คูปองส่วนลดที่น่าสนใจ
10%
5%
7%

คุมาโมโตะเป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่บริเวณตอนกลางของภูมิภาคคิวชู ทางตอนใต้ของประเทศญี่ปุ่น โดยมีเมืองคุมาโมโตะเป็นศูนย์กลางหลักของจังหวัด การเดินทางภายในเมืองค่อนข้างสะดวก ทั้งรถราง รถบัส และรถไฟ อีกทั้งยังสามารถเดินทางต่อไปยังแหล่งธรรมชาติ ออนเซ็น และพื้นที่ชนบทโดยรอบได้ไม่ยาก ซึ่งในคราวนี้เราจะพาทุกคนไปเที่ยวเจาะกันในเมืองคุมาโมโตะกันค่ะ
แม้คุมาโมโตะจะเป็นเมืองใหญ่ของคิวชู แต่บรรยากาศนั้นไม่เร่งรีบจนเกินไป ภายในเมืองมีทั้งย่านการค้า คาเฟ่ ร้านอาหารท้องถิ่น และแลนด์มาร์กสำคัญอยู่ใกล้กันครบ ทำให้สามารถวางแผนเที่ยวได้แบบสบาย ๆ สามารถเริ่มต้นวันด้วยการนั่งรถรางไปชมปราสาทคุมาโมโตะ แวะพักที่คาเฟ่เล็ก ๆ เดินเล่นในสวนญี่ปุ่น และปิดท้ายวันด้วยการแช่ออนเซ็นได้โดยไม่ต้องรีบเดินทางจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งตลอดเวลา
ที่นี่ยังมีนักท่องเที่ยวไม่หนาแน่นเท่าเมืองใหญ่ยอดนิยมหลายแห่ง จึงเหมาะกับคนที่อยากใช้เวลาเดินเล่น ถ่ายรูป นั่งพัก และค่อย ๆ ทำความรู้จักเมืองในจังหวะของตัวเอง มากกว่าการเที่ยวแบบเร่งเก็บแลนด์มาร์กให้ครบภายในวันเดียว
หนึ่งในภาพจำของเมืองคือปราสาทคุมาโมโตะ ซึ่งเป็นแลนด์มาร์กสำคัญที่สะท้อนประวัติศาสตร์และเอกลักษณ์ของเมืองได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ คุมาโมโตะยังมีแหล่งน้ำธรรมชาติ สวนญี่ปุ่น พื้นที่สีเขียว คาเฟ่บรรยากาศดี และออนเซ็นที่อยู่ไม่ไกลจากตัวเมือง
ในด้านอาหาร คุมาโมโตะก็มีเมนูท้องถิ่นที่น่าสนใจ ทั้งเนื้อม้า อากะอุชิ ราเม็งคุมาโมโตะ อีกทั้งยังเป็นบ้านเกิดของคุมะมง มาสคอตชื่อดังของจังหวัด รวมถึงมีรูปปั้นตัวละครจาก One Piece กระจายอยู่ตามจุดต่าง ๆ ให้ตามเก็บระหว่างทริปอีกด้วยค่ะ

ปราสาทคุมาโมโตะคือพิกัดแรกที่จะช่วยให้เราทำความรู้จักเมืองนี้ได้ดีที่สุดค่ะ ที่นี่เป็นแลนด์มาร์กสำคัญที่ไม่ควรพลาด เรียกได้ว่ามาคุมาโมโตะแล้วยังไม่มาปราสาทแห่งนี้ก็เหมือนมาไม่ถึง

ปราสาทแห่งนี้ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในสามปราสาทที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น สร้างขึ้นเมื่อกว่า 400 ปีก่อนโดยขุนศึกชื่อดัง คาโตะ คิโยมาสะ (Kato Kiyomasa) เป็นสัญลักษณ์ทางประวัติศาสตร์ที่สะท้อนความรุ่งเรืองของเมืองมาจนถึงปัจจุบัน


แม้จะได้รับความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในปี 2016 แต่ตอนนี้หลายส่วนได้รับการบูรณะและเปิดให้เข้าชมอีกครั้ง ความยิ่งใหญ่สวยงามยังคงอยู่ครบ การบูรณะยังไม่เสร็จสมบูรณ์ทั้งหมด แต่ระหว่างเดินชมรอบปราสาทก็จะเห็นความพยายามในการบูรณะอยู่ตลอดเส้นทาง อดใจไม่ได้ที่จะเอาใจช่วยให้สำเร็จโดยเร็วค่ะ


ภายในปราสาทมีนิทรรศการให้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ และมีจุดชมวิวมุมสูงที่หอคอยหลัก (Tenshukaku) ส่วนรอบ ๆ ก็มีสวนสาธารณะ ทางเดิน และพื้นที่สีเขียวให้เดินเล่นถ่ายภาพ หากเดินต่อไปอีกเล็กน้อยจะเจอ ศาลเจ้าคาโตะ (Kato Shrine) จุดขอพรยอดนิยมที่มองเห็นวิวปราสาทคุมาโมโตะจากอีกมุมได้สวยไม่แพ้กัน
และในช่วงวันที่ 2–4 ตุลาคม 2026 ณ ลานฮานาบาตะ ยังมีลาดรวมใจช่วยฟื้นฟูเมืองรอบปราสาทคุมาโมโตะ จัดขึ้นโดยใช้ขื่องานว่า “Higo no Rakuichi Rakuza” พบกับสินค้าขึ้นชื่อและอาหารท้องถิ่นจากทั่วจังหวัดคุมาโมโตะ รวมถึงพื้นที่ประสบภัยจากทั่วประเทศ พร้อมกิจกรรมจำหน่ายผลิตภัณฑ์และประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว เพื่อส่งต่อกำลังใจในการฟื้นฟูและนำเสนอเสน่ห์ของคุมาโมโตะผ่านงานตลอด 3 วัน
นอกจากนี้ยังโครงการฟื้นฟูจากเหตุแผ่นดินไหวคุมาโมโตะ ปี 2026 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 2 ตุลาคม–1 พฤศจิกายน 2026 บริเวณปราสาทคุมาโมโตะ พบกับการแสดงแสงสีสุดพิเศษ โดยใช้เลเซอร์ เสิร์ชไลต์ และเทคนิคต่าง ๆ เนรมิตหอคอยและพื้นที่รอบปราสาทให้สว่างไสวในบรรยากาศที่แตกต่างจากช่วงกลางวัน
Kumamoto Castle
| ที่อยู่ | 1-1 Honmaru, Chuo Ward, Kumamoto, 860-0002, Japan |
| วิธีเดินทาง | จากสถานี JR Kumamoto นั่งรถรางสาย A ลงป้าย Kumamoto Castle / City Hall แล้วเดินต่อประมาณ 10–15 นาที ถึงปราสาทคุมาโมโตะ |
| เวลาทำการ | 9:00-17:00 น. |
| Website | Kumamoto Castle |

ที่นี่เป็นอีกหนึ่งพิกัดที่อยากแนะนำให้แวะ เพราะจะช่วยให้เราเข้าใจเรื่องราวของทั้งปราสาทและเมืองคุมาโมโตะได้มากขึ้น ทำให้การเดินชมปราสาทในภายหลังสนุกและมีความหมายกว่าเดิม ผ่านการเล่าเรื่องที่เข้าใจง่าย พร้อมลูกเล่นที่ทำให้การเรียนรู้ไม่น่าเบื่อ


Wakuwakuza ไม่ใช่พิพิธภัณฑ์ที่มีเพียงของจัดแสดงให้เดินชม แต่เป็น มิวเซียมเชิงประสบการณ์ (Interactive Museum) ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้ดู ฟัง สัมผัส และลงมือทดลองด้วยตัวเอง จึงเหมาะกับทั้งผู้ใหญ่และเด็ก


ภายในมีกิจกรรมหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการทดลองสร้างกำแพงหินแบบเดียวกับที่ใช้สร้างปราสาทคุมาโมโตะ การตีกลองประกอบเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ลองนั่งเกี้ยวหรือนั่งม้าจำลองเพื่อสัมผัสบรรยากาศการเดินทางในอดีต รวมถึงกิจกรรมยอดนิยมอย่างการสวมชุดซามูไร นินจา เจ้าหญิง หรือหญิงสาวในยุคเอโดะ แล้วถ่ายภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึก


นอกจากนี้ บริเวณชั้น 2 ยังมีโซนโรงละครที่ถ่ายทอดเรื่องราวของเมืองคุมาโมโตะและปราสาทผ่านการแสดง ภาพยนตร์ และสื่อมัลติมีเดียที่เข้าใจง่าย ทำให้สามารถเรียนรู้ประวัติศาสตร์ได้อย่างเพลิดเพลินโดยไม่รู้สึกว่ากำลังอ่านบทเรียน

หากมีเวลา แนะนำให้แวะ Wakuwakuza ก่อนเข้าชมปราสาทคุมาโมโตะ เพราะเมื่อได้รู้เบื้องหลังของการก่อสร้าง ผู้คน และเหตุการณ์สำคัญต่าง ๆ แล้ว การเดินชมปราสาทจะเต็มไปด้วยรายละเอียดที่เคยมองข้าม และทำให้เราได้ซึมซับเสน่ห์ของคุมาโมโตะได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นค่ะ
Wakuwakuza
| ที่อยู่ | 1-1-1 Ninomaru, Chuo Ward, Kumamoto, 860-0008, Japan |
| วิธีเดินทาง | จาก สถานี Kumamoto นั่งรถบัส Shiromegurin (รถบัสวนรอบปราสาทคุมาโมโตะ) ลงป้าย Sakuranobaba Josaien แล้วเดินต่อประมาณ 1–2 นาที ก็จะถึง Kumamoto Castle Museum Wakuwaku-za |
| เวลาทำการ | 9:00-18:00 น |
| ราคา | ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 500 เยน |
| Website | Wakuwakuza |
สำหรับใครที่วางแผนเที่ยวทั้งปราสาทคุมาโมโตะและ Wakuwakuza แนะนำให้ซื้อบัตรเข้าชมแบบรวมในราคาสุดคุ้มจำหน่ายด้วยนะ
| ประเภทบัตร | ผู้ใหญ่ (มัธยมปลายขึ้นไป) | เด็ก (ประถม–มัธยมต้น) |
|---|---|---|
| บัตรเข้าชมปราสาทคุมาโมโตะ | 800 เยน | 300 เยน |
| บัตรรวม 2 สถานที่ (ปราสาทคุมาโมโตะ + Wakuwakuza) | 850 เยน | 300 เยน |
| บัตรรวม 3 สถานที่ (ปราสาทคุมาโมโตะ + Wakuwakuza + พิพิธภัณฑ์เมืองคุมาโมโตะ) | 1,100 เยน | 400 เยน |
※ เนื่องจากผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวเมื่อเดือนกรกฎาคม 2026 ปัจจุบัน ณ เดือนสิงหาคม 2026 ได้ระงับการจำหน่ายบัตรเข้าชมแบบรวม 2 สถานที่และแบบรวม 3 สถานที่ชั่วคราว กรุณาตรวจสอบสถานะการจำหน่ายจริงและข้อมูลล่าสุดจากช่องทางอย่างเป็นทางการของแต่ละสถานที่ค่ะ
แนะนำ: หากตั้งใจเที่ยวทั้ง ปราสาทคุมาโมโตะ และ Wakuwakuza อยู่แล้ว แนะนำให้ซื้อ บัตรรวม 2 สถานที่ เพราะเพิ่มจากค่าตั๋วเข้าปราสาทเพียง 50 เยน เท่านั้น แต่สามารถเข้าชม Wakuwakuza ได้ด้วย ส่วนใครมีเวลาเที่ยวต่อและอยากแวะ พิพิธภัณฑ์เมืองคุมาโมโตะ ก็แนะนำ บัตรรวม 3 สถานที่ ซึ่งเพิ่มจากบัตรเข้าปราสาทเพียง 300 เยน แต่ได้เที่ยวครบทั้งสามแห่ง ถือว่าคุ้มค่ามากสำหรับคนที่อยากทำความรู้จักคุมาโมโตะให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นค่ะ

ที่นี่ตั้งอยู่ติดกับทั้ง ปราสาทคุมาโมโตะ และ Wakuwakuza จึงเป็นอีกหนึ่งพิกัดที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเที่ยวโซนนี้ โดย Sakura-no-baba Josaien เป็นย่านท่องเที่ยวที่จำลองบรรยากาศเมืองเก่าในสมัยเอโดะเอาไว้ได้อย่างสวยงาม ให้เราได้เดินเล่นซึมซับบรรยากาศแบบญี่ปุ่นโบราณ หรือใครอยากอินกับบรรยากาศมากขึ้น ก็สามารถเช่าชุดกิโมโนมาเดินถ่ายรูปได้เช่นกัน


นอกจากบรรยากาศที่น่าเดินเล่นแล้ว ที่นี่ยังเป็นแหล่งรวมร้านอาหารท้องถิ่น ขนมขึ้นชื่อ และร้านขายของฝากจากทั่วจังหวัดคุมาโมโตะ ไม่ว่าจะเป็นอาหารพื้นเมือง ขนมญี่ปุ่น สินค้าแปรรูป หรือของที่ระลึกต่าง ๆ ก็สามารถหาซื้อได้ครบในที่เดียว เหมาะสำหรับทั้งการแวะชิมของอร่อยและเลือกซื้อของฝากกลับบ้าน


สำหรับใครที่เป็นแฟนของ คุมะมง (Kumamon) มาสคอตชื่อดังของจังหวัดคุมาโมโตะ บอกเลยว่าห้ามพลาด เพราะมีทั้งขนม ซาลาเปารูปคุมะมง และสินค้าลิขสิทธิ์สุดน่ารักให้เลือกมากมาย นอกจากจะอร่อยแล้ว ยังเหมาะกับการถ่ายรูปลงโซเชียลอีกด้วย

หากเดินเที่ยวปราสาทจนเหนื่อย Sakura-no-baba Josaien ก็เป็นจุดแวะพักที่กำลังดี เพราะมีทั้งมุมนั่งพัก คาเฟ่ และพื้นที่ให้เดินเล่นแบบสบาย ๆ ก่อนออกเดินทางไปเที่ยวพิกัดอื่นต่อ ถือเป็นการปิดท้ายการเที่ยวโซนปราสาทคุมาโมโตะได้อย่างครบทั้งเรื่องกิน เที่ยว และช้อปในที่เดียวค่ะ
Sakura-no-baba Josaien
| ที่อยู่ | 1-1-2 Ninomaru, Chuo Ward, Kumamoto, 860-0008 Japan |
| วิธีเดินทาง | จาก JR Kumamoto Station วิธีที่สะดวกที่สุดคือขึ้นรถบัสท่องเที่ยว Kumamoto Castle Loop Bus “Shiromegurin” แล้วลงที่ป้าย Sakura-no-baba Josaien ป้ายจอดอยู่ใกล้บริเวณทางเข้าสถานที่เลย |
| เวลาทำการ | 9:00-18:00 น |
| Website | Sakura-no-baba Josaien |
ถ้าอยากเที่ยวคุมาโมโตะแบบคนท้องถิ่นจริง ๆ การนั่ง รถรางเมืองคุมาโมโตะ (Kumamoto City Tram) คือประสบการณ์ที่ไม่ควรพลาด เพราะรถรางถือเป็นระบบขนส่งหลักที่ชาวเมืองใช้ในชีวิตประจำวัน เชื่อมต่อทั้งสถานี JR Kumamoto ปราสาทคุมาโมโตะ ย่านช้อปปิ้ง และสวน Suizenji ทำให้เดินทางได้สะดวกโดยไม่ต้องเช่ารถ แถมยังได้สัมผัสบรรยากาศของเมืองไปตลอดเส้นทางอีกด้วย
การเดินทางด้วยรถรางเมืองคุมาโมโตะก็สะดวกและเข้าใจง่าย เพราะ ค่าโดยสารแบบเที่ยวเดียวคิดราคาเดียวตลอดสาย เพียง 200 เยนสำหรับผู้ใหญ่ ไม่ว่าจะนั่งใกล้หรือไกลก็จ่ายเท่ากัน ส่วนเด็กประถมมีค่าโดยสาร 100 เยน

