Cr: Chill Chill Japan

เกาะคิวชู เป็นอีกหนึ่งภูมิภาคหนึ่งของญี่ปุ่นที่น่าสนใจและคนไทยหลายคนอาจจะยังไม่เคยมาเที่ยว ซึ่งเกาะคิวชูเองก็แบ่งออกเป็นโซน North Kyushu และ South Kyushu สำหรับโซน North Kyushu หรือคิวชูเหนือหลาย ๆ คนอาจพอคุ้นเคยได้ยินชื่อจังหวัดที่ตั้งอยู่ในโซนนี้กันบ้างแล้วอย่าง ฟุกุโอกะ ซากะ คุมาโมโตะ นางาซากิ

คราวนี้ Chill Chill Japan จึงขอไปตะลุยที่เกาะคิวชูกันที่จังหวัด Miyazaki (มิยาซากิ) และ Kagoshima (คาโกชิมะ) ซึ่งตั้งอยู่ในโซน South Kyushu หรือคิวชูใต้ที่หลายคนอาจไม่เคยได้ไปเห็น ตามไปชมความ UNSEEN ของ 2 จังหวัดไปพร้อมกับเราได้เลย

Cr: Chill Chill Japan

บทความนี้ เราจะขอแนะนำวิธีการเดินทางจากกรุงเทพฯ บ้านเราไปยังโซนคิวชูใต้กันก่อน เนื่องจากการเดินทางไปยังจุดหมายของเราในครั้งนี้ค่อนข้างไกลจากประเทศไทยจึงยังไม่มีไฟท์บินตรงจากไทยไปคาโกชิมะหรือมิยาซากิ แต่นั่นไม่ใช่อุปสรรคของเราและไม่ได้ลำบากอย่างที่คิด ตามไปดูรีวิว How to เดินทางไปคิวชูใต้กันเลยจ้ะ

สำหรับสายการบินที่เหมาะจะเลือกไปยังตอนใต้ของคิวชูนั้นต้องเลือกสายการบินที่มีไฟลท์บินไปจังหวัดคาโกชิมะหรือมิยาซากิ โดยทำการเปลี่ยนเครื่องบินของสายการบินหรือสายการบินอื่นที่จังหวัดใดจังหวัดหนึ่งของญี่ปุ่น อย่างเช่น โตเกียว โอซาก้าหรือนาโกย่า หรือฟุกุโอกะ

ในส่วนของ Route การเดินทางของเรานั้นจะเริ่มจากการขึ้นเครื่องของสายการบิน ANA จากสนามบินสุวรรณภูมิไปลงที่สนามบิน HANEDA-TOKYO ประเทศญี่ปุ่น เพื่อเปลี่ยนเครื่องบินต่อไปยังจังหวัดมิยาซากิ โดยเปลี่ยนไปนั่งเครื่องของสายการบิน Solaseed Air

อ่านแล้วดูยุ่งยากซักหน่อย แต่เราสายลุยค่ะ เรื่องแค่นี้ไม่เท่าไหร่ตามมาดูกันเลย

จากสนามบินสุวรรณภูมิวาร์ปมาขึ้นเครื่องบินกันเลยค่ะ สำหรับสายการบิน ANA นี่ที่นั่งค่อนข้างสบายต่อให้เป็นชั้นประหยัด มีจงมีจอให้เราได้ดูหนังสนุก ๆ ระหว่างอยู่บนเครื่อง ยิ่งถ้าใครชอบหนังญี่ปุ่นละก็มีเรื่องใหม่ ๆ ให้ดูพอสมควรเลยค่ะ (หนังไทยก็มีนะคะไม่ต้องห่วง)

ที่นั่งของ ANA ค่อนข้างมีพื้นที่ให้ยืดเข้งยืดขาได้สบายพอสมควรเลยค่ะ แน่นอนว่ามีผ้าห่มกันหนาวและหมอนให้ใช้บริการด้วย

สิ่งแรกที่มาเสิร์ฟในไฟลท์ตอนกลางคืนของเราคือ ของว่างให้อร่อยกันเพลิน ๆ ระหว่างดูหนัง สำหรับเราถือเป็นมื้อดึกเบา ๆ ที่อร่อยพอสมควร ในถุงมีทั้งพายและขนมคบเขี้ยวอร่อย ๆ แนะนำให้ทุกคนเลือกนั่งไฟลท์ดึกเพื่อไม่ให้เสียเวลาในการเที่ยว

หลับไปได้หนึ่งตื่นก็ถึงเวลากินอาหารเช้า เมนูอาหารเช้าของ ANA จะมีทั้งออมเล็ต โซบะเย็น ผลไม้ ขนมปังและโยเกิร์ต ส่วนตัวว่าโซบะเย็นกินแล้วสดชื่นดีนะ ส่วนน้ำเราก็เลือกได้ตามใจชอบเลย ไม่ว่าจะชาเขียวเย็น กาแฟร้อน น้ำอัดลม หรือน้ำผลไม้ต่าง ๆ

