยายเวลาได้ในราคา 30 นาที 1,000 เยน 

นอกจากนี้ ในช่วงฤดูร้อนยังมีห้องออนเซ็นพร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัว (Private Pool Bath) เปิดให้บริการอีกด้วย 

สำหรับในช่วงฤดูหนาว อุเอกิออนเซ็นยังจัดงาน Ueki Art Spa “Yugento 2026” ระหว่างวันที่ 11–25 ธันวาคม 2026 ชวนทุกคนมาสัมผัสบรรยากาศอันงดงามราวกับอยู่ในโลกแห่งความฝัน เมื่อไอน้ำจากบ่อน้ำพุร้อนผสานเข้ากับแสงนวลจากโคมไม้ไผ่ พร้อมทดลองแช่เท้าในน้ำพุร้อนเนื้อสัมผัสเนียนนุ่มที่ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิว และเพลิดเพลินกับการตระเวนแช่ออนเซ็นภายในพื้นที่ได้อีกด้วย

Sakurazaka Ueki SPA Resort

ที่อยู่1928 Shichijomachi Sosaki, Kikuchi, Kumamoto 861-1344, Japan
วิธีเดินทางจากตัวเมือง คุมาโมโตะ ขับรถประมาณ 30 นาที
เวลาทำการ จันทร์ถึงศุกร์ 12:00-22:00 น. เสาร์ อาทิตย์ วันหยุด 11:00-22:00 น.
หยุดทุกวันอังคาร
WebsiteSakurazaka Ueki SPA Resort

ดูแผนที่ Sakurazaka Ueki SPA Resort

แวะคาเฟ่และร้านเล็ก ๆ ที่คนท้องถิ่นหลงรัก

Coffee Gallery (珈琲回廊) คาเฟ่ชวนให้นั่ง กับกาแฟแก้วโปรด

สำหรับหลาย ๆ คน การได้แวะจิบกาแฟดี ๆ สักแก้ว ก็เป็นอีกหนึ่งความสุขเล็ก ๆ ที่ช่วยเติมเต็มทริปให้ผ่อนคลายยิ่งขึ้น Coffee Gallery (珈琲回廊) คือคาเฟ่ที่อยากแนะนำ ตั้งอยู่ในอาคารเก่าอายุกว่า 100 ปีที่ได้รับการรีโนเวตใหม่ 

ผสมผสานความคลาสสิกของสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นเข้ากับการออกแบบสไตล์มินิมอลได้อย่างลงตัว ให้บรรยากาศสงบ เท่ และน่านั่ง เหมาะกับการแวะพักระหว่างวัน

ที่นี่พิถีพิถันตั้งแต่การคัดเลือกเมล็ดกาแฟไปจนถึงการชงทุกแก้ว ทำให้ได้กาแฟที่หอมละมุนและมีเอกลักษณ์

นอกจากกาแฟแล้ว ยังมีขนมโฮมเมดและเมนูของหวานที่เข้ากันอย่างลงตัว ส่วนใครที่ไม่ดื่มกาแฟก็ไม่ต้องกังวล เพราะเมนู มัทฉะลาเต้ ของที่นี่ก็เข้มข้น กลมกล่อม เหมาะกับการนั่งใช้เวลาช้า ๆ ซึมซับบรรยากาศของคุมาโมโตะ

ส่วนชั้น 2 เป็นแกลเลอรีสำหรับจัดแสดงผลงานศิลปะ นิทรรศการ และสินค้าที่น่าสนใจ ซึ่งจะหมุนเวียนเปลี่ยนไปตามช่วงเวลา ทำให้มีความน่าสนใจทุกครั้งที่แวะมาเยือน

 Coffee Gallery

ที่อยู่Chome-21 Takanawa, Minato City, Tokyo 108-0074
วิธีเดินทางนั่งรถไฟมาลงยังสถานี JR Takanawa Gateway
เวลาทำการ9:00-18:00 น
ราคาค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 500 เยน
WebsiteCoffee Gallery

ดูแผนที่ Coffee Gallery

Nagasaki Jiro Cafe (長崎次郎喫茶室) คาเฟ่ย้อนวันวานในอาคารประวัติศาสตร์

หากอยากสัมผัสบรรยากาศของ คิสซะเต็น (Kissaten) หรือร้านกาแฟสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิม Nagasaki Jiro Cafe (長崎次郎喫茶室) คืออีกหนึ่งพิกัดที่ไม่ควรพลาด คาเฟ่แห่งนี้ตั้งอยู่บนชั้น 2 ของอาคารเก่าแก่กว่า 100 และยังคงรักษาเสน่ห์ของสถาปัตยกรรมและบรรยากาศย้อนยุคเอาไว้ได้เป็นอย่างดี 

