เที่ยวโนโบริเบ็ตสึ (Noboribetsu) ฮอกไกโด 2026: คู่มือออนเซ็น จิโกคุดานิ และที่กิน-ที่พักครบวงจร

โนโบริเบ็ตสึอยู่ที่ไหน
โนโบริเบ็ตสึ (登別) ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของฮอกไกโด โดยเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติ Shikotsu-Toya ห่างจากซัปโปโรประมาณ 90 กิโลเมตร และห่างจากสนามบินนานาชาติชิโตเสะเพียง 50 กว่ากิโลเมตร ทำให้เดินทางสะดวกมากเมื่อเทียบกับเมืองออนเซ็นอื่นในฮอกไกโด แค่มาถึงก็รู้สึกได้ถึงความต่างทันที — กลิ่นกำมะถันอ่อน ๆ ลอยมาต้อนรับตั้งแต่รถบัสยังไม่ทันเข้าตัวเมืองเลย
Contents Index
  1. 1 ทำไมโนโบริเบ็ต (Noboribetsu) สึจึงมีชื่อเสียง
    1. 1.1 รู้จักออนเซ็น 9 ชนิดของโนโบริเบ็ตสึ
  2. 2 ทำไมต้องมาเที่ยวโนโบริเบ็ตสึสักครั้ง
    1. 2.1 ควรพักค้างคืนหรือไม่
    2. 2.2 โนโบริเบ็ตสึเหมาะกับใคร
  3. 3 เที่ยวโนโบริเบ็ตสึฤดูไหนดี
  4. 4 วิธีเดินทางไปโนโบริเบ็ตสึ
    1. 4.1 จากซัปโปโร
    2. 4.2 จากสนามบินชิโตเสะ
    3. 4.3 การเดินทางภายในเมือง
  5. 5 จุดท่องเที่ยวไฮไลต์ห้ามพลาด
    1. 5.1 จิโกคุดานิ (地獄谷 / Hell Valley)
    2. 5.2 Oyunuma (大湯沼) และบ่อแช่เท้าธรรมชาติ
    3. 5.3 Noboribetsu Bear Park (のぼりべつクマ牧場)
    4. 5.4 Noboribetsu Date Jidaimura (登別伊達時代村)
    5. 5.5 Lake Kuttara (クッタラ湖)
  6. 6 กิจกรรมห้ามพลาด
    1. 6.1 แช่ออนเซ็น
    2. 6.2 มารยาทและวิธีแช่ออนเซ็นสำหรับมือใหม่
    3. 6.3 เดินเส้นทางธรรมชาติ
  7. 7 ของกินขึ้นชื่อที่ต้องลอง
    1. 7.1 อาหารทะเลฮอกไกโด
    2. 7.2 เมนูท้องถิ่น
  8. 8 พักที่ไหนดี
    1. 8.1 เรียวกังพร้อมออนเซ็น
    2. 8.2 โรงแรมสำหรับครอบครัว
  9. 9 งบประมาณโดยประมาณ
  10. 10 ตัวอย่างแพลนเที่ยว
    1. 10.1 1 วัน — ไปเช้าเย็นกลับ
    2. 10.2 2 วัน 1 คืน — เก็บครบทั้งออนเซ็นและไฮไลต์
  11. 11 ของฝากที่ควรซื้อกลับ
  12. 12 ข้อควรรู้ก่อนเดินทาง
  13. 13 คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
  14. 14 สรุป

ทำไมโนโบริเบ็ต (Noboribetsu) สึจึงมีชื่อเสียง

คำตอบสั้น ๆ คือ น้ำพุร้อน — แต่ถ้าจะอธิบายให้ครบ ต้องเพิ่มว่าที่นี่มีน้ำพุร้อนถึง 9 ชนิดที่ผุดขึ้นมาจากแหล่งภูเขาไฟเดียวกัน ทุกประเภทมีคุณสมบัติและสีต่างกัน ไม่มีเมืองออนเซ็นไหนในญี่ปุ่นที่มีความหลากหลายของน้ำพุร้อนมากเท่านี้ในพื้นที่เดียว จนได้รับฉายาว่า “ห้างสรรพสินค้าแห่งออนเซ็น” (Onsen Department Store)

แหล่งกำเนิดของน้ำทั้งหมดนี้คือ จิโกคุดานิ (地獄谷) หรือ “Hell Valley” หุบเขาภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่น ผลิตน้ำพุร้อนได้มากถึงวันละ 10,000 ตัน ซึ่งถูกส่งผ่านท่อไปยังโรงแรมและเรียวกังทั่วเมืองโดยตรง หมายความว่าทุกที่ที่แช่ออนเซ็นในโนโบริเบ็ตสึ ล้วนได้น้ำแท้จากใต้ดินภูเขาไฟ

โนโบริเบ็ตสึ (Noboribetsu) นั้นมีชื่อเสียงเพราะว่าพ่อค้าที่ชื่อว่า Kinzo Takimoto นั้นต้องการรักษาภรรยาที่ป่วยเป็นโรคผิวหนัง และเขาพบบ่อน้ำร้อนใกล้ๆกับ จิโกคุดานิ เมื่อภรรยาของเขาแช่น้ำพุร้อนทำให้โรคนั้นได้หายเป็นปลิดทิ้ง ทำให้ท่านได้สร้างโรงแรมเล็กๆขึ้นมา และบอกต่อๆกันให้ผู้คนได้ทราบถึงสรรพคุณนี้ ทำให้ที่นี่จึงมีชื่อเสียงขึ้นมา

