คูปองส่วนลดที่น่าสนใจ
17%
7%
10%
มาเยือนเกาะเหนืออย่างฮอกไกโดทั้งที แม้จะมีหลายเมืองน่าเที่ยว แต่หนึ่งในเมืองของฮอกไกโดที่อยากแนะนำ และเป็นจุดหมายที่เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยที่อยากสัมผัสเสน่ห์ญี่ปุ่นแบบเรียบง่าย ท่ามกลางธรรมชาติและวิถีชีวิตท้องถิ่นอันอบอุ่น สามารถเดินทางได้สะดวกจากสนามบินโทคาจิ-โอบิฮิโระ หรือเชื่อมต่อด้วยรถไฟ JR จากซัปโปโร ภายในเมืองมีทั้งอาหารขึ้นชื่ออย่างหมูย่างบูตะด้ง ฟาร์มและคาเฟ่ท่ามกลางทุ่งกว้าง รวมถึงออนเซ็นธรรมชาติที่ช่วยเติมเต็มการพักผ่อน
โอบิฮิโระ (帯広) คือเมืองศูนย์กลางของโทคาจิ ซึ่งเป็นภูมิภาคเกษตรกรรมใหญ่ในฮอกไกโดตะวันออก มีของดีระดับโลกอยู่ 3 อย่างที่ไม่มีเมืองไหน นั่นคือม้าแข่งบังเอ การแข่งขันม้าลากเลื่อนอันเป็นเอกลักษณ์ของเมืองโอบิฮิโระและเป็นสนามแข่งขันแห่งเดียวในญี่ปุ่นที่ยังคงจัดการแข่งขันรูปแบบนี้อยู่ , บูตะด้งต้นตำรับ ข้าวหน้าหมูย่างที่นำไปย่างบนเตาถ่านจนมีกลิ่นหอม ถือเป็นอาหารขึ้นชื่อและต้นตำรับของเมือง และออนเซ็นมัวร์ น้ำพุร้อนที่เกิดจากพืชที่ทับถมกันใต้ดินอุดมไปด้วยกรดฮิวมิก ทำให้มีสีเหลืองอำพันและให้สัมผัสนุ่มลื่นแตกต่างจากเมืองอื่น
โอบิฮิโระคือเมืองที่ผสมผสานธรรมชาติ อาหารท้องถิ่น และวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของฮอกไกโดไว้ได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์ที่หาได้เฉพาะที่นี่หรือเสน่ห์ของวิถีชีวิตท้องถิ่น ก็ล้วนทำให้การเดินทางเต็มไปด้วยความประทับใจและค้นพบมุมใหม่ของญี่ปุ่นที่แตกต่างจากเมืองท่องเที่ยวทั่วไป

ที่ Obihiro Racecourse คุณจะได้ชมการแข่งขัน Banei Tokachi ม้าแข่งแบบดั้งเดิมที่เหลืออยู่เพียงแห่งเดียวในโลก ม้ายักษ์สายพันธุ์บังเอจะลากเลื่อนเหล็กหนักสูงสุดราว 1 ตัน ไปตามสนามยาว 200 เมตร พร้อมฝ่าทางชัน 2 เนิน จึงไม่ใช่การแข่งขันวัดความเร็ว แต่เป็นการวัดทั้งพละกำลัง ความอึด และกลยุทธ์ของผู้บังคับม้า หลายครั้งม้าจะหยุดพักเพื่อเก็บแรงก่อนเร่งลากเลื่อนขึ้นเนิน ทำให้ผลการแข่งขันพลิกผันได้จนถึงวินาทีสุดท้าย
การแข่งขันจัดเฉพาะ วันเสาร์ อาทิตย์ จันทร์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ของญี่ปุ่น ในช่วงบ่ายถึงค่ำ ส่วนฤดูหนาวยังมี Night Race ท่ามกลางบรรยากาศหิมะที่เป็นเอกลักษณ์ ค่าเข้าชมเพียง 100 เยน (เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีเข้าฟรี) นั่งรถบัสจากสถานี Obihiro ประมาณ 10 นาที (ลงป้าย Keibajo)
ด้านหน้าสนามแข่งมี Tokachimura ศูนย์รวมร้านอาหาร คาเฟ่ และของฝากจากภูมิภาคโทคาจิ เหมาะสำหรับแวะก่อนหรือหลังชมการแข่งขัน แต่หากมาในช่วง วันอังคาร–ศุกร์ จะไม่มีการแข่งขันให้ชม จึงควรวางแผนมาเที่ยวช่วง เสาร์–จันทร์ เพื่อสัมผัสเสน่ห์ของ Banei Tokachi ได้อย่างเต็มที่ และแนะนำให้ตรวจสอบตารางแข่งล่วงหน้า เพราะวันแข่งอาจเปลี่ยนแปลงได้