สำหรับใครแพลนเที่ยวหลายจุดในตัวเมือง แนะนำให้ซื้อ Kumamoto City Tram 1 Day Pass เพราะสามารถขึ้นรถรางได้ไม่จำกัดเที่ยวตลอดทั้งวัน และยังมาพร้อมส่วนลดค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวบางแห่งอีกด้วย
| ประเภทผู้โดยสาร | ตั๋วแบบกระดาษ | ตั๋วแบบดิจิตอล (มือถือ) |
|---|---|---|
| ผู้ใหญ่ | 700 เยน | 500 เยน |
| เด็ก | 350 เยน | 250 เยน |
นอกจากนี้ยังมี 24-Hour Mobile Pass ที่เริ่มนับเวลาตั้งแต่ครั้งแรกที่เปิดใช้งาน เหมาะสำหรับคนที่เริ่มเที่ยวช่วงบ่ายหรือเย็น เพราะใช้งานได้ครบ 24 ชั่วโมงเต็ม โดยจะมีเฉพาะตั๋วแบบดิจิตอล (มือถือ)
| ประเภทผู้โดยสาร | ตั๋วมือถือ |
|---|---|
| ผู้ใหญ่ | 600 เยน |
| เด็ก | 300 เยน |
การนั่งรถรางที่คุมาโมโตะไม่ยากเลย รถรางส่วนใหญ่ให้ขึ้นทางประตูด้านหลังหรือประตูกลาง และลงทางประตูด้านหน้า (รถรางรุ่นใหม่บางขบวนสามารถขึ้น-ลงได้ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง)
หากต้องการลงป้ายถัดไป ให้กดปุ่มแจ้งลงรถล่วงหน้า และควรเตรียมเงินย่อยหรือบัตรให้พร้อมก่อนลง เพื่อให้การขึ้น-ลงรถเป็นไปอย่างรวดเร็วและสะดวกค่ะ
และสำหรับใครที่ วางแผนเที่ยวคุมาโมโตะด้วยรถราง แนะนำแพ็กเกจสุดคุ้มที่รวม บริการส่งสัมภาระและบัตรโดยสารรถรางแบบ 24 ชั่วโมง ในราคาเพียง 1,000 เยน โดยบริการนี้จะสามารถ สามารถฝากกระเป๋าไว้ที่ Yamato Transport สาขาสถานีคุมาโมโตะ แล้วออกเที่ยวได้อย่างสบายตัว
โดยทาง Yamato Transport จะจัดส่งสัมภาระไปยังโรงแรมที่อยู่ในพื้นที่ให้บริการ เหมาะสำหรับผู้ที่เดินทางมาถึงแล้วอยากเริ่มเที่ยวได้ทันทีโดยไม่ต้องลากกระเป๋าไปด้วย
แพ็กเกจนี้จำหน่ายผ่านเว็บ QUICK TRIP เท่านั้น (ไม่มีจำหน่ายที่เคาน์เตอร์) โดยมีกำหนดเริ่มจำหน่ายตั้งแต่ 5 สิงหาคม 2026 จนถึงสิ้นเดือนมีนาคม 2027

เที่ยวคุมาโมโตะแบบสบายตัว ด้วยแพ็กเกจส่งกระเป๋า + บัตรรถราง 24 ชั่วโมง
เข้าไปซื้อแพ็กเกจได้ที่นี่เลย
รายละเอียด
ข้อความธรรมดา

รายชื่อโรงแรมหลักที่ให้บริการและตำแหน่งจุดรับฝาก:
เช็คพิกัดโรงแรมที่ให้บริการและตำแหน่งจุดรับฝากได้ที่นี่

ถ้าอยากลองใช้ชีวิตให้ช้าลงเหมือนคนคุมาโมโตะ แนะนำให้หาเวลามาเดินเล่นที่ Suizenji Jojuen สวนญี่ปุ่นเก่าแก่ที่อยู่ไม่ไกลจากใจกลางเมือง ที่นี่ไม่ใช่สถานที่ที่ต้องรีบเดินให้ครบทุกมุม แต่เป็นสถานที่ที่ชวนให้ค่อย ๆ เดิน สูดอากาศบริสุทธิ์ และปล่อยเวลาให้ผ่านไปอย่างสบาย ๆ

ภายในสวนมี สระน้ำใสที่ได้รับน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติ, ต้นสนที่ได้รับการดูแลอย่างงดงาม และ เนินดินจำลองภูเขาไฟฟูจิให้ได้ชม พร้อมดื่มด่ำกับความงามของธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาล ไม่ว่าจะเป็น ดอกซากุระในฤดูใบไม้ผลิ หรือ ใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง
เป็นสวนที่ไม่ว่าจะมองจากมุมไหนก็ให้ความรู้สึกสงบ จนหลายคนเลือกมานั่งพัก ชมทิวทัศน์สวย ๆ หรือเดินเล่นชมธรรมชาติในวันหยุด และยังมาเที่ยวได้ทุกฤดูกาล
ระหว่างวันที่ 6 พฤศจิกายน – 6 ธันวาคม 2026 จะมีการจัดงาน “Lux Night KUMAMOTO” เป็นพิเศษในช่วงเวลาจำกัด
Lux Night KUMAMOTO เป็นกิจกรรมเดินชมสวนยามค่ำคืนที่จัดขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ “ออกไปสัมผัสวัฒนธรรมฮิโกะโฮโซกาวะ” โดยเปิดโอกาสให้ได้เที่ยวชม สวนซุยเซ็นจิ โจจูเอ็น (Suizenji Jojuen) ในยามค่ำคืน ซึ่งปกติไม่เปิดให้เข้าชมในช่วงเวลานี้
สำหรับปีนี้ ภายในงานจะมีการจัดแสดง ไฟประดับจากไม้ไผ่ตกแต่งด้วยคริสตัลระยิบระยับ ซึ่งนำมาเปิดให้ชมเป็นครั้งแรกพร้อมด้วยงานศิลปะจัดวางที่ใช้ดอกไม้และกระจกมาสร้างบรรยากาศ
ชวนให้เดินตามแสงและเสียงไปสัมผัสเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และความภาคภูมิใจที่ตระกูลโฮโซกาวะสืบทอดต่อกันมา ท่ามกลางบรรยากาศยามค่ำคืนที่สวยงามราวกับอยู่ในโลกแห่งจินตนาการ
รายละเอียดเพิ่มเติม: เว็บไซต์ทางการ https://lux-night.kumamoto-icb.or.jp/
นอกจากนี้ ในช่วงฤดูหนาวยังมีการจัดงานคริสต์มาส “Suizenji White Xmas 2026” อีกด้วย โดยจะจัดขึ้นเป็นเวลา 3 วัน ระหว่างวันที่ 4–6 ธันวาคม 2026 ภายในย่านซุยเซ็นจิจะถูกตกแต่งให้เต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งคริสต์มาส มีทั้ง ไฟประดับ (Illumination) จุดถ่ายภาพสวย ๆ เวทีการแสดงดนตรี เวิร์กช็อปให้ร่วมกิจกรรม และโซนอาหาร ทำให้เป็นอีเวนต์ฤดูหนาวที่ทั้งผู้ใหญ่และเด็กสามารถเพลิดเพลินได้ หากมาเที่ยวคุมาโมโตะในช่วงคริสต์มาส อย่าพลาดแวะมาสัมผัสบรรยากาศสุดพิเศษและสร้างความทรงจำดี ๆ ที่นี่กันนะคะ


