คูปองส่วนลดที่น่าสนใจ
15%
17%
15%

โกเทมบะ (Gotemba, 御殿場市) เป็นเมืองเล็กในจังหวัด Shizuoka ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาฟูจิฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือ ห่างจากโตเกียวไปทางตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 100 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางด้วยรถบัส หรือรถไฟโดยตรงประมาณ 1.5-2 ชั่วโมง ถือเป็นจุดหมายที่ไม่ไกลจากโตเกียว ใกล้กว่า Kawaguchiko และใช้เวลาใกล้เคียงกับการเดินทางไป Hakone จึงเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกยอดนิยมสำหรับทริปแบบเช้าไปเย็นกลับจากโตเกียว
ตัวเมืองตั้งอยู่ระหว่างเทือกเขา Hakone กับฐานภูเขาไฟฟูจิ บรรยากาศโดยรวมเป็นเมืองเล็กที่เงียบสงบ ไม่ได้คึกคักเหมือนเมืองท่องเที่ยวใหญ่ จุดท่องเที่ยวสำคัญส่วนใหญ่กระจายตัวอยู่นอกเขตใจกลางเมือง จึงต้องอาศัยรถยนต์ หรือรถบัสท้องถิ่นในการเดินทางเชื่อมต่อระหว่างแต่ละจุด ทำให้ Gotemba เหมาะกับคนที่วางแผนมาเที่ยวสถานที่เฉพาะจุด มากกว่าการเดินเล่นเที่ยวชมภายในตัวเมือง

จุดเด่นของ โกเทมบะ (Gotemba) หลัก ๆ แบ่งได้เป็น 4 อย่าง อย่างแรกคือเรื่องช้อปปิ้ง ซึ่งแน่นอนว่าต้องยกให้ Gotemba Premium Outlets ที่มีร้านค้ากว่า 290 ร้าน และถือเป็น Outlet ยอดนิยมแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น อย่างที่สองคือวิวภูเขาไฟฟูจิ เพราะนอกจากจะมองเห็นฟูจิได้จากภายใน Outlet แล้ว ยังมีจุดชมวิวอย่าง Peace Park ให้แวะไปชมกันอีกด้วย
อย่างที่สามคือธรรมชาติและวัฒนธรรมที่สวยงาม ซึ่งรอบ ๆ Gotemba ยังมีสถานที่น่าสนใจทั้งถ้ำลาวาที่เกิดจากการปะทุของภูเขาไฟฟูจิในอดีต รวมถึงศาลเจ้าประจำเมือง ส่วนอย่างสุดท้ายคือออนเซ็น ซึ่งมีบ่อน้ำร้อนที่สามารถแช่ออนเซ็นพร้อมชมวิวฟูจิได้ และบางแห่งก็อยู่ไม่ไกลจาก Outlet สามารถเดินไปต่อได้เลย เพราะฉะนั้นทริป Gotemba ไม่จำเป็นต้องมีแค่ช้อปปิ้งแล้วกลับ บทความนี้จะช่วยจัดลำดับให้ว่าถ้ามีเวลาเหลืออีก 2-3 ชั่วโมง หรือมีเวลาเที่ยวเต็มวัน ควรแวะที่ไหนก่อน เพื่อให้เที่ยว Gotemba ได้คุ้มกว่าการมาแค่ Outlet เพียงอย่างเดียว
“ถ้ามอง Gotemba เป็นแค่เมืองสำหรับแวะช้อป Outlet ก็อาจพลาดเสน่ห์อีกหลายอย่างไป เพราะความที่เมืองอยู่ใกล้ภูเขาไฟฟูจิ ทำให้แต่ละกิจกรรมได้บรรยากาศที่แตกต่างกัน ตั้งแต่ช้อปปิ้ง ชมวิว เดินเที่ยวธรรมชาติ ไปจนถึงปิดท้ายวันด้วยการแช่ออนเซ็น”

โกเทมบะ (Gotemba) เหมาะกับคนที่ชอบช้อปปิ้งแบรนด์เนมในราคาถูก และกำลังมองหาทริปที่สามารถไปเช้าเย็นกลับจากโตเกียวได้ รวมถึงคนที่อยากเห็นวิวภูเขาไฟฟูจิ โดยไม่ต้องเดินทางไกลไปถึง Kawaguchiko หรือถ้าอยากได้ทริปที่รวมทั้งช้อปปิ้งและพักผ่อนไว้ด้วยกัน ที่นี่ก็สามารถช้อป Outlet แล้วปิดท้ายด้วยการแช่ออนเซ็น ชมวิวภูเขาได้โดยไม่ต้องย้ายไปพักที่เมืองอื่น
แต่ถ้าเป้าหมายหลักคืออยากได้ภาพฟูจิแบบเงาสะท้อนทะเลสาบ หรือวิวอลังการแบบที่เห็นกันในโปสการ์ด Gotemba อาจไม่ใช่ตัวเลือกแรก เพราะถึงจะมองเห็นฟูจิได้ค่อนข้างใกล้ แต่บรรยากาศและองค์ประกอบของวิวจะไม่เหมือนฝั่ง Kawaguchiko ส่วนใครที่ตั้งใจจะเที่ยวหลายจุดในเมืองเดียว ทั้งถ้ำลาวา ศาลเจ้า และ Peace Park แนะนำให้เผื่อเวลามากขึ้น อาจพักสัก 1 คืน หรือเช่ารถจะสะดวกกว่า เพราะสถานที่แต่ละแห่งอยู่ค่อนข้างกระจาย และรถบัสท้องถิ่นไม่ได้มีรอบถี่มากนัก ถ้ามาแบบ Day Trip แล้ววางแผนเก็บทุกจุดภายในวันเดียว ทริปอาจแน่นและเที่ยวได้ไม่ครบตามที่ตั้งใจ
“เที่ยว Gotemba ให้ง่ายที่สุดคือเลือก ‘เป้าหมายหลัก’ ของวันก่อนออกเดินทาง เพราะเมืองนี้ไม่ใช่เมืองที่สามารถเดินเก็บทุกจุดต่อกันได้หมด ลองเลือกก่อนว่าทริปนี้อยากเน้นช้อป Outlet ชมวิวฟูจิ หรือพักผ่อนแช่ออนเซ็น แล้วค่อยเลือก Route ที่เข้ากัน จะเที่ยวสบายและใช้เวลาได้คุ้มกว่ามาก”

Gotemba Premium Outlets ถือเป็นแลนด์มาร์กหลักที่ทำให้หลายๆ คน รู้จักโกเทมบะ และยังเป็นหนึ่งใน Outlet Mall ที่ใหญ่และได้รับความนิยมมากที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น โดยภายในมีทั้งร้านค้าและร้านอาหาร รวมกันประมาณ 290 ร้าน ตั้งแต่แบรนด์แฟชั่น กีฬา ไลฟ์สไตล์ ของใช้ในบ้าน ไปจนถึงสินค้าแบรนด์หรู ใครที่ตั้งใจมาช้อปแบบจริงจัง แนะนำให้เผื่อเวลาไว้อย่างน้อยครึ่งวัน เพราะพื้นที่กว้างและมีร้านให้เดินเยอะกว่าที่คิด
โดยปกติ Outlet จะเปิดเวลา 10.00-20.00 น. ส่วนช่วงเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์จะปิดเร็วขึ้น ประมาณ 19.00 น. และปิดปรับปรุงในวันพฤหัสบดีที่ 3 ของเดือนกุมภาพันธ์ นอกจากเรื่องช้อปปิ้งแล้ว อีกจุดที่ไม่ควรพลาดคือสะพาน Kibo no Ohashi (希望の大橋 หรือ Bridge of Hope) ที่เชื่อมไปยังโซน Hill Side จากบนสะพานสามารถมองเห็นภูเขาไฟฟูจิ และวิวรอบ ๆ ได้แบบมุมกว้าง และถ้าอยู่จนถึงช่วงค่ำ บรรยากาศก็จะเปลี่ยนไปอีกแบบด้วยแสงไฟประดับภายใน Outlet

