Shibu Onsen เมืองออนเซ็นเก่าแก่ ที่รวม 9 ห้องอาบน้ำศักดิ์สิทธิ์ในจ.นากาโนะ

หากกำลังมองหาหมู่บ้านออนเซ็นเล็กๆ ท่ามกลางหุบเขาในจังหวัดนากาโนะ ที่ Shibu Onsen  ยังคงกลิ่นอายญี่ปุ่นโบราณไว้อย่างครบถ้วน ถนนหินแคบๆ โคมไฟกระดาษสลัวๆ และผู้คนในชุดยูกาตะที่กำลังมุ่งหน้าไปแช่น้ำร้อนตามโรงอาบน้ำสาธารณะทั้ง 9 แห่ง คือภาพชวนฝันที่เหมือนหลุดเข้าไปในอดีต
Contents Index
  1. 1 Shibu Onsen คืออะไร ทำไมต้องไปเยือนให้ได้สักครั้ง
  2. 2 9 ห้องอาบน้ำสาธารณะ และคุณสมบัติแต่ละแห่ง
  3. 3 ห้องอาบน้ำทั้ง 9 แห่งและคุณสมบัติ
    1. 3.1 1.Ichibanyu Hatsu yu
    2. 3.2 2.Nibanyu Sasa no yu
    3. 3.3 3.Sanbanyu Wata no yu
    4. 3.4 4.Yonbanyu Take no yu
    5. 3.5 5.Gobanyu Matsu no yu
    6. 3.6 6.Okubanyu Mearai no yu
    7. 3.7 7.Nanabanyu Nanakuri no yu
    8. 3.8 8.Hachibanyu Shimeidaki no yu
    9. 3.9 9.Kyubanyu Oyu
  4. 4 วิธีเข้าใช้ห้องอาบน้ำ 9 แห่งใน Shibu Onsen มีดังนี้
  5. 5 สำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่ได้พักค้างคืน
  6. 6 ที่พักแนะนำใน ชิบุออนเซ็น
    1. 6.1 Kanaguya
    2. 6.2 Kokuya
    3. 6.3 Suminoyu
    4. 6.4 Senshinkan Matsuya
    5. 6.5 Koishiya
    6. 6.6 Daymaruya
    7. 6.7 สิ่งที่ได้รับเมื่อพักในเรียวกังพื้นที่นี้
  7. 7 Jigokudani Monkey Park อยู่ไม่ไกลเลย
    1. 7.1 ช่วงเวลาที่ควรไป
    2. 7.2 วิธีไปจาก ชิบุออนเซ็น
  8. 8 การเดินเที่ยวในเมือง
  9. 9 จุดถ่ายรูปยอดนิยม
    1. 9.1 จุดอื่นๆ ที่น่าถ่ายรูปแนะนำดังนี้
  10. 10 อาหารและของฝากที่ห้ามพลาด
    1. 10.1 Onsen Tamago
    2. 10.2 Oyaki
    3. 10.3 Kuri Okowa
  11. 11 สถานที่ใกล้เคียงอื่นๆ
    1. 11.1 เมือง Obuse
    2. 11.2 วัด Zenko-ji
    3. 11.3 Shiga Kogen
    4. 11.4 Yudanaka Onsen
  12. 12 สรุป

ถ้าไปถึงนากาโนะทั้งที แล้วกำลังมองหาเมืองออนเซ็นที่ยังคงความดั้งเดิมจนรู้สึกเหมือนออกเดินทางย้อนเวลากลับไปในอดีตละก็ชิบุออนเซ็นแห่งนี้  คือคำตอบที่น่าสนใจ ภาพเมืองเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ในหุบเขาของเทือกเขาแอลป์ญี่ปุ่น ห่างจาก Jigokudani Monkey Park หรือสวนลิงแช่ออนเซ็นที่หลายคนคุ้นเคยเพียงไม่กี่นาที ทำให้หลายคนแวะมาพักที่นี่ในระหว่างเดินทาง และพอได้มาเดินเล่นในตัวเมืองจริงๆ จะพบว่า ชิบุออนเซ็นมีเสน่ห์เป็นของตัวเอง จนอยากพักอย่างน้อย 1 คืน เพื่อสัมผัสบรรยากาศของเมืองออนเซ็นแบบดั้งเดิม และลองแช่ออนเซ็น 9 แห่งที่แต่ละแห่งมีน้ำจากแหล่งต่างกัน พร้อมคุณสมบัติเยียวยาโรคที่ไม่เหมือนกันอีกด้วย