ที่นี่ให้ความรู้สึกอบอุ่นและคลาสสิก ภายในยังคงกลิ่นอายของวันวานผ่านเฟอร์นิเจอร์ไม้ แสงธรรมชาติ และบรรยากาศอันเงียบสงบ เหมาะกับการนั่งจิบกาแฟ พูดคุย หรือปล่อยเวลาให้ไหลผ่านไปอย่างช้า ๆ ยิ่งได้นั่งบริเวณริมหน้าต่าง ก็สามารถชมรถรางที่ค่อย ๆ แล่นผ่าน พร้อมซึมซับบรรยากาศและวิถีชีวิตของผู้คนในเมืองคุมาโมโตะไปพร้อมกันได้ค่ะ

เมนูแนะนำของที่นี่มีทั้งกาแฟเบลนด์สูตรเฉพาะของทางร้าน กาแฟสกัดเย็น (Cold Brew) รวมถึงของหวานโฮมเมดอย่างพุดดิ้งสไตล์คลาสสิก

มีกาแฟดริปซื้อกลับมาฝากคนที่บ้านได้ด้วย

นอกจากนี้ยังมี เมล่อนโซดา หนึ่งในเมนูสัญลักษณ์ของร้านคิสสะเต็นที่หลายคนคุ้นเคย เสิร์ฟมาในแก้วทรงคลาสสิกพร้อมไอศกรีมวานิลาด้านบน ให้ทั้งความสดชื่นและกลิ่นอายความย้อนยุค จึงเป็นอีกหนึ่งร้านที่เหมาะสำหรับแวะพักระหว่างวัน ก่อนออกไปเที่ยวคุมาโมโตะกันต่อ

Nagasaki Jiro Cafe

ที่อยู่2F, Nagasaki Jiro Bookstore 4-1-19 Shinmachi, Chuo-ku,
Kumamoto 860-0004, Japan
วิธีเดินทางนั่งรถราง Kumamoto City Tram สาย B ลงที่ป้าย Shinmachi แล้วเดินต่อประมาณ 1 นาที
ก็จะถึง Nagasaki Jiro Bookstore ชั้น 2
เวลาทำการ11:26-18:00 น. 
ราคาค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 500 เยน
WebsiteNagasaki Jiro Cafe

ดูแผนที่ Nagasaki Jiro Cafe

ลิ้มรสอาหารท้องถิ่นที่มาคุมาโมโตะแล้วไม่ควรพลาด

Akaushi Dining Yoka-Yoka あか牛Dining よかよか(あか牛丼) ร้านอร่อยที่สายเนื้อต้องแวะ

หนึ่งในอาหารจานเด็ดของดีประจำคุมาโมโตะที่มาแล้วต้องลองให้ได้ก็คือ “เนื้ออากะอุชิ” หรือวากิวแดงสายพันธุ์พิเศษจากคุมาโมโตะ ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องเนื้อไม่มันมาก แต่มีความนุ่ม ฉ่ำ และรสชาติของเนื้อเข้มข้น โดยร้าน Akaushi Dining Yoka-Yoka ถือเป็นร้านดังที่เชี่ยวชาญด้านเนื้ออากะอุชิ และยังใช้เนื้อจากฟาร์มของทางร้านเองอีกด้วย

ไฮไลต์ที่ไม่อยากให้พลาดเลยคือ Akagyudon ข้าวหน้าเนื้ออากะอุชิที่เสิร์ฟมาแบบกึ่งสุกกึ่งดิบ เนื้อนุ่มละลายในปาก ราดด้วยซอสสูตรพิเศษ ทานคู่กับไข่ออนเซ็นยิ่งอร่อย บอกเลยว่าเป็นเมนูที่สายเนื้อมาคุมาโมโตะแล้วไม่ควรพลาด

นอกจากข้าวหน้าเนื้อแล้ว ที่ร้านยังมีเมนูสเต๊กและแฮมเบิร์กจากเนื้ออากะอุชิให้เลือกอีกหลายเมนู ใครอยากลิ้มรสเนื้อวากิวแดงต้นตำรับของคุมาโมโตะ ร้านนี้เป็นอีกหนึ่งพิกัดที่แนะนำเลยค่ะ

Akaushi Dining Yoka-Yoka

ที่อยู่2F Daiwa Roynet Hotel Kumamoto, 10-22 Hanabatacho,
Chuo Ward, Kumamoto, 860-0806, Japan
วิธีเดินทางจากสถานี JR Kumamoto นั่งรถรางสาย A ไปลงป้าย Hanabatacho (花畑町)
ใช้เวลาประมาณ 15 นาที จากนั้นเดินต่อประมาณ 3 นาที ก็จะถึง
Akaushi Dining Yoka-Yoka ซึ่งตั้งอยู่บนชั้น 2 ของ
Daiwa Roynet Hotel Kumamoto.
เวลาทำการ11:00-22:00 น.
WebsiteAkaushi Dining Yoka-Yoka

ดูแผนที่ Akaushi Dining Yoka-Yoka

Komurasaki (こむらさき) คุมาโมโตะราเมน 

อีกหนึ่งอาหารจานเด็ดของคุมาโมโตะที่มาแล้วต้องลองก็คือ “คุมาโมโตะราเมน” และร้านที่อยากแนะนำคือ Komurasaki (こむらさき) 