ถ้าอยากเดิน Gotemba Premium Outlets ให้คุ้ม แนะนำให้แบ่งร้านที่อยากซื้อออกเป็น 2 กลุ่มตั้งแต่ก่อนไป กลุ่มแรกคือร้าน Must-buy หรือร้านที่ตั้งใจมาซื้อจริง ๆ ให้รีบไปเก็บก่อนในช่วงเช้า เพราะคนยังไม่เยอะมาก และสินค้ามีโอกาสเหลือครบทั้งรุ่น สี และไซซ์มากกว่า ส่วนร้านที่แค่อยากแวะดูหรือเจอของถูกใจค่อยซื้อ สามารถเก็บไว้เดินช่วงบ่ายหรือเย็นได้ วิธีนี้จะช่วยลดโอกาสพลาดของที่ตั้งใจซื้อ เพราะมัวแต่เดินเพลินจนเวลาใกล้หมด
ตัว Outlet เองมีพื้นที่ค่อนข้างใหญ่และแบ่งออกเป็นหลายโซน แต่ละโซนเชื่อมกันด้วยทางเดินกลางแจ้ง ก่อนเริ่มช้อปจึงควรดูแผนผังร้านจากป้ายภายใน Outlet หรือเช็กจากแผนที่ออนไลน์ก่อน แล้ววางเส้นทางคร่าว ๆ ว่าจะเริ่มจากร้านไหนและเดินไปโซนไหนต่อ จะช่วยประหยัดทั้งเวลาและแรงได้เยอะ โดยเฉพาะวันที่ตั้งใจช้อปหลายร้าน
“ทริกเล็ก ๆ สำหรับสายช้อปคือ อย่าเพิ่งใช้พลังกับร้านที่เดินผ่านแล้วถูกใจตั้งแต่ต้น เพราะ Outlet ใหญ่กว่าที่คิดมาก ควรกำหนดงบและลำดับความสำคัญไว้ก่อน แล้วค่อยปล่อยตัวเองเดินดูของที่อยู่นอกแผน วิธีนี้ช่วยลดอาการ ‘ซื้อเพลินจนลืมของที่ตั้งใจมาซื้อ’ ได้ดี”

Peace Park หรือ Heiwa Koen เป็นสวนสาธารณะที่มีเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ Fuji Bussharito เป็นจุดเด่นของสวน รอบ ๆ มีต้นซากุระที่จะบานสวยในช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิ และยังเป็นอีกหนึ่งจุดที่สามารถชมวิวภูเขาไฟฟูจิได้แบบเปิดกว้าง ที่นี่เข้าชมฟรี เปิดตั้งแต่ 9.00-17.00 น. การเดินทางจากสถานี Gotemba สามารถนั่งรถบัสมาได้ ใช้เวลาประมาณ 6 นาที ค่าโดยสารราว 240 เยน ส่วนใครที่เที่ยว Gotemba Premium Outlets อยู่แล้ว สามารถนั่งรถบัสสาย Tokinosumika มาลงที่ป้าย Heiwa Koen-mae ได้ ค่าโดยสารประมาณ 420 เยน
สิ่งที่ต้องเผื่อใจไว้คือ การจะเห็นภูเขาไฟฟูจิชัดแค่ไหน ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในวันนั้นๆ บางวันท้องฟ้าดูแจ่มใสแต่ยอดฟูจิก็อาจมีเมฆปกคลุมได้ ถ้าตั้งใจมาชมวิวโดยเฉพาะ แนะนำให้เช็กพยากรณ์อากาศใกล้วันเดินทางอีกครั้ง และไม่ควรวางแผนทั้งวันโดยคิดว่าจะต้องเห็นฟูจิแบบเต็ม ๆ แน่นอน
“เวลาไปชมฟูจิ อย่าเพิ่งตัดสินว่าทริปคุ้มหรือไม่คุ้มจากแค่ ‘วันนี้เห็นฟูจิหรือเปล่า’ เพราะเสน่ห์ของ Gotemba ยังอยู่ที่บรรยากาศของเมืองและธรรมชาติรอบ ๆ ด้วย ต่อให้วันนั้นฟูจิหลบอยู่หลังเมฆ ก็ยังเปลี่ยนแผนไปเดินเล่น ช้อปปิ้ง หรือหาอะไรอร่อย ๆ กินต่อได้ โดยไม่ทำให้ทริปเสียเปล่า”

Otainai Seikoen เป็นสวนธรรมชาติที่มีไฮไลต์อยู่ที่ถ้ำลาวาใต้ศาลเจ้า Tainai ซึ่งมีความเชื่อเกี่ยวกับการขอพรให้คลอดบุตรอย่างปลอดภัย ตัวถ้ำเกิดจากการปะทุของภูเขาไฟฟูจิในปี 1707 หรือยุค Hoei และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์สถานทางธรรมชาติของญี่ปุ่น นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมได้ฟรี โดยช่วงเดือนกุมภาพันธ์-ตุลาคม เปิดเวลา 8.30-17.00 น. ส่วนเดือนพฤศจิกายน-มกราคม เปิดเวลา 8.30-16.30 น. และปิดวันที่ 31 ธันวาคมกับ 1 มกราคม ภายในถ้ำค่อนข้างมืดและไม่มีไฟส่องสว่าง ถ้าตั้งใจจะเข้าไปสำรวจ แนะนำให้เตรียมไฟฉายไปเอง หรือเช่าไฟคาดหัวบริเวณหน้างานในราคาประมาณ 50 เยน เหมาะกับคนที่อยากพักจากการช้อปปิ้ง แล้วเปลี่ยนบรรยากาศมาเดินเล่นท่ามกลางธรรมชาติและสัมผัสอีกมุมของภูเขาไฟฟูจิสักครึ่งวัน

Komakado Kazaana เป็นถ้ำลาวาขนาดใหญ่บริเวณใกล้ภูเขาไฟฟูจิ เกิดจากลาวาที่ไหลจากการปะทุในอดีต ก่อนจะเย็นตัวลงและกลายเป็นอุโมงค์ธรรมชาติ ภายในถ้ำยังสามารถเห็นร่องรอยและลวดลายคลื่นบนพื้น จากการแข็งตัวของลาวาได้อย่างชัดเจน อุณหภูมิด้านในค่อนข้างคงที่อยู่ที่ประมาณ 19°C ทำให้เย็นสบายตลอดทั้งปี
ค่าเข้าชมอยู่ที่ผู้ใหญ่ 200 เยน นักเรียนมัธยม 150 เยน และเด็ก 100 เยน เปิดให้เข้าชมตั้งแต่ 9.00-17.00 น. ส่วนช่วงเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์จะปิดเร็วขึ้น การเดินทางสามารถลงที่สถานี Fujioka ซึ่งเป็นสถานีเล็กบนสาย JR Gotemba Line ถัดจาก Minami-Gotemba ไปทาง Numazu แล้วเดินต่ออีกประมาณ 13 นาที แต่เนื่องจากรถไฟที่จอดสถานีนี้มีรอบไม่ถี่มาก ถ้าไม่อยากเสียเวลาสามารถลงที่ Minami-Gotemba แล้วต่อแท็กซี่ไปแทนได้ Komakado Kazaana จึงเหมาะกับคนที่อยากเพิ่มบรรยากาศธรรมชาติ และเรื่องราวของภูเขาไฟฟูจิเข้ามาในทริป นอกเหนือจากการไป Gotemba เพื่อช้อปปิ้งเพียงอย่างเดียว

Niihashi Sengen Jinja เป็นศาลเจ้าสำคัญของเมือง Gotemba ภายในมีบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่เชื่อกันว่าเป็นน้ำจากภูเขาไฟฟูจิไหลลงมาโดยตรง นักท่องเที่ยวสามารถตักน้ำดื่มได้ บริเวณรอบศาลเจ้ายังมีบ่อเล็ก ๆ ที่มีปลาคาร์ปว่ายอยู่ รวมถึงเสาโทริอิและตะเกียงหินเก่าแก่เรียงรายตลอดทางเดิน ทำให้บรรยากาศค่อนข้างสงบและได้กลิ่นอายญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม ถ้ามาช่วงเดือนเมษายนยังมีโอกาสได้เห็นต้นซากุระภายในบริเวณศาลเจ้า เหมาะกับคนที่สนใจวัฒนธรรมญี่ปุ่น หรืออยากหาเวลาแวะเที่ยวสถานที่เงียบ ๆ ที่ให้บรรยากาศแตกต่างจากการเดินช้อปปิ้งที่ Outlet สามารถเข้าชมได้ฟรีตลอดทั้งวัน