Cr : https://shibuonsen.net

Shibu Onsen  คืออะไร ทำไมต้องไปเยือนให้ได้สักครั้ง

ชิบุออนเซ็นเป็นเมืองออนเซ็นที่มีประวัติยาวนานกว่า 1,300 ปี เชื่อกันว่าพระภิกษุชื่อเกียวคิค้นพบแหล่งออนเซ็นคุณภาพเยี่ยมที่นี่ครั้งแรก ต่อมาเรื่องราวเกี่ยวกับคุณสมบัติบำบัดโรคของน้ำออนเซ็นแพร่กระจายออกไป ทำให้มีผู้คนเดินทางมาแช่น้ำออนเซ็นที่นี่เพื่อรักษาโรคต่างๆ รวมถึงนักบวช นักรบ ซามูไร และนักกวี

สำหรับที่มาที่ไปของที่นี่ต้องพาย้อนกลับไปในสมัยเอโดะ (ค.ศ.1603-1868) เมืองนี้ได้รับความนิยมให้เป็นจุดแวะพักสำคัญสำหรับนักเดินทาง พ่อค้า และนักรบที่เดินทางไปยังวัด Zenko-ji ในเมืองนากาโนะ ส่งผลให้เรียวกังที่ตั้งอยู่บริเวณโดยรอบหลายแห่งเปิดดำเนินการมานานกว่า 400 ปี และยังคงรักษาสถาปัตยกรรมไม้แบบดั้งเดิมไว้ได้อย่างสวยงามจวบจนถึงปัจจุบัน

เมื่อเดินเข้ามาในตัวเมืองชิบุออนเซ็น จะเห็นถนนหินปูกว้านแคบๆ เรียงรายด้วยอาคารไม้แบบญี่ปุ่นโบราณ บางหลังมีอายุหลายร้อยปี บรรยากาศยามเย็นจะสวยงามเป็นพิเศษ เมื่อโคมไฟญี่ปุ่นสว่างไสวไปทั่ว มีไอน้ำพุ่งขึ้นมาจากท่อต่างๆ และได้ยินเสียงก๊อกๆ จากรองเท้าเกตะ ของผู้คนที่เดินสวมยูกาตะ ไปยังห้องอาบน้ำต่างๆ ในย่านออนเซ็นแห่งนี้

บรรยากาศชวนหวนหาอดีตและประสบการณ์แช่ออนเซ็นที่ไม่เหมือนที่ไหนของที่นี่ รวมทั้ง  9 ห้องอาบน้ำสาธารณะที่แต่ละแห่งมีคุณสมบัติเฉพาะในการรักษาอาการเจ็บป่วยต่างกันทำให้ชิบุออนเซ็นมีความโดดเด่นที่แตกต่างจากที่อื่น

Cr : https://shibuonsen.net

9 ห้องอาบน้ำสาธารณะ และคุณสมบัติแต่ละแห่ง

หัวใจสำคัญของชิบุออนเซ็น คือห้องอาบน้ำสาธารณะ 9 แห่ง ที่ ไม่ใช่ว่าอยู่กลางแจ้ง แต่หมายถึงอยู่นอกเรียวกัง ห้องอาบน้ำเหล่านี้เดิมทีสร้างขึ้นเพื่อให้ชาวบ้านในพื้นที่ใช้อาบน้ำประจำวัน และในปัจจุบันยังคงเปิดให้ชาวบ้านใช้งานอยู่ และแขกที่มาพักในชิบุออนเซ็นสามารถใช้ห้องอาบน้ำทั้ง 9 แห่งได้ฟรี

ซึ่งแต่ละห้องอาบน้ำมีขนาดเล็ก รองรับได้เพียง 2-3 คนเท่านั้น และแต่ละแห่งมีน้ำมาจากแหล่งน้ำแร่ต่างกัน ทำให้มีสี กลิ่น และคุณสมบัติของน้ำไม่เหมือนกัน บางแห่งเป็นน้ำใส บางแห่งเป็นน้ำขุ่นสีน้ำตาลด้วย

Cr : https://shibuonsen.net

ห้องอาบน้ำทั้ง 9 แห่งและคุณสมบัติ

ชิบุออนเซ็นมีห้องน้ำสาธารณะ 9 แห่งที่ชาวบ้านใช้กันทุกวัน ห้องน้ำกลางแจ้งซึ่งได้รับการอนุรักษ์อย่างดีมาตั้งแต่สมัยโบราณ ปัจจุบันเปิดให้แขกที่เข้าพักที่ชิบุออนเซ็นได้ใช้บริการ คุณสามารถสัมผัสบรรยากาศการแช่ออนเซ็นสุดแสนคลาสสิคของชิบุออนเซ็นได้

1.Ichibanyu Hatsu yu

“ห้องอาบน้ำแรก” เหมาะสำหรับระบบทางเดินอาหาร ช่วยในเรื่องการบำรุงระบบย่อยอาหาร คนที่มีปัญหาเกี่ยวกับกระเพาะหรือลำไส้แนะนำให้มาแช่บ่อนี้เลย