ออนเซ็นชื่อดังที่อยู่ห่างจากตัวเมืองโอบิฮิโระเพียงราว 20 นาที โดดเด่นด้วย มัวร์ออนเซ็น (Moor Onsen) น้ำแร่สีน้ำตาลอำพันที่ซึมผ่านชั้นพืชโบราณนับพันปี อุดมด้วยสารอินทรีย์จากธรรมชาติ จนได้รับฉายาว่า “ออนเซ็นเพื่อผิวสวย” เพราะช่วยให้ผิวชุ่มชื้นและเนียนนุ่มหลังแช่ ในช่วงฤดูหนาวยังมีกิจกรรมขึ้น บอลลูนลมร้อน ยามเช้าตรู่ ลอยชมวิวทุ่งโทคาจิที่ปกคลุมด้วยหิมะ (ประมาณ 3,000–5,000 เยน ควรจองล่วงหน้า) และเทศกาลแสงไฟ Sairinka ที่จัดตั้งแต่ปลายเดือนมกราคมถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ (ค่าเข้าประมาณ 500 เยน) โดยหลายโรงแรมสามารถเดินไปชมงานได้อย่างสะดวก ทำให้ที่นี่เป็นจุดหมายที่ครบทั้งการพักผ่อนและสัมผัสเสน่ห์ฤดูหนาวของฮอกไกโดในที่เดียว

หนึ่งในปรากฏการณ์ธรรมชาติที่สวยที่สุดของฮอกไกโด เมื่อก้อนน้ำแข็งใสที่ก่อตัวจากแม่น้ำโทคาจิไหลออกสู่ทะเล ก่อนถูกคลื่นซัดขึ้นมาบน หาด Otsu เมืองโทโยโคโระ จนกระจายระยิบระยับราวกับอัญมณีบนชายหาด ความงดงามนี้เกิดขึ้นเพียงช่วง เดือนมกราคม–กุมภาพันธ์ และสวยที่สุดในยามพระอาทิตย์ขึ้น เมื่อแสงแรกของวันสะท้อนผ่านน้ำแข็งจนเปล่งประกายเป็นสีทองและฟ้าอ่อน เป็นภาพที่นักถ่ายภาพจากทั่วญี่ปุ่นต่างเฝ้ารอ โดยชายหาดอยู่ห่างจากตัวเมืองโอบิฮิโระประมาณ 40–50 นาที และแนะนำให้เดินทางด้วยรถยนต์เพื่อความสะดวก

ที่นี่อยู่ห่างจากตัวเมืองโอบิฮิโระประมาณ 1 ชั่วโมง และเปลี่ยนเป็นโลกแห่งฤดูหนาวสุดมหัศจรรย์ในช่วงที่ทะเลสาบกลายเป็นน้ำแข็ง กับ Shikaribetsu Kotan หมู่บ้านน้ำแข็งที่สร้างขึ้นใหม่ทุกปีบนผืนทะเลสาบแข็ง ภายในมีทั้งบาร์น้ำแข็ง โบสถ์น้ำแข็ง และไฮไลต์อย่าง ออนเซ็นกลางแจ้ง ที่สามารถแช่น้ำอุ่นท่ามกลางอากาศติดลบและวิวหิมะได้อย่างน่าประทับใจ เป็นประสบการณ์ที่หาได้ยากในญี่ปุ่น โดยรถบัสมีให้บริการค่อนข้างน้อย จึงแนะนำให้เดินทางด้วยรถยนต์เพื่อความสะดวกและมีเวลาเที่ยวได้เต็มที่
ยังมีจุดท่องเที่ยวแนะนำในโอบิฮิโระที่คุณสามารถท่องเที่ยวได้เพิ่มเติม เป็นสถานที่ที่ชมธรรมชาติที่สวยงามในแต่ละฤดูกาลของเมืองนี้ได้อย่างใกล้ชิด