ในที่สุดก็มาถึงสนามบิน HANEDA ที่โตเกียวค่ะ มาถึงประเทศญี่ปุ่นกันแล้ว เมื่อถึงสนามบินแห่งแรกของญี่ปุ่นเราจำเป็นจะต้องผ่านด่านต.ม. ของเขาก่อนและโหลดกระเป๋าใหม่

ซึ่งหลังจากไปรับกระเป๋าแล้ว เราก็จะต่อเครื่องเพื่อบินต่อไปยังคิวชูใต้ จังหวัดมิยาซากิจุดหมายปลายทางของเรา ด้วยสายการบิน Solaseed Air โดยจะต้องนั่งรถบัสไปยัง Domestic Terminal เพื่อไปขึ้นไฟลท์บินภายในประเทศญี่ปุ่นนั่นเอง

ไม่นานนักเราก็เดินมาจนถึงเคาท์เตอร์ของ Solaseed Air ค่ะ เนื่องจากมาถึงค่อนข้างเช้าบรรยากาศเลยเงียบเหงาสักหน่อย มาถึงแล้วก็โหลดกระเป๋าขึ้นเครื่องกันก่อน

สำหรับสายการบิน Solaseed Air หลายคนอาจไม่เคยรู้จัก เราเองก็ยังไม่คุ้นเคยค่ะ เพราะเป็นสายการบินที่มีไฟลท์เดินทางเฉพาะในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น นี่ถือเป็นการลองเดินทางกับสายการบินนี้เป็นครั้งแรกเลยค่ะ

รอสักครู่หนึ่งจากนั้นทาง Solaseed Air จะให้ตั๋วเรามา จากนั้นเราก็นำกระเป๋าไปโหลดก่อนไปขึ้นเครื่อง ซึ่งสำหรับสายการบิน Solaseed Air นั้นจะใช้เคาท์เตอร์โหลดกระเป๋าเดียวกับสายการบินเดียวกัน ANA นั่นเอง

ได้ตั๋วมาก็สามารถเดินเล่นช้อปปิ้งกันที่สนามบินก่อนออกเดินทางได้ แต่อย่าเพิ่งรีบช้อปกันจนหมดตัว เพราะนี่เพิ่งเริ่มต้นทริปเองนะจ๊ะ

แล้วอย่าช้อปเพลินจนลืมเวลาเข้า Gate ยังไงก็ไปก่อนเวลา Boading 20 นาทีนะ

สำหรับเราไฟลท์ที่เช้าขนาดนี้ ไม่มีแรงจะไปช้อปเท่าไหร่เลยขอตัวเข้า Gate ไปงีบรอเวลา พร้อมนั่งจิบชาแบบชิลล์ ๆ ก่อนขึ้นเครื่อง

สำหรับใครที่อยากชาร์ตแบตมือถือ ทางสนามบินฮาเนดะเขามีเตรียมไว้ให้ชาร์จหลายโซนเลยค่ะ

หลับไปได้ตื่นเดียวก็ใกล้ถึงเวลาขึ้นเครื่องแล้ว ยังไงก็อย่านอนเพลินจนไม่ได้ดูเวลาขึ้นเครื่องนะจ๊ะ

และแล้วเราก็มาอยู่บนเครื่องค่ะ สำหรับสายการบิน Solaseed Air อย่างที่บอกว่านี่เป็นครั้งแรกของการขึ้นสายการบินนี้ ขอบอกว่าค่อนข้างโอเคเลยค่ะ คุณแอร์น่ารัก ผู้โดยสารส่วนใหญ่ก็เป็นชาวญี่ปุ่น

พื้นที่นั่งอาจจะไม่ได้กว้างขวางอย่าง ANA แต่ก็นั่งได้สบายไม่คับแคบนัก ที่สำคัญคือมีบริการเครื่องดื่มฟรี มีทั้งชาและน้ำผลไม้ แต่ในส่วนของอาหารและของว่างจะต้องจ่ายเงินเพิ่มค่ะ

ใช้เวลาจากสนามบินฮาเนดะเมืองโตเกียวไม่เกิน 3 ชั่วโมงเราก็เดินทางมาถึงคิวชูใต้ที่จังหวัดมิยาซากิ สนามบินของเมืองนี้อาจจะไม่ใหญ่มากเท่าไหร่ แต่ก็มีป้ายต้อนรับเราอย่างอบอุ่น

ซึ่งหากใครต้องการจะต่อเครื่องที่ HANEDA หรือ NARITA ไปลงจังหวัด Kagoshima ก็สามารถทำได้เหมือนกัน แต่สำหรับทริปนี้ของเราจะเป็น Route ตามนี้ค่ะ
ขามา : BKK >> HANEDA >> MIYAZAKI
ขากลับ : BKK >> HANEDA >> KAGOSHIMA