2.Nibanyu Sasa no yu

ในอดีตมีน้ำพุ่งออกมาจากกอไผ่ มีสรรพคุณในการรักษาโรคผิวหนังอักเสบต่างๆ รวมทั้งการฟื้นฟูภายหลังจากเจ็บป่วย เหมาะสำหรับปัญหาผิวหนัง อาการคันต่างๆ

3.Sanbanyu Wata no yu

เชื่อกันมาแต่โบราณว่ามีสรรพคุณช่วยรักษาแผลและโรคผิวหนังได้ เนื่องจากมี Yubana หรือ ตะกอนแร่จากน้ำพุร้อนสีขาวจำนวนมาก จึงทำให้นึกถึงปุยฝ้ายอย่างแท้จริงเหมาะสำหรับการรักษาบาดแผลหรือแผลบนผิวหนัง ช่วยบำรุงผิว ลดการอักเสบ และช่วยสมานแผลได้ดี

4.Yonbanyu Take no yu

ห้องนี้สามารถนำน้ำพุร้อนจากหุบเขาจิโกคุดานิ ขึ้นมาได้สำเร็จโดยใช้ท่อไม้ และเชื่อว่ามีสรรพคุณช่วยบรรเทาโรคเกาต์เรื้อรังได้ โดยการค่อยๆ ให้ความร้อนแก่บริเวณที่มีอาการ แร่ธาตุจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและคลายการอักเสบของข้อต่อ จึงมักกล่าวกันว่าช่วยบรรเทา โรคเกาต์หรืออาการปวดข้อเรื้อรัง

5.Gobanyu Matsu no yu

สำหรับห้องนี้การมาแช่น้ำพุร้อนพร้อมกับขยับร่างกายเบาๆ จะช่วยให้กล้ามเนื้อและเส้นประสาทผ่อนคลาย เพิ่มการไหลเวียนของเลือด จึงมักใช้เป็นวิธีช่วยฟื้นฟูร่างกายหลังอาการเจ็บป่วยหรืออาการปวดเส้นประสาท

6.Okubanyu Mearai no yu

ในสมัยโบราณที่เชื่อกันว่าน้ำพุร้อนบ่อนี้ถูกใช้ล้างตาเพื่อช่วยรักษาโรคเกี่ยวกับดวงตา นอกจากนี้ยังถูกเรียกว่า ‘บ่ออาบน้ำแห่งความงาม’ เพราะช่วยทำให้ผิวพรรณสวยงามขึ้นด้วย

7.Nanabanyu Nanakuri no yu

บ่อนี้มีประสิทธิภาพในช่วงพักฟื้นจากความผิดปกติและความเจ็บป่วยที่กระทบกระเทือนจิตใจ กล่าวกันว่ามีประสิทธิภาพในการต่อต้านโรคเจ็ดชนิด และถ้าคุณอาบน้ําเจ็ดครั้ง คุณจะหายขาดได้  ถึงแม้น้ำในบ่อนี้ใสแต่มีตะกอนแร่ลอยอยู่ในน้ำด้วย

8.Hachibanyu Shimeidaki no yu

 แหล่งกําเนิดมาจากภูเขาชินเมที่อยู่ด้านหลัง และชื่อนี้มาจากสถานที่ที่น้ำร้อนที่ไหลลงมาเหมือนน้ำตกเคยใช้เพื่อบรรเทาความเหนื่อยล้า เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายในชื่อ “บ่อน้ำพุร้อนของฮิลเดรน” เพราะว่ากันว่ามีประสิทธิภาพในการต่อต้านโรคของผู้หญิงจึงเป็นบ่อที่เหมาะสำหรับปัญหาสุขภาพของผู้หญิงโดยเฉพาะเลย

9.Kyubanyu Oyu

บ่อน้ำพุร้อนที่มีชื่อเสียงซึ่งเป็นตัวแทนของชิบุออนเซ็นเลยก็ว่าได้ ซึ่งความปรารถนาของคุณจะเป็นจริง หากคุณอาบน้ำที่นี่ในตอนท้ายของทัวร์บ่อน้ำพุร้อนเก้าแห่ง กล่าวกันว่ามีประสิทธิภาพในการต่อต้านโรคทุกชนิด แต่มีชื่อเสียงเป็นพิเศษในด้านประสิทธิภาพในการต่อต้านอาการปวดประสาท โรคไขข้อ และโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ คุณสามารถเพลิดเพลินกับการอบไอน้ำโดยใช้ไอน้ำจากแหล่งกําเนิดที่อยู่ใต้ดิน และนอกจากนี้ยังมีบ่อแช่เท้าโดยใช้แหล่งเดียวกันบนชั้นดาดฟ้าได้ โดยบ่อนี้มีขนาดใหญ่ที่สุดและเป็นเพียงบ่อเดียวที่เปิดให้นักท่องเที่ยวที่ไม่ได้พักค้างคืนเข้าใช้ได้