เป็นสวนพฤกษศาสตร์เอกชนที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของฮอกไกโด และเป็นสวนสไตล์คอนิเฟอร์ที่โดดเด่นที่สุดในญี่ปุ่น ภายในรวบรวมต้นสนและพรรณไม้หายากจากทั่วโลก ผสมผสานสวนแบบญี่ปุ่น ยุโรป และภูมิทัศน์ธรรมชาติไว้อย่างกลมกลืน ทำให้บรรยากาศเปลี่ยนความสวยงามไปตามฤดูกาล ไม่ว่าจะเป็นสีเขียวสดในฤดูร้อน ใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง หรือหิมะที่ปกคลุมต้นสนในฤดูหนาว ระหว่างทางยังมีสะพานไม้ ลำธาร และฝูงกระรอกเอโซะที่ออกมาวิ่งเล่นเป็นระยะ จึงเป็นสถานที่ที่เหมาะทั้งสำหรับการเดินเล่น ถ่ายภาพ และพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติใจกลางโอบิฮิโระ เดินทางโดยรถยนต์ประมาณ 10–15 นาที ห3

สวนสาธารณะขนาดใหญ่ใจกลางเมืองโอบิฮิโระที่เหมาะสำหรับการพักผ่อนในทุกฤดูกาล อยู่ห่างจากสถานี JR Obihiro เพียงประมาณ 10 นาทีโดยรถยนต์ ภายในเต็มไปด้วยสนามหญ้ากว้างใหญ่ แนวต้นไม้ร่มรื่น และเส้นทางเดินเล่นที่เปลี่ยนบรรยากาศไปตามฤดูกาล ตั้งแต่ดอกซากุระในฤดูใบไม้ผลิ สีเขียวสดของฤดูร้อน ใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง ไปจนถึงทิวทัศน์หิมะขาวโพลนในฤดูหนาว นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของ Obihiro Centennial City Museum, Obihiro Museum of Art และสวนสัตว์โอบิฮิโระ จึงสามารถใช้เวลาทั้งวันเดินเล่น เรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ชมงานศิลปะ และสัมผัสธรรมชาติได้ครบในที่เดียว

สวนดอกไม้สไตล์อังกฤษที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางธรรมชาติของโอบิฮิโระ ห่างจากตัวเมืองเพียงประมาณ 15 นาทีโดยรถยนต์ สวนแห่งนี้เกิดจากความตั้งใจของ อาโอะโกะ ชิจิกุ นักจัดสวนผู้เริ่มสร้างสวนด้วยตัวเองตั้งแต่อายุ 60 ปี จนกลายเป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยดอกไม้และพรรณไม้กว่า 2,500 ชนิด ผลัดกันผลิบานตั้งแต่ฤดูใบไม้ผลิจนถึงฤดูใบไม้ร่วง ระหว่างทางเดินจะได้สัมผัสบรรยากาศอันเงียบสงบ รายล้อมด้วยทุ่งหญ้า ป่าไม้ และวิวชนบทของโทคาจิ พร้อมแวะจิบชาและลิ้มรสเค้กโฮมเมดที่คาเฟ่ภายในสวน ทำให้ที่นี่เป็นจุดหมายที่เหมาะสำหรับคนรักดอกไม้ การถ่ายภาพ และการใช้เวลาพักผ่อนอย่างสโลว์ไลฟ์ สวยสุด มิ.ย.–ส.ค. (ต้องมีรถ)

