Aizuwakamatsu นั่งไนท์บัส นอนเรียวกัง ดูใบไม้เปลี่ยนสีที่ Fukushima

15/11/2019 (อัพเดทเมื่อ 10/11/2020)
เมือง Aizuwakamatsu เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงเกี่่ยวกับประวัติศาสตร์ช่วงเปลี่ยนยุค ตั้งอยู่ที่จ.ฟุกุชิมะ ภูมิภาคโทโฮคุ การเดินทางจากโตเกียวไปก็ง่ายมากๆไปได้ทั้งรถไฟและรถบัส และทริปนี้เราจะใช้การเดินทางทั้งสองแบบเพื่อให้เพื่อนๆเลือกตัดสินใจในการเลือกการเดินทางได้ตามความชอบ การซื้อตั๋วรถบัสก็ทำได้หลายวิธีเลยนะ โดยการซื้อจากห้องขายตั๋วจากสถานีที่จะขึ้น เช่น ชินจูกุ หรือสถานีโตเกียว หรือจะเลือกซื้อผ่านเวบไซต์ก็สะดวกดีนะ

1การเดินทางด้วยไนท์บัส

ทริปนี้เราจะพาทุกคนไป Aizu wakamatsu ด้วยไนท์บัสที่นั่งจากสถานีชินจูกุ โดยเลือกเดินทางรอบเที่ยงคืนครึ่งเพื่อที่จะได้ไปถึงสถานี Aizuwakamatsu ในตอนเช้า การซื้อตั๋วรถบัสก็ทำได้หลายวิธี ซึ่งสามารถซื้อที่ห้องขายตั๋วสถานีที่เราจะขึ้นเช่น ชินจูกุ หรือสถานีโตเกียว หรือจะซื้อผ่านเวบไซต์ก็สะดวกดีนะ

Aizuwakamatsu

รถบัสมาจอดรับที่ชั้น4 ตึกชินจูกุบัสเทอร์มินอล (เราสามารถดูจอทีวีในห้องผู้โดยสาร เพื่อเช็คตารางข้อมูลหมายเลขประตูที่เราจะต้องไปยืนขึ้นรถ เพราะอาจมีการเปลี่ยนแปลงช่องทางขึ้นได้ เพราะงั้นเพื่อความชัวร์ควรเช็คเป็นระยะๆ)

Aizuwakamatsu

การเดินทางด้วยไนท์บัส

ที่อยู่55-24-5, Sendagaya, Shibuya-ku, Tokyo, 151-0051
วิธีเดินทางจากสถานีรถไฟชินจูกุออกทางออก South exit แล้วข้ามถนนไปฝั่งที่ข้างตึกเขียนว่า NEWoman ขึ้นบันไดเลื่อนไปที่ชั้น4 จากนั้นตามป้ายบอกทางไปตรงจุดจำหน่ายตั๋วได้เลย
ระยะเวลาเดินทางใช้เวลา 6 ชั่วโมง
ค่าตั๋วรถไนท์บัส ราคา 2000 – 5000เยน แล้วแต่ช่วงเวลาเดินทาง
WebsiteShinjuku Expressway Bus Terminal

ดูแผนที่ Shinjuku Expressway Bus Terminal

2โกะชิกินุมะ (บึงน้ำ 5 สี)

การนั่งไนท์บัสคือดีตรงที่ไปถึงที่หมายแต่เช้าและประหยัดค่าที่พักไปได้อีกหนึ่งคืน อิอิ ไนท์บัสมาถึงสถานี Aizuwakamatsu ตอน 06:30 น. ลงรถปุ๊บลมหนาวตีปะทะหน้า หูย..หนาวมาก รีบจัดการฝากสัมภาระใส่ตู้ล็อกเกอร์ ที่ตั้งอยู่หน้าสถานี ที่มีหลายราคาหลายขนาดหรือใครจะไปฝากกับโรงแรมที่จะพักก็ไม่ว่ากัน แต่ทางเราขอฝากสัมภาระกับตู้ล็อคเกอร์เพราะจะเดินทางไปโกะชิกินุมะ หรือ บึงน้ำ 5 สี (Goshikinuma ) โดยรถไฟรอบแรกเวลา 07.35น. จะทำให้เราไปถึงสถานี Inawashiro ราว 08.05น. จากนั้นไปยืนรอขึ้นรถบัสด้านหน้าสถานีเพื่อไปบึงน้ำ 5 สีต่อ(จ่ายค่ารถที่คนขับได้นะจ้า)

