คูปองส่วนลดที่น่าสนใจ
7%
10%
5%

Hotel Green Plaza Hakuba เป็นโรงแรมเพียงแห่งเดียวที่ตั้งอยู่หน้าลานสกี Cortina Ski Resort แบบ Ski in Ski Out ได้เลย ท่ามกลางธรรมชาติเทือกเขาของ North Alps ทำให้หิมะของที่นี่นุ่มฟู เหมาะสำหรับมือใหม่ที่เพิ่งหัดเล่นสกีหรือสโนบอร์ด และมีออนเซ็นและร้านอาหารให้บริการทุกมื้อแบบไม่ต้องออกไปไหนเลยสะดวกสุด ๆ
Hotel Green Plaza Hakuba
| ที่อยู่ | 12860-1,Chikuniotsu,otari-mura,Kitaazumi-gun,Nagano |
| เวลาเช็คอิน/เช็คเอาท์ | เช็คอิน 15.00 น. / เช็คเอาท์ 10.00 น. |
| Website | Hotel Green Plaza Hakuba |

1. เดินทางจากสถานี Shin osaka (ชินโอซาก้า) โดยขึ้นรถไฟชินคันเซ็นสาย JR Tokaido ไปยังสถานี JR Nagoya (นาโกย่า) ใช้เวลาประมาณ 50 นาที
2. จากสถานี JR Nagoya (นาโกย่า) ต่อรถไฟด่วนพิเศษ “ชินาโนะ (Limited Express Shinano)” ไปยังสถานี JR Matsumoto (มัตสึโมโตะ) ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง
3. จากสถานี JR Matsumoto (มัตสึโมโตะ) ต่อรถไฟสาย Oito Line (โออิโตะ) ไปยังสถานี Minami-Otari (มินามิโอตาริ) ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง
※ หมายเหตุ : รถไฟที่สามารถเดินทางจากสถานีมัตสึโมโตะไปยังสถานีมินามิโอตาริแบบไม่ต้องเปลี่ยนขบวนมีจำนวนจำกัด และอาจจำเป็นต้องเปลี่ยนขบวนที่สถานีชินาโนะโอมาจิ (Shinano-Omachi)
4. จากสถานี Minami-Otari (มินามิโอตาริ) เดินทางต่อไปยังโรงแรมด้วยรถบัสรับส่งฟรี (ประมาณ 20 นาที)
※สำหรับตารางเวลารถบัสรับส่งฟรีจากสถานี Minami-Otari (มินามิโอตาริ) กรุณาตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์ทางการด้านล่างนี้

คลิ๊กดูรายละเอียดเพิ่มเติม
ปยังสถานี JR มัตสึโมโตะ (ประมาณ 150 นาที)
2. จากสถานี JR Matsumoto (มัตสึโมโตะ) ต่อรถไฟสาย Oito Line (โออิโตะ) ไปยังสถานี Minami-Otari (มินามิโอตาริ) ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง
※ หมายเหตุ : รถไฟที่สามารถเดินทางจากสถานีมัตสึโมโตะไปยังสถานีมินามิโอตาริแบบไม่ต้องเปลี่ยนขบวนมีจำนวนจำกัด และอาจจำเป็นต้องเปลี่ยนขบวนที่สถานีชินาโนะโอมาจิ (Shinano-Omachi)
3. จากสถานี Minami-Otari (มินามิโอตาริ) เดินทางต่อไปยังโรงแรมด้วยรถบัสรับส่งฟรี (ประมาณ 20 นาที)
※สำหรับตารางเวลารถบัสรับส่งฟรีจากสถานี Minami-Otari (มินามิโอตาริ) กรุณาตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์ทางการด้านล่างนี้

