Cr: DARIN | ダーリン

โอฮาโยโกไซมัส ช่วงนี้ญี่ปุ่นเริ่มเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิแล้ว อากาศก็จะดีหน่อยๆค่ะ เย็นสบายๆ แต่มีแถมฝนให้อีกนิดหน่อยเป็นช่วงๆ แต่ถึงยังไงเที่ยวตอนฝนตกความสนุกก็ไม่ต่างกันมากนะจ้ะจะบอกให้ ทริปนี้ หญิงจะพาเพื่อนๆไปเที่ยวจังหวัดมิเอะกัน อาจจะมีเพื่อนๆไม่ทราบว่า มิเอะ เอ๊ะ อยู่ที่ไหนนะ มาค่ะ ไปเที่ยวกับหญิงกัน

Cr: DARIN | ダーリン

เพื่อนๆเห็นแผนที่ด้านบนไหมคะ แผนที่นี่บอกที่ตั้งและสถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดมิเอะหลักๆ จังหวัดมิเอะมีอาณาเขตบริเวณติดกับจังหวัดไอจิ หรือใกล้เมืองนาโกย่านั่นเอง อีกทั้งยังติดกับเกียวโต โอซาก้าจ้า ซึ่งแผนการเที่ยวของเราครั้งนี้ จะเริ่มจากไปเที่ยวกันที่ Iseshima ต่อด้วย Iga และตบท้ายด้วยสถานที่ท่องเที่ยวบริเวณ Hokusei และ Chunansei จ้า ซึ่งเราจะเริ่มเดินทางจากเมืองนาโกย่ามุ่งลงมาจนสุด สู่เมืองอิเสะและค่อยไล่เที่ยวขึ้นๆไปเรื่อยๆ น่าสนุกเว่อร์เลยเนอะ

Cr: DARIN | ダーリン

งั้นเรามาเริ่มเดินทางกันเลยดีกว่า การเดินทางครั้งนี้แน่นอนว่าเริ่มจากสถานีนาโกย่าและไปสู่เมืองอิเสะกันค่ะ โดยเราจะขึ้นรถไฟคันนี้ นามว่า Shimakaze (しまかぜ) ของบริษัท Kintetsu (近鉄) นั่นเอง เพราะฉะนั่นการจะขึ้นรถไฟคันนี้ได้ ต้องมาขึ้นที่ฝั่ง Kintetsu นะค่ะ

Cr: DARIN | ダーリン

อ๊ะ แต่ก่อนที่เราจะมาขึ้นรถไฟคันนี้ สิ่งที่ลืมไม่ได้เลยคือ ตั๋วรถไฟค่ะ ซึ่งแน่นอนว่าขึ้นรถไฟไม่ธรรมดา เราก็ต้องมีตั๋วพิเศษ อย่างตั๋วบัตร Kintetsu Rail Pass Plus เน้นค่ะ พลัสด้วย ราคาจำหน่ายอยู่ที่ 4,800 เยน สำหรับผู้ใหญ่ ส่วนราคาเด็กนั่น อยู่ที่ 2,500 เยนค่ะ หญิงแนะนำให้เพื่อนๆซื้อที่ไทยนร้า เพราะถ้าซื้อที่ญี่ปุ่น ราคา 5,000 เยน ต่างกัน 200 เยนค่ะ

Cr: DARIN | ダーリン

บัตร Kintetsu Rail Pass Plus สามารถขึ้นรถไฟฟ้าคินเท็ตสึ รถไฟอิกะ รถบัสนาราโคซือ รถบัสมิเอะโคซือ รถบัสโทบะคาโมเมะ ได้ทั้งหมดแบบไม่อั้นเลย และที่สำคัญสามารถใช้ได้ถึง 5 วัน พร้อมสิทธิพิเศษส่วนลดจากสถานท่องเที่ยว ร้านอาหาร และอื่นๆอีกมากมาย พูดตรงๆเลยว่าคุ้มมว๊าก ส่วนรายละเอียดเพิ่มเติม หญิงจะแปะไว้ให้ตรงนี้นะคะรายละเอียดเพิ่มเติม คลิก

Cr: DARIN | ダーリン

แต่ทว่า บัตร Kintetsu Rail Pass Plus สามารถขึ้นได้แต่รถไฟความเร็วธรรมดา แต่ในครั้งนี้เราจะพาเพื่อนๆนั่งรถไฟความเร็วพิเศษ Shimakaze (しまかぜ) แถมเบาะยังนุ่ม บริการเยี่ยมยอด เพราะฉะนั่นก่อนที่จะขึ้นนั่น นอกจากจะต้องมีบัตร Kintetsu Rail Pass Plus กันแล้ว ก็ต้องมี ตั๋วรถไฟความสูง หรือเรียกว่าโทะคิวเคน(特急券)และตั๋วรถไฟ Shimakaze (しまかぜ) เพิ่มค่ะ ในส่วนของราคาขึ้นอยู่กับระยะทางนะคะ

Cr: DARIN | ダーリン

หากเพื่อนๆคนไหนมีข้อสงสัย เกี่ยวกับการซื้อตั๋ว หรือการเดินทาง สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ English Information ด้านนี้เลย หรือจะจองผ่านทางอินเตอร์เน็ตก็ย่อมได้ ซึ่งครั้งนี้เรานั่งรถไฟ Shimakaze จากสถานี Kintetsu Nagoya (近鉄名古屋駅)เวลา 10:25 น. ไปที่สถานี Ujiyamada (宇治山田駅) เวลา 11:42 น. ส่วนตั๋วรถไฟความสูง(特急券)อยู่ที่ราคา 1,320 เยน และตั๋วรถไฟ Shimakaze (しまかぜ) ราคา 820 เยนค่ะ