โกะชิกินุมะ (บึงน้ำ 5 สี)

รถบัสใช้เวลาราว 35 นาที ระหว่างทางชมวิวซ้ายขวา สวยงามมาก สักพักก็ถึงป้าย Goshikinuma Iriguchi (五色沼入口)ลงป้ายนี้เลยจ๊ะ แล้วเดินเข้าไปตามทางด้านในจะเจอบ่อแรก ชื่อ Bishamon สัญลักษณ์ของบ่อนี้คือมีเรือพายให้บริการ เป็นบ่อที่มีชื่อเสียงมากที่สุดและอยู่ใกล้ร้านขายของที่ระลึกด้วยแหละ

โกะชิกินุมะ (บึงน้ำ 5 สี)

ระยะทางบ่อที่ 1 -5 เดินประมาณ 4 กิโลเมตร ใครไม่มีเวลามากเพราะแพลนมีเด็กคนแก่มาด้วยก็สามารถเดินถึงแค่บ่อที่ 3 ก็ได้ แต่ถ้าเราไหวใจมันได้ก็ไปต่อ เพราะเราสามารถเดินมาขึ้นบัสขากลับได้ที่ป้ายใกล้ๆบ่อที่ 5 ชื่อป้าย Urabandai Kougen Sta.ได้

โกะชิกินุมะ (บึงน้ำ 5 สี)

ที่โกะชิกินุมะนี้ ถูกยกย่องว่าให้เป็น Unsee Japan เพราะความสมบูรณ์ของธรรมชาติ สีของน้ำในบ่อที่แปลกตา งดงามกว่าบึงทั่วไป ด้วยมีสภาพกรดในน้ำที่ทำให้สีสันแต่ละบ่อเกิดความแตกต่างกันไป

โกะชิกินุมะ (บึงน้ำ 5 สี)

ที่นี่สามารถเดินเที่ยวตามรูทเดินป่าได้หลายฤดูกาล แต่ต้องมีรองเท้าคู่ใจที่ใส่เดินสบายและควรมาถึงตั้งแต่เช้าเพื่อจะได้ใช้เวลาที่นี่อย่างเต็มที่ * รูทเดินป่าช่วงหน้าหนาวอาจจะปิดเพราะหิมะตกหนักนะคะ

โกะชิกินุมะ (บึงน้ำ 5 สี)

โกะชิกินุมะ (บึงน้ำ 5 สี)

ที่อยู่1093-697 Hibara Kengamine, Kita Shiobara mura, Yama-gun, FukushimaPrefecture, 969-2701
วิธีเดินทางรถไฟจากสถานี Aizu wakamatsu – สถานี Inawashiro (JR Ban-etsu West Line) แล้วต่อรถบัสBandai (ตั๋ว 790 เยน)
ร้านค้าเปิด09:00 -16.30 น.
Websiteโกะชิกินุมะ (บึงน้ำ 5 สี)

โกะชิกินุมะ (บึงน้ำ 5 สี)

3ปราสาทสึรุกะ

เรานั่งรถบัสและรถไฟย้อนกลับมาที่สถานีAizu wakamatsu เหมือนเดิมเพื่อเดินทางไปเก็บภาพที่ปราสาทสึรุกะกันต่อ การเดินทางต่อจากสถานีนี้คือใช้รถ Aizu Loop Bus สามารถนั่งเที่ยวได้ทั้งวันด้วยการซื้อตั๋วแบบ 1 Day หรือจ่ายเป็นรอบก็ได้ หรือใช้ตั๋ว Gurutto ที่ซื้อได้จากด้านหน้าสถานี นั่งรถมาลงที่ป้าย Tsurugajo Kitaguchi

