Megetsuin Ajisai Cr: HWA’s

ญี่ปุ่นเข้าหน้าฝนจริงจังแล้ว เราจึงจัดทริปพาตัวเองออกไปดูดอกไฮเดรนเยียหรือที่คนญี่ปุ่นเรียกกันว่า อะจิไซ มา เพราะช่วงนี้จะเป็นเวลาที่ดอกไม้ชนิดนี้เบ่งบานสวยสุด ๆ เรียกได้ว่าถ้ามาเที่ยวญี่ปุ่นช่วงเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคมการไปชมดอกอะจิไซถือเป็นกิจกรรมที่ไม่ควรพลาด

และพิกัดที่เราจะพาไปทัวร์ชมดอกอะจิไซกันนั้นคือเมืองคามาคุระ เมืองนี้ตั้งอยู่ไม่ไกลโตเกียวนั่งรถไฟมาได้ไม่ยากและมีสถานที่ท่องเที่ยวสวย ๆ มากมาย มีความเก่าแก่และน่ารัก แน่นอนว่ามีพิกัดชมดอกอะจิไซอยู่เพียบ คราวนี้เราจึงขอพาไปชมด้วยกัน 4 ที่ไปเลย!

Megetsu-in : วัดแห่งดอกอะจิไซ

Megetsuin Ajisai Cr: HWA’s

พิกัดแรกเราเดินทางมาที่สถานี Kita-Kamarura ใกล้นี้มีวัดที่ชื่อว่า Meigetsu-in อันเป็นหนึ่งในจุดชมดอกอะจิไซที่ติดอันดับความสวยที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น และยังขึ้นชื่อว่าสามารถเห็นดอกอะจิไซจำนวนมากแบ่งบานได้ที่นี่ สำหรับค่าเข้าชมอยู่ที่ 500 เยน

Megetsuin Ajisai Cr: HWA’s

เมื่อจ่ายค่าตั๋วกันไปเรียบร้อยแล้วก็ถึงเวลาเดินชมด้านใน เนื่องจากวันที่เราไปอากาศดีมากและยังเป็นวันหยุดทำให้มีจำนวนนักท่องเที่ยวมากมายซะเหลือเกิน โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น

Megetsuin Ajisai Cr: HWA’s

จำนวนนักท่องเที่ยวที่เยอะไม่ได้เป็นอุปสรรคสำหรับเรา แม้ว่าว่าจะต้องรอคิวนานแต่พอได้เข้ามาชมดอกอะจิไซมากมายด้านในแล้วก็รู้สึกหายเหนื่อยที่ต่อคิวรอ เพราะสวยมาก ๆ

Megetsuin Ajisai Cr: HWA’s

ดอกอะจิไซด้านในมีให้เราชมหลากหลายสี และหลายแบบใครที่ชอบดอกไม้หรือชอบถ่ายรูปคู่กับดอกไม้บอกเลยว่าถ่ายได้ไม่ยั้ง ได้รูปโปรไฟล์สวย ๆ กลับไปแน่

Megetsuin Ajisai Cr: HWA’s

Megetsuin Ajisai Cr: HWA’s

ที่นี่ไม่ได้ห้ามเราถ่ายรูปคู่กับดอกไม้ แต่ก็ต้องระมัดระวังไม่ไปจับหรือเด็ดดอกไม้โดยเด็ดขาด ดอกออะจิไซสวย ๆ จะได้อยู่สวย ๆ ให้เราได้ถ่ายรูปกันต่อไป

Megetsuin Ajisai Cr: HWA’s

ว่าจะมุมไหนก็น่าถ่ายรูปไปหมด ยิ่งถ้ามากับแฟนบรรยากาศที่นี่สุดจะเป็นใจดอกไม้บานหวานสุด ๆ

Megetsuin Ajisai Cr: HWA’s

Megetsuin Ajisai Cr: HWA’s

ดอกอะจิไซมีหลายสีสันอย่างที่บอก อย่างดอกที่มีสองสีในดอกเดียวก็มี เช่นดอกนี้เป็นสีเหลืองออกขาวและฟ้าอ่อน ๆ น่ารักเนอะ

Megetsuin Ajisai Cr: HWA’s

Megetsuin Ajisai

ตรงโซนบันไดตรงนี้เป็นจุดที่สวยที่สุดของวัดแห่งนี้เนื่องจากดอกอะจิไซจะถูกปลูกไว้เรียงรายไล่ตามขั้นบันไดสวยงามมากเลยทีเดียว วันที่เราไปคนอาจจะเยอะหน่อย ไม่ได้ภาพบันไดโล่ง ๆ เหมือนคนอื่นเค้า แต่ก็ได้ฟิลคึกครื้นมาแทน

