คูปองส่วนลดที่น่าสนใจ
17%
17%
7%

คำตอบสั้น ๆ คือ น้ำพุร้อน — แต่ถ้าจะอธิบายให้ครบ ต้องเพิ่มว่าที่นี่มีน้ำพุร้อนถึง 9 ชนิดที่ผุดขึ้นมาจากแหล่งภูเขาไฟเดียวกัน ทุกประเภทมีคุณสมบัติและสีต่างกัน ไม่มีเมืองออนเซ็นไหนในญี่ปุ่นที่มีความหลากหลายของน้ำพุร้อนมากเท่านี้ในพื้นที่เดียว จนได้รับฉายาว่า “ห้างสรรพสินค้าแห่งออนเซ็น” (Onsen Department Store)
แหล่งกำเนิดของน้ำทั้งหมดนี้คือ จิโกคุดานิ (地獄谷) หรือ “Hell Valley” หุบเขาภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่น ผลิตน้ำพุร้อนได้มากถึงวันละ 10,000 ตัน ซึ่งถูกส่งผ่านท่อไปยังโรงแรมและเรียวกังทั่วเมืองโดยตรง หมายความว่าทุกที่ที่แช่ออนเซ็นในโนโบริเบ็ตสึ ล้วนได้น้ำแท้จากใต้ดินภูเขาไฟ
โนโบริเบ็ตสึ (Noboribetsu) นั้นมีชื่อเสียงเพราะว่าพ่อค้าที่ชื่อว่า Kinzo Takimoto นั้นต้องการรักษาภรรยาที่ป่วยเป็นโรคผิวหนัง และเขาพบบ่อน้ำร้อนใกล้ๆกับ จิโกคุดานิ เมื่อภรรยาของเขาแช่น้ำพุร้อนทำให้โรคนั้นได้หายเป็นปลิดทิ้ง ทำให้ท่านได้สร้างโรงแรมเล็กๆขึ้นมา และบอกต่อๆกันให้ผู้คนได้ทราบถึงสรรพคุณนี้ ทำให้ที่นี่จึงมีชื่อเสียงขึ้นมา

| ชนิดน้ำแร่ | ลักษณะ | สรรพคุณที่เชื่อกัน |
|---|---|---|
| น้ำกำมะถัน (Sulfur) | สีขาวขุ่น กลิ่นชัด | ผิวหนัง ระบบทางเดินหายใจ ขยายหลอดเลือดฝอย |
| น้ำเกลือ (Salt) | ใส เก็บความร้อนดี | บรรเทาอาการปวดเมื่อย เหน็บชา ตัวอุ่นนาน เหมาะฤดูหนาว |
| น้ำเหล็ก (Iron) | สีน้ำตาลแดงเมื่อสัมผัสอากาศ | ช่วยสร้างเม็ดเลือดบรรเทาโลหิตจาง บำรุงร่างกาย |
| น้ำกรด (Acidic) | ฤทธิ์ฆ่าเชื้ออ่อน ๆ | ช่วยฆ่าเชื้อ แก้ปัญหาผิวเรื้อรัง |
| น้ำด่าง (Alkaline) | ลื่นเนียน | น้ำแร่ผิวสวย” ผิวนุ่ม |
| น้ำซัลเฟต (Mirabilite) | ใส ไม่ระคายเคือง | ลดความดันโลหิต บาดแผลภายนอก |
| น้ำเรเดียม (Radium) | แร่ธาตุกัมมันตรังสีอ่อนตามธรรมชาติ | เกาต์ ระบบประสาท บรรเทาการปวดเส้นประสาท |
| น้ำสารส้ม (Alum) | ฝาดเล็กน้อย | กระชับผิว เยื่อบุตา |
| น้ำธาตุเหล็กผสมเกลือ (Green Sulfur) | หายาก พบไม่กี่แห่งในญี่ปุ่น | ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ |
แต่ละโรงแรมจะดึงน้ำแร่ต่างชนิดกันไปใช้ การ “ตระเวนแช่” (Yu-meguri) ระหว่างโรงแรมจึงเป็นกิจกรรมยอดนิยมของที่นี่

