คูปองส่วนลดที่น่าสนใจ
5%
7%
10%


อากาซากะ (赤坂) เป็นย่านธุรกิจระดับหรูในเขตมินาโตะ (Minato) ใจกลางโตเกียว ตั้งอยู่ระหว่างนางาตะโจ (Nagatacho) ย่านที่ทำการรัฐบาลญี่ปุ่น กับ รปปงงิ (Roppongi) ย่านไนต์ไลฟ์ชื่อดัง โดยในยุคเอโดะ ที่นี่เคยเป็นที่ตั้งคฤหาสน์ของขุนนางระดับสูงหลายแห่ง พอเข้าสู่ยุคเมจิก็กลายเป็นย่านที่พักของข้าราชการและนักธุรกิจ ก่อนจะกลายเป็นย่านบันเทิงหลังสงคราม ที่จะมีเกอิชาประจำอยู่หลายร้อยคน ซึ่งในทุกๆ วันนี้ แม้เกอิชาจะเหลือน้อยลงมาก แต่นักท่องเที่ยว ก็ยังพอมีโอกาสได้เห็นอยู่บ้าง
จุดเด่นของ อากาซากะ คือความลงตัวระหว่างตึกสำนักงานสูงระฟ้ากับตรอกซอกต่างๆ ซึ่งหลายตรอกซอกซอย ยังคงปูแผ่นหินแบบดั้งเดิม และยังมีร้าน เรียวเทย์ (ryotei ร้านอาหารญี่ปุ่นระดับสูง) ร้านราเมง และบาร์แจ๊สซ่อนอยู่ โดยในช่วงกลางวัน ที่นี่คือย่านออฟฟิศที่คึกคักไปด้วยพนักงานบริษัท แต่พอตกเย็น บรรยากาศจะเปลี่ยนเป็นย่านกินดื่ม ที่จะดูเงียบสงบกว่า ย่านรปปงงิ หรือชินจูกุมาก เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่อยากเห็นโตเกียว ในมุมมองของคนท้องถิ่น ที่ใช้ชีวิตประจำวันจริง ๆ ไม่ใช่ย่านท่องเที่ยวที่ปรุงแต่งไว้สำหรับนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะ
“หลายคนมองข้ามอากาซากะเพราะคิดว่าเป็นแค่ย่านออฟฟิศ แต่พอได้เดินจริง ๆ จะรู้ว่าย่านนี้เต็มไปด้วยตรอกเล็ก ๆ ที่ซ่อนร้านอาหารดี ๆ และบรรยากาศเงียบสบายกว่าที่คิด”

ย่าน อากาซากะ เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่เคยเดินทางมาโตเกียวสักพักแล้ว และอยากเห็นอีกมุมมองที่ไม่ใช่ชิบุยะ หรือชินจูกุ และเหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบอาหารญี่ปุ่นแท้ ๆ แบบออริจินัล ในราคาที่คนท้องถิ่นจ่ายจริงๆ ไม่ใช่ราคาที่ตั้งไว้สำหรับนักท่องเที่ยว รวมถึงคนที่สนใจศาลเจ้า และวัดเล็ก ๆ ที่ซ่อนอยู่ระหว่างตึกสำนักงานต่างๆ และยังเหมาะกับคนที่มองหาที่พักหรูๆ ใกล้ใจกลางเมืองแต่ดูไม่วุ่นวายเท่าย่านรปปงงิ หรือถ้าเดินทางมากับครอบครัวหรือมีเด็กเล็ก อากาซากะก็ยังมีร้านอาหารธีมสนุก ๆ อย่างร้านนินจา ที่ตกแต่งเป็นป้อมปราการลับ พร้อมกลไกและมายากลระหว่างเสิร์ฟอาหาร เหมาะกับการสร้างความประทับใจให้เด็ก ๆ ได้ไม่แพ้สถานที่ท่องเที่ยวหลักของโตเกียว
“ถ้าเที่ยวโตเกียวครั้งที่สองหรือสามขึ้นไป ย่านนี้น่าจะตอบโจทย์มาก เพราะได้เห็นชีวิตประจำวันของคนโตเกียวจริง ๆ มากกว่าย่านท่องเที่ยวชื่อดัง”

จากสถานี Shinjuku นักท่องเที่ยวสามารถนั่งรถไฟใต้ดินสาย Marunouchi สายเดียวกัน ตรงไปยังสถานี Akasaka-mitsuke ได้เลย โดยไม่ต้องเปลี่ยนสาย ใช้เวลาประมาณ 10-13 นาที ค่าโดยสารประมาณ 180-200 เยน เรียกได้ว่า ไม่ว่าจะมาจาก Tokyo Station หรือ Shinjuku ก็ใช้รถไฟสายเดียวกันได้สบาย ๆ