Cr : https://shibuonsen.net

วิธีเข้าใช้ห้องอาบน้ำ 9 แห่งใน Shibu Onsen มีดังนี้

ห้องอาบน้ำทั้ง 9 แห่งเปิดทำการตั้งแต่ 06.00 – 22.00 น. แต่ถูกล็อกตลอดเวลา สามารถเข้าใช้ได้เฉพาะชาวบ้านในพื้นที่ (ที่มีกุญแจของตัวเอง) และแขกที่มาพักค้างคืนเท่านั้น

เมื่อเช็คอินที่ร้านของฝากในย่านออนเซ็น จะได้รับกุญแจหลักที่สามารถเปิดห้องอาบน้ำทั้ง 9 แห่งได้ ในเรียวกังส่วนใหญ่จะให้ตะกร้าใส่ของ ที่เอาไว้ใช้สำหรับใส่ผ้าเช็ดตัว ของใช้ และกุญแจ ให้แต่งตัวด้วยยูกาตะและรองเท้าเกตะที่เรียวกังจัดให้ แล้วเดินไปแช่ออนเซ็นตามสะดวก 

Cr : https://shibuonsen.net

สิ่งที่น่าสนใจคือ ที่แต่ละห้องอาบน้ำจะมีแท่นประทับตราไว้ สามารถซื้อผ้าเช็ดตัวจากร้านของฝากในย่านออนเซ็น แล้วประทับตราที่แต่ละห้องอาบน้ำลงไป เมื่อครบ 9 แห่งแล้ว ให้เดินขึ้นบันได 78 ขั้นไปยัง Shibu Takayakushi ที่อยู่บนเนินเขาซึ่งมองเห็นทิวทัศน์ของเมืองได้ทั้งหมด เพื่อประทับตราสุดท้าย เชื่อกันว่าหากทำครบทั้งหมดจะได้รับพรเกี่ยวกับการขจัดภัยอันตราย ป้องกันสิ่งชั่วร้าย คลอดลูกปลอดภัย และมีอายุยืนยาวด้วยนะ

Cr : https://shibuonsen.net

สำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่ได้พักค้างคืน

หากไม่ได้พักค้างคืนในชิบุออนเซ็น จะสามารถใช้ได้เฉพาะห้องอาบน้ำ No.9 (Oyu) เท่านั้น โดยเปิดให้บริการตั้งแต่ 10.00 – 16.00 น. ค่าเข้าใช้ 500 เยนต่อคน สามารถซื้อตั๋วได้ที่สำนักงาน ชิบุออนเซ็น Ryokan Association หรือที่ลานจอดรถชิบุออนเซ็น แล้วจะมีเจ้าหน้าที่เปิดประตูออนเซ็นให้เมื่อเข้าใช้บริการ 

ที่พักแนะนำใน ชิบุออนเซ็น

การพักค้างคืนใน ชิบุออนเซ็น เป็นสิ่งที่แนะนำอย่างยิ่ง เพราะจะได้รับกุญแจเข้าห้องอาบน้ำทั้ง 9 แห่งฟรี และได้สัมผันบรรยากาศเมืองออนเซ็นตอนกลางคืนที่สวยงามมากซึ่งเียวกังในเมืองมีหลายระดับให้เลือก ตั้งแต่แบบประหยัดไปจนถึงแบบหรูหรา

บริเวณรอบมีเรียวกังแบบดั้งเดิมให้เลือกพักหลายแห่ง โดยส่วนใหญ่เป็นอาคารไม้บรรยากาศญี่ปุ่นโบราณ พร้อมบริการอาหารไคเซกิและออนเซ็นธรรมชาติ  

Cr : https://shibuonsen.net

Kanaguya

เรียวกังไม้ 4 ชั้นที่มีอายุหลายร้อยปี ถือเป็นไอคอนของชิบุออนเซ็น และเชื่อกันว่าเป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจให้กับโรงอาบน้ำในอนิเมะเรื่อง “Spirited Away” ของ Hayao Miyazaki ด้านหน้าอาคารที่มีโคมไฟสว่างไสวตอนกลางคืนปรากฏในรูปโปรโมตเมือง ชิบุออนเซ็น เกือบทุกภาพ ที่นี่มีบริการระดับหรูหรา ว่ากันว่าจองยากมาก โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวและวันหยุดยาว ส่วนใหญ่ต้องจองผ่านเว็บไซต์ทางการโดยตรง (มีภาษาอังกฤษ) เพราะไม่ค่อยปล่อยห้องให้กับเอเจนซี่ออนไลน์ทั่วไป สำหรับผู้ที่สนใจควรจองล่วงหน้า 2-3 เดือนขึ้นไป