ฟาร์มปศุสัตว์บนที่สูงที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น ครอบคลุมพื้นที่กว้างกว่า 1,700 เฮกตาร์ ในเมืองคามิชิโฮโระ ห่างจากตัวเมืองโอบิฮิโระประมาณ 1 ชั่วโมง จุดเด่นคือทิวทัศน์แบบพาโนรามาที่มองเห็นทุ่งหญ้าสุดลูกหูลูกตา ฝูงวัวที่เล็มหญ้าอย่างอิสระ และแนวเทือกเขาไดเซ็ตสึซังเป็นฉากหลัง จนได้รับฉายาว่าเป็นหนึ่งในวิวชนบทที่สวยที่สุดของฮอกไกโด ไฮไลต์คือ Naitai Terrace อาคารชมวิวดีไซน์ทันสมัยที่มีคาเฟ่และร้านอาหารให้แวะชิมเมนูเนื้อวัวและไอศกรีมนมสด พร้อมชมพระอาทิตย์ตกที่แต่งแต้มทุ่งหญ้าเป็นสีทอง เป็นจุดหมายที่เหมาะสำหรับคนรักธรรมชาติ การขับรถชมวิว และการถ่ายภาพอย่างยิ่ง (ต้องมีรถ ~1 ชม.)
โอบิฮิโระเป็นเมืองที่เที่ยวได้ตลอดทั้งปี เพราะแต่ละฤดูกาลมีเสน่ห์แตกต่างกันอย่างชัดเจน ตั้งแต่ธรรมชาติสีเขียวสดในช่วงอากาศอบอุ่น ทุ่งกว้างและอากาศปลอดโปร่งในฤดูร้อน ใบไม้เปลี่ยนสีอันงดงามในฤดูใบไม้ร่วง ไปจนถึงโลกสีขาวของหิมะและกิจกรรมฤดูหนาวที่หาได้เฉพาะฮอกไกโด ไม่ว่าคุณจะชอบชมธรรมชาติ ชิมอาหารท้องถิ่น หรือสัมผัสวัฒนธรรมของภูมิภาคโทคาจิ ก็สามารถเลือกช่วงเวลาที่เหมาะกับสไตล์การเดินทางของตัวเองได้

เป็นช่วงที่ธรรมชาติของภูมิภาคโทคาจิเขียวขจีและสดใสที่สุด อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 18–24°C จึงเย็นสบายกว่าหลายพื้นที่ของญี่ปุ่น เหมาะสำหรับการขับรถเที่ยว ชมฟาร์ม เดินเล่นท่ามกลางทุ่งกว้าง และถ่ายภาพวิวชนบทอันเป็นเอกลักษณ์ของฮอกไกโด นอกจากนี้ยังเป็นฤดูกาลที่ผลผลิตทางการเกษตรและผลิตภัณฑ์นมมีความสดใหม่เป็นพิเศษ ทำให้ได้ลิ้มรสวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยม พร้อมสัมผัสบรรยากาศเงียบสงบและท้องฟ้าสีครามที่ทอดยาวสุดสายตา

ประสบการณ์เฉพาะถิ่นเยอะสุด ทั้ง Jewelry Ice, Sairinka, หมู่บ้านน้ำแข็ง, Banei Night Race ท่ามกลางอุณหภูมิ -15 ถึง -3°C เป็นช่วงเวลาที่เมืองและธรรมชาติถูกปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลน พร้อมอากาศหนาวแห้งที่เป็นเอกลักษณ์ของฮอกไกโด นอกจากจะได้สัมผัสบรรยากาศฤดูหนาวอย่างเต็มอิ่มแล้ว ยังเป็นช่วงที่มีกิจกรรมและปรากฏการณ์ทางธรรมชาติซึ่งเกิดขึ้นเพียงปีละครั้ง ทั้งเทศกาลหิมะ งานประดับไฟ การแช่ออนเซ็นกลางอากาศหนาว และวิวทิวทัศน์ที่สวยงามราวภาพวาด อีกทั้งยังเป็นฤดูกาลที่อาหารท้องถิ่นหลายชนิดมีรสชาติอร่อยที่สุด จึงเหมาะสำหรับผู้ที่อยากสัมผัสเสน่ห์ของฮอกไกโดในบรรยากาศที่แตกต่างจากฤดูอื่นอย่างแท้จริง

ช่วงเวลาที่ธรรมชาติค่อย ๆ ตื่นจากฤดูหนาว อากาศเย็นสบาย ท้องฟ้าแจ่มใส และต้นไม้เริ่มผลิใบเขียวสด ดอกซากุระและดอกไม้นานาชนิดทยอยบานแต่งแต้มเมืองให้มีชีวิตชีวา เหมาะกับการเดินเล่น ปั่นจักรยาน หรือขับรถชมวิวทุ่งกว้างของภูมิภาคโทคาจิ อีกทั้งยังเป็นช่วงที่วัตถุดิบตามฤดูกาลเริ่มออกสู่ตลาด ทำให้ได้ลิ้มรสอาหารสดใหม่ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบและผู้คนไม่หนาแน่นเหมือนเมืองท่องเที่ยวใหญ่ของญี่ปุ่น เป็นช่วงเวลาเงียบสงบ คนน้อย ราคาถูกกว่า