จุดที่มักทำให้นักท่องเที่ยวสับสนคือย่านนี้มีสถานีรถไฟใต้ดินชื่อคล้ายกันถึง 2 สถานี ควรเลือกให้ตรงกับจุดหมายปลายทาง
| สถานี | สายรถไฟ | เหมาะสำหรับ |
|---|---|---|
| Akasaka Station | Tokyo Metro Chiyoda Line | เดินเข้า Akasaka Sacas และ Hie Shrine (ทางออก 2) ได้ใกล้ที่สุด |
| Akasaka-mitsuke Station | Tokyo Metro Marunouchi Line / Ginza Line | จุดเปลี่ยนรถไฟสำคัญ เดินเข้า Toyokawa Inari และ Hie Shrine ฝั่งบันไดใหญ่ได้สะดวก |
สรุปง่าย ๆ คือถ้ามาจาก Tokyo Station หรือ Shinjuku ด้วยสาย Marunouchi จะลงที่ Akasaka-mitsuke ส่วนถ้าต่อสาย Chiyoda มาจากฝั่งโอเตมาจิหรือโยโยกิ จะลงที่ Akasaka Station ทั้งสองสถานีห่างกันเดินประมาณ 10 นาที ไม่ได้ไกลเกินไปหากเดินผิดสถานี
“ถ้าแพลนเที่ยวเน้นศาลเจ้าฮิเอะและ Akasaka Sacas ลงสถานี Akasaka จะเดินน้อยกว่า แต่ถ้าจะต่อไปกินซ่าหรือชินจูกุ Akasaka-mitsuke จะสะดวกกว่า”

ฮิเอะจินจะ (Hie Shrine / 日枝神社) เป็นหนึ่งในศาลเจ้าสำคัญของโตเกียว ศาลเจ้าแห่งนี้ตั้งอยู่บนเนินเขาเล็ก ๆ ระหว่าง อากาซากะกับนางาตะโจ ก่อตั้งโดยขุนศึกโอตะ โดกัง (Ota Dokan) ในปี 1478 และเคยเป็นศาลเจ้าประจำตระกูลโทกุงาวะ ผู้ปกครองปราสาทเอโดะ โดยจุดเด่นที่สุดคือของที่นี่ คืออุโมงค์โทริอิสีแดงสด 90 ต้น ทางประตูฝั่งตะวันตก ที่ให้บรรยากาศคล้ายๆ ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ ที่เกียวโต แต่จะมีขนาดเล็กกว่า โดยนักท่องเที่ยวสามารถเดินขึ้นบันได หรือใช้บันไดเลื่อนที่ติดตั้งไว้ให้ก็ได้เช่นกัน

ศาลเจ้าแห่งนี้ ขึ้นชื่อเรื่องการขอพรด้านธุรกิจ ความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน และการมีลูก จุดสังเกตพิเศษคือรูปปั้นลิงศักดิ์สิทธิ์ (มาซารุ) แทนที่จะใช้รูปปั้นสุนัขจิ้งจอก แบบศาลเจ้าอื่นๆ ด้วยเพราะคำว่า “มาซารุ” พ้องเสียงกับคำว่า “ชนะ” ในภาษาญี่ปุ่น ถือเป็นคำมงคลในเรื่องความสำเร็จนั่นเอง โดยนักท่องเที่ยวสามารถเข้าเยี่ยมชม โดยเข้าทางหลัก ฝั่งใต้ (เส้นทางสะพานซานโนที่เดินมาจากสถานี Tameike-sanno) ซึ่งจะมีบันไดเลื่อนช่วยขึ้นเนินได้สะดวกสบาย ส่วนอุโมงค์โทริอิสีแดง 90 ต้น ที่คนนิยมถ่ายรูปกัน จะอยู่ทางเข้าฝั่งตะวันตก (Inari Sando) โดยแนะนำให้นักท่องเที่ยว เดินอ้อมไปดูให้ครบทั้งสองฝั่ง จะได้ไม่พลาดมุมสวยๆ และสำหรับวิธีการขอพรตามธรรมเนียมที่นี่ จะใส่เหรียญลงกล่องรับบริจาค ไหว้ 2 ครั้ง ปรบมือ 2 ครั้ง แล้วไหว้ปิดท้ายอีก 1 ครั้ง โดยศาลเจ้า ฮิเอะจินจะ (Hie Shrine / 日枝神社) จะเปิดให้เข้าชม 6:00-17:00 น. (ฤดูร้อนเปิดถึง 18:00 น.) โดยไม่มีค่าเข้าชม
ฮิเอะจินจะ (Hie Shrine / 日枝神社)
| วิธีเดินทาง | สามารถเดินจากสถานี Akasaka ทางออก 2 เพียง 3 นาที เท่านั้น |
| เวลาทำการ | 6:00-17:00 น. (ฤดูร้อนเปิดถึง 18:00 น.) |
| ราคา | เข้าชมฟรี |
“แม้อุโมงค์โทริอิจะไม่ยาวเท่าที่เกียวโต แต่ข้อดีคือคนไม่เยอะ ถ่ายรูปได้ง่ายกว่า โดยเฉพาะช่วงเช้าของวันธรรมดา”

