คูปองส่วนลดที่น่าสนใจ
5%
10%
7%

Ginzan Onsen หรือ กินซังออนเซ็น (銀山温泉) ตั้งอยู่ในเมืองโอบานาซาวะ จังหวัดยามากาตะ ภูมิภาคโทโฮคุ ที่นี่ เป็นหมู่บ้านน้ำพุร้อนขนาดเล็กที่ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขา ที่ชื่อ “กินซัง” แปลตรงตัวว่า “ภูเขาเงิน” จุดเริ่มต้นของหมู่บ้านแห่งนี้ มาจากเหมืองเงินโนเบซาวะที่ถูกค้นพบเมื่อราว 500 ปีก่อน โดยคนงานเหมืองในยุคนั้น ใช้น้ำพุร้อนที่ผุดขึ้นมาในการบรรเทาความเหนื่อยล้า จนเหมืองเริ่มเสื่อมโทรมลงในช่วงปลายสมัยเอโดะ หมู่บ้านจึงค่อย ๆ เปลี่ยนบทบาทมาเป็นแหล่งบ่อน้ำพุร้อนแทน
จุดที่ทำให้ กินซังออนเซ็น ต่างจากเมืองออนเซ็นอื่นในญี่ปุ่นก็คือ ความสวยงามของตึกเรียวกังไม้ 3-4 ชั้น ที่เรียงรายสองฝั่งแม่น้ำกินซังเกือบทั้งหมดสร้างขึ้นในยุคไทโช (ค.ศ. 1912-1926) และยังคงสภาพเดิมไว้แทบไม่เปลี่ยนแปลง บวกกับการที่ใจกลางหมู่บ้านเป็นเขตปลอดรถยนต์ ตอนกลางคืนมีเพียงแสงตะเกียงแก๊สและไฟจากเรียวกังที่ส่องลงน้ำ บรรยากาศจึงดูเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในภาพยนตร์ย้อนยุคจริง ๆ
“ครั้งแรกที่เห็นรูป หลายคนคิดว่าเป็นฉากในหนังหรือหมู่บ้านจำลอง แต่พอเดินเข้ามาจริง ๆ จะรู้ว่าที่นี่ยังมีคนใช้ชีวิตอยู่จริง และนั่นคือเสน่ห์ที่ทำให้กินซังออนเซ็นไม่เหมือนที่ไหน”

ความพิเศษของกินซังออนเซ็นนั้น อยู่ที่ “ภาพรวม” ของหมู่บ้าน มากกว่าสถานที่ใดที่หนึ่ง โดยเฉพาะ ย่านตึกเรียวกังที่มีหน้าจั่วโค้ง ผนังปูนขาว และระเบียงไม้ตั้งเรียงชิดริมแม่น้ำแคบ ๆ ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินเที่ยวเพียงไม่กี่ร้อยเมตร ก็เก็บภาพสวย ๆ ได้ทั่วทั้งเมือง อีกทั้งถนนสายหลักของที่นี่ ไม่อนุญาตให้รถยนต์ทั่วไปเข้า (ยกเว้นรถรับส่งของเรียวกัง) จึงสามารถเดินเล่นได้แบบสบาย ๆ ไม่ต้องระวังรถ และเพราะหมู่บ้านสร้างขึ้นในหุบเขาแคบ จึงมีแม่น้ำ น้ำตก และภูเขาล้อมรอบ ทำให้รู้สึกเงียบสงบกว่าออนเซ็นทาวน์ที่อยู่ติดเมืองใหญ่ โดยอาคารที่โดดเด่นแบบหลุดธีมไปอีกขั้วก็คือ เรียวกังฟูจิยะ (藤屋) ซึ่งสถาปนิกชื่อดัง คุมะ เคนโกะ เป็นผู้ออกแบบใหม่ ผสมเส้นสายโมเดิร์นเข้ากับโครงสร้างไม้เก่าแก่ ใครเดินผ่านแล้วเห็นกระจกบานใหญ่สะท้อนแสงตะเกียงแก๊สจะรู้ทันทีว่าไม่ใช่เรียวกังธรรมดา
“อย่ารีบเดินเก็บทุกมุมในครั้งเดียว ลองเดินช้า ๆ ทั้งตอนกลางวันและกลับมาเดินอีกครั้งหลังพระอาทิตย์ตก จะรู้สึกเหมือนได้เที่ยวคนละเมือง”

กินซังออนเซ็น เริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้างจากละครโทรทัศน์ของ NHK เรื่อง “Oshin” ที่ใช้หมู่บ้านนี้เป็นฉากหลัง ก่อนจะมาโด่งดังไกลระดับโลกอีกครั้ง เพราะกระแสที่ว่าบรรยากาศของที่นี่ (โดยเฉพาะเรียวกังโนโตยะ) มีกลิ่นอายคล้ายฉากโรงอาบน้ำในอนิเมะ “Spirited Away” ของสตูดิโอจิบลิ ที่แม้ว่า ทางสตูดิโอจะไม่เคยยืนยันอย่างเป็นทางการว่าใช้ที่นี่เป็นต้นแบบ แต่ภาพตึกไม้ริมน้ำยามค่ำคืนก็ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติแห่มาเช็กอินไม่ขาดสาย
และอีกปัจจัยที่ทำให้ที่นี่โด่งดังและมีความเฉพาะตัว ก็คือ “ฤดูหนาว” ซึ่งหิมะที่ถมทับหลังคาตึกไม้ ถูกแสงตะเกียงแก๊สสีส้มอุ่น ๆ สาดส่อง กลายเป็นภาพสวยงามที่แชร์ต่อกันในโซเชียลมีเดีย จนกลายเป็นหนึ่งในเป้าหมายของนักท่องเที่ยวสายถ่ายภาพหน้าหนาวของญี่ปุ่น
“แม้ Studio Ghibli จะไม่เคยยืนยันว่าที่นี่เป็นต้นแบบของ Spirited Away แต่บรรยากาศตอนกลางคืนก็ทำให้หลายคนเผลอนึกถึงฉากในเรื่องโดยไม่รู้ตัว”
ต้องบอกว่า ที่กินซังออนเซ็น นั้น มีเสน่ห์และความสวยงาม แตกต่างกันในแต่ละฤดู ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเลือกตามสไตล์การเที่ยวที่ต้องการได้เลย