คลิ๊กดูรายละเอียดเพิ่มเติม

การเดินทางจากโอซาก้าและโตเกียวมาถือว่าไม่ยากเลย มาลงที่สถานี Minami-Otari แล้วจะมีรถชัทเทิลบัสของทางโรงแรมมารับจากหน้าสถานีเลย ใช้เวลา 20 นาทีชัทเทิลบัสก็จะพาเรามาส่งที่หน้าโรงแรม สะดวกสบายมาก ๆ สำหรับคนที่มีสัมภาระเยอะ หรือมีเด็ก ๆ มาด้วย รถจะมีวิ่งรับ-ส่งตลอดทั้งวัน ตารางเวลาเดินรถก็มีเวลาให้เราต่อรถไฟแบบพอดี ๆ ไม่ต้องรีบ

ที่หน้าโรงแรมก็มีป้ายรถ Hakubavalley Shuttle Bus ที่เราสามารถนั่งไปลานอื่น ๆ ได้ด้วย รวมถึง Highway bus ต่าง ๆ ก็มาจอดที่ป้ายนี้

ห้องที่นี่จะเป็นแบบ 2 ชั้น กว้างขวางมากเพดานไม่รู้สึกอึดอัดสามารถกางกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ ๆ ได้หลายใบ โรงแรมมีห้องหลายแบบ แต่ห้องที่เราจะมารีวิวในวันนี้คือ ห้อง Cortina Room ( Maisonette Room ) ที่สามารถเข้าพักได้มากสุดถึง 4 คน

ห้องจะเป็นแบบเวสเทิร์นผสมกับแบบญี่ปุ่น มีสิ่งอำนวยความสะดวกภายในห้องครบครัน โดยห้องชั้น 2 เป็นห้องเสื่อตาตามิสไตล์ญี่ปุ่น และเป็นที่นอนแบบฟูกฟูตงได้บรรยากาศไปอีกแบบ โรงแรมนี้มีห้องพักที่เข้าพักได้มากสุดถึง 7 คน เหมาะสำหรับคนที่มาเป็นครอบครัวมาก

ภายในห้องพักเค้าก็เตรียม Amenities ไว้ให้เราแล้ว แต่สำหรับใครที่พักหลายวันก็สามารถมาหยิบเพิ่มได้ รวมถึงชุดยูกาตะและเสื้อคลุมเราก็สามารถมาหยิบได้ มีทุกไซส์ตั้งแต่เด็กเล็กไปจนถึงผู้ใหญ่เลย

ออนเซ็นของที่นี่เป็นน้ำออนเซ็นธรรมชาติที่ได้มาจาก เทือกเขา North Alps ที่ความลึกถึง 1,221 เมตร จุดเด่นที่น้ำจะมีสีเหลืองอ่อน มีกลิ่นกำมะถันไม่แรงเหมาะกับนักท่องเที่ยวไทยแบบเรา มีบ่อทั้งในร่มและบ่อกลางแจ้ง อยู่ที่ชั้น 3 ของโรงแรม ด้านในจะแบ่งเป็นบ่อหญิงชาย

น้ำของที่นี่ทำให้ผิวรู้สึกชุ่มชื่นสบายตัว ยิ่งหลังจากเล่นสกีมาทั้งวันแล้วได้มาแช่ตัวรู้สึกฟินสุด ๆ มารยาทในการเข้าออนเซ็นของญี่ปุ่นนั้น เราจะต้องทำความสะอาดร่างกายให้เรียบร้อยเสียก่อนลงไปแช่น้ำ คุณผู้หญิงต้องเก็บผมให้เรียบร้อยไม่ให้จุ่มลงในน้ำด้วย

ที่นี่มีบ่อแช่น้ำแบบต่าง ๆ ทั้งหมด 5 แบบ และซาวน่าอีก 3 ชนิด พื้นที่กว้างขวางเลยทีเดียวในโซนผู้หญิงจะมีซาวน่าเกลือ ( Rock Salt Sauna ) เหมาะสำหรับคนที่ไม่ชอบซาวน่าแบบปกติ เพราะซาวน่าแบบนี้จะไม่ทำให้รู้สึกอึดอัด และยังช่วยในการผ่อนคลายได้ดีด้วย