ถ้าเปรียบเมืองออนเซ็นในฮอกไกโด โทยาโกะให้วิวทะเลสาบภูเขาไฟ โจซังเคอิให้ประสบการณ์หุบเขาใบไม้เปลี่ยนสี แต่โนโบริเบ็ตสึ ให้สิ่งที่เมืองอื่นทำไม่ได้ — คือความน่าตื่นตาของพื้นดินที่ยังมีชีวิต เดินขึ้นไปยัง Hell Valley แล้วยืนมองหุบเขาที่ไอน้ำพวยพุ่งตลอดเวลา ดินสีส้ม-เทาจากซัลเฟอร์ ควันขาวลอยปกคลุมทั้งหุบเขา กลิ่นกำมะถันที่ชัดเจนแต่ไม่ฉุนเกินไป ซึ่งหาดูที่ไหนไม่ได้ในญี่ปุ่นนอกจากที่นี่
นอกจากธรรมชาติ โนโบริเบ็ตสึยังมีเอกลักษณ์ด้านวัฒนธรรมในรูปแบบรูปปั้นปีศาจโอนิ (鬼) ขนาดใหญ่สีแดงและน้ำเงินกระจายทั่วเมือง ตามตำนาน โนโบริเบ็ตสึเป็นเมืองที่โอนิอาศัยอยู่ใต้ดิน บรรดารูปปั้นเหล่านี้คือสัญลักษณ์ที่คอยดูแลนักท่องเที่ยวในด้านต่าง ๆ ทั้งสุขภาพ ความรัก และความสุข ทำให้เดินในเมืองแล้วรู้สึกมีชีวิตชีวาตลอด

เคล็ดลับ: บนถนนคนเดิน Gokuraku-dori มี “ศาลเจ้าเอ็นมะ (Enma-do)” ที่ประดิษฐานหุ่นยมราชยักษ์สูงกว่า 5 เมตร ปกติท่านจะหน้าตาใจดี แต่เมื่อถึงรอบการแสดง “คำพิพากษาแห่งนรก” วันละ 6 รอบ (10:00, 13:00, 15:00, 17:00, 20:00 และ 21:00 น.) ใบหน้าจะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีแดงดุร้ายพร้อมเสียงคำราม เด็ก ๆ ชอบมาก ถ้าเดินผ่านช่วงเวลาดังกล่าวอย่าลืมแวะรอชม
แนะนำว่าควรพักอย่างน้อย 1 คืนถ้าเป็นไปได้ โนโบริเบ็ตสึไปเช้าเย็นกลับจากซัปโปโรได้จริง แต่จะเสียดายมากถ้าไม่ได้แช่ออนเซ็นยามเย็นในเรียวกัง เพราะนั่นคือประสบการณ์ที่ทำให้ที่นี่ต่างจากแค่ “แวะชมวิว” แช่ออนเซ็นยามเย็น → อาหารเย็น Kaiseki → แช่อีกรอบก่อนนอน → ตื่นเช้ามาแช่อีก — วงจรนี้คือเหตุผลที่หลายคนกลับมาซ้ำทุกปี ส่วนคนที่เวลาจำกัด การชมจิโกคุดานิและแช่ออนเซ็นแบบ Day-use ก็ยังคุ้มค่า
เหมาะมากสำหรับคนที่ต้องการประสบการณ์ออนเซ็นที่ครบที่สุดในฮอกไกโด นักท่องเที่ยวที่บินลงชิโตเสะแล้วอยากพักผ่อนคืนแรกก่อนต่อซัปโปโร ครอบครัวที่มีเด็ก (Bear Park, Date Jidaimura และเส้นทางธรรมชาติที่ไม่ยาก) และคนที่ต้องการพักผ่อนจริง ๆ แบบไม่ต้องรีบ ส่วนคนที่ต้องการใช้เป็นฐานเที่ยวหลายเมืองพร้อมกันอาจเหมาะน้อยกว่า เพราะเมืองนี้เล็กและเฉพาะทาง รวมถึงคนที่ต้องการใช้น้ำแร่ในการบำบัดร่างกาย ฟื้นฟูสุขภาพ และที่สำคัญใครที่มีรอยสักสามารถมาแช่น้ำแร่ที่โนโบริเบ็ตสึได้ เพราะมีออนเซ็นที่เป็น Tattoo Friendly Onsen