ช่วงเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ ถือเป็นไฮไลต์ของที่นี่ ด้วยมีอุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ -5 ถึง 2 องศาเซลเซียส หิมะตกหนักและสะสมเป็นชั้นหนาบนหลังคาตึกไม้ และเมื่อพระอาทิตย์ตก ตะเกียงแก๊สถูกจุดขึ้น (ช่วงไฟประดับพิเศษราวปลายเดือนธันวาคมถึงปลายเดือนกุมภาพันธ์ จุดราว 17:30-20:30 น.) ภาพที่ได้คือสิ่งที่หลายคนบินมาญี่ปุ่นเพื่อมาดูโดยเฉพาะนั่นเอง
ข้อควรระวังคือ ในช่วงฤดูหนาว (โดยทั่วไปราววันที่ 20 ธันวาคม ถึงต้นเดือนมีนาคมของทุกปี) เทศบาลมีมาตรการจำกัดรถยนต์ส่วนตัวของนักท่องเที่ยวเที่ยวเดียว (ไม่พักค้าง) ไม่ให้เข้าใกล้ตัวหมู่บ้านในช่วง 16:00 น. เป็นต้นไป ต้องจอดรถที่ลานจอดด้านนอกแล้วต่อรถรับส่ง และที่สำคัญ คือตั้งแต่ฤดูหนาวปลายปี 2024 เป็นต้นมา การเข้าชมหมู่บ้านช่วงเย็น (ราว 16:00-20:00 น.) สำหรับนักท่องเที่ยวเที่ยวเดียวเปลี่ยนมาใช้ระบบ “จองตั๋วเข้าชมล่วงหน้าทางออนไลน์เท่านั้น” ไม่มีการรับคิวหน้างานแบบสุ่มเข้าไปอีกต่อไป ดังนั้นถ้าตั้งใจจะมาดูบรรยากาศตะเกียงแก๊สแบบไปเช้าเย็นกลับ ต้องจองตั๋วผ่านเว็บไซต์ทางการล่วงหน้าก่อนเดินทางเสมอ มิเช่นนั้นอาจเข้าชมไม่ได้เลย รายละเอียดวันและช่วงเวลาเปลี่ยนทุกปี ควรเช็กเว็บไซต์ทางการของกินซังออนเซ็นก่อนเดินทาง ส่วนผู้ที่จองห้องพักในหมู่บ้านแล้วมักไม่ติดข้อจำกัดนี้ แค่ต้องเตรียมหลักฐานการจองไว้แสดง
“ถ้าตั้งใจมาช่วงหิมะ อย่าลืมเผื่อเวลาให้ถึงก่อนพระอาทิตย์ตกสัก 30–60 นาที เพราะจะได้เห็นหมู่บ้านค่อย ๆ เปลี่ยนจากแสงธรรมชาติไปเป็นแสงตะเกียง ซึ่งสวยมาก”

ราว ๆ กลางเดือนตุลาคม ถึงต้นเดือนพฤศจิกายน ภูเขาโดยรอบของที่นี่ จะเปลี่ยนเป็นสีแดงอมส้ม ตัดกับตึกไม้ที่ตั้งอยู่เรียงราย สีขาว-น้ำตาล ถือเป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวน้อยกว่าฤดูหนาวค่อนข้างมาก จึงสามารถเดินเล่นชิล ๆ ได้สบาย ไม่ต้องแย่งมุมถ่ายภาพกับคนอื่น และยังมีอากาศที่เย็นสบายราว 5-15 องศาเซลเซียส เหมาะกับการเดินป่าระยะสั้นไปน้ำตกชิโรกาเนะ และเหมืองเงินที่อยู่ท้ายหมู่บ้าน

ช่วงเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม หิมะจะเริ่มละลาย และแม่น้ำกินซังก็ไหลแรงขึ้น อากาศเริ่มอุ่น (ราว 5-18 องศาเซลเซียส) ซึ่งในช่วงนี้ ค่าที่พักมักถูกกว่าช่วงพีค ๆ อย่างช่วงฤดูหนาว อีกทั้งยังพอเห็นหิมะหลงเหลือได้ตามยอดเขาในบางปี เหมาะกับคนที่อยากสัมผัสบรรยากาศสงบ ๆ โดยไม่ต้องแย่งจองห้องล่วงหน้าหลายเดือน

ช่วงเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคม ที่นี่จะมีอากาศเย็นกว่าเมืองใหญ่อย่างเห็นได้ชัด ด้วยเพราะอยู่ในหุบเขา (ราว 18-28 องศาเซลเซียส) เป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวน้อยที่สุดในรอบปี ทางเดินไปน้ำตกและเหมืองเงิน ยังเปิดให้เดินได้เต็มเส้นทาง (ปิดเฉพาะหน้าหนาวเพราะหิมะปกคลุม) ดังนั้น ใครที่อยากเดินสำรวจถ้ำเหมือง และเส้นทางป่าแบบเต็มที่ บอกเลยว่า ฤดูร้อนคือคำตอบที่ดีมากๆ