อากาซากะ ซากัส (Akasaka Sacas) คือคอมเพล็กซ์ “เมืองในเมือง” ที่เชื่อมตรงกับสถานี Akasaka โดยศูนย์กลางของที่นี่คือ ตึก Akasaka Biz Tower และสถานีโทรทัศน์ TBS ที่มีฉายาว่า “Big Hat” ซึ่งภายในมีทั้งร้านค้า ร้านอาหารนานาชาติ และโรงละคร Akasaka ACT Theater สำหรับดูละครเวทีและคอนเสิร์ต ปัจจุบันจัดแสดงละครเวที Harry Potter and the Cursed Child เวอร์ชันภาษาญี่ปุ่นอยู่อีกด้วย ทำให้บริเวณทางเดินจากสถานี Akasaka ไปยังจัตุรัส Sacas ถูกแต่งเป็น “Wizarding World Street” มีบันไดธีมฮอกวอตส์ รูปปั้นไทม์เทิร์นเนอร์ขนาดยักษ์ คาเฟ่และร้านขายของที่ระลึก Harry Potter อย่างเป็นทางการ กลายเป็นจุดถ่ายรูปยอดฮิตของแฟนคลับ ช่วงฤดูใบไม้ผลิ (ประมาณปลายมีนาคม-ต้นเมษายน) ต้นซากุระกว่า 100 ต้น 11 สายพันธุ์รอบตึกจะบานพร้อมกัน กลายเป็นจุดชมซากุระกลางเมืองที่คนท้องถิ่นชื่นชอบไม่แพ้สวนสาธารณะใหญ่ ๆ
“ถ้าเป็นแฟน Harry Potter ลองเผื่อเวลาเดินรอบลานด้านหน้า เพราะมีมุมตกแต่งหลายจุดที่หลายคนเดินผ่านโดยไม่ทันสังเกต”

โตเกียว มิดทาวน์ (Tokyo Midtown) เป็นอาคารคอมเพล็กซ์ขนาดใหญ่ 6 อาคาร ตั้งอยู่บริเวณรอยต่อระหว่าง อากาซากะ กับ รปปงงิ ที่นี่เป็นทั้งศูนย์รวมแหล่งช้อปปิง ร้านอาหารระดับพรีเมียม และแกลเลอรีศิลปะไว้ในที่เดียว ไฮไลต์ทางศิลปะคือ 21_21 Design Sight พิพิธภัณฑ์ออกแบบโดยสถาปนิกทาดาโอะ อันโดะ (Tadao Ando) ร่วมกับดีไซเนอร์อิสเซ มิยาเกะ (Issey Miyake) จัดนิทรรศการหมุนเวียนเกี่ยวกับดีไซน์ในชีวิตประจำวันตลอดปี เหมาะกับคนที่ชอบงานสถาปัตยกรรม และอยากพักช้อปปิงแบบหรูสักครึ่งวัน

สวนฮิโนกิโจ (Hinokicho Park) เป็นสวนสาธารณะเล็ก ๆ ที่แทรกตัวอยู่ระหว่าง Tokyo Midtown กับตึกสำนักงาน เดิมทีเป็นที่ดินของขุนนางศักดินาในยุคเอโดะ ซึ่งที่สวนแห่งนี้ ยังมีเรือนพักแบบดั้งเดิม หลงเหลือให้เห็นเป็นเสน่ห์ทางประวัติศาสตร์ โดยชื่อสวนมาจากต้นฮิโนกิ หรือต้น ไซเปรสญี่ปุ่น ที่ปลูกไว้ทั่วบริเวณสวนนั่นเอง นอกจากนี้ ที่นี่ยังมีดอกไม้ตามฤดูกาลอย่าง ซากุระ วิสทีเรีย และดอกหอมหมื่นลี้ ถือเป็นจุดพักผ่อนที่เงียบสงบ ๆ ใจกลางเมือง ที่เหมาะกับการเดินเล่นหรือนั่งพักหลังช้อปปิงที่ Tokyo Midtown
“แนะนำซื้อกาแฟสักแก้วแล้วมานั่งพักในสวน Hinokicho Park สัก 20–30 นาที จะได้สัมผัสบรรยากาศที่คนทำงานในย่านนี้ใช้พักผ่อนจริง ๆ”