ภายใน Outlet มีร้านค้าให้เลือกค่อนข้างหลากหลาย ตั้งแต่แฟชั่นแบรนด์ดังและแบรนด์หรู เสื้อผ้าและอุปกรณ์กีฬา ของใช้ไลฟ์สไตล์ ของแต่งบ้าน เครื่องใช้ไฟฟ้า ไปจนถึงแบรนด์ระดับพรีเมียมหลายแบรนด์ ที่ไม่ได้มีให้ช้อปในทุก Outlet ของญี่ปุ่น ส่วนราคาก็มีโอกาสเจอสินค้าที่ลดจากราคาปกติค่อนข้างเยอะ โดยเฉพาะช่วงที่มีโปรโมชันเพิ่มเติม แต่เนื่องจากร้านค้า แบรนด์ และโปรโมชันต่าง ๆ มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เรื่อย ๆ ดังนั้น ก่อนเดินทางแนะนำให้เข้าไปเช็กรายชื่อร้านล่าสุดจากเว็บไซต์ทางการของ Gotemba Premium Outlets อีกครั้ง จะได้รู้ว่าแบรนด์ที่อยากไปยังเปิดอยู่ตรงไหนและมีโปรโมชันอะไรบ้าง แทนการยึดตามรายชื่อจากบทความเก่า ๆ ที่อาจไม่อัปเดตแล้ว
ช่วงเทศกาลลดราคาใหญ่ ๆ ราคาสินค้ามักจะน่าสนใจกว่าช่วงปกติ แต่ก็ต้องแลกกับจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ทั้งคิวจ่ายเงินตามร้านต่าง ๆ การจราจรบริเวณทางเข้า-ออก รวมถึงที่จอดรถที่อาจแน่นเป็นพิเศษ ถ้าไม่ได้ตั้งใจมาเพื่อล่าราคาพิเศษโดยเฉพาะ แนะนำให้เลี่ยงวันเสาร์-อาทิตย์และช่วงวันหยุดยาวของญี่ปุ่น เพราะคนและรถจะเยอะกว่าวันธรรมดาค่อนข้างชัดเจน
ถ้าจัดเวลาได้ แนะนำให้มาช่วงเช้าของวันธรรมดา จะเดินช้อปได้สบายกว่า มีเวลาเลือกร้านและดูของได้เต็มที่ โดยไม่ต้องเจอกับคนจำนวนมากเหมือนช่วงวันหยุด

วิธีลดโอกาสพลาดของที่อยากได้คือ ลองเช็กร้านและสินค้าที่เล็งไว้ก่อนเดินทาง อาจดูจากเว็บไซต์ของแบรนด์ หรือลองโทรสอบถามสาขา Outlet โดยตรง ถ้ามีร้านที่ตั้งใจจะซื้อเป็นพิเศษ แนะนำให้จัดร้านนั้นไว้เป็นจุดแรก ๆ ของวัน มากกว่าจะเดินดูร้านอื่นไปเรื่อย ๆ แล้วค่อยย้อนกลับมาทีหลัง เพราะระหว่างวันสินค้าหรือไซซ์ที่ต้องการอาจหมดได้
อีกอย่างคือควรมีตัวเลือกสำรองไว้บ้าง ทั้งรุ่น สี หรือไซซ์ที่ใกล้เคียง เพราะการช้อป Outlet มีเรื่องของสต็อกเข้ามาเกี่ยวข้อง บางวันอาจเจอของครบ แต่บางวันรุ่นที่อยากได้อาจไม่มีเลย การเผื่อแผนสำรองไว้จะช่วยให้ไม่เสียเวลาเดินหาของชิ้นเดียวตลอดทั้งวัน
“สิ่งหนึ่งที่ต้องเข้าใจเวลาเดิน Outlet คือคำว่า ‘ลดราคา’ ไม่ได้หมายความว่าสินค้าจะมีครบทุกสีและทุกไซซ์เหมือนหน้าร้านปกติ บางรุ่นอาจเป็นสินค้าจากฤดูกาลก่อนหรือมีจำนวนจำกัด เพราะฉะนั้นถ้าเจอของที่ตรงใจ ไซซ์พอดี และราคาอยู่ในงบ การเดินคิดแล้วค่อยกลับมาทีหลัง อาจเจอว่าของชิ้นนั้นไม่อยู่แล้วก็ได้”
สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ แนะนำให้พกพาสปอร์ตตัวจริงติดตัวไปด้วย เพราะต้องใช้สำหรับการซื้อสินค้าแบบ Tax-free ส่วนการจ่ายเงิน ร้านค้าส่วนใหญ่รับทั้งบัตรเครดิตและเงินสด ขณะที่บางร้านก็รองรับ e-wallet อีกด้วย ใครที่ตั้งใจมาช้อปจริงจัง แนะนำให้เช็กเงื่อนไข Tax-free ของแต่ละร้าน เพราะรายละเอียดอาจแตกต่างกันได้ และอีกอย่างที่ไม่ควรพลาดคือ E-Coupon สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งสามารถสแกน QR Code ตามจุดที่กำหนดเพื่อรับส่วนลดเพิ่มเติม ใช้ได้กับร้านค้าและร้านอาหารที่ร่วมรายการ ก่อนเริ่มช้อปจึงควรแวะศูนย์บริการนักท่องเที่ยว หรือเช็กข้อมูลทุกครั้ง
ส่วนเรื่องสัมภาระเป็นอีกจุดที่หลายคนมองข้าม ภายใน Outlet ยังมีล็อกเกอร์หยอดเหรียญกระจายอยู่หลายโซน ทั้ง West, East และ Hill Side มีตั้งแต่ขนาดเล็กสำหรับสัมภาระทั่วไป ไปจนถึงขนาดใหญ่ที่สามารถใส่กระเป๋าเดินทางได้ นอกจากนี้บริเวณสถานี Gotemba ก็มีล็อกเกอร์ให้บริการเช่นกัน ซึ่งถ้าซื้อของเยอะ แนะนำให้เช็กตำแหน่งล็อกเกอร์ไว้ตั้งแต่ก่อนเริ่มช้อป จะได้ไม่ต้องถือถุงตลอดทั้งวัน และยังช่วยให้จัดแผนเที่ยวช่วงบ่าย หรือเดินทางกลับโตเกียวได้สะดวกขึ้น ส่วนใครที่ต้องการส่งของกลับที่พัก หรือส่งต่อไปยังจุดอื่น ควรสอบถามศูนย์บริการของ Outlet อีกครั้ง ว่ามีบริการรับส่งสัมภาระแบบไหน และมีค่าใช้จ่ายเท่าไรในวันที่เดินทาง
Tokyo → Gotemba ด้วยรถบัส

ถ้าไม่อยากเสียเวลาต่อรถหลายรอบ การนั่งรถบัสตรงถือเป็นวิธีที่ง่ายที่สุด ในการเดินทางจาก Tokyo ไป Gotemba มีรถบัสทางด่วนออกจากหลายจุดในโตเกียว เช่น Shibuya, Shinjuku, Ikebukuro และ Ueno โดยบางเส้นทางสามารถนั่งยาวไปลงที่ Gotemba Premium Outlets ได้เลย ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.5-2 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับจุดขึ้นรถ และสภาพการจราจร ค่าโดยสารอยู่ที่ประมาณ 1,800-2,200 เยน ต่อเที่ยวสำหรับผู้ใหญ่ ส่วนเด็กโดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณครึ่งราคา
สิ่งที่ต้องรู้คือ รถบัสเหล่านี้เป็นรถทางด่วนแบบจองที่นั่ง ไม่เหมือนรถเมล์ทั่วไปที่เดินไปแตะ Suica หรือ PASMO แล้วขึ้นได้เลย แนะนำให้จองตั๋วล่วงหน้าผ่านเว็บไซต์ของผู้ให้บริการหรือเว็บไซต์จองรถบัส เช่น Highwaybus.com และ Japan Bus Online โดยเฉพาะช่วงเสาร์-อาทิตย์ วันหยุดยาว หรือช่วง Sale ของ Outlet เพราะมีโอกาสเต็มเร็วกว่าปกติ ข้อควรระวังอีกอย่างคือ เวลาเดินทางของรถบัสขึ้นอยู่กับสภาพการจราจรค่อนข้างมาก ถ้าเจอรถติดช่วงออกจาก Tokyo หรือบริเวณทางเข้า Gotemba อาจถึงช้ากว่าเวลาที่กำหนดไว้ได้ ดังนั้นถ้ามีแผนเที่ยวต่อหรือจองรถขากลับไว้ค่อนข้างกระชั้น ควรเผื่อเวลาเอาไว้ด้วย
Tokyo → Gotemba ด้วยรถไฟ

