มารู้จัก “หมู่บ้านซึมาโกะจูกุ (Tsumago juku)” กันสักนิด
หมู่บ้านซึมาโกะจูกุ (Tsumago-juku) เป็นหมู่บ้านที่เป็นสถานีพักที่ 42 จาก 69 สถานีบนเส้นทาง นาคะเซ็นโด (Nakasendo) เส้นทางโบราณที่เชื่อมต่อเมืองเกียวโตและเอโดะ (โตเกียวในปัจจุบัน) ในยุคเอโดะ (1603-1868) หมู่บ้านแห่งนี้เป็นหนึ่งในหมู่บ้านที่มีความเจริญรุ่งเรืองมากในช่วงเวลานั้น เนื่องจากเป็นจุดพักระหว่างการเดินทางของขุนนางและพ่อค้า โดยเฉพาะขุนนางชั้นสูงที่ต้องแวะมาหาห้องพักกันไม่ขาดสาย อีกทั้ง เป็นเมืองท่าแห่งการค้าขายและวัฒนธรรมที่เจริญก้าวหน้าไปพร้อมกับผู้คนที่เดินทางผ่านไปมาที่สำคัญบนเส้นทางแห่งนี้
หากทว่า… ยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ก็นำพาความเปลี่ยนแปลง
สิ่งที่เรากำลังพูดถึงคือ เมื่อตอนที่ญี่ปุ่นเริ่มมีการสร้างเส้นทางรถไฟขึ้นมาในสมัยเมจิ หมู่บ้านซึมาโกะจูกุ จึงค่อยๆ สูญเสียความสำคัญทางเศรษฐกิจไป เพราะเดิมทีเป็นหมู่บ้านที่ผู้คนมาแวะเวียนด้วยทางเท้าหรือรถม้าอยู่แล้ว จึงทำให้หมู่บ้านเริ่มกลายเป็นที่หลงลืม
จนกระทั่งในปี 1960 ชุมชนในพื้นที่ได้เริ่มต้นโครงการอนุรักษ์หมู่บ้านและบ้านเรือนแบบดั้งเดิม เพื่อรักษามรดกทางวัฒนธรรมของตน ทำให้ซึมาโกะจูกุกลับมาเป็นที่รู้จักในฐานะหนึ่งในหมู่บ้านโบราณที่ได้รับการบูรณะดีที่สุดในญี่ปุ่น
สำหรับไฮไลท์ที่น่าสนใจ
เส้นทาง Nakasendo
เป็นเส้นทางประวัติศาสตร์ที่มีความสำคัญมากในยุคเอโดะ (1603–1868) โดยเป็นหนึ่งในห้าเส้นทางหลักที่เชื่อมต่อระหว่างเมืองหลวงเกียวโตและเอโดะ (โตเกียวในปัจจุบัน) เส้นทางนี้มีความยาวประมาณ 534 กิโลเมตร และตัดผ่านภูเขาและหุบเขาหลายแห่ง ทำให้ผู้เดินทางได้สัมผัสกับธรรมชาติที่งดงามของญี่ปุ่น รวมถึงเมืองพักแรม (post towns) ที่กระจายตัวอยู่ตลอดเส้นทาง ซึ่งภายในนี้ละที่มีเมืองเก่าอย่างนาราอิยูกุ (Narai-juku) เป็นจุดพักระหว่างทางอีกด้วย
บ้านเรือนโบราณที่ถูกอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี
หนึ่งในสิ่งที่โดดเด่นที่สุดของซึมาโกะจูกุคือ บ้านเรือนโบราณ (Traditional Machiya Houses) ที่ได้รับการอนุรักษ์อย่างดี บางหลังเปิดเป็นที่พักให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสบรรยากาศการใช้ชีวิตในยุคเอโดะ บ้านแต่ละหลังสร้างจากไม้และมีการจัดวางในแบบดั้งเดิม โดดเด่นด้วยหลังคามุงด้วยหญ้าและหน้าต่างบานเล็กๆ ที่ยังคงเอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นโบราณ
Waki-honjin Okuya
ในอดีตคำว่า ฮอนจิน (Honjin) จะหมายถึงที่พักหรือโรงแรม แต่สำหรับวากิ-ฮงจิน โอคุยะ (Waki-honjin Okuya) แห่งนี้ จะเป็นบ้านพักรองที่ใช้สำหรับขุนนางระดับรองลงมาในยุคเอโดะ บ้านหลังนี้เป็นหนึ่งในบ้านพักที่ได้รับการบูรณะให้คงอยู่ในสภาพเดิม และเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมความงดงามของโครงสร้างและสิ่งอำนวยความสะดวกภายใน นอกจากนี้ยังมีสวนญี่ปุ่นที่ตกแต่งอย่างสวยงามที่ช่วยเพิ่มบรรยากาศที่เงียบสงบและสง่างามของที่พักแห่งนี้
