รีวิว Nishi Park ฟุกุโอกะ: ลอดอุโมงค์ซากุระ 1,300 ต้น ในพิกัด ‘1 ใน 100 จุดชมซากุระที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น’

Nishi Park พิกัดชมซากุระในจังหวัดฟุกุโอกะที่ติดอันดับ "1 ใน 100 จุดชมซากุระที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น" ด้วยซากุระกว่า 1,300 ต้นที่บานสะพรั่งตัดกับวิวสีครามของอ่าวฮากาตะ 
Contents Index
  1. 1 รู้จัก Nishi Park สวนซากุระบนเนินเขาที่ติดโผระดับประเทศ
    1. 1.1 ซากุระ 1,300 ต้น บนภูมิประเทศแบบ Hillside
    2. 1.2 สิ่งที่ควรรู้ก่อนไป
  2. 2 ซากุระบานช่วงไหน และควรมาเวลาใดของวัน
    1. 2.1 ช่วง Full Bloom และช่วงเวลาที่แนะนำ
    2. 2.2 เช้า vs. Magic Hour — วิวอ่าวฮากาตะเวลาไหนสวยกว่ากัน
  3. 3 Sakura Highlights: 3 มุมถ่ายรูปที่ต้องเช็คอินให้ได้
    1. 3.1 The Pink Tunnel: อุโมงค์ซากุระที่ยาวสุดลูกหูลูกตา
    2. 3.2 Sakura & Sea View: ดอกไม้บานตัดกับขอบฟ้าอ่าวฮากาตะ
    3. 3.3 บรรยากาศ Hanami: ฟีลปิกนิกใต้ต้นซากุระแบบคนญี่ปุ่นท้องถิ่น
  4. 4 Imaya’s Hot Dog ฮอทดอกคุณลุงในตำนาน กินพลางชมซากุระร่วง
  5. 5 การเดินทาง
    1. 5.1 จากสถานีฟุกุโอกะ (จุด Drop-off และทางเดินเข้าสวน)
    2. 5.2 แผนเที่ยวต่อเนื่อง: เชื่อมกับ Ohori Park และ Fukuoka Castle Ruins
  6. 6 บทสรุป

รู้จัก Nishi Park สวนซากุระบนเนินเขาที่ติดโผระดับประเทศ

ซากุระ 1,300 ต้น บนภูมิประเทศแบบ Hillside

ความพิเศษของสวนนิชิคือลักษณะภูมิประเทศที่เป็นเนินเขา ทำให้ซากุระทั้ง 1,300 ต้นบานเรียงซ้อนกันเป็นชั้นๆ มองไปทางไหนก็เห็นแต่พุ่มดอกไม้สีชมพูหนาแน่น ต่างจากสวนพื้นราบทั่วไป ที่นี่ให้ความรู้สึกเหมือนเรากำลังเดินอยู่ในป่าซากุระที่โอบล้อมเราไว้ทุกทิศทาง

สิ่งที่ควรรู้ก่อนไป

สวนนิชิเปิดให้เข้าชมฟรีตลอด 24 ชั่วโมง (แต่ควรมาในช่วงกลางวันหรือช่วง Light Up เพื่อความปลอดภัย)

ไม่มีค่าเข้าชมใดๆ ข้อควรระวังคือทางเดินส่วนใหญ่เป็นทางลาดชันและบันได ดังนั้นควรเตรียมร่างกายและรองเท้าให้พร้อมสำหรับการเดินขึ้นเนิน

ซากุระบานช่วงไหน และควรมาเวลาใดของวัน

ช่วง Full Bloom และช่วงเวลาที่แนะนำ

ช่วงที่สวยที่สุดมักจะอยู่ในช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายน โดยเฉพาะวันที่ซากุระบานเต็มที่ (Full Bloom) สวนทั้งสวนจะกลายเป็นสีชมพูขาวโพลน แนะนำให้มาในช่วงเช้าตรู่หากต้องการเลี่ยงฝูงชน 

เช้า vs. Magic Hour — วิวอ่าวฮากาตะเวลาไหนสวยกว่ากัน

ช่วงเช้าจะได้แสงเคลียร์ๆ ถ่ายซากุระเห็นรายละเอียดชัดเจน แต่ถ้ามาช่วง Magic Hour (ก่อนพระอาทิตย์ตก) จะได้เห็นแสงสีส้มทองฉาบลงบนดอกซากุระโดยมีอ่าวฮากาตะเป็นฉากหลัง ซึ่งโรแมนติกมาก ส่วนเรื่องรองเท้า แนะนำรองเท้าผ้าใบเพราะเนินค่อนข้างสูงทีเดียว

Sakura Highlights: 3 มุมถ่ายรูปที่ต้องเช็คอินให้ได้

The Pink Tunnel: อุโมงค์ซากุระที่ยาวสุดลูกหูลูกตา

บริเวณทางเดินหลักที่ทอดตัวขึ้นสู่เนินเขา กิ่งก้านของต้นซากุระทั้งสองฝั่งจะโน้มเข้าหากันจนกลายเป็นอุโมงค์สีชมพูธรรมชาติ มุมนี้แนะนำให้ใช้เลนส์ซูม (Telephoto) ถ่ายจากระยะไกลเพื่อดึงภาพซากุระให้ดูแน่นและซ้อนทับกันเป็นอุโมงค์ที่สมบูรณ์