Kokuya 

เรียวกังที่ก่อตั้งมากว่า 400 ปี อยู่ใกล้กับ Jigokudani Monkey Park ให้บริการคล้ายกับ Kanaguya แต่อาจมีราคาต่ำกว่าเล็กน้อยในบางช่วงเวลา เรียวกังที่นี่ยังขึ้นชื่อเรื่องอาหารไคเซกิที่ทำจากวัตถุดิบท้องถิ่นตามฤดูกาลจากธรรมชาติ ที่ได้รับความนิยมจากแขกชาวต่างชาติ และมีการเปลี่ยนแปลงเมนูในทุกๆ เดือน

Suminoyu

เรียวกังที่ได้รับการกล่าวถึงบ่อยจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ มีห้องพักแบบดั้งเดิมที่ตกแต่งอย่างประณีตและสะอาด ราคาอยู่ในระดับกลางถึงสูง มีห้องอาบน้ำภายในเรียวกังด้วย

Senshinkan Matsuya

เรียวกังขนาดเล็กที่บริหารโดยครอบครัว เป็นกันเอง บริการดี ราคาอยู่ในระดับกลาง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการประสบการณ์แบบอบอุ่นและไม่เป็นทางการเกินไป

Koishiya

เรียวกังที่มีคาเฟ่ภายในด้วย เหมาะสำหรับคนที่ต้องการที่พักที่มีบรรยากาศผสมผสานระหว่างดั้งเดิมและสมัยใหม่ ห้องพักสะอาด สะดวกสบาย และบริการดี

Daymaruya

ตัวเลือกที่ประหยัดที่สุดในชิบุออนเซ็น บริหารโดยสามีภรรยาคู่หนึ่งที่ใจดีและช่วยเหลือดีมาก มีบริการรับส่งไปสถานีรถไฟและ Jigokudani Monkey Park แม้ราคาจะต่ำ แต่ก็ยังได้กุญแจเข้าห้องอาบน้ำสาธารณะทั้ง 9 แห่ง และมีออนเซ็นภายในเรียวกังด้วย

สิ่งที่ได้รับเมื่อพักในเรียวกังพื้นที่นี้

  • กุญแจหลักเปิดห้องอาบน้ำทั้ง 9 แห่ง
  • ชุดยูกาตะสำหรับสวมเดินในเมือง
  • รองเท้าเกตะ 
  • อาหารเช้าและอาหารเย็นแบบญี่ปุ่นหลายคอร์ส (ขึ้นอยู่กับแพ็กเกจที่จอง)

คำแนะนำ: ควรจองที่พักล่วงหน้าอย่างน้อย 1-2 เดือน โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาว (ธันวาคม-มีนาคม) และวันหยุดยาวของญี่ปุ่น เพราะที่พักในชิบุออนเซ็น มีจำกัดและเต็มไว

Jigokudani Monkey Park  อยู่ไม่ไกลเลย

เหตุผลหนึ่งที่หลายคนมาพักที่ชิบุออนเซ็น ก็เพื่อแวะไป Jigokudani Monkey Park หรือ “Snow Monkey Park” ที่ห่างจากเมืองเพียง 10-15 นาทีโดยรถยนต์ หรือประมาณ 30-40 นาทีโดยรถบัส

Jigokudani Monkey Park เป็นสถานที่เดียวในโลกที่สามารถชมฝูงลิงญี่ปุ่น แช่ออนเซ็นกลางแจ้งได้อย่างใกล้ชิด สวนแห่งนี้เปิดตั้งแต่ปี 1964 เพื่อให้ลิงป่าเหล่านี้ได้อาศัยและมีสถานที่อาบน้ำอุ่นในฤดูหนาว โดยไม่มีรั้วกั้น ลิงเหล่านี้อาศัยอยู่ตามภูเขาโดยรอบ แต่จะลงมาที่สวนเพื่อกินอาหารที่ทางสวนเตรียมให้ และแช่น้ำร้อนเมื่ออากาศหนาว