โนโบริเบ็ตสึเที่ยวได้ตลอดทั้งปี โดยแต่ละฤดูมีเสน่ห์ต่างกัน
ฤดูใบไม้ผลิ (เมษายน–พฤษภาคม) — หิมะละลาย ซากุระเริ่มบาน ควันขาวจากหุบเขาตัดกับพื้นหลังสีเขียวอ่อน อุณหภูมิ 5–15°C เหมาะสำหรับเดินเส้นทางธรรมชาติ นักท่องเที่ยวไม่หนาแน่น (ข้อควรระวัง: ต้นเดือนเมษายนมักมีช่วงปิดซ่อมบำรุงประจำปี — ปี 2026 Bear Park ปิดตรวจกระเช้า 6–24 เม.ย. และ Dai-ichi Takimotokan ปิด 6–14 เม.ย. ควรเช็กก่อนวางแผน)
ฤดูร้อน (มิถุนายน–กันยายน) — ช่วงที่คนมาเที่ยวมากที่สุด อุณหภูมิ 15–25°C เส้นทางธรรมชาติเปิดเต็มรูปแบบ ไฮไลต์คือเทศกาล “Jigoku no Tani no Oni-Hanabi (地獄谷の鬼花火)” พลุไฟปีศาจที่จุดขึ้นบริเวณจุดชมวิวจิโกคุดานิเวลา 20:00 น. ปี 2026 มีกำหนดจัดช่วง 1 มิถุนายน – 24 กันยายน สัปดาห์ละ 1–2 วัน ทั้งนี้ตารางจัดงานอาจปรับเปลี่ยนตามฤดูกาลและสภาพอากาศ และบางปีมีรอบพิเศษช่วงเทศกาล Hell Festival (Jigoku Matsuri) ปลายสิงหาคมที่มีขบวนแห่โอนิทั่วเมือง แนะนำให้เช็กตารางวันอย่างเป็นทางการจากเว็บไซต์สมาคมท่องเที่ยวโนโบริเบ็ตสึ (noboribetsu-spa.jp) อีกครั้งก่อนเดินทาง การได้ชมพลุโอนิคือเหตุผลดี ๆ ที่ควรพักค้างคืนในฤดูนี้
ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน–พฤศจิกายน) — ฤดูของนักถ่ายภาพ ปลายกันยายน–ตุลาคมใบไม้รอบ Hell Valley และเส้นทางสู่ Oyunuma เปลี่ยนเป็นสีเหลือง ส้ม แดง ตัดกับควันขาว อุณหภูมิ 5–15°C บรรยากาศสงบ
ฤดูหนาว (ธันวาคม–มีนาคม) — เป็นฤดูที่ควรมาเที่ยวที่นี่ที่สุด เพราะการแช่ออนเซ็นกลางแจ้งในอุณหภูมิภายนอกที่ติดลบ และมาสัมผัสกับน้ำแร่มีที่มีอุณหภูมิ 42 องศาเซลเซียส ทำให้การแช่ออนเซ็นนั้นมีความสุขที่สุด และผ่อนคลายที่สุด