ร้านราเมนเก่าแก่ที่เปิดให้บริการมายาวนาน และเป็นหนึ่งในร้านต้นตำรับของคุมาโมโตะราเมนที่หลายคนแวะมาชิมเมื่อมาเยือนเมืองนี้

จุดเด่นของที่นี่คือน้ำซุปกระดูกหมูรสกลมกล่อม หอมกระเทียมเจียวแบบฉบับคุมาโมโตะราเมน เสิร์ฟคู่กับเส้นราเมนที่เข้ากันอย่างลงตัว เมนูแนะนำคือ Osama Ramen (王様ラーメン) ที่อัดแน่นด้วยหมูชาชู เห็ดหูหนู และถั่วงอก เป็นราเมนรสชาติต้นตำรับที่อิ่มอร่อยกำลังดี  แล้วอย่าลืมสั่งเกี๊ยวซ่ามากินแกล้มด้วยนะ ใครเป็นสายราเมนหรืออยากลิ้มลองของขึ้นชื่อของคุมาโมโตะ ร้านนี้เป็นอีกหนึ่งพิกัดที่ไม่ควรพลาดค่ะ

Komurasaki

ที่อยู่8-16 Kamitoricho, Chuo Ward, Kumamoto, 860-0845
วิธีเดินทางนั่งรถรางหรือรถบัส จาก สถานี Kumamoto ลงป้าย Torichosuji (通町筋)
จากนั้นเดินต่อประมาณ 5 นาที ก็จะถึงร้าน
ราคาค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 500 เยน
WebsiteKomurasaki

ดูแผนที่ Komurasaki

Gorohachi (五郎八)ลองกินเนื้อม้าของดีคุมาโมโตะ

อีกหนึ่งเมนูขึ้นชื่อของคุมาโมโตะที่มาแล้วต้องลองก็คือ “บาซาชิ” (Basashi) หรือซาชิมิเนื้อม้า และร้านที่อยากแนะนำคือ 五郎八 (Gorohachi) 

ร้านอาหารท้องถิ่นเก่าแก่ที่ได้รับความนิยมทั้งจากคนในพื้นที่และนักท่องเที่ยว ด้วยบรรยากาศแบบอิซากายะญี่ปุ่นดั้งเดิม พร้อมเสิร์ฟบาซาชิคุณภาพดี เนื้อนุ่ม สด ไม่มีกลิ่นสาบ ทานคู่กับโชยุ ขิง กระเทียม และต้นหอม ยิ่งช่วยดึงรสชาติหวานตามธรรมชาติของเนื้อออกมาได้อย่างลงตัว

แต่ถ้าอยากลิ้มลองอาหารจานเด็ดของคุมาโมโตะให้ครบในมื้อเดียว แนะนำให้เลือก คอร์สอาหารท้องถิ่นที่ออกแบบมาสำหรับนักท่องเที่ยวและนักเดินทางเพื่อธุรกิจ 観光・出張の方向けの「郷土料理コース」

เพราะรวบรวมเมนูพื้นเมืองและวัตถุดิบตามฤดูกาลมาไว้อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นบาซาชิ, คาราชิเรนคง (辛子蓮根), ฮิโตโมจิ กุรุกุรุ (一文字ぐるぐる), เต้าหู้หมักมิโสะ (豆腐の味噌漬け) รวมถึงปลาและผักตามฤดูกาล เหมาะสำหรับคนที่อยากสัมผัสเสน่ห์ของอาหารท้องถิ่นคุมาโมโตะแบบครบจบในมื้อเดียว

*ราคาคอร์สอาหารจะเริ่มต้นที่ ราคา 7,700 / 8,800 / 9,900 / 12,100 เยน
*สำหรับคอร์สราคา 9,900 เยนขึ้นไป จะมี ซูชิเนื้อม้า (馬にぎり) เพิ่มเข้ามาในคอร์ส
*รายการอาหารอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามวัตถุดิบที่จัดหาได้ในแต่ละวันค่ะ

Gorohachi

ที่อยู่860-0806 Kumamoto, Chuo Ward, Hanabatacho, 12−8 B1F
วิธีเดินทางลงรถรางที่ป้าย Hanabatacho (花畑町) แล้วเดินต่อประมาณ 2 นาที ก็จะถึงร้าน
เวลาทำการ17:00-22:00 น. หยุดวันอาทิตย์
WebsiteGorohachi

ดูแผนที่ Gorohachi

สัมผัสประสบการณ์ที่ทำให้รู้จักคุมาโมโตะมากขึ้น

Confectioner Tateyama 菓匠 たてやま(和菓子体験) กิจกรรมทำขนมญี่ปุ่น

นอกจากการเที่ยวชมสถานที่และชิมอาหารอร่อยแล้ว การได้ลองสัมผัสประสบการณ์ท้องถิ่นก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ทำให้เราได้รู้จักเสน่ห์ของคุมาโมโตะมากยิ่งขึ้น และหนึ่งในกิจกรรมที่อยากแนะนำคือการทำขนมญี่ปุ่นที่ Confectioner Tateyama (菓匠 たてやま) ร้านวากาชิเก่าแก่ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้ลงมือทำขนมญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมด้วยตัวเอง