ถ้าอยากเดินทางด้วยรถไฟแบบสะดวก ตัวเลือกที่น่าสนใจคือ รถด่วนพิเศษ Odakyu “Fujisan” จากสถานี Shinjuku ซึ่งสามารถนั่งตรงไปลงสถานี Gotemba ได้เลย ใช้เวลาประมาณ 100 นาที ค่าโดยสารรวมค่าที่นั่งสำรองอยู่ที่ประมาณ 3,000 เยน เหมาะกับคนที่อยากนั่งสบาย ๆ และไม่อยากลากกระเป๋าขึ้นลงเพื่อเปลี่ยนรถไฟระหว่างทาง ข้อควรรู้คือขบวน Fujisan วิ่งผ่านทั้งเส้นทางของ Odakyu ซึ่งเป็นรถไฟเอกชน และเส้นทางของ JR Central ทำให้ Japan Rail Pass ไม่ครอบคลุมค่าเดินทางทั้งหมด จึงยังต้องจ่ายค่าโดยสารในส่วนที่อยู่นอกเครือข่าย JR เพิ่มเติม ก่อนเดินทางแนะนำให้เช็กราคาและเงื่อนไขอีกครั้ง เพราะอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้
อีกทางเลือกสำหรับคนที่ถือ Japan Rail Pass คือเริ่มจากสถานี Tokyo นั่ง JR Tokaido Line ไปลงสถานี Kozu แล้วเปลี่ยนไปขึ้น JR Gotemba Line ต่อไปยังสถานี Gotemba เส้นทางนี้ใช้รถไฟ JR ตลอดทางและไม่จำเป็นต้องนั่งรถด่วนพิเศษ แม้จะต้องเปลี่ยนขบวน และใช้เวลาเดินทางนานกว่า Fujisan พอสมควร แต่เหมาะกับคนที่มี JR Pass เพราะไม่ต้องเสียค่าเดินทางเพิ่มมากนัก
Gotemba Station → Premium Outlets
พอถึงสถานี Gotemba แล้ว การเดินทางต่อไปยัง Gotemba Premium Outlets ค่อนข้างง่าย เพราะมี Shuttle Bus ฟรีวิ่งรับ-ส่งระหว่างสถานีกับ Outlet โดยขึ้นรถได้บริเวณทางออก Otomeguchi รถออกทุกๆ 15 นาที ใช้เวลาเดินทางเพียง 5-10 นาที และขากลับจาก Outlet มายังสถานี Gotemba ก็มีรถให้บริการในลักษณะเดียวกัน โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม จึงถือเป็นจุดเชื่อมต่อที่สะดวกมากสำหรับคนที่เลือกเดินทางมาด้วยรถไฟ
โดยปกติรถจากสถานีจะออกในนาทีที่ 00, 15, 30 และ 45 ของแต่ละชั่วโมง ส่วนขากลับจาก Outlet จะออกในนาทีที่ 10, 25, 40 และ 55 แต่ก่อนเดินทางแนะนำให้เช็กตารางล่าสุดจากเว็บไซต์ทางการอีกครั้ง เพราะรอบรถและเวลาให้บริการอาจมีการปรับเปลี่ยนได้
“ถ้ามาพร้อมกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ แนะนำให้คิดเรื่อง ‘ฝากกระเป๋าที่ไหน’ ตั้งแต่ก่อนเริ่มเที่ยว เพราะ Gotemba Premium Outlets มีพื้นที่ค่อนข้างใหญ่ การลากกระเป๋าเดินช้อปไปด้วยตลอดทางอาจเหนื่อยกว่าที่คิด ฝากสัมภาระให้เรียบร้อยก่อนแล้วค่อยเริ่มเดิน จะช้อปง่ายและใช้เวลาเที่ยวได้เต็มที่กว่า”
ขับรถเช่าไป Gotemba ดีไหม

รถเช่าเหมาะกับคนที่อยากเที่ยวหลายจุดรอบๆ Gotemba ภายในวันเดียว เช่น เริ่มจาก Outlet แล้วต่อไป Peace Park และถ้ำลาวา เพราะสถานที่เที่ยวแต่ละแห่งค่อนข้างกระจายตัว การมีรถส่วนตัวจะช่วยให้เดินทางได้ง่ายกว่า และไม่ต้องเสียเวลารอรถบัส
แต่ความสะดวกก็มีค่าใช้จ่าย และเรื่องที่ต้องเตรียมตัวเพิ่ม ทั้งค่าทางด่วน Tomei Expressway และการหาที่จอดรถ โดยเฉพาะบริเวณ Outlet ที่อาจมีรถหนาแน่นในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดยาว นอกจากนี้ยังต้องเผื่อเวลาเรื่องการจราจรทั้งขาไปและขากลับ โดยเฉพาะช่วงเย็นของวันหยุดที่รถมุ่งหน้ากลับเข้า Tokyo อาจติดกว่าปกติ จึงเหมาะกับทริปที่เน้นเที่ยวหลายจุดมากกว่าทริปที่อยากเดินทางแบบสบาย ๆ
“ข้อดีของรถเช่าไม่ได้อยู่ที่การพาไปถึงทุกที่ได้เร็วกว่าเสมอไป แต่อยู่ที่ ‘อิสระในการเปลี่ยนแผน’ มากกว่า โดยเฉพาะวันที่ฟูจิถูกเมฆบัง เราสามารถตัดจุดชมวิวออกแล้วเปลี่ยนไปเที่ยวถ้ำ ศาลเจ้า หรือแวะจุดอื่นแทนได้ทันที โดยไม่ต้องคอยดูว่ารถบัสรอบต่อไปจะมากี่โมง”
ไป Gotemba วันไหนรถติด? ช่วงเวลาไหนควรเผื่อเวลาเดินทาง
วันเสาร์-อาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ของญี่ปุ่น รวมถึงช่วงเทศกาลลดราคาของ Outlet เป็นช่วงที่ควรเผื่อเวลามากกว่าปกติ เพราะอาจใช้เวลาเดินทางนานกว่าที่ระบุไว้ในตาราง โดยเฉพาะบริเวณทางเข้า-ออก Gotemba Premium Outlets และการจราจรบนทางด่วน Tomei ที่มีโอกาสหนาแน่นในช่วงวันหยุด
ช่วงที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือขากลับตอนเย็น เพราะเป็นเวลาที่นักท่องเที่ยวจำนวนมากเริ่มเดินทางกลับ Tokyo พร้อม ๆ กัน ถ้ามีรถบัสหรือรถไฟเที่ยวสุดท้ายที่ต้องต่อ แนะนำอย่าวางเวลาไว้กระชั้นเกินไป ควรเผื่อ Buffer Time อย่างน้อยประมาณ 30-60 นาที เพื่อรับมือกับรถติดหรือความล่าช้าที่อาจเกิดขึ้น จะได้ไม่ต้องรีบออกจาก Outlet หรือเสี่ยงพลาดรถเที่ยวที่จองไว้

ถ้ามีเวลาเที่ยว Gotemba แค่ 1 วัน ลองเริ่มออกจาก Tokyo ด้วยรถบัสตรงเที่ยวเช้าประมาณ 8 โมง และไปถึง Gotemba Premium Outlets ราวๆ 10 โมง จากนั้นใช้เวลาช้อปปิ้งช่วงเช้าจนถึงบ่าย ประมาณ 3-4 ชั่วโมง แบบนี้จะมีเวลาเดินร้านหลัก ๆ ได้ค่อนข้างเต็มที่โดยไม่ต้องรีบมาก หลังจากนั้น ช่วงบ่ายค่อยเดินทางต่อไป Peace Park ใช้เวลาชมวิวภูเขาไฟฟูจิ และเดินเล่นประมาณ 30-45 นาที แล้วกลับมายังโซน Outlet เพื่อแช่ออนเซ็นที่ Konohananoyu ก่อนขึ้นรถบัสกลับ Tokyo ถือเป็นแผนที่ได้ครบทั้งช้อปปิ้ง ชมฟูจิ และแช่ออนเซ็นภายในวันเดียว
ทั้งนี้หากรถติด ไม่จำเป็นต้องพยายามเก็บทุกจุดให้ครบ โดยแนะนำให้ตัด Peace Park ออกก่อน แล้วใช้เวลาอยู่ที่ Outlet กับออนเซ็นแทน เพราะสองอย่างนี้อยู่ในพื้นที่เดียวกัน และไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไป-กลับเพิ่ม จะทำให้ทริปสบายขึ้นและไม่ต้องคอยกังวลว่าจะกลับ Tokyo ไม่ทัน
ถ้ามีเวลาเที่ยว Gotemba ค่อนข้างจำกัด แนะนำให้เลือก Mini Route แบบสั้น ๆ แทนการพยายามเก็บหลายจุดในวันเดียว ซึ่งจัดได้ง่าย ๆ 2 แบบ
แบบแรกคือ Outlet + Onsen เน้นช้อปปิ้งเป็นหลัก ใช้เวลาครึ่งวันเดิน Gotemba Premium Outlets ให้เต็มที่ แล้วปิดท้ายด้วยการแช่ออนเซ็นชมวิวฟูจิที่ Konohananoyu ซึ่งอยู่ในพื้นที่เดียวกัน สามารถจัดเวลารถกลับ Tokyo ได้ง่ายกว่า อีกแบบคือ Outlet + Fuji View เหมาะกับคนที่อยากได้ทั้งช้อปปิ้งและวิวภูเขาไฟฟูจิ แวะ Peace Park ช่วงเช้าเพราะมีโอกาสเห็นฟูจิชัดกว่าช่วงบ่าย จากนั้นค่อยกลับมาช้อปยาวจนถึงช่วงเย็น ซึ่งทั้งสอง Route เหมาะกับทริปเช้าไปเย็นกลับ เพราะช่วยให้แผนไม่แน่นจนเกินไป มีเวลาเผื่อสำหรับรถติด ช้อปเพลิน หรือเหตุการณ์ที่ทำให้แผนช้ากว่าที่คิด และลดความเสี่ยงที่จะต้องรีบวิ่งไปขึ้นรถกลับ Tokyo ในช่วงท้ายวัน

