เปิดพิกัดชิจิบุ (Chichibu) แห่งไซตามะ เที่ยวเมืองธรรมชาติใกล้โตเกียว รวมที่เที่ยวห้ามพลาด

หากนักท่องเที่ยวได้เที่ยวโตเกียวจนแทบจะเที่ยวจนครบทุกซอกทุกมุมแล้ว และอยากลองสัมผัสประสบการณ์ออกไปนั่งรถไฟเที่ยวนอกเมืองแบบไปเช้าเย็นกลับได้ แต่บรรยากาศนั้นเปรียบเสมือนไปคนละโลกกับโตเกียว ที่ ชิจิบุ (Chichibu, 秩父) ในจังหวัดไซตามะนั้น คือเมืองที่ควรเอาไว้ในลิสไว้เลย ถึงแม้เมืองนี้อาจจะไม่ได้เป็นที่รู้จักกันแพร่หลาย เพราะไม่ได้เป็นที่นิยมเท่านิกโก้หรือฮาโกเนะ แต่กลับมีครบทั้งภูเขา ศาลเจ้าเก่าแก่ ทุ่งดอกไม้สีชมพูสุดอลัง รถไฟไอน้ำ และออนเซ็นให้แช่ปิดท้ายทริป ซึ่งบทความนี้นั้นจะพาเพื่อนๆได้ไปรู้จัก ชิจิบุ (Chichibu, 秩父) ตั้งแต่สถานที่ตั้งของชิจิบุ สถานที่น่าสนใจ ไปจนถึงจะพักย่านไหน เที่ยวเดือนไหนดี เพื่อให้วางแผนได้ครบในที่เดียว
Contents Index
  1. 1 รู้จักชิจิบุ (Chichibu) ก่อนวางแผนเที่ยว
    1. 1.1 ชิจิบุอยู่ที่ไหน และเหมาะกับการเที่ยวแบบไหน
    2. 1.2 เที่ยวชิจิบุ 1 วันพอไหม หรือควรค้างคืน
    3. 1.3 ชิจิบุแบ่งเป็นโซนไหน และแต่ละโซนมีอะไร
  2. 2 วิธีเดินทางจากโตเกียวไปชิจิบุ พร้อมเลือกวิธีที่คุ้มที่สุด
    1. 2.1 จาก Ikebukuro ไปชิจิบุด้วย Seibu Railway
    2. 2.2 Limited Express: จ่ายเพิ่มเพื่อแลกกับเวลาและความสบายคุ้มไหม
    3. 2.3 ไปชิจิบุด้วยรถยนต์ได้ไหม และเหมาะกับใคร
  3. 3 การเดินทางภายในชิจิบุ: จัดเส้นทางอย่างไรไม่ให้เสียเวลา
    1. 3.1 Seibu-Chichibu Station, Chichibu Station และ Ohanabatake ต่างกันอย่างไร
    2. 3.2 รถไฟ Chichibu Railway ใช้เชื่อม Chichibu กับ Nagatoro อย่างไร
    3. 3.3 รถบัส แท็กซี่ จักรยาน และรถเช่า เลือกแบบไหนดี
    4. 3.4 ตั๋วและ Pass ของ Seibu แบบไหนคุ้มกับแพลน
  4. 4 10 ที่เที่ยวชิจิบุ (Chichibu) ที่ไม่ควรพลาด พร้อมวิธีจัดลำดับ
    1. 4.1 ศาลเจ้าชิจิบุ (Chichibu Shrine)
    2. 4.2 ศาลเจ้ามิทสึมิเนะ (Mitsumine Shrine)
    3. 4.3 สวนฮิทสึจิยามะ (Hitsujiyama Park)
    4. 4.4 หุบเขานากาโทโระและอิวะดะทะมิ (Nagatoro Gorge และ Iwadatami)
    5. 4.5 SL Paleo Express
    6. 4.6 Matsuri no Yu
    7. 4.7 Chichibu Muse Park
    8. 4.8 Forest Adventure Chichibu
    9. 4.9 Chichibu 34 Kannon Pilgrimage
    10. 4.10 Mitsuchi Ice Pillars
  5. 5 แพลนเที่ยวชิจิบุ 1 วันจากโตเกียว: เก็บไฮไลต์แบบไม่วิ่งจนเหนื่อย
    1. 5.1 แพลน A: Hitsujiyama Park – เดินชิลที่ถนน Bamba – ศาลเจ้า Chichibu และจบด้วย Matsuri No Yu
    2. 5.2 แพลน B: Chichibu + Nagatoro สำหรับสายธรรมชาติ
    3. 5.3 ถ้าเวลาล่าช้า ควรตัดสถานที่ไหนออกก่อน
  6. 6 แพลนเที่ยวชิจิบุ 2 วัน 1 คืน: เที่ยวธรรมชาติและออนเซ็นแบบสบายขึ้น
    1. 6.1 งบประมาณ 1 คืนควรเตรียมเท่าไร
  7. 7 ชิจิบุเที่ยวเดือนไหนดี? เลือกตามสิ่งที่อยากเห็น
  8. 8 เทศกาลชิจิบุและช่วงคนเยอะ: เที่ยวอย่างไรให้ไม่เสียเวลา
    1. 8.1 Shibazakura Festival 2026: ช่วงไหนคนเยอะและควรไปอย่างไร
    2. 8.2 Chichibu Night Festival: ต้องเตรียมตัวต่างจากเที่ยวปกติอย่างไร
    3. 8.3 วันหยุดและช่วงพีค: ปรับเวลาเที่ยวอย่างไร
  9. 9 ค่าใช้จ่ายเที่ยวชิจิบุ: คำนวณงบจริงก่อนออกเดินทาง
    1. 9.1 ค่าเดินทาง Tokyo ↔ Chichibu
    2. 9.2 ค่า Pass / ค่าเข้าชม / ค่ากิจกรรม
    3. 9.3 งบเที่ยว 1 วัน: ประหยัด / กลาง / สบาย
  10. 10 อาหารและของกินชิจิบุ: กินอะไรระหว่างเส้นทาง
    1. 10.1 อาหารท้องถิ่นที่ควรลอง
    2. 10.2 ร้านอาหารใกล้สถานีและจุดเที่ยว
  11. 11 ที่พักชิจิบุ: พักตรงไหนให้เหมาะกับแผน
    1. 11.1 พักในเมือง Chichibu
    2. 11.2 พักใกล้ธรรมชาติหรือออนเซ็น
  12. 12 เช็กข้อมูลล่าสุดก่อนเที่ยวชิจิบุปี 2026
    1. 12.1 กิจกรรมที่ต้องจองล่วงหน้า เช่น SL Paleo Express
    2. 12.2 ช่วงที่มี Traffic Control หรือมาตรการพิเศษ
    3. 12.3 Checklist 1 สัปดาห์ก่อนเดินทาง
  13. 13 สรุป

