กินซังออนเซ็น (Ginzan Onsen) ยามากาตะ หมู่บ้านน้ำพุร้อนสไตล์ไทโช วิธีเดินทาง ที่พัก ราคา 2026

(03/12/2018)
พาไปรู้จัก Ginzan Onsen (กินซังออนเซ็น) หมู่บ้านน้ำพุร้อนเก่าแก่ในยามากาตะที่ขึ้นชื่อเรื่องตึกไม้สไตล์ไทโชและแสงตะเกียงแก๊สยามค่ำคืน ครบทั้งวิธีเดินทางจากโตเกียว/เซนได/ยามากาตะ ที่พัก งบประมาณ และแผนเที่ยวสำหรับนักเดินทางชาวไทย
Contents Index
  1. 1 Ginzan Onsen คืออะไร
    1. 1.1 จุดเด่นของหมู่บ้านออนเซ็น
    2. 1.2 ทำไม กินซังออนเซ็น ถึงโด่งดัง
  2. 2 เที่ยว Ginzan Onsen ช่วงไหนดี
    1. 2.1 ฤดูหนาว
    2. 2.2 ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี
    3. 2.3 ฤดูใบไม้ผลิ
    4. 2.4 ฤดูร้อน
  3. 3 วิธีเดินทางไป Ginzan Onsen
    1. 3.1 จากโตเกียว
    2. 3.2 จากเซ็นได
    3. 3.3 จากยามากาตะ
    4. 3.4 JR Pass คุ้มหรือไม่
  4. 4 ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดใน Ginzan Onsen
    1. 4.1 ถนนออนเซ็น
    2. 4.2 สะพานแดง
    3. 4.3 บ่อแช่เท้า
    4. 4.4 เหมืองแร่ Nobesawa
  5. 5 พักที่ไหนดีใน Ginzan Onsen
    1. 5.1 เรียวกังแนะนำ
    2. 5.2 กลุ่มกลาง (เน้นอาบน้ำแร่วิวสวย)
    3. 5.3 กลุ่มประหยัด
    4. 5.4 ควรจองล่วงหน้ากี่เดือน
    5. 5.5 พัก 1 คืน หรือ One Day Trip
  6. 6 ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ
    1. 6.1 งบ 1 วัน
    2. 6.2 งบ 2 วัน 1 คืน
  7. 7 ร้านอาหารและคาเฟ่
    1. 7.1 เมนูขึ้นชื่อ
    2. 7.2 คาเฟ่วิวสวย
  8. 8 ข้อควรรู้ก่อนเดินทาง
    1. 8.1 มารยาทการแช่ออนเซ็น
    2. 8.2 การแต่งกายฤดูหนาว
    3. 8.3 ฝากกระเป๋าและสิ่งอำนวยความสะดวก
  9. 9 ตัวอย่างแผนเที่ยว Ginzan Onsen
    1. 9.1 One Day Trip จากโตเกียว
    2. 9.2 2 วัน 1 คืน
    3. 9.3 เที่ยวคู่ Yamadera / Yamagata
  10. 10 คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
  11. 11 สรุป

Ginzan Onsen คืออะไร

Ginzan Onsen หรือ กินซังออนเซ็น (銀山温泉) ตั้งอยู่ในเมืองโอบานาซาวะ จังหวัดยามากาตะ ภูมิภาคโทโฮคุ ที่นี่ เป็นหมู่บ้านน้ำพุร้อนขนาดเล็กที่ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขา ที่ชื่อ “กินซัง” แปลตรงตัวว่า “ภูเขาเงิน” จุดเริ่มต้นของหมู่บ้านแห่งนี้ มาจากเหมืองเงินโนเบซาวะที่ถูกค้นพบเมื่อราว 500 ปีก่อน โดยคนงานเหมืองในยุคนั้น ใช้น้ำพุร้อนที่ผุดขึ้นมาในการบรรเทาความเหนื่อยล้า จนเหมืองเริ่มเสื่อมโทรมลงในช่วงปลายสมัยเอโดะ หมู่บ้านจึงค่อย ๆ เปลี่ยนบทบาทมาเป็นแหล่งบ่อน้ำพุร้อนแทน

จุดที่ทำให้ กินซังออนเซ็น ต่างจากเมืองออนเซ็นอื่นในญี่ปุ่นก็คือ ความสวยงามของตึกเรียวกังไม้ 3-4 ชั้น ที่เรียงรายสองฝั่งแม่น้ำกินซังเกือบทั้งหมดสร้างขึ้นในยุคไทโช (ค.ศ. 1912-1926) และยังคงสภาพเดิมไว้แทบไม่เปลี่ยนแปลง บวกกับการที่ใจกลางหมู่บ้านเป็นเขตปลอดรถยนต์ ตอนกลางคืนมีเพียงแสงตะเกียงแก๊สและไฟจากเรียวกังที่ส่องลงน้ำ บรรยากาศจึงดูเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในภาพยนตร์ย้อนยุคจริง ๆ

“ครั้งแรกที่เห็นรูป หลายคนคิดว่าเป็นฉากในหนังหรือหมู่บ้านจำลอง แต่พอเดินเข้ามาจริง ๆ จะรู้ว่าที่นี่ยังมีคนใช้ชีวิตอยู่จริง และนั่นคือเสน่ห์ที่ทำให้กินซังออนเซ็นไม่เหมือนที่ไหน”

จุดเด่นของหมู่บ้านออนเซ็น

ความพิเศษของกินซังออนเซ็นนั้น อยู่ที่ “ภาพรวม” ของหมู่บ้าน มากกว่าสถานที่ใดที่หนึ่ง โดยเฉพาะ ย่านตึกเรียวกังที่มีหน้าจั่วโค้ง ผนังปูนขาว และระเบียงไม้ตั้งเรียงชิดริมแม่น้ำแคบ ๆ ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินเที่ยวเพียงไม่กี่ร้อยเมตร ก็เก็บภาพสวย ๆ ได้ทั่วทั้งเมือง อีกทั้งถนนสายหลักของที่นี่ ไม่อนุญาตให้รถยนต์ทั่วไปเข้า (ยกเว้นรถรับส่งของเรียวกัง) จึงสามารถเดินเล่นได้แบบสบาย ๆ ไม่ต้องระวังรถ และเพราะหมู่บ้านสร้างขึ้นในหุบเขาแคบ จึงมีแม่น้ำ น้ำตก และภูเขาล้อมรอบ ทำให้รู้สึกเงียบสงบกว่าออนเซ็นทาวน์ที่อยู่ติดเมืองใหญ่ โดยอาคารที่โดดเด่นแบบหลุดธีมไปอีกขั้วก็คือ เรียวกังฟูจิยะ (藤屋) ซึ่งสถาปนิกชื่อดัง คุมะ เคนโกะ เป็นผู้ออกแบบใหม่ ผสมเส้นสายโมเดิร์นเข้ากับโครงสร้างไม้เก่าแก่ ใครเดินผ่านแล้วเห็นกระจกบานใหญ่สะท้อนแสงตะเกียงแก๊สจะรู้ทันทีว่าไม่ใช่เรียวกังธรรมดา