| วิธีเดินทาง | ระยะเวลา | ราคาโดยประมาณ (เที่ยวเดียว) | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|
| รถบัสด่วน Kosoku Onsen-go (Donan Bus) | 1.40 ชั่วโมง | 2,500 เยน | ตรงถึง Noboribetsu Onsen ไม่ต้องต่อรถ ต้องจองล่วงหน้า |
| รถไฟ Limited Express + บัส | 1.25 ชั่วโมง | 4,500–5,200 เยนรวมค่ารถบัส | ขึ้น Hokuto/Suzuran ถึงสถานี Noboribetsu ต่อบัส 15 นาที |
| รถเช่า | 1.20 ชั่วโมง | ค่าเช่า + น้ำมัน + ทางด่วน | เหมาะถ้าเที่ยวหลายจุดในวันเดียว |
แนะนำรถบัสด่วนตรง เพราะประหยัดและจอดตรงที่ Noboribetsu Onsen Bus Terminal แต่ปัจจุบันเป็นระบบจองที่นั่งล่วงหน้า ควรจองผ่านเว็บ Donan Bus ก่อนเดินทาง — หน้าเว็บจองมีเฉพาะภาษาญี่ปุ่นและอังกฤษ (ไม่มีภาษาไทย) และควรเตรียมบัตรเครดิตสำหรับตัดเงินออนไลน์ตอนจองให้พร้อม
เส้นทางที่นักท่องเที่ยวไทยนิยมที่สุด เพราะบินตรงจากกรุงเทพฯ ลงชิโตเสะแล้วมาโนโบริเบ็ตสึก่อนเลย
****หมายเหตุในปี 2026 นั้น รถไฟ Limites Express ทั้งหมดใน Hokkaido จะต้องจองที่นั่งทั้งหมด ตั้งแต่เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2026 เป็นต้นไป
พื้นที่ท่องเที่ยวหลักกระจุกตัวในย่านออนเซ็น เดินถึงกันได้เกือบหมด ทั้งจิโกคุดานิ (เดินจากย่านโรงแรม ~10–15 นาที) เส้นทาง Oyunuma และถนนคนเดิน Gokuraku-dori ส่วนรถบัส Donan เชื่อมสถานี JR Noboribetsu ↔ ย่านออนเซ็น (~15 นาที 350 เยน) และมีแท็กซี่สำหรับคนสัมภาระเยอะ จุดที่ต้องใช้กระเช้าคือ Bear Park เท่านั้น

แลนด์มาร์กสำคัญที่สุดของโนโบริเบ็ตสึ — มาที่นี่แล้วไม่ขึ้นไป นับว่ายังมาไม่ถึง จิโกคุดานิเป็นหลุมภูเขาไฟเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 450 เมตร พื้นที่ประมาณ 11 เฮกตาร์ มีรูระบายไอน้ำ บ่อน้ำเดือด และลำธารน้ำร้อนกระจายทั่ว พื้นดินสีส้ม-เทาจากแร่กำมะถัน มีบอร์ดวอล์กเดินชมรอบหุบเขาใช้เวลา 20–30 นาที เหมาะกับทุกวัย เข้าชมฟรี เปิดตลอดปี ช่วงค่ำมีไฟประดับทางเดิน (Demon’s Path) เดินชมหุบเขายามค่ำได้บรรยากาศอีกแบบ
จิโกกุดานินั้นเกิดจากการะเบิดของภูเขาไฟ Hiyori
เคล็ดลับ: บริเวณ Sengen Park ปากทางเข้าจิโกคุดานิมีไกเซอร์ที่พุ่งน้ำขึ้นมาทุก ๆ ประมาณ 3 ชั่วโมง ถ้าเวลาตรงถือว่าโชคดี
จิโกคุดานิ (地獄谷 / Hell Valley)
| ที่อยู่ | Noboribetsuonsencho, Noboribetsu, Hokkaido 059-0551 |
| วิธีเดินทาง | เดินจาก Noboribatsu Onsen Bus Terminal ขึ้นเนินมาเรื่อยๆ จนถึงทางแยกหน้าศาลเจ้า yuzawa ให้เลี้ยวขวา แล้วเดินตรงไปเรื่อยๆ จนถึงทางเข้า |
| เวลาทำการ | เปิด 24 ชั่วโมง |
| ราคา | ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 500 เยน |
| Website | จิโกคุดานิ (地獄谷 / Hell Valley) |