รู้จักชิจิบุ (Chichibu) ก่อนวางแผนเที่ยว

ที่มา https://www.seiburailway.jp/en/sightseeing/chichibu_nagatoro/

ชิจิบุอยู่ที่ไหน และเหมาะกับการเที่ยวแบบไหน

ชิจิบุ (Chichibu, 秩父) ตั้งอยู่ทางตะวันตกของจังหวัดไซตามะ ล้อมรอบด้วยภูเขาเกือบทุกด้านคล้ายๆกับแอ่งกะทะ โดยมีแม่น้ำ Arakawa ไหลผ่าน ชิจิบุ (Chichibu, 秩父) นั้นอยู่ห่างจากใจกลางโตเกียวขึ้นไปทางตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 80 กิโลเมตร นั่งรถไฟด่วนพิเศษจากสถานี Ikebukuro ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาทีเท่านั้น ซึ่งอยู่ใกล้กว่านิกโก้หรือคาวาโกเอะบางเส้นทางด้วยซ้ำ

จุดเด่นของชิจิบุ (Chichibu, 秩父) คือมีความหลากหลายของสถานที่ท่องเที่ยวด้วยกัน ไม่ได้มีแค่ธรรมชาติอย่างเดียว แต่มีทั้งศาลเจ้าเก่าแก่ระดับที่คนญี่ปุ่นเดินทางมาไหว้ไกล ๆ ทุกปี หรือเส้นทางแสวงบุญ รวมถึงทุ่งดอกชิบะซากุระสีชมพูสุดตระการตาในฤดูใบไม้ผลิ หุบเขานากาโทโระที่มีหินแบนราวกับปูเสื่อยักษ์ริมแม่น้ำ และออนเซ็นให้แช่ผ่อนคลาย ซึ่งเหมาะกับคนที่ชอบเที่ยวช้า ๆ สบาย ๆ มากกว่าคนที่อยากได้ความคึกคักแบบเมืองใหญ่

เที่ยวชิจิบุ 1 วันพอไหม หรือควรค้างคืน

ไปเช้าเย็นกลับ (Day Trip): สามารถทำได้และนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักจะทำกัน เพราะระยะทางไม่ไกลและมีรถไฟด่วนพิเศษวิ่งบ่อย และใช้เวลาเดินทางไม่นาน ซึ่งถ้าออกจากโตเกียวก่อน 8 โมงเช้า จะมีเวลาเที่ยวเต็มวันในชิจิบุประมาณ 8-9 ชั่วโมง พอสำหรับศาลเจ้าหลัก สวนสาธารณะ และแวะแช่เท้าหรือแช่ตัวที่ออนเซ็นก่อนกลับ