เนื่องจากเราต้องการเที่ยวทั้ง 2 จังหวัดนี้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องย้อนกลับมาที่สนามบินเดิมนั่นเอง งั้นเรารีวิวขากลับจากจังหวัดคาโกชิมะสู่สนามบินสุวรรณภูมิบ้านเราให้ดูด้วยเลยแล้วกันนะคะ

การเดินทางกลับจากสนามบินคาโกชิมะ >> สุวรรณภูมิ

หลังจากเที่ยวจบทริปเราก็เดินทางมายังสนามบินคาโกชิมะอันเป็นเวลาเดินทางกลับกรุงเทพฯบ้านเรา

ขากลับ Route เดินทางของเราจะเป็นการขึ้นเครื่องจากสนามบินคาโกชิมะของ Solaseed Air ไปเปลี่ยนเครื่องที่ HANEDA TOKYO ของ ANA เพื่อไปลงสนามบินสุวรรณภูมิ

สำหรับการ Check in เราต้องไปที่เคาท์เตอร์ของ Solaseed Air แต่ในส่วนของการโหลดกระเป๋านั้นสายการบิน Solaseed ใช้ร่วมกันกับ ANA เช่นเคยค่ะ

หลังจาก Check in และโหลดกระเป๋าเสร็จเรียบร้อยที่สนามบินคาโกชิมะแห่งนี้มีร้านขนมของฝากให้ช้อปปิ้งมากมายค่ะ ขามาไม่ค่อยได้ช้อป ขากลับมีเวลาเหลือเยอะก็ต้องไปช้อปกันสักหน่อย

โดยชั้น 2 ของสนามบินจะเป็นโซนร้านอาหารสำหรับคนที่กำลังหิว ส่วนชั้นล่างจะเป็นโซนร้านขายของฝากค่ะ ใครอยากหมุนกาชาปองที่ชั้นสองก็มีให้หมุนกันด้วย แต่จำนวนตู้หมุนอาจจะไม่เยอะมากเท่าไหร่นะ

เราลงมาเดินช้อปของฝากที่ชั้นล่าง มีร้านมากมายเรียงรายกันไปหมด ใครเที่ยวเพลินช้อปของฝากไม่ทั้งก็ฝากความหวังไว้ที่นี่ได้ มีของดี ๆ ดัง ๆ ของโซนคิวชูให้ช้อปเพียบ โดยเฉพาะของฝากประจำเมืองคาโกชิมะ

อย่างขนม Shirokuma ที่เป็นของเด็ดประจำเมืองคาโกชิมะก็มีขายในรูปแบบของคุกกี้ แพ็กเกจสุดน่ารักให้ซื้อไปฝากคนทางบ้าน

หรือใครอยากจะซื้อของฝากที่เป็นอาหารคาวไปให้แม่ ๆ ก็มีให้เลือก เดินช้อปกันให้จุใจได้เลย

ช้อปกันจนเกือบหมดตัวก็ถึงเวลาเข้า Gate ภายในนี้ก็ยังมีร้านเล็ก ๆ ให้เราได้ช้อปขนมของฝาก หรือซื้อน้ำดื่ม ขนมกินเล่นระหว่างรอขึ้นเครื่อง

และแล้วก็ถึงเวลาขึ้นเครื่องรีวิวการเดินทางไปและกลับจาก South Kyushu ก็จบลงแล้ว บทความต่อไปเราจะพาทุกคนไปเที่ยวเมืองมิยาซากิต่อด้วยคาโกชิมะกันเต็ม ๆ อย่าลืมติดตามกันนะคะ

TIPS : สำหรับการจองตั๋วเครื่องบินที่ต้องมีไฟลท์บินต่อควรจองให้มีระยะเวลาเพียงพอต่อการรับกระเป๋าและโหลดกระเป๋าเข้าไปใหม่เพื่อป้องกันการตกเครื่องหรือการดีเลย์ของเครื่องบินลำใดลำหนึ่ง อย่างน้อย 1-2 ชั่วโมง

ข้อสรุป

วิธีการเดินทางใน Route ของเราอาจจะมีหลายขั้นตอนไปสักหน่อย แต่ก็สนุกและตื่นเต้นไปอีกแบบ และได้ลองการเดินทางแบบใหม่ ๆ ได้แวะไปเที่ยวหลายสนามบิน อาจจะมีความลำบากในส่วนของการต้องโหลดกระเป๋าใหม่อีกครั้งที่สนามบินฮาเนดะสักหน่อย แต่บอกเลยว่าไม่เหนื่อยากเกินแรงของทุกคน และคุ้มค่าสำหรับการเดินทางมาเที่ยวโซนคิวชูใต้พื้นที่สุด UNSEEN แห่งนี้แน่นอน