คูปองส่วนลดที่น่าสนใจ
15%
15%
15%

Mitsui Outlet Park Kisarazu ตั้งอยู่ในจังหวัดชิบะ ใช้เวลาเดินทางจากโตเกียวประมาณ 45–60 นาที ด้วยรถบัส ซึ่งรถบัสยังมีทั้งจากชินจูกุ และสนามบิน Haneda และ Narita หรือเดินทางด้วยรถไฟแล้วต่อรถบัสจากพิกัดอื่น ๆ เหมาะกับแพลน Half day – 1 day trip มาได้ง่ายและสะดวกสบาย

เดินทางง่ายจากโตเกียวนั่งรถตรงไปที่เอาท์เล็ตได้เลย ไม่ต้องต่อรถให้เสียเวลา แถมยังสามารถนั่งรถบัสไปพร้อมกับสัมภาระได้ด้วย สะดวกมาก ๆ เลย

Mitsui Outlet Park Kisarazu เป็นเอาท์เล็ทที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดชิบะ บริเวณฝั่งอ่าวโตเกียว ภายในเมืองคิซาราซุ (Kisarazu) มีความโดดเด่นด้วยร้านค้าหลากหลาย ตั้งแต่แบรนด์ Luxury จนถึงแบรนด์ Outdoor เหมาะสำหรับคนที่อยากช้อปของดีราคาคุ้ม โดยไม่ต้องเดินทางไกลจากตัวเมือง เพราะห่างจากใจกลางกรุงโตเกียวเพียงประมาณ 45–60 นาทีเท่านั้น ทำให้สามารถเที่ยวครบได้ในวันเดียวเลย


ที่นี่เป็นเอาท์เล็ตแบบเปิดโล่ง มีพื้นที่สีเขียวหลายจุด
เดินแล้วไม่อึดอัด ไม่เร่ง ไม่วุ่นวาย พื้นที่กว้าง เดินสบาย มีมุมม้านั่งให้นั่งพักเป็นระยะ

อย่างโซน GARDEN TERRACE พื้นที่สีเขียว ที่มีการจัดสวนและที่นั่งพักผ่อนแบบเปิดโล่ง ตกแต่งด้วยต้นไม้และพรรณไม้นานาชนิด ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังเดินเล่นอยู่ในสวนหลังบ้านที่กว้างใหญ่ และภายในยังรวบรวมแบรนด์ชั้นนำระดับสากลและแบรนด์แฟชั่นชื่อดังไว้มากมาย รวมถึงร้านอาหารและคาเฟ่ยอดฮิต เช่น Starbucks Coffee หรือ DEAN & DELUCA อยู่ด้วย
ทำให้ที่นี่เดินเพลินเหมือนเดินเล่นมากกว่าเดินห้าง ใครที่ไม่ใช่สายช้อปหนัก ๆ ก็ยังสนุกเหมือนได้มาเที่ยว ทั้งยังมีพื้นที่ในการพักผ่อน


มีโซน Dog Run ด้านหน้าตรงจุดขึ้น-ลงรถบัส ให้คนญี่ปุ่นหรือนักท่องเที่ยวที่อยากพาสุนัขมาวิ่งเล่น (มีค่าบริการ) แถมยังสามารถนำสัตว์เลี้ยงใส่สายจูงเดินเที่ยว หรือนั่งรถเข็นเข้าร้านค้าช้อปไปพร้อมกันได้ด้วย

จึงเหมาะกับลูกค้าหลากหลายกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นกรุ๊ปครอบครัว กลุ่มเพื่อน หรือคู่รัก และแม้แต่สายช้อปปิ้ง

บริเวณ Food Court มีโซน Kids Area สำหรับครอบครัวที่มีเด็กเล็กหรือเด็กหลายคนที่ต้องการพื้นที่ในการวิ่งเล่น ทานอาหาร หรือพักผ่อน

มีบริการรถเข็นเด็กแบบหยอดเหรียญสุดสะดวก สำหรับบ้านที่ต้องการช้อปยาว ๆ ก็มีตัวช่วยในการดูแลเด็ก ๆ ให้ช้อปได้สบายใจยิ่งขึ้น

มีห้องน้ำ และพื้นที่รับประทานอาหารสำหรับครอบครัวที่มีเด็กเล็ก ๆ มาด้วย
แน่นอนว่า “ความคุ้ม” ยังเป็นจุดแข็งหลักของเอาท์เล็ตเพราะ
นอกจากคูปองที่ได้รับตอนก่อนขึ้นรถบัสแล้ว พิเศษสุด ๆ สำหรับผู้ที่อ่านบทความนี้ของ ChillChillJapan เท่านั้นค่ะ
เที่ยวคุ้มขึ้นอีก! รับคูปองช้อปปิ้งและรับประทานอาหารมูลค่า 500 เยน ฟรี
สำหรับใครที่มีแพลนไปช้อปที่ Mitsui Outlet Park Kisarazu อย่าลืมแคปหรือเซฟคูปองที่อยู่ในบทความนี้เอาไว้ แล้วนำไปแสดงที่ Tourist Information ภายในเอาท์เล็ต เพื่อรับคูปองมูลค่า 500 เยน สำหรับใช้เป็นส่วนลดในการช้อปปิ้งหรือรับประทานอาหารภายในโครงการได้เลย โดยสามารถใช้ได้เมื่อมียอดใช้จ่ายรวมตั้งแต่ 5,000 เยนขึ้นไป (รวมภาษี)

คูปองสามารถแลกรับได้ถึงวันที่ 6 กรกฎาคม 2027 และอาจมีบางร้านค้าที่ไม่ร่วมรายการ แนะนำให้สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ณ จุดแลกรับคูปองก่อนใช้งานค่ะ
ร้านค้าที่ไม่สามารถใช้บัตรกำนัลหรือคูปองช้อปปิ้งได้
ภายใน Mitsui Outlet Park Kisarazu มีบางร้านค้าที่ไม่สามารถใช้บัตรกำนัลหรือคูปองช้อปปิ้ง/รับประทานอาหารได้ ได้แก่
ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ลักชัวรี แบรนด์แฟชั่นและสตรีทแฟชั่น แบรนด์กีฬา แบรนด์ความงาม แบรนด์ญี่ปุ่น ไปจนถึงร้านสำหรับนักสะสม ก็มีให้เลือกครบ ตอบโจทย์การช้อปได้ตามสไตล์และความต้องการของแต่ละคน ถือเป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ของที่นี่
※ ข้อมูล ณ เดือนมิถุนายน 2026
กรุณาตรวจสอบข้อมูลร้านค้าที่เปิดให้บริการล่าสุดได้ที่เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสถานที่นั้น