ปราสาทสึรุกะ

ปราสาทสึรุกะ Tsuruga castle หรือที่คนญี่ปุ่นเรียกว่า Tsurugajo (jo แปลว่า ปราสาท) ที่นี่มีเรื่องเล่าสมัยยุคเอโดะค่อนข้างเยอะ เพราะเป็นฐานที่ตั้งสำคัญทางทหารจนถึงเกิดสงครามโบชินที่ยิ่งใหญ่ ก่อนที่ปราสาทจะถูกทำลายลง และสร้างขึ้นมาใหม่ในปี1965 ที่นี่ได้รับการเสนอให้เป็นหนึ่งในร้อยปราสาทที่ควรไปชมสักครั้งในชีวิต (ลงรูปกลางเดือนเมษายนช่วงชมซากุระให้ดูนะจ๊ะ)

ปราสาทสึรุกะ

ด้านในของปราสาทมีการแสดงภาพประวัติของซามูไรหรือบุคคลสำคัญของเมืองนี้ ชั้นบนสุดของปราสาทเป็นจุดชมวิวของเมืองได้แบบ 360 องศา ซึ่งสามารถเห็นใบไม้เปลี่ยนสีที่ริมคูน้ำของปราสาทได้ด้วย

ปราสาทสึรุกะ

บริเวณรอบๆ ปราสาทมีศาลเจ้า Kasama Inari Shrine ซึ่งคนญี่ปุ่นเดินทางมาเพื่อขอพรให้สมหวังด้านการสอบเข้าเรียนต่อ

ปราสาทสึรุกะ

ปราสาทสึรุกะ

ที่อยู่1-1 Otemachi , Aizuwakamatsu City, Fukushima
วิธีเดินทางHaikara -san Bus / Akabe Bus/taxi
เวลาทำการ8.30-17.00 น.(ปิดเข้าในปราสาท 16.30)
ค่าเข้าชมด้านใน410 เยน (เฉพาะด้านในปราสาท)
ค่าเข้าปราสาทโชว์ตั๋ว Aizu Gurutto Card ลดเหลือ 400 เยน (❗️จุดที่ห้ามถ่ายภาพ : ชั้น 1-2 )
Websiteปราสาทสึรุกะ

ดูแผนที่ ปราสาทสึรุกะ

4หมู่บ้านโออุจิจูกุ

เราจะนั่งรถไฟสาย Aizu line ขึ้นที่ชานชลา 5 ไปที่สถานี Yunokami Onsen เพื่อไปรอเที่ยวหมู่บ้านโออุจิจูกุ สถานีนี้สวยมากๆและกล่าวขานกันว่าเป็นสถานีเดียวในญี่ปุ่นที่มีการมุงหลังคาด้วยหญ้า จากนั้นขึ้นรถบัสตามเวลาเค้าระบุไว้ ซื้อตั๋วสำหรับไปกลับ 1000 เยนได้ที่เจ้าหน้าที่บนรถบัสแล้วไปเที่ยวต่อจ้า ตารางเวลารถขอได้ที่เจ้าหน้าที่รถบัส

หมู่บ้านโออุจิจูกุ

หมู่บ้านโบราณโออุจิจูกุแห่งนี้เป็นเสมือนแหล่งที่พักที่ตั้งขนาบข้างถนนหลักที่มีชื่อว่าถนนชิโมสึเคะ (Shimotsuke) ถนนเส้นนี้เคยเป็นเส้นทางการคมนาคมและการค้าสายหลักที่เชื่อมต่อระหว่างอาณาจักรไอซุ Aizu city ซึ่งปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของจังหวัด Fukushima และจังหวัด Niigata