“อย่ารีบเดินเก็บทุกมุมในครั้งเดียว ลองเดินช้า ๆ ทั้งตอนกลางวันและกลับมาเดินอีกครั้งหลังพระอาทิตย์ตก จะรู้สึกเหมือนได้เที่ยวคนละเมือง”

ทำไม กินซังออนเซ็น ถึงโด่งดัง

กินซังออนเซ็น เริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้างจากละครโทรทัศน์ของ NHK เรื่อง “Oshin” ที่ใช้หมู่บ้านนี้เป็นฉากหลัง ก่อนจะมาโด่งดังไกลระดับโลกอีกครั้ง เพราะกระแสที่ว่าบรรยากาศของที่นี่ (โดยเฉพาะเรียวกังโนโตยะ) มีกลิ่นอายคล้ายฉากโรงอาบน้ำในอนิเมะ “Spirited Away” ของสตูดิโอจิบลิ ที่แม้ว่า ทางสตูดิโอจะไม่เคยยืนยันอย่างเป็นทางการว่าใช้ที่นี่เป็นต้นแบบ แต่ภาพตึกไม้ริมน้ำยามค่ำคืนก็ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติแห่มาเช็กอินไม่ขาดสาย

และอีกปัจจัยที่ทำให้ที่นี่โด่งดังและมีความเฉพาะตัว ก็คือ “ฤดูหนาว” ซึ่งหิมะที่ถมทับหลังคาตึกไม้ ถูกแสงตะเกียงแก๊สสีส้มอุ่น ๆ สาดส่อง กลายเป็นภาพสวยงามที่แชร์ต่อกันในโซเชียลมีเดีย จนกลายเป็นหนึ่งในเป้าหมายของนักท่องเที่ยวสายถ่ายภาพหน้าหนาวของญี่ปุ่น

“แม้ Studio Ghibli จะไม่เคยยืนยันว่าที่นี่เป็นต้นแบบของ Spirited Away แต่บรรยากาศตอนกลางคืนก็ทำให้หลายคนเผลอนึกถึงฉากในเรื่องโดยไม่รู้ตัว”

เที่ยว Ginzan Onsen ช่วงไหนดี

ต้องบอกว่า ที่กินซังออนเซ็น นั้น มีเสน่ห์และความสวยงาม แตกต่างกันในแต่ละฤดู ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเลือกตามสไตล์การเที่ยวที่ต้องการได้เลย

ฤดูหนาว

ช่วงเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ ถือเป็นไฮไลต์ของที่นี่ ด้วยมีอุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ -5 ถึง 2 องศาเซลเซียส หิมะตกหนักและสะสมเป็นชั้นหนาบนหลังคาตึกไม้ และเมื่อพระอาทิตย์ตก ตะเกียงแก๊สถูกจุดขึ้น (ช่วงไฟประดับพิเศษราวปลายเดือนธันวาคมถึงปลายเดือนกุมภาพันธ์ จุดราว 17:30-20:30 น.) ภาพที่ได้คือสิ่งที่หลายคนบินมาญี่ปุ่นเพื่อมาดูโดยเฉพาะนั่นเอง

ข้อควรระวังคือ ในช่วงฤดูหนาว (โดยทั่วไปราววันที่ 20 ธันวาคม ถึงต้นเดือนมีนาคมของทุกปี) เทศบาลมีมาตรการจำกัดรถยนต์ส่วนตัวของนักท่องเที่ยวเที่ยวเดียว (ไม่พักค้าง) ไม่ให้เข้าใกล้ตัวหมู่บ้านในช่วง 16:00 น. เป็นต้นไป ต้องจอดรถที่ลานจอดด้านนอกแล้วต่อรถรับส่ง และที่สำคัญ คือตั้งแต่ฤดูหนาวปลายปี 2024 เป็นต้นมา การเข้าชมหมู่บ้านช่วงเย็น (ราว 16:00-20:00 น.) สำหรับนักท่องเที่ยวเที่ยวเดียวเปลี่ยนมาใช้ระบบ “จองตั๋วเข้าชมล่วงหน้าทางออนไลน์เท่านั้น” ไม่มีการรับคิวหน้างานแบบสุ่มเข้าไปอีกต่อไป ดังนั้นถ้าตั้งใจจะมาดูบรรยากาศตะเกียงแก๊สแบบไปเช้าเย็นกลับ ต้องจองตั๋วผ่านเว็บไซต์ทางการล่วงหน้าก่อนเดินทางเสมอ มิเช่นนั้นอาจเข้าชมไม่ได้เลย รายละเอียดวันและช่วงเวลาเปลี่ยนทุกปี ควรเช็กเว็บไซต์ทางการของกินซังออนเซ็นก่อนเดินทาง ส่วนผู้ที่จองห้องพักในหมู่บ้านแล้วมักไม่ติดข้อจำกัดนี้ แค่ต้องเตรียมหลักฐานการจองไว้แสดง

“ถ้าตั้งใจมาช่วงหิมะ อย่าลืมเผื่อเวลาให้ถึงก่อนพระอาทิตย์ตกสัก 30–60 นาที เพราะจะได้เห็นหมู่บ้านค่อย ๆ เปลี่ยนจากแสงธรรมชาติไปเป็นแสงตะเกียง ซึ่งสวยมาก”

ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี

ราว ๆ กลางเดือนตุลาคม ถึงต้นเดือนพฤศจิกายน ภูเขาโดยรอบของที่นี่ จะเปลี่ยนเป็นสีแดงอมส้ม ตัดกับตึกไม้ที่ตั้งอยู่เรียงราย สีขาว-น้ำตาล ถือเป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวน้อยกว่าฤดูหนาวค่อนข้างมาก จึงสามารถเดินเล่นชิล ๆ ได้สบาย ไม่ต้องแย่งมุมถ่ายภาพกับคนอื่น และยังมีอากาศที่เย็นสบายราว 5-15 องศาเซลเซียส เหมาะกับการเดินป่าระยะสั้นไปน้ำตกชิโรกาเนะ และเหมืองเงินที่อยู่ท้ายหมู่บ้าน

ฤดูใบไม้ผลิ

ช่วงเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม หิมะจะเริ่มละลาย และแม่น้ำกินซังก็ไหลแรงขึ้น อากาศเริ่มอุ่น (ราว 5-18 องศาเซลเซียส) ซึ่งในช่วงนี้ ค่าที่พักมักถูกกว่าช่วงพีค ๆ อย่างช่วงฤดูหนาว อีกทั้งยังพอเห็นหิมะหลงเหลือได้ตามยอดเขาในบางปี เหมาะกับคนที่อยากสัมผัสบรรยากาศสงบ ๆ โดยไม่ต้องแย่งจองห้องล่วงหน้าหลายเดือน

