Cr: PoRsukE

หากพูดถึง Japan Alps นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักจะนึกถึงการไปเที่ยวชม Snow wall ที่ Tateyama Kurobe Alpine route ซึ่งถือเป็นเส้นทางยอดนิยม

แต่วันนี้เราจะมาแนะนำอีกสถานที่หนึ่ง ซึ่งสำหรับชาวญี่ปุ่นแล้ว ถือเป็นสถานที่พักตากอากาศยอดนิยม และเป็นจุดที่สามารถชม Japan Alps ที่สวยงามมากอีกจุดหนึ่งเช่นกัน เพียงแต่นักท่องเที่ยวชาวไทย อาจจะยังไม่ค่อยได้ไปสัมผัสบรรยากาศของที่นี่กันเท่าไรนัก นั่นก็คือ “Kamikochi” (คามิโคจิ)

จะสวยงามและน่าไปเที่ยวขนาดไหน ตามมาได้เลยครับ…

พิกัด คามิโคจิ


Cr: google.com

ดูพิกัด คามิโคจิ

Kamikochi จุดชมวิว Japan Alps แสนงดงาม

Cr: PoRsukE

Kamikochi อยู่ในจังหวัด Nagano จัดเป็นสถานที่พักตากอากาศยอดนิยมของชาวญี่ปุ่น (แต่ที่พักก็ราคาโหดมากเช่นกัน) และมีชื่อเสียงในเรื่องของวิว Japan Alps ที่สวยงาม หันหน้าไปทางไหน ใช้กล้องอะไรถ่ายก็สวย

ช่วงเวลาที่ดีในการมาเที่ยว คามิโคจิ อยู่ในช่วงเดียวกับเส้นทาง Tateyama Kurobe Alpine route คือช่วงกลางเดือนเมษายน ถึงประมาณกลางเดือนพฤศจิกายนของทุกปี

สำหรับการเดินทางไป คามิโคจิ ของเราในครั้งนี้ จัดเป็น One day trip จาก Tokyo ซึ่งจริง ๆ แล้วเป็นรูทที่มีระยะทางไกลและเสียเวลาในการเดินทางไปพอสมควร

แต่เนื่องจากเวลาที่จำกัดและอยากจะได้ไปในวันที่อากาศดีจริงๆ (เพื่อให้ได้รูปสวยๆ นี่แหละ) เลยตัดสินใจพักที่ Tokyo และดูพยากรณ์อากาศทุกวัน วันไหนที่อากาศดีค่อยมา ดังนั้นถ้าใครอยากมาและถือ JR Pass อยู่แล้ว จัด One day trip จาก Tokyo ได้สบายๆ ครับ

เดี๋ยวจะแนะนำรายละเอียดเรื่องการเดินทางให้ แต่ถ้าจะให้แนะนำควรพักที่ Matsumoto เพราะเดินทางไม่ไกลนัก อีกทั้งสามารถจัดอีกวันเพื่อไปเที่ยว Tateyama Kurobe Alpine route ได้ด้วย จะได้เก็บวิวจากทั้งสองที่ให้คุ้มไปเลย

วิธีการเดินทางไป Kamikochi จาก Tokyo

Cr: PoRsukE

เราเริ่มการเดินทางโดยออกจาก Tokyo ก่อน 6 โมงเช้า เพื่อนั่ง Shinkansen จาก Tokyo ไป Nagano ต่อรถไฟธรรมดาจาก Nagano ไปที่ Matsumoto

พอถึงสถานี Matsumoto แล้ว ไม่ต้องออกจากสถานีให้เดินไปตามป้ายที่บอกทางไปชานชาลาที่จะไป Kamikochi (ALPICO Line for Shinshimashima)ซึ่งจะเป็นรถไฟ Local ของอีกบริษัท (ไม่ใช่ JR ใช้ JR Pass ไม่ได้นะ)

โดยจะนั่งไปสุดสาย คือสถานี Shinshimashima ใช้เวลาประมาณ 30 นาที (ค่าโดยสาร 700 เยน/เที่ยว)