หลังจากเดินชมสวนแล้ว ลองแวะจิบชาเขียวพร้อมขนมญี่ปุ่นที่ร้านน้ำชาภายในสวน มองวิวสวนญี่ปุ่นไปเรื่อย ๆ ก็เป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่ทำให้เข้าใจว่า การเที่ยวแบบ Slow Life ไม่จำเป็นต้องทำกิจกรรมตลอดเวลา แค่ได้นั่งพักและซึมซับบรรยากาศของเมือง ก็เป็นความสุขของการเดินทางแล้วค่ะ
Suizenji Jojuen
| ที่อยู่ | 8-1 Suizenji Koen, Chuo Ward, Kumamoto, 862-0956 |
| วิธีเดินทาง | นั่งรถไฟมาลงที่สถานี JR Shin Suizenji eki mae แล้วเดินต่อประมาณ 12 นาที หรือลงที่สถานีรถราง Suizenji Park Station จากนั้นเดินต่อประมาณ 5 นาที |
| ค่าเข้า | ผู้ใหญ่ (อายุ 16 ปีขึ้นไป): 500 เยน เด็ก (อายุ 6–15 ปี): 200 เยน |
| เวลาทำการ | 08:30–17:00 น. (เข้าชมรอบสุดท้าย 16:30 น.) |
| หมายเหตุ: | เวลาเปิด-ปิดอาจมีการเปลี่ยนแปลงในช่วงที่มีการจัดกิจกรรมพิเศษ |
| Website | Suizenji Jojuen |

สำหรับใครที่อยากเห็นบรรยากาศการใช้ชีวิตของผู้คนในเมืองนี้ แนะนำให้แวะ Ezuko (ทะเลสาบเอสึโกะ) พื้นที่ธรรมชาติขนาดใหญ่ที่มี สวน Suizenji Ezuko park สวนสาธารณะยอดนิยมของชาวเมือง ช่วงวันหยุดจะเห็นทั้งคนมาวิ่ง ปั่นจักรยาน พาสุนัขเดินเล่น หรือมานั่งปิกนิกริมทะเลสาบ เป็นบรรยากาศที่เรียบง่ายและอบอุ่น

ที่นี่มีน้ำใสสะอาด ต้นไม้ร่มรื่น อากาศสดชื่นและเส้นทางเดินเลียบทะเลสาบ เหมาะกับการเดินเล่นแบบไม่ต้องรีบ หรือจะลองพายเรือเล่นในช่วงเช้าหรือช่วงเย็นที่อากาศสบาย

ถ้าได้มาที่นี่ ลองซื้อเครื่องดื่มหรือขนมติดมือมานั่งพักริมทะเลสาบ แล้วใช้เวลามองวิวธรรมชาติรอบ ๆ สัมผัสความเรียบง่ายและบรรยากาศดี ๆ ของที่นี่ดูนะคะ
Ezuko
| ที่อยู่ | 3 Chome-11-8 Koto, Higashi Ward, Kumamoto, 862-0942 |
| วิธีเดินทาง | นั่งรถราง จาก สถานี Kumamoto ขึ้นรถรางสายมุ่งหน้า Kengunmachi (健軍町) ลงที่ป้าย Hacchobaba (八丁馬場) เดินต่อประมาณ 5 นาที ก็จะถึง Suizenji Ezuko Park ก็จะเจอกับทะเลสาบ |
| เวลาทำการ | เปิด 24 ชั่วโมง |

หลังจากใช้เวลาเดินเที่ยวในเมืองมาทั้งวัน ลองเปลี่ยนบรรยากาศมาพักผ่อนที่ Sakurazaka Ueki SPA Resort รีสอร์ตออนเซ็นในย่าน Ueki Onsen ที่อยู่ห่างจากตัวเมืองคุมาโมโตะเพียงประมาณ 30 นาทีโดยรถยนต์


ที่นี่มีห้องออนเซ็นส่วนตัวสไตล์คอตเทจให้เลือก 11 ห้อง เหมาะสำหรับคู่รัก ครอบครัว หรือกลุ่มเพื่อนที่อยากแช่ออนเซ็นแบบเป็นส่วนตัว


จุดเด่นคือ ทุกห้องมีบ่อออนเซ็นส่วนตัวทั้งแบบกลางแจ้งและในร่ม พร้อมห้องพักผ่อนและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ส่วนห้องพิเศษยังมีมุมเสื่อทาทามิ ระเบียงไม้ และบ่อออนเซ็นกลางแจ้งท่ามกลางธรรมชาติ เหมาะสำหรับคนที่อยากลองแช่ออนเซ็นแต่ยังไม่มั่นใจในการใช้บ่อรวม หรือผู้ที่ชื่นชอบความเป็นส่วนตัว

ที่นี่ยังขึ้นชื่อเรื่อง “ออนเซ็นเพื่อผิวสวย” (Bijin no Yu) ด้วยน้ำแร่ธรรมชาติชนิดคาร์บอเนตไฮโดรเจนแบบด่างอ่อน (pH 8.7) ที่ช่วยให้ผิวนุ่มลื่น ผ่อนคลาย และบรรเทาความเมื่อยล้าหลังเดินเที่ยวทั้งวัน จึงเป็นอีกหนึ่งพิกัดที่ชาวญี่ปุ่นนิยมมาพักผ่อนและชาร์จพลังในวันหยุดค่ะ

ราคาค่าใช้บริการจะแตกต่างกันตามประเภทของห้องออนเซ็น โดยห้องมาตรฐานรองรับผู้ใหญ่ 2 คน และเด็ก 2 คน ใช้บริการได้ 1 ชั่วโมง ราคาเริ่มต้น 2,500 เยน ส่วนห้องพิเศษที่มีพื้นที่กว้างขวางยิ่งขึ้น ราคา 3,500 เยนต่อชั่วโมง หากต้องการใช้บริการต่อ สามารถขยายเวลาได้ในราคา 30 นาที 1,000 เยน

นอกจากนี้ ในช่วงฤดูร้อนยังมีห้องออนเซ็นพร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัว (Private Pool Bath) เปิดให้บริการอีกด้วย
สำหรับในช่วงฤดูหนาว อุเอกิออนเซ็นยังจัดงาน Ueki Art Spa “Yugento 2026” ระหว่างวันที่ 11–25 ธันวาคม 2026 ชวนทุกคนมาสัมผัสบรรยากาศอันงดงามราวกับอยู่ในโลกแห่งความฝัน เมื่อไอน้ำจากบ่อน้ำพุร้อนผสานเข้ากับแสงนวลจากโคมไม้ไผ่ พร้อมทดลองแช่เท้าในน้ำพุร้อนเนื้อสัมผัสเนียนนุ่มที่ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิว และเพลิดเพลินกับการตระเวนแช่ออนเซ็นภายในพื้นที่ได้อีกด้วย
Sakurazaka Ueki SPA Resort
| ที่อยู่ | 1928 Shichijomachi Sosaki, Kikuchi, Kumamoto 861-1344, Japan |
| วิธีเดินทาง | จากตัวเมือง คุมาโมโตะ ขับรถประมาณ 30 นาที |
| เวลาทำการ | จันทร์ถึงศุกร์ 12:00-22:00 น. เสาร์ อาทิตย์ วันหยุด 11:00-22:00 น. หยุดทุกวันอังคาร |
| Website | Sakurazaka Ueki SPA Resort |

สำหรับหลาย ๆ คน การได้แวะจิบกาแฟดี ๆ สักแก้ว ก็เป็นอีกหนึ่งความสุขเล็ก ๆ ที่ช่วยเติมเต็มทริปให้ผ่อนคลายยิ่งขึ้น Coffee Gallery (珈琲回廊) คือคาเฟ่ที่อยากแนะนำ ตั้งอยู่ในอาคารเก่าอายุกว่า 100 ปีที่ได้รับการรีโนเวตใหม่


ผสมผสานความคลาสสิกของสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นเข้ากับการออกแบบสไตล์มินิมอลได้อย่างลงตัว ให้บรรยากาศสงบ เท่ และน่านั่ง เหมาะกับการแวะพักระหว่างวัน


ที่นี่พิถีพิถันตั้งแต่การคัดเลือกเมล็ดกาแฟไปจนถึงการชงทุกแก้ว ทำให้ได้กาแฟที่หอมละมุนและมีเอกลักษณ์

นอกจากกาแฟแล้ว ยังมีขนมโฮมเมดและเมนูของหวานที่เข้ากันอย่างลงตัว ส่วนใครที่ไม่ดื่มกาแฟก็ไม่ต้องกังวล เพราะเมนู มัทฉะลาเต้ ของที่นี่ก็เข้มข้น กลมกล่อม เหมาะกับการนั่งใช้เวลาช้า ๆ ซึมซับบรรยากาศของคุมาโมโตะ

ส่วนชั้น 2 เป็นแกลเลอรีสำหรับจัดแสดงผลงานศิลปะ นิทรรศการ และสินค้าที่น่าสนใจ ซึ่งจะหมุนเวียนเปลี่ยนไปตามช่วงเวลา ทำให้มีความน่าสนใจทุกครั้งที่แวะมาเยือน
Coffee Gallery
| ที่อยู่ | Chome-21 Takanawa, Minato City, Tokyo 108-0074 |
| วิธีเดินทาง | นั่งรถไฟมาลงยังสถานี JR Takanawa Gateway |
| เวลาทำการ | 9:00-18:00 น |
| ราคา | ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 500 เยน |
| Website | Coffee Gallery |

หากอยากสัมผัสบรรยากาศของ คิสซะเต็น (Kissaten) หรือร้านกาแฟสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิม Nagasaki Jiro Cafe (長崎次郎喫茶室) คืออีกหนึ่งพิกัดที่ไม่ควรพลาด คาเฟ่แห่งนี้ตั้งอยู่บนชั้น 2 ของอาคารเก่าแก่กว่า 100 และยังคงรักษาเสน่ห์ของสถาปัตยกรรมและบรรยากาศย้อนยุคเอาไว้ได้เป็นอย่างดี


ที่นี่ให้ความรู้สึกอบอุ่นและคลาสสิก ภายในยังคงกลิ่นอายของวันวานผ่านเฟอร์นิเจอร์ไม้ แสงธรรมชาติ และบรรยากาศอันเงียบสงบ เหมาะกับการนั่งจิบกาแฟ พูดคุย หรือปล่อยเวลาให้ไหลผ่านไปอย่างช้า ๆ ยิ่งได้นั่งบริเวณริมหน้าต่าง ก็สามารถชมรถรางที่ค่อย ๆ แล่นผ่าน พร้อมซึมซับบรรยากาศและวิถีชีวิตของผู้คนในเมืองคุมาโมโตะไปพร้อมกันได้ค่ะ

เมนูแนะนำของที่นี่มีทั้งกาแฟเบลนด์สูตรเฉพาะของทางร้าน กาแฟสกัดเย็น (Cold Brew) รวมถึงของหวานโฮมเมดอย่างพุดดิ้งสไตล์คลาสสิก


มีกาแฟดริปซื้อกลับมาฝากคนที่บ้านได้ด้วย
นอกจากนี้ยังมี เมล่อนโซดา หนึ่งในเมนูสัญลักษณ์ของร้านคิสสะเต็นที่หลายคนคุ้นเคย เสิร์ฟมาในแก้วทรงคลาสสิกพร้อมไอศกรีมวานิลาด้านบน ให้ทั้งความสดชื่นและกลิ่นอายความย้อนยุค จึงเป็นอีกหนึ่งร้านที่เหมาะสำหรับแวะพักระหว่างวัน ก่อนออกไปเที่ยวคุมาโมโตะกันต่อ
Nagasaki Jiro Cafe
| ที่อยู่ | 2F, Nagasaki Jiro Bookstore 4-1-19 Shinmachi, Chuo-ku, Kumamoto 860-0004, Japan |
| วิธีเดินทาง | นั่งรถราง Kumamoto City Tram สาย B ลงที่ป้าย Shinmachi แล้วเดินต่อประมาณ 1 นาที ก็จะถึง Nagasaki Jiro Bookstore ชั้น 2 |
| เวลาทำการ | 11:26-18:00 น. |
| ราคา | ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 500 เยน |
| Website | Nagasaki Jiro Cafe |

หนึ่งในอาหารจานเด็ดของดีประจำคุมาโมโตะที่มาแล้วต้องลองให้ได้ก็คือ “เนื้ออากะอุชิ” หรือวากิวแดงสายพันธุ์พิเศษจากคุมาโมโตะ ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องเนื้อไม่มันมาก แต่มีความนุ่ม ฉ่ำ และรสชาติของเนื้อเข้มข้น โดยร้าน Akaushi Dining Yoka-Yoka ถือเป็นร้านดังที่เชี่ยวชาญด้านเนื้ออากะอุชิ และยังใช้เนื้อจากฟาร์มของทางร้านเองอีกด้วย

ไฮไลต์ที่ไม่อยากให้พลาดเลยคือ Akagyudon ข้าวหน้าเนื้ออากะอุชิที่เสิร์ฟมาแบบกึ่งสุกกึ่งดิบ เนื้อนุ่มละลายในปาก ราดด้วยซอสสูตรพิเศษ ทานคู่กับไข่ออนเซ็นยิ่งอร่อย บอกเลยว่าเป็นเมนูที่สายเนื้อมาคุมาโมโตะแล้วไม่ควรพลาด

นอกจากข้าวหน้าเนื้อแล้ว ที่ร้านยังมีเมนูสเต๊กและแฮมเบิร์กจากเนื้ออากะอุชิให้เลือกอีกหลายเมนู ใครอยากลิ้มรสเนื้อวากิวแดงต้นตำรับของคุมาโมโตะ ร้านนี้เป็นอีกหนึ่งพิกัดที่แนะนำเลยค่ะ
Akaushi Dining Yoka-Yoka
| ที่อยู่ | 2F Daiwa Roynet Hotel Kumamoto, 10-22 Hanabatacho, Chuo Ward, Kumamoto, 860-0806, Japan |
| วิธีเดินทาง | จากสถานี JR Kumamoto นั่งรถรางสาย A ไปลงป้าย Hanabatacho (花畑町) ใช้เวลาประมาณ 15 นาที จากนั้นเดินต่อประมาณ 3 นาที ก็จะถึง Akaushi Dining Yoka-Yoka ซึ่งตั้งอยู่บนชั้น 2 ของ Daiwa Roynet Hotel Kumamoto. |
| เวลาทำการ | 11:00-22:00 น. |
| Website | Akaushi Dining Yoka-Yoka |

อีกหนึ่งอาหารจานเด็ดของคุมาโมโตะที่มาแล้วต้องลองก็คือ “คุมาโมโตะราเมน” และร้านที่อยากแนะนำคือ Komurasaki (こむらさき)


ร้านราเมนเก่าแก่ที่เปิดให้บริการมายาวนาน และเป็นหนึ่งในร้านต้นตำรับของคุมาโมโตะราเมนที่หลายคนแวะมาชิมเมื่อมาเยือนเมืองนี้