หมู่บ้านโออุจิจูกุ

บ้านแต่ละหลังถูกแบ่งออกเป็นสองชั้นโดยชั้นบนเป็นที่พักอาศัย ส่วนชั้นล่างถูกทำเป็นร้านค้า ร้านอาหารและร้านน้ำชา ซึ่งแต่ละร้านจะมีเก้าอี้ตั้งไว้ให้สำหรับนักท่องเที่ยวได้นั่งพักผ่อนและจิบน้ำชาฟรีด้วยนะ

หมู่บ้านโออุจิจูกุ

ที่ท้ายหมู่บ้านเป็นจุดมหาชนที่ใครก็ตามอยากเก็บภาพมุมกว้างต้องไปตรงนี้ ทางขึ้นจะเป็นบันไดปูนให้เราเดินขึ้นไปบนเนินเขาเพื่อเก็บภาพมุมกว้างของหมู่บ้าน

หมู่บ้านโออุจิจูกุ

หมู่บ้านโออุจิจูกุ

ที่อยู่Yamamoto Ouchi, Shimogo, Minamiaizu District, Fukushima 969-5207
วิธีเดินทางนั่งรถไฟสาย Aizu line ขึ้นชานชาลาที่ 5 เพื่อไปที่สถานี Yunokami Onsen เพื่อไปรอเที่ยวหมู่บ้านโออุจิจูกุ
เวลาทำการ09:00 -16:00 น.
Websiteหมู่บ้านโออุจิจูกุ

ดูแผนที่ หมู่บ้านโออุจิจูกุ

5สถานียูโนะคามิ ออนเซ็น

เสร็จจากหมู่บ้านโออุจิจูกุ เรานั่งบัสกลับไปที่ที่สถานี Yunokami Onsen เพราะที่สถานีนี้มีบ่อออนเซ็นที่สำหรับแช่ขา ที่เรียกได้ว่าอยู่ท่ามกลางวิวหลักล้านแต่ไม่เสียตังค์สักกะบาท เรียกได้ว่าเป็นความสุขฟรีๆ ที่หาได้ริมทางอย่างแท้จริง ฮ่าๆๆๆ

สถานียูโนะคามิ ออนเซ็น

ช่วงเดือนพฤศจิกายนใบไม้ที่นี้เริ่มเปลี่ยนสี อากาศเริ่มเย็น พอได้มานั่งแช่เท้าพร้อมกับได้ดูธรรมชาติที่สวยงามแบบนี้ รู้สึกผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูกเลยจริงๆ

สถานียูโนะคามิ ออนเซ็น

ความอุ่นจากการแช่เท้าในออนเซ็น ทำให้ขาที่เมื่อยล้าผ่อนคลายและสบายขึ้นทันที รู้สึกสบายจนไม่อยากยกขาขึ้นจากบ่อออนเซ็น อยากแช่ทิ้งไว้แบบนี้~~~แช่ต่อเลยได้ไหม ไม่อยากจะลุกไป ฮ่าๆๆ แต่ก็ไม่ได้เนอะเราต้องไปต่อจะอยู่ต่อก็คงไม่ได้ งื้อ~~~แอบเสียดายนิดๆ แต่ก็ต้องตัดใจ แล้วเจอกันใหม่หากตังค์ในกระเป๋าพอจะมีนะ

สถานียูโนะคามิ ออนเซ็น

สถานียูโนะคามิ ออนเซ็น

เวลาทำการเปิด 24 ชั่วโมง (แต่ถ้ากลับมืด สถานีจะมืดมากและไม่มีเจ้าหน้าที่ทำงานนะจ๊ะ)
Websiteสถานียูโนะคามิ ออนเซ็น
Websiteเช็คตารางรถไฟ

ดูแผนที่ สถานียูโนะคามิ ออนเซ็น

6โทโนเฮทสึริ

เราไปเที่ยวต่อที่หน้าผาหินล้านปี Tono hetsuri ที่นี่เป็นผาหินธรรมชาติที่สีของแม่น้ำสวยตลอดปี สามารถลงรถที่สถานี Tono hetsuri ได้เลย Tono hetsuri เป็นโขดหินที่เกิดจากการกัดเซาะและผุกร่อนจากแม่น้ำโอคาวะที่ไหลผ่านเป็นเวลากว่าล้านปี