Cr: DARIN | ダーリン

หลังจากที่เราซื้อตั๋วเสร็จแล้ว เราก็ขึ้นรถมาหาที่นั่งของเรากันดีกว่า บรรยากาศภายในรถไฟนี้อย่างกับเครื่องบินชั้นธุรกิจไม่มีผิดเลยจ้าเพื่อนๆ อยากบอกว่ารถไฟ Shimakaze คันนี้ขาไปและขากลับมีแค่วันละ 1ขบวนเท่านั่น บางครั้งไม่รีบจองก็อดไปเลยค่ะ แนะนำให้จองล่วงหน้าก่อน 1 เดือนจะเป็นอะไรที่ปลอดภัยที่สุด แต่อาจจะมีวันโชคดีที่ไม่ต้องจองล่วงนานขนาดนั่นก็ได้นะ ลองจองดูๆนะ

Cr: Kintetsu

ไหนๆแล้ว ขอพาทัวร์รถไฟขบวนนี้หน่อยละกันนร้า ก่อนอื่นเรื่องที่นั่ง รถไฟคันนี้มีเบาะที่นุ่มสบาย ปรับนอนได้เพลินมาก ที่สำคัญมีปุ่มกดฟังค์ชั่นเก้าอี้นวดไฟฟ้าได้อีก และแถมกับอินเตอร์เน็ตฟรี พร้อมที่ชาร์ตแบต บอกเลยว่าให้เดินทางหลายๆชั่วโมงก็ยอมอะค่ะ สบายขนาดนี้

Cr: DARIN | ダーリン

และหญิงก็ว่างและอยากรู้อยากเห็นมาก เลยลองเดินไปเล่นหน้าขบวนมา วิวดีมาก เพราะหน้าต่างทั้งด้านข้าง ด้านหน้าใหญ่จริงๆ เหมาะแก่การชมวิวท้องฟ้า วิวธรรมชาติ ขอบอกว่าการนั่งรถไฟคันนี้ไม่ทำให้เบื่อและเมื่อยแน่นอนค่ะ หญิงคอนเฟิร์ม

Cr: DARIN | ダーリン

นอกจากจะมีที่นั่งแบบเดียวแล้ว เขายังที่นั่งสำหรับกรุ๊ปที่มาตั้งแต่ 3 คนขึ้นไปด้วยนร้า แต่ต้องจองไว้ก่อนนะคะ หรือหากไม่ได้จองไว้ ก่อนจะขึ้นรถไฟก็สามารถถามพนักงานที่สถานีโดยตรงได้ว่า ยังมีห้องว่างไหม หากมีก็จัดได้เลยจ้าเพื่อนๆ

Cr: Kintetsu

ห้องส่วนตัวสไตล์ญี่ปุ่นก็มีให้บริการภายในรถไฟขบวนนี้ โดยการจองห้องส่วนตัวนี้ก็มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมแค่เพียง 1030 เยน เท่านั้น

Cr: DARIN | ダーリン

ชมที่นั่งกันไปแล้ว ต่อไปจะพาไปชมคาเฟ่ภายในรถไฟค่ะ คาเฟ่มีจำนวน 2 ชั้น ชั้นที่ 2 มีที่นั่ง ทั้งหมด 13 ที่นั่ง ส่วนชั้นที่ 1 นั่น มี 6 ที่นั่ง ถ้าถามหญิงแนะนำชั้นไหน บอกเลยค่ะว่าชั้นสอง วิวดี

Cr: DARIN | ダーリン

ขึ้นชื่อว่าคาเฟ่ ก็ต้องมีขนม นม เนย สิเนอะค่ะ ครั้งนี้หญิงสั่งเค้กสตอเบอรี่ และน้ำส้มคั้น Gokasyo ของขึ้นชื่อของจังหวัดเลยนะ อร่อยเข้มข้นจริงๆ ส่วนขนมเค้กนั่นบอกเลยว่าสตอเบอรี่ก็สดกรอบ ตัวเค้กและครีมก็ละมุนยิ่งนัก นอกจากขนมหวานแล้ว ก็มีบริการอาหารด้วยนร้า ราคาประมาณ 680-1,340 เยน

Cr: DARIN | ダーリン

หลังจากนั่งไปนั่งมาบนรถไฟ แปปเดียวก็จะถึงที่หมายสะแล้ว ก่อนจะลง รู้สึกสดุดตากับที่นั่งของคุณตาท่านหนึ่ง ที่นั่งตรงข้ามคุณยาย น่ารักมากเลยค่ะ เบาะดูนุ๊มนุ่มเนอะ แบบว่าไม่อยากไปเที่ยวแล้ว ขอนั่งต่อและนั่งวนไปเรื่อยๆ ฮ่าๆ

Cr: DARIN | ダーリン

และแล้วเราก็มาถึง สถานี Kintetsu Ujiyamada แล้วค่ะ เพื่อเปลี่ยนมานั่งรถบัส ไปเที่ยวกันที่สถานีแรก คือ ศาลเจ้า Ise Jingu

Cr: DARIN | ダーリン

เรามารอบัสกันที่ป้ายหมายเลข 1 เพื่อไปศาลเจ้า Ise Jingu จากสถานีพอขึ้นบัสแล้วให้ไปลงที่ป้าย Gekumae (外宮前) ใช้เวลาในการเดินทางเพียง 5นาทีเท่านั่น หรือหากเพื่อนๆ อยากจะเดินเล่นไปเรื่อยๆก็แค่ 17 นาที ที่สำคัญเรามีบัส Kintetsu Rail Pass Plus ไม่ต้องห่วงเรื่องค่าโดยสารเลยขึ้นบัสโล้ดจ้า