รู้จักออนเซ็น 9 ชนิดของโนโบริเบ็ตสึ

ชนิดน้ำแร่ลักษณะสรรพคุณที่เชื่อกัน
น้ำกำมะถัน (Sulfur)สีขาวขุ่น กลิ่นชัดผิวหนัง ระบบทางเดินหายใจ ขยายหลอดเลือดฝอย
น้ำเกลือ (Salt)ใส เก็บความร้อนดีบรรเทาอาการปวดเมื่อย เหน็บชา ตัวอุ่นนาน เหมาะฤดูหนาว
น้ำเหล็ก (Iron)สีน้ำตาลแดงเมื่อสัมผัสอากาศช่วยสร้างเม็ดเลือดบรรเทาโลหิตจาง บำรุงร่างกาย
น้ำกรด (Acidic)ฤทธิ์ฆ่าเชื้ออ่อน ๆช่วยฆ่าเชื้อ แก้ปัญหาผิวเรื้อรัง
น้ำด่าง (Alkaline)ลื่นเนียนน้ำแร่ผิวสวย” ผิวนุ่ม
น้ำซัลเฟต (Mirabilite)ใส ไม่ระคายเคืองลดความดันโลหิต บาดแผลภายนอก
น้ำเรเดียม (Radium)แร่ธาตุกัมมันตรังสีอ่อนตามธรรมชาติเกาต์ ระบบประสาท บรรเทาการปวดเส้นประสาท
น้ำสารส้ม (Alum)ฝาดเล็กน้อยกระชับผิว เยื่อบุตา
น้ำธาตุเหล็กผสมเกลือ (Green Sulfur)หายาก พบไม่กี่แห่งในญี่ปุ่นผ่อนคลายกล้ามเนื้อ

แต่ละโรงแรมจะดึงน้ำแร่ต่างชนิดกันไปใช้ การ “ตระเวนแช่” (Yu-meguri) ระหว่างโรงแรมจึงเป็นกิจกรรมยอดนิยมของที่นี่

ทำไมต้องมาเที่ยวโนโบริเบ็ตสึสักครั้ง

ถ้าเปรียบเมืองออนเซ็นในฮอกไกโด โทยาโกะให้วิวทะเลสาบภูเขาไฟ โจซังเคอิให้ประสบการณ์หุบเขาใบไม้เปลี่ยนสี แต่โนโบริเบ็ตสึ ให้สิ่งที่เมืองอื่นทำไม่ได้ — คือความน่าตื่นตาของพื้นดินที่ยังมีชีวิต เดินขึ้นไปยัง Hell Valley แล้วยืนมองหุบเขาที่ไอน้ำพวยพุ่งตลอดเวลา ดินสีส้ม-เทาจากซัลเฟอร์ ควันขาวลอยปกคลุมทั้งหุบเขา กลิ่นกำมะถันที่ชัดเจนแต่ไม่ฉุนเกินไป ซึ่งหาดูที่ไหนไม่ได้ในญี่ปุ่นนอกจากที่นี่


นอกจากธรรมชาติ โนโบริเบ็ตสึยังมีเอกลักษณ์ด้านวัฒนธรรมในรูปแบบรูปปั้นปีศาจโอนิ (鬼) ขนาดใหญ่สีแดงและน้ำเงินกระจายทั่วเมือง ตามตำนาน โนโบริเบ็ตสึเป็นเมืองที่โอนิอาศัยอยู่ใต้ดิน บรรดารูปปั้นเหล่านี้คือสัญลักษณ์ที่คอยดูแลนักท่องเที่ยวในด้านต่าง ๆ ทั้งสุขภาพ ความรัก และความสุข ทำให้เดินในเมืองแล้วรู้สึกมีชีวิตชีวาตลอด


เคล็ดลับ: บนถนนคนเดิน Gokuraku-dori มี “ศาลเจ้าเอ็นมะ (Enma-do)” ที่ประดิษฐานหุ่นยมราชยักษ์สูงกว่า 5 เมตร ปกติท่านจะหน้าตาใจดี แต่เมื่อถึงรอบการแสดง “คำพิพากษาแห่งนรก” วันละ 6 รอบ (10:00, 13:00, 15:00, 17:00, 20:00 และ 21:00 น.) ใบหน้าจะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีแดงดุร้ายพร้อมเสียงคำราม เด็ก ๆ ชอบมาก ถ้าเดินผ่านช่วงเวลาดังกล่าวอย่าลืมแวะรอชม

ควรพักค้างคืนหรือไม่

แนะนำว่าควรพักอย่างน้อย 1 คืนถ้าเป็นไปได้ โนโบริเบ็ตสึไปเช้าเย็นกลับจากซัปโปโรได้จริง แต่จะเสียดายมากถ้าไม่ได้แช่ออนเซ็นยามเย็นในเรียวกัง เพราะนั่นคือประสบการณ์ที่ทำให้ที่นี่ต่างจากแค่ “แวะชมวิว” แช่ออนเซ็นยามเย็น → อาหารเย็น Kaiseki → แช่อีกรอบก่อนนอน → ตื่นเช้ามาแช่อีก — วงจรนี้คือเหตุผลที่หลายคนกลับมาซ้ำทุกปี ส่วนคนที่เวลาจำกัด การชมจิโกคุดานิและแช่ออนเซ็นแบบ Day-use ก็ยังคุ้มค่า