ภายใต้คำแนะนำของช่างทำขนมผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งเจ้าของร้านรุ่นที่ 3 คือ คุณทาเตยามะ ช่างทำขนมเชิงศิลป์ (工芸菓子) ที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ เราจะได้เรียนรู้ตั้งแต่การปั้น การขึ้นรูป ไปจนถึงการตกแต่งวากาชิอย่างพิถีพิถัน โดยขนมแต่ละชิ้นจะสะท้อนความงดงามของฤดูกาลและความประณีตตามแบบฉบับญี่ปุ่นดั้งเดิม

เวิร์กช็อปใช้เวลาประมาณ 90 นาที ราคา 2,500 เยน เปิดให้เข้าร่วมได้ตลอดทั้งปี (ต้องจองล่วงหน้าทางโทรศัพท์อย่างน้อย 7 วัน) เหมาะสำหรับผู้ที่อยากลองทำกิจกรรมแบบโลคอล และเรียนรู้ศิลปะการทำวากาชิหรือขนมญี่ปุ่นจากช่างฝีมือระดับประเทศอย่างใกล้ชิด

Confectioner Tateyama

ที่อยู่ 4 Chome-1-43 Kawashiri, Minami Ward, Kumamoto, 861-4115
วิธีเดินทางจาก สถานี Kumamoto นั่งรถไฟ JR สาย Kagoshima Main Line ไปลงที่ สถานี Kawashiri
ใช้เวลาประมาณ 7 นาที จากนั้นเดินต่อประมาณ 8–10 นาที ก็จะถึงร้าน
เวลาทำการ 9:00-19:00 น. หยุดวันอาทิตย์
เบอร์โทร(+81) -96-357-9356 หากโทรจากในญี่ปุ่น 096-357-9356

ดูแผนที่ Confectioner Tateyama

Yusuitei – Suizenji Higo Hosokawa Culture Information Center – กิจกรรมทำบนเซกิ (盆石体験)

อีกหนึ่งกิจกรรมศิลปะดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่อยากให้มาลองทำกันดูสักครั้ง คือ การทำ “บนเซกิ” (Bonseki) ที่ “Yusuitei” ศูนย์เผยแพร่วัฒนธรรมซึ่งตั้งอยู่บริเวณทางเข้าสวนซุยเซ็นจิ โจจูเอ็น (Suizenji Jojuen) ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้เรียนรู้ศิลปะโบราณที่สืบทอดกันมายาวนานของญี่ปุ่น

บนเซกิเป็นศิลปะการจัดวางก้อนหินขนาดเล็กและใหญ่ลงบนถาดสีดำ เพื่อสร้างภาพทิวทัศน์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นภูเขา แม่น้ำ หรือเกาะต่าง ๆ โดยอาศัยความละเอียดอ่อนและสมาธิในทุกขั้นตอน

ระหว่างเวิร์กช็อปจะมีอาจารย์คอยแนะนำวิธีใช้เครื่องมือ การจัดวางองค์ประกอบ และเทคนิคการสร้างลวดลายบนผืนทรายอย่างใกล้ชิด ทำให้แม้แต่ผู้ที่ไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อนก็สามารถร่วมกิจกรรมได้

แม้จะเป็นงานศิลปะที่ดูเรียบง่าย แต่การได้ค่อย ๆ สร้างสรรค์ภาพทีละขั้นตอนกลับเป็นช่วงเวลาที่ช่วยให้จิตใจสงบ และทำให้เราได้สัมผัสแนวคิดความงามแบบญี่ปุ่นที่ให้ความสำคัญกับความเรียบง่าย ความสมดุล และธรรมชาติ

ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่เหมาะสำหรับผู้ที่อยากเรียนรู้วัฒนธรรมญี่ปุ่นในมุมที่แตกต่างจากการท่องเที่ยวทั่วไป และได้ใช้เวลาผ่อนคลายไปพร้อมกับการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะด้วยตัวเองค่ะ

Yusuitei – Suizenji Higo Hosokawa Culture Information Center

ที่อยู่5-23 Suizenji Koen, Chuo Ward, Kumamoto, 862-0956
วิธีเดินทาง นั่งรถราง Kumamoto City Tram มุ่งหน้า Kengunmachi ลงที่ป้าย
Suizenji Park (水前寺公園) จากนั้นเดินต่อประมาณ 4 นาที ก็จะถึง
เวลาทำการ9:00-17:00 น. หยุดวันพุธ (แต่หากตรงกับวันหยุดนักขัตฤกษ์ จะหยุดในวันถัดไป)

ดูแผนที่ Yusuitei

KICHIJIEN เก็บผลไม้สด แล้วพักเติมความหวานที่คาเฟ่

มาสัมผัสคุมาโมโตะแบบใกล้ชิดธรรมชาติกันต่อที่ KICHIJIEN คือสวนผลไม้ที่ไม่ควรพลาด ที่นี่เปิดให้นักท่องเที่ยวได้สนุกกับกิจกรรมเก็บผลไม้สดจากต้นตลอดทั้งปี