ถ้าอยากมีเวลาเที่ยว Gotemba แบบไม่ต้องรีบมาก แนะนำให้ออกจาก Tokyo ไม่เกินประมาณ 8-9 โมงเช้า เพื่อให้ไปถึง Gotemba ก่อน 11 โมง และยังเหลือเวลาสำหรับช้อปปิ้ง ชมวิว หรือแช่ออนเซ็นได้เกือบเต็มวัน ยิ่งถ้ามีหลายจุดที่อยากไป การเริ่มเช้าหน่อยจะช่วยให้จัดแผนได้ง่ายขึ้นมาก ส่วนขากลับควรกำหนด Cut-off Time ของตัวเองไว้ตั้งแต่ก่อนเริ่มเที่ยว เช่น วางไว้ว่าจะออกจาก Gotemba ไม่เกินประมาณ 1-2 ทุ่ม เพื่อไม่ให้ช่วงท้ายวันต้องรีบจนเกินไป โดยเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดที่คนเยอะ การจราจรขากลับเข้า Tokyo ก็มีโอกาสหนาแน่นกว่าวันธรรมดา
สิ่งสำคัญคือควรเช็กตารางรถบัส หรือรถไฟเที่ยวสุดท้ายที่จะใช้กลับ Tokyo ไว้ตั้งแต่ก่อนออกจากที่พัก และอย่ารอจนใกล้เวลาค่อยเปิดดู เพราะถ้าช้อปเพลิน รถติด หรือเดินทางกลับจากจุดเที่ยวอื่นช้ากว่าแผน จะได้รู้ตั้งแต่แรกว่าต้องออกจากแต่ละจุดอย่างช้าที่สุดกี่โมง

ถ้าตั้งใจมา Gotemba เพื่อช้อปปิ้งเป็นหลัก การเที่ยวแบบ Day Trip ก็เพียงพอและช่วยประหยัดค่าที่พัก เหมาะกับคนที่ไม่ได้ตั้งใจเก็บจุดชมวิว ถ้ำลาวา หรือสถานที่รอบเมืองมากนัก สามารถออกจาก Tokyo ตอนเช้า ใช้เวลาส่วนใหญ่ที่ Outlet แล้วเลือกเพิ่มออนเซ็นหรือจุดชมวิวอีกสักแห่ง ก่อนเดินทางกลับช่วงเย็น
แต่ถ้าอยากเที่ยว Gotemba ให้ครบขึ้น การพัก 1 คืนจะจัดแผนได้สบายกว่า เพราะมีเวลาเพิ่มสำหรับ Peace Park ถ้ำลาวา และศาลเจ้า โดยไม่ต้องคอยกังวลเรื่องรถเที่ยวสุดท้าย อีกข้อดีคือมีโอกาสออกไปชมภูเขาไฟฟูจิในช่วงเช้า ซึ่งโดยทั่วไปเป็นช่วงที่ทัศนวิสัยมักดีกว่าช่วงบ่าย เพียงแต่ต้องแลกกับค่าที่พัก และเวลาของทริปที่เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งวัน แต่ถ้ามีเวลาแค่วันเดียว และเป้าหมายหลักคือช้อปปิ้ง เลือก Day Trip ก็เพียงพอ แต่ถ้าอยากได้ทั้ง ธรรมชาติ วิวฟูจิ และเที่ยวรอบเมืองแบบไม่ต้องเร่ง การพักสัก 1 คืนจะช่วยให้จัดทริปได้ลงตัวกว่า

ถ้าเที่ยวอยู่ที่ Gotemba Premium Outlets เรื่องอาหารถือว่าค่อนข้างสะดวก เพราะภายในมีทั้ง Food Court และร้านอาหารหลากหลายสไตล์ให้เลือก ไม่ต้องเสียเวลาออกไปหาร้านด้านนอก ถ้ามาแบบ Day Trip แนะนำให้ฝากมื้อกลางวันไว้ที่นี่เลย สามารถพักกินข้าวระหว่างช้อปปิ้งแล้วเดินต่อได้ทันที ช่วยประหยัดเวลาเดินทางไปได้พอสมควร แต่ถ้าพักค้างคืนหรือมีเวลาเหลือพอที่จะเข้าไปเที่ยวในตัวเมือง Gotemba ก็มีร้านอาหารท้องถิ่นให้ลองอีกหลายแบบ โดยเฉพาะร้านยากินิกุและเทปันยากิ ที่เหมาะกับการนั่งกินมื้อเย็นแบบไม่ต้องรีบ ถือเป็นอีกทางเลือกสำหรับคนที่อยากออกจากบรรยากาศของ Outlet แล้วลองสัมผัสร้านอาหารในเมืองมากขึ้น

โกเทมบะ (Gotemba) เป็นเมืองที่มีแหล่งน้ำจากภูเขาไฟฟูจิไหลผ่าน ทำให้อาหารและเครื่องดื่มท้องถิ่นหลายอย่างของที่นี่ นำจุดเด่นเรื่องน้ำมาเป็นส่วนหนึ่งของรสชาติ เมนูที่ขึ้นชื่อที่สุดอย่างหนึ่งคือ Mikuriya Soba โซบะท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์ตรงการนำมันเทศมาผสมในเส้น ก่อนนำไปต้มจนได้เนื้อสัมผัสที่นุ่มกว่าโซบะทั่วไป เหมาะสำหรับแวะกินเป็นมื้อกลางวันระหว่างเที่ยว
อีกอย่างที่น่าลองคือ Atsuage เต้าหู้ทอดเนื้อนุ่มที่ทำโดยใช้น้ำใต้ดินจากบริเวณภูเขาไฟฟูจิ จะกินเล่นเป็นของว่างหรือสั่งมาแบ่งกันก็ได้ ส่วนสายเครื่องดื่มสามารถลอง Gotemba Kogen Beer เบียร์ท้องถิ่นที่มีหลายสไตล์ให้เลือก และถ้าอยากหาของฝากกลับบ้าน ลองมองหา Mikuriya Genmaicha ชาข้าวคั่วที่นำข้าว Koshihikari มาผสมกับใบชา ได้กลิ่นหอมของข้าวคั่ว ดื่มง่าย และถือเป็นอีกหนึ่งของฝากที่เข้ากับบรรยากาศของ Gotemba ได้ดี

ระหว่างเดินช้อปปิ้ง ถ้าเริ่มเมื่อยและอยากหาที่นั่งพักพร้อมของหวานสักหน่อย ลองแวะหา Fruit Sando แซนด์วิชขนมปังนุ่ม ๆ สอดไส้ครีมกับผลไม้สดตามฤดูกาล นอกจากกินง่ายแล้วยังหน้าตาสวย ถ่ายรูปออกมาน่ากินอีกด้วย หรือจะลอง Castella เค้กสปันจ์เนื้อนุ่มที่ใช้ไข่ไก่ท้องถิ่นอย่าง Fuji Sakura Egg เป็นส่วนประกอบ ก็เหมาะกับการกินคู่กับชาหรือกาแฟระหว่างพักขา
อีกตัวเลือกคือเยลลี่ผลไม้สดจาก FruFull ที่เน้นรสชาติของผลไม้และใช้น้ำจากฟูจิเป็นส่วนประกอบ ของหวานเหล่านี้สามารถมองหาได้ตามร้านค้าในโซน Outlet และร้านของฝากในตัวเมือง เหมาะสำหรับแวะเติมพลังช่วงกลางวัน ซื้อกินก่อนขึ้นรถกลับโตเกียว หรือจะหยิบติดมือกลับไปเป็นของฝากก็ได้