โซนผู้ชายจะมีซาวน่าหิน หรือ Rou Ryu ซาวน่า แบบออโต้ ที่จะปล่อยระบบน้ำลงบนหินทุก ๆ 30 นาที เหมาะสำหรับคนที่อยากเรียกเหงื่อเยอะ ๆ ยิ่งถ้าเป็นหน้าหนาวที่เหงื่อไม่ค่อยออก จะรู้สึกสบายมาก ๆ และในโซนนี้ก็มี Mist Sauna ให้ใช้อีกด้วย

สำหรับลูกค้าที่เข้าพักที่ Hotel Green Plaza Hakuba สามารถเข้าใช้ออนเซ็นได้ฟรี ตั้งแต่เวลา 5:00 ~ 10:00 น. และ 13:00-24:00 น.และสำหรับคนที่ไม่ได้เข้าพักก็สามารถมาใช้ได้ตั้งแต่เวลา 13:00-18:00 โดยจ่ายแค่ ผู้ใหญ่ 1,000 เยน, เด็ก 500 เยนเอง

Alps ห้องอาหารที่รวมทั้งอาหาร เช้า กลางวัน เย็น ไว้ในที่เดียว อยู่ที่ชั้น 2 ของโรงแรม โดยอาหารบุฟเฟ่ต์อาหารเช้าและอาหารเย็นเราต้องจองเวลาไว้ก่อนโดยไปรับใบจองเวลาอาหารที่ข้างแผนกต้อนรับของโรงแรม
※มื้อกลางวันเปิดให้บริการเฉพาะช่วงเดือนธันวาคม, มกราคม, กุมภาพันธ์ และมีนาคม เท่านั้น

อาหารเช้าจะเริ่มตั้งแต่ 7 โมงเช้า มีอาหารให้เลือกหลากหลาย ทั้งญี่ปุ่นและตะวันตก และยังมีสเตชั่นที่ทำอาหารกันสด ๆ ใหม่ ๆ ให้เราได้ทานกันด้วย

จุดเด่นของที่นี่คือวัตถุส่วนใหญ่จะเน้นของอร่อยที่มาจากในท้องถิ่น และบางอย่างเราถ้าเราติดใจก็สามารถซื้อได้ที่ร้านขายของฝากชั้น 1 ซึ่งเค้าจะติดป้ายกำกับเป็นสีแดงไว้

ภายในร้านกว้างขวางและมีที่นั่งเยอะ โดยที่เราสามารถเลือกนั่งโต๊ะที่ว่างได้เลย ที่นั้งริมหน้าต่างจะเห็นวิวลานสกีหน้าโรงแรม ช่วงหิมะตกคือได้บรรยากาศสุด ๆ

มื้อเช้าอัดแน่นไปด้วยอาหารที่ให้พลังงาน พร้อมรับกับกิจกรรมระหว่างวัน เมนูแนะนำสำหรับมื้อเช้าต้องนี่เลยเฟรนช์โทส อร่อยมาก ทำให้เราทานใหม่ๆ กรอบนอกนุ่มใน

มื้อดึกที่นี่เค้าก็จัดเต็มด้วยวัตถุดิบตามฤดูกาลมาทั้งอาหารญี่ปุ่น ตะวันตกและจีน มีเมนูที่ใช้วัตถุดิบจาก ชินชู (จังหวัดนากาโนะ) รวมถึง อาหารท้องถิ่นแบบดั้งเดิม ให้เลือกอย่างหลากหลาย โดยจะแบ่งเป็นรอบ ๆ รอบละ 90 นาที มีของมาเติมตลอด อยากให้เตรียมท้องมาเลยเพราะมื้อดึกอร่อยมาก

เมนูแนะนำสำหรับมื้อเย็นก็คือ ซาชิมิชินชูแซลมอน และสเต็กหมูของขึ้นชื่อท่องถิ่นของแถบชินชู และยังมีของอร่อยอื่น ๆ อีกเยอะเลย