โทโนเฮทสึริ

ซึ่งหน้าผาหินล้านปี Tono hetsuri มีรูปร่างคล้ายกับเจดีย์ จึงทำให้เป็นที่มาของชื่อ To ที่แปลว่าเจดีย์ ส่วน hetsuri แปลว่า หน้าผา

โทโนเฮทสึริ

เสร็จจากเที่ยวที่นี่ เดี๋ยวเราจะเดินทางไปเข้าที่พักที่เป็นเรียวกังติดแม่น้ำโอคาวะกันนะ (ภาพโทโนเฮทสึริในช่วงเดือนเมษายน สีเขียวของแม่น้ำตัดกับโขดหินรูปร่างแปลกตาที่มาจากการกัดกร่อนนับล้านปี ดูเรียบๆแต่สงบมากเลยเนอะ)

โทโนเฮทสึริ

โทโนเฮทสึริ

ที่อยู่Shitabayashi-5316 Yagoshima, Shimogo, Minamiaizu District, Fukushima 969-5204
วิธีเดินทางจากสถานี Aizuwakamatsu นั่งรถไฟ Aizu railway ลงที่สถานี Tono hetsuri ใช้เวลาประมาณ 40-50นาที ค่ารถไฟ 1,140 เยน
เวลาทำการเปิด 24 ชั่วโมง (แต่ไม่ควรกลับมืด เพราะมันเปลี่ยวมากเด้อ)
Websiteโทโนเฮทสึริ

โทโนเฮทสึริ

7เรียวกัง Ookawaso

เที่ยวทริปนี้ของเรา เราเก็บเงินมาทั้งปีตั้งใจเลยว่าจะนอนเรียวกัง(โรงแรมสไตล์ญี่ปุ่น) ที่วิวสวยๆและออนเซ็นเริ่ดๆ สักครั้ง ก่อนที่ตัดสินใจจะพักโรงแรมเรียวกังก็เปิดหาข้อมูลไปมา จนเจอที่นี่ทีแรกก็ลังเลว่าของจริงจะเหมือนในเวบไซต์ไหม แต่ก็เอาวะไปลุ้นกันดู ที่พักแบบไหนก็ดีกว่านอนเต็นท์ช่วงหน้าหนาวละจริงไหม ฮ่าๆๆ เรานั่งรถไฟจากสถานี Tono hetsuri ลงที่สถานี Ashinomaki Onsen ก่อนเดินทางหนึ่งวันเราส่งข้อความไปที่เพจของโรงแรม Ookawaso เพื่อขอให้ส่งรถมารับ (ดีงามที่หนึ่งคือจากสถานีนี้รับส่งฟรี) ซึ่งโรงแรมนี้มีเพจภาษาไทยอี๊ก (ดีงามที่สอง ดีใจต่อใจคนอ่อนภาษาอย่างเรามากมาย) แถมที่นี่ยังมีการแสดงดนตรีโบราณชามิเซ็นให้ชมทุกวันด้วย (ดีงามที่สาม คือการโชว์นี้หาดูได้ยากมาก)

เรียวกัง Ookawaso

เข้ามาปุ๊บ เจอกับบรรยากาศโอ่โถง ทุกอย่างตกแต่งด้วยไม้โทนสีอ่อนๆให้ความรู้สึกอบอุ่นมาก บวกกับรอยยิ้มสดใสของพนักงานที่เข้ามาต้อนรับทันทีที่มาถึง

เรียวกัง Ookawaso

หลังจากเช็คอินแล้ว รับกุญแจห้อง จะมีพนักงานถือสัมภาระส่งให้เราถึงห้องพัก ห้องที่เราพักคืนนี้เป็นห้อง Yoimachitei standard room ที่รบกวนให้เจ้าหน้าที่เพจของโรงแรมที่เป็นภาษาไทยประสานงานให้ (ส่วนเวบทั่วไปห้องYoimachitei room จะถูกเรียกว่า Japanese style room) พอเปิดประตูมา ถึงกับกรีดร้องเบาๆ สวยมาก~~~จ้าแม่จ๋า ที่นั่งจิบชาในห้องเป็นแบบห้อยขาด้วย สำหรับคนที่ไม่ชอบนั่งพื้นเพราะเหน็บกินขา บอกเลยว่าต้องเลิฟ