โทโยกาวะ อินาริ โตเกียว เบ็ตสึอิน (Toyokawa Inari Tokyo Betsuin) เป็นวัดพุทธนิกายโซโตเซน ที่ผสมผสานความเชื่อแบบชินโตไว้อย่างน่าทึ่ง ที่นี่ก่อตั้งในปี 1828 โดยถือเป็นสาขาของ โทโยกาวะ อินาริ วัดใหญ่ในจังหวัดไอจิ ซึ่งจุดเด่นที่สุดคือรูปปั้นสุนัขจิ้งจอกสีขาวหลายร้อยตัวเรียงรายทั่วบริเวณ พร้อมธงสีแดงนับพันผืน ที่โบกสะบัดตลอดแนวกำแพงดิน สร้างบรรยากาศที่แปลกตาไม่เหมือนวัดหรือศาลเจ้าทั่วไปในโตเกียว
ที่นี่เชื่อกันว่าช่วยด้านความสำเร็จทางธุรกิจและความเจริญรุ่งเรือง จึงเป็นที่นิยมในหมู่นักแสดง นักร้อง และคนวงการบันเทิงที่มาขอพรเรื่องหน้าที่การงาน สังเกตได้จากแผ่นป้ายเอมะ (ema) ที่มีชื่อวงไอดอลจำนวนมาก บริเวณด้านหลังวัดมีร้านขายอินาริซูชิ (ซูชิห่อเต้าหู้ทอด) ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นของโปรดของสุนัขจิ้งจอก กินแล้วจะได้โชคดีตามความเชื่อท้องถิ่น ถือเป็นของกินเล่นที่นักท่องเที่ยวชอบแวะซื้อชิมระหว่างเดินชมวัด ซึ่งที่นี่ เปิดให้เข้าชมตั้งแต่ 6:30-20:00 น. ไม่มีค่าเข้าชม เดินจากสถานี Akasaka-mitsuke ทางออก B ประมาณ 5-7 นาที
“โซนรูปปั้นสุนัขจิ้งจอกด้านในเงียบกว่าที่หลายคนคิด ลองเดินเข้าไปลึกอีกนิด จะได้ภาพสวย ๆ โดยแทบไม่มีคนติดเฟรม”

มุมที่สวยที่สุดในอากาซากะคืออุโมงค์โทริอิสีแดงของ Hie Shrine แนะนำให้ไปช่วงเช้าของวันธรรมดา เวลาก่อน 9 โมง จะได้ภาพที่สวยงาม ไม่มีคนพลุกพล่าน ส่วนที่ Toyokawa Inari จะเป็นการถ่ายรูปกับกองทัพสุนัขจิ้งจอกหิน ตัดกับธงสีแดงให้ฟีลลิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนที่ไหน ช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเมษายนแนะนำไปถ่ายรูปซากุระรอบ Akasaka Sacas เพราะมีต้นซากุระหลากสายพันธุ์ให้เลือกมุมถ่ายได้เยอะ ส่วนใครชอบภาพสถาปัตยกรรมทันสมัยตัดกับท้องฟ้า Hinokicho Park ฝั่งที่มองเห็นตึก Tokyo Midtown ก็เป็นอีกมุมที่ถ่ายออกมาสวยไม่แพ้กัน
“อากาซากะเป็นหนึ่งในย่านที่คนญี่ปุ่นมาทานข้าวหลังเลิกงาน เพราะฉะนั้นร้านเล็ก ๆ ที่ดูธรรมดา หลายร้านกลับอร่อยกว่าร้านดังที่เห็นในโซเชียลเสียอีก”

ย่าน อากาซากะ ขึ้นชื่อเรื่องร้านเรียวเทย์ และร้านอาหารญี่ปุ่นระดับสูงจำนวนมาก เพราะเคยเป็นย่านที่เอาไว้ต้อนรับแขกวีไอพี มาตั้งแต่ในอดีต โดยนักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสประสบการณ์พิเศษ กับร้านอาหารที่มาในธีมนินจา Ninja Akasaka ถือเป็นตัวเลือกร้านอาหารที่สนุก และเหมาะกับครอบครัว โดยบริกรจะแต่งตัวเป็นนินจา คอยเสิร์ฟอาหารพร้อมโชว์มายากล และกลไกลับต่างๆ ที่อยู่ภายในร้าน เนื่องจากเป็นร้านกึ่งเธียเตอร์ที่จำกัดรอบการเข้าใช้บริการ ควรจองล่วงหน้าผ่านเว็บไซต์ของร้าน ไม่แนะนำให้วอล์กอินเพราะอาจเสียเที่ยว ส่วนใครที่อยากลองรสชาติดั้งเดิมแบบคนท้องถิ่นกินจริง ร้านซาชิมิและซูชิสดใหม่แบบไม่เยอะพิธีรีตองก็หาได้ไม่ยากตามตรอกเล็ก ๆ รอบสถานี