สำหรับผู้ใหญ่เค้าก็มีบริการดื่มบุฟเฟ่ต์ ที่จ่ายเพิ่ม 2,000 เยน ก็สามารถดื่มแบบไม่อั้นกันไปเลย 90 นาที อยากบอกว่าเมนูเครื่องดื่มเยอะมาก

มาถึงมื้อกลางวัน ช่วงเวลาพักระหว่างวันเราก็มากันที่ห้องอาหาร Alps เหมือนเดิม เค้ามีเมนูอาหารจานเดียวให้เราได้เลือกเยอะมาก ราคาก็ไม่แพง มื้อกลางวันเปิดตั้งแต่ 11:00 น. ถึง 14:30 น. แบบไม่ต้องจองเวลาด้วย

เมนูแนะนำสำหรับสายกินจุคือ ข้าวแกงกะกรี่หมูทอดที่ยาวถึง 20 เซนติเมตร อร่อยจุใจ หลังจากเล่นสกีมาร่างกายต้องการความอบอุ่น แกงกะหรี่เผ็ดกำลังดีนี่แหละคือที่สุด หมูทอดกรอบนอกนุ่มในให้พลังงานพร้อมไปลุยกิจกรรมต่อ

สายคาเฟ่ก็ไม่ต้องน้อยใจไปเพราะที่ชั้น 1 เค้าก็มีคาเฟ่ให้เรานั่งพักจิบกาแฟ ทานขมมอร่อย ๆ ที่มีให้เลือกเยอะเลย และร้านนี้ก็มีอาหารมื้อกลางวันเป็นพิซซ่าที่เราสามารถเลือกท็อปปิ้งและทำทานได้เองด้วย

ของหวานระหว่างมานั่งพักก็มีทั้งเค้กต่างๆ และไอศกรีมเจลาโต้ เพิ่มความสดชื่น นั่งจิบเครื่องดื่มระหว่างวัน เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย

ลานสกี Hakuba Cortina Ski Resort หน้าโรงแรม เป็นลานสกีหลักที่กว้างและเล่นง่ายมากสำหรับคนที่เพิ่งหัดเล่น และด้วยความเป็นส่วนตัวของที่นี่เลยทำให้คนไม่หนาแน่น ไม่ต้องพะวงว่าจะไปชนใครเข้า มีโซนแบ่งกันชัดเจนตั้งแต่ Beginner ไปจนถึง สำหรับผู้เล่นระดับขั้นสูงก็ทำให้ผู้เล่นทุกระดับสามารถสนุกกับการเล่นสกีได้อย่างเต็มที่

สำหรับผู้ปกครองที่พาเด็ก ๆ มาเที่ยวแล้วเล่นสกีไม่เป็น ก็สามารถพาน้อง ๆ มาเล่นที่โซน Kids play park (ไม่มีค่าเข้า) ที่จะมีอุปกรณ์อย่างห่วงยางสไลด์ให้เราได้ยืม (มีค่ายืมห่วงยางสไลด์) หรือจะเล่นหิมะอยู่บริเวณนี้ก็ได้ ปลอดภัยหายห่วง

ตั๋วลิฟต์ของสกีรีสอร์ตสามารถซื้อได้ที่ เคาน์เตอร์จำหน่ายตั๋วบริเวณหน้าลานสกี นอกจากนี้ สำหรับ ตั๋วลิฟต์แบบใช้ร่วมกันทั้งหุบเขา Hakuba Valley ซึ่งสามารถใช้ได้กับสกีรีสอร์ตทั้งหมด 10 แห่งใน Hakuba Valley สามารถซื้อได้ผ่านทางเว็บไซต์ทางการของ Hakuba Valley

Hakuba Valley All-Mountain Day Pass
คลิ๊กดูรายละเอียดเพิ่มเติม

Ski Shop Corner ร้านเช้าอุปกรณ์ที่ตั้งอยู่บริเวณชั้น 1 ของโรงแรมติดประตูทางออกไปลานสกี มีให้เช่าตั้งแต่สกี สโนว์บอร์ดไปจนถึงชุด ยิ่งเช่าหลายวันราคาก็ยิ่งถูกลง แถมยังมีส่วนลดพิเศษสำหรับลูกค้าที่เข้าพักกับทางโรงแรมด้วย