ฤดูร้อน

ช่วงเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคม ที่นี่จะมีอากาศเย็นกว่าเมืองใหญ่อย่างเห็นได้ชัด ด้วยเพราะอยู่ในหุบเขา (ราว 18-28 องศาเซลเซียส) เป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวน้อยที่สุดในรอบปี ทางเดินไปน้ำตกและเหมืองเงิน ยังเปิดให้เดินได้เต็มเส้นทาง (ปิดเฉพาะหน้าหนาวเพราะหิมะปกคลุม) ดังนั้น ใครที่อยากเดินสำรวจถ้ำเหมือง และเส้นทางป่าแบบเต็มที่ บอกเลยว่า ฤดูร้อนคือคำตอบที่ดีมากๆ

วิธีเดินทางไป Ginzan Onsen

ที่ กินซังออนเซ็น นั้น ไม่มีสถานีรถไฟเป็นของตัวเอง ซึ่งสถานีที่ตั้งใกล้ที่สุด คือสถานีโออิชิดะ (Oishida) บนสาย JR ยามากาตะชินคันเซ็น จากนั้น นักท่องเที่ยวจะต้องต่อรถบัสท้องถิ่นอีกหนึ่งต่อ

จากโตเกียว

สามารถนั่งรถไฟชินคันเซ็น สาย Yamagata Shinkansen ขบวน “Tsubasa” จากสถานีโตเกียว ตรงไปสถานีโออิชิดะ ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง 20 นาที ค่าโดยสารประมาณ 12,000-13,000 เยน (ที่นั่งจอง เที่ยวเดียว) จากนั้น สามารถต่อรถบัสท้องถิ่น (Hanagasa Bus) จากหน้าสถานีโออิชิดะไป กินซังออนเซ็น ใช้เวลาประมาณ 35-40 นาที ค่าโดยสารราว 1,000 เยนต่อเที่ยว รถบัสมีให้บริการเพียงวันละ 5 เที่ยวเท่านั้น (ขากลับจากกินซังออนเซ็นมีประมาณ 6 เที่ยว) จึงมาไม่บ่อยอย่างที่คิด ควรเช็กตารางเวลาบัสก่อนจองรถไฟ เพื่อไม่ให้ต้องรอนานหรือพลาดเที่ยวสุดท้าย

หากนักท่องเที่ยวตกรถบัสรอบสุดท้าย หรือเดินทางเป็นกลุ่ม 3-4 คน อีกทางเลือกคือการนั่งแท็กซี่จากสถานีโออิชิดะไปกินซังออนเซ็นโดยตรง ค่าโดยสารประมาณ 5,300 เยนต่อเที่ยว (รถเล็ก 4 ที่นั่ง) ใช้เวลาราว 20 นาที ซึ่งถ้าหารกันในกลุ่มจะถูกกว่านั่งรถบัส แถมไม่ต้องยืนรอท่ามกลางอากาศหนาว แต่ควรโทรจองล่วงหน้าโดยเฉพาะช่วงฤดูหนาวที่แท็กซี่มักไม่ว่างประจำการที่หน้าหมู่บ้าน

วิธีเดินทางระยะเวลาราคา (ต่อ 1 เที่ยว)หมายเหตุ
ชินคันเซ็น Tsubasa (โตเกียว-โออิชิดะ)ประมาณ 3 ชม. 20 นาที12,000-13,000 เยนJR Pass ครอบคลุม ต้องจองที่นั่ง
รถบัสท้องถิ่น (โออิชิดะ-กินซัง)ประมาณ 35-40 นาทีราว 1,000 เยนมีเพียงวันละ 5 เที่ยว และไม่อยู่ในความครอบคลุมของ JR Pass
แท็กซี่ (โออิชิดะ-กินซัง)ประมาณ 20 นาทีราว 5,300 เยน/เที่ยว (รถ 4 ที่นั่ง)เหมาะเมื่อตกบัส หรือเดินทางเป็นกลุ่ม ควรจองล่วงหน้า

“การเดินทางอาจดูหลายต่อ แต่จริง ๆ จุดสำคัญมีแค่เรื่องเดียว คืออย่าพลาดรอบรถบัสจากสถานี Oishida แนะนำเช็กตารางก่อนจองชินคันเซ็นทุกครั้ง”

จากเซ็นได

จากสถานีเซ็นได สามารถขึ้นรถบัสทางด่วนของ Yamako Bus ฝั่งทางออกตะวันตก (สาย “48 Liner” มุ่งหน้าชินโจ) โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 45 นาที ก็จะถึงป้าย Obanazawa Machiaijo จากนั้น ให้ต่อรถบัสเทศบาลสาย กินซังออนเซ็น ไปอีกประมาณ 35-45 นาที รวมเวลาเดินทางทั้งหมด ราว 2 ชั่วโมงครึ่ง ถึง 3 ชั่วโมง ถือเป็นเส้นทางที่สะดวกสำหรับคนที่เริ่มทริปโทโฮคุจากเซ็นได

จากยามากาตะ

จากสถานียามากาตะ สามารถนั่งรถไฟ Yamagata Shinkansen ไปสถานีโออิชิดะ ใช้เวลาประมาณ 30-40 นาที ค่าโดยสารราว 1,900 เยน หรือจะนั่งรถไฟท้องถิ่นสาย JR Ou Main Line ซึ่งมีราคาถูกกว่า และไม่ต้องจองที่นั่ง แต่จะใช้เวลาเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้น ให้ต่อรถบัสไปกินซังออนเซ็นเหมือนเส้นทางอื่น ๆ

อีกทางเลือกคือจากสนามบินยามากาตะ มีรถบัสตรงไปกินซังออนเซ็นวันละ 3 เที่ยว ใช้เวลาประมาณ 75-80 นาที ค่าโดยสารราว 2,000 เยนต่อคน เหมาะกับใครที่บินเข้าสนามบินยามากาตะโดยตรงและไม่อยากแวะตัวเมือง

JR Pass คุ้มหรือไม่

ส่วนรถไฟชินคันเซ็นช่วงโตเกียว-โออิชิดะ นั้น Japan Rail Pass แบบทั่วประเทศและ JR East Pass สามารถครอบคลุมได้ทั้งหมด แต่รถบัสต่อจากสถานีโออิชิดะไปกินซังออนเซ็นไม่ครอบคลุม

ข้อควรรู้ก็คือ JR East Pass เวอร์ชันเดิมที่แบ่งโซน “Tohoku area” กับ “Nagano, Niigata area” แยกกัน ได้ยกเลิกการขายไปแล้วตั้งแต่เดือนมีนาคม 2026 ปัจจุบันเปลี่ยนเป็น “JR East Pass” ใบเดียว ครอบคลุมการเดินทางทั้งโตเกียว โทโฮคุ นากาโน และนีงาตะ ในใบเดียวกัน ราคาเริ่มต้นประมาณ 35,000 เยนสำหรับใช้ได้ 5 วัน (หรือ 50,000 เยนสำหรับ 10 วัน) ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลง จึงควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากเว็บไซต์ JR East ก่อนซื้อทุกครั้ง