การเดินทางมายัง Mitsui Outlet Park Kisarazu นั้นสะดวกมาก สามารถเลือกเดินทางได้ทั้งรถบัส รถไฟ หรือรถยนต์ส่วนตัว
วิธีที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือการนั่งรถบัสด่วน (Express Bus) จากสถานี Tokyo, Shinjuku หรือสนามบิน Haneda ซึ่งสามารถเดินทางมาถึงเอาท์เล็ตได้โดยตรงแบบไม่ต้องต่อรถ ใช้เวลาประมาณ 40–60 นาทีเท่านั้น เหมาะสำหรับคนที่ต้องการความสะดวกสบายและมีสัมภาระหลายชิ้น
สำหรับผู้ที่เดินทางด้วยรถไฟ สามารถนั่งรถไฟ JR มาลงที่สถานี Kisarazu หรือ Sodegaura แล้วต่อรถบัสท้องถิ่นมายังเอาท์เล็ตได้ โดยมีรถวิ่งให้บริการตลอดวัน
ส่วนใครที่เช่ารถขับเที่ยวก็ยิ่งสะดวก เพราะ Mitsui Outlet Park Kisarazu ตั้งอยู่ใกล้ทางด่วน Tokyo Bay Aqua-Line เพียงไม่กี่นาทีจากด่าน Kisarazu-Kaneda IC ทำให้สามารถแวะช้อปปิ้งระหว่างทริปเที่ยวชิบะได้อย่างง่ายดาย

ซึ่งครั้งนี้เราได้เดินทางมาที่เอาท์เล็ตด้วยรถบัสกันค่ะ จากสถานี Tokyo สามารถไปซื้อตั๋วและขึ้นรถบัสไปเอาท์เล็ตกันได้ที่ Bus terminal Tokyo Yaesu B และยังสามารถขึ้นรถบัสได้แม้ไม่ได้ซื้อตั๋วล่วงหน้า โดยสามารถชำระค่าโดยสารด้วยเงินสดหรือบัตร IC สำหรับการเดินทางภายในรถบัสได้


จะมีเครื่องซื้อตั๋วอัตโนมัติที่สามารถเลือกจ่ายได้ทั้งเงินสดและบัตเครดิตเลยค่ะ โดยราคาค่าโดยสารเที่ยวเดียว ผู้ใหญ่ราคา 1,500 เยน ส่วนเด็ก 750 เยน ซื้อตั๋วแล้วก็ลงบันไดเลื่อนมาหนึ่งชั้นก็จะเจอแถวต่อขึ้นรถ ได้เลย
*ตั๋วจะไม่ระบุที่นั่งและรอบรถ จึงสามารถใช้นั่งรถรอบไหนก็ได้จาโตเกียวไปยังเอาท์เล็ต และขึ้นรถตามลำดับที่ต่อคิว

และจะมีสต๊าฟที่แจกคูปองเอาไว้ช้อปก่อนขึ้นรถด้วย สำหรับตั๋วเราจะต้องเก็บเอาไว้ให้คนขับรถตอนจะลงรถนั่นเอง เท่านั้นก็นั่งรถสบาย ๆ ต่อเดียวเตรียมตัวไปช้อปกันที่ Mitsui Outlet Park Kisarazu กันได้เลย
วันนี้เราจะพาทุกคนหนีความวุ่นวายในโตเกียว ข้ามอ่าวโตเกียวไปเช็กอินกินเที่ยวและช้อปปิ้งกันให้จุใจแบบ One Day Trip ที่ Mitsui Outlet Park Kisarazu กัน ! บอกเลยว่าทริปนี้ครบเครื่องมากๆ เพราะนอกจากจะพาไปส่องพิกัดแบรนด์ดังราคาโดนใจอย่างพวกโซน Street Fashion สุดฮิตแล้ว
เรายังจะพาไปตะลุยชิมเมนูซิกเนเจอร์จานร้อนระดับตำนาน ดับร้อนด้วยซอฟต์ครีมนมสดแท้ส่งตรงจากฟาร์ม และแวะจุดบริการนักท่องเที่ยวโซนต่างๆ กันอีกด้วย เดินทางง่าย ๆ แค่ไม่ถึงชั่วโมงจากตัวเมืองโตเกียวก็ได้มาฟินกับบรรยากาศฟีลดี ๆ แบบนี้แล้ว ตามมาดูกันเลยดีกว่าว่าในหนึ่งวันใน Mitsui Outlet Park Kisarazu เราจะไปปักหมุดกินช้อปที่ไหนกันบ้าง !


แวะร้านแรกกันที่ CASIO WATCH สำหรับคนที่อยากอัปเดตนาฬิกาแบรนด์ในเครือ CASIO ไม่ว่าจะเป็น G-SHOCK, BABY-G, OCEANUS เป็นต้น เพราะร้านนี้มีให้เลือกแบบครบครัน ครอบคลุมทุกสไตล์การใช้งาน ตั้งแต่สายลุย สายแฟชั่น ไปจนถึงสายธุรกิจเลย

เดินมาทางบริเวณ West Zone จะพบกับร้าน Salomon ร้านยอดฮิตสำหรับ Ourdoor Streetwear Fashion และคนที่ชอบรองเท้าเดินสบาย

บรรยากาศภายในร้านตกแต่งสไตล์ Modern Loft ให้ความรู้สึกลุยๆ เท่ๆ สินค้าในร้านค่อนข้างหลากหลาย มีทั้งเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า รวมถึง Accessory ต่าง ๆ เหมาะกับสายกิจกรรมกลางแจ้งมาก ๆ


ไม่ว่าจะรองเท้าผ้าใบ รองเท้าแฟชั่น หรือรองเท้าวิ่งเทรลและปีนเขารุ่นยอดฮิตก็มีให้เลือกทุกซีรีส์ทั้งของผู้หญิงและผู้ชายเลยนะ

กระเป๋าและอุปกรณ์สำหรับอำนวยความสะดวกระหว่างทำกิจกรรมกลางแจ้งก็มีพร้อมให้เลือกหลายแบบสำหรับเดินทางหรือเดินป่าระยะสั้น