เดินต่อจาก Hell Valley ตามเส้นทางป่า 20–30 นาที คือ Oyunuma บ่อน้ำกำมะถันขนาดใหญ่ ผิวน้ำอุณหภูมิราว 50°C สีขุ่นน้ำนม ควันลอยเต็มผิวน้ำตลอดเวลา ด้านล่างมีแม่น้ำ Oyunumagawa ไหลผ่านป่า และมีบ่อแช่เท้า Oyunuma Natural Footbath ฟรี ริมแม่น้ำ นั่งแช่เท้าในน้ำแร่ธรรมชาติท่ามกลางเสียงนกและเสียงน้ำ — จุดที่หลายคนนั่งนานกว่าที่คิด
ทริคเล็ก ๆ: ควรพกผ้าขนหนูผืนเล็กใส่เป้ไปด้วย เพราะบ่อแช่เท้ากลางป่าไม่มีบริการผ้าเช็ดเท้า
Oyunuma (大湯沼)
| ที่อยู่ | Noboribetsuonsencho, Noboribetsu, Hokkaido 059-0551 |
| วิธีเดินทาง | เดินจาก จิโกคุดานิ (地獄谷 / Hell Valley) ประมาณ 700 เมตร |
| ราคา | ฟรี |
| Website | Oyunuma (大湯沼) |

ตั้งอยู่บนยอดเขาสูง 550 เมตร นั่งกระเช้าจากตัวเมืองออนเซ็น 7 นาที วิวระหว่างทางเห็น Lake Kuttara และแนวเขา Shikotsu-Toya ในสวนมีหมีสีน้ำตาลพันธุ์ Ezo มากกว่า 60 ตัว ไฮไลต์คือ Human Cage ห้องกระจกที่ “คน” เข้าไปอยู่ข้างในส่วนหมีเดินอยู่ข้างนอก ให้อาหารหมีได้ นอกจากนี้ยังมี Yukar no Sato หมู่บ้านจำลองวัฒนธรรมไอนุ และ Brown Bear Museum และที่นี่ยังมีจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นทะเลสาบ Kuttara อีกด้วย
Noboribetsu Bear Park (のぼりべつクマ牧場)
| ที่อยู่ | 224 Noboribetsuonsencho, Noboribetsu, Hokkaido 059-0551 |
| วิธีเดินทาง | เดินจากNoboribetsu Onsen Bus Terminal ขึ้นไปตามทางที่จะไปจิโกกุดานิ แล้วจะเห็นป้ายเลี้ยวขวาก็จะพบกับบันไดสำหรับเดินขึ้นไปยังอาคารขายบัตร ใช้เวลาเดินประมาณ10นาที |
| เวลาทำการ | 21 ตุลาคม – 20 เมษายน 09.30 น. – 16.30 น. 21 เมษายน – 20 ตุลาคม 09.00 น. – 17.00 น. |
| ราคา | ผู้ใหญ่ 3,200 เยน เด็ก 1,600 เยน (รวมกระเช้าไป-กลับ) เด็กต่ำกว่า 3 ขวบฟรี |
| Website | Noboribetsu Bear Park (のぼりべつクマ牧場) |

หมู่บ้านจำลองยุคเอโดะ (สมัยซามูไรและนินจา) ห่างจากย่านออนเซ็นประมาณ 10 นาทีโดยรถบัสหรือแท็กซี่ ภายในมีอาคารสไตล์เอโดะกว่า 90 หลัง การแสดงนินจา การแสดงโออิรัน บ้านนินจากล และกิจกรรมแต่งชุดย้อนยุค เหมาะมากสำหรับครอบครัวที่มีเด็กและคนที่อยากได้รูปสวย ๆ ใช้เวลาเที่ยวประมาณครึ่งวัน
Noboribetsu Date Jidaimura (登別伊達時代村)
| ที่อยู่ | 53-1 Nakanoboribetsucho, Noboribetsu, Hokkaido 059-0463 |
| วิธีเดินทาง | นั่งรถบัสจากสถานี Noboribetsu |
| เวลาทำการ | 20 มีนาคม – 31 ตุลาคม 9.00 น. – 17.00 น. 1พฤศจิกายน – 19 มีนาคม 9.00 – 16.00 น. |
| ราคา | ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 3,300 เยน เด็ก 1,700 เยน |
| Website | Noboribetsu Date Jidaimura (登別伊達時代村) |