โดยจะหมุนเวียนไปตามฤดูกาล ไม่ว่าจะเป็นสตรอว์เบอร์รี องุ่น แอปเปิล สาลี่ ส้ม หรือผลไม้อื่น ๆ ซึ่งแต่ละช่วงเวลาก็จะได้ลิ้มรสผลไม้ที่กำลังอร่อยที่สุดของฤดูกาล

*บางเมนูอาจเปลี่ยนรสชาติและผลไม้ตามฤดูกาล

หลังจากสนุกกับการเก็บผลไม้แล้ว แนะนำให้แวะพักที่ KICHIJIEN cafe คาเฟ่ภายในสวนที่นำผลไม้สดจากฟาร์มมารังสรรค์เป็นเมนูต่าง ๆ ทั้งซอฟต์ครีม พาร์เฟต์ สมูทตี้ และเครื่องดื่มตามฤดูกาล ทำให้ได้ลิ้มรสความสดใหม่ของผลไม้ที่เพิ่งเก็บเกี่ยวในรูปแบบที่แตกต่างกัน 

นอกจากนี้ยังมีร้านจำหน่ายผลไม้สดและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากฟาร์มให้เลือกซื้อเป็นของฝากกลับบ้านอีกด้วย

อีกหนึ่งไฮไลต์ที่ห้ามพลาดคือ Kumamoto Purin ร้านพุดดิ้งชื่อดังที่ตั้งอยู่ภายในบริเวณเดียวกัน โดดเด่นด้วยพุดดิ้งเนื้อเนียนนุ่มที่ผลิตจากวัตถุดิบคุณภาพของจังหวัดคุมาโมโตะ พร้อมเมนูพิเศษที่นำผลไม้สดตามฤดูกาลมาตกแต่ง

ทำให้ได้ทั้งความหอมละมุนของพุดดิ้งและความหวานฉ่ำของผลไม้ในคำเดียว จึงเป็นจุดแวะพักที่เหมาะสำหรับปิดท้ายทริปสวนผลไม้ด้วยของหวานแสนอร่อย ก่อนออกเดินทางไปเที่ยวต่อ

KICHIJIEN

ที่อยู่556-1 Uekimachi Kitome, Kita Ward, Kumamoto, 861-0151
วิธีเดินทาง จาก สถานี Kumamoto นั่งรถไฟ JR สาย Kagoshima Main Line
ไปลงที่ สถานี Ueki ใช้เวลาประมาณ 12 นาที จากนั้นต่อ แท็กซี่ประมาณ 5 นาที ก็จะถึง KICHIJIEN
เวลาทำการกิจกรรมผลไม้และคาเฟ่ 10:00-17:00 น. (คาเฟ่มี Last order 16:50 น.)
ร้าน Kumamoto Purin 10:00-17:00 น.
WebsiteKICHIJIEN

ดูแผนที่ KICHIJIEN

ตามหาคุมะมง และ One Piece Heroes รอบเมือง

Kumamon Square ดินแดนของคุมะมงที่แฟน ๆ ห้ามพลาด

มาถึงคุมาโมโตะทั้งที ก็อย่าลืมแวะมาเยี่ยม คุมะมง มาสคอตสุดน่ารักที่เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของจังหวัดกันที่ Kumamon Square ภายในเป็นทั้งสำนักงานของคุมะมงและพื้นที่จัดแสดงเกี่ยวกับตัวละครสุดน่ารักแห่งนี้ 

มีตู้ใส่จดหมายถึงคุมะมงด้วยนะ

มีทั้งห้องทำงานจำลอง มุมถ่ายรูป ร้านจำหน่ายสินค้าลิขสิทธิ์ และคาเฟ่ที่เสิร์ฟเมนูธีมคุมะมง

นอกจากนี้ หากโชคดีก็อาจได้พบกับคุมะมงตัวจริงที่ออกมาทักทายและแสดงโชว์ตามรอบเวลา สร้างรอยยิ้มให้กับนักท่องเที่ยวทุกวัย จึงเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กที่แฟน ๆ คุมะมงไม่ควรพลาด

 Kumamon Square

ที่อยู่1F, Tetoria Kumamoto Building, 8-2 Tetorihoncho, Chuo-ku, Kumamoto 860-0808, Japan
วิธีเดินทางจาก สถานี Kumamoto ให้นั่งรถรางเมืองคุมาโมโตะ (สาย A หรือสาย B) ลงที่ป้าย Torichosuji  
หรือ Suidocho จากนั้นเดินต่อประมาณ 1 นาที
เวลาทำการ10:00-19:00 น.
Website Kumamon Square

ดูแผนที่ Kumamon Square

รูปปั้นลูฟี่ (Monkey D. Luffy Statue) และ รูปปั้นช็อปเปอร์ (Tony Tony Chopper Statue ) – ตามรอยวันพีซ แลนด์มาร์กยอดฮิตของคุมาโมโตะ

ⒸEiichiro Oda/SHUEISHA

หากเป็นแฟนวันพีซ บอกเลยว่าห้ามพลาดการมาเยือน รูปปั้นลูฟี่ (Monkey D. Luffy Statue) อีกหนึ่งแลนด์มาร์กสำคัญของคุมาโมโตะ