พัก 1 คืน: เหมาะกับคนที่อยากสัมผัสความเป็น ชิจิบุ (Chichibu, 秩父) แบบเต็มๆ และสามารถเพิ่มสถานที่ท่องเที่ยวอย่างนากาโทโระหรือศาลเจ้ามิสึมิเนะเข้าไปในแพลนด้วย เพราะสองที่นี้อยู่ไกลจากตัวเมือง ถ้าพยายามยัดรวมกับโซนเมืองในวันเดียวจะรีบจนไม่ได้อรรถรสเต็มที่ การพัก 1 คืนยังทำให้มีเวลาแช่ออนเซ็นแบบไม่ต้องรีบขึ้นรถไฟเที่ยวสุดท้ายด้วย

พัก 2 คืนขึ้นไป: เหมาะกับคนที่อยากเที่ยวครบทั้งเมือง มิสึมิเนะ และนากาโทโระในทริปเดียว หรืออยากไปช่วงเทศกาลใหญ่อย่างชิบะซากุระหรือชิจิบุโยมัตสึริที่คนแน่นมาก การมีเวลาเผื่อจะช่วยให้ไม่ต้องแข่งกับเวลาตลอดทริป

ชิจิบุแบ่งเป็นโซนไหน และแต่ละโซนมีอะไร

การวางแผนให้ไม่เหนื่อยเกินไป ต้องเข้าใจก่อนว่าพื้นที่ท่องเที่ยวแบ่งเป็นโซนหลัก ๆ ที่อยู่ห่างกันพอสมควร ไม่ควรยัดทุกโซนไว้ในวันเดียวถ้าไม่อยากเหนื่อยเกินไป

  • Chichibu City (ตัวเมืองชิจิบุ) คือโซนที่เป็นเหมือนศูนย์รวมคมนาคมของตัวเมืองชิจิบุ Chichibu ซึ่งมีทั้งสถานีรถไฟอย่างเช่น สถานีรถไฟของ Seibu-Chichibu, สถานีรถไฟ Chichibu, สถานีรถไฟ Ohanabateke ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวนั้นได้แก่ ศาลเจ้าชิจิบุ ย่านร้านค้าเก่าแก่ (Bamba Street) และสวนฮิสึจิยามะ เป็นต้น เหมาะเป็นฐานหลักของทริป
  • Nagatoro (นากาโทโระ) อยู่ทางทิศเหนือของตัวเมืองชิจิบุ ต้องต่อรถไฟ Chichibu Railway อีกทอดหนึ่ง เด่นเรื่องหุบเขาหินแบนริมแม่น้ำซึ่งเรียกว่า Iwadatami เพราะมีรูปร่างคล้ายเสื่อทาทามิและมีกิจกรรมล่องแม่น้ำ เหมาะกับสายธรรมชาติ
  • Mitsumine (มิสึมิเนะ) อยู่ลึกเข้าไปในภูเขาสูง ต้องนั่งรถบัสต่อจากสถานีอีกกว่าชั่วโมง เหมาะกับคนที่มีเวลาเต็มวันสำหรับที่นี่ที่เดียว ไม่ควรพยายามรวมกับจุดอื่นในวันเดียวกัน

“ถ้าอยากเที่ยวแบบไม่เหนื่อยเกินไป ลองคิดว่าชิจิบุเป็น “หลายทริปเล็ก ๆ” มากกว่าหนึ่งเมือง เพราะแต่ละโซนมีคาแรกเตอร์ต่างกันมาก เลือกให้ตรงสไตล์จะสนุกกว่าพยายามเก็บทุกจุด” 

วิธีเดินทางจากโตเกียวไปชิจิบุ พร้อมเลือกวิธีที่คุ้มที่สุด

ที่มา https://www.seiburailway.jp/railway/reservedtrain/laview/

จาก Ikebukuro ไปชิจิบุด้วย Seibu Railway

เส้นทางหลักที่ทุกคนใช้คือรถไฟของ Seibu Railway ออกจากสถานี Ikebukuro ตรงไปสถานี Seibu-Chichibu โดยไม่ต้องเปลี่ยนขบวน มีรถไฟด่วนพิเศษรุ่นใหม่ชื่อ “Laview” (ラビュー) ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ด้วยตัวรถทรงมนสีเหลืองและหน้าต่างบานใหญ่พิเศษ ให้ความรู้สึกเหมือนนั่งดูวิวจากตู้กระจก

วิธีการเดินทางระยะเวลา ราคา/เที่ยวหมายเหตุ
รถไฟด่วนพิเศษ Laview (ตรง ไม่เปลี่ยนขบวน)ประมาณ 77 นาที – 80 นาทีรวมประมาณ 1,700 เยน (ค่าโดยสาร 800 + ค่าธรรมเนียมด่วนพิเศษ 900)ที่นั่งจองล่วงหน้าทั้งหมด ไม่มีตู้ไม่จอง
รถไฟธรรมดา/รถด่วน (เปลี่ยนขบวนที่ Hanno)ประมาณ 110 นาทีราว 800 เยนถูกกว่ามากแต่ใช้เวลานานขึ้นเกือบเท่าตัว