Tsumago-juku Honjin
ที่พักหลักสำหรับเหล่าขุนนางชั้นสูงและเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เดินทางผ่านเส้นทางนาคะเซ็นโด โดยบริเวณของบ้านพักหลังนี้มีขนาดใหญ่กว่าวากิ-ฮงจิน และมีการตกแต่งอย่างหรูหรา มีการแบ่งห้องต่างๆ อย่างเป็นระเบียบ และคงเอกลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมแบบโบราณ นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปเยี่ยมชมและสัมผัสวิถีชีวิตของผู้คนในสมัยเอโดะได้ที่นี่
เทศกาล Tsumago
เทศกาลซึมาโกะ (Tsumago Festival) เป็นงานประเพณีที่จัดขึ้นทุกปีในฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่หมู่บ้านประดับประดาไปด้วยโคมไฟและดอกไม้ งานนี้จัดขึ้นเพื่อรำลึกถึงวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของเส้นทางนาคะเซ็นโด ภายในงานจะมีกิจกรรมเดินขบวนพาเหรดในชุดนักรบและขุนนางโบราณ การแสดงดนตรีและศิลปะพื้นบ้าน รวมถึงการจัดแสดงงานหัตถกรรมท้องถิ่น ซึ่งเป็นโอกาสที่ดีให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับวัฒนธรรมญี่ปุ่นดั้งเดิม
หมู่บ้านซึมาโกะจูกุ (Tsumagojuku)
ที่อยู่ | Azuma, Nagiso, Kiso District, Nagano 399-5302 |
วิธีเดินทาง | นั่งรถไฟ JR สาย Chuo line มาลงที่สถานี Nagisoeki และ ต่อด้วยรถไฟ Hogami Line มายังสถานี Omatabashi จากนั้นเดินต่อไปอีก 7 นาที |
เวลาทำการ | เปิดทุกวัน 8.30-17.00 น. |
ราคา | เข้าชมฟรี |
Website | หมู่บ้านซึมาโกะจูกุ (Tsumagojuku) |
วิธีการเดินทาง
หากเพื่อน ๆ เริ่มจากเมืองโตเกียว (Tokyo) เราขอแนะนำให้เดินทางโดยรถไฟชินคันเซ็น (Shinkansen) เริ่มต้นจากสถานี Tokyo โดยขึ้นรถไฟชินคันเซ็นสาย Tokaido Shinkansen ไปยังสถานี Nagoya ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 40 นาที จากนั้นเปลี่ยนเป็นรถไฟสาย JR Chuo Line ไปยังสถานี Nakatsugawa (ใช้เวลาประมาณ 50 นาที) และจากจากสถานี Nakatsugawa เราสามารถนั่งรถบัส Kiso Valley Bus ไปยังหมู่บ้านซึมาโกะจูกุ โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง
1. Magome-juku
Magome-juku
หมู่บ้านย้อนยุคแห่งนี้เป็นสถานีพักที่ 43 จาก 69 สถานีบนเส้นทาง นาคะเซ็นโด (Nakasendo) ซึ่งเชื่อมต่อระหว่างเกียวโตและเอโดะ (โตเกียวในปัจจุบัน) คล้ายกับหมู่บ้านซึมาโกะจูกุ แต่ไฮไลท์คือ โดยเส้นทางเดินเท้าระหว่าง 2 หมู่บ้านนี้ จะมีความยาวประมาณ 8 กิโลเมตร และเป็นเส้นทางที่สวยงามผ่านป่า น้ำตก และทิวทัศน์ของภูเขา ใครเป็นสายวิ่งมาราธอนออกกำลังกาย ต้องห้ามพลาด !