ⒸEiichiro Oda/SHUEISHA

รูปปั้นแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ ONE PIECE Kumamoto Revival Project ที่จัดทำขึ้นเพื่อสนับสนุนการฟื้นฟูจังหวัดคุมาโมโตะหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในปี 2016 โดยมีการสร้างรูปปั้นของสมาชิกกลุ่มโจรสลัดหมวกฟางกระจายอยู่ทั่วจังหวัดรวมทั้งหมด 10 ตัวละคร เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้ออกเดินทางไปเยือนเมืองต่าง ๆ ของคุมาโมโตะ พร้อมร่วมส่งกำลังใจและสนับสนุนการฟื้นฟูชุมชนในพื้นที่

รอยมือของอาจารย์โอดะ !
ⒸEiichiro Oda/SHUEISHA

รูปปั้นของลูฟี่ ตัวเอกของเรื่อง ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าสำนักงานจังหวัดคุมาโมโตะ (Kumamoto Prefectural Government Office) ด้วยท่ายืนชูหมวกฟางอันเป็นเอกลักษณ์ จึงกลายเป็นหนึ่งในจุดถ่ายรูปยอดนิยมที่แฟน ๆ ONE PIECE จากทั่วโลกต่างแวะมาเช็กอินเมื่อมาเยือนคุมาโมโตะ

รูปปั้นลูฟี่ (Monkey D. Luffy Statue)

ที่อยู่Chome-18-1 Suizenji, Chuo Ward, Kumamoto, 862-0950
วิธีเดินทางนั่งรถราง Kumamoto City Tram ไปลงป้าย Shiritsu Taiikukan-mae (市立体育館前)
แล้วเดินต่อประมาณ 10 นาที หรือนั่งรถบัสลงป้าย Kumamoto Kencho-mae (熊本県庁前)
เดินอีกไม่กี่ก้าวก็ถึงรูปปั้นลูฟี่เลย
เวลาทำการ เปิด 24 ชั่วโมง
Websiteรูปปั้นลูฟี่ (Monkey D. Luffy Statue)

ดูแผนที่ รูปปั้นลูฟี่ (Monkey D. Luffy Statue)

ⒸEiichiro Oda/SHUEISHA

นอกจากลูฟี่แล้ว หากมีเวลาเที่ยวในตัวเมืองคุมาโมโตะ ก็อยากแนะนำให้แวะไปเช็กอินกับ รูปปั้นช็อปเปอร์ (Tony Tony Chopper Statue) ซึ่งตั้งอยู่บริเวณ ตั้งอยู่ภายในสวนสัตว์และสวนพฤกษศาสตร์เมืองคุมาโมโตะ ริมทะเลสาบเอซุ (Ezu Lake) หนึ่งในพื้นที่พักผ่อนยอดนิยมของชาวคุมาโมโตะ รูปปั้นช็อปเปอร์มาในลุคน่ารักเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่สามารถแวะเที่ยวควบคู่กับการตามรอย ONE PIECE

รูปปั้นช็อปเปอร์ (Tony Tony Chopper Statue)

ที่อยู่5 Chome-14-2 Kengun, Higashi Ward, Kumamoto, 862-0911
วิธีเดินทางนั่งรถราง Kumamoto City Tram ไปลงป้าย Zoological and Botanical Gardens Entrance (動植物園入口 / Doubutsuen Iriguchi) แล้วเดินต่อประมาณ 10 นาที
ก็จะถึงรูปปั้นช็อปเปอร์บริเวณหน้าทางเข้าสวนสัตว์ ใช้เวลาเดินทางรวมประมาณ 35–40 นาที
เวลาทำการ เปิด 24 ชั่วโมง
ราคาค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 500 เยน
Websiteรูปปั้นช็อปเปอร์ (Tony Tony Chopper Statue)

พักผ่อนสบาย ๆ กับโรงแรมใจกลางเมือง

 REF Kumamoto by VESSEL HOTELS

สำหรับทริปนี้เราได้เข้าพักที่ REF Kumamoto by VESSEL HOTELS โรงแรมใจกลางเมืองคุมาโมโตะที่เดินทางสะดวก เหมาะทั้งสำหรับการท่องเที่ยวและพักผ่อน จากประสบการณ์ที่ได้เข้าพัก ประทับใจการต้อนรับของพนักงานที่ให้บริการอย่างเป็นกันเองและใส่ใจในรายละเอียด

ห้องพักตกแต่งในสไตล์เรียบง่าย อบอุ่น ให้ความรู้สึกโคซี่ นอนหลับสบาย พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกและอเมนิตี้ครบครัน