จุดเด่นของที่นี่คือน้ำซุปกระดูกหมูรสกลมกล่อม หอมกระเทียมเจียวแบบฉบับคุมาโมโตะราเมน เสิร์ฟคู่กับเส้นราเมนที่เข้ากันอย่างลงตัว เมนูแนะนำคือ Osama Ramen (王様ラーメン) ที่อัดแน่นด้วยหมูชาชู เห็ดหูหนู และถั่วงอก เป็นราเมนรสชาติต้นตำรับที่อิ่มอร่อยกำลังดี แล้วอย่าลืมสั่งเกี๊ยวซ่ามากินแกล้มด้วยนะ ใครเป็นสายราเมนหรืออยากลิ้มลองของขึ้นชื่อของคุมาโมโตะ ร้านนี้เป็นอีกหนึ่งพิกัดที่ไม่ควรพลาดค่ะ
Komurasaki
| ที่อยู่ | 8-16 Kamitoricho, Chuo Ward, Kumamoto, 860-0845 |
| วิธีเดินทาง | นั่งรถรางหรือรถบัส จาก สถานี Kumamoto ลงป้าย Torichosuji (通町筋) จากนั้นเดินต่อประมาณ 5 นาที ก็จะถึงร้าน |
| ราคา | ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 500 เยน |
| Website | Komurasaki |

อีกหนึ่งเมนูขึ้นชื่อของคุมาโมโตะที่มาแล้วต้องลองก็คือ “บาซาชิ” (Basashi) หรือซาชิมิเนื้อม้า และร้านที่อยากแนะนำคือ 五郎八 (Gorohachi)


ร้านอาหารท้องถิ่นเก่าแก่ที่ได้รับความนิยมทั้งจากคนในพื้นที่และนักท่องเที่ยว ด้วยบรรยากาศแบบอิซากายะญี่ปุ่นดั้งเดิม พร้อมเสิร์ฟบาซาชิคุณภาพดี เนื้อนุ่ม สด ไม่มีกลิ่นสาบ ทานคู่กับโชยุ ขิง กระเทียม และต้นหอม ยิ่งช่วยดึงรสชาติหวานตามธรรมชาติของเนื้อออกมาได้อย่างลงตัว

แต่ถ้าอยากลิ้มลองอาหารจานเด็ดของคุมาโมโตะให้ครบในมื้อเดียว แนะนำให้เลือก คอร์สอาหารท้องถิ่นที่ออกแบบมาสำหรับนักท่องเที่ยวและนักเดินทางเพื่อธุรกิจ 観光・出張の方向けの「郷土料理コース」


เพราะรวบรวมเมนูพื้นเมืองและวัตถุดิบตามฤดูกาลมาไว้อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นบาซาชิ, คาราชิเรนคง (辛子蓮根), ฮิโตโมจิ กุรุกุรุ (一文字ぐるぐる), เต้าหู้หมักมิโสะ (豆腐の味噌漬け) รวมถึงปลาและผักตามฤดูกาล เหมาะสำหรับคนที่อยากสัมผัสเสน่ห์ของอาหารท้องถิ่นคุมาโมโตะแบบครบจบในมื้อเดียว
*ราคาคอร์สอาหารจะเริ่มต้นที่ ราคา 7,700 / 8,800 / 9,900 / 12,100 เยน
*สำหรับคอร์สราคา 9,900 เยนขึ้นไป จะมี ซูชิเนื้อม้า (馬にぎり) เพิ่มเข้ามาในคอร์ส
*รายการอาหารอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามวัตถุดิบที่จัดหาได้ในแต่ละวันค่ะ
Gorohachi
| ที่อยู่ | 860-0806 Kumamoto, Chuo Ward, Hanabatacho, 12−8 B1F |
| วิธีเดินทาง | ลงรถรางที่ป้าย Hanabatacho (花畑町) แล้วเดินต่อประมาณ 2 นาที ก็จะถึงร้าน |
| เวลาทำการ | 17:00-22:00 น. หยุดวันอาทิตย์ |
| Website | Gorohachi |



นอกจากการเที่ยวชมสถานที่และชิมอาหารอร่อยแล้ว การได้ลองสัมผัสประสบการณ์ท้องถิ่นก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ทำให้เราได้รู้จักเสน่ห์ของคุมาโมโตะมากยิ่งขึ้น และหนึ่งในกิจกรรมที่อยากแนะนำคือการทำขนมญี่ปุ่นที่ Confectioner Tateyama (菓匠 たてやま) ร้านวากาชิเก่าแก่ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้ลงมือทำขนมญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมด้วยตัวเอง


ภายใต้คำแนะนำของช่างทำขนมผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งเจ้าของร้านรุ่นที่ 3 คือ คุณทาเตยามะ ช่างทำขนมเชิงศิลป์ (工芸菓子) ที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ เราจะได้เรียนรู้ตั้งแต่การปั้น การขึ้นรูป ไปจนถึงการตกแต่งวากาชิอย่างพิถีพิถัน โดยขนมแต่ละชิ้นจะสะท้อนความงดงามของฤดูกาลและความประณีตตามแบบฉบับญี่ปุ่นดั้งเดิม

เวิร์กช็อปใช้เวลาประมาณ 90 นาที ราคา 2,500 เยน เปิดให้เข้าร่วมได้ตลอดทั้งปี (ต้องจองล่วงหน้าทางโทรศัพท์อย่างน้อย 7 วัน) เหมาะสำหรับผู้ที่อยากลองทำกิจกรรมแบบโลคอล และเรียนรู้ศิลปะการทำวากาชิหรือขนมญี่ปุ่นจากช่างฝีมือระดับประเทศอย่างใกล้ชิด
Confectioner Tateyama
| ที่อยู่ | 4 Chome-1-43 Kawashiri, Minami Ward, Kumamoto, 861-4115 |
| วิธีเดินทาง | จาก สถานี Kumamoto นั่งรถไฟ JR สาย Kagoshima Main Line ไปลงที่ สถานี Kawashiri ใช้เวลาประมาณ 7 นาที จากนั้นเดินต่อประมาณ 8–10 นาที ก็จะถึงร้าน |
| เวลาทำการ | 9:00-19:00 น. หยุดวันอาทิตย์ |
| เบอร์โทร | (+81) -96-357-9356 หากโทรจากในญี่ปุ่น 096-357-9356 |

อีกหนึ่งกิจกรรมศิลปะดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่อยากให้มาลองทำกันดูสักครั้ง คือ การทำ “บนเซกิ” (Bonseki) ที่ “Yusuitei” ศูนย์เผยแพร่วัฒนธรรมซึ่งตั้งอยู่บริเวณทางเข้าสวนซุยเซ็นจิ โจจูเอ็น (Suizenji Jojuen) ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้เรียนรู้ศิลปะโบราณที่สืบทอดกันมายาวนานของญี่ปุ่น

บนเซกิเป็นศิลปะการจัดวางก้อนหินขนาดเล็กและใหญ่ลงบนถาดสีดำ เพื่อสร้างภาพทิวทัศน์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นภูเขา แม่น้ำ หรือเกาะต่าง ๆ โดยอาศัยความละเอียดอ่อนและสมาธิในทุกขั้นตอน

ระหว่างเวิร์กช็อปจะมีอาจารย์คอยแนะนำวิธีใช้เครื่องมือ การจัดวางองค์ประกอบ และเทคนิคการสร้างลวดลายบนผืนทรายอย่างใกล้ชิด ทำให้แม้แต่ผู้ที่ไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อนก็สามารถร่วมกิจกรรมได้

แม้จะเป็นงานศิลปะที่ดูเรียบง่าย แต่การได้ค่อย ๆ สร้างสรรค์ภาพทีละขั้นตอนกลับเป็นช่วงเวลาที่ช่วยให้จิตใจสงบ และทำให้เราได้สัมผัสแนวคิดความงามแบบญี่ปุ่นที่ให้ความสำคัญกับความเรียบง่าย ความสมดุล และธรรมชาติ

ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่เหมาะสำหรับผู้ที่อยากเรียนรู้วัฒนธรรมญี่ปุ่นในมุมที่แตกต่างจากการท่องเที่ยวทั่วไป และได้ใช้เวลาผ่อนคลายไปพร้อมกับการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะด้วยตัวเองค่ะ
Yusuitei – Suizenji Higo Hosokawa Culture Information Center
| ที่อยู่ | 5-23 Suizenji Koen, Chuo Ward, Kumamoto, 862-0956 |
| วิธีเดินทาง | นั่งรถราง Kumamoto City Tram มุ่งหน้า Kengunmachi ลงที่ป้าย Suizenji Park (水前寺公園) จากนั้นเดินต่อประมาณ 4 นาที ก็จะถึง |
| เวลาทำการ | 9:00-17:00 น. หยุดวันพุธ (แต่หากตรงกับวันหยุดนักขัตฤกษ์ จะหยุดในวันถัดไป) |

มาสัมผัสคุมาโมโตะแบบใกล้ชิดธรรมชาติกันต่อที่ KICHIJIEN คือสวนผลไม้ที่ไม่ควรพลาด ที่นี่เปิดให้นักท่องเที่ยวได้สนุกกับกิจกรรมเก็บผลไม้สดจากต้นตลอดทั้งปี


โดยจะหมุนเวียนไปตามฤดูกาล ไม่ว่าจะเป็นสตรอว์เบอร์รี องุ่น แอปเปิล สาลี่ ส้ม หรือผลไม้อื่น ๆ ซึ่งแต่ละช่วงเวลาก็จะได้ลิ้มรสผลไม้ที่กำลังอร่อยที่สุดของฤดูกาล


หลังจากสนุกกับการเก็บผลไม้แล้ว แนะนำให้แวะพักที่ KICHIJIEN cafe คาเฟ่ภายในสวนที่นำผลไม้สดจากฟาร์มมารังสรรค์เป็นเมนูต่าง ๆ ทั้งซอฟต์ครีม พาร์เฟต์ สมูทตี้ และเครื่องดื่มตามฤดูกาล ทำให้ได้ลิ้มรสความสดใหม่ของผลไม้ที่เพิ่งเก็บเกี่ยวในรูปแบบที่แตกต่างกัน

นอกจากนี้ยังมีร้านจำหน่ายผลไม้สดและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากฟาร์มให้เลือกซื้อเป็นของฝากกลับบ้านอีกด้วย

อีกหนึ่งไฮไลต์ที่ห้ามพลาดคือ Kumamoto Purin ร้านพุดดิ้งชื่อดังที่ตั้งอยู่ภายในบริเวณเดียวกัน โดดเด่นด้วยพุดดิ้งเนื้อเนียนนุ่มที่ผลิตจากวัตถุดิบคุณภาพของจังหวัดคุมาโมโตะ พร้อมเมนูพิเศษที่นำผลไม้สดตามฤดูกาลมาตกแต่ง

ทำให้ได้ทั้งความหอมละมุนของพุดดิ้งและความหวานฉ่ำของผลไม้ในคำเดียว จึงเป็นจุดแวะพักที่เหมาะสำหรับปิดท้ายทริปสวนผลไม้ด้วยของหวานแสนอร่อย ก่อนออกเดินทางไปเที่ยวต่อ
KICHIJIEN
| ที่อยู่ | 556-1 Uekimachi Kitome, Kita Ward, Kumamoto, 861-0151 |
| วิธีเดินทาง | จาก สถานี Kumamoto นั่งรถไฟ JR สาย Kagoshima Main Line ไปลงที่ สถานี Ueki ใช้เวลาประมาณ 12 นาที จากนั้นต่อ แท็กซี่ประมาณ 5 นาที ก็จะถึง KICHIJIEN |
| เวลาทำการ | กิจกรรมผลไม้และคาเฟ่ 10:00-17:00 น. (คาเฟ่มี Last order 16:50 น.) ร้าน Kumamoto Purin 10:00-17:00 น. |
| Website | KICHIJIEN |

มาถึงคุมาโมโตะทั้งที ก็อย่าลืมแวะมาเยี่ยม คุมะมง มาสคอตสุดน่ารักที่เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของจังหวัดกันที่ Kumamon Square ภายในเป็นทั้งสำนักงานของคุมะมงและพื้นที่จัดแสดงเกี่ยวกับตัวละครสุดน่ารักแห่งนี้



มีทั้งห้องทำงานจำลอง มุมถ่ายรูป ร้านจำหน่ายสินค้าลิขสิทธิ์ และคาเฟ่ที่เสิร์ฟเมนูธีมคุมะมง

นอกจากนี้ หากโชคดีก็อาจได้พบกับคุมะมงตัวจริงที่ออกมาทักทายและแสดงโชว์ตามรอบเวลา สร้างรอยยิ้มให้กับนักท่องเที่ยวทุกวัย จึงเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กที่แฟน ๆ คุมะมงไม่ควรพลาด
Kumamon Square
| ที่อยู่ | 1F, Tetoria Kumamoto Building, 8-2 Tetorihoncho, Chuo-ku, Kumamoto 860-0808, Japan |
| วิธีเดินทาง | จาก สถานี Kumamoto ให้นั่งรถรางเมืองคุมาโมโตะ (สาย A หรือสาย B) ลงที่ป้าย Torichosuji หรือ Suidocho จากนั้นเดินต่อประมาณ 1 นาที |
| เวลาทำการ | 10:00-19:00 น. |
| Website | Kumamon Square |

หากเป็นแฟนวันพีซ บอกเลยว่าห้ามพลาดการมาเยือน รูปปั้นลูฟี่ (Monkey D. Luffy Statue) อีกหนึ่งแลนด์มาร์กสำคัญของคุมาโมโตะ

รูปปั้นแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ ONE PIECE Kumamoto Revival Project ที่จัดทำขึ้นเพื่อสนับสนุนการฟื้นฟูจังหวัดคุมาโมโตะหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในปี 2016 โดยมีการสร้างรูปปั้นของสมาชิกกลุ่มโจรสลัดหมวกฟางกระจายอยู่ทั่วจังหวัดรวมทั้งหมด 10 ตัวละคร เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้ออกเดินทางไปเยือนเมืองต่าง ๆ ของคุมาโมโตะ พร้อมร่วมส่งกำลังใจและสนับสนุนการฟื้นฟูชุมชนในพื้นที่

รูปปั้นของลูฟี่ ตัวเอกของเรื่อง ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าสำนักงานจังหวัดคุมาโมโตะ (Kumamoto Prefectural Government Office) ด้วยท่ายืนชูหมวกฟางอันเป็นเอกลักษณ์ จึงกลายเป็นหนึ่งในจุดถ่ายรูปยอดนิยมที่แฟน ๆ ONE PIECE จากทั่วโลกต่างแวะมาเช็กอินเมื่อมาเยือนคุมาโมโตะ
รูปปั้นลูฟี่ (Monkey D. Luffy Statue)
| ที่อยู่ | Chome-18-1 Suizenji, Chuo Ward, Kumamoto, 862-0950 |
| วิธีเดินทาง | นั่งรถราง Kumamoto City Tram ไปลงป้าย Shiritsu Taiikukan-mae (市立体育館前) แล้วเดินต่อประมาณ 10 นาที หรือนั่งรถบัสลงป้าย Kumamoto Kencho-mae (熊本県庁前) เดินอีกไม่กี่ก้าวก็ถึงรูปปั้นลูฟี่เลย |
| เวลาทำการ | เปิด 24 ชั่วโมง |
| Website | รูปปั้นลูฟี่ (Monkey D. Luffy Statue) |