ในตรอกซอกซอยรอบๆ อากาซากะ เต็มไปด้วยร้านอิซากายะที่เปิดจนดึก เหมาะกับการดริงก์แบบคนญี่ปุ่นหลังเลิกงานเป็นที่สุด ซึ่งร้านที่นักท่องเที่ยวมักพูดถึงในแง่ดีคือ Izakaya Sanzoku ที่ขึ้นชื่อเรื่องบรรยากาศสนุกสนาน และเมนูอาหารที่หลากหลาย และร้านยากิโทริอย่าง Toriyoshi Shoten ที่เสิร์ฟไก่ย่างถ่านหนังกรอบเนื้อนุ่มคู่กับเบียร์เย็น ๆ ราคาต่อคนสำหรับอาหารและเครื่องดื่มที่อิซากายะทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 3,000-5,000 เยน

แม้จะเป็นย่านหรู แต่อากาซากะก็มีร้านราเมงอร่อยๆ คุณภาพดี และราคาย่อมเยาซ่อนตัวอยู่ไม่น้อย เราแนะนำร้าน Akasaka Mendokoro TOMO (赤坂麺処 友) ที่โดดเด่นเรื่องราเมงโชยุสูตรปลาบิน ผสมปลาแห้งและกระดูกหมู มีรสชาติกลมกล่อมไม่หนักจนเกินไป ส่วนใครชอบทสึเคะเมน (ราเมงแบบจิ้ม) เราแนะนำร้าน Ishin (麺や維新) ก็เป็นอีกร้านที่คนท้องถิ่นในย่านนี้แนะนำกันปากต่อปาก เนื่องจากร้านราเมงในโตเกียวเปลี่ยนเมนูและเปิด-ปิดกิจการค่อนข้างบ่อย แนะนำให้เช็กสถานะร้านผ่านแผนที่ออนไลน์ก่อนไปเสมอ เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับมื้อเที่ยงเร็ว ๆ ก่อนไปเที่ยวต่อ

สำหรับคนที่อยากพักขาจากการเดินเที่ยว และแวะจิบกาแฟ เราแนะนำ Streamer Coffee Company Akasaka ซึ่งเป็นคาเฟ่ยอดนิยมของคนทำงานในย่านนี้ โดดเด่นเรื่องลาเต้อาร์ตที่สวยงาม แถมยังมีปลั๊กไฟให้นั่งทำงานกันได้ยาวๆ สบายๆ ส่วนใครอยากลองบรรยากาศบาร์เบียร์สไตล์ยุโรปกลางวัน Délirium Café ในตึก Akasaka Biz Tower ที่เชื่อมตรงกับสถานี มีเบียร์เบลเยียมกว่า 40 ชนิดให้เลือกพร้อมที่นั่งกลางแจ้งสบาย ๆ

สำหรับนักท่องเที่ยวที่มีเวลาจำกัด เรามีโปรแกรมท่องเที่ยวแบบสั้นๆ ที่เหมาะสำหรับคนที่มีเวลาจำกัดแต่อยากได้ครบทั้งศาลเจ้าและร้านอาหาร

ใครที่พอจะมีเวลาเที่ยวประมาณครึ่งวัน ก็สามารถเดินชมความงามของศาลเจ้า และสวนสาธารณะสวยๆ ได้ แบบไม่ต้องเร่งรีบ
“อย่ารีบเก็บทุกจุดในเวลาเดียวกัน เพราะเสน่ห์ของอากาซากะอยู่ที่การเดินเข้าตรอกเล็ก ๆ แล้วเจอร้านหรือศาลเจ้าที่ไม่ได้อยู่ในแพลน”

และสำหรับนักท่องเที่ยว ที่อยากต่อยอดเดินชิลๆ ไปต่อกันที่ย่านใกล้เคียง ก็ยังสามารถเที่ยวกันได้แบบสนุกสนาน ครบรส

ช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายน ถือเป็นช่วงที่ดีที่สุดในการมาเที่ยวที่ย่านอากาซากะ เพราะในช่วงเวลานี้ ที่นี่จะเต็มไปด้วยซากุระกว่า 100 ต้น รอบๆ Akasaka Sacas โดยจะบานสะพรั่งพร้อมกัน แถมยังมีอากาศที่เริ่มอุ่น เย็นสบาย เหมาะกับการเดินเที่ยวได้ทั้งวัน นอกจากนี้ ที่ศาลเจ้า Hie Shrine เอง ก็มีต้นซากุระเก่าแก่หน้าประตูใหญ่ที่บานสวยไม่แพ้ที่อื่นๆ เช่นกัน

ในช่วงเดือนพฤศจิกายน ต้นไม้ใหญ่ และใบไม้ในสวน Hinokicho Park และรอบๆ Tokyo Midtown จะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองส้มสวยงาม และยังมีอากาศที่เย็นสบาย เหมาะกับการเดินชิลๆ ท่องเที่ยวได้นาน ขึ้นโดยไม่ร้อนหรือหนาวเกินไป ถือเป็นอีกช่วงที่คนท้องถิ่นแนะนำสำหรับมาเที่ยวโตเกียวโดยรวม เพราะนักท่องเที่ยวไม่หนาแน่นเท่าช่วงซากุระบานนั่นเอง