ที่ กินซังออนเซ็น นั้น ไม่มีสถานีรถไฟเป็นของตัวเอง ซึ่งสถานีที่ตั้งใกล้ที่สุด คือสถานีโออิชิดะ (Oishida) บนสาย JR ยามากาตะชินคันเซ็น จากนั้น นักท่องเที่ยวจะต้องต่อรถบัสท้องถิ่นอีกหนึ่งต่อ
สามารถนั่งรถไฟชินคันเซ็น สาย Yamagata Shinkansen ขบวน “Tsubasa” จากสถานีโตเกียว ตรงไปสถานีโออิชิดะ ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง 20 นาที ค่าโดยสารประมาณ 12,000-13,000 เยน (ที่นั่งจอง เที่ยวเดียว) จากนั้น สามารถต่อรถบัสท้องถิ่น (Hanagasa Bus) จากหน้าสถานีโออิชิดะไป กินซังออนเซ็น ใช้เวลาประมาณ 35-40 นาที ค่าโดยสารราว 1,000 เยนต่อเที่ยว รถบัสมีให้บริการเพียงวันละ 5 เที่ยวเท่านั้น (ขากลับจากกินซังออนเซ็นมีประมาณ 6 เที่ยว) จึงมาไม่บ่อยอย่างที่คิด ควรเช็กตารางเวลาบัสก่อนจองรถไฟ เพื่อไม่ให้ต้องรอนานหรือพลาดเที่ยวสุดท้าย
หากนักท่องเที่ยวตกรถบัสรอบสุดท้าย หรือเดินทางเป็นกลุ่ม 3-4 คน อีกทางเลือกคือการนั่งแท็กซี่จากสถานีโออิชิดะไปกินซังออนเซ็นโดยตรง ค่าโดยสารประมาณ 5,300 เยนต่อเที่ยว (รถเล็ก 4 ที่นั่ง) ใช้เวลาราว 20 นาที ซึ่งถ้าหารกันในกลุ่มจะถูกกว่านั่งรถบัส แถมไม่ต้องยืนรอท่ามกลางอากาศหนาว แต่ควรโทรจองล่วงหน้าโดยเฉพาะช่วงฤดูหนาวที่แท็กซี่มักไม่ว่างประจำการที่หน้าหมู่บ้าน

| วิธีเดินทาง | ระยะเวลา | ราคา (ต่อ 1 เที่ยว) | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|
| ชินคันเซ็น Tsubasa (โตเกียว-โออิชิดะ) | ประมาณ 3 ชม. 20 นาที | 12,000-13,000 เยน | JR Pass ครอบคลุม ต้องจองที่นั่ง |
| รถบัสท้องถิ่น (โออิชิดะ-กินซัง) | ประมาณ 35-40 นาที | ราว 1,000 เยน | มีเพียงวันละ 5 เที่ยว และไม่อยู่ในความครอบคลุมของ JR Pass |
| แท็กซี่ (โออิชิดะ-กินซัง) | ประมาณ 20 นาที | ราว 5,300 เยน/เที่ยว (รถ 4 ที่นั่ง) | เหมาะเมื่อตกบัส หรือเดินทางเป็นกลุ่ม ควรจองล่วงหน้า |
“การเดินทางอาจดูหลายต่อ แต่จริง ๆ จุดสำคัญมีแค่เรื่องเดียว คืออย่าพลาดรอบรถบัสจากสถานี Oishida แนะนำเช็กตารางก่อนจองชินคันเซ็นทุกครั้ง”
จากสถานีเซ็นได สามารถขึ้นรถบัสทางด่วนของ Yamako Bus ฝั่งทางออกตะวันตก (สาย “48 Liner” มุ่งหน้าชินโจ) โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 45 นาที ก็จะถึงป้าย Obanazawa Machiaijo จากนั้น ให้ต่อรถบัสเทศบาลสาย กินซังออนเซ็น ไปอีกประมาณ 35-45 นาที รวมเวลาเดินทางทั้งหมด ราว 2 ชั่วโมงครึ่ง ถึง 3 ชั่วโมง ถือเป็นเส้นทางที่สะดวกสำหรับคนที่เริ่มทริปโทโฮคุจากเซ็นได
จากสถานียามากาตะ สามารถนั่งรถไฟ Yamagata Shinkansen ไปสถานีโออิชิดะ ใช้เวลาประมาณ 30-40 นาที ค่าโดยสารราว 1,900 เยน หรือจะนั่งรถไฟท้องถิ่นสาย JR Ou Main Line ซึ่งมีราคาถูกกว่า และไม่ต้องจองที่นั่ง แต่จะใช้เวลาเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้น ให้ต่อรถบัสไปกินซังออนเซ็นเหมือนเส้นทางอื่น ๆ
อีกทางเลือกคือจากสนามบินยามากาตะ มีรถบัสตรงไปกินซังออนเซ็นวันละ 3 เที่ยว ใช้เวลาประมาณ 75-80 นาที ค่าโดยสารราว 2,000 เยนต่อคน เหมาะกับใครที่บินเข้าสนามบินยามากาตะโดยตรงและไม่อยากแวะตัวเมือง

ส่วนรถไฟชินคันเซ็นช่วงโตเกียว-โออิชิดะ นั้น Japan Rail Pass แบบทั่วประเทศและ JR East Pass สามารถครอบคลุมได้ทั้งหมด แต่รถบัสต่อจากสถานีโออิชิดะไปกินซังออนเซ็นไม่ครอบคลุม
ข้อควรรู้ก็คือ JR East Pass เวอร์ชันเดิมที่แบ่งโซน “Tohoku area” กับ “Nagano, Niigata area” แยกกัน ได้ยกเลิกการขายไปแล้วตั้งแต่เดือนมีนาคม 2026 ปัจจุบันเปลี่ยนเป็น “JR East Pass” ใบเดียว ครอบคลุมการเดินทางทั้งโตเกียว โทโฮคุ นากาโน และนีงาตะ ในใบเดียวกัน ราคาเริ่มต้นประมาณ 35,000 เยนสำหรับใช้ได้ 5 วัน (หรือ 50,000 เยนสำหรับ 10 วัน) ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลง จึงควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากเว็บไซต์ JR East ก่อนซื้อทุกครั้ง
แต่ถ้าทริปนี้มีเพียงกินซังออนเซ็นจุดเดียว และเดินทางไป–กลับจากโตเกียวภายในวันเดียว แนะนำให้ซื้อตั๋ว Tsubasa แบบเที่ยวเดียวธรรมดาจะคุ้มกว่า เพราะค่าโดยสารไป–กลับอยู่ที่ประมาณ 24,000–26,000 เยน ซึ่งยังต่ำกว่า JR East Pass แบบ 5 วัน พอสมควร แต่ถ้าวางแผนเที่ยวหลายเมืองต่อเนื่อง เช่น ยามาเดระ เซนได ซาโอ หรือนากาโน ราคาเที่ยวเดียวโตเกียว-ยามากาตะที่ราว 12,000-13,000 เยน ต่อเที่ยวนั้น เกือบจะคุ้มราคา JR East Pass ได้ในตัวเองอยู่แล้ว ควรคำนวณจากเส้นทางทั้งทริปก่อนตัดสินใจซื้อ
“ถ้าทริปนี้ตั้งใจมาแค่กินซังออนเซ็นอย่างเดียว ซื้อตั๋วปกติมักคุ้มกว่า แต่ถ้าเที่ยวโทโฮคุหลายเมือง JR East Pass จะช่วยประหยัดได้เยอะ”