แต่ถ้าทริปนี้มีเพียงกินซังออนเซ็นจุดเดียว และเดินทางไป–กลับจากโตเกียวภายในวันเดียว แนะนำให้ซื้อตั๋ว Tsubasa แบบเที่ยวเดียวธรรมดาจะคุ้มกว่า เพราะค่าโดยสารไป–กลับอยู่ที่ประมาณ 24,000–26,000 เยน ซึ่งยังต่ำกว่า JR East Pass แบบ 5 วัน พอสมควร แต่ถ้าวางแผนเที่ยวหลายเมืองต่อเนื่อง เช่น ยามาเดระ เซนได ซาโอ หรือนากาโน ราคาเที่ยวเดียวโตเกียว-ยามากาตะที่ราว 12,000-13,000 เยน ต่อเที่ยวนั้น เกือบจะคุ้มราคา JR East Pass ได้ในตัวเองอยู่แล้ว ควรคำนวณจากเส้นทางทั้งทริปก่อนตัดสินใจซื้อ

“ถ้าทริปนี้ตั้งใจมาแค่กินซังออนเซ็นอย่างเดียว ซื้อตั๋วปกติมักคุ้มกว่า แต่ถ้าเที่ยวโทโฮคุหลายเมือง JR East Pass จะช่วยประหยัดได้เยอะ”

ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดใน Ginzan Onsen

ไม่ต้องพยายามเก็บให้ครบทุกจุด แค่เลือกเดินตามเส้นทางหลักของหมู่บ้านก็เจอครบแล้ว เพราะที่ กินซังออนเซ็น มีขนาดเล็กมาก เดินสุดถนนได้ในเวลาไม่ถึงชั่วโมง

ถนนออนเซ็น

สำหรับถนนสายหลักของหมู่บ้านนี้ ทอดยาวไปตามแม่น้ำกินซัง โดยสองฝั่งจะเรียงรายไปด้วยเรียวกังไม้ 3-4 ชั้น และด้วยความยาวรวมของถนนไม่ถึง 400 เมตร นักท่องเที่ยวจึงเดินเล่นได้แบบชิล ๆ ใช้เวลาประมาณ 30-40 นาที แต่ถ้าจะแวะถ่ายรูปทุกมุม และกินของว่างระหว่างทาง ควรเผื่อเวลาไว้ 1-2 ชั่วโมง เคล็ดลับคือ ช่วงก่อนเที่ยงมักเจอแสงย้อน ทำให้ถ่ายด้านหน้าของอาคารได้ยาก หากอยากได้ภาพถนนและแนวอาคารที่สวยชัดโดยไม่มีแสงรบกวน แนะนำให้มาช่วงบ่ายแก่ ๆ ส่วนใครอยากได้ภาพตะเกียงแก๊สสว่างไสว ต้องรอจนพลบค่ำ

“หลายคนใช้เวลาส่วนใหญ่ถ่ายรูปจากสะพาน แต่จริง ๆ ลองเดินเข้าซอยเล็ก ๆ แล้วหันกลับมามองถนนหลัก จะได้มุมที่นักท่องเที่ยวไม่ค่อยถ่ายกัน”

สะพานแดง

จุดถ่ายภาพยอดนิยมของหมู่บ้านอยู่บริเวณสะพานสีแดงกลางเมือง ใกล้กับสะพานชิโรกาเนะซึ่งเป็นทางเข้าหมู่บ้าน เมื่อยืนกลางสะพานจะมองเห็นแม่น้ำกินซังไหลผ่าน โดยมีอาคารเรียวกังเรียงตัวอยู่ทั้งสองฝั่งอย่างลงตัว เป็นมุมที่ใช้ถ่ายโปรโมต กินซังออนเซ็นในสื่อท่องเที่ยวเกือบทุกที่ ช่วงเย็นเมื่อตะเกียงแก๊สเริ่มส่องสว่าง จะมีนักท่องเที่ยวรอถ่ายรูปค่อนข้างมาก ควรเผื่อเวลาหรือมาถึงก่อนเปิดไฟเล็กน้อย

บ่อแช่เท้า

ใจกลางหมู่บ้านมีบ่อแช่เท้าน้ำพุร้อนฟรีชื่อ “วาราคุอาชิยุ” (和楽足湯) ซึ่งที่นี่ ใช้น้ำแร่จากแหล่งธรรมชาติโดยตรง เปิดให้ใช้บริการทุกวันตั้งแต่ 06:00-22:00 น. ไม่มีค่าใช้จ่าย เหมาะกับการนั่งพักขาหลังเดินเที่ยวทั้งวัน หรือจะซื้อของกินเล่นจากร้านใกล้เคียงมานั่งกินไปด้วยแช่เท้าไปด้วยก็ได้ ควรพกผ้าเช็ดเท้าเล็ก ๆ ติดตัวไปเอง เพราะจุดนี้ไม่มีผ้าเช็ดให้บริการ

สำหรับใครอยากแช่ตัวเต็มรูปแบบแบบไม่พักค้างคืน หมู่บ้านมีบ่อน้ำพุร้อนสาธารณะ “ชิโรกาเนะยุ” (しろがね湯) ออกแบบโดยสถาปนิกคุมะ เคนโกะ เปิดบริการ 09:00-16:00 น. (รับคิวสุดท้าย 15:30 น.) ค่าเข้าใช้บริการผู้ใหญ่ 500 เยน เด็กเล็ก 200 เยน

“หลังเดินบนพื้นหิมะหรืออากาศเย็นมาทั้งวัน การได้นั่งแช่เท้าพร้อมมองผู้คนเดินผ่าน เป็นช่วงเวลาที่เรียบง่ายแต่กลับน่าจดจำที่สุด”

เหมืองแร่ Nobesawa

เดินจากท้ายถนนออนเซ็นไปอีกประมาณ 15 นาทีตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่ได้รับการจัดไว้อย่างดีประมาณ 15 นาที จะพบกับ “น้ำตกชิโรกาเนะ” (白銀の滝) น้ำตกสูง 22 เมตร ซึ่งเหมาะสำหรับหยุดพักและชมธรรมชาติระหว่างทาง จากนั้นเดินต่อไปอีกราว 15-20 นาที จะถึงปากถ้ำ “เหมืองเงินกินโคโด” (銀鉱洞) ซึ่งเป็นซากเหมืองเงินโนเบซาวะดั้งเดิมที่เปิดดำเนินการมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 ก่อนจะถูกปิดเพราะดินถล่มในสมัยเอโดะ

ภายในถ้ำมีทางเดินและไฟส่องสว่างจัดไว้ครบ ใช้เวลาเดินศึกษาประมาณ 20 นาที และเปิดให้เข้าชมฟรี อุณหภูมิภายในค่อนข้างเย็นตลอดทั้งปี แม้ในช่วงฤดูร้อน จึงเป็นอีกจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมแวะพักคลายร้อน อย่างไรก็ตาม เส้นทางจะปิดให้บริการในฤดูหนาว เพราะหิมะปกคลุมและอันตรายต่อการเดิน เหมาะกับการไปเยือนช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิถึงต้นฤดูใบไม้ร่วงมากกว่า