โนโบริเบ็ตสึเหมาะกับใคร

เหมาะมากสำหรับคนที่ต้องการประสบการณ์ออนเซ็นที่ครบที่สุดในฮอกไกโด นักท่องเที่ยวที่บินลงชิโตเสะแล้วอยากพักผ่อนคืนแรกก่อนต่อซัปโปโร ครอบครัวที่มีเด็ก (Bear Park, Date Jidaimura และเส้นทางธรรมชาติที่ไม่ยาก) และคนที่ต้องการพักผ่อนจริง ๆ แบบไม่ต้องรีบ ส่วนคนที่ต้องการใช้เป็นฐานเที่ยวหลายเมืองพร้อมกันอาจเหมาะน้อยกว่า เพราะเมืองนี้เล็กและเฉพาะทาง รวมถึงคนที่ต้องการใช้น้ำแร่ในการบำบัดร่างกาย ฟื้นฟูสุขภาพ และที่สำคัญใครที่มีรอยสักสามารถมาแช่น้ำแร่ที่โนโบริเบ็ตสึได้ เพราะมีออนเซ็นที่เป็น Tattoo Friendly Onsen

เที่ยวโนโบริเบ็ตสึฤดูไหนดี

โนโบริเบ็ตสึเที่ยวได้ตลอดทั้งปี โดยแต่ละฤดูมีเสน่ห์ต่างกัน

ฤดูใบไม้ผลิ (เมษายน–พฤษภาคม) — หิมะละลาย ซากุระเริ่มบาน ควันขาวจากหุบเขาตัดกับพื้นหลังสีเขียวอ่อน อุณหภูมิ 5–15°C เหมาะสำหรับเดินเส้นทางธรรมชาติ นักท่องเที่ยวไม่หนาแน่น (ข้อควรระวัง: ต้นเดือนเมษายนมักมีช่วงปิดซ่อมบำรุงประจำปี — ปี 2026 Bear Park ปิดตรวจกระเช้า 6–24 เม.ย. และ Dai-ichi Takimotokan ปิด 6–14 เม.ย. ควรเช็กก่อนวางแผน)

ฤดูร้อน (มิถุนายน–กันยายน) — ช่วงที่คนมาเที่ยวมากที่สุด อุณหภูมิ 15–25°C เส้นทางธรรมชาติเปิดเต็มรูปแบบ ไฮไลต์คือเทศกาล “Jigoku no Tani no Oni-Hanabi (地獄谷の鬼花火)” พลุไฟปีศาจที่จุดขึ้นบริเวณจุดชมวิวจิโกคุดานิเวลา 20:00 น. ปี 2026 มีกำหนดจัดช่วง 1 มิถุนายน – 24 กันยายน สัปดาห์ละ 1–2 วัน ทั้งนี้ตารางจัดงานอาจปรับเปลี่ยนตามฤดูกาลและสภาพอากาศ และบางปีมีรอบพิเศษช่วงเทศกาล Hell Festival (Jigoku Matsuri) ปลายสิงหาคมที่มีขบวนแห่โอนิทั่วเมือง แนะนำให้เช็กตารางวันอย่างเป็นทางการจากเว็บไซต์สมาคมท่องเที่ยวโนโบริเบ็ตสึ (noboribetsu-spa.jp) อีกครั้งก่อนเดินทาง การได้ชมพลุโอนิคือเหตุผลดี ๆ ที่ควรพักค้างคืนในฤดูนี้

ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน–พฤศจิกายน) — ฤดูของนักถ่ายภาพ ปลายกันยายน–ตุลาคมใบไม้รอบ Hell Valley และเส้นทางสู่ Oyunuma เปลี่ยนเป็นสีเหลือง ส้ม แดง ตัดกับควันขาว อุณหภูมิ 5–15°C บรรยากาศสงบ

ฤดูหนาว (ธันวาคม–มีนาคม) — เป็นฤดูที่ควรมาเที่ยวที่นี่ที่สุด เพราะการแช่ออนเซ็นกลางแจ้งในอุณหภูมิภายนอกที่ติดลบ และมาสัมผัสกับน้ำแร่มีที่มีอุณหภูมิ 42 องศาเซลเซียส ทำให้การแช่ออนเซ็นนั้นมีความสุขที่สุด และผ่อนคลายที่สุด

วิธีเดินทางไปโนโบริเบ็ตสึ

จากซัปโปโร

วิธีเดินทางระยะเวลาราคาโดยประมาณ (เที่ยวเดียว)หมายเหตุ
รถบัสด่วน Kosoku Onsen-go (Donan Bus)1.40 ชั่วโมง2,500 เยนตรงถึง Noboribetsu Onsen ไม่ต้องต่อรถ ต้องจองล่วงหน้า
รถไฟ Limited Express + บัส1.25 ชั่วโมง4,500–5,200 เยนรวมค่ารถบัสขึ้น Hokuto/Suzuran ถึงสถานี Noboribetsu ต่อบัส 15 นาที
รถเช่า1.20 ชั่วโมงค่าเช่า + น้ำมัน + ทางด่วนเหมาะถ้าเที่ยวหลายจุดในวันเดียว

แนะนำรถบัสด่วนตรง เพราะประหยัดและจอดตรงที่ Noboribetsu Onsen Bus Terminal แต่ปัจจุบันเป็นระบบจองที่นั่งล่วงหน้า ควรจองผ่านเว็บ Donan Bus ก่อนเดินทาง — หน้าเว็บจองมีเฉพาะภาษาญี่ปุ่นและอังกฤษ (ไม่มีภาษาไทย) และควรเตรียมบัตรเครดิตสำหรับตัดเงินออนไลน์ตอนจองให้พร้อม

จากสนามบินชิโตเสะ

เส้นทางที่นักท่องเที่ยวไทยนิยมที่สุด เพราะบินตรงจากกรุงเทพฯ ลงชิโตเสะแล้วมาโนโบริเบ็ตสึก่อนเลย