Konohana no Yu เป็นออนเซ็นที่อยู่ในพื้นที่ Gotemba Premium Outlets สามารถเดินเชื่อมต่อจากโซนช้อปปิ้งได้เลย โดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปที่อื่น จุดเด่นคือวิวภูเขาไฟฟูจิที่มองเห็นได้จากหลายโซนของออนเซ็น ไม่ว่าจะเป็นบ่อกลางแจ้งแบบพาโนรามา บ่อยืน บ่อในร่ม รวมถึงยังมีห้องซาวน่าสไตล์ฟินแลนด์ให้ใช้บริการ โดยมีพิธี Löyly วันละ 4 รอบ
ค่าเข้าในวันธรรมดาอยู่ที่ประมาณ 1,700 เยนสำหรับผู้ใหญ่ และ 900 เยนสำหรับเด็ก ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุด ผู้ใหญ่อยู่ที่ประมาณ 2,100 เยน และเด็ก 1,100 เยน โดยราคานี้รวมผ้าเช็ดตัวแล้ว เปิดให้บริการตั้งแต่ 10.30-22.00 น. และเข้าครั้งสุดท้ายเวลา 21.00 น. นอกจากนี้ยังมีส่วนลดสำหรับการเข้าใช้บริการก่อน 13.00 น. รวมถึงส่วนลดสำหรับคนที่มีใบเสร็จจากการช้อปปิ้งใน Outlet ครบ 1,000 เยนขึ้นไป ใครวางแผนจะใช้ส่วนลด แนะนำให้เช็กเงื่อนไขล่าสุดอีกครั้งก่อนเข้าใช้บริการ เพราะรายละเอียดและโปรโมชั่นอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้
ออนเซ็นวิว Fuji: ควรไปช่วงไหน
ถ้าอยากเพิ่มโอกาสเห็นภูเขาไฟฟูจิชัด ๆ ระหว่างแช่ออนเซ็น แนะนำให้เลือกช่วงเช้าหรือช่วงใกล้พระอาทิตย์ตก เพราะเป็นช่วงที่ท้องฟ้าเปิดและบรรยากาศสวยเป็นพิเศษ แต่การจะเห็นฟูจิชัดแค่ไหน ยังขึ้นอยู่กับสภาพอากาศของวันนั้นเป็นหลัก บางวันอาจเห็นเต็มลูกแบบไม่มีเมฆบัง ขณะที่บางวันอาจไม่เห็นเลย เพราะฉะนั้นให้มองวิวฟูจิเป็นเหมือน “โบนัส” ของการมาแช่ออนเซ็น จะได้ไม่ต้องคาดหวังจนเกินไป

สำหรับคู่รักหรือครอบครัวที่อยากได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้น Konohana no Yu มีห้องอาบน้ำส่วนตัวแบบ Kaden ให้เลือกทั้งหมด 19 ห้อง กระจายอยู่บริเวณชั้น 1 และชั้น 3 โดยเฉพาะห้องกลางแจ้งบนชั้น 3 ที่สามารถชมวิวภูเขาไฟฟุจิแบบพาโนรามาได้สวยเป็นพิเศษ เหมาะกับคนที่อยากแช่ออนเซ็นแบบเป็นส่วนตัวและใช้เวลาด้วยกันแบบสบาย ๆ
ห้องส่วนตัวค่อนข้างได้รับความนิยมและมีจำนวนจำกัด ถ้ารู้วันเดินทางแน่นอนแนะนำให้จองล่วงหน้า ส่วนราคาจะแตกต่างกันตามประเภทห้อง ช่วงเวลา และระยะเวลาที่ใช้บริการ ก่อนเดินทางจึงควรเช็กราคาและเงื่อนไขล่าสุดจากเว็บไซต์ทางการของ Konohana no Yu อีกครั้ง
สำหรับคนที่มีรอยสัก แนะนำให้เช็กกฎของออนเซ็นแต่ละแห่งใน Gotemba ก่อนเดินทาง เพราะนโยบายอาจไม่เหมือนกัน บางแห่งอนุญาตให้เข้าใช้บริการได้ ถ้าสามารถปิดรอยสักด้วยสติกเกอร์หรือแผ่นปิดที่กำหนด ขณะที่บางแห่งอาจมีกฎเข้มงวดกว่านั้น
ถ้าอยากใช้บริการแบบสบายใจมากขึ้น ห้องอาบน้ำส่วนตัวอย่าง Kaden ก็เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะเป็นพื้นที่สำหรับใช้งานเฉพาะกลุ่ม ไม่ต้องแช่รวมกับผู้ใช้บริการคนอื่น อย่างไรก็ตาม กฎเรื่องรอยสักสามารถเปลี่ยนแปลงได้ และแต่ละสถานที่ก็มีเงื่อนไขต่างกัน ก่อนเดินทางจึงควรตรวจสอบกับออนเซ็นอีกครั้ง

เหมาะกับคนที่เดินทางด้วยรถไฟหรือรถบัสเป็นหลัก และอยากได้ความสะดวกในการต่อรถ เพราะบริเวณนี้อยู่ใกล้ทั้งจุดขึ้น Shuttle Bus ฟรีไป Gotemba Premium Outlets และป้ายรถบัสท้องถิ่น ที่สามารถต่อไปยังสถานที่อย่าง Peace Park ได้ ทำให้วางแผนเที่ยวโดยไม่ต้องเช่ารถได้ง่ายขึ้น ข้อสังเกตคือถ้าตั้งใจช้อปปิ้งที่ Outlet ตั้งแต่เช้าจนถึงช่วงค่ำ ต้องเผื่อเวลาเดินทางกลับที่พักไว้ด้วย โดยเฉพาะหลัง Outlet ปิด เพราะอาจต้องเช็กรอบ Shuttle Bus ให้ดี หรือใช้แท็กซี่กลับที่พักแทนหากไม่มีรถรอบที่สะดวก
เหมาะกับสายช้อปที่อยากเริ่มเดิน Outlet ตั้งแต่ร้านเปิด หรือช้อปเสร็จแล้วอยากกลับไปพักทันที โดยไม่ต้องเสียเวลารอ Shuttle Bus ภายในพื้นที่ Gotemba Premium Outlets มีโรงแรม Hotel Clad ให้บริการ สามารถเดินเชื่อมต่อกับโซนช้อปปิ้งและออนเซ็น Konohana no Yu ได้สะดวก โซนนี้จึงเหมาะกับคนที่ตั้งใจช้อปปิ้งเป็นหลัก แล้วปิดท้ายด้วยการแช่ออนเซ็น ก่อนเดินกลับที่พักได้เลย ถือเป็นตัวเลือกที่สะดวกมากสำหรับคนที่ไม่อยากเสียเวลาเดินทางไป-กลับระหว่าง Outlet กับโรงแรม

เหมาะกับคนที่อยากเปลี่ยนทริป โกเทมบะ (Gotemba) จากการมาแบบ Day Trip เพื่อช้อปปิ้ง ให้กลายเป็นทริปพักผ่อนแบบเต็ม ๆ มากขึ้น โรงแรมและเรียวกังในกลุ่มนี้มักเน้นจุดขายเรื่องห้องพักวิวภูเขาไฟฟูจิ รวมถึงบ่อออนเซ็นส่วนตัว หรือออนเซ็นกลางแจ้งที่สามารถใช้เวลาแช่ได้แบบไม่ต้องรีบ แน่นอนว่าราคาที่พักอาจสูงกว่าโรงแรมแถวสถานีหรือ Outlet อยู่พอสมควร แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือบรรยากาศของการพักผ่อนที่มากขึ้น โดยเฉพาะโอกาสตื่นมาเห็นฟูจิในช่วงเช้าจากห้องพัก และมีเวลาแช่ออนเซ็นได้เต็มที่โดยไม่ต้องกังวลเรื่องรีบขึ้นรถกลับโตเกียว เหมาะกับทริปฮันนีมูน ทริปคู่รัก หรือคนที่อยากมาพักผ่อนจริง ๆ มากกว่าการเน้นช้อปปิ้งเป็นหลัก
ช่วงปลายเดือนธันวาคมถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์ คือช่วงที่มีโอกาสเห็นฟูจิชัดที่สุดของปี อากาศหนาวและแห้งทำให้ท้องฟ้าใส บางช่วงอย่างปลายเดือนธันวาคมถึงต้นมกราคม มีสถิติเห็นฟูจิได้เกินครึ่งของวันทั้งหมด ส่วนฤดูร้อนเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคม มีโอกาสเห็นฟูจิต่ำที่สุด ฤดูใบไม้ผลิแม้อากาศจะอุ่นสบาย แต่มักมีฝุ่นละอองทำให้ทัศนวิสัยไม่ดีเท่าฤดูหนาว ส่วนฤดูใบไม้ร่วงโอกาสเห็นฟูจิจะค่อยๆ ดีขึ้นตั้งแต่กันยายนไปจนถึงพฤศจิกายน ไม่ว่าจะมาช่วงไหน ช่วงเช้าตรู่มักเป็นเวลาที่อากาศใสที่สุดของวันเสมอ ควรเช็กพยากรณ์อากาศใกล้วันเดินทางอีกครั้งเพื่อความแม่นยำ