ช่วงเวลากลางวัน ที่ย่านอากาซากะ จะคึกคักไปด้วยพนักงานออฟฟิศ ซึ่งสำหรับนักท่องเที่ยวแล้ว เหมาะกับการเที่ยวศาลเจ้า วัด และสวนสาธารณะที่ต้องการแสงธรรมชาติสวย ๆ ส่วนในเวลากลางคืน ย่านนี้จะเปลี่ยนโฉมเป็นย่านกินดื่มที่มีเสน่ห์ต่างออกไป ตามตรอกซอกซอยที่ปกติเคยเงียบตอนกลางวัน ก็จะประดับประดาเต็มไปด้วยแสงไฟ และกลิ่นหอมๆ จากร้านยากิโทริ เหมาะกับคนที่อยากสัมผัสบรรยากาศไนต์ไลฟ์แบบผู้ใหญ่ที่ไม่จอแจเท่าย่านรปปงงิ
“ส่วนตัวชอบฤดูใบไม้ร่วงมากกว่าซากุระ เพราะอากาศเย็น เดินได้ทั้งวัน และคนไม่แน่น ทำให้บรรยากาศของย่านดูผ่อนคลายกว่า”

การเดินทางไปเที่ยวที่ย่านนี้ นักท่องเที่ยวควรเตรียมค่ารถไฟใต้ดินไป-กลับ จากกลางเมืองโตเกียว โดยอยู่ที่ประมาณ 360-400 เยน ต่อวัน และหากเดินทางต่อไปยังย่านอื่นๆ เพิ่มเติมในวันเดียวกัน ควรเผื่องบไว้อีกประมาณ 200-400 เยน

สำหรับมื้ออาหารกลางวันแบบราเมง หรือร้านอาหารทั่วๆ ไป อยู่ที่ประมาณ 1,000-1,500 เยน ต่อคน ส่วนมื้อเย็นที่ร้านอิซากายะพร้อมเครื่องดื่ม อาจอยู่ที่ประมาณ 3,000-5,000 เยน ต่อคน และหากนักท่องเที่ยวอยากลองร้านเรียวเทย์ระดับหรูหรา หรือร้านนินจาธีมพิเศษ ควรเผื่องบไว้ตั้งแต่ 5,000 เยน ขึ้นไป
| รายการ | ราคาโดยประมาณ |
|---|---|
| ค่าเดินทางรถไฟใต้ดิน | ~360-400 เยน |
| มื้ออาหารกลางวัน | ~1,000-1,500 เยน |
| อาหารเย็น, เครื่องดื่ม | ~3,000-5,000 เยน |
| คาเฟ่พักขา | ~500-800 เยน |
| รวมโดยประมาณต่อคนต่อวัน | ~5,000-8,000 เยน |
โดยตัวเลขราคาเหล่านี้ ยังไม่รวมในส่วนของค่าที่พัก ด้วยเพราะย่านอากาซากะ ถือเป็นย่านที่มีตัวเลือกให้เลือกเยอะมากๆ ทั้งโรงแรมตั้งแต่ระดับหรู ไปจนถึงโรงแรมราคากลาง ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับงบประมาณของนักท่องเที่ยวแต่ละคน
“ถึงจะเป็นย่านธุรกิจหรู แต่ถ้าเลือกร้านที่คนทำงานในพื้นที่นิยม งบต่อวันก็ไม่ได้ต่างจากย่านอื่นของโตเกียวมากนัก”

ต้องบอกว่า อากาซากะ กับ รปปงงิ นั้น อยู่ใกล้กันมากๆ แน่นอนว่านักท่องเที่ยวสามารถเดิน หรือนั่งรถไฟใต้ดินได้ เพียงไม่กี่นาทีก็เชื่อมถึงกัน เหมาะกับการวางแผนเที่ยว 2 สถานที่ คู่กันในวันเดียว โดยเที่ยวศาลเจ้าและสวนสาธารณะที่อากาซากะได้ช่วงกลางวัน แล้วสามารถไปต่อที่ รปปงงิในช่วงเย็น เพื่อชมวิวเมืองจาก Roppongi Hills และแกลเลอรีศิลปะในกลุ่ม Art Triangle Roppongi ก็ได้

จากอากาซากะ เราสามารถนั่งรถไฟใต้ดินสาย Ginza หรือ Marunouchi ต่อไปยัง ย่านกินซ่าได้ไม่ยาก ซึ่งเหมาะมากๆ กับนักท่องเที่ยวที่อยากจัดทริปแบบช่วงเช้าเที่ยวศาลเจ้าที่เงียบสงบที่อากาซากะ แล้วช่วงบ่ายๆ ไปช้อปปิงหรูหรากันที่ กินซ่า ซึ่งทั้ง 2 ที่ มีบรรยากาศที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