Cr: PoRsukE

บรรยากาศภายในรถไฟหวานเย็นขบวนนี้

Cr: PoRsukE

ข้างทางก็มีวิวสวยๆ ให้ดูตลอด อย่าเพิ่งหลับไปก่อนล่ะ

Cr: PoRsukE

Cr: PoRsukE

ถึงสถานี Shinshimashima จะเจอทางออก ให้ไปซื้อตั๋วเหมาที่เคาน์เตอร์ด้านซ้ายมือก่อนออก โดยตั๋วเหมานี้ จะรวมค่ารถไฟ ALPICO Line และรถบัสไป คามิโคจิ ไป – กลับ ราคา 4,550 เยน (ถูกกว่าซื้อแยกหลายเยนอยู่)

ก่อนเดินออกสถานีก็ต้องแสดงตั๋วเหมานี้ และ JR Pass (หรือตั๋วรถไฟ JR ที่เราซื้อมาจากต้นทาง) ให้คุณลุงนายสถานีตรวจด้วย ออกไปปุ๊บ ก็จะเจอรถบัสที่ไป คามิโคจิ จอดรออยู่ พร้อมแจ้งเวลาออกรถไว้ด้วย

Cr: PoRsukE

สำหรับเวลาในการเดินรถไฟ แนะนำให้เข้าไปดูใน www.hyperdia.com โดยเลือกสถานีปลายทาง คือ Shinshimashima ส่วนเวลาเดินรถบัสที่จะต้องใช้เพื่อจัดเวลาการเดินทาง สามารถเข้าไปเช็คได้ที่นี่ alpico.co.jp

ส่วนใครไม่ได้ซื้อ JR pass จะนั่งรถบัสตรงจาก Tokyo มาที่ Kamikochi เลยก็ได้ แต่ไม่แนะนำหากจะมา One day trip เพราะเสียเวลาเดินทางเยอะกว่า

Cr: PoRsukE

หน้าตา Pass และโบรชัวร์แนะนำเส้นทางท่องเที่ยว Kamikochi + ตารางเวลารถบัส

Cr: PoRsukE

คุณลุงคนขับรถมาอธิบายเส้นทางที่จะเดินทางให้ฟัง ภาษาอังกฤษดีมาก

Cr: PoRsukE

แค่วิวด้านหน้าสถานีก็ดีงามแล้ว

Cr: PoRsukE

Cr: PoRsukE

Cr: PoRsukE

บรรยากาศระหว่างทาง (อย่าหลับเลย วิวสวย)

การเดินทางด้วยรถบัสจากสถานี Shinshimshima ไปสุดสายที่ Kamikochi ใช้เวลาประมาณ 1 ชม. หากใครมีคุณพ่อคุณแม่ หรือญาติที่สูงวัยไปด้วยและไม่อยากเดิน

แนะนำให้ไปลงรถบัสที่ป้ายสุดท้ายซึ่งจะไปจอดที่ Kamikochi Bus Terminal แล้วเดินต่ออีกไม่ไกลเพื่อไปจุดชมวิว Kamikochiที่บริเวณสะพาน Kappa (Kappabashi) ใช้เวลาสักพักในการถ่ายรูป เดินชมวิว ซื้อของกินของฝากแล้วค่อยเดินกลับไปที่ Bus Terminal เพื่อนั่งรถกลับไปที่สถานี Shinshimashima

แต่วัยรุ่น (เหรอ?) อย่างเรา ๆ หรือคนที่ยังแข็งแรงอยู่ อยากจะมาแนะนำเส้นทางเดินป่าระยะสั้นๆ (ประมาณ 3 กม.) ตาม Route ที่เราได้เดินทางในครั้งนี้นี่แหละ เพราะไหนๆ ก็ได้มา Kamikochi แล้วยังมีอีกหลายมุมที่สวยงามให้ได้เก็บภาพสวยๆ และการเดินป่าในสภาพอากาศที่ไม่ร้อน มีแสงแดดอ่อนๆ แบบนี้