พร้อมทั้งมีเสื้อแจ็กเก็ตกันลม-กันฝน ผ้าสเปก GORE-TEX เสื้อวิ่งน้ำหนักเบาระบายอากาศดี และกางเกงสำหรับกิจกรรมเอาท์ดอร์แบบครบครัน เป็นร้านที่คนชอบกิจกรรม outdoor ไม่ควรพลาด


Nike Factory Store ขนาดใหญ่ที่มาถึงแล้วต้องแวะ เพราะมีไลน์สินค้าที่ครอบคลุมตั้งแต่สาย Performance กีฬาไปจนถึงสาย Streetwear Fashion
รับรองว่าภายในร้านสินค้าอัดแน่นช้อปแบบจุใจแน่นอน มีทั้งรองเท้าและอุปกรณ์วิ่ง เสื้อผ้า รวมถึงสินค้าเด็กด้วย เรียกว่าช้ิปพร้อมกันได้ทั้งครอบครัว เพราะมีสินค้าสำหรับทุกเพศทุกวัยเลย

แวะมาที่ Urban Zone จะพบกับ “อาณาจักรของกุ๊กกิ๊ก” และสินค้าไลฟ์สไตล์ที่รวบรวมของนำเข้าเก๋ ๆ ไว้มากมาย ด้วยบรรยากาศที่สดใสและเป็นมิตร ร้าน Plaza ก็ดึงดูดเราให้ตรงเข้าไปช้อปได้อย่างง่ายดาย



เริ่มกันที่โซนขนมของกินกันก่อนเลย ที่นี่ถือเป็นศูนย์รวมของ “ขนมนำเข้าและขนมยอดฮิตในโซเชียล” ที่เน้นดีไซน์แพ็กเกจน่ารักและรสชาติแปลกใหม่ รวมถึง Character Snacks ที่อาจหาไม่ได้ในร้านค้าทั่วไป เหมาะกับการซื้อเก็บสะสมหรือซื้อเป็นของฝากมาก ๆ


อย่าพลาดมุม Art Toy และกล่องสุ่ม เพราะร้าน Plaza เป็นหนึ่งในตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของอาร์ททอยสายคิ้วท์ระดับตำนานหลายแบรนด์ ทำให้มีสินค้าหมุนเวียนมาให้แฟน ๆ ได้ลุ้นกันตลอด



ความเจ๋งของร้าน Plaza ใน Outlet คือ อาจจะเจอกล่องสุ่มซีรีส์ก่อนหน้า หรือ Collction หายากที่สายสะสมที่ตามเก็บไม่ทัน ก็มีโอกาสมาเจอ “ขุมทรัพย์” ที่นี่ได้



และยังมีเสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย หรือของใช้ลวดลายน่ารัก ๆ ลวดลายคาแร็กเตอร์ดังก็มีให้เลือกเพลิน ๆ อย่างร่มกันแดดของญี่ปุ่นแบรนด์ Wpc. ก็น้ำหนักเบาพกพาง่ายมาก ๆ


มีมุมรวมสกินแคร์ เครื่องสำอางแบรนด์ญี่ปุ่นและเกาหลีที่ได้รับความนิยม รวมถึงอุปกรณ์เสริมสวยต่างๆ บางชิ้นเป็นแพ็กเกจพิเศษหรือเซ็ตของแถมที่หาไม่ได้จากร้านทั่วไป



แน่นอนว่าสินค้ายอดฮิตที่กำลังเป็นกระแสก็มีให้ตามมาซื้อกันเพียบ ไม่ว่าจะกันแดด มาสก์หน้า เซรั่มตัวฮิตต่าง ๆ


ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์เมคอัพยอดฮิต สกินแคร์กู้ผิว ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและผิวกาย หรืออุปกรณ์เสริมความงาม ก็คัดสรรแต่แบรนด์ที่มีความแฟชั่น อินเทรนด์ และแพ็กเกจจิ้งน่ารักสะดุดตา ไม่หอบกลับไปไม่ได้แล้ว ใครที่ชอบเครื่องสำอางและของน่ารัก ๆ อย่าลืมแวะมาช้อปกันดูนะ !


BEAMS คือแบรนด์มัลติแบรนด์สโตร์ (Select Shop) ระดับแถวหน้าของญี่ปุ่นที่ทรงอิทธิพลมาก ถ้ามาเที่ยวญี่ปุ่นต้องห้ามพลาดร้านนี้ และแน่นอนว่าที่ Mitsui Outlet Park Kisarazu ก็มี Shop ขนาดใหญ่เช่นเดียวกัน ความเจ๋งของสาขานี้คือมีพื้นที่ขนาดใหญ่มาปล่อยของครบครัน ทั้งของผู้ชาย ผู้หญิง และเด็กเลย

เสื้อผ้าผู้หญิงมีหลากหลายสไตล์ สามารถซื้อกลับไปใส่ที่ไทยได้แบบสบาย ๆ แค่เห็นชุดที่ Match ในหุ่นก็อยากใส่ตามแล้ว ดูเท่มีสไตล์มาก ๆ

ร้านตกแต่งอย่างมีรสนิยมตามสไตล์ BEAMS เน้นการใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้สลับกับโครงเหล็กและแสงไฟโทนอุ่น บรรยากาศดูโมเดิร์นแต่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายและเป็นมิตร

จะสีเรียบหรือสีสัน BEAMS ก็มีให้เลือกตามรสนิยมความชอบ ไม่ว่าจะสายแฟชั่นที่ชอบความสนุกสนานและทันสมัย หรือเสื้อผ้า Boyish Style ก็เท่ไม่แพ้ใคร

ภายในร้านมีเสื้อผ้าทั้งผู้ชายและผู้หญิง รวมถึงเสื้อผ้าเด็ก ซึ่งมี BEAMS HEART น้นดีไซน์เบสิก ทันสมัย ใส่ง่ายในชีวิตประจำวัน และมีระดับราคาที่เข้าถึงง่าย

เสื้อผ้าและอุปกรณ์กอล์ฟที่มีดีไซน์แฟชั่นจัดเต็ม สำหรับใครที่อยากได้ชุดตีกอล์ฟที่ดูวัยรุ่นและเท่ไม่ซ้ำใครต้องจัดแล้ว