พักที่ไหนดีใน Ginzan Onsen

หมู่บ้านแห่งนี้มีเรียวกังไม่ถึง 20 แห่ง เท่านั้น ทำให้จำนวนห้องพักมีค่อนข้างจำกัด โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวซึ่งเป็นฤดูท่องเที่ยวยอดนิยม นักท่องเที่ยวจึงควรวางแผน และจองที่พักล่วงหน้าแต่เนิ่น ๆ

เรียวกังแนะนำ

กลุ่มพรีเมียม (เรียวกังดั้งเดิม + ชื่อเสียงสูง)

  • โนโตยะ (能登屋) เป็นเรียวกังที่มีชื่อเสียงที่สุดของหมู่บ้าน ก่อตั้งปี 1892 โดยมีเพียง 15 ห้อง เท่านั้น ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องบรรยากาศย้อนยุคที่หลายคนเชื่อมโยงกับฉากในอนิเมะชื่อดัง
  • ฟูจิยะ (藤屋) เรียวกังที่ คุมะ เคนโกะ เป็นผู้ออกแบบใหม่ มีเพียง 8 ห้อง สไตล์โมเดิร์นผสมไม้เก่า เหมาะกับคนชอบดีไซน์เรียบหรู
  • โคเซกิยะ เบ็คคัง (古勢起屋別館) มีทั้งหมด 14 ห้อง จุดเด่นคือระบบออลอินคลูซีฟ ที่สามารถกินดื่มได้ไม่จำกัด ตลอดการพัก

กลุ่มกลาง (เน้นอาบน้ำแร่วิวสวย)

  • ทาคิมิคัง (瀧見館) ห้องพักวิวน้ำตก มีบ่อแช่กลางแจ้งให้บรรยากาศใกล้ธรรมชาติ ราคาเริ่มต้นประมาณ 16,000 เยน ต่อคนต่อคืน
  • กินซันโซ (銀山荘) บ่อน้ำพุร้อนกลางแจ้งขนาดใหญ่ สามารถมองเห็นวิวหุบเขาได้ในมุมมองกว้าง

กลุ่มประหยัด

  • โชวะคัง (昭和館), ยานาดะยะ (やなだ屋), เรียวกังมัตสึโมโตะ (旅館松本) ราคาเริ่มต้นประมาณ 12,000-13,000 เยน ต่อคนต่อคืน ให้บรรยากาศอบอุ่นแบบครอบครัว ห้องพักอาจไม่หรูหรา แต่สะอาดและมีทำเลที่ตั้ง อยู่ในถนนสายหลักเหมือนกัน
  • นางาซาวะเฮฮาจิ (永澤平八) ราคาเริ่มต้นประมาณ 13,000-22,000 เยน ต่อคนต่อคืน ตึกสร้างตั้งแต่ปี 1925 มีบ่อแช่ส่วนตัวให้จองคิวใช้

“ถ้างบถึง แนะนำพักในหมู่บ้านสักหนึ่งคืน เพราะหลังนักท่องเที่ยวกลับหมด บรรยากาศจะเงียบและสวยกว่าช่วงกลางวันอย่างเห็นได้ชัด”

ควรจองล่วงหน้ากี่เดือน

เรียวกังระดับพรีเมียม เช่น โนโตยะ ฟูจิยะ และโคเซกิยะเบ็คคัง มักถูกจองเต็มล่วงหน้ากว่า 6 เดือน โดยเฉพาะคืนวันศุกร์และวันเสาร์ในช่วงฤดูหนาว ส่วนเรียวกังระดับกลางควรจองล่วงหน้าอย่างน้อย 2–3 เดือน ขณะที่ที่พักราคาประหยัดอาจยังพอมีห้องว่างในช่วง 1 เดือนก่อนเดินทาง อย่างไรก็ตาม หากวางแผนเข้าพักคืนวันเสาร์ระหว่างเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ ควรจองทันทีที่กำหนดวันเดินทางได้ เนื่องจากเป็นช่วงที่ห้องพักเต็มเร็วที่สุดของปี

พัก 1 คืน หรือ One Day Trip

การเดินทางแบบไปเช้าเย็นกลับสามารถทำได้ เพราะใช้เวลาประมาณ 3–4 ชั่วโมง ก็สามารถเที่ยวชมจุดสำคัญภายในหมู่บ้านได้ครบ แต่สิ่งที่อาจพลาดไป คือบรรยากาศสวย ๆ ของแสงตะเกียงแก๊สยามค่ำคืน ซึ่งนับเป็นเสน่ห์สำคัญที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้เดินทางมายังที่นี่ โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาว ผู้ที่ไม่ได้เข้าพักค้างคืนอาจมีข้อจำกัดด้านเวลาในการเที่ยวชมหมู่บ้านช่วงเย็นอีกด้วย

หากพักค้างคืนสัก 1 คืน นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสบรรยากาศของหมู่บ้าน ใน 2 ช่วงเวลาที่พิเศษที่สุด ทั้งยามเช้าก่อน 10.00 น. ซึ่งนักท่องเที่ยวแบบกรุ๊ปทัวร์ยังเดินทางมาไม่ถึง และยามค่ำคืนอันเงียบสงบหลังนักท่องเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับ ทยอยกลับหมดแล้ว นับเป็นช่วงเวลาที่คุ้มค่าที่สุดของทริป อีกทั้งยังได้แช่ออนเซ็นส่วนตัวของเรียวกังอย่างผ่อนคลายโดยไม่ต้องเร่งรีบอีกด้วย

“ถ้าให้เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ผมเลือกพักค้างคืน เพราะช่วงเช้าตรู่ที่หมู่บ้านยังเงียบ มีเพียงเสียงแม่น้ำกับไอน้ำจากออนเซ็น เป็นภาพที่หาไม่ได้จากทริปแบบไปเช้าเย็นกลับ”

ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ

ค่าใช้จ่ายโดยประมาณด้านล่างนั้น คำนวณจากการเดินทางในเส้นทางโตเกียว–กินซังออนเซ็น ต่อคน โดยยังไม่รวมค่าใช้จ่ายสำหรับการช้อปปิ้งและซื้อของฝาก

รายการDay-trip2 วัน 1 คืน
เดินทางไป-กลับ (ชินคันเซ็น+บัส)~26,000-28,000 เยน~26,000-28,000 เยน
ที่พัก (รวมอาหาร 2 มื้อ)15,000-35,000 เยน
อาหาร + ของว่างเพิ่มเติม~2,000-3,000 เยน~2,000-3,000 เยน
กิจกรรม (บ่อน้ำพุร้อนสาธารณะ ฯลฯ)~500 เยน~500-1,000 เยน
รวมโดยประมาณ~28,000-32,000 เยน~45,000-65,000 เยน

งบ 1 วัน

สำหรับทริปแบบไปเช้าเย็นกลับจากโตเกียวนั้น มีค่าใช้จ่ายหลักอยู่ที่รถไฟชินคันเซ็น โดยตั๋วไป–กลับ คิดเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของงบประมาณทั้งหมด ส่วนค่าใช้จ่ายภายในหมู่บ้านถือว่าไม่สูงนัก เพราะอาหารและของกินส่วนใหญ่ มีราคาตั้งแต่หลักร้อยถึงหนึ่งพันเยนต้น ๆ อีกทั้งยังสามารถใช้บริการบ่อแช่เท้าได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายอีกด้วย