ไม่ต้องพยายามเก็บให้ครบทุกจุด แค่เลือกเดินตามเส้นทางหลักของหมู่บ้านก็เจอครบแล้ว เพราะที่ กินซังออนเซ็น มีขนาดเล็กมาก เดินสุดถนนได้ในเวลาไม่ถึงชั่วโมง

สำหรับถนนสายหลักของหมู่บ้านนี้ ทอดยาวไปตามแม่น้ำกินซัง โดยสองฝั่งจะเรียงรายไปด้วยเรียวกังไม้ 3-4 ชั้น และด้วยความยาวรวมของถนนไม่ถึง 400 เมตร นักท่องเที่ยวจึงเดินเล่นได้แบบชิล ๆ ใช้เวลาประมาณ 30-40 นาที แต่ถ้าจะแวะถ่ายรูปทุกมุม และกินของว่างระหว่างทาง ควรเผื่อเวลาไว้ 1-2 ชั่วโมง เคล็ดลับคือ ช่วงก่อนเที่ยงมักเจอแสงย้อน ทำให้ถ่ายด้านหน้าของอาคารได้ยาก หากอยากได้ภาพถนนและแนวอาคารที่สวยชัดโดยไม่มีแสงรบกวน แนะนำให้มาช่วงบ่ายแก่ ๆ ส่วนใครอยากได้ภาพตะเกียงแก๊สสว่างไสว ต้องรอจนพลบค่ำ
“หลายคนใช้เวลาส่วนใหญ่ถ่ายรูปจากสะพาน แต่จริง ๆ ลองเดินเข้าซอยเล็ก ๆ แล้วหันกลับมามองถนนหลัก จะได้มุมที่นักท่องเที่ยวไม่ค่อยถ่ายกัน”

จุดถ่ายภาพยอดนิยมของหมู่บ้านอยู่บริเวณสะพานสีแดงกลางเมือง ใกล้กับสะพานชิโรกาเนะซึ่งเป็นทางเข้าหมู่บ้าน เมื่อยืนกลางสะพานจะมองเห็นแม่น้ำกินซังไหลผ่าน โดยมีอาคารเรียวกังเรียงตัวอยู่ทั้งสองฝั่งอย่างลงตัว เป็นมุมที่ใช้ถ่ายโปรโมต กินซังออนเซ็นในสื่อท่องเที่ยวเกือบทุกที่ ช่วงเย็นเมื่อตะเกียงแก๊สเริ่มส่องสว่าง จะมีนักท่องเที่ยวรอถ่ายรูปค่อนข้างมาก ควรเผื่อเวลาหรือมาถึงก่อนเปิดไฟเล็กน้อย

ใจกลางหมู่บ้านมีบ่อแช่เท้าน้ำพุร้อนฟรีชื่อ “วาราคุอาชิยุ” (和楽足湯) ซึ่งที่นี่ ใช้น้ำแร่จากแหล่งธรรมชาติโดยตรง เปิดให้ใช้บริการทุกวันตั้งแต่ 06:00-22:00 น. ไม่มีค่าใช้จ่าย เหมาะกับการนั่งพักขาหลังเดินเที่ยวทั้งวัน หรือจะซื้อของกินเล่นจากร้านใกล้เคียงมานั่งกินไปด้วยแช่เท้าไปด้วยก็ได้ ควรพกผ้าเช็ดเท้าเล็ก ๆ ติดตัวไปเอง เพราะจุดนี้ไม่มีผ้าเช็ดให้บริการ
สำหรับใครอยากแช่ตัวเต็มรูปแบบแบบไม่พักค้างคืน หมู่บ้านมีบ่อน้ำพุร้อนสาธารณะ “ชิโรกาเนะยุ” (しろがね湯) ออกแบบโดยสถาปนิกคุมะ เคนโกะ เปิดบริการ 09:00-16:00 น. (รับคิวสุดท้าย 15:30 น.) ค่าเข้าใช้บริการผู้ใหญ่ 500 เยน เด็กเล็ก 200 เยน
“หลังเดินบนพื้นหิมะหรืออากาศเย็นมาทั้งวัน การได้นั่งแช่เท้าพร้อมมองผู้คนเดินผ่าน เป็นช่วงเวลาที่เรียบง่ายแต่กลับน่าจดจำที่สุด”
เดินจากท้ายถนนออนเซ็นไปอีกประมาณ 15 นาทีตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่ได้รับการจัดไว้อย่างดีประมาณ 15 นาที จะพบกับ “น้ำตกชิโรกาเนะ” (白銀の滝) น้ำตกสูง 22 เมตร ซึ่งเหมาะสำหรับหยุดพักและชมธรรมชาติระหว่างทาง จากนั้นเดินต่อไปอีกราว 15-20 นาที จะถึงปากถ้ำ “เหมืองเงินกินโคโด” (銀鉱洞) ซึ่งเป็นซากเหมืองเงินโนเบซาวะดั้งเดิมที่เปิดดำเนินการมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 ก่อนจะถูกปิดเพราะดินถล่มในสมัยเอโดะ
ภายในถ้ำมีทางเดินและไฟส่องสว่างจัดไว้ครบ ใช้เวลาเดินศึกษาประมาณ 20 นาที และเปิดให้เข้าชมฟรี อุณหภูมิภายในค่อนข้างเย็นตลอดทั้งปี แม้ในช่วงฤดูร้อน จึงเป็นอีกจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมแวะพักคลายร้อน อย่างไรก็ตาม เส้นทางจะปิดให้บริการในฤดูหนาว เพราะหิมะปกคลุมและอันตรายต่อการเดิน เหมาะกับการไปเยือนช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิถึงต้นฤดูใบไม้ร่วงมากกว่า