เรียวกัง Ookawaso

ส่องลงมาด้านล่าง มองเห็นแม่น้ำโอคาวะ ที่สีของแม่น้ำสวยแถมให้อารมณ์สงบ บางครั้งการเดินทางก็ต้องการแค่นี้แหละเนอะ ที่ที่ทำให้เราผ่อนคลายและรู้สึกอบอวลไปด้วยความรัก

เรียวกัง Ookawaso

หลังจากดื่มด่ำกับบรรยากาศในห้องพักจนสาแก่ใจแล้ว ก็ถึงเวลาโชว์ดนตรีสามสายชามิเซ็นที่บรรเลงเพลงโดยหญิงสาวที่สวมชุดกิโมโน ดนตรีที่ว่าไพเราะแล้ว ความไม่น่าเชื่อยังคงมีต่อ เราสงสัยว่าเค้านั่งท่าเดิมนานถึงสองชั่วโมงได้ยังไง (เรานั่งไม่เกิน20 นาทีก็เหน็บกินจะแย่ละ) นับถืออ่ะ (การแสดงเริ่มเวลา 16:00-18:00)

เรียวกัง Ookawaso

พอได้เวลา 18:00 ก็ไปหม่ำๆกันจ้า อาหารของที่นี่เลื่องลือในด้านความอร่อยมากๆ และด้วยเราจองทานแบบบุฟเฟต์ ค่ำคืนนี้อาหารเลยอลังมาก เดินวนดูรอบๆ เจอเหมือนหม้อชาบู นึกว่าน้ำต้มยำ (อร่อยดีนะ) นี่เดินไปมุมที่เชฟปั้นซูชิให้ทานแบบสดๆ (เราสามารถเลือกหน้าอะไรก็ได้ ส่วนตัวชอบหน้าแซลมอน จริงๆก็อร่อยทุกหน้า แต่ที่เด่นสุดคงหนีไม่พ้นหน้าเนื้อม้า เอออ่านไม่ผิดหรอกหน้าเนื้อม้าจริงๆ) และไปจบที่อาหารพื้นเมืองชื่อว่า ชินโกโระ คือข้าวสวยบดทาด้วยมิโสะ+งาขี้ม่อน ซึ่งเค้าว่ากันว่าดีต่อสุขภาพ ย่างถ่านด้วยความร้อนแบบอุ่นๆ อร่อยมากอยากให้ลองจริงๆ (ขออภัย ลงรูปของกินไม่เยอะกลัวตัวเองทนไม่ไหววิ่งไปหาอะไรในตู้เย็นกินกลางดึก อย่าว่ากันนะ)

เรียวกัง Ookawaso

ด้วยความที่ไม่กล้าโชว์ก้นตอนแช่ออนเซ็นร่วมกับคนอื่นๆ เราเลยจองเวลาเข้าออนเซ็นแบบส่วนตัวไว้(20:15-21.00) บ่อที่เราแช่นี้มีนโยบายที่ดีมากคือให้แช่ตัวอย่างเดียว แช่เท่านั้น!! ไม่ให้ใช้แชมพู สบู่ เพราะน้ำจะถูกปล่อยจากบ่อให้ไหลกลับลงสู่แม่น้ำโอคาวะเช่นเดิม (แต่บ่อแช่อื่นๆ มีแชมพู สบู่ปกตินะจ๊ะ)