ตารางรถไฟด่วนพิเศษมีไม่ถี่มาก ควรเช็กเวลาก่อนออกเดินทางเสมอ โดยเฉพาะเที่ยวเช้าและเที่ยวกลับช่วงเย็นวันอาทิตย์ที่คนแน่น ควรจองที่นั่งล่วงหน้าผ่านเคาน์เตอร์ที่สถานี Ikebukuro หรือแอปจองตั๋วของ Seibu

เคล็ดลับเลือกที่นั่ง Laview: ถ้าจองขาไปชิจิบุ (Ikebukuro → Seibu-Chichibu) ลองเลือกที่นั่งฝั่งขวาของขบวน เพราะช่วงท้ายเส้นทางก่อนถึงปลายทาง หน้าต่างบานใหญ่พิเศษของ Laview จะเปิดมุมมองภูเขาบุโกซัง (Bukosan) ที่เป็นสัญลักษณ์ของชิจิบุให้เห็นชัดเจนกว่าฝั่งซ้าย เหมาะกับคนที่อยากถ่ายรูปเก็บบรรยากาศตั้งแต่ยังไม่ถึงสถานี

“การนั่ง Laview ถือเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์เที่ยวชิจิบุเลยก็ว่าได้ เพราะตัวรถมีดีไซน์ที่แตกต่างจากรถไฟทั่วไป และหน้าต่างบานใหญ่ทำให้ช่วงระหว่างทางกลายเป็นช่วงชมวิวไปโดยปริยาย” 

Limited Express: จ่ายเพิ่มเพื่อแลกกับเวลาและความสบายคุ้มไหม

คำถามที่พบบ่อยคือ “จำเป็นต้องนั่ง Laview ไหม” คำตอบขึ้นอยู่กับเวลาที่มีในมือ ถ้านั่งรถไฟธรรมดาที่ต้องเปลี่ยนขบวนที่สถานี Hanno จะประหยัดได้ราว 900 เยนต่อเที่ยว แต่ใช้เวลาเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว (ราว 30-50 นาที) และต้องลากกระเป๋าขึ้น-ลงเปลี่ยนขบวนด้วย

ถ้าเป็นทริปเช้าเย็นกลับที่เวลาจำกัดอยู่แล้ว ส่วนต่าง 900 เยนแลกกับเวลาที่ได้เที่ยวเพิ่มเกือบชั่วโมงถือว่าคุ้มมาก โดยเฉพาะขากลับตอนเย็นที่เหนื่อยแล้วอยากถึงบ้านเร็ว ๆ แต่ถ้าเป็นทริปที่ไม่รีบเวลา หรืองบจำกัดจริง ๆ การนั่งรถไฟธรรมดาก็ไม่ได้แย่ เพราะยังนั่งสบาย มีที่นั่งเกือบตลอดทาง ไม่ใช่รถไฟแออัดแบบในเมือง

ไปชิจิบุด้วยรถยนต์ได้ไหม และเหมาะกับใคร

ขับรถไปชิจิบุเองก็เป็นตัวเลือกที่ดี โดยเฉพาะถ้าตั้งใจจะไปจุดที่รถไฟเข้าไม่ถึงอย่างพื้นที่ชนบทรอบนอกหรือจุดชมวิวลึก ๆ ในภูเขา ข้อดีคือยืดหยุ่นเรื่องเวลาและแวะจุดเล็ก ๆ ระหว่างทางได้ตามใจ

ข้อควรระวังคือช่วงเทศกาลใหญ่อย่างชิบะซากุระหรือชิจิบุโยมัตสึริ ถนนในตัวเมืองจะมีการควบคุมการจราจรและรถติดหนักมาก ที่จอดรถในตัวเมืองก็มีจำกัดและเต็มเร็ว 

สำหรับการขับรถไปยังชิจิบุ (Chichibu) นั้นใช้เวลาประมาณ 90 – 120 นาที

การเดินทางภายในชิจิบุ: จัดเส้นทางอย่างไรไม่ให้เสียเวลา

ที่มา https://www.seiburailway.jp/en/sightseeing/chichibu_nagatoro/

Seibu-Chichibu Station, Chichibu Station และ Ohanabatake ต่างกันอย่างไร

จุดที่มักทำให้นักท่องเที่ยวสับสนคือชิจิบุมีสถานีรถไฟอยู่ใกล้กันหลายสถานีแต่คนละสาย

  • Seibu-Chichibu Station คือสถานีที่บริหารงานโดย Seibu Railway เป็นปลายทางของรถไฟ Seibu จากโตเกียว อยู่ใกล้ออนเซ็นและร้านของฝาก เป็นศูนย์กลางการเดินทางโดนรถบัสอีกด้วย แต่ไม่ได้อยู่ใจกลางเมืองเป๊ะ ๆ
  • Chichibu Station เป็นสถานีของ Chichibu Railway ซึ่งเป็นเส้นทางท้องถิ่นที่ใช้เชื่อมต่อไปนากาโทโระและมิสึมิเนะกุจิ อยู่ห่างจาก Seibu-Chichibu ประมาณเดินไม่กี่นาที และอยู่ใกล้กับศาลเจ้า Chichibu
  • Ohanabatake Station เป็นอีกสถานีของบริษัท Chichibu Railway ที่อยู่ใกล้ตัวเมือง