หมู่บ้านแห่งนี้มีเรียวกังไม่ถึง 20 แห่ง เท่านั้น ทำให้จำนวนห้องพักมีค่อนข้างจำกัด โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวซึ่งเป็นฤดูท่องเที่ยวยอดนิยม นักท่องเที่ยวจึงควรวางแผน และจองที่พักล่วงหน้าแต่เนิ่น ๆ
กลุ่มพรีเมียม (เรียวกังดั้งเดิม + ชื่อเสียงสูง)

“ถ้างบถึง แนะนำพักในหมู่บ้านสักหนึ่งคืน เพราะหลังนักท่องเที่ยวกลับหมด บรรยากาศจะเงียบและสวยกว่าช่วงกลางวันอย่างเห็นได้ชัด”

เรียวกังระดับพรีเมียม เช่น โนโตยะ ฟูจิยะ และโคเซกิยะเบ็คคัง มักถูกจองเต็มล่วงหน้ากว่า 6 เดือน โดยเฉพาะคืนวันศุกร์และวันเสาร์ในช่วงฤดูหนาว ส่วนเรียวกังระดับกลางควรจองล่วงหน้าอย่างน้อย 2–3 เดือน ขณะที่ที่พักราคาประหยัดอาจยังพอมีห้องว่างในช่วง 1 เดือนก่อนเดินทาง อย่างไรก็ตาม หากวางแผนเข้าพักคืนวันเสาร์ระหว่างเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ ควรจองทันทีที่กำหนดวันเดินทางได้ เนื่องจากเป็นช่วงที่ห้องพักเต็มเร็วที่สุดของปี

การเดินทางแบบไปเช้าเย็นกลับสามารถทำได้ เพราะใช้เวลาประมาณ 3–4 ชั่วโมง ก็สามารถเที่ยวชมจุดสำคัญภายในหมู่บ้านได้ครบ แต่สิ่งที่อาจพลาดไป คือบรรยากาศสวย ๆ ของแสงตะเกียงแก๊สยามค่ำคืน ซึ่งนับเป็นเสน่ห์สำคัญที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้เดินทางมายังที่นี่ โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาว ผู้ที่ไม่ได้เข้าพักค้างคืนอาจมีข้อจำกัดด้านเวลาในการเที่ยวชมหมู่บ้านช่วงเย็นอีกด้วย
หากพักค้างคืนสัก 1 คืน นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสบรรยากาศของหมู่บ้าน ใน 2 ช่วงเวลาที่พิเศษที่สุด ทั้งยามเช้าก่อน 10.00 น. ซึ่งนักท่องเที่ยวแบบกรุ๊ปทัวร์ยังเดินทางมาไม่ถึง และยามค่ำคืนอันเงียบสงบหลังนักท่องเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับ ทยอยกลับหมดแล้ว นับเป็นช่วงเวลาที่คุ้มค่าที่สุดของทริป อีกทั้งยังได้แช่ออนเซ็นส่วนตัวของเรียวกังอย่างผ่อนคลายโดยไม่ต้องเร่งรีบอีกด้วย
“ถ้าให้เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ผมเลือกพักค้างคืน เพราะช่วงเช้าตรู่ที่หมู่บ้านยังเงียบ มีเพียงเสียงแม่น้ำกับไอน้ำจากออนเซ็น เป็นภาพที่หาไม่ได้จากทริปแบบไปเช้าเย็นกลับ”

ค่าใช้จ่ายโดยประมาณด้านล่างนั้น คำนวณจากการเดินทางในเส้นทางโตเกียว–กินซังออนเซ็น ต่อคน โดยยังไม่รวมค่าใช้จ่ายสำหรับการช้อปปิ้งและซื้อของฝาก
| รายการ | Day-trip | 2 วัน 1 คืน |
|---|---|---|
| เดินทางไป-กลับ (ชินคันเซ็น+บัส) | ~26,000-28,000 เยน | ~26,000-28,000 เยน |
| ที่พัก (รวมอาหาร 2 มื้อ) | – | 15,000-35,000 เยน |
| อาหาร + ของว่างเพิ่มเติม | ~2,000-3,000 เยน | ~2,000-3,000 เยน |
| กิจกรรม (บ่อน้ำพุร้อนสาธารณะ ฯลฯ) | ~500 เยน | ~500-1,000 เยน |
| รวมโดยประมาณ | ~28,000-32,000 เยน | ~45,000-65,000 เยน |
สำหรับทริปแบบไปเช้าเย็นกลับจากโตเกียวนั้น มีค่าใช้จ่ายหลักอยู่ที่รถไฟชินคันเซ็น โดยตั๋วไป–กลับ คิดเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของงบประมาณทั้งหมด ส่วนค่าใช้จ่ายภายในหมู่บ้านถือว่าไม่สูงนัก เพราะอาหารและของกินส่วนใหญ่ มีราคาตั้งแต่หลักร้อยถึงหนึ่งพันเยนต้น ๆ อีกทั้งยังสามารถใช้บริการบ่อแช่เท้าได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายอีกด้วย

ค่าที่พักถือเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้งบประมาณของทริปแตกต่างกันมากที่สุด หากนักท่องเที่ยวเลือกเรียวกังระดับประหยัด ค่าใช้จ่ายจะใกล้เคียงกับทริปแบบไปเช้าเย็นกลับ โดยเพิ่มขึ้นประมาณ 15,000–20,000 เยน ต่อคน แต่หากต้องการสัมผัสเรียวกังระดับพรีเมียม เช่น โนโตยะ หรือฟูจิยะ ราคาที่พักอาจสูงถึง 30,000–50,000 เยน ต่อคนต่อคืนขึ้นไป ซึ่งโดยทั่วไปจะรวมอาหารค่ำแบบไคเซกิและอาหารเช้าไว้แล้ว จึงถือว่าคุ้มค่าสำหรับประสบการณ์การพักผ่อนแบบเรียวกังอย่างเต็มรูปแบบ