ทะเลสาบปล่องภูเขาไฟรูปวงกลมเกือบสมบูรณ์แบบ น้ำใสติดอันดับต้น ๆ ของญี่ปุ่น อยู่ห่างจากย่านออนเซ็นไม่ไกล (สะดวกสุดถ้ามีรถเช่า ถนนเปิดเฉพาะฤดูร้อน–ใบไม้ร่วง) เหมาะแวะถ่ายรูประหว่างทางไป Oyunuma
Lake Kuttara (クッタラ湖)
| ที่อยู่ | 498-1 Kojohama, Shiraoi-cho, Shiraoi-gun, Hokkaido, 059-0641 |
| วิธีเดินทาง | ขับรถ 15 นาทีจากสถานี Noboribetsu |
| เวลาทำการ | ปิดในช่วงฤดูหนาว (พฤศจิกายน – ปลายเดือนเมษายน) |
| Website | Lake Kuttara (クッタラ湖) |

ออนเซ็นที่นี่ไม่ใช่แค่ “ของแถม” ในทริป แต่คือจุดหมายหลัก
แบบ Day-use สำหรับคนไม่พักค้างคืน:
แบบพักค้างคืน: โรงแรมส่วนใหญ่มีออนเซ็นในตัว แช่ได้เกือบตลอด 24 ชั่วโมง ช่วงดึกและเช้าตรู่คนน้อยที่สุด
สำหรับคนไทยที่แช่ออนเซ็นครั้งแรก กฎพื้นฐานมีไม่กี่ข้อ: ต้องอาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาดก่อนลงบ่อทุกครั้ง ลงบ่อโดยไม่สวมชุดว่ายน้ำหรือเสื้อผ้าใด ๆ (แยกบ่อชาย-หญิง) ห้ามนำผ้าเช็ดตัวลงไปในน้ำ (วางบนหัวหรือขอบบ่อ) ผูกรวบผมไม่ให้แตะน้ำ ไม่ว่ายน้ำหรือส่งเสียงดัง และดื่มน้ำก่อน-หลังแช่เพื่อกันร่างกายขาดน้ำ เรื่องรอยสัก: เรียวกังหลายแห่งในญี่ปุ่นยังไม่อนุญาต แต่ Dai-ichi Takimotokan เปิดรับผู้มีรอยสัก หากพักที่อื่นควรสอบถามล่วงหน้าหรือใช้สติกเกอร์ปิดรอยสัก ครั้งแรกแนะนำแช่ครั้งละ 10–15 นาทีแล้วขึ้นมาพัก เพราะน้ำแร่ที่นี่ค่อนข้างเข้มข้น

เส้นทางหลักเชื่อมจิโกคุดานิ → Oyunuma → Oyunuma Natural Footbath ระยะทางรวมประมาณ 2–3 กิโลเมตร ใช้เวลา 1–1.5 ชั่วโมง ช่วงจิโกคุดานิเป็นบอร์ดวอล์กไม้เดินสะดวก แต่ช่วงที่ตัดขึ้นเขาไป Oyunuma เป็นทางดินสลับบันไดชัน ไม่เหมาะกับผู้สูงอายุที่เข่าไม่ดีหรือรถเข็นเด็ก ควรใส่รองเท้าพื้นกันลื่นและพกเสื้อกันลม เพราะในป่าเย็นกว่าในเมือง

โนโบริเบ็ตสึอยู่ใกล้ทะเลฝั่ง Muroran อาหารทะเลจึงสดและคุณภาพดีเยี่ยม ที่ควรลองคือ ปูขน (Kegani) ปูขึ้นชื่อที่สุดของฮอกไกโด เนื้อหวานแน่น, ปูยักษ์ทาราบะ (Tarabagani) ขาปูเนื้อนุ่มที่มักเสิร์ฟในบุฟเฟต์อาหารค่ำของโรงแรม และซีฟู้ดหลากหลายจากร้าน Onsen Ichiba และ Aji no Daio ในย่านออนเซ็นในราคาไม่แพงมาก — ทั้งนี้บางเมนูยอดนิยมอย่างปูขนสด ๆ อาจต้องจองล่วงหน้าหรือไปแต่หัววันเพราะหมดเร็ว โดยเฉพาะช่วงไฮซีซัน