เป็นช่วงที่ภูมิทัศน์ของโทคาจิเปลี่ยนเป็นสีแดง ส้ม และเหลืองตัดกับท้องฟ้าสีคราม อากาศเย็นสบายเหมาะสำหรับการเดินเล่น ขับรถชมวิว และแช่ออนเซ็นท่ามกลางธรรมชาติ นอกจากนี้ยังเป็นฤดูแห่งการเก็บเกี่ยวของภูมิภาคที่ขึ้นชื่อด้านเกษตรกรรม จึงเป็นช่วงที่วัตถุดิบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นมันฝรั่ง ฟักทอง ข้าวโพด ผลิตภัณฑ์นม และเนื้อคุณภาพดีมีความสดใหม่เป็นพิเศษ ทำให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสทั้งความงดงามของธรรมชาติและเสน่ห์ของอาหารท้องถิ่นไปพร้อมกัน
ช่วงเวลาที่โอบิฮิโระและภูมิภาคโทคาจิเปล่งประกายที่สุด ทั้งปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกิดขึ้นเพียงปีละครั้ง กิจกรรมฤดูหนาวสุดพิเศษ และวัฒนธรรมท้องถิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ หลายสิ่งสามารถพบได้เฉพาะที่นี่เท่านั้น ทำให้การเดินทางในช่วงนี้เต็มไปด้วยความแปลกใหม่ ความงดงาม และประสบการณ์ที่ยากจะหาได้จากจุดหมายอื่นในญี่ปุ่น
แม้โอบิฮิโระจะอยู่ทางตะวันออกของฮอกไกโด แต่การเดินทางไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิด นักท่องเที่ยวสามารถเลือกได้ทั้งเครื่องบิน รถไฟ หรือขับรถ ขึ้นอยู่กับงบประมาณ เวลา และรูปแบบการท่องเที่ยวที่ต้องการ หากวางแผนล่วงหน้า ก็สามารถเดินทางมาเยือนเมืองแห่งนี้ได้อย่างสะดวก พร้อมออกไปสัมผัสธรรมชาติ วัฒนธรรม และเสน่ห์ของภูมิภาคโทคาจิได้อย่างเต็มอิ่ม
จากโตเกียวไปโอบิฮิโระที่สะดวกที่สุดคือ เครื่องบิน โดยมีเที่ยวบินตรงจาก สนามบินฮาเนดะ (Haneda Airport) ไปยัง สนามบินโทคาจิ–โอบิฮิโระ (Tokachi-Obihiro Airport) ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 35–40 นาที มีเที่ยวบินวันละประมาณ 7 เที่ยว จากนั้นต่อรถบัสสนามบินเข้าสู่ตัวเมืองและสถานี JR Obihiro ใช้เวลาราว 40 – 45 นาที
จาก ซัปโปโร ไป โอบิฮิโระสามารถเดินทางได้หลายวิธี โดยตัวเลือกที่ได้รับความนิยมที่สุดคือ รถไฟ Limited Express Tokachi จากสถานี JR Sapporo ไปยังสถานี JR Obihiro ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 30–40 นาที โดยไม่ต้องต่อขบวน หากเดินทางด้วยรถยนต์ผ่านทางด่วนโดโอ (Dōtō Expressway) จะใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการแวะเที่ยวระหว่างทาง ส่วนรถบัสด่วนก็เป็นอีกทางเลือกที่ประหยัด ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง 40 นาที–4 ชั่วโมง และมีหลายเที่ยวต่อวัน เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางในงบประมาณที่คุ้มค่า
| วิธีเดินทาง | ระยะเวลา | ราคาโดยประมาณ | ข้อดี / ข้อควรระวัง |
| รถไฟ Limited Express Ozora/Tokachi | ~2 ชม. 30 นาที | 6,000–8,000 เยน/เที่ยว | เร็ว สะดวก มีตั๋วไป-กลับราคาพิเศษ |
| รถบัสระยะไกล | ~4 ชม. 15 นาที | 3,300–3,600 เยน | ประหยัดงบ แต่ใช้เวลานานกว่า |
| รถเช่า | ~3 ชม. | ค่าเช่า + น้ำมัน | ยืดหยุ่นสูง (ไม่แนะนำในฤดูหนาว) |
เทคนิคประหยัด : มีตั๋วรถไฟชุดไป-กลับราคาพิเศษ ถูกกว่าซื้อแยก สอบถามเคาน์เตอร์ JR ก่อนซื้อ ถ้าไม่ได้เที่ยวหลายเมือง ซื้อตั๋วแยกคุ้มกว่า JR Pass
หลายคนจะมองว่าการเที่ยวฮอกไกโดต้องขับรถ แต่โอบิฮิโระเป็นเมืองที่สามารถเที่ยวได้อย่างสะดวกแม้ไม่มีรถส่วนตัว ด้วยระบบขนส่งสาธารณะ แท็กซี่ และสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งที่อยู่ไม่ไกลจากใจกลางเมือง จึงสามารถวางแผนเดินเที่ยว นั่งรถบัส หรือใช้เวลาแบบสบาย ๆ ได้ตลอดทั้งวัน เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากสัมผัสเสน่ห์ของเมืองโดยไม่ต้องกังวลเรื่องการขับรถ ที่สำคัญเลยผังเมืองเป็นตารางหมากรุก เดินง่าย จุดหลักอยู่ใกล้สถานีหมด เช่น สนามม้า Banei (เดิน 10 นาที), ร้านบูตะด้ง, Rokkatei (เดิน 5 นาที) มีจักรยานเช่าที่สถานีด้วยนะ
รถบัส Tokachi Bus จากหน้าสถานี ~25–30 นาที ~600 เยน (รอบไม่ถี่ เช็กตารางก่อน) โรงแรมหลายแห่งมีรถรับส่งฟรี สอบถามตอนจอง
Jewelry Ice, Lake Shikaribetsu, ฟาร์มนอกเมือง
ช่วงฤดูหนาวมี One-day Tour / Bus Package พิเศษพาไป Jewelry Ice และ Lake Shikaribetsu ออกจากสถานี Obihiro หรือย่านออนเซ็น ต้องจองล่วงหน้า — เช็กกับโรงแรมหรือศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยวที่สถานี
การเลือกที่พักในโอบิฮิโระขึ้นอยู่กับสไตล์การเดินทางของแต่ละคน ไม่ว่าจะเน้นความสะดวกในการเดินทาง อยากใช้เวลาเดินเที่ยวในเมือง ชิมอาหารท้องถิ่น หรือมองหาที่พักสำหรับการพักผ่อนท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบ เมืองนี้มีตัวเลือกหลากหลายตั้งแต่โรงแรมธุรกิจที่คุ้มค่าไปจนถึงที่พักพร้อมออนเซ็น ทำให้สามารถเลือกพักได้ตามงบประมาณและแผนการท่องเที่ยวอย่างลงตัว
สะดวก เดินเที่ยวได้หมด 6,000–12,000 เยน/คืน (เช่น Obihiro Hokke Club, Toyoko Inn)
ได้แช่มัวร์ออนเซ็นเต็มที่ รวมอาหาร 18,000–35,000 เยน/คืน (เช่น Daiichi Hotel, Hoshino Resorts KAI Tokachi) ฤดูหนาวเดินไปชม Sairinka ได้เลย