เมืองโอบานาซาวะ มีชื่อเสียงด้านบะหมี่โซบะและเนื้อวัวท้องถิ่นคุณภาพดี อย่าง “โอบานาซาวะกิว” จึงไม่น่าแปลกใจที่ร้านอาหารหลายแห่งในกินซังออนเซ็น จะนำวัตถุดิบทั้งสองชนิดมาเป็นเมนูเด่นประจำร้าน
“ไม่จำเป็นต้องหาร้านดังที่สุดก็ได้ ร้านเล็ก ๆ หลายร้านใช้วัตถุดิบท้องถิ่นเหมือนกัน และบรรยากาศเป็นกันเองกว่ามาก”

🍜 อิตะโซบะ / บันไซโซบะ
โซบะเส้นหนาที่จัดเสิร์ฟบนถาดไม้ ทำจากแป้งบักวีตท้องถิ่นและบดรวมทั้งเปลือก จึงมีกลิ่นหอมและรสชาติเข้มข้นกว่าโซบะทั่วไป สามารถลิ้มลองได้ที่ร้าน “อิซุโนะฮานะ” (伊豆の華) เมนูแนะนำคือ “อาเกะนาสึโอโรชิโซบะ” โซบะเสิร์ฟพร้อมมะเขือยาวทอดและหัวไชเท้าขูด ราคาโดยประมาณ 1,430 เยน
🍦 โซบะซอฟต์ครีม ไอศกรีมรสโซบะคั่ว เสิร์ฟพร้อมคินาโกะและน้ำเชื่อมดำ ราคาประมาณ 660-980 เยน หากินได้ตามคาเฟ่ในหมู่บ้านทั่วไป

🥢 เต้าหู้ยืนกิน ร้านโนงาวะโทฟุยะ (野川とうふや)
ร้านเต้าหู้เก่าแก่ที่เปิดมายาวนานกว่า 130 ปี เมนูยอดนิยมคือ เต้าหู้เนื้อนุ่มราดซอสโชยุสูตรเฉพาะของร้าน และเต้าหู้ทอดร้อน ๆ ราคาปัจจุบันอยู่ที่ราว 250-300 เยน ต่อชิ้น (ปรับขึ้นเล็กน้อยจากเดิม) เหมาะสำหรับซื้อรับประทานเล่นระหว่างเดินชมบรรยากาศของกินซังออนเซ็น

🍛 แกงกินซัง (銀山カレー) ร้านสวอลโลเน (スワローネ)
ร้านนี้ตั้งอยู่บริเวณชั้นล่างของ โคเซกิยะเบ็คคัง โดยมีเมนูเด่นอย่าง แกงกะหรี่ที่ใช้เนื้อวัวโอบานาซาวะ เสิร์ฟพร้อมข้าวดอกคำฝอย เดิมเปิดให้บริการเฉพาะวันพุธ เสาร์ และอาทิตย์ โดยจำกัดประมาณ 30 ที่ต่อวัน อย่างไรก็ตาม วันและเวลาเปิด–ปิด อาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล จึงควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดก่อนเดินทาง

☕ อิซุโนะฮานะ (伊豆の華)
บริเวณชั้น 2 จัดเป็นพื้นที่คาเฟ่ พร้อมที่นั่งริมหน้าต่าง สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของถนนออนเซ็นได้ตลอดทั้งสาย เหมาะสำหรับนั่งจิบชาและพักผ่อนในช่วงบ่าย
🍮 ซาเกฉะโบ คุริเอะ (酒茶房クリエ)
คาเฟ่ขนาดเล็กที่ขึ้นชื่อเรื่องโกโก้ร้อนเสิร์ฟ พร้อมมาร์ชเมลโลว์ย่างและพุดดิ้งโฮมเมด ภายในร้านมีบรรยากาศอบอุ่น พร้อมมุมชมวิวหมู่บ้านกินซังออนเซ็นได้อย่างใกล้ชิด

ก่อนที่จะลงแช่บ่อออนเซ็น นักท่องเที่ยวต้องอาบน้ำ และชำระร่างกายให้สะอาดบริเวณจุดอาบน้ำที่จัดเตรียมไว้ ห้ามสวมชุดว่ายน้ำลงบ่อ และไม่ควรนำผ้าขนหนูจุ่มลงในน้ำ ผู้ที่มีผมยาวควรมัดหรือรวบผมให้พ้นน้ำ นอกจากนี้ เรียวกังแบบดั้งเดิมหลายแห่งใน กินซังออนเซ็น ยังค่อนข้างเข้มงวดเกี่ยวกับรอยสัก โดยเฉพาะรอยสักขนาดใหญ่ หากมีรอยสัก ควรสอบถามนโยบายของเรียวกังหรือบ่อออนเซ็นสาธารณะล่วงหน้า เนื่องจากแต่ละแห่งมีข้อกำหนดแตกต่างกัน

ในช่วงฤดูหนาว ถนนภายในหมู่บ้านมักปกคลุมไปด้วยหิมะอัดแน่นและแผ่นน้ำแข็งที่ลื่นมาก จึงควรสวมรองเท้าบูตลุยหิมะแบบกันน้ำและมีพื้นยางร่องลึกเพื่อช่วยยึดเกาะ รองเท้าผ้าใบทั่ว ๆ ไปอาจเปียกชื้นและลื่นได้ง่าย สำหรับเสื้อผ้า นักท่องเที่ยวควรเลือกเสื้อโค้ตเนื้อหนาที่กันลมและกันน้ำ พร้อมปกป้อง “3 จุดสำคัญ” ได้แก่ คอ ข้อมือ และข้อเท้า ด้วยผ้าพันคอ ถุงมือ และถุงเท้าหนา เพราะลมเย็นจากหุบเขาอาจทำให้อุณหภูมิที่รู้สึกได้ต่ำกว่าที่คาดไว้มาก