เพราะแต่ละสถานีอยู่ใกล้กันแต่คนละสาย เวลาวางแผนเปลี่ยนขบวนจากรถไฟ Seibu มาขึ้น Chichibu Railway ควรเผื่อเวลาเดินระหว่างสถานีไว้สัก 5-10 นาที และเช็กชื่อสถานีให้ตรงกับปลายทางที่ตั้งใจไปเสมอ

รถไฟ Chichibu Railway ใช้เชื่อม Chichibu กับ Nagatoro อย่างไร

จากสถานี Ohanabatake หรือ Chichibu นั้นนักท่องเที่ยวสามารถนั่งรถไฟของ Chichibu Railway ไปยังสถานี Nagatoro ใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที รถไฟสายนี้วิ่งไม่ถี่มากนัก แนะนำให้เช็กตารางเวลาก่อนไปเผื่อรอนาน

ถ้าตั้งใจจะจัดทั้ง Chichibu และ Nagatoro ในวันเดียว แนะนำให้เริ่มจากโซนเมืองชิจิบุตอนเช้า แล้วต่อรถไฟไปนากาโทโระตอนบ่าย เพราะนากาโทโระเป็นจุดที่อยู่ปลายทาง เที่ยวเสร็จแล้วนั่งรถไฟสายเดียวกันย้อนกลับผ่านชิจิบุเพื่อขึ้นรถไฟ Seibu กลับโตเกียวได้เลย ไม่ต้องอ้อม

รถบัส แท็กซี่ จักรยาน และรถเช่า เลือกแบบไหนดี

  • รถบัส (Local Bus) เป็นรถบัสของบริษัท Seibu Kanko Bus ซึ่งเหมาะกับการไปยังสถานที่ท่องเที่ยวห่างไกลที่รถไฟยังเข้าไม่ถึง เช่นศาลเจ้ามิสึมิเนะ ซึ่งที่นี่ต้องนั่งรถบัสจากสถานี Seibu-Chichibu ขึ้นเขาไปอีกกว่าชั่วโมง เหมาะกับคนที่ไม่มีรถและมีเวลาเต็มวันสำหรับจุดนี้
  • แท็กซี่ เหมาะกับกลุ่มที่เดินทางด้วยกัน 3-4 คน เพราะหารค่าแท็กซี่แล้วอาจถูกกว่ารถบัสรวมกันในบางเส้นทาง โดยเฉพาะจุดที่รถบัสไม่ถี่ง ข้อดีคือจะคล่องตัวกว่ารถบัส 
  • จักรยาน เหมาะกับการเที่ยวในตัวเมืองชิจิบุระยะสั้น ๆ มีจุดให้เช่าใกล้สถานี ราคาย่อมเยา เหมาะกับคนที่อยากเที่ยวแบบไม่รีบและสำรวจซอกซอยเล็ก ๆ
  • รถเช่า เหมาะกับกลุ่มที่อยากไปหลายจุดในหนึ่งวันโดยไม่ต้องรอรถไฟหรือรถบัส โดยเฉพาะโซนนากาโทโระที่จุดชมวิวกระจายตัวอยู่ห่างกัน ซึ่งจะเหมาะกัยผู้ที่เที่ยวแบบ 2 วัน 1 คืน

ตั๋วและ Pass ของ Seibu แบบไหนคุ้มกับแพลน

Seibu Railway มี pass สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่คุ้มกว่าซื้อตั๋วแยกในหลายกรณี (ต้องแสดงพาสปอร์ตต่างชาติตอนซื้อ)

SEIBU 1-Day Pass + Nagatoro ราคา 2,000  เยนต่อผู้ใหญ่ ใช้ได้ 1 วัน ครอบคลุมรถไฟ Seibu ทุกสายยกเว้นสายทามะกาวะ บวกรถไฟ Chichibu Railway ช่วงมิสึมิเนะกุจิ-โนงามิ (ครอบคลุมทั้งชิจิบุและนากาโทโระ) แต่ครอบคลุมเฉพาะ “ค่าโดยสารพื้นฐาน” เท่านั้น ไม่ได้แปลว่าถือ pass นี้แล้วสามารถขึ้น Laview ได้เลย ถ้าอยากนั่งรถไฟด่วนพิเศษ Laview ให้เร็วขึ้น สามารถถือ pass นี้แล้วจ่ายเพิ่มเฉพาะค่าตั๋วระบุที่นั่งด่วนพิเศษอีกราว 900 เยนต่อเที่ยวได้เลย ไม่ต้องซื้อตั๋วใหม่ทั้งใบ ส่วนค่า SL Paleo Express ก็ต้องจ่ายเพิ่มแยกต่างหากเช่นกัน