โอบิฮิโระเป็นเมืองที่เที่ยวได้แบบสบาย ๆ ภายใน 1–3 วัน เพราะสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญหลายแห่งอยู่ไม่ไกลกัน ทำให้สามารถจัดแพลนได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเน้นธรรมชาติ วัฒนธรรม อาหารท้องถิ่น หรือการพักผ่อน การวางแผนเส้นทางล่วงหน้าจะช่วยให้เดินทางได้สะดวก ใช้เวลาได้คุ้มค่า และสัมผัสเสน่ห์ของภูมิภาคโทคาจิได้อย่างเต็มอิ่ม
หากมีเวลาเที่ยวโอบิฮิโระเพียง 1 วัน ก็สามารถสัมผัสเสน่ห์ของเมืองได้อย่างครบถ้วน เริ่มต้นด้วยมื้อกลางวันกับ บูตะด้งต้นตำรับ เมนูขึ้นชื่อที่ห้ามพลาด ก่อนมุ่งหน้าสู่ สนามแข่งม้าบังเอ (Banei Tokachi) เพื่อชมการแข่งขันม้าลากเลื่อนอันเป็นเอกลักษณ์แห่งเดียวในโลก พร้อมแวะเดินเล่นที่ Tokachimura เลือกซื้อสินค้าท้องถิ่นและชิมของอร่อยจากโทคาจิ แล้วปิดท้ายวันด้วยการแวะ Rokkatei เลือกซื้อขนมและของฝากชื่อดังกลับบ้าน เป็นทริปสั้น ๆ ที่ได้ทั้งกิน เที่ยว และสัมผัสวัฒนธรรมของโอบิฮิโระในวันเดีย
ทริป โอบิฮิโระ 2 วัน 1 คืน เหมาะสำหรับผู้ที่อยากสัมผัสทั้งเสน่ห์ของเมืองและธรรมชาติในจังหวะสบาย ๆ โดยวันแรกเที่ยวชมเมือง ชิมอาหารขึ้นชื่อ และชมการแข่งขันม้าบังเอ ก่อนเดินทางไปพักผ่อนที่ โทคาจิกาวะออนเซ็น พร้อมชมงานประดับไฟ Sairinka ในช่วงฤดูหนาว ส่วนวันที่สองเริ่มต้นเช้าด้วยการขึ้น บอลลูนชมวิว เหนือทุ่งกว้างของโทคาจิ (เฉพาะฤดูหนาว) แล้วกลับเข้าเมืองเพื่อเลือกซื้อขนมและของฝากชื่อดัง ปิดท้ายทริปด้วยความประทับใจทั้งวิวสวย อาหารอร่อย และบรรยากาศอันเป็นเอกลักษณ์ของโอบิฮิโระ