Ise Jingu (伊勢神宮): ศาลเจ้าแห่งความศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในญี่ปุ่น

Cr: DARIN | ダーリン

และในที่สุดเราก็มาถึงศาลเจ้า Iseshima กันแล้ว เย้ ศาลเจ้าแห่งนี้เป็นศาลเจ้าที่ชาวญี่ปุ่นให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ และเป็นศาลเจ้าชินโตที่มีความเก่าแก่มากถึง 2,000 ปี

Cr: DARIN | ダーリン

ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ชาวญี่ปุ่นมักจะมาสักการะบูชาเทพเจ้าอะมะเทะระสุ โอมิคามิ (天照大御神)เทพเจ้าแห่งดวงอาทิตย์ ที่ประดิษฐานอยู่ภายในศาลเจ้าแห่งนี้ มากกว่านั่นว่ากันว่าในยุคเอโดะ 1 ใน 5 ของประชากรทั้งหมดจะเดินทางมาสักการะศาลเจ้าอิเสะ เพราะเชื่อกันว่าครั้งหนึ่งในชีวิตการได้มาสักการะที่ศาลเจ้าแห่งนี้ถือเป็นสิ่งที่ล้ำค่าในชีวิตเป็นอย่างมากด้วยค่ะ

Cr: DARIN | ダーリン

และในวันที่หญิงไปนั่น ฝนตกปรอยๆ สัมผัสได้ถึงบรรยากาศความศักดิ์สิทธิ์และความสงบร่มเย็นบวกกับหมอกจางๆ ท่ามกลางป่าสนอายุหลายร้อยปี

Cr: DARIN | ダーリン

เมื่อเราเดินเข้ามาภายในศาลเจ้าเรื่อยๆ ก็จะเข้าสู่ที่ประดิษฐานเทพเจ้าอะมะเทะระสุ โอมิคามิ ซึ่งชาวญี่ปุ่นเชื่อกันว่าราชวงศ์ญี่ปุ่นสืบเชื้อสายโดยตรงมาจากเทพเจ้าองค์นี้ ซึ่งในทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนการขึ้นครองราชย์ ก็จะมีการทำพิธีที่ศาลเจ้าแห่งนี้ด้วยค่ะ ว้าวสาระมีอยู่จริง!!!

Cr: DARIN | ダーリン

หลังจากที่สักการะและขอพรเทพเจ้าเรียบร้อยแล้ว เราก็เดินข้ามสะพาน Ujibachi กลับไปที่จุดเดิม เพื่อไปเดินหาอะไรทานกันนะ เพราะใกล้ๆวัดมีถนนคนเดิน แต่หากเรียกแบบบ้านๆก็ตลาดนัดคนเดินที่มีของอร่อยๆ และของน่ารักๆเต็มไปหมดเลย

Ise Jingu (伊勢神宮): ศาลเจ้าแห่งความศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในญี่ปุ่น

ที่อยู่ Ujitachi-cyo 1 , Ise-shi, Mie Prefecture 516-0023
วิธีเดินทางเดินทางจากสถานี Ujiyamada โดยขึ้นบัสที่ป้ายหมายเลข 1 และลงที่ป้าย Naikumae (内宮前) ใช้เวลาประมาณ 5 นาที
เวลาเปิดให้เข้าสักการะ 5:00-18:00 น.
โทรศัพท์0596-24-1111 (เวลาทำการ 8:30 -16:30 น. )

Okage Yokocho Ancient Street (おかげ横丁): ตลาดนัดเก่าแห่งความบันเทิง

Cr: DARIN | ダーリン

เดินข้ามสะพานมาแล้ว ให้เลี้ยวขวาเลยค่า พอเดินเข้ามาก็จะเห็นทางเดินยาวสุดลูกหูลูกตา ร้านค้าเต็มสองข้างทาง ของกินก็ละลานตาเช่นกัน

Cr: DARIN | ダーリン

ไม่ว่าจะร้านขายน้ำส้มสดๆ ดูดจากลูก ร้านขายโอเด้ง ร้านน้ำผลไม้ปั่น หรือจะเป็นร้านโคโระเกะที่สุดแสนจะหอม ตามสองข้างทางให้เราเลือกมากมายจนงงกันไปเลย

Cr: DARIN | ダーリン

บรรยากาศภายในตลาดนัดคนเดินวันนี้ ก็เป็นหมอกจางๆที่ลอยอยู่บนภูเขา ให้ความรู้สึกเย็นๆสบายๆ คนเดินก็จะน้อยๆหน่อยเพราะฝนตกปรอยๆ ดีงาม

Cr: DARIN | ダーリン

และแล้วเราก็มาถึงร้าน Ebimaru( 海老丸)ร้านนี้เราจะฝากท้องกันสำหรับอาหารกลางวันวันนี้จ้า ร้านนี้เป็นร้านอาหารทะเลที่มีความสดมากที่สุด เพราะเขารับอาหารทะเลมาแล้วหยิบโยนใส่บ่อกันเห็นๆ

Cr: DARIN | ダーリン

อย่าได้ชักช้าไป รีบขึ้นไปสั่งอาหารทานกันเถอะค่ะ หิวแล้ว อ๊ะ! อยากบอกว่าร้านเขามีสองชั้นให้บริการนร้า หากวันไหนคนเยอะ ไม่ต้องกลัวว่าจะต่อแถวนานเลย