ลองคำนวณง่าย ๆ ว่าถ้าตั้งใจไปทั้งชิจิบุและนากาโทโระในวันเดียว การซื้อ pass นี้คุ้มกว่าซื้อตั๋วรถไฟท้องถิ่นแยกทีละเที่ยวแน่นอน แต่ถ้าแพลนคือไปแค่ตัวเมืองชิจิบุแล้วกลับ ไม่ได้ต่อรถไฟท้องถิ่นไปไหนต่อ ตั๋วรถไฟ Seibu ไป-กลับปกติอาจคุ้มพอ ๆ กันโดยไม่ต้องซื้อ pass เพิ่ม ควรคำนวณตามเส้นทางจริงที่ตั้งใจไปก่อนตัดสินใจซื้อ

“ชิจิบุเป็นเมืองที่เหมาะกับการเดินแบบเรื่อย ๆ มากกว่าการรีบเช็กอินหลายจุด ระหว่างทางมีร้านเล็ก ๆ และบรรยากาศเมืองเก่าให้แวะมองเพลิน ๆ ซึ่งบางครั้งกลายเป็นความทรงจำที่สนุกกว่าจุดหมายหลักเสียอีก”

10 ที่เที่ยวชิจิบุ (Chichibu) ที่ไม่ควรพลาด พร้อมวิธีจัดลำดับ

ศาลเจ้าชิจิบุ (Chichibu Shrine)

ที่มา https://www.chichibu-jinja.or.jp/

ศาลเจ้าชิจิบุ (Chichibu Shrine) เป็นศาลเจ้าเก่าแก่ที่มีรากฐานทางประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 2,000 ปี ซึ่งตัวอาคารของศาลเจ้าอย่าง Shaden ได้รับการบูรณะครั้งใหญ่ในสมัยของ Tokugawa Ieyasu ในปีค.ศ. 1592 ซึ่งผู้ที่ออกคำสั่งให้บูรณะก็คือตัวท่าน Ieyasu เอง

 และที่นี่เป็นศูนย์กลางของเทศกาลชิจิบุโยมัตสึริอันโด่งดัง จุดเด่นคืองานแกะสลักไม้สีสันสดใสที่ประตูและผนังศาลเจ้า โดยเฉพาะรูปแกะสลัก “ช้างมองกลับหลัง” ที่มีความหมายเชิงปรัชญาเรื่องการมองย้อนกลับไปดูแลคนที่บ้านเกิด

ตั้งอยู่ใกล้สถานี Chichibu แนะนำให้เป็นจุดแรกของการมาเที่ยวที่นี่ เพราะเดินทางไม่ไกล

ศาลเจ้าชิจิบุ (Chichibu Shrine)

ที่อยู่1-3 Banbamachi, Chichibu, Saitama 368-0041
วิธีเดินทางเดินจากสถานี Chichibu 5 นาที
เวลาทำการเปิดตั้งแต่ 08.30 น. – 17.00 น.
ราคาฟรี
Websiteศาลเจ้าชิจิบุ (Chichibu Shrine)

ดูแผนที่ ศาลเจ้าชิจิบุ (Chichibu Shrine)

“ใครชอบถ่ายรายละเอียดมากกว่าถ่ายภาพมุมกว้าง ลองสังเกตงานแกะสลักตามอาคารของศาลเจ้า เพราะมีทั้งลวดลาย สีสัน และเรื่องราวที่น่าสนใจ ทำให้การเดินชมใช้เวลาเพลินกว่าที่คิด”

ศาลเจ้ามิทสึมิเนะ (Mitsumine Shrine)

ศาลเจ้ามิสึมิเนะ (Mitsumine Shrine) ตั้งอยู่บนภูเขาสูงประมาณ 1,100 เมตร ถือเป็นหนึ่งในสามศาลเจ้าใหญ่ของชิจิบุและเป็นที่รู้จักในฐานะจุดพลังงานศักดิ์สิทธิ์ ที่คนญี่ปุ่นเดินทางมาไกล ๆ บรรยากาศท่ามกลางป่าสนโบราณที่มีอายุนับ 100 ปีที่เงียบสงบมาก ต่างจากศาลเจ้าในตัวเมืองอย่างชัดเจน

โดยเทพเจ้าที่ประดิษฐานอยู่ในศาลเจ้าแห่งนี้ที่ผู้คนเดินทางมาสักการะ เรียกว่า Oguchi Makami เป็นเทพในรูปแบบหมาป่าญี่ปุ่น

เนื่องจากศาลเจ้าแห่งนี้ใช้เวลาเดินทางโดยรถบัสถึง 75 นาที แนะนำให้ควรเดินทางไปในวันที่ 2 ของทริปที่นี่

ศาลเจ้ามิทสึมิเนะ (Mitsumine Shrine)