ช่วงเวลาที่ควรไป

ช่วงที่ดีที่สุดในการชมลิงแช่ออนเซ็นคือช่วงฤดูหนาว โดยเฉพาะเดือนธันวาคม – มีนาคม เพราะอากาศหนาวจัดทำให้ลิงอยากแช่น้ำร้อนมากขึ้น โดยเฉพาะมกราคมและกุมภาพันธ์ จะเห็นลิงจำนวนมากที่สุดและมีหิมะปกคลุมโดยรอบ ทำให้ภาพสวยงามมาก อย่างไรก็ตาม สวนเปิดตลอดทั้งปี แม้ในฤดูอื่นๆ ก็ยังมีโอกาสเห็นลิงอยู่รอบๆ สวน แต่อาจไม่ค่อยลงมาแช่น้ำมากนัก

วิธีไปจาก ชิบุออนเซ็น

จาก ชิบุออนเซ็น สามารถไปได้หลายวิธีดังต่อไปนี้ 

1. รถบัส – จากป้ายรถเมล์ “ชิบุออนเซ็น” ขึ้นรถบัสสาย Kanbayashi หรือ Shiga Kogen Line ไปยัง “Snow Monkey Park” หรือ “Kanbayashi Onsen” ใช้เวลาประมาณ 10 นาที แล้วเดินอีกประมาณ 30-40 นาที

2. เดินเท้า – สามารถเดินจากชิบุออนเซ็นไปได้โดยใช้เวลาประมาณ 30-40 นาที จากนั้นเดินเข้าสวนอีกประมาณ 30-40 นาที (รวมเดินประมาณ 1-1.5 ชั่วโมง) เหมาะสำหรับคนที่ชอบเดินเล่นและชมธรรมชาติ

3. รถแท็กซี่ หรือรถรับส่งจากเรียวกัง บางแห่งมีบริการรถรับส่งฟรีไปยังทางเข้าสวน ควรถามตอนจองที่พัก

คำเตือนสำคัญ: ในฤดูหนาว เส้นทางเดินเข้าสวนจะลื่นและเป็นน้ำแข็ง  ควรสวมรองเท้าที่เหมาะสม หรือสามารถเช่ารองเท้าบูทหิมะ (800 เยน) หรือซื้อ snow spikes (1,350 เยน) ที่ร้านใกล้ทางเข้าสวนได้

การเดินเที่ยวในเมือง

ชิบุออนเซ็นเป็นเมืองเล็กๆ ที่สามารถเดินชมได้ทั้งหมดภายใน 30-40 นาที ถนนหลักเป็นถนนหินปูแคบ (ประมาณ 2-3 เมตร) ที่มีร้านขายของฝาก เรียวกัง และห้องอาบน้ำเรียงรายอยู่ ไม่ต้องกังวลเรื่องหลงทาง เพราะเมืองมีขนาดเล็กมากและมีป้ายบอกทางเป็นภาษาอังกฤษหน้าห้องอาบน้ำแต่ละแห่ง

จุดถ่ายรูปยอดนิยม

Cr : https://shibuonsen.net


สะพาน Shibuyu Bridge สะพานไม้สีแดงสำหรับข้ามแม่น้ำ Yokoyugawa ถือเป็นจุดถ่ายรูปเช็คอินที่สวยที่สุดในชิบุออนเซ็นเลยก็ว่าได้ โดยเฉพาะตอนกลางคืนที่มีแสงไฟจากเรียวกังริมน้ำสะท้อนลงมา สร้างบรรยากาศแบบโรแมนติกและคลาสสิก สะพานตั้งอยู่ใจกลางเมือง เดินจากห้องอาบน้ำต่างๆ ได้ง่าย ถ่ายรูปสวยทั้งกลางวันและกลางคืน

จุดอื่นๆ ที่น่าถ่ายรูปแนะนำดังนี้

  • ด้านหน้า Kanaguya ตอนกลางคืนที่มีโคมไฟสว่างไสว
  • ทางเข้าห้องอาบน้ำแต่ละแห่งที่มีป้ายไม้แบบดั้งเดิม
  • ทางเดินหินปูพร้อมไอน้ำร้อนพุ่งขึ้นมาจากท่อ
  • ศาล Shibutaka Yakushi บนเนินเขาที่มองเห็นทิวทัศน์เมืองทั้งหมด

อาหารและของฝากที่ห้ามพลาด

เมนูท้องถิ่นแนะนำที่มาเมืองนี้ทั้งทีก็ต้องลองให้ได้ เราทำการรวบรวมไว้ให้เผื่อเป็นไอเดียสำหรับผู้มาเยือน ที่อยากสัมผัสวิถีชีวิตชาวเมืองในแถบนี้อย่างใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น

Onsen Tamago

 ไข่ที่ต้มจากแหล่งน้ำร้อนธรรมชาติในเมือง มีเนื้อในนุ่มละมุน ไข่แดงเป็นครีม รสชาติหวานมันเล็กน้อย ขายตามร้านขายของฝากและบางเรียวกัง ราคาประมาณ 100-200 เยนต่อฟอง