Megetsuin Ajisai Cr: HWA’s

มุมทางเข้านี้ก็เป็นอีกจุดที่น่าถ่ายรูป ดอกอะจิไซกับทางเข้าที่เป็นประตูไม้เก่าดูขลังและเข้ากันดีไม่ใช่เล่น

Megetsuin Ajisai Cr: HWA’s

ดอกอะจิไซสีฟ้าเป็นสีที่เยอะที่สุด ของที่นี่ โดยแต่ละดอกก็จะมีสีที่แตกต่างกันเล็กน้อยด้วยนะ

Megetsuin Ajisai Cr: HWA’s

Megetsuin Ajisai Cr: HWA’s

ภายในบริเวณวัดมีโซนที่เป็นป่าไผ่ให้เราได้ไปถ่ายรูปด้วย ได้ฟิลเหมือนที่เกียวโตไม่มีผิด แถมยังได้ชมดอกอะจิไซไปพร้อม ๆ กันเลยด้วย

Megetsuin Ajisai Cr: HWA’s

ก่อนกลับอย่างลืมแวะไปถ่ายหน้าต่างโบสถ์สวย ๆ ของวัดแห่งนี้ด้วย สำหรับใครที่อยากชมสวนญี่ปุ่นสวย ๆ ก็สามารถจ่ายเงินเพิ่ม 500 เยนเพิ่มเข้าชมได้ด้วยนะ เป็นพิกัดชมดอกอะจิไซที่ได้เห็นดอกอะจิไซกันจนจุใจเลยล่ะ

Megetsu-in

ที่อยู่Japan, 〒247-0062 Kanagawa, Kamakura, Yamanouchi, 189
วิธีเดินทางนั่งรถไฟมาลงที่สถานี Kita-Kamakura จากนั้นเดินต่อเพียง 8 นาที
เวลาทำการ9.00-16.00 น. เฉพาะเดือนมิถุนายนจะเปิด 8.30-17.00 น.
ราคาปกติ 300 เยน เฉพาะเดือนมิถุนายน 500 เยน
WebsiteMegetsu-in

ดูแผนที่ Megetsu-in

2Hase dera : วัดที่มีดอกอะจิไซเบ่งบาน

Hase dera Ajisai Cr: HWA’s

ต่อจากพิกัดแรกเราได้นั่งรถไฟมายังสถานี Hase ซึ่งรถไฟสายที่จะมาสถานีนี้ได้จะเป็นรถไฟ Enoden Line สำหรับใครที่คิดว่าจะนั่งรถไฟสายนี้ไปยังหลายสถานีแนะนำให้ซื้อตั๋ว ENODEN One-Day Free Pass ที่สามารถนั่งรถไฟสายนี้ได้ไม่จำกัดใน 1 วัน ราคา 600 เยน เพราะว่าคุ้มกว่าแน่นอน

Hase dera Ajisai Cr: HWA’s

วัดนี้ค่อนข้างไฮเทคเพราะเค้ามีเครื่องจำหน่ายตั๋วอัตโนมัติให้เรา เราสามารถใช้บัตร IC ของญี่ปุ่นชำระเงินได้ด้วยนะ

Hase dera Ajisai Cr: HWA’s

นอกจากตั๋วเข้าเช้าวัดสีเขียวแล้ว เราจะต้องรับบัตรคิวในการเข้าชมดอกอะจิไซของทางวัดมาด้วย ไม่ได้เสียค่าใช้จ่ายอะไรเพิ่ม เพียงแต่เราต้องรอจนถึงหมายเลขคิวที่เราได้มาก่อนถึงจะเข้าชมดอกอะจิไซได้

อย่างคิวที่เราได้ค่อนข้างนาน (คิวละ 10 นาที) เราก็สามารถเช็คคิวแบบเรียลถามได้ด้วยแสกนคิวอาร์โค้ดเพิ่มเข้าเว็บว่าตอนนี้คิวอยู่ที่หมายเลขอะไร ซึ่งทางวัดก็ใจดีมาก ๆ อนุญาตให้เราออกไปนอกวัดและกลับมาตอนที่ถึงคิวเราได้ด้วยนะ (ถ้ากลับมาช้ากว่าคิวเราก็ได้แต่ต้องกลับมาก่อนถึงเวลาวัดปิดทำการ)