  • รถบัสตรง Kosoku Noboribetsu Onsen Airport-go — ประมาณ 1 ชม. 15 นาที ราคาประมาณ 1,800 เยน (เที่ยวเดียว) มีเพียงวันละ 3 เที่ยว และเป็นระบบจองล่วงหน้า 100% (ต้องจองออนไลน์อย่างน้อย 2 ชั่วโมงก่อนรถออกจากต้นทาง) อย่าเผื่อใจว่าไปถึงแล้วซื้อตั๋วหน้างานได้
  • รถไฟ + บัส — Limited Express จากสนามบินถึงสถานี Noboribetsu (ต้องเปลี่ยนขบวนที่สถานี Minami-Chitose)  แล้วต่อบัสเข้าเมืองออนเซ็น รวมประมาณ 1 ชั่วโมงเศษ ครอบคลุมโดย JR Hokkaido Rail Pass รอบรถยืดหยุ่นกว่า เหมาะถ้าจองบัสตรงไม่ทัน

****หมายเหตุในปี 2026 นั้น รถไฟ Limites Express ทั้งหมดใน Hokkaido จะต้องจองที่นั่งทั้งหมด ตั้งแต่เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2026 เป็นต้นไป

การเดินทางภายในเมือง

พื้นที่ท่องเที่ยวหลักกระจุกตัวในย่านออนเซ็น เดินถึงกันได้เกือบหมด ทั้งจิโกคุดานิ (เดินจากย่านโรงแรม ~10–15 นาที) เส้นทาง Oyunuma และถนนคนเดิน Gokuraku-dori ส่วนรถบัส Donan เชื่อมสถานี JR Noboribetsu ↔ ย่านออนเซ็น (~15 นาที 350 เยน) และมีแท็กซี่สำหรับคนสัมภาระเยอะ จุดที่ต้องใช้กระเช้าคือ Bear Park เท่านั้น

จุดท่องเที่ยวไฮไลต์ห้ามพลาด

จิโกคุดานิ (地獄谷 / Hell Valley)

แลนด์มาร์กสำคัญที่สุดของโนโบริเบ็ตสึ — มาที่นี่แล้วไม่ขึ้นไป นับว่ายังมาไม่ถึง จิโกคุดานิเป็นหลุมภูเขาไฟเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 450 เมตร พื้นที่ประมาณ 11 เฮกตาร์ มีรูระบายไอน้ำ บ่อน้ำเดือด และลำธารน้ำร้อนกระจายทั่ว พื้นดินสีส้ม-เทาจากแร่กำมะถัน มีบอร์ดวอล์กเดินชมรอบหุบเขาใช้เวลา 20–30 นาที เหมาะกับทุกวัย เข้าชมฟรี เปิดตลอดปี ช่วงค่ำมีไฟประดับทางเดิน (Demon’s Path) เดินชมหุบเขายามค่ำได้บรรยากาศอีกแบบ

จิโกกุดานินั้นเกิดจากการะเบิดของภูเขาไฟ Hiyori

เคล็ดลับ: บริเวณ Sengen Park ปากทางเข้าจิโกคุดานิมีไกเซอร์ที่พุ่งน้ำขึ้นมาทุก ๆ ประมาณ 3 ชั่วโมง ถ้าเวลาตรงถือว่าโชคดี

จิโกคุดานิ (地獄谷 / Hell Valley)

ที่อยู่Noboribetsuonsencho, Noboribetsu, Hokkaido 059-0551
วิธีเดินทางเดินจาก Noboribatsu Onsen Bus Terminal ขึ้นเนินมาเรื่อยๆ จนถึงทางแยกหน้าศาลเจ้า yuzawa ให้เลี้ยวขวา แล้วเดินตรงไปเรื่อยๆ จนถึงทางเข้า
เวลาทำการเปิด 24 ชั่วโมง
ราคาค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 500 เยน
Websiteจิโกคุดานิ (地獄谷 / Hell Valley)

ดูแผนที่ จิโกคุดานิ (地獄谷 / Hell Valley)

Oyunuma (大湯沼) และบ่อแช่เท้าธรรมชาติ

เดินต่อจาก Hell Valley ตามเส้นทางป่า 20–30 นาที คือ Oyunuma บ่อน้ำกำมะถันขนาดใหญ่ ผิวน้ำอุณหภูมิราว 50°C สีขุ่นน้ำนม ควันลอยเต็มผิวน้ำตลอดเวลา ด้านล่างมีแม่น้ำ Oyunumagawa ไหลผ่านป่า และมีบ่อแช่เท้า Oyunuma Natural Footbath ฟรี ริมแม่น้ำ นั่งแช่เท้าในน้ำแร่ธรรมชาติท่ามกลางเสียงนกและเสียงน้ำ — จุดที่หลายคนนั่งนานกว่าที่คิด

ทริคเล็ก ๆ: ควรพกผ้าขนหนูผืนเล็กใส่เป้ไปด้วย เพราะบ่อแช่เท้ากลางป่าไม่มีบริการผ้าเช็ดเท้า

Oyunuma (大湯沼)

ที่อยู่Noboribetsuonsencho, Noboribetsu, Hokkaido 059-0551
วิธีเดินทางเดินจาก จิโกคุดานิ (地獄谷 / Hell Valley) ประมาณ 700 เมตร
ราคาฟรี
WebsiteOyunuma (大湯沼)

ดูแผนที่ Oyunuma (大湯沼)

Noboribetsu Bear Park (のぼりべつクマ牧場)