Cr: DARIN | ダーリン

และเมนูที่หญิงสั่งวันนี้คือ Fukumanekizen(福招き膳)เมนูสุดคุ้ม ที่มีจำนวนจำกัด เมนูนี้ประกอบไปด้วยมากุโระรสชาติหวาน ไข่ปลาสดๆ ที่โปะอยู่บนข้าวนุ่มๆ ตามมาด้วยเครื่องเขียง 3ชนิด ต่อท้ายด้วยเทมปุระกุ้งและผักต่างๆ ให้ได้อิ่มกันแบบข้ามคืนไปเลยค่ะ

Cr: DARIN | ダーリン

เหตุผลสำคัญที่หญิงสั่งเมนูนี้คือ มีจานกระเบื้องลายแมวแถม ฮ่าๆ ส่วนในเรื่องราคานั่น ชุดอาหาร Fukumanekizen ราคาเพียง 1,929 เยนค่ะ

Cr: DARIN | ダーリン

และอีกเมนูที่สั่งมาคือ ชุดรวมมหาสมุทร ล้อเล่นค่ะ สิ่งนี้คือชุด Kaisendon (海鮮丼)เป็นเมนูอาหารที่ได้รับความนิยมจากลูกค้าชาวญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก เพราะมีทั้งกุ้ง ทูน่า ไข่ปลา และปลาอีกหลากหลายชนิด ราคาเพียง 2,160 เยน ไม่ต้องพูดถึงความสด เพราะสดมว๊ากเลย กรอบกรุ๊ปๆเลยหล่ะ

Cr: DARIN | ダーリン

หลังจากทานเสร็จแล้ว ก็ออกมาเดินเล่นกันอีกสักนิด เพื่อจะได้ย่อยแล้วไปหาขนมทานกันต่อ

Cr: DARIN | ダーリン

ตามข้างทางก็มีจะมีร้านขายตุ๊กตาแมวกวัก เรียกเงินเรียกทอง เรียกลูกค้า เรียกแฟน อ๊ะ ไม่ใช่แล้ว แต่ก็น่าลองเอาไปตั้งหน้าบ้านเรียกแฟนดูนะ เพื่อจะได้ ฮ่าๆ

Cr: DARIN | ダーリン

เดินเล่นไปเดินเล่นมา เราก็มาจอดกันที่ร้านขนม Akafuku (赤福) ร้านขนมขึ้นชื่อของจังหวัดมิเอะเลยค่ะที่สำคัญร้านนี้เป็นร้านต้นกำเนิดของขนมนี้นร้า สรุปคือถ้ามาที่ตลาดนี้ แล้วไม่มาร้านนี้ ถือว่ายังมาไม่ถึงเลยนะจ้ะเพื่อนๆ

ขนมชิ้นนี้เรียกว่า Akafuku ตามชื่อร้านเลยค่ะ เป็นขนมที่มีความแตกต่างจากขนมโมจิประเภทอื่นคือ ด้านนอกจะเป็นถั่วแดง ไส้ด้านในจะเป็นโมจิ ยืดๆนุ่มๆ พอกินกับชาร้อนๆของทางร้านแล้ว ยิ่งอร่อยเข้าไปใหญ่เลย ราคาเพียง 210 เยนเท่านั่นค่ะ

Cr: DARIN | ダーリン

พอทานขนมเสร็จ ระหว่างทางเดินกลับของเรา ผู้คนเริ่มเยอะขึ้นเพราะฝนเริ่มจะหยุดแล้ว

Cr: DARIN | ダーリン

อีกร้านที่หญิงอยากแนะนำเพื่อนๆ คนที่ชอบสนู้ปปี้ ขอร้องเลยว่าอยากให้เข้าร้านนี้ เพราะอาหารทุกจานตบแต่งลวดลายด้วยตัวคาแรคเตอร์สนู้ปปี้ ราคาอาหารก็ประมาณ 450 – 1,200 เยนเท่านั่นเอง

Cr: DARIN | ダーリン

หรือถ้าทานอิ่มจากร้านอื่นกันมาแล้ว ก็แวะมาถ่ายรูปที่หน้าร้านกันสักนิดเป็นที่ระลึก อยากบอกว่า ทางหญิงชอบมากๆเลยทีเดียว แต่ว่าแล้ว ป่ะ เราไปเที่ยวที่ต่อไปกันเถอะค่ะ ฮ่าๆ

Okage Yokocho Ancient Street (おかげ横丁): ตลาดนัดเก่าแห่งความบันเทิง

ที่อยู่ 52 Ujitachi-cyo , Ise-shi, Mie Prefecture 516-8558
วิธีเดินทาง เดินทางจากสถานี Ujiyamada โดยขึ้นบัสที่ป้ายหมายเลข 1 และลงที่ป้าย Gekumae (外宮前) ใช้เวลาประมาณ 5 นาที
เวลาทำการ 9:30-17:00 น.
โทรศัพท์0596-23-8838

Meoto Iwa (夫婦岩) : หินแต่งงานสถานที่ขอพรในเรื่องความรัก

Cr: DARIN | ダーリン

และในวันที่ฝนตก พายุเข้าหินสามีภรรยา ก็ยังคงยืนอยู่ด้วยกันด้วยความมั่นคงค่ะเพื่อนๆ แต่หญิงปลิวตามลมเลยค่ะ ตอนนี้เราอยู่กันที่หน้าหินแต่งงาน ตั้งอยู่ในศาลเจ้าฟุตามิโอคิทามะ