สำหรับย่านมารุโนะอุจิ ตั้งอยู่ใกล้ๆ กับ Tokyo Station โดยเชื่อมกับ อากาซากะด้วยสาย Marunouchi โดยตรง ไม่ต้องเปลี่ยนสายรถไฟ ทำให้เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่พักแถวๆ Tokyo Station และอยากแวะเที่ยวอากาซากะแบบไปเช้าเย็นกลับ โดยไม่ต้องวางแผนการเดินทางซับซ้อน

ศาลเจ้าและวัดในอากาซากะ ส่วนใหญ่เปิดตั้งแต่เช้าตรู่จนถึงช่วงเย็น (ประมาณ 6:00-20:00 น. ขึ้นอยู่กับแต่ละที่) ส่วนร้านอาหารและร้านค้าทั่วไป มักเปิดประมาณ 11:00 น. เป็นต้นไป ร้านอิซากายะ และบาร์หลายๆ แห่ง เปิดให้บริการยาวถึงช่วงดึก เหมาะกับคนที่อยากเที่ยวกลางคืนแบบไม่รีบกลับที่พัก
ร้านอาหารและร้านค้าส่วนใหญ่ในอากาซากะ รับบัตรเครดิตและบัตร IC อย่าง Suica หรือ Pasmo เรียกได้ว่า ใช้จ่ายกันได้แบบสะดวกสบาย ด้วยเพราะเป็นย่านธุรกิจสำคัญ ที่รองรับทั้งนักธุรกิจและนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่สำหรับร้านเล็ก ๆ ตามตรอกซอกซอย หรือร้านราเมงบางแห่งอาจรับเฉพาะเงินสดเท่านั้น ยังไงก็ควรพกเงินเยนติดตัวไว้บ้าง เผื่อกรณีฉุกเฉิน
ที่ศาลเจ้า Hie Shrine มีบันไดเลื่อนที่ช่วยให้นักท่องเที่ยว ขึ้นเนินได้อย่างสะดวก โดยเฉพาะผู้สูงอายุ หรือคนที่มีสัมภาระเยอะ จะได้ไม่ต้องเดินขึ้นบันไดสูงชัน ส่วนสวน Hinokicho Park และ Tokyo Midtown ก็เป็นพื้นที่ราบเรียบ สามารถเดินได้อย่างสะดวก หรือสำหรับรถเข็นเด็ก รถเข็นวีลแชร์ และครอบครัวที่มีเด็กเล็ก ก็สามารถใช้บริการได้ และในส่วนร้านอาหารธีมนินจา ก็ถือเป็นตัวเลือกที่สร้างความประทับใจได้ดี

เมื่อเข้าศาลเจ้าหรือวัด นักท่องเที่ยวควรลดเสียงพูดคุย และปฏิบัติตามขั้นตอนการไหว้อย่างเหมาะสม ไม่ควรถ่ายรูปในบริเวณที่มีป้ายห้าม สำหรับย่านอากาซากะในยามค่ำคืน แม้จะไม่ใช่ย่านโคมแดง แต่ก็อาจจะมีคนชักชวนไปดื่มตามท้องถนนอยู่บ้าง ดังนั้น ควรหลีกเลี่ยงการพูดคุย หรือเดินตามคนแปลกหน้า ที่เข้ามาเสนอชวนไปร้านกินดื่มที่ไม่รู้จัก เพราะอาจเจอบิลราคาสูงเกินจริงได้

หากนักท่องเที่ยวอยากเลือกดูเฉพาะไฮไลต์ สถานที่ท่องเที่ยวหลักๆ อย่างศาลเจ้า สวนสาธารณะ และใช้เวลาอิ่มอร่อยไปกับมื้อเที่ยง เราคิดว่าใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมงก็เพียงพอ แต่หากอยากเที่ยวครบทั้งศาลเจ้า วัด สวนสาธารณะ และ Tokyo Midtown ควรเผื่อเวลาไว้ประมาณครึ่งวันขึ้นไป
เรียกได้ว่า ย่านอากาซากะนั้น เหมาะกับคนที่อยากพักย่านใจกลางเมืองที่เดินทางสะดวก สามารถไปได้หลายสถานที่ แต่จะได้บรรยากาศที่เงียบสงบกว่า ในย่านรปปงงิ หรือชินจูกุ และอีก 1 ข้อดีของที่นี่ คือมีตัวเลือกโรงแรมหลากหลายระดับ ให้เลือกเข้าพักผ่อน และยังอยู่ใกล้สถานีรถไฟใต้ดินหลายสายอีกด้วย แต่ข้อควรพิจารณาก็คือ ย่านนี้อาจไม่มีแหล่งช้อปปิงขนาดใหญ่เท่าย่านอื่นๆ นั่นเอง