ช่วงที่ Gotemba คนเยอะเป็นพิเศษคือวันเสาร์-อาทิตย์ วันหยุดยาวของญี่ปุ่นอย่าง Golden Week หรือช่วงปีใหม่ รวมถึงช่วงที่ Outlet จัดเทศกาลลดราคาครั้งใหญ่ นอกจากคนจะหนาแน่นแล้ว ถนนที่มุ่งหน้าเข้า-ออก Gotemba Premium Outlets ก็มีโอกาสรถติดมากกว่าปกติด้วย ซึ่งถ้าอยากเดินช้อปแบบสบาย ๆ แนะนำให้เลือกมาวันธรรมดาจะเที่ยวได้ง่ายกว่า โดยเฉพาะคนที่วางแผนขับรถเช่า หรือใช้รถบัสในการเดินทาง และควรเผื่อเวลาไว้มากกว่าปกติ

หากอยากเพิ่มบรรยากาศธรรมชาติให้กับทริป Gotemba นอกเหนือจากการช้อปปิ้ง ช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิประมาณปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายน ถือเป็นช่วงที่น่าสนใจ เพราะบริเวณ Peace Park และ Niihashi Sengen Jinja จะมีซากุระบานให้ชม และหากตรงกับวันที่อากาศเปิด ก็มีโอกาสได้ชมซากุระพร้อมวิวภูเขาไฟฟูจิเป็นฉากหลัง ส่วนในฤดูใบไม้ร่วงประมาณเดือนพฤศจิกายน บริเวณรอบ Peace Park และแนวป่าใกล้ถ้ำลาวา จะเริ่มมีใบไม้เปลี่ยนสีให้ชม เป็นอีกช่วงที่เหมาะสำหรับเที่ยวธรรมชาติและถ่ายภาพ อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลาที่ซากุระบานหรือใบไม้เปลี่ยนสีเต็มที่ อาจขยับเร็วหรือช้าในแต่ละปีตามสภาพอากาศ หากตั้งใจเดินทางมาเพื่อชมโดยเฉพาะ ควรตรวจสอบสถานะล่าสุดจากเว็บไซต์ท่องเที่ยวท้องถิ่นก่อนเดินทาง

เริ่มต้นทริปด้วยการออกจากโตเกียวด้วยรถบัสตรงช่วงประมาณ 08.00 น. เดินทางถึง Gotemba Premium Outlets ราว 10.00 น. จากนั้นใช้เวลาช้อปปิ้งจนถึงประมาณ 13.30 น. ก่อนพักรับประทานอาหารกลางวันที่ Food Court ภายใน Outlet ช่วงบ่ายสามารถเลือกช้อปปิ้งต่อ หรือแวะไปเที่ยว Peace Park สั้น ๆ ก่อนกลับมาแช่ออนเซ็นที่ Konohana no Yu ในช่วงประมาณ 16.00-17.00 น. แล้วจึงขึ้นรถบัสเที่ยวเย็นราว 19.00-20.00 น. เพื่อเดินทางกลับโตเกียว
หากวันนั้นการจราจรติดขัด หรือใช้เวลาช้อปปิ้งนานกว่าที่วางแผนไว้ แนะนำให้ตัด Peace Park ออกจากแผนเป็นจุดแรก เพราะ Gotemba Premium Outlets และ Konohana no Yu อยู่ในพื้นที่เดียวกัน ทำให้จัดเวลาได้ง่ายกว่า และยังคงได้ทั้งช้อปปิ้งและพักผ่อนแช่ออนเซ็นครบตามไฮไลต์หลักของทริป

วันแรกเน้นใช้เวลาเที่ยวและช้อปปิ้งที่ Gotemba Premium Outlets ได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องเร่งรีบไปยังจุดอื่น ก่อนปิดท้ายวันด้วยการแช่ออนเซ็นที่ Konohana no Yu แล้วจึงเดินทางไปเช็กอินเข้าที่พัก ส่วนเช้าวันที่สองแนะนำให้ออกเดินทางแต่เช้าไปยัง Peace Park เพื่อชมภูเขาไฟฟูจิในช่วงที่ท้องฟ้าเปิดและอากาศค่อนข้างใส จากนั้นค่อยแวะเที่ยวถ้ำลาวา Otainai Seikoen หรือ Komakado Kazaana และศาลเจ้า Niihashi Sengen Jinja ก่อนเดินทางกลับโตเกียวในช่วงบ่าย
การแบ่งเที่ยวเป็น 2 วัน จะช่วยกระจายเวลาได้ลงตัวมากขึ้น ไม่ต้องเร่งทั้งการช้อปปิ้งและเที่ยวธรรมชาติให้ครบภายในวันเดียว ทำให้มีเวลาแต่ละจุดมากขึ้น และเที่ยว Gotemba ได้ในจังหวะที่สบายกว่าแบบ Day Trip
| รายการ | Day Trip | 1 คืน 2 วัน |
|---|---|---|
| รถบัสไป-กลับ | ~ 3,600-4,400 เยน | ~ 3,600-4,400 เยน |
| ที่พัก 1 คืน | – | ~ 8,000-25,000+ เยน |
| อาหาร | ~ 2,000-3,000 เยน | ~ 4,000-6,000 เยน |
| ออนเซ็น | ~ 1,700-2,100 เยน | ~ 1,700-2,100 เยน |
| ค่าเข้าชม/รถบัสท้องถิ่น | ~ 500-1,000 เยน | ~ 1,000-1,500 เยน |
| รวมโดยประมาณ (ไม่รวมค่าช้อปปิ้ง) | ~ 8,000-11,000 เยน | ~ 18,000-40,000 เยน |
งบประมาณทั้งหมดข้างต้นยังไม่รวมค่าใช้จ่ายสำหรับการช้อปปิ้ง ซึ่งจะแตกต่างกันไปในแต่ละคน และเป็นเพียงค่าใช้จ่ายโดยประมาณเท่านั้น โดยงบจริงอาจเพิ่มหรือลดตามช่วงเวลาที่เดินทาง รูปแบบการเที่ยว และระดับของที่พักที่เลือก

| รายการ | Gotemba | Hakone | Kawaguchiko |
|---|---|---|---|
| ช้อปปิ้ง | ดีที่สุด (Outlet ขนาดใหญ่) | มีน้อย | มีน้อย |
| วิวฟูจิ | มองเห็นได้ แต่ไม่ใช่จุดเด่น | เห็นได้บางจุด ขึ้นกับสภาพอากาศ | ดีที่สุด (วิวริมทะเลสาบ) |
| ออนเซ็น | มี แต่ไม่ใช่จุดขายหลัก | เมืองออนเซ็นชื่อดัง เลือกได้เยอะ | มี เน้นเรียวกังริมทะเลสาบ |
| ธรรมชาติ | ถ้ำลาวา สวนสาธารณะ | หุบเขาภูเขาไฟ ทะเลสาบ พิพิธภัณฑ์ | ทะเลสาบ 5 แห่ง สวนสนุก Fuji-Q |
| เวลาเดินทางจาก Tokyo | ~ 1.5-2 ชม. | ~ 1.5-2 ชม. | ~ 2-2.5 ชม. |
| เหมาะกับ | สาย Day trip ช้อปปิ้ง | ทริปออนเซ็น+ธรรมชาติหลายวัน | ทริปเน้นวิวฟูจิ/ถ่ายรูป |
ทั้งสามเมืองไม่จำเป็นต้องเลือกจากคำถามว่า “ที่ไหนสวยที่สุด” แต่อาจเริ่มจาก“ทริปนี้เราอยากได้ประสบการณ์แบบไหน” เพราะแต่ละเมืองมีจุดเด่นแตกต่างกันอย่างชัดเจน Gotemba เหมาะกับเน้นช้อปปิ้ง เที่ยวแบบกระชับในหนึ่งวัน Hakone เหมาะกับการพักผ่อน แช่ออนเซ็น และใช้เวลากับบรรยากาศธรรมชาติ ส่วน Kawaguchiko เหมาะกับคนที่ต้องการให้วิวภูเขาไฟฟูจิเป็นไฮไลต์หลักของทริป ดังนั้น เมืองที่เหมาะที่สุดจึงขึ้นอยู่กับว่าเราอยากให้วันนั้นเป็นทริปแบบไหนมากกว่า
สายช้อปควรวางแผนล่วงหน้าพื้นที่ในกระเป๋า เพราะหลังจากช้อปปิ้งแล้ว สัมภาระอาจเพิ่มขึ้นมากกว่าที่คาด โดยเฉพาะหากตั้งใจซื้อสินค้าชิ้นใหญ่ ควรเผื่อทั้งพื้นที่และน้ำหนักกระเป๋าไว้ด้วย นอกจากนี้ ควรคำนึงถึงการเดินทางกลับ เพราะยิ่งมีสัมภาระหลายชิ้น การเดิน การต่อรถ หรือการขึ้นลงรถสาธารณะก็จะไม่สะดวก การเตรียมพื้นที่กระเป๋าไว้ล่วงหน้าจึงช่วยให้เดินทางกลับได้คล่องตัวและสบายมากขึ้น