ฝั่งเสื้อผ้าผู้ชายในร้าน BEAMS บอกเลยว่าเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ที่หนุ่มๆ สาย Street Casual หนุ่มเนี้ยบใส่สูท หรือคนที่ชอบแต่งตัวสไตล์ “City Boy” แบบหนุ่มโตเกียวห้ามพลาดเด็ดขาด เพราะไลน์เสื้อผ้าผู้ชายในร้านเยอะมาก

มุมชุดทำงานหรือเสื้อแจ็กเก็ตและเสื้อคลุม สำหรับใส่ทำงานหรือคนที่ชอบแต่งตัวเนี้ยบ ๆในชีวิตประจำวัน มีตั้งแต่เสื้อเชิ้ตคัตติ้งสวย ๆ เสื้อยืดคาร์ดิแกนใส่ง่าย ไปจนถึงกางเกงทรงสวยหลากหลายแบบ

เป็นโซนที่เน้นเสื้อผ้าสไตล์ Basic & Casual ใส่ง่ายในชีวิตประจำวัน แต่แฝงกิมมิคความเท่แบบคนเมือง คัตติ้งจะมีความร่วมสมัย Mix & Match ได้กับทุกชุดในตู้เสื้อผ้า

ไอเทมอื่นๆ อย่างกระเป๋า รองเท้า หรือเครื่องประดับก็มีให้เลือกมากมาย บางช่วงจะมีกระเป๋าเป้และกระเป๋าคาดอกจากแบรนด์คอลแลปส์ชื่อดัง (เช่น ARC‘TERYX, GREGORY) ที่มักจะมีรุ่นพิเศษหลุดมาให้ลุ้นกันด้วยนะ

เสื้อผ้าสบาย ๆใส่ได้ทุกวัน แต่แอบติดความเท่ตามสไตล์ BEAMS ที่ได้ใจหนุ่ม ๆ ไปเต็ม ๆ เผลอติดอยู่โซนนี้นาน ๆ อาจจะลืมเวลาไปเลย

ไลน์เสื้อผ้าสำหรับผู้ชายที่ชอบความคลาสสิก ทางการ หรือจะแฟชั่นที่ตัดเย็บอย่างประณีต ก็มีให้เลือกละลานตาไม่แพ้โซนเสื้อผ้าผู้หญิงเลย

แวะมาดูโซนเด็กกันบ้าง BEAMS มีไลน์เสื้อผ้าเด็กสุดน่ารักที่ชื่อว่า BEAMS mini ซึ่งโดดเด่นทั้งดีไซน์ที่ทันสมัย สวมใส่ง่าย และราคาก็น่ารักเข้าถึงได้ เห็นแล้วต้องร้องอุทานด้วยความเอ็นดู เพราะสีสันน่ารักมากๆ

เสื้อผ้าเด็กสไตล์ญี่ปุ่นลวดลายเป็นเอกลักษณ์ ไม่ว่าจะเป็นชุดจินเบ ชุดยูกาตะ และไอเท็มที่ให้กลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่น แถมยังใส่ได้ทั้งเด็กผู้หญิงผู้ชายเลยด้วย เห็นแบบนี้ต้องรีบสอยด่วน ๆ

ชุดว่ายน้ำเด็กน่ารัก ๆ ก็มีเหมือนกัน แถมผ้าก็ยังยืดและนุ่มสุด ๆ ลวดลายดูเก๋มาก ใส่แล้วลูกเราจะดูเป็นหนูน้อยแฟชั่นนิสต้าทันที มีหลายสีหลายไซส์ให้เลือก

จุดเด่นที่สุดของแบรนด์ BEAMS mini คือดีไซน์ออริจินัลที่ถ่ายทอดแนวคิด “ส่งต่อความอุ่นใจและความน่าเชื่อถือในแบบฉบับของ BEAMS สู่เสื้อผ้าเด็ก” เอาไว้อย่างเต็มเปี่ยม เสื้อผ้าที่นี่จึงจะไม่เน้นลายการ์ตูนจนเกินไป แต่เน้นความเท่ ความชิค มีสีสัน โดดเด่นด้วยไอเท็มสีสันสดใสและดีไซน์ที่แฝงลูกเล่นน่ารัก ๆ พร้อมเสื้อผ้าสำหรับแต่งลุคคู่ระหว่างพ่อแม่และลูก จึงเป็นแบรนด์ที่ให้ทุกคนในครอบครัวได้สนุกกับการแต่งตัวในสไตล์เดียวกัน

ภายในร้านกว้างขวาง บรรยากาศอบอุ่นเป็นมิตร มีกระจกบานใหญ่ทุกโซน สามารถนำชุดมาลองทาบ Match บนตัวได้แบบเพลิน ๆ

กระเป๋าน่ารักๆ ดีไซน์เก๋ ๆ สะพายคู่กับชุดเท่ ๆ ของ BEAMS บอกเลยว่าเข้ากันสุดๆ

ตัวนั้นก็ดี ตัวนี้ก็น่ารัก สวยไปหมดเลย เลือกไม่ถูกจริง ๆ

โซนผู้หญิงถือว่าตอบโจทย์ทั้งสาวๆ ที่ชอบแต่งตัวสไตล์เรียบๆ สาวออฟฟิศ ไปจนถึงสไตล์แบบสาวโตเกียวที่ทันสมัย พร้อมทั้งมีเครื่องประดับและกระเป๋าเก๋ ๆ สำหรับเข้าชุดให้เลือกแบบละลานตา เรียกว่าอยู่ที่ร้านนี้ได้เลยทั้งวัน

ไปต่อกันที่ adidas FACTORY OUTLET ซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นพิเศษให้ช้อปกันได้จุดใจ มีสินค้าแยกไลน์อย่างชัดเจน ทำให้ที่นี่กลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดฮิตของทั้งสายกีฬาและสายแฟชั่นสตรีทแวร์


เข้ามาที่หน้าร้าน จะพบโซนสินค้าฟุตบอลก็จัดเต็มไม่แพ้กัน มีทั้งเสื้อผ้า อุปกรณ์ และของสะสมให้เลือกมากมาย รองรับแฟนฟุตบอลทุกเพศทุกวัย ทำให้ทุกคนสนุกกับการเลือกช้อปได้อย่างเต็มที่


โดยจะมีดีไซน์ล้ำสมัยแต่คงกลิ่นอายประวัติศาสตร์ มีหลายทีมให้เลือกทั้งเสื้อผู้ชายผู้หญิง รับรองว่าแฟนบอลรุ่นเก๋าและสายแฟชั่นสตรีทแวร์ต้องกรี๊ดอย่างแน่นอน