Cr: Photozou

แต่อยากจะบอกเพื่อนๆว่า ในแต่ละฤดู แน่นอนว่าทิวทัศน์การมองหินแต่งงานจะเปลี่ยนไปมาก เช่นในวันที่ท้องฟ้าแจ๋มใสจะเห็นพระอาทิย์ขึ้นอยู่ระหว่างหินสองก้อนนี้ และที่พิเศษที่สุดคือในฤดูหนาวประมาณสิบกว่าปีครั้ง จะมีหิมะตกลงมาปกคลุมหินสองก้อนนี้ซึ่งเป็นสิ่งที่เห็นได้ยากมาก เพราะในพื้นที่นี้ตั้งอยู่ทางด้านล่าง เป็นพื้นที่ที่หิมะไม่ค่อยตกค่ะเพื่อนๆ

Cr: DARIN | ダーリン

มีข้อสงสัยมาให้เพื่อนๆชวนงง สังเกตุไหมคะว่า การเอาเชือกมาคลองคล้ายกับด้ายมงคลบนศีรษะคู่บ่าวสาวในพิธีแต่งงานนั่น มักจะเห็นกันในฐานะขนบธรรมเนียมของประเทศไทย ซึ่งในประเทศญี่ปุ่นเขาไม่มีกันนะ อ้าว งง กันเลยละสิ หญิงก็งง ฮ่าๆ

Cr: DARIN | ダーリン

ภายในเขตพื้นที่ของศาลเจ้า ก็มีวิวให้ถ่ายรูปสวยๆเยอะเลย เช่นตรงจุดนี้ คล้ายกับฉากในซีรีย์ Goblin เลยที่นางเอกเจอกับพระเอกในตอนแรกๆ

Cr: DARIN | ダーリン

และที่ขาดไม่ได้เลย คือร้านขายของฝาก และร้านขนมก็มีให้บริการข้างศาลเจ้าเลยจ้า

Meoto Iwa (夫婦岩) : หินแต่งงานสถานที่ขอพรในเรื่องความรัก

ที่อยู่ 575 Futami-cyoe , Ise-shi, Mie Prefecture 519-0602
วิธีเดินทาง เดินทางจาก Okage Yokocho Ancient Street โดยขึ้นบัส Isefutamitoba-Syuyu Bus หรือ Can Bus ที่ Uchimiya Bus Stop มุ่งสู่ Toba Aquarium (鳥羽水族館) เมื่อผ่านไป 5ป้าย ให้ลงที่ป้าย Meotoiwahigashiguchi ใช้เวลาประมาณ 28 นาที และเดินต่อประมาณ 6 นาที สามารถใช้บัตร Kintetsu Rail Pass Plus ในการเดินทางได้
เวลาทำการ 9:30-17:00 น.
โทรศัพท์0596-43-2020

Cr: DARIN | ダーリン

หลังจากที่เราเดินเล่น ชมความสวยงาม และสักการะบูชาขอพรกันเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาไปสถานที่ต่อไปกันแล้ว จากศาลเจ้าเดินมาแปปเดียวก็จะเจอกับสถานี Toba

Cr: DARIN | ダーリン

ขณะนี้เรากำลังจะไปกันที่ Yokoyama Tenboudai กันจ้า จากสถานี Toba ขึ้นรถไฟ Tokyu มุ่งสู่ Kashikojima เพื่อไปลงที่สถานี Ugata เพื่อนๆสามารถใช้บัตร Kintetsu Rail Pass Plus แต่ทว่าต้องซื้อตั๋ว Tokyu เพิ่ม ในราคา 510 เยนน้า

Cr: DARIN | ダーリン

รถไฟคันนี้เลยค่ะเพื่อนๆ ที่เราจะนั่งกันไปสถานี Ugata (鵜方) ใช้เวลาในการนั่งเพียง 25 นาที

Cr: DARIN | ダーリン

และบัตรรถไฟ Tokyu นั่น จะเป็นที่นั่งแบบ Reserved Seat หมดเลย เพื่อนๆหาที่นั่งตัวเองดีๆนะคะ เพราะเดี๋ยวอาจจะได้เล่นเก้าอี้ดนตรีแน่ ถ้าไปนั่งผิดที่ ฮ่าๆ

Yokoyama Tenbodai(横山展望台): จุดชมวิวแห่งความฝัน

Cr: DARIN | ダーリン

หลังจากที่เราถึงสถานี Ugata กันแล้ว เราก็นั่งรถแท็กซี่กันต่อประมาณ 5-7 นาที หากเพื่อนๆคนไหนรู้สึกสตองมาก อาจจะเดินขึ้นเขาก็ได้นะ เพียง 30 นาทีเอง และแล้วเราก็เดินขึ้นมาถึง Yokoyama Tenboudai กันแล้ว บรรยากาศก็จะประมาณนี้ หมอกตรึมเลยค่ะ

Cr:Tripnote

แต่ถ้าหมอกไม่ตรึม ท้องฟ้าสดใส บรรยากาศจะสวยขนาดนี้เลย แน่นอนว่าหญิงจะต้องหาโอกาสไปแก้ตัวใหม่อีกครั้ง เพราะเขาบอกว่าเป็นที่ ที่สวยติดอันดับต้นๆของญี่ปุ่นเลย

Cr: DARIN | ダーリン

ส่วนในวันที่หญิงไปมานั่น หมอกปกคลุมพื้นที่สะส่วนใหญ่ แต่ถึงอย่างไรก็ตาม เราก็ได้เห็นเกาะเล็กใหญ่เต็มไปหมดแบบจางๆ แค่นี้ก็ประทับใจพอสมควรเลย ซึ่งอ่าวตรงนี้มีนามว่าอ่าวอะโกะ เป็นอ่าวที่มีชื่อเสียงเรื่องการเลี้ยงหอยมุกนะจ้ะ