ตั้งอยู่บนยอดเขาสูง 550 เมตร นั่งกระเช้าจากตัวเมืองออนเซ็น 7 นาที วิวระหว่างทางเห็น Lake Kuttara และแนวเขา Shikotsu-Toya ในสวนมีหมีสีน้ำตาลพันธุ์ Ezo มากกว่า 60 ตัว ไฮไลต์คือ Human Cage ห้องกระจกที่ “คน” เข้าไปอยู่ข้างในส่วนหมีเดินอยู่ข้างนอก ให้อาหารหมีได้ นอกจากนี้ยังมี Yukar no Sato หมู่บ้านจำลองวัฒนธรรมไอนุ และ Brown Bear Museum และที่นี่ยังมีจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นทะเลสาบ Kuttara อีกด้วย

Noboribetsu Bear Park (のぼりべつクマ牧場)

ที่อยู่224 Noboribetsuonsencho, Noboribetsu, Hokkaido 059-0551
วิธีเดินทางเดินจากNoboribetsu Onsen Bus Terminal ขึ้นไปตามทางที่จะไปจิโกกุดานิ แล้วจะเห็นป้ายเลี้ยวขวาก็จะพบกับบันไดสำหรับเดินขึ้นไปยังอาคารขายบัตร ใช้เวลาเดินประมาณ10นาที
เวลาทำการ21 ตุลาคม – 20 เมษายน 09.30 น. – 16.30 น.
21 เมษายน – 20 ตุลาคม 09.00 น. – 17.00 น.
ราคาผู้ใหญ่ 3,200 เยน เด็ก 1,600 เยน (รวมกระเช้าไป-กลับ) เด็กต่ำกว่า 3 ขวบฟรี
WebsiteNoboribetsu Bear Park (のぼりべつクマ牧場)

ดูแผนที่ Noboribetsu Bear Park (のぼりべつクマ牧場)

Noboribetsu Date Jidaimura (登別伊達時代村)

ที่มา https://edo-trip.jp/th/about/

หมู่บ้านจำลองยุคเอโดะ (สมัยซามูไรและนินจา) ห่างจากย่านออนเซ็นประมาณ 10 นาทีโดยรถบัสหรือแท็กซี่ ภายในมีอาคารสไตล์เอโดะกว่า 90 หลัง การแสดงนินจา การแสดงโออิรัน บ้านนินจากล และกิจกรรมแต่งชุดย้อนยุค เหมาะมากสำหรับครอบครัวที่มีเด็กและคนที่อยากได้รูปสวย ๆ ใช้เวลาเที่ยวประมาณครึ่งวัน

Noboribetsu Date Jidaimura (登別伊達時代村)

ที่อยู่53-1 Nakanoboribetsucho, Noboribetsu, Hokkaido 059-0463
วิธีเดินทางนั่งรถบัสจากสถานี Noboribetsu
เวลาทำการ20 มีนาคม – 31 ตุลาคม 9.00 น. – 17.00 น.
1พฤศจิกายน – 19 มีนาคม 9.00 – 16.00 น.
ราคาค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 3,300 เยน เด็ก 1,700 เยน
WebsiteNoboribetsu Date Jidaimura (登別伊達時代村)

ดูแผนที่ Noboribetsu Date Jidaimura (登別伊達時代村)

Lake Kuttara (クッタラ湖)

ทะเลสาบปล่องภูเขาไฟรูปวงกลมเกือบสมบูรณ์แบบ น้ำใสติดอันดับต้น ๆ ของญี่ปุ่น อยู่ห่างจากย่านออนเซ็นไม่ไกล (สะดวกสุดถ้ามีรถเช่า ถนนเปิดเฉพาะฤดูร้อน–ใบไม้ร่วง) เหมาะแวะถ่ายรูประหว่างทางไป Oyunuma

Lake Kuttara (クッタラ湖)

ที่อยู่498-1 Kojohama, Shiraoi-cho, Shiraoi-gun, Hokkaido, 059-0641
วิธีเดินทางขับรถ 15 นาทีจากสถานี Noboribetsu
เวลาทำการปิดในช่วงฤดูหนาว (พฤศจิกายน – ปลายเดือนเมษายน)
WebsiteLake Kuttara (クッタラ湖)

ดูแผนที่ Lake Kuttara (クッタラ湖)

กิจกรรมห้ามพลาด

แช่ออนเซ็น

ออนเซ็นที่นี่ไม่ใช่แค่ “ของแถม” ในทริป แต่คือจุดหมายหลัก

แบบ Day-use สำหรับคนไม่พักค้างคืน:

  • Dai-ichi Takimotokan — ห้องอาบน้ำใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของฮอกไกโด มี 35 บ่อจาก 5 แหล่งน้ำแร่ ทั้ง Rotenburo กลางแจ้ง สระว่ายน้ำ และซาวน่า Day-use เปิด 9:00–18:00 น. ผู้ใหญ่ 2,250 เยน เด็ก 1,100 เยน (รวมค่าเช่าผ้าเช็ดตัวแล้ว) จ่ายครั้งเดียวเข้า-ออกได้ทั้งวันด้วยคีย์การ์ด รับผู้มีรอยสัก เหมาะมากสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ (หมายเหตุ: ราคาลดช่วงเย็นยกเลิกแล้วตั้งแต่ ก.พ. 2026)
  • Kashoutei Hanaya — น้ำแร่ธรรมชาติ 100% บรรยากาศเงียบกว่า ค่าเข้าประมาณ 700 เยน

แบบพักค้างคืน: โรงแรมส่วนใหญ่มีออนเซ็นในตัว แช่ได้เกือบตลอด 24 ชั่วโมง ช่วงดึกและเช้าตรู่คนน้อยที่สุด