คอลเลกชันพิเศษที่วางจำหน่ายเฉพาะในช่วงเวลานี้ก็เป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาด ไม่ว่าจะเป็นชุดเช็ต เสื้อและกางเกงฟุตบอล ชุดเด็กเล็กเด็กโต เสื้อผ้าลำลองสไตล์สปอร์ต ลูกบอลรวมถึงของใช้อื่นๆ ที่น่าสอยกลับไปเก็บสะสมมากๆ





เสื้อผ้าแฟชั่นหรือสไตล์ Sport สำหรับใส่เที่ยวในชีวิตประจำวันก็มีให้เลือกแบบไม่หวาดไม่ไหว ทุกโซนจะมีดิสเพลย์จับชุดแมตต์โชว์บนหุ่นให้เป็น Inspiration โดยมีไอเทมเด็ด ๆ อย่างรองเท้ายอดฮิต หรือกระเป๋าเก๋ ๆ ที่เห็นแล้วต้องอยากซื้อมาใส่ตาม




และสุดท้าย พลาดไม่ได้กับโซนรองเท้ากีฬาและรองเท้าแฟชั่น ที่ไม่ว่าจะใส่ออกกำลังกายหรือใส่ในชีวิตประจำวันก็ครองใจคนทั่วโลก ที่นี่มีทั้งรุ่นหายากและรุ่นยอดฮิตอย่างตระกูล Superstar และ Stan Smith มาตามหาไซส์ที่ต้องการกันได้เลย เพราะที่นี่เปรียบเสมือนโกดัง Adidas ขนาดใหญ่ มีให้ช้อปเพียบ



เอาท์เล็ตหลายแห่งจะเน้นการช้อปเป็นหลัก แต่ที่นี่ไม่ได้มีแค่ร้านรองท้อง แต่มีร้านอาหารจริงจัง + คาเฟ่ + ของหวานครบให้สายกินได้เลือกอร่อยกันแบบจุดใจ มีร้านน่าอร่อยมากมาย ไม่ว่าจะเป็นร้านซูชิสายพาน ร้านมอนจะ ร้านซอฟต์ครีมนมสด ร้านของฝาก และยังมี Food cort รวมไปถึงคาเฟ่น่ารักๆ ให้ได้มาใช้บริการ

อย่างรอบนี้เราได้มาลองชิมมอนจะอร่อย ๆ ของร้าน Tsukishima Monja Kuya หนึ่งในร้านดังที่มีคนต่อคิวยาวทุกวันของที่นี่ กับความอร่อยระดับตำนานของ “มอนจายากิ” (Monjayaki) ร้านดังขึ้นชื่อจากย่านสึกิชิมะ (Tsukishima) ในโตเกียว มาให้ทานกันถึงที่นี่ บรรยากาศหน้าร้านและภายในให้ความรู้สึกถึงความเป็นญี่ปุ่นแบบทันสมัย แค่ยืนอยู่หน้าร้านก็ได้กลิ่นหอมอร่อยลอยออกมาเตะจมูกเลย

ที่โต๊ะจะมีเตาสำหรับทำมอนจายากิตั้งอยู่กลางโต๊ะ แต่ไม่ต้องกังวลว่าจะทำไม่เป็น เพราะที่ร้านมีพนักงานมาช่วยคอยโชว์ลีลาการผัดให้ลูกค้าแบบมืออาชีพ จึงสามารถชมขั้นตอนการทำอาหารได้แบบใกล้ชิด ยิ่งทำให้อยากอาหารเข้าไปอีก

เมนูซิกเนเจอร์ของที่นี่ยอดฮิตของที่ร้านคือ มอนจายากิเมนไทโกะ ที่ใช้เมนไทโกะ (Mentaiko) เม็ดโตสีสวยทั้งแท่ง ส่งตรงจากร้านค้าส่งอาหารทะเลในตลาดโทโยสุที่เป็นกิจการของครอบครัวเจ้าของร้าน ซึ่งดำเนินกิจการมาตั้งแต่ปีเมจิที่ 4 (ค.ศ. 1871) รับประกันทั้งความสดและคุณภาพวางอยู่ด้านบนสุด พร้อมกับ โมจิ ก้อนสี่เหลี่ยม และกะหล่ำปลีซอยละเอียด


พูดถึงมอนจายากิ ก็ต้องนึกถึง “โดเตะ” (การก่อเป็นวงเหมือนคันดิน) ก่อนเลย จากนั้นค่อย ๆ เทน้ำซุปสูตรลับลงไปตรงกลางของวงที่ก่อไว้อย่างสวยงาม ทำให้เราได้กลิ่นหอม ๆ ของน้ำซุปตรงหน้า จนแทบจะอดใจรอไม่ไหวเลย พนักงานจะสับเมนไทโกะและวัตถุดิบต่าง ๆ ให้เข้าเนื้อกับน้ำซุปสูตรพิเศษของร้าน เมื่อสุกได้ที่แล้ว พอโมจินุ่มได้ที่แล้ว ก็คลุกให้เข้ากันกับน้ำแป้งเพิ่มความเหนียวนุ่มหนึบหนับ ส่วนไข่ปลาเมนไทโกะจะกระจายตัวทั่วกระทะ

ในส่วนของรสชาติ มอนจายากิมีเนื้อสัมผัสนุ่มหนึบ หอมอร่อย และคุ้มค่ากับการรอคอยมาก ๆ ค่ะ นอกจากนี้ทางร้านยังมีเมนูยอดนิยมอื่น ๆ ให้เลือกอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นยากิโซบะ โอโคโนมิยากิ มอนจายากิและเมนูกระทะร้อนต่าง ๆ รวมถึงอาหารสไตล์ญี่ปุ่นอร่อย ๆ หลากหลายเมนู
เป็นร้านยอดนิยมที่บรรยากาศร้านเป็นกันเอง เหมาะสำหรับมาอิ่มอร่อยร่วมกับครอบครัว กลุ่มเพื่อนหรือคู่รักที่อยากสัมผัสเสน่ห์ของอาหารญี่ปุ่นแบบต้นตำรับผ่านการนั่งปรุงและรับประทานกันสด ๆ บนโต๊ะเลยค่ะ