Dai-ichi Takimotokan (第一滝本館) — เรียวกังเก่าแก่ที่สุดและใกล้จิโกคุดานิที่สุด Grand Bath มี 35 บ่อจาก 5 แหล่งน้ำแร่ รับรอยสัก ราคาเริ่มต้นประมาณ 20,000 เยนต่อคนรวมอาหาร 2 มื้อ — flagship ของเมือง
Kashoutei Hanaya (花鐘亭はなや) — เรียวกังขนาดกลาง เงียบสงบ น้ำออนเซ็นบริสุทธิ์ 100% เหมาะกับคนต้องการความเป็นส่วนตัว
ตัวเลขต่อคน (ไม่รวมตั๋วเครื่องบิน) สำหรับวางแผนคร่าว ๆ:
| รายการ | Day-trip จากซัปโปโร | พัก 2 วัน 1 คืน |
|---|---|---|
| เดินทางไป-กลับ (บัส) | 5,000 เยน | 4,300–5,000 เยน |
| ที่พัก (รวมอาหาร 2 มื้อ) | – | 25,000–35,000 เยน |
| Day-use ออนเซ็น | 2,250 เยน | – |
| Bear Park | 3,200 เยน | 3,200 เยน |
| อาหาร + ของฝาก | 3,000 เยน | 3,000 – 5,000 เยน |
| รวม | 10,000–13,000 เยน | 25,000–50,000 เยน |
ยอดรวมจะผันแปรตามการเลือกเข้าชม Bear Park หรือ Date Jidaimura (กิจกรรมเสริมละ ~3,000–3,300 เยน)

เคล็ดลับ: ที่ Bus Terminal และสถานีรถไฟมีตู้ล็อกเกอร์ฝากกระเป๋าใบใหญ่ ไม่ต้องแบกของทั้งวัน
วันที่ 1: ถึงช่วงเช้า ฝากกระเป๋า/เช็กอิน → เดินจิโกคุดานิ + Oyunuma + Footbath เต็มรูปแบบ → มื้อเที่ยงในเมือง → บ่าย Bear Park นั่งกระเช้าชมหมีและหมู่บ้านไอนุ → เย็นแช่ออนเซ็นก่อนอาหาร → ค่ำ Kaiseki ที่โรงแรม → แช่ออนเซ็นอีกรอบก่อนนอน (ถ้าตรงคืนจัดงาน อย่าพลาดพลุโอนิ 20:00 น. ที่จิโกคุดานิ)
วันที่ 2: แช่ออนเซ็นรอบเช้าตรู่ (คนน้อยที่สุด) → มื้อเช้า เดินชมย่านออนเซ็นยามเช้า → 10:30 ซื้อของฝาก (หรือแวะ Date Jidaimura ครึ่งวันถ้ามีเวลา) → 12:00 เดินทางต่อ
เงินสดยังจำเป็นสำหรับร้านเล็ก ๆ และตู้ล็อกเกอร์ มี ATM ที่ร้านสะดวกซื้อ Seicomart และ 7-Eleven ในย่านออนเซ็น ภาษาอังกฤษใช้ได้ในโรงแรมใหญ่แต่ร้านท้องถิ่นจำกัด แอปแปลภาษาช่วยได้มาก อุณหภูมิที่นี่ต่ำกว่าซัปโปโรเล็กน้อยและในป่าเย็นกว่าในเมือง ควรแต่งตัวเป็นชั้น ๆ และฤดูหนาวต้องมีรองเท้ากันลื่นเพราะทางเดินมีน้ำแข็ง สุดท้ายคือเรื่องจองรถบัส — เส้นทางหลักทั้งจากซัปโปโรและสนามบินเป็นระบบจองล่วงหน้า อย่ารอซื้อตั๋วหน้างาน
ไม่ได้พักค้างคืน แช่ออนเซ็นได้ไหม? ได้ — Dai-ichi Takimotokan เปิด Day-use ทุกวัน 9:00–18:00 น. (2,250 เยน) และมีอีกหลายแห่งให้เลือก
มีรอยสักเข้าออนเซ็นได้ไหม? ที่ Dai-ichi Takimotokan ได้ ที่อื่นควรสอบถามล่วงหน้าหรือใช้สติกเกอร์ปิด
เด็กเล็กลงออนเซ็นได้ไหม? ได้ ส่วนใหญ่ไม่จำกัดอายุ และเด็กต่ำกว่า 3 ขวบมักไม่เสียค่าเข้า แต่ควรระวังบ่อน้ำร้อนจัดและจำกัดเวลาแช่
กลิ่นกำมะถันแรงไหม? ได้กลิ่นทั่วเมืองแต่ไม่ฉุนจนรบกวน ส่วนใหญ่ชินภายในไม่กี่นาที (เสื้อผ้าอาจติดกลิ่นอ่อน ๆ)
จิโกคุดานิเสียค่าเข้าไหม? ฟรี เปิดตลอดปี ทั้งกลางวันและช่วงค่ำที่มีไฟประดับ
ควรไปฤดูไหนถ้าเลือกได้ครั้งเดียว? ถ้าชอบแช่ออนเซ็นที่สุดให้ไปฤดูหนาว ถ้าอยากเดินป่าและดูพลุโอนิให้ไปมิถุนายน–กันยายน ถ้าชอบถ่ายรูปให้ไปปลายกันยายน–ตุลาคม