Oyaki

ขนมญี่ปุ่นแบบนึ่งหรือปิ้งที่มีแป้งหุ้มไส้ผัก เห็ด หรือถั่วแดง เป็นของดีประจำจังหวัดนากาโนะ หาซื้อได้ตามร้านในเมืองหรือที่ Yudanaka Station ราคาประมาณ 200-300 เยนต่อชิ้น กินคู่กับชาเขียวร้อนๆ อร่อยมาก

Kuri Okowa

หากแวะไปที่เมือง Obuse ระหว่างทาง อย่าลืมลองขนมเกาลัดและข้าวหุงกับเกาลัดที่เป็นเมนูเด็ดของเมืองนี้ Obuse เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงเรื่องเกาลัดคุณภาพดีที่สุดในญี่ปุ่น

สถานที่ใกล้เคียงอื่นๆ

นอกจาก Jigokudani Monkey Park แล้ว ยังมีสถานที่อื่นๆ ที่น่าแวะเที่ยวที่อยู่ไม่ไกลจากชิบุออนเซ็นอีกหลายแห่ง ดังต่อไปนี้

Cr : www.town.obuse.nagano.jp

เมือง Obuse

เป็นเมืองขนาดเล็ก บรรยากาศสงบ เดินเที่ยวได้สบาย ในจังหวัดนากาโน่ที่มีชื่อเสียงเรื่อง เกาลัดญี่ปุ่น และเป็นเมืองที่เกี่ยวข้องกับศิลปินภาพพิมพ์อุคิโยะเอะชื่อดัง Katsushika Hokusai ผู้สร้างผลงาน “คลื่นยักษ์แห่งคานางาวะ” เป็นจุดแวะยอดนิยมของนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยว นากาโน่ หรือเส้นทางไป Shiga Kogen

วัด Zenko-ji

ดพุทธโบราณที่มีอายุกว่า 1,400 ปี ตั้งอยู่ในเมืองนากาโน่ และเป็นหนึ่งในวัดที่สำคัญที่สุดของญี่ปุ่น ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่เชื่อว่าเก่าแก่ที่สุดองค์หนึ่งในญี่ปุ่น และเป็นศูนย์กลางศรัทธาของทั้งนิกายพุทธหลายสำนัก นักท่องเที่ยวนิยมมาเดินถนนหน้าวัด Nakamise Street ที่เต็มไปด้วยร้านขนม ของฝาก และบรรยากาศเมืองเก่าญี่ปุ่น

Shiga Kogen

เป็นพื้นที่ภูเขาและรีสอร์ตสกีขนาดใหญ่ เคยใช้เป็นสถานที่แข่งขันในกีฬา 1998 Winter Olympics มาก่อนซึ่งพื้นที่นี้ประกอบด้วยสกีรีสอร์ตหลายแห่งที่เชื่อมต่อกัน ทำให้เป็นหนึ่งในแหล่งเล่นสกีที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น นอกจากฤดูหนาวแล้ว ฤดูร้อนและใบไม้ร่วงยังเหมาะกับการเดินป่า ชมธรรมชาติ และชมใบไม้เปลี่ยนสีบนที่ราบสูงอีกด้วย

Yudanaka Onsen

เมืองออนเซ็นเก่าแก่ที่มีประวัติยาวนานกว่า 1,300 ปี และขึ้นชื่อเรื่องน้ำพุร้อนธรรมชาติคุณภาพดีเมืองนี้เป็นจุดพักยอดนิยมของนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยว Jigokudani Monkey Park ซึ่งสามารถชมลิงหิมะแช่ออนเซ็นได้ บรรยากาศในเมืองเต็มไปด้วยเรียวกังแบบดั้งเดิม ถนนเล็ก ๆ และออนเซ็นหลายแห่งที่เปิดให้แช่ผ่อนคลายหลังเที่ยวภูเขา

Cr : https://shibuonsen.net

สรุป

ชิบุออนเซ็นไม่ได้เป็นเพียงเมืองออนเซ็นธรรมดา แต่เป็นหมู่บ้านที่ยังคงบรรยากาศและวิถีชีวิตแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมไว้ได้อย่างชัดเจน การเดินเล่นยามเย็นในชุดยูกาตะท่ามกลางเสียงรองเท้าเกตะและไอน้ำจากบ่อน้ำพุร้อนให้ความรู้สึกราวกับย้อนกลับไปสู่ยุคเอโดะ ไฮไลต์สำคัญคือการตระเวนแช่ออนเซ็นสาธารณะทั้ง 9 แห่งที่มีเอกลักษณ์ต่างกัน ซึ่งสะท้อนวัฒนธรรมการอาบน้ำของชาวญี่ปุ่นได้อย่างดี อีกทั้งยังอยู่ใกล้ Jigokudani Monkey Park ทำให้สามารถจัดทริปสั้น ๆ แบบ 2 วัน 1 คืน แช่ออนเซ็นในหมู่บ้านและไปชมลิงหิมะแช่ออนเซ็นได้อย่างลงตัว เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมและพักผ่อนจากความวุ่นวายของเมืองใหญ่