Hase dera Ajisai Cr: HWA’s

ใครมีแพลนจะไปเที่ยวตรงอื่นก็ออกไปเที่ยวก่อนได้ ส่วนใครไม่มีแพลนก็เดินเล่นชมวัดแห่งนี้กันก่อน เพราะเค้ามีอะไรให้ดูเยอะเลยล่ะ

Hase dera Ajisai Cr: HWA’s

วัดนี้จะมีรูปสลักพระอยู่ตามวัดมากมาย อย่างภาพนี้ก็เป็นรูปสลักจากหินที่แสนจะน่ารัก จนใครก็อดใจไม่ไหวต้อง่ถายรูปกันทั้งนั้น

Hase dera Ajisai Cr: HWA’s

Hase dera Ajisai Cr: HWA’s

Hase dera Ajisai Cr: HWA’s

ภายในบริเวณก็มีจะมีบรรยากาศที่สมกับเป็นวัดจริง ๆ ไม่ว่าจะมีกระถางธูป ระฆังของวัดหรือแม้แต่พระพุทธรูปให้เราได้สักการะ

Hase dera Ajisai Cr: HWA’s

Cr: HWA’s

แล้วยังมีโซนให้เขียนคำอธิษฐานที่สิ่งที่เราใช้เขียนนั้นแตกต่างไปจากวัดอื่น เพราะมันคือเปลือกหอยนางรมนั่นเอง ! ใครอยากเขียนก็ลองดูได้แปลือกละ 300 เยน เขียนแล้วก็เอาไปแขวนตามที่เข้าแขวนเรียงเอาไว้ได้เลย

Hase dera Ajisai Cr: HWA’s

Hase dera Ajisai Cr: HWA’s

รูปสลักพระพุทธรูปของที่นี่เยอะมากจริง ๆ เรียกได้ว่าแปลกตาสำหรับเราเลยทีเดียว

Hase dera Ajisai Cr: HWA’s

จะมีอาคารเมนของวัดที่มีพระพุทธรูปองค์ใหญ่มากกกกอยู่ด้านใน เสียดายที่ทางวัดไม่อนุญาตให้ถ่ายรูป ใครอยากเห็นว่าใหญ่ขนาดไหนต้องลองมาเที่ยวเองแล้วล่ะ

Hase dera Ajisai Cr: HWA’s

เดินชมวัดทั่วแล้ว ก็ยังมีจุดชมวิวที่มองไปแล้วเห็นทะเลอีกด้วย เพลินดีจริง ๆ ที่นี่

Hase dera Ajisai Cr: HWA’s

Hase dera Ajisai Cr: HWA’s

นอกจากนั้นทางวัดยังมีเก้าอี้ให้นั่งรอ นั่งพัก สำหรับใครที่เริ่มหิวขึ้นมานิด ๆ ทางวัดก็มีของหวานจำหน่ายไม่ว่าจะเป็นซาลาเปาไส้ต่าง ๆ หรืออย่างดังโงะลูกใหญ่ที่เราซื้อมาชิม เครื่องดื่มอย่างน้ำเปล่าหรือโซดาซ่า ๆ ดับร้อนก็มีจำหน่ายด้วย

Hase dera Ajisai Cr: HWA’s

รออยู่นานก็ถึงคิวเราสักที นอกจากดูในเว็บไซต์ที่สแกนจากคิวอาร์โค้ดได้แล้วบริเวณทางเข้าชมดอกไฮเดรนเยียจะมีจอบอกว่าตอนนี้ถึงคิวไหนด้วย

Hase dera Ajisai Cr: HWA’s

และเนื่องจากวัดนี้มีชื่อเสียงเรื่องดอกอะจิไซที่สวยงามและทิวทัศน์ที่งดงาม ทำให้ที่นี่ก็เป็นอีกพิกัดที่คนจะเยอะมากในช่วงฤดูกาลชมดอกอะจิไซนั่นเอง

Hase dera Ajisai Cr: HWA’s

แน่นอนว่าพอได้เห็นดอกอะจิไซเยอะ ๆ เราก็จิตใจเบิกบาน คุ้มกับความเหนื่อยที่ต้องรอคอย สวยไม่แพ้พิกัดแรกที่ไปมาเลยจริง ๆ

Hase dera Ajisai Cr: HWA’s

Hase dera Ajisai Cr: HWA’s

สำหรับการชมดอกอะจิไซของ Hase dera ถึงจะเป็นพื้นที่เล็ก ๆ แต่จะเป็นบันไดให้เราได้ไต่ความสูงขึ้นไปชมดอกอะจิไซมากมายจากมุมสูง