มารยาทและวิธีแช่ออนเซ็นสำหรับมือใหม่

สำหรับคนไทยที่แช่ออนเซ็นครั้งแรก กฎพื้นฐานมีไม่กี่ข้อ: ต้องอาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาดก่อนลงบ่อทุกครั้ง ลงบ่อโดยไม่สวมชุดว่ายน้ำหรือเสื้อผ้าใด ๆ (แยกบ่อชาย-หญิง) ห้ามนำผ้าเช็ดตัวลงไปในน้ำ (วางบนหัวหรือขอบบ่อ) ผูกรวบผมไม่ให้แตะน้ำ ไม่ว่ายน้ำหรือส่งเสียงดัง และดื่มน้ำก่อน-หลังแช่เพื่อกันร่างกายขาดน้ำ เรื่องรอยสัก: เรียวกังหลายแห่งในญี่ปุ่นยังไม่อนุญาต แต่ Dai-ichi Takimotokan เปิดรับผู้มีรอยสัก หากพักที่อื่นควรสอบถามล่วงหน้าหรือใช้สติกเกอร์ปิดรอยสัก ครั้งแรกแนะนำแช่ครั้งละ 10–15 นาทีแล้วขึ้นมาพัก เพราะน้ำแร่ที่นี่ค่อนข้างเข้มข้น

เดินเส้นทางธรรมชาติ

เส้นทางหลักเชื่อมจิโกคุดานิ → Oyunuma → Oyunuma Natural Footbath ระยะทางรวมประมาณ 2–3 กิโลเมตร ใช้เวลา 1–1.5 ชั่วโมง ช่วงจิโกคุดานิเป็นบอร์ดวอล์กไม้เดินสะดวก แต่ช่วงที่ตัดขึ้นเขาไป Oyunuma เป็นทางดินสลับบันไดชัน ไม่เหมาะกับผู้สูงอายุที่เข่าไม่ดีหรือรถเข็นเด็ก ควรใส่รองเท้าพื้นกันลื่นและพกเสื้อกันลม เพราะในป่าเย็นกว่าในเมือง

ของกินขึ้นชื่อที่ต้องลอง

ที่มา https://edo-trip.jp/en/eat/

อาหารทะเลฮอกไกโด

โนโบริเบ็ตสึอยู่ใกล้ทะเลฝั่ง Muroran อาหารทะเลจึงสดและคุณภาพดีเยี่ยม ที่ควรลองคือ ปูขน (Kegani) ปูขึ้นชื่อที่สุดของฮอกไกโด เนื้อหวานแน่น, ปูยักษ์ทาราบะ (Tarabagani) ขาปูเนื้อนุ่มที่มักเสิร์ฟในบุฟเฟต์อาหารค่ำของโรงแรม และซีฟู้ดหลากหลายจากร้าน Onsen Ichiba และ Aji no Daio ในย่านออนเซ็นในราคาไม่แพงมาก — ทั้งนี้บางเมนูยอดนิยมอย่างปูขนสด ๆ อาจต้องจองล่วงหน้าหรือไปแต่หัววันเพราะหมดเร็ว โดยเฉพาะช่วงไฮซีซัน

เมนูท้องถิ่น

  • เอ็นมะราเม็ง (Enma Ramen) — เมนู signature ของเมือง ราเม็งซุปมิโซะแดงรสเผ็ดร้อนตั้งชื่อตาม “เอ็นมะ” ราชาแห่งนรก เลือกระดับความเผ็ดได้ ร้านดังคือ Ramen Isekura กินหลังอาบออนเซ็นอุ่นทั้งตัว
  • Kaiseki — อาหารเย็นหลายคอร์สที่เรียวกังเสิร์ฟให้แขกพักค้าง ทั้งซาชิมิ ของปิ้งย่าง ของนึ่ง และข้าวหม้อดิน
  • ซอฟต์ครีมนมฮอกไกโด — ร้าน Onsen Ichiba มีซอฟต์ครีมให้เดินกิน หรือลอง Sugi Bee Garden ซอฟต์ครีมราดน้ำผึ้งที่ฮิตมากในหมู่นักท่องเที่ยว

พักที่ไหนดี

ที่มา https://takimotokan.co.jp/en/

เรียวกังพร้อมออนเซ็น

Dai-ichi Takimotokan (第一滝本館) — เรียวกังเก่าแก่ที่สุดและใกล้จิโกคุดานิที่สุด Grand Bath มี 35 บ่อจาก 5 แหล่งน้ำแร่ รับรอยสัก ราคาเริ่มต้นประมาณ 20,000 เยนต่อคนรวมอาหาร 2 มื้อ — flagship ของเมือง

ดูแผนที่ Dai-ichi Takimotokan (第一滝本館)

Kashoutei Hanaya (花鐘亭はなや) — เรียวกังขนาดกลาง เงียบสงบ น้ำออนเซ็นบริสุทธิ์ 100% เหมาะกับคนต้องการความเป็นส่วนตัว

ดูแผนที่ Kashoutei Hanaya (花鐘亭はなや)

โรงแรมสำหรับครอบครัว

  • Hotel Mahoroba (ホテルまほろば) — โรงแรมออนเซ็นขนาดใหญ่ มีบ่อกว่า 31 แห่งทั้งในร่มและกลางแจ้ง น้ำแร่ 4 ชนิด สิ่งอำนวยความสะดวกครบทั้งคาราโอเกะและเกมอาร์เคด ราคาสมเหตุสมผลกว่าเรียวกัง

งบประมาณโดยประมาณ

ตัวเลขต่อคน (ไม่รวมตั๋วเครื่องบิน) สำหรับวางแผนคร่าว ๆ:

รายการDay-trip จากซัปโปโรพัก 2 วัน 1 คืน
เดินทางไป-กลับ (บัส)5,000 เยน 4,300–5,000 เยน
ที่พัก (รวมอาหาร 2 มื้อ)25,000–35,000 เยน
Day-use ออนเซ็น2,250 เยน
Bear Park3,200 เยน3,200 เยน
อาหาร + ของฝาก3,000 เยน3,000 – 5,000 เยน
รวม10,000–13,000 เยน25,000–50,000 เยน