Cr: DARIN | ダーリン

สถานที่นี่เหมาะแก่การมานั่งชิวๆ มองไปรอบๆ ปลดปล่อยความคิดของเราไปกับอากาศสบายๆ รอเวลาพระอาทิตย์ตกและกลับไปพักผ่อน ทานดินเนอร์เบาๆ ที่โรงแรมกันค่ะ

Yokoyama Tenbodai(横山展望台): จุดชมวิวแห่งความฝัน

ที่อยู่ 875-20 Agochougata, Shima-shi, Mie Prefecture 519-0602
วิธีเดินทางเดินทางจากสถานี Toba ขึ้นรถไฟ Tokyu มุ่งสู่ Kashikojima เพื่อไปลงที่สถานี Ugata สามารถใช้บัตร Kintetsu Rail Pass Plus แต่ทว่าต้องซื้อตั๋ว Tokyu เพิ่ม ในราคา 510 เยน หลังจากนั่นนั่งแท็กซี่ต่อประมาณ 5นาที
เวลาทำการ 9:00-16:30 น.
โทรศัพท์0599-43-0711

Prime Resort Kashikojima (海辺ホテル プライムリゾート賢島):โรงแรมหรูริมอ่าว

Cr: DARIN | ダーリン

เดินทางมาทั้งวันแล้ว ก็ถึงเวลาเข้าโรงแรมมาพักผ่อนกันแล้วค่ะ คืนนี้เราจะนอนกันที่ Miyako Resort โรงแรมหรูติดอ่าว เตียงนุ่ม อาหารอร่อย แถมมีออนเซนให้ด้วยน้า

Cr: DARIN | ダーリン

หญิงมาถึงตอนเย็นพอดีเลยค่ะ บรรยากาศยามค่ำคืนของทางโรงแรมดีมาก เมื่อตัดกับแสงไฟที่ส่องออกมาจากตัวอาคาร

Cr: DARIN | ダーリン

ทางโรงแรมมีห้องพักมากมายให้ได้เลือกสรร ไม่ว่าจะเป็นห้องแบบครอบครัว ห้องสำหรับสาวๆ หรือจะเป็นแบบบ้านสองชั้นก็ตาม

Cr: DARIN | ダーリン

ที่สำคัญคือวิวของทุกห้อง เมื่อมองออกมาจากหน้าต่างสวยมากค่ะ เห็นอ่าวกว้างๆ เรือที่จอดอยู่ และสามารถมองพระอาทิตย์ตกดินได้ด้วย

Cr: DARIN | ダーリン

ห้องพักแบบบ้านสองชั้น ก็มีบริการตู้เย็นขนาดใหญ่ และห้องครัวเล็กๆที่สามารถทำอาหารทานกันเองได้ ทางโรงแรมแนะนำว่า กินสุกี้นี้แหละ แซ่บมาก ทานกินกันทั้งครอบครัว พร้อมบรรยากาศเย็นๆแบบนี้ อร่อยมากแน่นอน

Cr: DARIN | ダーリン

และในส่วนของห้องนี้ได้ทำการรีโนเวทใหม่ๆ ไปจนถึงห้องน้ำที่มีความโมเดิร์น รับประกันจากทางโรงแรมเลยว่าเหมาะกับสาวๆ เพื่อนสนิทที่มากันเป็นคู่มาก

Cr: Miyako Resort

ตัวห้องตบแต่งด้วยโทนสีฟ้าน้ำทะเล สีเหลืองประหนึ่งอยู่ท่ามกลางดวงดาวและพระจันทร์ ที่สำคัญค่ำคืนดีๆแบบนี้ ทางโรงแรมก็จัดเตรียมไวน์ และแชมเปญให้ดื่มภายในห้อง แบบไม่ต้องสั่งกันเลย

Cr: Miyako Resort

มากกว่านั่นในยามเช้า ตื่นขึ้นมา อาหารเช้าของเราก็สามารถจะถูกบริการได้ที่ในห้องนอนเลย เริ่ด และส่วนตัวมาก

Cr: DARIN | ダーリン

บรรยากาศยามค่ำคืนเมื่อมองออกมาจากห้อง ดีจริงค่ะ อยากให้มาลองเองเลย ราคาห้องนี้ประมาณ 30,000 – 50,000 เยนค่ะ เป็นราคาสำหรับสองคน ราคาขึ้นอยู่แล้วแต่ละวันน้า

Cr: DARIN | ダーリン

ถ้าเบื่อห้องก็มากลิ้งเล่นทางนี้ได้ค่ะ โซฟาริมทางเดิน

Cr: DARIN | ダーリン

หลังจากที่เดินเล่นทั่วโรงแรมแล้ว เราเดินไปทานข้าวเย็นกันดีกว่า

Cr: DARIN | ダーリン

พอเรามาถึงห้องอาหาร พนักงานจะเสิร์ฟแชมเปญให้เราเชียร์ก่อนเลย เมนูอาหารวันนี้มี อาหารจานหลักเป็นปลาคาจิกิ ซอสมะเขือเทศ หรือจะเป็นสเต็กเนื้อวัวราดด้วยซอสหางวัวค่ะ

Cr: DARIN | ダーリン

เมนูมื้อค่ำวันนี้จะเริ่มด้วยแอพพิไทเซอร์ ปลาคัมปาจิและอะโวคาโดสไตล์บลาซิลลิค เสิร์ฟต่อด้วยซุปไข่ และจะต่อด้วยเมนูจานหลักของวันนี้คือ ปลาคาจิกิ ซอสมะเขือเทศ