ต่อจากอาหารคาวก็มาเติมความสดชื่นและเติมน้ำตาลกันที่ร้านนี้ Mother Farm CAFE & SOFTCREAM โดยเฉพาะหลังจากเดินช้อปปิ้งกลางแดดหรือทานเป็นของหวานต่อจากอาหารจานหลัก

จุดขายหลักของร้านคือผลิตภัณฑ์ที่ทำจาก ทำจากนมสดออริจินัลของ Mother Farm ทำให้ได้รสชาติที่เข้มข้น หอมนม และละมุนลิ้นเป็นพิเศษ ภายในร้านมีมุมนั่งทานเล็ก ๆ ที่ตกแต่งแบบน่ารักอบอุ่นด้วยภาพน้อง ๆ สัตว์ที่เลี้ยงในฟาร์ม

ลองสั่งเมนู Waffle bowl ที่มีซอฟต์ครีมมาพร้อมกับผลไม้รวม ตัวเนื้อไอศครีมอร่อยนัวนม ละลายในปาก ทานคำแรกต้องร้องว้าวด้วยความตกใจ ผลไม้ก็หวานปรี้ยวสดชื่นเข้ากันกับไอศครีมนมสุด ๆ และไอศครีม Waffle แบบโคนที่มีให้เลือกหลากรสชาติ แนะนำให้ลองรสชีสเค้ก ได้รสชีสเข้มข้นเต็มคำ อร่อยแสงออกปาก วาฟเฟิลก็กรอบอร่อยจนคำสุดท้ายเลย

นอกจากนั้นทางร้านเขามีเมนูอื่นอีกนะ อย่างซอฟต์ครีมวนิลาราสซอสมะม่วง ให้รสชาติหวานอมเปรี้ยวกำลังดี ช่วยเพิ่มความสดชื่น เติมพลังก่อนไปช้อปปิ้งกันต่อ

เมนูเครื่องดื่มก็มีให้เลือกอีกเพียบ และเราก็จัดมัทฉะลาเต้มาอีกแก้ว ด้วยรสชาติของนมสดออริจินัลของ Mother Farm ผสมผสานกับชาเขียวและฟองนมนุ่ม ๆ ด้านบน ทำให้แก้วนี้หอมอร่อย นุ่มและนัว ไม่หวานจนเกินไป เผลอแป๊ปเดียวก็ดูดจนหมดแก้วซะแล้ว




นอกจากไอครีมแล้ว ที่ร้านยังมีมุมขายของฝากชิ้นเล็ก ๆ จากฟาร์ม เช่น คุกกี้นม, ขนมปังกรอบ, หรือผลิตภัณฑ์นมแปรรูปที่แพ็กเกจน่ารัก เหมาะสำหรับซื้อกลับไปฝากคนที่บ้านด้วย

สำหรับใครมาเที่ยวแล้วมีกระเป๋าเดินทาง สัมภาระ ที่มีตู้ Locker ให้บริการเยอะมาก ทั้งตู้เล็กตู้ใหญ่ ช้อปเยอะแค่ไหนก็ไม่หวั่น

สำหรับสายช้อปหนักแบบจัดเต็ม หรือคนที่แบกสัมภาระกระเป่าเดินทางมาด้วย ที่นี่ก็มีบริการรับฝากของฟรีด้วยนะ โซนนี้จะเปิดให้บริการในวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการ โดยจะรับฝากและมารับของคืนได้ในช่วงเวลาทำการคือ 10:00-20:00 น. อย่าช้อปเพลินจนลิมเวลาล่ะ !


นอกจากนี้ ยังมีล็อกเกอร์ให้บริการฟรีภายในเอาท์เล็ตด้วย โดยโซนนี้จะต้องใช้เหรียญ 100 เยน หยอดเพื่อไขกุญแจปิดตู้ล็อกเกอร์ และจะได้เหรียญคืนตอนมาไขกุญแจนำของออกนั่นเอง แต่โซนนี้ฝากของได้เฉพาะภายในวันที่มาช้อปปิ้งเท่านั้นนะ (ห้ามฝากข้ามวัน)

Mitsui Outlet Park Kisarazu มีจุดบริการนักท่องเที่ยวอย่าง Tourist Information ที่พร้อมอำนวยความสะดวกแบบครบวงจร ที่นี่นักท่องเที่ยวสามารถดำเนินการขอคืนภาษี (Tax Refund) สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับร้านค้า โปรโมชั่น รวมถึงบริการต่าง ๆ ภายในเอาท์เล็ตได้อย่างสะดวก โดย Tourist Information ตั้งอยู่ในโซนฟู้ดคอร์ตภายในห้าง (Indoor Mall)
นอกจากนี้ Tourist Information ยังเป็นจุดสำหรับแลกรับ คูปองพิเศษมูลค่า 500 เยน สำหรับผู้อ่าน Chill Chill Japan โดยเฉพาะ เพียงแสดงรูปคูปองที่อยู่ในบทความนี้ต่อเจ้าหน้าที่ ก็สามารถรับคูปองเพื่อนำไปใช้เป็นส่วนลดในการช้อปปิ้งหรือรับประทานอาหารภายในเอาท์เล็ตได้ทันที (สำหรับยอดใช้จ่ายตั้งแต่ 5,000 เยนขึ้นไป รวมภาษี)

แถมในบริเวณเดียวกันยังมีตู้แลกเงินอัตโนมัติให้บริการ สามารถเปลี่ยนเงินบาทหรือเงินสกุลอื่นเป็นเงินเยนได้ทันทีในกรณีที่เงินสดไม่พอ
แนะนำให้แวะมาที่ Tourist Information เป็นจุดแรก เพื่อรับทั้งข้อมูลที่เป็นประโยชน์และสิทธิพิเศษต่าง ๆ ก่อนออกไปช้อปปิ้งกันแบบคุ้มค่าที่สุดค่ะ
สำหรับใครที่กำลังวางแผนมาลุยช้อปปิ้ง แต่กลัวว่าเดินเอาท์เล็ทแล้วเสร็จไวภายในครึ่งวันแล้วยังเหลือเวลาเหลือพลังอีกเพียบ บอกเลยว่าย่านรอบ ๆ Mitsui Outlet Park Kisarazu แห่งนี้คือพิกัดทำเลทองที่รายล้อมไปด้วยที่เที่ยวระดับ Landmark ของจังหวัดชิบะเลยล่ะ
ตามมาดูกันเลยดีกว่าว่ารอบ ๆ นี้มีพิกัดเด็ดไหนน่าแวะไปอัปเดตรูปยอดไลก์ปัง ๆ กันบ้าง !