Hase dera Ajisai Cr: HWA’s

Hase dera Ajisai Cr: HWA’s

Hase dera Ajisai Cr: HWA’s

Hase dera Ajisai Cr: HWA’s

Hase dera Ajisai Cr: HWA’s

ดอกอะจิไซของที่นี่น่ารักไม่แพ้ที่ไหนเลยจริง ๆ แถมนอกจากดอกอะจิไซแล้วเขายังมีดอกไม้หน้าฝนพันธุ์อื่น ๆ ให้เราได้ชมด้วย

Hase dera Ajisai Cr: HWA’s

Hase dera Ajisai Cr: HWA’s

Hase dera Ajisai Cr: HWA’s

ถึงจะคนเยอะไปนิดแต่บรรยากาศคึกคักมากขอบอก สาว ๆ คนไหนอยากได้รูปสวย ๆ ขึ้นไปอีกแนะนำให้เช่าชุดกิโมโนใส่มาถ่ายรูปด้วยนะ

Hase dera Ajisai Cr: HWA’s

และนี่คือทิวทัศน์สุดงดงามของวัด Hase ที่เราเห็นแล้วรู้สึกว่าคุ้มจริง ๆ ที่รอคิว เพราะนอกจากเราได้ชมดอกอะจิไซสวย ๆ แล้ว เมื่อขึ้นบันไดมาเรื่อย ๆ ก็จะได้พบกับทิวทัศน์ของทะเลที่แสนงดงามเหนือคำบรรยาย

Hase dera Ajisai Cr: HWA’s

Hase dera Ajisai Cr: HWA’s

ถ่ายรูปจากด้านบนลงไปก็สวยไปอีกแบบ และบรรยากาศภายในวัดแห่งนี้ก็ร่มรื่นย์ด้วย มาที่นี่แล้วจะได้สัมผัสทั้งบรรยากาศเก่าแก่ของวัดญี่ปุ่น สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์และได้ชมดอกอะจิไซสวย ๆ ไปด้วยในครวาเดียวกัน

Hase dera

ที่อยู่3 Chome-11-2 Hase, Kamakura, Kanagawa 248-0016
วิธีเดินทางนั่งรถไฟมาลงที่สถานี Hase จากนั้นเดินต่อประมาณ 4 นาที
เวลาทำการช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤศจิกายน 8.00-17.30 น. เดือนตุลาคมถึงกุมภาพันธ์ 8.00-17.00 น.
ราคาค่าเข้าชมวัด ผู้ใหญ่ 400 เยน เด็ก (6-11 ปี) 200 เยน
WebsiteHase dera

ดูแผนที่ Hase dera

Gokurakuji Temple : วัดเล็ก ๆ ที่มีดอกไม้น่ารัก

Gokurakuji Temple Cr: HWA’s

สำหรับใครทีตั้งใจจะดูดอกอะจิไซที่ Hase dera แล้วตอนรอคิวไม่รู้จะไปไหนเราขอแนะนำนั่งรถไฟมาลงที่สถานี Gokurakuji ที่อยู่ถัดจากสถานี Hase มาหนึ่งสถานีเพื่อมาชมดอกอะจิไซที่วัดใกล้สถานีนี้เป็นการฆ่าเวลา

Gokurakuji Temple Cr: HWA’s

Gokurakuji เป็นวัดเล็ก ๆ ที่อยู่ใกล้สถานีที่นี่ก็มีดอกอะจิไซให้เราได้ชม แม้จะไม่มากมายเท่าสองพิกัดแรกแต่ก็สวยไม่แพ้กันและไม่เสียค่าชมด้วยนะ

Gokurakuji Temple Cr: HWA’s

Gokurakuji Temple Cr: HWA’s

บรรยากาศในวัดก็ร่มรื่นย์มาก มาสูดอากาศสดชื่นที่นี่ก็คุ้มแล้ว อย่าลืมแวะไปไหว้พระก่อนกลับด้วยล่ะ

Gokurakuji Temple Cr: HWA’s

Gokurakuji Temple Cr: HWA’s

ที่นี่ก็มีดอกไม้พันธุ์อื่น ๆ นอกจากดอกอะจะไซด้วย ใครชอบบรรยากาศสงบ ๆ ไม่วุ่นวายแนะนำให้แวะมาดูดอกอะจิไซเล็ก ๆ หน่อย ๆ กันที่นี่