เรียวกัง Ookawaso

ด้วยความที่เป็นผู้หญิงโชคดี คืนนี้เค้ามีกิจกรรมตำโมจิจ้า ซึ่งรู้มาว่ากิจกรรมไม่ได้มีทุกวันแต่เวบไซต์ของโรงแรมจะมีแจ้งกิจกรรมล่วงหน้าเราสามารถเข้าไปดูได้นะ วันนี้กิจกรรมตำโมจิเริ่ม 20:30 น. จบทริปวันนี้ด้วยการได้ทานโมจิสดๆ ยังมีเวลาเหลือกลับไปแช่ออนเซ็นต่อ (เพราะที่นี่เค้าปิดบ่อดึกมาก) หลับสบายบนฟูกนุ่มๆ ตื่นมาตอนเช้าไปแช่ออนเซ็น และทานอาหารมื้อเช้าแบบบุฟเฟต์ ความสุขแบบนี้เราไม่ได้สัมผัสบ่อยๆ เพราะชอบเข้าป่า นี่สินะที่เค้าเรียกว่าการพักผ่อนหย่อนใจ

เรียวกัง Ookawaso

เรียวกัง Ookawaso

ที่อยู่SHIMODAIRA, ASHINOMAKI, OOTOMACHI, AIZUWAKAMATSU, FUKUSHIMA 969-5147, JAPAN โทรศัพท์ +81-242-92-2111 / +81-242-92-2555
วิธีเดินทางมีบริการรถรับส่งจากเรียวกัง – สถานี Aizu wakamatsu
ตารางรถOokawaso 10.00 – Aizu wakamatsu St. 10.40 Aizu wakamatsu St.15.30 – Ookawaso 16.00 *มีบริการรถรับส่งที่สถานี Ashinomaki Onsen ได้ตลอดเวลา ทั้งหมดนี้ต้องแจ้งล่วงหน้าก่อนวันเดินทาง 1 วัน
Websiteเรียวกัง Ookawaso
Facebookเพจภาษาไทยโรงแรม Ookawaso

เรียวกัง Ookawaso

สรุป

ความประทับใจเกิดขึ้นได้ตลอดทุกเส้นทาง ความหมายของการเดินทางแต่ละคนอาจไม่เหมือนกัน ในแต่ละทริปการเดินทางคือการให้รางวัลตัวเอง แต่การเดินทางผ่านช่วงฤดูกาลที่เปลี่ยนไปเป็นการเดินทางเพื่อประสบการณ์ใหม่อาจเป็นเรื่องง่ายๆ การหาความหมายของสิ่งรอบๆตัวเรา หรือเพื่อค้นหาธรรมชาติสวยๆ ได้นอนในสถานใหม่ ดื่มด่ำกับอาหารรสเยี่ยม ท่องเที่ยวทำไมนะหรอ ก็เพื่อเก็บไว้ในห้องแห่งความทรงจำที่สร้างความสุขระยะยาวของเราต่อไปไง จบจ้า~~~
ก้าง

Blogger : ก้าง

มนุษย์แม่ที่หลงใหลการแบกเป้เที่ยว ว่างเข้าป่า ปีนเขา เผลอใจให้กับธรรมชาติง่าย ตอนวัยรุ่นชอบการนอนตามป้ายรถเมล์หรือตามสถานีรถไฟ ใช้ชีวิตอย่างคนไร้บ้านทุกปิดเทอมตั้งแต่อายุ 16 ชอบลองกินของแปลกใหม่ ชอบหาความหมายของทุกสิ่งรอบๆตัว และมีความสุขที่ได้เรียนรู้วัฒนธรรมของแต่ละประเทศที่เราไปก้างผู้ชื่นชอบการนั่งรถไฟในช่วงเวลาเร่งด่วนเพื่อหาวิวดีๆ อิอิ!!! ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะเว็บไซต์ : https://chillchill-trip.com/

9 Posts

สถานที่เที่ยว

| Feature

กรณีฉุกเฉิน

| Emergency
  • Police

    110

  • Ambulance

    119

  • AMDA International Medical Information Center

    03-5285-8088

  • สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว

    03-5789-2449

  • สถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซาก้า

    06-6262-9226-7

  • สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฟุกุโอกะ

    092-686-8775