อีกหนึ่งไฮไลต์คือห้องอาบน้ำขนาดใหญ่สำหรับผู้เข้าพักที่ใช้บริการได้ฟรี เหมาะกับการแช่น้ำอุ่นผ่อนคลายหลังเดินเที่ยวมาทั้งวันส่วนมื้อเช้าก็เป็นอีกความประทับใจ เพราะเป็นบุฟเฟ่ต์ที่มีเมนูให้เลือกหลากหลาย จึงเป็นอีกหนึ่งโรงแรมที่อยากแนะนำสำหรับใครที่กำลังมองหาที่พักในคุมาโมโตะที่ทั้งสะดวก สะอาด และคุ้มค่าค่ะ

REF Kumamoto by VESSEL HOTELS

ที่อยู่7-2 Shinshigai, Chuo Ward, Kumamoto, 860-0803
วิธีเดินทางจาก สถานี Kumamoto นั่งรถราง Kumamoto City Tram
จากป้าย Kumamoto Ekimae มุ่งหน้า Kengunmachi
ลงที่ป้าย Karashimacho (辛島町) ใช้เวลาประมาณ 12 นาที
จากนั้นเดินต่อ ประมาณ 1 นาที ก็จะถึงโรงแรม
ราคาเข้าพักเริ่มต้นประมาณ 9,000 เยนต่อคืน (ขึ้นอยู่กับประเภทห้องพั
กและช่วงเวลาที่เข้าพัก) 
เวลาเช็คอิน-เช็คเอาท์เช็คอิน 14:00 น. เช็คเอาต์ 11:00 น.
WebsiteREF Kumamoto by VESSEL HOTELS

เที่ยวแบบคนญี่ปุ่น รู้ไว้ก่อนออกเดินทาง

มารยาทบนรถรางและรถบัส

การเดินทางด้วยรถรางและรถบัสเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตคนคุมาโมโตะ หากมีโอกาสได้ใช้บริการ ลองเข้าแถวรออย่างเป็นระเบียบ พูดคุยด้วยเสียงเบา และเปิดทางให้ผู้โดยสารลงจากรถก่อนเสมอ เพียงเท่านี้ก็ช่วยให้การเดินทางราบรื่น และทำให้เราได้สัมผัสบรรยากาศการใช้ชีวิตแบบคนท้องถิ่นมากยิ่งขึ้น

หากเลือกขับรถเที่ยว

การเช่ารถขับจะช่วยให้เดินทางไปคาเฟ่ ออนเซ็น และสถานที่ท่องเที่ยวนอกเมืองได้สะดวกขึ้น อย่าลืมว่าที่ญี่ปุ่นขับรถชิดซ้าย และควรหยุดให้คนข้ามทางม้าลายทุกครั้ง นอกจากนี้ ควรจอดรถเฉพาะในลานจอดหรือพื้นที่ที่กำหนด เพื่อให้การขับขี่เป็นไปอย่างปลอดภัย

สำหรับผู้ที่ขับรถในตัวเมืองคุมาโมโตะ มีข้อควรระมัดระวังเป็นพิเศษ ดังนี้

  • ระมัดระวังรถรางในตัวเมืองคุมาโมโตะ เนื่องจากมีรถรางวิ่งร่วมกับการจราจรบนถนน
  • โดยทั่วไปไม่ควรขับรถเข้าไปบนรางรถราง ยกเว้นในกรณีที่จำเป็น เช่น การเลี้ยวขวา และควรตรวจสอบว่ามีรถรางกำลังวิ่งมาหรือไม่
  • สังเกตสัญญาณไฟให้ดี เพราะสัญญาณไฟสีเหลืองบางจุดเป็นสัญญาณสำหรับรถราง ไม่ใช่สำหรับรถยนต์
  • ระวังผู้โดยสารบริเวณป้ายรถรางกลางถนน เนื่องจากอาจมีคนเดินข้ามถนนเพื่อขึ้น-ลงรถรางอยู่เสมอ

ทิปเล็ก ๆ ที่ช่วยให้เที่ยวได้สบายขึ้น

ลองพกเงินสดติดตัวไว้เล็กน้อย เพราะร้านท้องถิ่นบางแห่งอาจยังไม่รับบัตรเครดิต และหากมีแพลนเที่ยวหลายจุดในตัวเมือง การใช้รถรางก็เป็นตัวเลือกที่ทั้งสะดวกและประหยัด ที่สำคัญ อย่าลืมเผื่อเวลาให้ตัวเองได้แวะนั่งคาเฟ่ เดินเล่น หรือพักชมวิวระหว่างทาง เพราะเสน่ห์ของคุมาโมโตะไม่ได้อยู่ที่การเที่ยวให้ครบทุกที่ แต่อยู่ที่การค่อย ๆ ซึมซับบรรยากาศของเมืองอย่างไม่เร่งรีบ สมกับการเที่ยวแบบ Slow Life จริง ๆ ค่ะ