งบ 2 วัน 1 คืน

ค่าที่พักถือเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้งบประมาณของทริปแตกต่างกันมากที่สุด หากนักท่องเที่ยวเลือกเรียวกังระดับประหยัด ค่าใช้จ่ายจะใกล้เคียงกับทริปแบบไปเช้าเย็นกลับ โดยเพิ่มขึ้นประมาณ 15,000–20,000 เยน ต่อคน แต่หากต้องการสัมผัสเรียวกังระดับพรีเมียม เช่น โนโตยะ หรือฟูจิยะ ราคาที่พักอาจสูงถึง 30,000–50,000 เยน ต่อคนต่อคืนขึ้นไป ซึ่งโดยทั่วไปจะรวมอาหารค่ำแบบไคเซกิและอาหารเช้าไว้แล้ว จึงถือว่าคุ้มค่าสำหรับประสบการณ์การพักผ่อนแบบเรียวกังอย่างเต็มรูปแบบ

ร้านอาหารและคาเฟ่

เมืองโอบานาซาวะ มีชื่อเสียงด้านบะหมี่โซบะและเนื้อวัวท้องถิ่นคุณภาพดี อย่าง “โอบานาซาวะกิว” จึงไม่น่าแปลกใจที่ร้านอาหารหลายแห่งในกินซังออนเซ็น จะนำวัตถุดิบทั้งสองชนิดมาเป็นเมนูเด่นประจำร้าน

“ไม่จำเป็นต้องหาร้านดังที่สุดก็ได้ ร้านเล็ก ๆ หลายร้านใช้วัตถุดิบท้องถิ่นเหมือนกัน และบรรยากาศเป็นกันเองกว่ามาก”

เมนูขึ้นชื่อ

🍜 อิตะโซบะ / บันไซโซบะ
โซบะเส้นหนาที่จัดเสิร์ฟบนถาดไม้ ทำจากแป้งบักวีตท้องถิ่นและบดรวมทั้งเปลือก จึงมีกลิ่นหอมและรสชาติเข้มข้นกว่าโซบะทั่วไป สามารถลิ้มลองได้ที่ร้าน “อิซุโนะฮานะ” (伊豆の華) เมนูแนะนำคือ “อาเกะนาสึโอโรชิโซบะ” โซบะเสิร์ฟพร้อมมะเขือยาวทอดและหัวไชเท้าขูด ราคาโดยประมาณ 1,430 เยน

🍦 โซบะซอฟต์ครีม ไอศกรีมรสโซบะคั่ว เสิร์ฟพร้อมคินาโกะและน้ำเชื่อมดำ ราคาประมาณ 660-980 เยน หากินได้ตามคาเฟ่ในหมู่บ้านทั่วไป

🥢 เต้าหู้ยืนกิน ร้านโนงาวะโทฟุยะ (野川とうふや)
ร้านเต้าหู้เก่าแก่ที่เปิดมายาวนานกว่า 130 ปี เมนูยอดนิยมคือ เต้าหู้เนื้อนุ่มราดซอสโชยุสูตรเฉพาะของร้าน และเต้าหู้ทอดร้อน ๆ ราคาปัจจุบันอยู่ที่ราว 250-300 เยน ต่อชิ้น (ปรับขึ้นเล็กน้อยจากเดิม) เหมาะสำหรับซื้อรับประทานเล่นระหว่างเดินชมบรรยากาศของกินซังออนเซ็น

🍛 แกงกินซัง (銀山カレー) ร้านสวอลโลเน (スワローネ)
ร้านนี้ตั้งอยู่บริเวณชั้นล่างของ โคเซกิยะเบ็คคัง โดยมีเมนูเด่นอย่าง แกงกะหรี่ที่ใช้เนื้อวัวโอบานาซาวะ เสิร์ฟพร้อมข้าวดอกคำฝอย เดิมเปิดให้บริการเฉพาะวันพุธ เสาร์ และอาทิตย์ โดยจำกัดประมาณ 30 ที่ต่อวัน อย่างไรก็ตาม วันและเวลาเปิด–ปิด อาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล จึงควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดก่อนเดินทาง

คาเฟ่วิวสวย

อิซุโนะฮานะ (伊豆の華)
บริเวณชั้น 2 จัดเป็นพื้นที่คาเฟ่ พร้อมที่นั่งริมหน้าต่าง สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของถนนออนเซ็นได้ตลอดทั้งสาย เหมาะสำหรับนั่งจิบชาและพักผ่อนในช่วงบ่าย

🍮 ซาเกฉะโบ คุริเอะ (酒茶房クリエ)
คาเฟ่ขนาดเล็กที่ขึ้นชื่อเรื่องโกโก้ร้อนเสิร์ฟ พร้อมมาร์ชเมลโลว์ย่างและพุดดิ้งโฮมเมด ภายในร้านมีบรรยากาศอบอุ่น พร้อมมุมชมวิวหมู่บ้านกินซังออนเซ็นได้อย่างใกล้ชิด

ข้อควรรู้ก่อนเดินทาง

มารยาทการแช่ออนเซ็น

ก่อนที่จะลงแช่บ่อออนเซ็น นักท่องเที่ยวต้องอาบน้ำ และชำระร่างกายให้สะอาดบริเวณจุดอาบน้ำที่จัดเตรียมไว้ ห้ามสวมชุดว่ายน้ำลงบ่อ และไม่ควรนำผ้าขนหนูจุ่มลงในน้ำ ผู้ที่มีผมยาวควรมัดหรือรวบผมให้พ้นน้ำ นอกจากนี้ เรียวกังแบบดั้งเดิมหลายแห่งใน กินซังออนเซ็น ยังค่อนข้างเข้มงวดเกี่ยวกับรอยสัก โดยเฉพาะรอยสักขนาดใหญ่ หากมีรอยสัก ควรสอบถามนโยบายของเรียวกังหรือบ่อออนเซ็นสาธารณะล่วงหน้า เนื่องจากแต่ละแห่งมีข้อกำหนดแตกต่างกัน

การแต่งกายฤดูหนาว

ในช่วงฤดูหนาว ถนนภายในหมู่บ้านมักปกคลุมไปด้วยหิมะอัดแน่นและแผ่นน้ำแข็งที่ลื่นมาก จึงควรสวมรองเท้าบูตลุยหิมะแบบกันน้ำและมีพื้นยางร่องลึกเพื่อช่วยยึดเกาะ รองเท้าผ้าใบทั่ว ๆ ไปอาจเปียกชื้นและลื่นได้ง่าย สำหรับเสื้อผ้า นักท่องเที่ยวควรเลือกเสื้อโค้ตเนื้อหนาที่กันลมและกันน้ำ พร้อมปกป้อง “3 จุดสำคัญ” ได้แก่ คอ ข้อมือ และข้อเท้า ด้วยผ้าพันคอ ถุงมือ และถุงเท้าหนา เพราะลมเย็นจากหุบเขาอาจทำให้อุณหภูมิที่รู้สึกได้ต่ำกว่าที่คาดไว้มาก