ที่อยู่ | Magome, Nakatsugawa, Gifu 508-0502 |
วิธีเดินทาง | JR Chuo Line ไปยังสถานี Nakatsugawa ต่อด้วยรถบัสมาที่หมู้บ้าน |
เวลาทำการ | เปิดทุกวัน |
ราคา | เช้าชมฟรี |
Website | Magome-juku |
2. Narai-juku
นาราอิยูกุ (Narai-juku) เป็นหนึ่งในเมืองพัก (post town) ที่สำคัญบนเส้นทาง Nakasendo ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางการเดินทางสายหลักที่เชื่อมระหว่างเมืองเกียวโตและเมืองเอโดะ (โตเกียวในปัจจุบัน) ในสมัยเอโดะ (ค.ศ. 1603-1868) ให้กลิ่นอายความย้อนยุคและความสงบคล้าย ๆ กับหมู่บ้านศึมาโกะจูกุ
Narai-juku
ที่อยู่ | Narai, Shiojiri, Nagano 399-6303, Japan |
วิธีเดินทาง | นั่งรถไฟสาย JR สาย Chuo Line มาลงที่สถานีนาราอิ (Narai Station) |
เวลาทำการ | เปิดทุกวัน 09:00 – 17:00 |
ราคา | เข้าชมฟรี |
Website | Narai-juku |
3. Kiso Valley
หุบเขาคิโสะ (Kiso Valley) เป็นหุบเขาโบราณที่ตั้งอยู่ในภูมิภาค จูบุ (Chubu) ของญี่ปุ่น ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ในจังหวัด นากาโนะ (Nagano) และ กิฟุ (Gifu) หุบเขานี้มีความยาวประมาณ 70 กิโลเมตร และมีแม่น้ำ คิโสะ (Kiso River) ไหลผ่าน หุบเขาคิโสะมีชื่อเสียงในเรื่องความงดงามของธรรมชาติที่ยังคงความสมบูรณ์ และเป็นส่วนสำคัญของเส้นทาง นาคะเซ็นโด (Nakasendo) ซึ่งเป็นเส้นทางที่เชื่อมระหว่างเกียวโตและเอโดะในสมัยเอโดะ และมีหมู่บ้านย้อนยุคให้เพื่อน ๆ ได้ท่องเที่ยวอีกมากมาย
Kiso Valley
ที่อยู่ | Tono, Okuwa, Kiso District, Nagano 399-5501, |
วิธีเดินทาง | JR Chuo Line จากสถานี Nagoya ไปยังสถานี Nakatsugawa หรือ Nagiso (ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 10 นาที) จากนั้นเลือกเดินทางด้วยรถบัสเพื่อท่องเที่ยวตามหมู่บ้านในหุบเขาต่อ |
เวลาทำการ | เปิดทุกวัน |
ราคา | เข้าชมฟรี |
Website |
สรุป
หากเพื่อน ๆ ชื่นชอบการท่องเที่ยวแบบได้สัมผัสทั้งวัฒนธรรมท้องถิ่น อาหาร และธรรมชาติอยู่แล้ว เราขอแนะนำว่าการมาเที่ยวในหมู่บ้านย้อนยุคซึมาโกะจูกุ (Tsumagojuku) แห่งนี้ เป็นหนึ่งในจุดแวะพักที่ไม่ควรพลาด หรืออาจควบอีก 2 หมู่บ้านอย่าง Narai-juku และ Magome-juku ไปด้วยก็เสริมความฟินแห่งการย้อนยุคไปในสมัยเอโดะให้กับเราได้อย่างเต็มที่ สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น ก็คงต้องลองมาสัมผัสกันดูเองนะ