ที่อยู่291-2 Mitsumine, Chichibu, Saitama 369-1902
วิธีเดินทางนั่งรถบัสจากสถานี Seibu-Chichibu ใช้เวลา 75 นาที
เวลาทำการเปิดตั้งแต่ 09.00 น. – 17.00 น.
ราคาศาลเจ้าฟรี หอสมบัติ 300 เยน
Websiteศาลเจ้ามิทสึมิเนะ (Mitsumine Shrine)

ดูแผนที่ ศาลเจ้ามิทสึมิเนะ (Mitsumine Shrine)

สวนฮิทสึจิยามะ (Hitsujiyama Park)

ที่มา https://www.city.chichibu.lg.jp/1853.html#itemid1638

สวนฮิทสึจิยามะ (Hitsujiyama Park) คือจุดชมดอกพิงค์มอสที่โด่งดังที่สุดของชิจิบุ โดยช่วงเวลาที่ดีที่สุดคือในช่วงต้นเดือนเมษายนถึงต้นพฤษภาคมของทุกปี ซึ่งพื้นที่กว่า 17,600 ตารางเมตรจะถูกปกคลุมด้วยดอกพิงค์มอสมากกว่า 400,000 ต้นจาก 10 สายพันธุ์ ที่จะเปลี่นรพื้นที่บริเวณนั้นให้เป็นพรมสีชมพู ขาว ม่วงสลับกันที่สวยงามแบบสุดๆ

สวนฮิทสึจิยามะ (Hitsujiyama Park)

ที่อยู่6360 Omiya, Chichibu, Saitama 368-0023
วิธีเดินทางสามารถเดินจากสถานี Seibu-Chichibu 20 นาที
เวลาทำการเปิดตั้งแต่ 08.30 น. – 17.00 น.
ราคาช่วงเดือนเมษายน – พฤษภาคม มีค่าเข้าคนละ 500 เยน เด็กอายุต่ำกว่า 15 ฟรี
Websiteสวนฮิทสึจิยามะ (Hitsujiyama Park)

ดูแผนที่ สวนฮิทสึจิยามะ (Hitsujiyama Park)

หุบเขานากาโทโระและอิวะดะทะมิ (Nagatoro Gorge และ Iwadatami)

ที่มา https://www.arakawa-line.co.jp/ 

หุบเขานากาโทโระ (長瀞) ขึ้นชื่อเรื่องอิวาดาตามิ (岩畳) หรือ “หินปูเสื่อ” ลานหินแบนขนาดใหญ่ที่ทอดยาวริมแม่น้ำอาราคาวะ เกิดจากการกัดเซาะของน้ำมานับล้านปี ซึ่งมีความคล้ายกับเสื่อทาทามิกำลังซ้อนกัน เหมาะกับการเดินเล่นถ่ายรูปหรือปูเสื่อนั่งพักผ่อนริมน้ำ

ที่นี่ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจคือการล่องเรือแบบโบราณที่แม่น้ำที่เรียกว่า Nagatoro Line Kudari คือการนั่งเรือไม้ให้โดยมีนายท้ายเรือเป็นผู้พายพาชมทิวทัศน์และผาหิน ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ห้ามพลาดโดยเด็ดขาด ราคาช่วงคอร์สสั้นราว 1,600-1,800 เยนต่อผู้ใหญ่ขึ้นอยู่กับระยะทาง ควรจัดเป็นครึ่งวันแยกต่างหากจากตัวเมืองชิจิบุ (Chichibu) หรือถ้าอยากไปทั้งคู่ในวันเดียวควรออกเดินทางแต่เช้าเพื่อให้มีเวลาเพียงพอ

หุบเขานากาโทโระและอิวะดะทะมิ (Nagatoro Gorge และ Iwadatami)

ที่อยู่Nagatoro, Chichibu District, Saitama 369-1300
วิธีเดินทางนั่งรถไฟ Chichibu Line มาลงสถานี Nagatoro
เวลาทำการNagatoro Iwadatami เปิด 24 ชั่วโมง
การล่องเรือ Nagatoro Line Kudari เปิดตั้งแต่ 09.00 น. – 16.00 น.
ราคาNagatoro Iwadatami ฟรี
การล่องเรือ Nagatoro Line Kudari ผู้ใหญ่ 2,000 เยน เด็ก 1,000 หากเป็นช่วงที่ผู้คนมาเที่ยวเยอะราคาจะปรับเป็น ผู้ใหญ่ 2,200 เยน เด็ก 1,100 เยน
Websiteหุบเขานากาโทโระและอิวะดะทะมิ (Nagatoro Gorge และ Iwadatami)
การล่องเรือ Nagatoro Line Kudari

ดูแผนที่ หุบเขานากาโทโระและอิวะดะทะมิ (Nagatoro Gorge และ Iwadatami)