Cr: DARIN | ダーリン

แน่นอนที่ขาดไม่ได้คือขนมหวาน เค้กมะพร้าวมะม่วง ที่มีความลงตัวเป็นอย่างมาก เสิร์ฟพร้อมกับกาแฟหรือชาก็เข้าก๊านเข้ากัน

Cr: DARIN | ダーリン

และแล้วค่ำคืนวันนี้ของเราก็จบลงกันที่เตียงนุ่มๆ แล้วเจอกันพรุ่งนี้เช้า ที่ห้องอาหารนะคะเพื่อนๆ ฝันดีค่ะ

Cr: DARIN | ダーリン

สวัสดีวันที่สองค่ะเพื่อนๆ เป็นวันที่ฝนก็ยังคงตกอยู่ แต่ไม่เป็นไร เพราะเช้านี้ อาหารเช้าของทางโรงแรมน่าทานมว๊ากเลย

Cr: DARIN | ダーリン

ทางโรงแรมมีอาหารเช้าให้เราเลือกสองแบบ คือ แบบชุดขนมปังกับไข่ออมเล็ต หรือจะเป็นแพนเค้กกับผลไม้หลากหลายชนิด ซึ่งทั้งสองแบบการจัดจานนั่นก็เป็นใจให้เราถ่ายรูปมาก และแล้วอาหารเช้าของเราก็มาเสิร์ฟแล้วเป็นเมนูชุดขนมปังกับไข่ออมเล็ต

Cr: DARIN | ダーリン

หลังจากทานอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ออกมาเดินเล่นภายในโรงแรมกันค่ะ แวะอ่านหนังสือพิมพ์ยามเช้า ตอบอีเมลล์กันสักพัก แล้วไปเดินเล่นรอบโรงแรมกัน

Cr: DARIN | ダーリン

เดินลงมาจากด้านบนของทางโรงแรมเรื่อยๆ จะเจอมุมถ่ายรูปสวยๆ ซึ่งหญิงแนะนำมุมนี้เลย

Cr: DARIN | ダーリン

เดินลงมาจนสุด จะเป็นวิวอ่าวสวยๆแบบนี้เลย ยิ่งวันไหนท้องฟ้าเปิด ทางโรงแรมบอกว่า สวยมากมากกว่านั่นมีบริการเรือแคนนูให้พายเล่นกันด้วยนร้า ถือเป็นโรงแรมที่วิวดี บริการครบครันจริง

Prime Resort Kashikojima(海辺ホテル プライムリゾート賢島)

ที่อยู่ 3618-33, Ugata, Ago-cho, Shima-shi, Mie Prefecture 519-0602
วิธีเดินทางเดินทางจาก Yokoyama Tenbodai ด้วยรถแท็กซี่ประมาณ 15 นาที
เวลาทำการ เช็คอิน 15:00 น.
เช็คเอ้าท์ 11:00 น.
ราคาตั้งแต่ 16,000 เยน (พร้อมอาหารเช้าและอาหารเย็น)
โทรศัพท์ 0599-43-7211

Cr: DARIN | ダーリン

และแล้วก็ถึงเวลาที่เราจะต้องเริ่มออกเดินทางกันแล้ว โดยทางเรานั่งรถ Shuttle bus ของทางโรงแรมเพื่อมาลงที่สถานี Kashikojima (賢島) และจะมาต่อรถไฟที่นี่กันค่ะ

Cr: DARIN | ダーリン

วันนี้เราจะเดินทางไปดูนินจาอิกะกันเป็นนินจาที่โด่งดังที่สุดในญี่ปุ่น ด้วยการนั่งรถไฟ Tokyu ขบวนนี้ ที่จะมุ่งสู่ Osaka-Nanba แต่เราจะไปลงที่สถานี Iga-Kambe (伊賀神戸) กันค่ะ ใช้เวลาทั้งหมด 1ชั่วโมงครึ่งค่ะเพื่อนๆ

Cr: DARIN | ダーリン

ที่สำคัญเรามีบัตร Kintetsu Rail Pass Plus กันแล้วแต่ก็อย่าลืมซื้อตั๋ว Tokyu เพิ่ม ในราคา 1,320 เยนนะคะ

Cr: DARIN | ダーリン

ไปหาที่นั่งกันจ้าเพื่อนๆ เบาะแบบนี้ นั่งสบายๆ ชิวมาก 1ชั่วโมงครึ่ง แถมวิวข้างทางก็เต็มไปด้วยทุ่งนาและดอกฮิกัง สีแดงๆ เป็นธรรมชาติที่มองแล้วสบายตามาก

Cr: DARIN | ダーリン

และแล้วเราก็มาถึงสถานี Iga-Kambe (伊賀神戸) หลังจากนั่นเปลี่ยนรถไฟกันที่สถานีนี้ เพื่อนั่งกันต่อไปลงที่สถานี Uenoshi (上野市) ด้วยรถไฟนินจาสีชมพูคันนี้เลย

Cr: DARIN | ダーリン

ส่วนเรื่องค่ารถไฟนั่น ไม่ต้องจ่ายเพิ่มแล้วค่ะ เพราะเราสามารถโชว์บัตร Kintetsu Rail Pass Plus ให้พนักงานรถไฟแล้วเดินผ่านไปได้เลย บัตรนี้บัตรเดียว คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม

Cr: DARIN | ダーリン

ภายในรถไฟก็จะประมาณนี้เลยค่ะ มีนินจาแอบซ่อนในหลายๆที่ เห็นตอนนี้ก็แอบน่ารักดีนะคะ แต่ถ้าเห็นตอนกลางคืนก็ค่อยว่ากันอีกเรื่อง ฮ่าๆ

Ninja Museum Igaryu (忍者博物館):สุดยอดอิกะนินจา

Cr: DARIN | ダーリン

ในที่สุดเราก็ว๊าบมาถึงหมู่บ้านนินจา หรือ Ninja Museum Igaryu แล้ว ก่อนจะเข้าก็ต้องซื้อตั๋วก่อน แต่ทว่าเรามีสิทธิพิเศษจากบัตร Kintetsu Rail Pass Plus คือปกติตั๋วราคา 756 เยน เราจ่ายแค่เพียง 594 เยนเท่านั่น ตื่นเต้นล่ะสิ

Cr: DARIN | ダーリン

อิกะนินจา คือนินจาสายอิกะค่ะเพื่อนๆ เป็นสุดยอดนินจาที่โด่งดังที่สุดในญี่ปุ่น งั้นเราไปดูโชว์กันดีกว่า โชว์ของทางนินจาที่นี่นั่น ใช้อุปกรณ์จริงทุกอย่าง เล่นจริง เจ็บจริง(หรือเปล่าไม่รู้) และถึงแม้ว่าชาวต่างชาติจะไม่เข้าใจภาษาญี่ปุ่น แต่มุกแต่ละมุกก็พากันขำได้แบบหยุดไม่อยู่ ประทับใจ และสนุกมากจริงๆแนะนำให้มาน้า

Cr: DARIN | ダーリン

นอกจากการแสดงใช้อุปกรณ์ และการต่อสู้แล้ว ยังมีโชว์ภายในบ้านของนินจาอีกด้วย ที่จะเล่าเรื่องราวว่านินจาอยู่กันยังไง ซ่อนตัวยังไง หนีกันยังไง คือบ้านนินจาก็เปรียบเหมือนบ้านของแบคแมนในสมัยนี้แหละมั้งค่ะ คือเห็นแล้วแบบว่าอย่างคูลเลย เพื่อนๆมองดีๆมีนินจาซ่อนอยู่ เห็นไหมๆ

Cr: DARIN | ダーリン

และหนูน้อยคนนี้ก็คือผู้กล้าของเราเอง ที่มาเป็นอาสาสมัครร่วมเล่นกับนินจา สนุกสนานกันมาก ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ ขอเข้าสู่ช่วงสาระมีอยู่จริงนิดหนึ่ง ถ้าเป็นนินจาผู้หญิง เขาจะเรียกว่า คุโนะอิจิ มาจากตัวอักษรคันจิคำว่า ผู้หญิงค่ะ (く ノ 一 เท่ากับ 女)

Cr: DARIN | ダーリン

หลังจากที่เราดูการแสดงกันเสร็จแล้ว ก็มาเดินชมพิพิธภัณฑ์นินจากันต่อ ภายในพิพิธภัณฑ์ได้จัดแสดงเครื่องไม้เครื่องมือ เสื้อผ้าต่างๆของนินจาไว้ และที่สำคัญไม้กลมๆนี้ นินจาเอาไว้เดินบนน้ำ อย่างเทพเลย

Cr: DARIN | ダーリン

นอกจากอุปกรณ์เดินบนน้ำแล้ว เราก็จะได้เรียนรู้วิธีใช้ชีวิตแบบนินจากันด้วย ล่วงลับตับแตกมาก ฮ่าๆ

Ninja Museum Igaryu (忍者博物館):สุดยอดอิกะนินจา

ที่อยู่ 117-13-1 Ueno Marunouchi, Iga-shi, Mie Prefecture 518-0873
วิธีเดินทาง เดินทางจากสถานี Kashikojima(賢島) ไปที่สถานี Iga-Kambe (伊賀神戸) ใช้เวลา 1 ชั่วโมงครึ่ง และเปลี่ยนรถไฟที่สถานี Iga-Kambe (伊賀神戸) ไปลงที่สถานี Uenoshi (上野市) ใช้เวลา 30 นาทีในการเดินทาง หลังจากนั่นเดินไปที่ Ninja Museum Igaryu ประมาณ 8 นาที
เวลาทำการ 9:00 – 17:00 น.
ปิดทำการ วันที่ 29 ธันวาคม – 1 มกราคม
ค่าเข้าชม สำหรับผู้ใหญ่ 756 เยน สำหรับเด็ก 432 เยน
โทรศัพท์ 0595-23-0311

ข้อสรุป

หลังจากที่พาเพื่อนๆไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์นินจากันแล้ว หญิงจะพาไปทานอาหารกลางวัน ที่ไม่ว่าใครได้ลองชิมแล้ว จะต้องพูดว่าอร่อยสุโก้ย ซึ่งบทความครั้งนี้หญิงจะยังไม่บอกว่าจะพาไปทานอะไร แต่จะให้ไปเดาเล่นๆกันก่อน จะใบ้ให้นิดหนึ่งนร้า เป็นอาหารชนิดที่ถ้ามาญี่ปุ่นต้องมากินอะจ้ะ เพื่อนคนไหนสนใจ ตามหญิงไปเที่ยวจังหวัดมิเอะกันในบทความหน้า ในตอน เที่ยวมิเอะ กินดี อยู่ดี เที่ยวดีๆ ไปกับเราสิ ตอนที่ 2 ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนร้า แน่นอนว่าดีงาม แล้วเจอกันค่ะ สวัสดีจ้า