ภายในหมู่บ้านกินซังออนเซ็น ไม่มีตู้ล็อกเกอร์สาธารณะสำหรับฝากสัมภาระ ดังนั้น หากนักท่องเที่ยวเดินทางแบบไปเช้าเย็นกลับ ควรฝากกระเป๋าใบใหญ่ไว้ในล็อกเกอร์ที่สถานีโออิชิดะ ก่อนต่อรถบัสเข้าสู่หมู่บ้าน ส่วนผู้ที่พักค้างคืน เรียวกังส่วนใหญ่มักรับฝากสัมภาระให้ได้ก่อนเวลาเช็กอิน นอกจากนี้ ร้านค้าขนาดเล็กและรถบัสท้องถิ่น ส่วนใหญ่ยังรับชำระด้วยเงินสด จึงควรเตรียมเงินเยนให้เพียงพอ ส่วนบัตรเครดิตมักใช้ได้เฉพาะเรียวกัง และร้านค้าขนาดใหญ่บางแห่งเท่านั้น

07.30 น. — ออกเดินทางจากสถานีโตเกียวด้วยรถไฟชินคันเซ็น Tsubasa
10.50 น. — เดินทางถึงสถานีโออิชิดะ และฝากกระเป๋าใบใหญ่ไว้ในล็อกเกอร์
11.00 น. — ต่อรถบัส มุ่งหน้าสู่กินซังออนเซ็น
11.40 น. — เดินทางถึงกินซังออนเซ็น เดินสำรวจถนนสายออนเซ็น
12.00 น. — รับประทานมื้อกลางวันที่ร้านโซบะ
13.00 น. — แช่เท้าที่บ่อวาราคุอาชิยุ พร้อมเดินถ่ายภาพสะพานแดงและอาคารเรียวกัง
14.00 น. — เดินไปชมน้ำตกชิโรกาเนะและเหมืองเงินกินโคโด เฉพาะช่วงที่เส้นทางเปิดนอกฤดูหนาว
15.30 น. — แวะพักที่คาเฟ่ก่อนเดินทางกลับ
16.30 น. — ขึ้นรถบัสกลับไปยังสถานีโออิชิดะ
17.30 น. — เดินทางกลับโตเกียวด้วยรถไฟชินคันเซ็น และถึงสถานีโตเกียวประมาณ 20.50 น.
ควรตรวจสอบตารางรถไฟและรถบัสล่าสุดก่อนเดินทาง เนื่องจากเวลาให้บริการอาจเปลี่ยนแปลงตามวันและฤดูกาล

วันที่ 1
ช่วงบ่าย — เดินทางถึงกินซังออนเซ็น ฝากสัมภาระและเช็กอินเข้าพักที่เรียวกัง
ช่วงเย็น — เดินชมบรรยากาศถนนออนเซ็น ขณะที่แสงจากตะเกียงแก๊สเริ่มส่องสว่าง ก่อนกลับไปรับประทานอาหารค่ำแบบไคเซกิ
ช่วงค่ำ — ผ่อนคลายด้วยการแช่ออนเซ็นส่วนตัว หรือบ่อออนเซ็นรวมภายในเรียวกัง
วันที่ 2
ช่วงเช้าตรู่ — เดินเล่นบนถนนสายออนเซ็น ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบก่อนนักท่องเที่ยวแบบกรุ๊ปทัวร์จะเดินทางมาถึง
ช่วงเช้า — รับประทานอาหารเช้าที่เรียวกัง ก่อนเก็บสัมภาระและเช็กเอาต์
ช่วงสาย — เดินไปชมน้ำตกชิโรกาเนะและเหมืองเงินกินโคโด หรือเลือกแช่ออนเซ็นที่บ่อสาธารณะชิโรกาเนะยุ
ช่วงบ่าย — ออกเดินทางกลับ
เส้นทางสู่น้ำตกและเหมืองเงินอาจปิดในช่วงฤดูหนาว ควรตรวจสอบสถานะการเปิดให้บริการล่วงหน้า

หากมีเวลาเพิ่มอีก 1 วัน แนะนำให้ต่อยอดทริปด้วยการแวะเที่ยววัดยามาเดระ (山寺) วัดเก่าแก่บนภูเขา และจุดชมวิวชื่อดังของจังหวัดยามากาตะ โดยนั่งชินคันเซ็นจากโตเกียวไปลงสถานียามากาตะ แล้วต่อรถไฟสายเซ็นซังไปยังสถานียามาเดระ จากนั้นเดินขึ้นบันไดหินเพื่อชมวัดและทิวทัศน์จากด้านบน
หลังเที่ยวชมเสร็จ ให้นั่งรถไฟสายเซ็นซังย้อนกลับไปยังสถานีอุเซ็นจิโตเสะ แล้วเปลี่ยนไปขึ้นรถไฟสายยามากาตะมุ่งหน้าสู่สถานีโออิชิดะ ก่อนต่อรถบัสไปพักค้างคืนที่กินซังออนเซ็น และเดินทางกลับในวันถัดไป เส้นทางนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสทั้งวัดเก่าแก่ท่ามกลางธรรมชาติและหมู่บ้านออนเซ็นอันมีเสน่ห์ภายในทริปเดียว
รถไฟชินคันเซ็นไม่ได้วิ่งตรงถึงสถานียามาเดระ และเวลาเปลี่ยนขบวนอาจแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบตารางรถไฟและรถบัสล่าสุดก่อนเดินทาง