Contents Index
  1. 1 ทำความรู้จักคุมาโมโตะ เมืองที่เหมาะกับการเที่ยวแบบ Slow Life
    1. 1.1 คุมาโมโตะอยู่ที่ไหน
    2. 1.2 ทำไมถึงเหมาะกับคนที่อยากเที่ยวแบบสบาย ๆ
    3. 1.3 จุดเด่นของเมือง
  2. 2 เริ่มต้นรู้จักคุมาโมโตะ ผ่านแลนด์มาร์กสำคัญของเมือง
    1. 2.1 Kumamoto Castle : สัญลักษณ์แห่งเมืองคุมาโมโตะ
    2. 2.2 Wakuwakuza : จุดเริ่มต้นของการทำความรู้จักคุมาโมโตะ
    3. 2.3 แนะนำสำหรับคนที่อยากเที่ยวแบบคุ้ม ๆ
    4. 2.4 Sakura-no-baba Josaien : ปิดท้ายด้วยของอร่อยและของฝาก
  3. 3 นั่งรถรางเที่ยวเมือง สัมผัสวิถีชีวิตแบบคนคุมาโมโตะ
    1. 3.1 ขึ้นรถรางให้คุ้มด้วย One Day Pass
    2. 3.2 วิธีขึ้น-ลงรถรางเมืองคุมาโมโตะ
    3. 3.3 เที่ยวคุมาโมโตะแบบสบายตัว ด้วยแพ็กเกจส่งกระเป๋า + บัตรรถราง 24 ชั่วโมง
  4. 4 ใช้ชีวิตช้า ๆ กับธรรมชาติและออนเซ็น
    1. 4.1 Suizenji Jojuen เติมช่วงเวลาสบาย ๆ ท่ามกลางสวนญี่ปุ่น
    2. 4.2 Ezuko พื้นที่สีเขียวที่คนคุมาโมโตะมาใช้ชีวิต
    3. 4.3 Sakurazaka Ueki SPA Resort พักผ่อนในเมืองออนเซ็นแสนสงบ
  5. 5 แวะคาเฟ่และร้านเล็ก ๆ ที่คนท้องถิ่นหลงรัก
    1. 5.1 Coffee Gallery (珈琲回廊) คาเฟ่ชวนให้นั่ง กับกาแฟแก้วโปรด
    2. 5.2 Nagasaki Jiro Cafe (長崎次郎喫茶室) คาเฟ่ย้อนวันวานในอาคารประวัติศาสตร์
  6. 6 ลิ้มรสอาหารท้องถิ่นที่มาคุมาโมโตะแล้วไม่ควรพลาด
    1. 6.1 Akaushi Dining Yoka-Yoka あか牛Dining よかよか(あか牛丼) ร้านอร่อยที่สายเนื้อต้องแวะ
    2. 6.2 Komurasaki (こむらさき) คุมาโมโตะราเมน
    3. 6.3 Gorohachi (五郎八)ลองกินเนื้อม้าของดีคุมาโมโตะ
  7. 7 สัมผัสประสบการณ์ที่ทำให้รู้จักคุมาโมโตะมากขึ้น
    1. 7.1 Confectioner Tateyama 菓匠 たてやま(和菓子体験) กิจกรรมทำขนมญี่ปุ่น
    2. 7.2 Yusuitei – Suizenji Higo Hosokawa Culture Information Center – กิจกรรมทำบนเซกิ (盆石体験)
    3. 7.3 KICHIJIEN เก็บผลไม้สด แล้วพักเติมความหวานที่คาเฟ่
  8. 8 ตามหาคุมะมง และ One Piece Heroes รอบเมือง
    1. 8.1 Kumamon Square ดินแดนของคุมะมงที่แฟน ๆ ห้ามพลาด
    2. 8.2 รูปปั้นลูฟี่ (Monkey D. Luffy Statue) และ รูปปั้นช็อปเปอร์ (Tony Tony Chopper Statue ) – ตามรอยวันพีซ แลนด์มาร์กยอดฮิตของคุมาโมโตะ
  9. 9 พักผ่อนสบาย ๆ กับโรงแรมใจกลางเมือง
    1. 9.1 REF Kumamoto by VESSEL HOTELS
  10. 10 เที่ยวแบบคนญี่ปุ่น รู้ไว้ก่อนออกเดินทาง
    1. 10.1 มารยาทบนรถรางและรถบัส
    2. 10.2 หากเลือกขับรถเที่ยว
    3. 10.3 ทิปเล็ก ๆ ที่ช่วยให้เที่ยวได้สบายขึ้น
aripan

Blogger : aripan

บล็อกเกอร์สาวที่ใช้ชีวิตยาว ๆ อยู่ในญี่ปุ่น รักในการท่องเที่ยวธรรมชาติ แต่ก็ยังช็อปยังชิม คอยตามหาร้านกาแฟและขนมอร่อย ๆ หาพิกัดเที่ยวใหม่ ๆ ในญี่ปุ่น ☕

โหวต

| Polls
โหวต | Polls
  • คุณอยากไปทัวร์ 1 วันแบบไหนมากที่สุดในญี่ปุ่น?

    View Results

    Loading ... Loading ...

สถานที่เที่ยว

| Feature

กรณีฉุกเฉิน

| Emergency
  • Police

    110

  • Ambulance

    119

  • AMDA International Medical Information Center

    03-6233-9266

  • สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว

    090-4435-7812

  • สถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซาก้า

    090-1895-0987

  • สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฟุกุโอกะ

    090-2585-3027 หรือ 090-9572-1515