Gokurakuji Temple

ที่อยู่3 Chome-6-7 Gokurakuji, Kamakura, Kanagawa 248-0023
วิธีเดินทางนั่งรถไฟมาลงที่สถานี Gokurakuji จากนั้นเดินต่อประมาณ 3 นาที
เวลาทำการ9.00-16.30 น.
ราคาไม่เสียค่าใช้จ่าย (ถ้าเข้าโซนห้องเก็บสมบัติเสีย 300 เยน)
WebsiteGokurakuji Temple

ดูแผนที่ Gokurakuji Temple

Jojuin Temple : ทิวทัศน์ดอกอะจิไซที่ไม่เหมือนใคร

Jojuin Temple Cr: HWA’s

อีกพิกัดชมดอกอะจิไซที่อยู่ไม่ไกลกันจาก Gokurakuji ก็คือวัด Jojuin แห่งนี้ สำหรับวัดนี้จะต้องเดินขึ้นบันไดหน่อยอาจจะไม่เหมาะกับผู้สูงอายุ แต่ถ้าใครสู้ตายละก็มาได้เลย!

Jojuin Temple Cr: HWA’s

ประตูทางเข้าวัดดูเก่าแก่และมีดอกอะจิไซมาต้อนรับกันตั้งแต่ทางเข้าเลยล่ะ

Jojuin Temple Cr: HWA’s

Jojuin Temple Cr: HWA’s

ดอกอะจิไซของวัดนี้จะมีหลากสีสันมากกว่าที่อื่น ๆ และเขาจะปลูกเอาไว้สองข้างทาง ถึงจะไม่เยอะเท่าสองที่แรกแต่ก็มีให้ชมจนชื่นใจอยู่เหมือนกัน

Jojuin Temple Cr: HWA’s

อย่างดอกอะจิไซสีขาวล้วนที่ไม่ค่อยได้เห็นในสองพิกัดแรกก็มีให้ชมกันที่วัดนี้ด้วย

Cr: HWA’s

หรือแม้แต่ดอกสีชมพูล้วนน่ารัก ๆ แบบนี้ก็มีด้วยเช่นเดียวกัน

Jojuin Temple Cr: HWA’s

Jojuin Temple Cr: HWA’s

จุดไคลน์แมกซ์ของที่นี่ก็คือบันไดทางลงไปยังสุสานของวัดที่เราจะได้ชมดอกอะจิไซไปพร้อมกับทิวทัศน์ทะเลที่แสนสวยงาม บอกเลยว่าได้ฟิลล์ไม่เหมือนที่อื่นเลยล่ะ

Jojuin Temple Cr: HWA’s

Jojuin Temple Cr: HWA’s

ก่อนกลับก็อย่าลืมแวะไหว้พระของที่นี่กันด้วยนะ ภายในวัดไม่ใหญ่มากแต่ร่มรื่นย์และศักดิ์สิทธิ์มาก ๆ เลยเชียวล่ะ

Jojuin Temple Cr: HWA’s

อีกอย่างที่แนะนำก่อนกลับ ระหว่างเดินไปขึ้นรถไฟ แนะนำให้หยุดถ่ายรูปที่มุมนี้รอตอนรถไฟมาแล้วจะได้ภาพสวย ๆ กลับไปแน่นอน

Jojuin Temple

ที่อยู่ 1 Chome-1-5 Gokurakuji, Kamakura, Kanagawa 248-0023
วิธีเดินทางนั่งรถไฟมาลงที่สถานี Gokurakuji จากนั้นเดินต่อประมาณ 2 นาที
เวลาทำการ8.00-17.00 น. *ช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนมีนาคม ปิดเวลา 16.30 น.
ราคาไม่เสียค่าใช้จ่าย
FacebookJojuin Temple

ดูแผนที่ Jojuin Temple

ข้อสรุป

ทริปชมดอกอะจิไซของเราครั้งนี้ ได้ชมดอกอะจิไซกันแบบจุใจไปด้วยกัน 4 ที่ ซึ่งทุกที่สามารถไปในวันเดียวกันได้นะ หากทำการจัดสรรเวลาให้ดี เพราะแต่ละที่ตั้งอยู่ไม่ไกลกัน และการชมดอกอะจิไซที่คามาคุระนั้นนอกจากจะได้เห็นดอกไม้ที่สวยงาม ยังได้สัมผัสบรรยากาศเก่าแก่น่ารัก ๆ ของเมืองนี้ไปพร้อมๆ กันเลยด้วยล่ะ