Umihotaru Parking Area คือจุดพักรถสุดพิเศษที่ตั้งอยู่กลางอ่าวโตเกียวบนเกาะคิซาราซุ ซึ่งเป็นเกาะเทียมความยาวกว่า 650 เมตร และถือเป็นหนึ่งในจุดพักรถที่มีเอกลักษณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ด้วยทำเลที่รายล้อมไปด้วยทะเลแบบ 360 องศา มีทั้งหมด 5 ชั้น โดยชั้น 1–3 เป็นพื้นที่จอดรถ ส่วนชั้น 4–5 เป็นโซนร้านค้า ร้านของว่าง ร้านอาหาร และพื้นที่พักผ่อนสำหรับนักท่องเที่ยว

ด้วยบรรยากาศที่เหมือนศูนย์การค้าลอยอยู่กลางทะเล Umihotaru จึงไม่ได้เป็นเพียงจุดพักรถระหว่างทางเท่านั้น แต่ยังเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของจังหวัดชิบะที่นักท่องเที่ยวจำนวนมากตั้งใจแวะมาเยือนโดยเฉพาะอีกด้วย
Umihotaru (อุมิโฮตารุ)
| ที่อยู่ | Umihotaru Parking Area Nakajima-chisaki, Kisarazu City, Chiba Prefecture 292-0007 |
| วิธีเดินทาง | -รถยนต์ ขับรถออกจาก Mitsui Outlet Park Kisarazu มุ่งหน้าไปยังทางขึ้นด่วนที่ใกล้ที่สุดคือ Kisarazu-Kaneda IC เข้าสู่ทางด่วน Tokyo Bay Aqua-Line มุ่งหน้าไปทาง Kawasaki / Tokyo (ฝั่งขาเข้าเมือง) ขับตรงไปบนสะพานข้ามทะเล “Aqua Bridge” ที่มีความยาวราว 5 กิโลเมตรจนสุดทางสะพาน (ก่อนจะมุดลงอุโมงค์ใต้ทะเล) จะมีป้ายบอกทางขนาดใหญ่ให้ เบี่ยงซ้ายเพื่อเลี้ยวเข้า Umihotaru PA ได้ทันที (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที) -รถบัส ต่อรถประจำทาง นั่งรถประจำทางสายที่มุ่งหน้าไปยัง สถานี Kisarazu จากป้ายรถบัสของ Mitsui Outlet Park Kisarazu แล้วลงที่ Kisarazu Kaneda Bus Terminal (ใช้เวลาประมาณ 11 นาที) จากนั้นให้นั่งรถบัสด่วนที่มุ่งหน้าไปยัง สถานี Kawasaki จาก Kisarazu Kaneda Bus Terminal โดยรถบัสจะวิ่งผ่าน Tokyo Bay Aqua-Line และจอดที่ Umihotaru PA ระหว่างทาง (ใช้เวลาประมาณ 10 นาที) แม้จะต้องเปลี่ยนรถที่ Kisarazu Kaneda Bus Terminal แต่ก็ถือว่าเป็นเส้นทางที่สามารถเดินทางไป Umihotaru ได้อย่างสะดวก ※ หมายเหตุ รถบัสบางเที่ยวอาจ ไม่ผ่านหรือไม่จอด ที่ Kisarazu Kaneda Bus Terminal หรือ Umihotaru PA ดังนั้นก่อนเดินทาง กรุณาตรวจสอบ ตารางเดินรถ และ ป้ายจอดของรถบัส ล่วงหน้าด้วยค่ะ |
| เวลาทำการ | ตัวเกาะเทียมและพื้นที่จอดรถ: เปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุด โซนร้านค้าและร้านอาหาร: ประมาณ 09:00 – 21:00 น. |
| ราคา | ไม่เสียค่าเข้าชมสถานที่ |
| Website | TAKANAWA Umihotaru CITY ※โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดได้จากเว็บไซต์ทางการ |

ธีมพาร์คสไตล์ธรรมชาติตั้งอยู่ในเมืองโซเดกาอุระ (Sodegaura) จังหวัดชิบะ โดยที่นี่จะจำลองบรรยากาศหมู่บ้านชนบทของประเทศเยอรมนีท่ามกลางเนินเขาเขียวขจีขนาดใหญ่ เหมาะสำหรับครอบครัวและคู่รักที่ต้องการมาพักผ่อน ถ่ายรูป และสัมผัสกิจกรรมกลางแจ้ง

ในช่วงฤดูใบไม้ผลิถึงฤดูใบไม้ร่วง พื้นที่ส่วนใหญ่จะถูกเปลี่ยนเป็นทุ่งดอกไม้ขนาดใหญ่สวยงาม ทีเด็ดของที่นี่คือ งานประดับไฟฤดูหนาวสุดอลังการ โดยจะเนรมิตเนินเขาทางลาดชันให้กลายเป็นทะเลแสงสีด้วยหลอดไฟ LED นับล้านดวง
Tokyo German Village
| ที่อยู่ | 419 Nagayoshi, Sodegaura, Chiba 299-0204 |
| วิธีเดินทาง | –รถยนต์ ปักหมุดค้นหาคำว่า “Tokyo German Village” ขึ้นทางด่วน Tateyama Expressway จากด่าน Kisarazu-Kaneda IC ไปลงที่ด่าน Anesaki-Sodegaura IC ซึ่งลงทางด่วน แล้วขับต่ออีกประมาณ 5 นาที (ประมาณ 3 กิโลเมตร) ก็จะถึงทางเข้าสวนเลย |
| เวลาทำการ | 09:30 – 17:00 น. (เปิดให้เข้าชมรอบสุดท้าย 16:00 น.) |
| ราคา | ค่าเข้า ผู้ใหญ่ประมาณ 1,000 เยน / เด็กประมาณ 500 เยน ※ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม เป็นต้นไป: ผู้ใหญ่ 1,500 เยน/คน เด็ก 800 เยน/คน และค่าจอดรถ 1,500 เยน |
| Website | Tokyo German Village ※โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดได้จากเว็บไซต์ทางการ |