มันดีมากกกกก อยากให้ได้ไปลองสักครั้ง โดยเวลาที่ใช้เดินป่า ให้เผื่อเวลาไว้สัก 2-3 ชม. เพราะต้องเผื่อเวลาที่จะถ่ายรูปด้วย อย่างเราเอง เดินไปได้ 5 ก้าว หยุดถ่ายรูปอีกแล้ว เพราะในทุกๆ จุดที่เดินผ่านไป มันสวยงามแบบที่ว่าพยายามหามุมถ่ายรูปมาให้ดูดียังไง ก็ยังสู้ไปเห็นด้วยตาตัวเองไม่ได้จริงๆ

Cr: Japan-guide.com

Route การเดินป่าของเรา จะเริ่มจากป้ายรถบัส Taisho Ike (เวลาอยู่บนรถพยายามฟังด้วยนะ เขาจะประกาศบอก)

จุดนี้มีจุดชมวิวที่เด่นดัง ก็คือ Taisho Ike หรือ บึง Taisho จากนั้นเดินตามเส้นทางเดินป่า เลียบแม่น้ำ ชมวิวภูเขา Yake-dake ต่อด้วยบึง Tashiro และไปจบที่สะพาน Kappa เป็นอันสิ้นสุดการเดินป่าในเส้นทางนี้

Route : Taisho Ike bus stop –> Taisho Ike –> Tashiro Pond –> Tashiro bridge –> Kappa bridge

Taisho Ike

Cr: PoRsukE

Cr: PoRsukE

Cr: PoRsukE

Taisho Ike

Cr: PoRsukE

Cr: PoRsukE

ชมวิวภูเขา Yake-dake

Cr: PoRsukE

Cr: PoRsukE

บรรยากาศระหว่างทาง

Tashiro Pond

Cr: PoRsukE

เดินต่อมาจนถึงบริเวณนี้ จะเป็นทางแยกซ้ายและขวา ให้เดินไปทางด้านขวา เพื่อไป Tashiro Pond ก่อน

Cr: PoRsukE

ทางเดินไม้แบบนี้ เดินตรงไปเรื่อยๆ

Cr: PoRsukE

ถึงจุดหมายของเราแล้ว Tashiro Pond บรรยากาศเงียบสงบ น้ำใสมาก และสีแตกต่างกับ Tasho Ike สวยไปอีกแบบ

Tashiro bridge

Cr: PoRsukE

วิวแม่น้ำ Azusa และ Japan Alps จาก Tashiro bridge

Cr: PoRsukE

ระหว่างทางจาก Tashiro bridge ไป Kappabashi จะมีโรงแรม และร้านอาหารอยู่ประปราย ถ้าใครอยากประหยัดงบ แนะนำให้ซื้อเตรียมมาเองตั้งแต่ในเมือง เพราะราคาอาหารที่นี่แพง แต่เราขี้เกียจแบก (เพราะแค่กล้องที่แบกมาก็หนักจะแย่แล้ว) จึงต้องมาฝากท้องมื้อเที่ยง ที่โรงแรม Kamikochi Lemeiesta มี Lunch Set ในราคาที่สูงประมาณหนึ่ง (พอรับได้)

Cr: PoRsukE

มื้อเที่ยงของเรา อร่อย แต่ไม่ค่อยอิ่ม 555

Cr: PoRsukE

Cr: PoRsukE

ด้านหน้าโรงแรมมีต้นซากุระกำลังบานพอดี

Cr: PoRsukE

Cr: PoRsukE

Cr: PoRsukE

อิ่มท้องแล้ว ได้เวลาเดินต่อ วิวระหว่างทางก็ยังทำให้ตื่นตาตื่นใจได้เสมอ

Kappa bridge

Cr: PoRsukE

จุดสุดท้ายในการเดินป่าของเรา คือ Kappabashi หรือสะพาน Kappa ตรงบริเวณนี้ นักท่องเที่ยวเยอะมาก ผิดกับระหว่างทางที่เราเดินมา จุดนี้จะเป็นจุดที่เห็น Japan Alps ได้ใกล้ที่สุด