อุปกรณ์ของทางร้านก็ เหมาะสำหรับตั้งแต่คนที่เพิ่งเริ่มหัดเล่นไปถึงอุปกรณ์แบบ High Performance เลย ระบบการลงทะเบียนก็เป็นแบบแสกนคิวอาร์เพื่อกรอกข้อมูลออนไลน์สามารถทำได้ก่อนไม่ต้องรอคิวนาน

ส่วนคนที่เอาอุปกรณ์มาไม่ครบหรืออยากได้ของใหม่ พวกแว่น ถุงมือและอื่น ๆ ภายในร้านก็มีของจำหน่ายให้เราได้เลือกซื้อหาแบบครบจบในร้านเดียว

ลูกค้าที่เข้าพักกับทางโรงแรมจะมีตู้ล็อดเกอร์สำหรับใส่อุปกรณ์สกี สโนว์บอร์ดเป็นของตัวเอง ไม่ต้องกลัวว่าอุปกรณ์จะหาย เราสามารถใช้ล็อคเกอร์ได้หลังจากเช็กอิน (15:00 เป็นต้นไป) จนถึงเวลาเช็กเอาต์ (ถึง 10:00 น.)

สำหรับคนที่เช็คเอ้าท์แล้ว หรือคนที่มาลานสกีแบบไปเช้าเย็นกลับ ก็มีล็อคเกอร์แบบหยอดเหรียญให้บริการอยู่ในโซนเดียวกันด้วย

สำหรับใครที่ไม่เคยเล่นมาก่อนที่เค้าก็มีโรงเรียนทั้งสกีและสโนว์บอร์ดไว้ให้บริการ โดยมีสอนถึง 3 ภาษาทั้ง ญี่ปุ่น อังกฤษและจีน ใครอยากเรียนสไตล์ไหนก็สามารถเลือกได้เลย และยังมีโซนฝึกซ้อมแยกเป็นสัดส่วน ไม่ต้องกลัวว่าจะไปขวางทางใครด้วย
※สามารถใช้บริการได้เฉพาะ สกีสคูลที่ระบุอยู่ในเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ Hakuba Cortina Ski Resort เท่านั้น ไม่สามารถใช้บริการสกีสคูลอื่นได้.

นอกจากตู้กดน้ำแบบหยอดเหรียญที่มีให้บริการทั่วบริเวณโรงแรมแล้ว ที่ชั้น 1 ของโรงแรมก็มีร้านขายของที่มีทั้งของกินของใช้ ของฝากและของจำเป็นอื่น ๆ จำหน่าย โดยร้านเปิดให้บริการถึง 21:00 น. ทุกวัน

ใครที่อยากเดินทางแบบสบายตัวไม่ต้องขนกระเป๋าและอุปกรณ์หนัก ๆ ที่นี่ก็มีบริการรับ-ส่งกระเป๋าโดยแมวดำ อยู่โซนเดียวกันกับล็อคเกอร์เลย

มุมเกมชั้นใต้ดินของโรงแรมมีโซนเกมสำหรับคนที่อยากหากิจกรรมสนุก ๆทำในช่วงค่ำ ถูกใจครอบครัวที่พาเด็ก ๆ มาเที่ยวด้วย ไม่ต้องกลัวน้อ งๆ จะเหงาหรือเบื่อเลย

ข้าง ๆ กันก็มีโซนสำหรับผู้ใหญ่ทั้งบิลเลียดและปิงปองให้ได้สนุกสนานก่อนถึงเวลาพักผ่อน ก่อนที่จะไปทำกิจกรรมตอนเช้าในวันต่อไป