Gotemba Premium Outlets ใหญ่แค่ไหน ควรเผื่อเวลากี่ชั่วโมง?
Gotemba Premium Outlets มีร้านค้าและร้านอาหารรวมประมาณ 290 ร้าน หากตั้งใจมาช้อปปิ้งจริงจัง แนะนำให้เผื่อเวลาอย่างน้อย 4-5 ชั่วโมงขึ้นไป เพราะพื้นที่ค่อนข้างกว้าง และต้องใช้เวลาเดินระหว่างแต่ละโซน การวางแผนไว้เพียง 1-2 ชั่วโมงอาจไม่เพียงพอ
ไป Gotemba แบบ Day Trip จาก Tokyo คุ้มไหม?
คุ้มสำหรับคนที่ตั้งใจมาช้อปปิ้งเป็นหลัก และสามารถออกเดินทางจากโตเกียวได้ตั้งแต่เช้า ภายในหนึ่งวันสามารถจัดโปรแกรมให้มีทั้งช้อปปิ้ง ชมวิวภูเขาไฟฟูจิ และปิดท้ายด้วยการแช่ออนเซ็นได้ แต่หากต้องการเที่ยวสถานที่อื่นเพิ่มเติม เช่น ถ้ำลาวา ศาลเจ้า หรือจุดท่องเที่ยวที่อยู่นอกโซน Outlet แนะนำให้พักค้างคืน 1 คืน จะจัดเวลาได้สะดวก
มา Gotemba แล้วจะเห็นภูเขาไฟฟูจิชัดแน่นอนไหม?
ไม่สามารถรับประกันได้ เพราะการมองเห็นภูเขาไฟฟูจิขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในแต่ละวันเป็นหลัก โดยทั่วไปช่วงปลายเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ รวมถึงช่วงเช้าตรู่ มีโอกาสเห็นฟูจิได้ชัดกว่าหลายช่วงของปี อย่างไรก็ตาม ควรตรวจสอบพยากรณ์อากาศและสภาพท้องฟ้าก่อนเดินทางอีกครั้ง

เที่ยว Gotemba โดยไม่เช่ารถได้หรือไม่?
ได้ หากเน้นเที่ยว Gotemba Premium Outlets และแช่ออนเซ็นที่ Konohana no Yu เพราะทั้งสองแห่งอยู่ในพื้นที่เดียวกัน และยังมี Shuttle Bus ฟรีเชื่อมต่อกับสถานี Gotemba แต่หากต้องการเที่ยวถ้ำลาวา ศาลเจ้า หรือสถานที่ที่กระจายอยู่นอกตัวเมือง การเช่ารถหรือใช้แท็กซี่จะช่วยให้เดินทางสะดวกขึ้นมาก
มีรอยสักสามารถเข้าออนเซ็นได้ไหม?
ขึ้นอยู่กับนโยบายของออนเซ็นแต่ละแห่ง บางสถานที่อนุญาตให้เข้าใช้บริการได้ หากสามารถปิดรอยสักด้วยสติกเกอร์ หรือแผ่นปิดตามเงื่อนไขที่กำหนด ส่วนห้องอาบน้ำส่วนตัวอาจเป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการความเป็นส่วนตัว อย่างไรก็ตาม นโยบายเกี่ยวกับรอยสักสามารถเปลี่ยนแปลงได้ จึงควรตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดกับสถานที่โดยตรงก่อนเดินทาง
ร้านค้าใน Gotemba Premium Outlets ใช้บัตรเครดิตได้หรือไม่?
ร้านค้าส่วนใหญ่ภายใน Outlet และร้านอาหารรองรับบัตรเครดิตทั่วไป และยังมีบริการ Tax-free สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติในร้านค้าที่เข้าร่วม หากวางแผนซื้อสินค้าแบบปลอดภาษี ควรพกพาสปอร์ตตัวจริงติดตัวไปด้วย และตรวจสอบเงื่อนไขของแต่ละร้านก่อนชำระเงิน
โกเทมบะ (Gotemba) เป็นอีกหนึ่งจุดหมายที่เหมาะสำหรับคนที่อยากรวมทั้งการช้อปปิ้ง ชมวิวภูเขาไฟฟูจิ และแช่ออนเซ็นไว้ในทริปเดียว โดยไม่ต้องเดินทางไกลจากโตเกียวมากนัก สามารถจัดทริปได้ตั้งแต่แบบ Day Trip ไปจนถึงการพักค้างคืน และไม่ว่าจะตั้งใจมาเพื่อช้อปปิ้งเป็นหลัก หรืออยากเพิ่มธรรมชาติและออนเซ็นเข้าไปในทริป Gotemba ก็สามารถปรับแผนให้เข้ากับสไตล์การเดินทางได้ ทำให้เมืองนี้เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับการออกมาเที่ยวรอบภูเขาไฟฟูจิจากโตเกียว

Blogger : Mmtb
Position : หนุ่มเคราดกผู้หลงรักงานคราฟต์: ถ่ายทอดความละเมียดละไมของญี่ปุ่น ในจังหวะปั่นสไตล์วินเทจ
ภายใต้ลุคเคราดกและรอยเปื้อนจากการเดินทาง ผมคือผู้นิยมความประณีตในตัวอักษร ผมหลงรักการเดินทางไปสัมผัสจิตวิญญาณแบบญี่ปุ่น แล้วนำมาปรุงใหม่ผ่านปลายปากกา ไม่ว่าจะเป็นความสงบของสถาปัตยกรรมหรือความจัดจ้านของ Streetwear ผมเขียนทุกบรรทัดเพื่อให้คุณได้กลิ่นอายของสถานที่นั้นจริงๆ

เปิดคู่มือเที่ยว Hakuba Iwatake Mountain Resort จุดเช็กอินวิวหลักล้าน พร้อมกิจกรรมธรรมชาติที่ห้ามพลาดตลอดทั้งปี
Hakuba Iwatake รีสอร์ตวิวเทือกเขาแอลป์ที่เที่ยวได้ตลอด 365 วัน รวมคาเฟ่วิวหลัก...

เที่ยวญี่ปุ่น เมืองไหนดี แนะนำ 10 เมืองเด็ด ความน่าสนใจ ที่ต้องไปเยือน
เที่ยวญี่ปุ่น เมืองไหนดี แนะนำ 10 เมืองเด็ดน่าเที่ยว ที่มีความโดดเด่นน่าสนใจ ท...

10 ที่เที่ยวฟูจิ เปิดพิกัดที่เที่ยวแบบใหม่ ไปกี่ครั้งก็ไม่เบื่อ
Kitaguchi-hongu Fuji Sengen Shrine ศาลเจ้าที่อุดมไปด้วย […]...

รีวิวฤดูหนาวที่ Hakuba Iwatake Mountain Resort เที่ยวฮาคุบะแบบจัดเต็ม ทั้งจุดชมวิว สกี และออนเซ็น
หากอยากสัมผัสทั้งวิวสวยอลังการ สกี และออนเซ็นในฤดูหนาวของฮาคุบะ Hakuba Iwatake...
Police
110
Ambulance
119
AMDA International Medical Information Center
03-6233-9266
สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว
090-4435-7812
สถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซาก้า
090-1895-0987
สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฟุกุโอกะ
090-2585-3027 หรือ 090-9572-1515