ยอดรวมจะผันแปรตามการเลือกเข้าชม Bear Park หรือ Date Jidaimura (กิจกรรมเสริมละ ~3,000–3,300 เยน)

ตัวอย่างแพลนเที่ยว

1 วัน — ไปเช้าเย็นกลับ

เคล็ดลับ: ที่ Bus Terminal และสถานีรถไฟมีตู้ล็อกเกอร์ฝากกระเป๋าใบใหญ่ ไม่ต้องแบกของทั้งวัน

  • 9:00 — ถึงโนโบริเบ็ตสึ เข้าตัวเมืองออนเซ็น
  • 9:30 — เดินชมจิโกคุดานิตามบอร์ดวอล์ก
  • 10:30 — เดินต่อไป Oyunuma + แช่เท้าที่ Natural Footbath
  • 12:00 — กลับลงมาตัวเมือง มื้อเที่ยงซีฟู้ดหรือเอ็นมะราเม็ง
  • 13:00 — แวะชมการแสดงหุ่นยมราชที่ศาลเจ้าเอ็นมะ (รอบ 13:00 น.)
  • 13:30 — เที่ยวสวนหมี Noboribetsu Bear Park (~2 ชั่วโมง)
  • 16:00 — เดินย่านเมือง ถ่ายรูปกับรูปปั้นโอนิ + ซื้อของฝาก
  • 17:30 — เดินทางกลับ

2 วัน 1 คืน — เก็บครบทั้งออนเซ็นและไฮไลต์

วันที่ 1: ถึงช่วงเช้า ฝากกระเป๋า/เช็กอิน → เดินจิโกคุดานิ + Oyunuma + Footbath เต็มรูปแบบ → มื้อเที่ยงในเมือง → บ่าย Bear Park นั่งกระเช้าชมหมีและหมู่บ้านไอนุ → เย็นแช่ออนเซ็นก่อนอาหาร → ค่ำ Kaiseki ที่โรงแรม → แช่ออนเซ็นอีกรอบก่อนนอน (ถ้าตรงคืนจัดงาน อย่าพลาดพลุโอนิ 20:00 น. ที่จิโกคุดานิ)

วันที่ 2: แช่ออนเซ็นรอบเช้าตรู่ (คนน้อยที่สุด) → มื้อเช้า เดินชมย่านออนเซ็นยามเช้า → 10:30 ซื้อของฝาก (หรือแวะ Date Jidaimura ครึ่งวันถ้ามีเวลา) → 12:00 เดินทางต่อ

ของฝากที่ควรซื้อกลับ

  • Noboribetsu Oni Pudding — พุดดิ้งนมฮอกไกโดในกระปุกรูปโอนิ เนื้อเนียน น่ารักมากสำหรับเป็นของฝาก
  • ขนมออนเซ็นมันจู (温泉まんじゅう) — มันจูอบไอน้ำออนเซ็น เปลือกนุ่ม ไส้ถั่วแดง ของฝากคลาสสิกประจำเมืองออนเซ็น
  • ผลิตภัณฑ์นมฮอกไกโด — เนยสด ชีส และของหวานจากนม บางร้านราคาดีกว่าซัปโปโร
  • เกลือออนเซ็น (Bath Salt) — แร่จากน้ำพุร้อนทำเป็นเกลือแช่อ่าง เอากลิ่นอายโนโบริเบ็ตสึกลับไปแช่ที่บ้านได้

ข้อควรรู้ก่อนเดินทาง

เงินสดยังจำเป็นสำหรับร้านเล็ก ๆ และตู้ล็อกเกอร์ มี ATM ที่ร้านสะดวกซื้อ Seicomart และ 7-Eleven ในย่านออนเซ็น ภาษาอังกฤษใช้ได้ในโรงแรมใหญ่แต่ร้านท้องถิ่นจำกัด แอปแปลภาษาช่วยได้มาก อุณหภูมิที่นี่ต่ำกว่าซัปโปโรเล็กน้อยและในป่าเย็นกว่าในเมือง ควรแต่งตัวเป็นชั้น ๆ และฤดูหนาวต้องมีรองเท้ากันลื่นเพราะทางเดินมีน้ำแข็ง สุดท้ายคือเรื่องจองรถบัส — เส้นทางหลักทั้งจากซัปโปโรและสนามบินเป็นระบบจองล่วงหน้า อย่ารอซื้อตั๋วหน้างาน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ไม่ได้พักค้างคืน แช่ออนเซ็นได้ไหม? ได้ — Dai-ichi Takimotokan เปิด Day-use ทุกวัน 9:00–18:00 น. (2,250 เยน) และมีอีกหลายแห่งให้เลือก

มีรอยสักเข้าออนเซ็นได้ไหม? ที่ Dai-ichi Takimotokan ได้ ที่อื่นควรสอบถามล่วงหน้าหรือใช้สติกเกอร์ปิด

เด็กเล็กลงออนเซ็นได้ไหม? ได้ ส่วนใหญ่ไม่จำกัดอายุ และเด็กต่ำกว่า 3 ขวบมักไม่เสียค่าเข้า แต่ควรระวังบ่อน้ำร้อนจัดและจำกัดเวลาแช่

กลิ่นกำมะถันแรงไหม? ได้กลิ่นทั่วเมืองแต่ไม่ฉุนจนรบกวน ส่วนใหญ่ชินภายในไม่กี่นาที (เสื้อผ้าอาจติดกลิ่นอ่อน ๆ)