โนโบริเบ็ตสึคือหนึ่งในเมืองออนเซ็นที่มีชื่อเสียงที่สุดของฮอกไกโด โดดเด่นด้วยหุบเขานรกจิโกคุดานิที่เต็มไปด้วยไอน้ำจากพลังใต้พิภพ น้ำแร่ 9 ชนิดที่ไม่มีเมืองไหนเทียบ อาหารทะเลสดใหม่ และกิจกรรมที่เหมาะกับทุกฤดูกาล ไม่ว่าจะมาเพื่อแช่ออนเซ็น ชมธรรมชาติ หรือสัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่น โนโบริเบ็ตสึพร้อมมอบประสบการณ์ที่แตกต่างจากที่อื่นในฮอกไกโด จนเป็นจุดหมายที่หลายคนอยากกลับมาเยือนซ้ำอีกครั้ง นอกจากออนเซ็นแล้วก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆที่น่าสนใจอย่างเช่น Noboribestu Bear Park และ Noboribetsu Date Jidaimura เป็นต้น ดังนั้นแล้วการมาเที่ยวที่โนโบริเบ็ตสึนั้น นักท่องเที่ยวจะได้ประสบการณ์ล้ำค่าและครบรสชาติอย่างแน่นอน
หมายเหตุ: ราคาค่าเข้าชม ตารางรถบัส และรายละเอียดโรงแรมอ้างอิงข้อมูล ณ มิถุนายน 2026 อาจเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดก่อนเดินทางเสมอ

Blogger : Kitslaughter666
กูรูผู้เชี่ยวชาญการเดินทางท่องเที่ยวญี่ปุ่น โดยเฉพาะในภูมิภาค ชูโกกุ (Chugoku) มีความหลงใหลในประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง กิดมักจะพาผู้อ่านไปสัมผัสญี่ปุ่นในมุมที่แตกต่างผ่านสถานที่ Unseen ที่ยังไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลาย ตั้งแต่ความสงบของปราสาทโบราณ ไปจนถึงความตื่นตาตื่นใจในสวนสัตว์ อควาเรียม และสวนงู
Police
110
Ambulance
119
AMDA International Medical Information Center
03-6233-9266
สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว
090-4435-7812
สถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซาก้า
090-1895-0987
สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฟุกุโอกะ
090-2585-3027 หรือ 090-9572-1515