Mother Farm ตั้งอยู่บนภูเขาคาโนซัง เมืองฟุตสึ จังหวัดชิบะ เป็นฟาร์มปศุสัตว์และธีมพาร์คสไตล์ธรรมชาติที่โด่งดังและมีชื่อเสียง มีกิจกรรมหลากหลายที่สามารถสนุกได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ตลอดทั้งวัน ทั้งสัมผัสสัตว์อย่างวัว แกะ ม้า และอัลปากา ชมทุ่งดอกไม้ขนาดใหญ่ตามฤดูกาล

และลิ้มลองเมนูฟาร์มอย่างซอฟต์ครีมและเจงกิสข่าน ยังมีกิจกรรมเล่นแอคทิวิตี้อย่างบันจี้จัมป์และซิปไลน์ โซนสวนสนุกและแกลมปิ้งให้พักค้างคืนภายในฟาร์มด้วย ทั้งทิวทัศน์ที่สวยงาม ได้พบปะสัตว์น่ารัก สัมผัสธรรมชาติ สนุกกับกิจกรรมหลากหลายกันได้ทั้งครอบครัวเลย
Mother Farm
| ที่อยู่ | 940-3 Tagura, Futtsu City, Chiba Prefecture 299-1601 |
| วิธีเดินทาง | ※ข้อมูลนี้อ้างอิงการเดินทางจาก Mitsui Outlet Park Kisarazu หากใช้ขนส่งสาธารณะจะต้องมีการต่อรถจึงอาจเดินทางได้ไม่สะดวกนัก – รถยนต์ ขับรถออกจาก Mitsui Outlet Park Kisarazu ขึ้นทางด่วน Tateyama Expressway ลงที่ด่าน Kimitsu IC จากนั้นขับต่อบนถนนท้องถิ่น (Prefectural Road 92 และ 163) วิ่งไต่เนินเขาคาโนซันขึ้นไปตามป้ายบอกทางเรื่อยๆ ก็จะถึงลานจอดรถของฟาร์ม ใช้เวลาเดินทางประมาณ 35 – 40 นาที (มีค่าบริการจอดรถคันละ 1,000 เยน) – รถสาธารณะ ขึ้นรถบัสท้องถิ่นจากหน้า Mitsui Outlet Park Kisarazu มาลงที่ สถานีรถไฟ JR Kimitsu (Kimitsu Station) ทางออก South Exit จากนั้นต่อรถบัสตรงของฟาร์ม “Mother Farm Direct Bus” นั่งยาวขึ้นเขาไปลงที่หน้าฟาร์มได้เลย |
| เวลาทำการ | 9:00-17:00 น |
| ราคา | ผู้ใหญ่ (นักเรียนมัธยมต้นขึ้นไป): 1,800 เยน เด็ก (อายุ 4 ปี – นักเรียนประถม): 900 เยน สุนัขที่พามาด้วย: ตัวละ 700 เยน หมายเหตุ : *ราคาข้างต้นไม่รวมค่าเครื่องเล่นในโซนสวนสนุก และค่าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ เช่น Farm Tour *สัตว์เลี้ยงที่สามารถพาเข้าไปใน Mother Farm ได้ มีเฉพาะสุนัขเท่านั้น |
| Website | Mother Farm ※โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดได้จากเว็บไซต์ทางการ |
Mitsui Outlet Park Kisarazu
| ที่อยู่ | 3-1-1 Kaneda-Higashi, Kisarazu City, Chiba Prefecture 292-0009 วิธีการเดินทาง |
| เวลาทำการ | โซนร้านค้า (Shops): 10:00 – 20:00 น. ร้านอาหาร: 11:00 – 21:00 น. ฟู้ดคอร์ต: 10:30 – 21:00 น. คาเฟ่: 9:30 – 21:00 น. |
| Website | Mitsui Outlet Park Kisarazu |
Mitsui Outlet Park Kisarazu ไม่ใช่แค่ outlet สำหรับซื้อของ แต่คือที่ที่คุณสามารถ
ช้อป กิน พักผ่อน และเที่ยวต่อได้ ครบในที่เดีย ถ้ามีเวลา 1 วันอยากหาที่ช้อปสบาย ๆ พร้อมเที่ยวได้ไม่ไกลโตเกียวที่นี่คือพิกัดที่ “คุ้มและครบที่สุด” สำหรับสายชิล + สายช้อปเลยค่ะ

Blogger : Ordinary Karin
กลางวันเป็นแม่บ้าน เดินซูเปอร์และเลี้ยงหมา ตกค่ำก็แปลงร่างเป็นคนเขียนบทความ เอาเรื่องจุกจิกในญี่ปุ่นมาเล่าเล่นๆ

จากนาริตะไปโตเกียว รวมวิธีเดินทางสุดสะดวก เข้าเมืองชิลๆ
รวมมิตรวิธีการเดินทาง จากนาริตะไปโตเกียว ที่รู้ไว้ก่อนออกเดินทางแล้วรับรองไม่ม...

คลายสงสัย เที่ยว Tokyo pass ไหนดี วางแผนเดินทางได้ในงบจำกัด
ถ้าเที่ยวโตเกียวคราวนี้ไม่รู้จะซื้อพาสแบบไหน ไปกี่วันต้องใช้พาสยังไง มีคำถามใน...

10 ที่เที่ยวฟูจิ เปิดพิกัดที่เที่ยวแบบใหม่ ไปกี่ครั้งก็ไม่เบื่อ
Kitaguchi-hongu Fuji Sengen Shrine ศาลเจ้าที่อุดมไปด้วย […]...

นั่งชินคันเซ็นคุ้มๆ จากโตเกียวไปโอซาก้า เดินทางง่ายแค่ใช้ JR PASS
เที่ยวให้ทั่วโตเกียวแล้วไปต่อโอซาก้า เพราะเรามีแผนการเดินทางสุดคุ้มจากโตเกียวไ...

รีวิว ALPEN RUN MEIJI PARK แลนด์มาร์กใหม่ของคนรักการวิ่งในโตเกียวร้านรองเท้าวิ่งครบวงจร พร้อมฟิตติ้ง ทดลองวิ่ง และคูปองส่วนลด
ALPEN RUN MEIJI PARK คือพิกัดใหม่ที่คนชอบวิ่งไม่ควรพลาด! ร้านสายวิ่งครบวงจรที่...
Police
110
Ambulance
119
AMDA International Medical Information Center
03-6233-9266
สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว
090-4435-7812
สถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซาก้า
090-1895-0987
สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฟุกุโอกะ
090-2585-3027 หรือ 090-9572-1515