ฝากกระเป๋าและสิ่งอำนวยความสะดวก

ภายในหมู่บ้านกินซังออนเซ็น ไม่มีตู้ล็อกเกอร์สาธารณะสำหรับฝากสัมภาระ ดังนั้น หากนักท่องเที่ยวเดินทางแบบไปเช้าเย็นกลับ ควรฝากกระเป๋าใบใหญ่ไว้ในล็อกเกอร์ที่สถานีโออิชิดะ ก่อนต่อรถบัสเข้าสู่หมู่บ้าน ส่วนผู้ที่พักค้างคืน เรียวกังส่วนใหญ่มักรับฝากสัมภาระให้ได้ก่อนเวลาเช็กอิน นอกจากนี้ ร้านค้าขนาดเล็กและรถบัสท้องถิ่น ส่วนใหญ่ยังรับชำระด้วยเงินสด จึงควรเตรียมเงินเยนให้เพียงพอ ส่วนบัตรเครดิตมักใช้ได้เฉพาะเรียวกัง และร้านค้าขนาดใหญ่บางแห่งเท่านั้น

ตัวอย่างแผนเที่ยว Ginzan Onsen

One Day Trip จากโตเกียว

07.30 น. — ออกเดินทางจากสถานีโตเกียวด้วยรถไฟชินคันเซ็น Tsubasa
10.50 น. — เดินทางถึงสถานีโออิชิดะ และฝากกระเป๋าใบใหญ่ไว้ในล็อกเกอร์
11.00 น. — ต่อรถบัส มุ่งหน้าสู่กินซังออนเซ็น
11.40 น. — เดินทางถึงกินซังออนเซ็น เดินสำรวจถนนสายออนเซ็น
12.00 น. — รับประทานมื้อกลางวันที่ร้านโซบะ
13.00 น. — แช่เท้าที่บ่อวาราคุอาชิยุ พร้อมเดินถ่ายภาพสะพานแดงและอาคารเรียวกัง
14.00 น. — เดินไปชมน้ำตกชิโรกาเนะและเหมืองเงินกินโคโด เฉพาะช่วงที่เส้นทางเปิดนอกฤดูหนาว
15.30 น. — แวะพักที่คาเฟ่ก่อนเดินทางกลับ
16.30 น. — ขึ้นรถบัสกลับไปยังสถานีโออิชิดะ
17.30 น. — เดินทางกลับโตเกียวด้วยรถไฟชินคันเซ็น และถึงสถานีโตเกียวประมาณ 20.50 น.

ควรตรวจสอบตารางรถไฟและรถบัสล่าสุดก่อนเดินทาง เนื่องจากเวลาให้บริการอาจเปลี่ยนแปลงตามวันและฤดูกาล

2 วัน 1 คืน

วันที่ 1

ช่วงบ่าย — เดินทางถึงกินซังออนเซ็น ฝากสัมภาระและเช็กอินเข้าพักที่เรียวกัง
ช่วงเย็น — เดินชมบรรยากาศถนนออนเซ็น ขณะที่แสงจากตะเกียงแก๊สเริ่มส่องสว่าง ก่อนกลับไปรับประทานอาหารค่ำแบบไคเซกิ
ช่วงค่ำ — ผ่อนคลายด้วยการแช่ออนเซ็นส่วนตัว หรือบ่อออนเซ็นรวมภายในเรียวกัง

วันที่ 2

ช่วงเช้าตรู่ — เดินเล่นบนถนนสายออนเซ็น ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบก่อนนักท่องเที่ยวแบบกรุ๊ปทัวร์จะเดินทางมาถึง
ช่วงเช้า — รับประทานอาหารเช้าที่เรียวกัง ก่อนเก็บสัมภาระและเช็กเอาต์
ช่วงสาย — เดินไปชมน้ำตกชิโรกาเนะและเหมืองเงินกินโคโด หรือเลือกแช่ออนเซ็นที่บ่อสาธารณะชิโรกาเนะยุ
ช่วงบ่าย — ออกเดินทางกลับ

เส้นทางสู่น้ำตกและเหมืองเงินอาจปิดในช่วงฤดูหนาว ควรตรวจสอบสถานะการเปิดให้บริการล่วงหน้า

เที่ยวคู่ Yamadera / Yamagata

หากมีเวลาเพิ่มอีก 1 วัน แนะนำให้ต่อยอดทริปด้วยการแวะเที่ยววัดยามาเดระ (山寺) วัดเก่าแก่บนภูเขา และจุดชมวิวชื่อดังของจังหวัดยามากาตะ โดยนั่งชินคันเซ็นจากโตเกียวไปลงสถานียามากาตะ แล้วต่อรถไฟสายเซ็นซังไปยังสถานียามาเดระ จากนั้นเดินขึ้นบันไดหินเพื่อชมวัดและทิวทัศน์จากด้านบน

หลังเที่ยวชมเสร็จ ให้นั่งรถไฟสายเซ็นซังย้อนกลับไปยังสถานีอุเซ็นจิโตเสะ แล้วเปลี่ยนไปขึ้นรถไฟสายยามากาตะมุ่งหน้าสู่สถานีโออิชิดะ ก่อนต่อรถบัสไปพักค้างคืนที่กินซังออนเซ็น และเดินทางกลับในวันถัดไป เส้นทางนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสทั้งวัดเก่าแก่ท่ามกลางธรรมชาติและหมู่บ้านออนเซ็นอันมีเสน่ห์ภายในทริปเดียว

รถไฟชินคันเซ็นไม่ได้วิ่งตรงถึงสถานียามาเดระ และเวลาเปลี่ยนขบวนอาจแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบตารางรถไฟและรถบัสล่าสุดก่อนเดินทาง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ไปเที่ยวกินซังออนเซ็นด้วยตัวเองยากไหม?
ไม่ยาก เส้นทางค่อนข้างชัดเจน โดยนั่งรถไฟชินคันเซ็นไปยังสถานีโออิชิดะ แล้วต่อรถบัสเข้าสู่กินซังออนเซ็น อย่างไรก็ตาม รถบัสให้บริการไม่ถี่นัก โดยอาจเว้นช่วงประมาณ 1.5–2 ชั่วโมง หากพลาดเที่ยวที่วางแผนไว้อาจต้องรอนาน จึงควรตรวจสอบตารางเวลาและวางแผนล่วงหน้า

กินซังออนเซ็นมีหิมะถึงเดือนไหน?
โดยทั่วไปหิมะจะเริ่มตกตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายนและอาจต่อเนื่องถึงต้นเดือนมีนาคม ส่วนช่วงที่มีโอกาสพบหิมะหนาแน่นและทิวทัศน์สวยที่สุดมักอยู่ระหว่างเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ ทั้งนี้ ปริมาณหิมะอาจแตกต่างกันในแต่ละปี