ทริป โอบิฮิโระ 3 วัน 2 คืน เหมาะสำหรับการเช่ารถขับ เพื่อออกไปสัมผัสธรรมชาติอันกว้างใหญ่ของแคว้นโทคาจิได้อย่างเต็มที่ วันแรกเที่ยวเมือง ชิมบูตะด้ง และชมการแข่งขันม้าบังเอ ก่อนเข้าพักที่โทคาจิกาวะออนเซ็น วันที่สองขับรถไปเที่ยว ทะเลสาบชิคาริเบ็ตสึ (Lake Shikaribetsu) ซึ่งในฤดูหนาวจะมีหมู่บ้านน้ำแข็งสุดมหัศจรรย์ ส่วนเช้าวันสุดท้ายปิดท้ายด้วยการชม Jewelry Ice ก้อนน้ำแข็งใสราวอัญมณีที่กระจายอยู่ริมชายหาด ก่อนกลับเข้าเมืองเลือกซื้อขนมและของฝาก เป็นทริปที่ครบทั้งอาหาร วัฒนธรรม ออนเซ็น และธรรมชาติอันงดงามของโทคาจิ โดยเฉพาะในฤดูหนาว
โอบิฮิโระคือหนึ่งในเมืองที่นักชิมไม่ควรพลาด เพราะตั้งอยู่ใจกลางภูมิภาคโทคาจิ แหล่งผลิตวัตถุดิบชั้นเยี่ยมของฮอกไกโด ทั้งเนื้อคุณภาพสูง ผลิตภัณฑ์นม ผักสด และธัญพืช ทำให้ทุกมื้อเต็มไปด้วยรสชาติจากวัตถุดิบท้องถิ่นที่สดใหม่ ไม่ว่าจะเป็นเมนูขึ้นชื่อ อาหารพื้นเมือง ของหวาน หรือคาเฟ่บรรยากาศดี ก็ล้วนสะท้อนเสน่ห์ของเมืองเกษตรกรรมแห่งนี้ได้อย่างลงตัว

บูตะด้งคือเมนูที่สะท้อนตัวตนของเมืองโอบิฮิโระได้อย่างดีที่สุด ด้วยการนำเนื้อหมูคุณภาพดีมาย่างบนเตาถ่านจนหอมกรุ่น เคลือบซอสสูตรเฉพาะรสหวานเค็มกำลังพอดี แล้วเสิร์ฟบนข้าวร้อน ๆ อย่างเรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยรสชาติ จนกลายเป็นอาหารขึ้นชื่อที่นักท่องเที่ยวหลายคนตั้งใจเดินทางมาลิ้มลองถึงถิ่น เพราะหากมาเยือนโอบิฮิโระแล้วไม่ได้ชิมบูตะด้ง ก็เหมือนยังสัมผัสเสน่ห์ของเมืองนี้ได้ไม่ครบถ้วน ราคาอยู่ประมาณ 900–1,500 เยน
หากไปเที่ยวโอบิฮิโระและอยากลิ้มลอง บูตะด้ง ต้นตำรับ นี่คือร้านที่ได้รับความนิยมทั้งจากคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวมีดังนี้

โอบิฮิโระเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องวัตถุดิบคุณภาพจากแคว้นโทคาจิ ไม่ว่าจะเป็นนมสด เนย แป้งสาลี หรือถั่วแดง จึงไม่น่าแปลกใจที่ขนมหวานและของฝากจากที่นี่จะโดดเด่นทั้งในด้านรสชาติและคุณภาพ หลายเมนูกลายเป็นของขึ้นชื่อที่นักท่องเที่ยวตั้งใจซื้อกลับเป็นของฝาก เพราะนอกจากจะได้ลิ้มรสความอร่อยแล้ว ยังเป็นอีกหนึ่งวิธีในการสัมผัสเสน่ห์และความอุดมสมบูรณ์ของโอบิฮิโระผ่านวัตถุดิบท้องถิ่นอีกด้วย

ก่อนออกเดินทางไปโอบิฮิโระ การเตรียมตัวและรู้ข้อมูลพื้นฐานไว้ล่วงหน้าจะช่วยให้ทริปสะดวกและราบรื่นยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสภาพอากาศ การเดินทาง การวางแผนเวลา หรือการเลือกช่วงฤดูกาลให้เหมาะกับกิจกรรมที่อยากทำ เพราะแม้จะเป็นเมืองที่เที่ยวได้ง่ายและบรรยากาศสบาย ๆ แต่การวางแผนที่ดีก็จะช่วยให้คุณใช้เวลาได้คุ้มค่า และสัมผัสเสน่ห์ของภูมิภาคโทคาจิได้อย่างเต็มอิ่ม

โอบิฮิโระเที่ยวง่ายด้วยรถไฟจากซัปโปโร 2.5 ชั่วโมง เดินเที่ยวในเมืองได้โดยไม่ต้องเช่ารถ จุดสำคัญคือล็อกวันเสาร์–จันทร์เพื่อดูม้าแข่ง Banei และค้างอย่างน้อย 1 คืนเพื่อแช่มัวร์ออนเซ็น ถ้ามาฤดูหนาวช่วงปลายมกราคม–กลางกุมภาพันธ์จะเก็บได้ครบทั้ง Jewelry Ice, Sairinka และหมู่บ้านน้ำแข็ง
โอบิฮิโระยังเป็นประตูสู่การท่องเที่ยวชนบทของฮอกไกโด ที่นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสวิวทุ่งเกษตรสุดลูกหูลูกตา ชิมวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยมจากแหล่งผลิตอาหารสำคัญของญี่ปุ่น และดื่มด่ำกับบรรยากาศที่แตกต่างจากเมืองท่องเที่ยวยอดนิยม เหมาะสำหรับผู้ที่อยากค้นพบอีกมุมหนึ่งของฮอกไกโดที่เงียบสงบและน่าประทับใจ

Blogger : Pennapa Uttamang
Position : แกะรอยวิธีคิด พลิกวิกฤตเป็นทริปใหม่: บันทึกการเดินทางฉบับเรียลไทม์ โดยบรรณาธิการผู้หลงรักญี่ปุ่น
จากอดีตบรรณาธิการที่รับใช้ถ้อยคำมาหลายทศวรรษ สู่การเป็นนักเขียนและนักออกแบบโบรชัวร์ญี่ปุ่นที่หลงรักการเดินทางเป็นชีวิตจิตใจ อ้อตั้งใจส่งต่อแรงบันดาลใจผ่านเรื่องราวที่ "จริง" และ "ใช้ได้จริง" ตั้งแต่วิถีชีวิต การทำธุรกิจท้องถิ่น ไปจนถึงลายแทงร้านอร่อยที่ชาวบ้านกินกันจริงๆ เพราะเชื่อว่าเสน่ห์ของญี่ปุ่นไม่ได้มีแค่ภาพสวยๆ แต่คือแนวคิดที่นำมาปรับใช้กับชีวิตได้ และอ้อยินดีที่จะเป็นไกด์นำทางให้ทริปของคุณราบรื่นขึ้น แม้ในวันที่ฟ้าไม่เป็นใจค่ะ
Police
110
Ambulance
119
AMDA International Medical Information Center
03-6233-9266
สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว
090-4435-7812
สถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซาก้า
090-1895-0987
สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฟุกุโอกะ
090-2585-3027 หรือ 090-9572-1515