Cr: PoRsukE

ผู้คนมากมาย จะถ่ายรูปก็ต้องหาจังหวะดี ๆ

Cr: PoRsukE

Cr: PoRsukE

แค่ได้มาเห็นวิวแบบนี้ ก็คุ้มแล้ว

Cr: PoRsukE

หากใครอยากซื้อขนมหรือของฝาก มีร้านขายของอยู่ใกล้ๆ กับสะพาน Kappa

วิธีการเดินทางกลับจากคามิโคจิ ไป โตเกียว

Cr: PoRsukE

การเดินทางกลับ ให้เดินจากสะพาน Kappa ไปที่ Kamikochi Bus Terminal ให้มองหาชานชาลาที่จะกลับไปสถานี Shinshimashima (เช็ครอบรถบัสได้จากโบรชัวร์ที่ได้จากสถานี) พอเจอชานชาลาแล้ว

ให้นำตั๋วเหมาที่เราซื้อไว้ ไปยื่นตรงบริเวณช่องจำหน่ายตั๋วและแจ้งรอบรถที่จะกลับ พนักงานจะให้บัตรคิวเรามา ให้รอพนักงานตรงชานชาลาประกาศเรียกขึ้นรถตามคิวอีกที ไม่ต้องกังวลเรื่องจองที่ หรือแย่งที่นั่งกันนะครับ ใครได้เลขคิวก่อนก็ได้ขึ้นก่อนตามลำดับ พอถึงสถานี Shinshimashima ก็ขึ้นรถไฟเพื่อกลับไปสถานี Matsumoto ได้เลยครับ

สรุปการเดินทางแบบ One day trip จาก Tokyo ของเรา

Cr: PoRsukE

  • ออกเดินทางจากสถานี Oimachi 5.46 น. เพื่อมาขึ้น Shinkansen ที่สถานี Tokyo ไป Nagano เวลา 6.16 น.
  • เดินทางถึง Taisho Ike เวลา 10.30 น. (โดยประมาณ)
  • เดินจาก Taisho Ike ไปถึงสะพาน Kappa เกือบบ่ายสาม (เรื่อยเปื่อยมาก 555)
  • กลับจาก Kamikochi รอบ 15.15 น. ถึงสถานี Matsumoto 17.15 น.
  • ถึง Tokyo ประมาณ 3 ทุ่ม


  • สรุปค่าใช้จ่ายสำหรับ One day trip : Kamikochi

  • ค่ารถไฟ (Shinkansen) จาก Tokyo ไป Matsumoto (ไป-กลับ) = 20,000 เยน (แนะนำซื้อ JR Pass แบบ 7 วัน คุ้มค่าที่สุด)
  • ค่ารถไฟ + บัส จาก Matsumoto – Shinshimashima – Kamikochi (one day pass) = 4,550 เยน
  • ค่าอาหารกลางวัน = 1,800 เยน
  • ค่าน้ำ/ขนม ระหว่างวัน = 600 เยน
  • รวมค่าใช้จ่ายสำหรับทริปนี้ ประมาณ 26,950 เยน

    Cr: PoRsukE

    Cr: PoRsukE

    ส่งท้ายด้วยรูปจากกล้องฟิล์มที่ถ่ายมานิดหน่อยครับ แล้วไว้ถ้ามีโอกาส จะเข้ามาแนะนำที่เที่ยวใหม่ๆ ให้ได้ชมกันอีก ขอบคุณที่เข้ามาเยี่ยมชมครับ

    ข้อสรุป

    ถามว่าเหนื่อยมากไหม ก็ไม่มากเท่าที่คิดนะครับ เพราะเวลาเดินทางก็สามารถหลับงีบได้เป็นระยะ หากมีเวลาจำกัดแบบนี้ ก็ไม่ยากที่จะมา คามิโคจิ เพียงแต่ต้องจัดเวลาดีๆ เพราะรถมีรอบน้อย และที่สำคัญ ควรดูพยากรณ์อากาศให้ดีก่อนมา และหลีกเลี่ยงวันเสาร-อาทิตย์ และวันหยุดของคนญี่ปุ่น