หากไม่พักเรียวกัง สามารถเข้าชมหมู่บ้านได้ไหม?
สามารถเข้าชมได้ตามปกติในฤดูกาลทั่วไป แต่ในช่วงฤดูหนาว ประมาณวันที่ 20 ธันวาคมถึงต้นเดือนมีนาคม การเข้าชมหมู่บ้านช่วงเย็นราว 16.00–20.00 น. สำหรับผู้ที่ไม่ได้พักค้างคืนอาจต้องจองบัตรล่วงหน้าผ่านระบบออนไลน์ โดยไม่มีการจำหน่ายบัตรหน้างาน ควรตรวจสอบข้อกำหนดและช่วงเวลาล่าสุดจากเว็บไซต์ทางการของปีที่จะเดินทาง

JR Pass ใช้เดินทางได้หรือไม่?
JR Pass สามารถใช้กับรถไฟชินคันเซ็นในเส้นทางโตเกียว–โออิชิดะได้ตามเงื่อนไขของบัตรแต่ละประเภท แต่ไม่ครอบคลุมรถบัสจากสถานีโออิชิดะไปกินซังออนเซ็น จึงต้องชำระค่าโดยสารรถบัสแยกต่างหาก

บัตรเครดิตใช้ได้ทั่วไปไหม?
บัตรเครดิตมักใช้ได้เฉพาะเรียวกังและร้านค้าขนาดใหญ่บางแห่ง ขณะที่ร้านอาหารขนาดเล็กและรถบัสท้องถิ่นส่วนใหญ่ยังรับชำระด้วยเงินสด จึงควรเตรียมเงินเยนให้เพียงพอตลอดการเดินทาง

ผู้ที่มีรอยสักสามารถเข้าออนเซ็นได้ไหม?
เรียวกังแบบดั้งเดิมหลายแห่งในกินซังออนเซ็นยังมีข้อจำกัดเกี่ยวกับรอยสัก โดยเฉพาะรอยสักขนาดใหญ่ เนื่องจากนโยบายของแต่ละแห่งแตกต่างกัน จึงควรสอบถามที่พักหรือบ่อออนเซ็นโดยตรงก่อนจองและเดินทาง

“หลายคนจำภาพกินซังออนเซ็นจากหิมะและตะเกียงแก๊ส แต่สิ่งที่ติดอยู่ในความทรงจำจริง ๆ คือความเงียบ เสียงลำธาร และจังหวะชีวิตที่ช้าลงอย่างน่าประหลาด”

สรุป

กินซังออนเซ็น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสบรรยากาศญี่ปุ่นยุคไทโช ซึ่งยังคงได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างงดงาม ไม่ว่าจะเป็นคู่รักที่อยากเก็บภาพโรแมนติกริมแม่น้ำยามค่ำคืน หรือสายถ่ายภาพที่ต้องการบันทึกทิวทัศน์ของหิมะขาวกับแสงตะเกียงแก๊ส

แม้การเดินทางจะใช้เวลาพอสมควร และต้องวางแผนล่วงหน้าอย่างรอบคอบ แต่ทันทีที่แสงไฟส่องสว่างไปทั่วถนนสายออนเซ็น ภาพตรงหน้าก็จะทำให้รู้ว่า ทุกนาทีที่ใช้ไปกับการเดินทางด้วยรถไฟและรถบัสนั้นคุ้มค่าเพียงใด

Contents Index
  1. 1 Ginzan Onsen คืออะไร
    1. 1.1 จุดเด่นของหมู่บ้านออนเซ็น
    2. 1.2 ทำไม กินซังออนเซ็น ถึงโด่งดัง
  2. 2 เที่ยว Ginzan Onsen ช่วงไหนดี
    1. 2.1 ฤดูหนาว
    2. 2.2 ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี
    3. 2.3 ฤดูใบไม้ผลิ
    4. 2.4 ฤดูร้อน
  3. 3 วิธีเดินทางไป Ginzan Onsen
    1. 3.1 จากโตเกียว
    2. 3.2 จากเซ็นได
    3. 3.3 จากยามากาตะ
    4. 3.4 JR Pass คุ้มหรือไม่
  4. 4 ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดใน Ginzan Onsen
    1. 4.1 ถนนออนเซ็น
    2. 4.2 สะพานแดง
    3. 4.3 บ่อแช่เท้า
    4. 4.4 เหมืองแร่ Nobesawa
  5. 5 พักที่ไหนดีใน Ginzan Onsen
    1. 5.1 เรียวกังแนะนำ
    2. 5.2 กลุ่มกลาง (เน้นอาบน้ำแร่วิวสวย)
    3. 5.3 กลุ่มประหยัด
    4. 5.4 ควรจองล่วงหน้ากี่เดือน
    5. 5.5 พัก 1 คืน หรือ One Day Trip
  6. 6 ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ
    1. 6.1 งบ 1 วัน
    2. 6.2 งบ 2 วัน 1 คืน
  7. 7 ร้านอาหารและคาเฟ่
    1. 7.1 เมนูขึ้นชื่อ
    2. 7.2 คาเฟ่วิวสวย
  8. 8 ข้อควรรู้ก่อนเดินทาง
    1. 8.1 มารยาทการแช่ออนเซ็น
    2. 8.2 การแต่งกายฤดูหนาว
    3. 8.3 ฝากกระเป๋าและสิ่งอำนวยความสะดวก
  9. 9 ตัวอย่างแผนเที่ยว Ginzan Onsen
    1. 9.1 One Day Trip จากโตเกียว
    2. 9.2 2 วัน 1 คืน
    3. 9.3 เที่ยวคู่ Yamadera / Yamagata
  10. 10 คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
  11. 11 สรุป
Mmtb

Blogger : Mmtb

Position : หนุ่มเคราดกผู้หลงรักงานคราฟต์: ถ่ายทอดความละเมียดละไมของญี่ปุ่น ในจังหวะปั่นสไตล์วินเทจ

ภายใต้ลุคเคราดกและรอยเปื้อนจากการเดินทาง ผมคือผู้นิยมความประณีตในตัวอักษร ผมหลงรักการเดินทางไปสัมผัสจิตวิญญาณแบบญี่ปุ่น แล้วนำมาปรุงใหม่ผ่านปลายปากกา ไม่ว่าจะเป็นความสงบของสถาปัตยกรรมหรือความจัดจ้านของ Streetwear ผมเขียนทุกบรรทัดเพื่อให้คุณได้กลิ่นอายของสถานที่นั้นจริงๆ

โหวต

| Polls
โหวต | Polls
  • คุณอยากไปทัวร์ 1 วันแบบไหนมากที่สุดในญี่ปุ่น?

    View Results

    Loading ... Loading ...

สถานที่เที่ยว

| Feature

กรณีฉุกเฉิน

| Emergency
  • Police

    110

  • Ambulance

    119

  • AMDA International Medical Information Center

    03-6233-9266

  • สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว

    090-4435-7812

  • สถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซาก้า

    090-1895-0987

  • สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฟุกุโอกะ

    090-2585-3027 หรือ 090-9572-1515