จิโกคุดานิเสียค่าเข้าไหม? ฟรี เปิดตลอดปี ทั้งกลางวันและช่วงค่ำที่มีไฟประดับ

ควรไปฤดูไหนถ้าเลือกได้ครั้งเดียว? ถ้าชอบแช่ออนเซ็นที่สุดให้ไปฤดูหนาว ถ้าอยากเดินป่าและดูพลุโอนิให้ไปมิถุนายน–กันยายน ถ้าชอบถ่ายรูปให้ไปปลายกันยายน–ตุลาคม

สรุป

โนโบริเบ็ตสึคือหนึ่งในเมืองออนเซ็นที่มีชื่อเสียงที่สุดของฮอกไกโด โดดเด่นด้วยหุบเขานรกจิโกคุดานิที่เต็มไปด้วยไอน้ำจากพลังใต้พิภพ น้ำแร่ 9 ชนิดที่ไม่มีเมืองไหนเทียบ อาหารทะเลสดใหม่ และกิจกรรมที่เหมาะกับทุกฤดูกาล ไม่ว่าจะมาเพื่อแช่ออนเซ็น ชมธรรมชาติ หรือสัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่น โนโบริเบ็ตสึพร้อมมอบประสบการณ์ที่แตกต่างจากที่อื่นในฮอกไกโด จนเป็นจุดหมายที่หลายคนอยากกลับมาเยือนซ้ำอีกครั้ง นอกจากออนเซ็นแล้วก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆที่น่าสนใจอย่างเช่น Noboribestu Bear Park และ Noboribetsu Date Jidaimura เป็นต้น ดังนั้นแล้วการมาเที่ยวที่โนโบริเบ็ตสึนั้น นักท่องเที่ยวจะได้ประสบการณ์ล้ำค่าและครบรสชาติอย่างแน่นอน 

หมายเหตุ: ราคาค่าเข้าชม ตารางรถบัส และรายละเอียดโรงแรมอ้างอิงข้อมูล ณ มิถุนายน 2026 อาจเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดก่อนเดินทางเสมอ

Contents Index
  1. 1 ทำไมโนโบริเบ็ต (Noboribetsu) สึจึงมีชื่อเสียง
    1. 1.1 รู้จักออนเซ็น 9 ชนิดของโนโบริเบ็ตสึ
  2. 2 ทำไมต้องมาเที่ยวโนโบริเบ็ตสึสักครั้ง
    1. 2.1 ควรพักค้างคืนหรือไม่
    2. 2.2 โนโบริเบ็ตสึเหมาะกับใคร
  3. 3 เที่ยวโนโบริเบ็ตสึฤดูไหนดี
  4. 4 วิธีเดินทางไปโนโบริเบ็ตสึ
    1. 4.1 จากซัปโปโร
    2. 4.2 จากสนามบินชิโตเสะ
    3. 4.3 การเดินทางภายในเมือง
  5. 5 จุดท่องเที่ยวไฮไลต์ห้ามพลาด
    1. 5.1 จิโกคุดานิ (地獄谷 / Hell Valley)
    2. 5.2 Oyunuma (大湯沼) และบ่อแช่เท้าธรรมชาติ
    3. 5.3 Noboribetsu Bear Park (のぼりべつクマ牧場)
    4. 5.4 Noboribetsu Date Jidaimura (登別伊達時代村)
    5. 5.5 Lake Kuttara (クッタラ湖)
  6. 6 กิจกรรมห้ามพลาด
    1. 6.1 แช่ออนเซ็น
    2. 6.2 มารยาทและวิธีแช่ออนเซ็นสำหรับมือใหม่
    3. 6.3 เดินเส้นทางธรรมชาติ
  7. 7 ของกินขึ้นชื่อที่ต้องลอง
    1. 7.1 อาหารทะเลฮอกไกโด
    2. 7.2 เมนูท้องถิ่น
  8. 8 พักที่ไหนดี
    1. 8.1 เรียวกังพร้อมออนเซ็น
    2. 8.2 โรงแรมสำหรับครอบครัว
  9. 9 งบประมาณโดยประมาณ
  10. 10 ตัวอย่างแพลนเที่ยว
    1. 10.1 1 วัน — ไปเช้าเย็นกลับ
    2. 10.2 2 วัน 1 คืน — เก็บครบทั้งออนเซ็นและไฮไลต์
  11. 11 ของฝากที่ควรซื้อกลับ
  12. 12 ข้อควรรู้ก่อนเดินทาง
  13. 13 คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
  14. 14 สรุป
Kitslaughter666

Blogger : Kitslaughter666

กูรูผู้เชี่ยวชาญการเดินทางท่องเที่ยวญี่ปุ่น โดยเฉพาะในภูมิภาค ชูโกกุ (Chugoku) มีความหลงใหลในประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง กิดมักจะพาผู้อ่านไปสัมผัสญี่ปุ่นในมุมที่แตกต่างผ่านสถานที่ Unseen ที่ยังไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลาย ตั้งแต่ความสงบของปราสาทโบราณ ไปจนถึงความตื่นตาตื่นใจในสวนสัตว์ อควาเรียม และสวนงู

โหวต

| Polls
โหวต | Polls
  • คุณอยากไปทัวร์ 1 วันแบบไหนมากที่สุดในญี่ปุ่น?

    View Results

    Loading ... Loading ...

กรณีฉุกเฉิน

| Emergency
  • Police

    110

  • Ambulance

    119

  • AMDA International Medical Information Center

    03-6233-9266

  • สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว

    090-4435-7812

  • สถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซาก้า

    090-1895-0987

  • สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฟุกุโอกะ

    090-2585-3027 หรือ 090-9572-1515