ฮาคุบะ เป็นเมืองที่หน้าร้อนจะมีอากาศเย็นสดชื่น ส่วนในหน้าหนาวนั้นจะค่อนข้างหนาวมากจนอากาศติดลบ และหิมะตกเยอะ เพราะฉะนั้นก่อนมาสิ่งที่เราต้องเตรียมตัวคือ
ส่วนอุปกรณ์สกี อาหารการกินต่างนั้นสามารถแทบไม่จำเป็นเลย เพราะ Hotel Green Plaza เตรียมไว้ให้ทุกอย่างครบจบในที่เดียวเลย
ถ้าถามว่าทำไมถึงควรมาพักที่ Hotel Green Plaza Hakuba เมื่อมาฮาคุบะ ต้องบอกเลยว่าที่นี่เป็นโรงแรมที่รวมทุกอย่างไว้ให้แล้วแบบไม่ต้องออกไปหาอะไรเพิ่มที่อื่นเลย เดินทางสะดวก เหมาะกับทั้งคนที่มาเที่ยวแบบกลุ่มเพื่อนและครอบครัว ห้องกว้าง บริการครบ ใครมีแพลนมาเที่ยวฮาคุบะ อยากให้ลองแวะมาพักที่นี่กันค่ะ

Blogger : So Pim
สาวชาวเมืองที่ไม่ชอบการเที่ยวในเมือง การเที่ยวเริ่มต้นจากการที่ใครชวนไปไหนก็ไป ให้ลองทำอะไรก็ทำ จึงได้ค้นพบว่าการเที่ยวไปหลงไปจะทำให้ได้พบสิ่งใหม่ๆที่น่าจดจำเสมอ จนมาถึงวันที่ตัดสินใจว่าจะออกเที่ยวคนเดียว รู้สึกดีซะงั้น การขับรถกินลมชมวิวไปเรื่อยๆอิ่มเอมกับบรรยากาศที่หาไม่ได้จากในเมืองมันทำให้ติดใจจนเลิกไม่ได้กันเลยทีเดียว ฝากผลงานของสาวชาวเมืองที่รักธรรมชาติคนนี้ด้วยนะคะ
15 Posts

เที่ยวญี่ปุ่น 2022 เปิดเงื่อนไข วิธีการขอวีซ่า ไกด์ไลน์เที่ยวจัดเต็ม
เปิดข้อมูลการ เที่ยวญี่ปุ่น 2022 / 2565 เปิดทุกเกณฑ์การท่องเที่ยวแบบจัดเต็ม กา...

รีวิว “Eslead Hotel Osaka Shinsaibashi” ที่พักสไตล์เหมือนพักที่บ้านใกล้แหล่งท่องเที่ยวใจกลางโอซาก้า
สิ่งสำคัญอีกหนึ่งอย่างสำหรับคนที่วางแผนจะมาเที่ยวญี่ปุ่นก็คือที่พัก ครั้งนี้เร...

เที่ยวญี่ปุ่น เมืองไหนดี แนะนำ 10 เมืองเด็ด ความน่าสนใจ ที่ต้องไปเยือน
เที่ยวญี่ปุ่น เมืองไหนดี แนะนำ 10 เมืองเด็ดน่าเที่ยว ที่มีความโดดเด่นน่าสนใจ ท...

นั่งชินคันเซ็นคุ้มๆ จากโตเกียวไปโอซาก้า เดินทางง่ายแค่ใช้ JR PASS
เที่ยวให้ทั่วโตเกียวแล้วไปต่อโอซาก้า เพราะเรามีแผนการเดินทางสุดคุ้มจากโตเกียวไ...

10 ที่เที่ยวฟูจิ เปิดพิกัดที่เที่ยวแบบใหม่ ไปกี่ครั้งก็ไม่เบื่อ
Kitaguchi-hongu Fuji Sengen Shrine ศาลเจ้าที่อุดมไปด้วยพลังงานของขุนเขา คิตะกุ...
Police
110
Ambulance
119
AMDA International Medical Information Center
03-6233-9266
สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว
090-4435-7812
สถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซาก้า
090-1895-0987
สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฟุกุโอกะ
090-2585-3027 หรือ 090-9572-1515