วันธรรมดาช่วงกลางวัน อากาซากะจะคึกคักไปด้วยพนักงานออฟฟิศแต่ก็ยังเดินเที่ยวสบาย ส่วนวันหยุดสุดสัปดาห์ ร้านอาหารและร้านอิซากายะบางแห่งอาจปิดให้บริการ หรือเปิดแค่ไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น เราแนะนำให้ตรวจสอบเวลาเปิด-ปิดร้านที่ตั้งใจไปล่วงหน้าเสมอ โดยรวมแล้วอากาซากะไม่ใช่ย่านที่มีคนพลุกพล่านมากทั้งวันธรรมดาและวันหยุด จึงสามารถเที่ยวได้สบายทั้ง 2 แบบ
“อากาซากะอาจไม่ได้หวือหวาเหมือนชิบูย่าหรือรปปงงิ แต่เป็นย่านที่ยิ่งเดินยิ่งเจอเสน่ห์ ทั้งศาลเจ้า ร้านอาหาร และมุมสงบที่ทำให้รู้สึกว่าโตเกียวยังมีด้านที่เรียบง่ายและน่าค้นหา”

เรียกได้ว่า อากาซากะ เหมาะสำหรับกับคนที่อยากเห็นโตเกียวในมุมมองอีกด้าน ที่ไม่ใช่แค่เพียงแสงสียามค่ำคืน หรือแหล่งช้อปปิงสุดคึกคัก แต่ที่นี่ มีทั้งศาลเจ้าฮิเอะที่มีอุโมงค์โทริอิสวยงาม วัดสุนัขจิ้งจอกที่แปลกตา และตรอกซอกซอยเล็กๆ ที่แอบซ่อนร้านอาหารอร่อยๆ ไว้เพียบ ใครที่วางแผนไปโตเกียวรอบหน้า ลองใส่ย่านธุรกิจสุดหรูแต่เป็นกันเองแห่งนี้ไว้ในลิสต์ดูสักครั้ง

Blogger : Mmtb
Position : หนุ่มเคราดกผู้หลงรักงานคราฟต์: ถ่ายทอดความละเมียดละไมของญี่ปุ่น ในจังหวะปั่นสไตล์วินเทจ
ภายใต้ลุคเคราดกและรอยเปื้อนจากการเดินทาง ผมคือผู้นิยมความประณีตในตัวอักษร ผมหลงรักการเดินทางไปสัมผัสจิตวิญญาณแบบญี่ปุ่น แล้วนำมาปรุงใหม่ผ่านปลายปากกา ไม่ว่าจะเป็นความสงบของสถาปัตยกรรมหรือความจัดจ้านของ Streetwear ผมเขียนทุกบรรทัดเพื่อให้คุณได้กลิ่นอายของสถานที่นั้นจริงๆ

คลายสงสัย เที่ยว Tokyo pass ไหนดี วางแผนเดินทางได้ในงบจำกัด
ถ้าเที่ยวโตเกียวคราวนี้ไม่รู้จะซื้อพาสแบบไหน ไปกี่วันต้องใช้พาสยังไง มีคำถามใน...

รวม แอพ รถไฟ ญี่ปุ่น เช็คได้ทั่วประเทศ ใช้สะดวก ไม่มีหลง
รวม แอพ รถไฟ ญี่ปุ่น สุดสะดวก จัดให้แบบเต็มๆ ทุกแอเรีย หาสาย เช็คเวลากันแบบชิล...

เช็คก่อนเดินทางไปญี่ปุ่น! “GO” แอปเรียกแท็กซี่อันดับ 1 ที่จะทำให้การเดินทางของคุณสะดวกสบายยิ่งขึ้น พร้อมวัฒนธรรมการใช้แท็กซี่อันมีเอกลักษณ์ เพราะวิธีใช้งานแบบง่าย ๆ ไม่ต้องกังวล!
เที่ยวญี่ปุ่น เดินทางได้สะดวกยิ่งขึ้นด้วย "GO App" แอปเรียกแท็กซี่อันดับหนึ่งข...

เจาะลึกเทรนด์ 10 น้ำหอมญี่ปุ่น เพิ่มเสน่ห์ความหอมแบบละมุน ปี 2026
อัพเดท 10 แบรนด์ น้ำหอมญี่ปุ่น ฉบับปี 2026 เจาะลึกเอกลักษณ์ความหอมละมุนพร้อมไก...

จากนาริตะไปโตเกียว รวมวิธีเดินทางสุดสะดวก เข้าเมืองชิลๆ
รวมมิตรวิธีการเดินทาง จากนาริตะไปโตเกียว ที่รู้ไว้ก่อนออกเดินทางแล้วรับรองไม่ม...
Police
110
Ambulance
119
AMDA International Medical Information Center
03-6233-9266
สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว
090-4435-7812
สถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซาก้า
090-1895-0987
สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฟุกุโอกะ
090-2585-3027 หรือ 090-9572-1515