Sakura & Sea View: ดอกไม้บานตัดกับขอบฟ้าอ่าวฮากาตะ

จุดขายที่เป็นเอกลักษณ์ของสวนนิชิ เมื่อเดินขึ้นไปถึงจุดชมวิว (Observation Deck) จะสามารถถ่ายภาพดอกซากุระที่มีอ่าวฮากาตะและเรือขนส่งสินค้าเป็นฉากหลัง เป็นการรวมตัวกันของธรรมชาติและวิวทางทะเลที่หาชมได้ยากในจุดชมซากุระอื่นๆ

บรรยากาศ Hanami: ฟีลปิกนิกใต้ต้นซากุระแบบคนญี่ปุ่นท้องถิ่น

ในลานกว้างใกล้กับศาลเจ้า Terumo บรรยากาศที่นี่จะดู Local และเป็นกันเองมาก เหมาะสำหรับใครที่อยากเก็บภาพไลฟ์สไตล์แบบญี่ปุ่นแท้ๆ

Imaya’s Hot Dog ฮอทดอกคุณลุงในตำนาน กินพลางชมซากุระร่วง

มาสวนนิชิแล้วไม่กิน “Imaya’s Hot Dog” ถือว่าพลาดมาก! ร้านรถเข็นเล็กๆ ของคุณลุงที่เปิดขายมานานหลายสิบปี ลองสั่งเมนูแนะนำมานั่งทานใต้ต้นซากุระ รสชาติไส้กรอกย่างเกรียมๆ กับขนมปังกรอบนอกนุ่มในคือที่สุดของประสบการณ์การชมดอกไม้

การเดินทาง

จากสถานีฟุกุโอกะ (จุด Drop-off และทางเดินเข้าสวน)

  • นั่งรถไฟใต้ดินสาย Kuko Line ลงสถานี Tojinmachi
  • ใช้ทางออกหมายเลข 1 แล้วเดินต่อประมาณ 10-15 นาที
  • ช่วงทางเข้าสวนจะเป็นเนินเขาค่อยๆ ลาดสูงขึ้น เตรียมแรงเดินกันนิดนึงนะครับ

แผนเที่ยวต่อเนื่อง: เชื่อมกับ Ohori Park และ Fukuoka Castle Ruins

เนื่องจากสวนนิชิอยู่ไม่ไกลจากFukuoka Castle Ruins สามารถวางแผนเที่ยวรวบยอดในวันเดียวกันได้ โดยเดินลงจากสวนนิชิไปทางทิศใต้ประมาณ 15 นาทีก็จะถึงสวนโอโฮริและซากปราสาทฟุกุโอกะทันที 

บทสรุป

Nishi Park คือสถานที่ที่คนรักซากุระต้องมาสัมผัสด้วยตัวเองสักครั้ง ความสวยงามระดับ Top 100 ของประเทศ ผสมผสานกับวิวทะเลและอาหารท้องถิ่นในตำนาน ทำให้ที่นี่มีเสน่ห์ไม่เหมือนใคร เตรียมกล้องให้พร้อม ใส่รองเท้าที่สบาย รับรองว่าไม่ผิดหวัง

Contents Index
  1. 1 รู้จัก Nishi Park สวนซากุระบนเนินเขาที่ติดโผระดับประเทศ
    1. 1.1 ซากุระ 1,300 ต้น บนภูมิประเทศแบบ Hillside
    2. 1.2 สิ่งที่ควรรู้ก่อนไป
  2. 2 ซากุระบานช่วงไหน และควรมาเวลาใดของวัน
    1. 2.1 ช่วง Full Bloom และช่วงเวลาที่แนะนำ
    2. 2.2 เช้า vs. Magic Hour — วิวอ่าวฮากาตะเวลาไหนสวยกว่ากัน
  3. 3 Sakura Highlights: 3 มุมถ่ายรูปที่ต้องเช็คอินให้ได้
    1. 3.1 The Pink Tunnel: อุโมงค์ซากุระที่ยาวสุดลูกหูลูกตา
    2. 3.2 Sakura & Sea View: ดอกไม้บานตัดกับขอบฟ้าอ่าวฮากาตะ
    3. 3.3 บรรยากาศ Hanami: ฟีลปิกนิกใต้ต้นซากุระแบบคนญี่ปุ่นท้องถิ่น
  4. 4 Imaya’s Hot Dog ฮอทดอกคุณลุงในตำนาน กินพลางชมซากุระร่วง
  5. 5 การเดินทาง
    1. 5.1 จากสถานีฟุกุโอกะ (จุด Drop-off และทางเดินเข้าสวน)
    2. 5.2 แผนเที่ยวต่อเนื่อง: เชื่อมกับ Ohori Park และ Fukuoka Castle Ruins
  6. 6 บทสรุป
gammg

Blogger : gammg

นักศึกษาปริญญาเอกในคิวชูที่ใช้เวลาว่างไปกับการเดินทางสำรวจเมือง พร้อมพาทุกคนไปสัมผัสพิกัดลับและคาเฟ่ชิคๆ ในมุมมองของคนพื้นที่ผ่านเลนส์และตัวอักษร

2 Posts

โหวต

| Polls
โหวต | Polls
  • มีแพลนจะไปเที่ยวญี่ปุ่นเมื่อไหร่

    View Results

    Loading ... Loading ...

สถานที่เที่ยว

| Feature

กรณีฉุกเฉิน

| Emergency
  • Police

    110

  • Ambulance

    119

  • AMDA International Medical Information Center

    03-6233-9266

  • สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว

    090-4435-7812

  • สถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซาก้า

    090-1895-0987

  • สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฟุกุโอกะ

    090-2585-3027 หรือ 090-9572-1515