ไปเที่ยวกินซังออนเซ็นด้วยตัวเองยากไหม?
ไม่ยาก เส้นทางค่อนข้างชัดเจน โดยนั่งรถไฟชินคันเซ็นไปยังสถานีโออิชิดะ แล้วต่อรถบัสเข้าสู่กินซังออนเซ็น อย่างไรก็ตาม รถบัสให้บริการไม่ถี่นัก โดยอาจเว้นช่วงประมาณ 1.5–2 ชั่วโมง หากพลาดเที่ยวที่วางแผนไว้อาจต้องรอนาน จึงควรตรวจสอบตารางเวลาและวางแผนล่วงหน้า
กินซังออนเซ็นมีหิมะถึงเดือนไหน?
โดยทั่วไปหิมะจะเริ่มตกตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายนและอาจต่อเนื่องถึงต้นเดือนมีนาคม ส่วนช่วงที่มีโอกาสพบหิมะหนาแน่นและทิวทัศน์สวยที่สุดมักอยู่ระหว่างเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ ทั้งนี้ ปริมาณหิมะอาจแตกต่างกันในแต่ละปี
หากไม่พักเรียวกัง สามารถเข้าชมหมู่บ้านได้ไหม?
สามารถเข้าชมได้ตามปกติในฤดูกาลทั่วไป แต่ในช่วงฤดูหนาว ประมาณวันที่ 20 ธันวาคมถึงต้นเดือนมีนาคม การเข้าชมหมู่บ้านช่วงเย็นราว 16.00–20.00 น. สำหรับผู้ที่ไม่ได้พักค้างคืนอาจต้องจองบัตรล่วงหน้าผ่านระบบออนไลน์ โดยไม่มีการจำหน่ายบัตรหน้างาน ควรตรวจสอบข้อกำหนดและช่วงเวลาล่าสุดจากเว็บไซต์ทางการของปีที่จะเดินทาง
JR Pass ใช้เดินทางได้หรือไม่?
JR Pass สามารถใช้กับรถไฟชินคันเซ็นในเส้นทางโตเกียว–โออิชิดะได้ตามเงื่อนไขของบัตรแต่ละประเภท แต่ไม่ครอบคลุมรถบัสจากสถานีโออิชิดะไปกินซังออนเซ็น จึงต้องชำระค่าโดยสารรถบัสแยกต่างหาก
บัตรเครดิตใช้ได้ทั่วไปไหม?
บัตรเครดิตมักใช้ได้เฉพาะเรียวกังและร้านค้าขนาดใหญ่บางแห่ง ขณะที่ร้านอาหารขนาดเล็กและรถบัสท้องถิ่นส่วนใหญ่ยังรับชำระด้วยเงินสด จึงควรเตรียมเงินเยนให้เพียงพอตลอดการเดินทาง
ผู้ที่มีรอยสักสามารถเข้าออนเซ็นได้ไหม?
เรียวกังแบบดั้งเดิมหลายแห่งในกินซังออนเซ็นยังมีข้อจำกัดเกี่ยวกับรอยสัก โดยเฉพาะรอยสักขนาดใหญ่ เนื่องจากนโยบายของแต่ละแห่งแตกต่างกัน จึงควรสอบถามที่พักหรือบ่อออนเซ็นโดยตรงก่อนจองและเดินทาง
“หลายคนจำภาพกินซังออนเซ็นจากหิมะและตะเกียงแก๊ส แต่สิ่งที่ติดอยู่ในความทรงจำจริง ๆ คือความเงียบ เสียงลำธาร และจังหวะชีวิตที่ช้าลงอย่างน่าประหลาด”

กินซังออนเซ็น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสบรรยากาศญี่ปุ่นยุคไทโช ซึ่งยังคงได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างงดงาม ไม่ว่าจะเป็นคู่รักที่อยากเก็บภาพโรแมนติกริมแม่น้ำยามค่ำคืน หรือสายถ่ายภาพที่ต้องการบันทึกทิวทัศน์ของหิมะขาวกับแสงตะเกียงแก๊ส
แม้การเดินทางจะใช้เวลาพอสมควร และต้องวางแผนล่วงหน้าอย่างรอบคอบ แต่ทันทีที่แสงไฟส่องสว่างไปทั่วถนนสายออนเซ็น ภาพตรงหน้าก็จะทำให้รู้ว่า ทุกนาทีที่ใช้ไปกับการเดินทางด้วยรถไฟและรถบัสนั้นคุ้มค่าเพียงใด

Blogger : Mmtb
Position : หนุ่มเคราดกผู้หลงรักงานคราฟต์: ถ่ายทอดความละเมียดละไมของญี่ปุ่น ในจังหวะปั่นสไตล์วินเทจ
ภายใต้ลุคเคราดกและรอยเปื้อนจากการเดินทาง ผมคือผู้นิยมความประณีตในตัวอักษร ผมหลงรักการเดินทางไปสัมผัสจิตวิญญาณแบบญี่ปุ่น แล้วนำมาปรุงใหม่ผ่านปลายปากกา ไม่ว่าจะเป็นความสงบของสถาปัตยกรรมหรือความจัดจ้านของ Streetwear ผมเขียนทุกบรรทัดเพื่อให้คุณได้กลิ่นอายของสถานที่นั้นจริงๆ

รีวิว Big Ban Asahikawa Miyamae Store ร้านรีไซเคิลครบวงจรแห่งฮอกไกโด ช้อปของมือสองญี่ปุ่นคุณภาพดี ราคาโดนใจ !
Big Ban Asahikawa Miyamae Store คืออะไร? ทำไมนักช้อปไทย […]...

ไป โตเกียวพักย่านไหนดี แนะนำ 15 ย่าน เลือกพักตามสไตล์ที่ใช่
ตอบคำถามให้หายสงสัย ไปโตเกียว พักย่านไหนดี ! แนะนำ 15 ย่านในโตเกียวที่คู่ควรแก...

แนะนำ 3 สาขาของโคโค โฮเทล “KOKO HOTEL” สำหรับทริปเที่ยวในโตเกียวตามเป้าหมายการเดินทาง ทั้งย่านอุเอโนะ , สึกิจิ กินซ่า และกินซ่าอิจโจเมะ
ครั้งนี้เราจะมาแนะนำโรงแรม KOKO HOTEL 3 แห่งที่สะดวกมากสำหรับการท่องเที่ยวโตเก...

เปิดโผ 10 มาม่าญี่ปุ่น อร่อยแสงออกปากที่ต้องกวาดกลับไทย !
พาชิม 10 มาม่าญี่ปุ่น รสเด็ดติดท็อปในใจใครหลายๆ คน การันตีความอร่อย เครื่องเยอ...

นั่งชินคันเซ็นคุ้มๆ จากโตเกียวไปโอซาก้า เดินทางง่ายแค่ใช้ JR PASS
เที่ยวให้ทั่วโตเกียวแล้วไปต่อโอซาก้า เพราะเรามีแผนการเดินทางสุดคุ้มจากโตเกียวไ...
Police
110
Ambulance
119
AMDA International Medical Information Center
03-6233-9266
สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว
090-4435-7812
สถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซาก้า
090-1895-0987
สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฟุกุโอกะ
090-2585-3027 หรือ 090-9572-1515