นอกจากลูฟี่แล้ว หากมีเวลาเที่ยวในตัวเมืองคุมาโมโตะ ก็อยากแนะนำให้แวะไปเช็กอินกับ รูปปั้นช็อปเปอร์ (Tony Tony Chopper Statue) ซึ่งตั้งอยู่บริเวณ ตั้งอยู่ภายในสวนสัตว์และสวนพฤกษศาสตร์เมืองคุมาโมโตะ ริมทะเลสาบเอซุ (Ezu Lake) หนึ่งในพื้นที่พักผ่อนยอดนิยมของชาวคุมาโมโตะ รูปปั้นช็อปเปอร์มาในลุคน่ารักเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่สามารถแวะเที่ยวควบคู่กับการตามรอย ONE PIECE
รูปปั้นช็อปเปอร์ (Tony Tony Chopper Statue)
| ที่อยู่ | 5 Chome-14-2 Kengun, Higashi Ward, Kumamoto, 862-0911 |
| วิธีเดินทาง | นั่งรถราง Kumamoto City Tram ไปลงป้าย Zoological and Botanical Gardens Entrance (動植物園入口 / Doubutsuen Iriguchi) แล้วเดินต่อประมาณ 10 นาที ก็จะถึงรูปปั้นช็อปเปอร์บริเวณหน้าทางเข้าสวนสัตว์ ใช้เวลาเดินทางรวมประมาณ 35–40 นาที |
| เวลาทำการ | เปิด 24 ชั่วโมง |
| ราคา | ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 500 เยน |
| Website | รูปปั้นช็อปเปอร์ (Tony Tony Chopper Statue) |

สำหรับทริปนี้เราได้เข้าพักที่ REF Kumamoto by VESSEL HOTELS โรงแรมใจกลางเมืองคุมาโมโตะที่เดินทางสะดวก เหมาะทั้งสำหรับการท่องเที่ยวและพักผ่อน จากประสบการณ์ที่ได้เข้าพัก ประทับใจการต้อนรับของพนักงานที่ให้บริการอย่างเป็นกันเองและใส่ใจในรายละเอียด



ห้องพักตกแต่งในสไตล์เรียบง่าย อบอุ่น ให้ความรู้สึกโคซี่ นอนหลับสบาย พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกและอเมนิตี้ครบครัน

อีกหนึ่งไฮไลต์คือห้องอาบน้ำขนาดใหญ่สำหรับผู้เข้าพักที่ใช้บริการได้ฟรี เหมาะกับการแช่น้ำอุ่นผ่อนคลายหลังเดินเที่ยวมาทั้งวันส่วนมื้อเช้าก็เป็นอีกความประทับใจ เพราะเป็นบุฟเฟ่ต์ที่มีเมนูให้เลือกหลากหลาย จึงเป็นอีกหนึ่งโรงแรมที่อยากแนะนำสำหรับใครที่กำลังมองหาที่พักในคุมาโมโตะที่ทั้งสะดวก สะอาด และคุ้มค่าค่ะ
REF Kumamoto by VESSEL HOTELS
| ที่อยู่ | 7-2 Shinshigai, Chuo Ward, Kumamoto, 860-0803 |
| วิธีเดินทาง | จาก สถานี Kumamoto นั่งรถราง Kumamoto City Tram จากป้าย Kumamoto Ekimae มุ่งหน้า Kengunmachi ลงที่ป้าย Karashimacho (辛島町) ใช้เวลาประมาณ 12 นาที จากนั้นเดินต่อ ประมาณ 1 นาที ก็จะถึงโรงแรม |
| ราคา | เข้าพักเริ่มต้นประมาณ 9,000 เยนต่อคืน (ขึ้นอยู่กับประเภทห้องพั กและช่วงเวลาที่เข้าพัก) |
| เวลาเช็คอิน-เช็คเอาท์ | เช็คอิน 14:00 น. เช็คเอาต์ 11:00 น. |
| Website | REF Kumamoto by VESSEL HOTELS |
การเดินทางด้วยรถรางและรถบัสเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตคนคุมาโมโตะ หากมีโอกาสได้ใช้บริการ ลองเข้าแถวรออย่างเป็นระเบียบ พูดคุยด้วยเสียงเบา และเปิดทางให้ผู้โดยสารลงจากรถก่อนเสมอ เพียงเท่านี้ก็ช่วยให้การเดินทางราบรื่น และทำให้เราได้สัมผัสบรรยากาศการใช้ชีวิตแบบคนท้องถิ่นมากยิ่งขึ้น
การเช่ารถขับจะช่วยให้เดินทางไปคาเฟ่ ออนเซ็น และสถานที่ท่องเที่ยวนอกเมืองได้สะดวกขึ้น อย่าลืมว่าที่ญี่ปุ่นขับรถชิดซ้าย และควรหยุดให้คนข้ามทางม้าลายทุกครั้ง นอกจากนี้ ควรจอดรถเฉพาะในลานจอดหรือพื้นที่ที่กำหนด เพื่อให้การขับขี่เป็นไปอย่างปลอดภัย
สำหรับผู้ที่ขับรถในตัวเมืองคุมาโมโตะ มีข้อควรระมัดระวังเป็นพิเศษ ดังนี้
ลองพกเงินสดติดตัวไว้เล็กน้อย เพราะร้านท้องถิ่นบางแห่งอาจยังไม่รับบัตรเครดิต และหากมีแพลนเที่ยวหลายจุดในตัวเมือง การใช้รถรางก็เป็นตัวเลือกที่ทั้งสะดวกและประหยัด ที่สำคัญ อย่าลืมเผื่อเวลาให้ตัวเองได้แวะนั่งคาเฟ่ เดินเล่น หรือพักชมวิวระหว่างทาง เพราะเสน่ห์ของคุมาโมโตะไม่ได้อยู่ที่การเที่ยวให้ครบทุกที่ แต่อยู่ที่การค่อย ๆ ซึมซับบรรยากาศของเมืองอย่างไม่เร่งรีบ สมกับการเที่ยวแบบ Slow Life จริง ๆ ค่ะ

Blogger : aripan
บล็อกเกอร์สาวที่ใช้ชีวิตยาว ๆ อยู่ในญี่ปุ่น รักในการท่องเที่ยวธรรมชาติ แต่ก็ยังช็อปยังชิม คอยตามหาร้านกาแฟและขนมอร่อย ๆ หาพิกัดเที่ยวใหม่ ๆ ในญี่ปุ่น ☕

เช็คก่อนเดินทางไปญี่ปุ่น! “GO” แอปเรียกแท็กซี่อันดับ 1 ที่จะทำให้การเดินทางของคุณสะดวกสบายยิ่งขึ้น พร้อมวัฒนธรรมการใช้แท็กซี่อันมีเอกลักษณ์ เพราะวิธีใช้งานแบบง่าย ๆ ไม่ต้องกังวล!
เที่ยวญี่ปุ่น เดินทางได้สะดวกยิ่งขึ้นด้วย "GO App" แอปเรียกแท็กซี่อันดับหนึ่งข...

วิธีเดินทางสุดประหยัดจากโตเกียว เที่ยวฟูจิ ที่คาวากูจิโกะ
ทริป เที่ยวฟูจิ คราวนี้ไม่มีหลง เพราะเรารวบรวมวิธีการเดินทางจากกรุงโตเกียวไปยั...

เปิดโผ 10 มาม่าญี่ปุ่น อร่อยแสงออกปากที่ต้องกวาดกลับไทย !
พาชิม 10 มาม่าญี่ปุ่น รสเด็ดติดท็อปในใจใครหลายๆ คน การันตีความอร่อย เครื่องเยอ...

สายเดินเที่ยวต้องเซฟ! พลาสเตอร์ญี่ปุ่น “Careleaves” บางเบา แนบสนิท สบายผิวจนแทบลืมไปเลยว่าติดอยู่
ลองใช้แล้วจะเข้าใจ 3 ความลับที่ทำให้ “Careleaves& […]...

【ฤดูใบไม้ร่วง–ฤดูหนาว 2026】มาญี่ปุ่นซื้ออะไรดี? 10 ของฝากยอดฮิตในหมู่คนไทย หาซื้อง่ายที่ดองกี้
คูปองส่วนลดสุดคุ้ม ใช้ช้อปที่ Don Quijote ได้ ถ้ามาช้อป […]...
Police
110
Ambulance
119
AMDA International Medical Information Center
03-6233-9266
สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว
090-4435-7812
สถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซาก้า
090-1895-0987
สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฟุกุโอกะ
090-2585-3027 หรือ 090-9572-1515