ชิบุออนเซ็น (Shibu Onsen)

ที่อยู่2215 Hirao, Yamanochi, Shimotakai District, Nagano 381-0401 Japan
วิธีเดินทางนั่นั่ง Hokuriku Shinkansen ไปลงที่ Nagano Station แล้วต่อรถไฟ Nagano Dentetsu ไปลง Yudanaka Station
แล้วนั่งแท็กซี่หรือรถบัสไป Shibu Onsen
เวลาทำการ24 ชั่วโมง
ราคาฟรี (สำหรับเดินเล่นในหมู่บ้านและเข้าพักในเรียวกังรอบๆ)
WebsiteShibu Onsen


ดูแผนที่ Shibu Onsen









Contents Index
  1. 1 Shibu Onsen คืออะไร ทำไมต้องไปเยือนให้ได้สักครั้ง
  2. 2 9 ห้องอาบน้ำสาธารณะ และคุณสมบัติแต่ละแห่ง
  3. 3 ห้องอาบน้ำทั้ง 9 แห่งและคุณสมบัติ
    1. 3.1 1.Ichibanyu Hatsu yu
    2. 3.2 2.Nibanyu Sasa no yu
    3. 3.3 3.Sanbanyu Wata no yu
    4. 3.4 4.Yonbanyu Take no yu
    5. 3.5 5.Gobanyu Matsu no yu
    6. 3.6 6.Okubanyu Mearai no yu
    7. 3.7 7.Nanabanyu Nanakuri no yu
    8. 3.8 8.Hachibanyu Shimeidaki no yu
    9. 3.9 9.Kyubanyu Oyu
  4. 4 วิธีเข้าใช้ห้องอาบน้ำ 9 แห่งใน Shibu Onsen มีดังนี้
  5. 5 สำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่ได้พักค้างคืน
  6. 6 ที่พักแนะนำใน ชิบุออนเซ็น
    1. 6.1 Kanaguya
    2. 6.2 Kokuya
    3. 6.3 Suminoyu
    4. 6.4 Senshinkan Matsuya
    5. 6.5 Koishiya
    6. 6.6 Daymaruya
    7. 6.7 สิ่งที่ได้รับเมื่อพักในเรียวกังพื้นที่นี้
  7. 7 Jigokudani Monkey Park อยู่ไม่ไกลเลย
    1. 7.1 ช่วงเวลาที่ควรไป
    2. 7.2 วิธีไปจาก ชิบุออนเซ็น
  8. 8 การเดินเที่ยวในเมือง
  9. 9 จุดถ่ายรูปยอดนิยม
    1. 9.1 จุดอื่นๆ ที่น่าถ่ายรูปแนะนำดังนี้
  10. 10 อาหารและของฝากที่ห้ามพลาด
    1. 10.1 Onsen Tamago
    2. 10.2 Oyaki
    3. 10.3 Kuri Okowa
  11. 11 สถานที่ใกล้เคียงอื่นๆ
    1. 11.1 เมือง Obuse
    2. 11.2 วัด Zenko-ji
    3. 11.3 Shiga Kogen
    4. 11.4 Yudanaka Onsen
  12. 12 สรุป
Pennapa Uttamang

Blogger : Pennapa Uttamang

อดีตบรรณาธิการผู้รับใช้ถ้อยคำมาตลอดหลายสิบปี ปัจจุบันก็ยังคงทำงานเขียน วาดภาพประกอบ เลี้ยงแมว และทำสตูดิโอออกแบบเล็กๆ เกี่ยวกับโบรชัวร์ญี่ปุ่น เพื่อยืนยันความมุ่งมั่นจะสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนผ่านเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับประเทศญี่ปุ่น ประเทศที่สร้างแรงบันดาลใจให้เรามากมายเช่นกัน

90 Posts

โหวต

| Polls
โหวต | Polls
  • มีแพลนจะไปเที่ยวญี่ปุ่นเมื่อไหร่

    View Results

    Loading ... Loading ...

กรณีฉุกเฉิน

| Emergency
  • Police

    110

  • Ambulance

    119

  • AMDA International Medical Information Center

    03-6233-9266

  • สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว

    090-4435-7812

  • สถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซาก้า

    090-1895-0987

  • สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฟุกุโอกะ

    090-2585-3027 หรือ 090-9572-1515