ดูแผนที่ การล่องเรือ Nagatoro Line Kudari

“นากาโทโระเหมาะกับวันที่อยากลดจังหวะการเที่ยวลง ลองเผื่อเวลานั่งพักริมแม่น้ำหรือชมวิวหิน Iwadatami โดยไม่ต้องรีบไปจุดถัดไป เพราะบรรยากาศของที่นี่คือสิ่งที่ควรใช้เวลา “ซึมซับ” มากกว่าการรีบเก็บเช็กอิน”

SL Paleo Express

ที่มา https://www.chichibu-railway.co.jp/en/steam-locomotive.html

SL Paleo Express คือรถไฟไอน้ำโบราณของ Chichibu Railway ที่ยังวิ่งให้บริการจริงระหว่างสถานีคุมางายะกับมิสึมิเนะกุจิ ลากด้วยหัวรถจักรไอน้ำ C58363 ที่มีอายุกว่า 80 ปี ดั้งนั้นแล้วการนั่งรถไฟไอน้ำนั้น ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่หาไม่ได้ง่าย ๆ ในทริปทั่วไป จึงเป็นกิจกรรมที่ไม่ควรพลาด

สำหรับปี 2026 นั้น รถไฟ SL Paleo Express วิ่งให้บริการตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคมถึง 6 ธันวาคม เฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์-วันหยุดนักขัตฤกษ์เป็นหลัก วิ่งวันละ 1 รอบ ไป-กลับเท่านั้น เป็นที่นั่งระบุเบอร์ทุกที่นั่งทุกตู้  แนะนำให้จองผ่านระบบจองออนไลน์ของ Chichibu Railway ล่วงหน้าเป็นหลัก เพราะเลือกที่นั่งได้เอง ส่วนการซื้อที่หน้าต่างขายตั๋วสถานีก็ยังทำได้เช่นกัน  แต่ที่นั่งอาจเหลือน้อยกว่าถ้าไปซื้อใกล้วันเดินทาง เปิดจองล่วงหน้าได้ตั้งแต่ 1 เดือนก่อนวันเดินทาง ถ้าตั้งใจจะนั่งควรวางแผนจองทันทีที่เปิดระบบ เพราะที่นั่งเต็มเร็วโดยเฉพาะช่วงสุดสัปดาห์และฤดูใบไม้เปลี่ยนสี

เส้นทางของรถไฟคือวิ่งตั้งแต่สถานี Kumagaya ถึงสถานี Mitsumineguchi

Matsuri no Yu

ที่มา https://www.seibu-leisure.co.jp/matsuri/onsen/index.html

Matsuri no Yu หรือชื่อเต็ม 西武秩父駅前温泉 祭の湯 คือศูนย์รวมออนเซ็นที่อยู่ติดกับสถานี Seibu-Chichibu แทบจะเดินออกจากชานชาลาก็ถึง เหมาะที่สุดสำหรับปิดท้ายทริปก่อนขึ้นรถไฟกลับ ภายในมีทั้งบ่อในร่มและบ่อกลางแจ้งหลายจุด รวมถึงโซนฟู้ดคอร์ตขายของกินขึ้นชื่อของชิจิบุและโซนขายของฝาก เรียกได้ว่ามีครบแทบทุกอย่างเลยทีเดียว

Mitsuri No Yu

ที่อยู่1 Chome-16-15 Nosakamachi, Chichibu, Saitama 368-0033
วิธีเดินทางเดินจากสถานี Seibu-Chichibu 3 นาที
เวลาทำการน้ำพุร้อนเปิดตั้งแต่ 10.00 น. – 22.00 น.
อาบน้ำรอบเช้า มีเฉพาะวันเสาร์ – อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เปิดตั้งแต่ 06.00 น. – 09.00 น.
โซนร้านอาหาร เปิดตั้งแต่ 11.00 น. – 21.30 น.
ซาวน่า เปิดตั้งแต่ 10.30 น. – 21.10 น.
ราคาวันธรรมดา ผู้ใหญ่ 1,100 เยน เด็ก 700 เยน
วันเสาร์ – อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ผู้ใหญ่ 1,380 เด็ก 800 เยน
WebsiteMitsuri No Yu

ดูแผนที่ Mitsuri No Yu

“ออนเซ็นติดสถานีทำให้ชิจิบุเป็นเดย์ทริปที่มีตอนจบค่อนข้างสมบูรณ์แบบ เดินเที่ยวมาทั้งวันแล้วได้แช่น้ำอุ่นก่อนขึ้นรถไฟกลับ เป็นอีกเหตุผลที่ทำให้ทริปนี้ไม่รู้สึกเหนื่อยเท่าเดย์ทริปที่ต้องเดินเที่ยวจนถึงนาทีสุดท้าย”

Chichibu Muse Park

ที่มา https://www.muse-park.com/eventpage/%e6%96%b0%e7%b7%91%e3%80%802022%e5%b9%b44%e6%9c%8822%e6%97%a5%ef%bc%88%e6%99%b4%ef%bc%89%e6%8f%83%e3%81%84%e5%87%ba%e3%81%97%e3%81%be%e3%81%97%e3%81%9f%e3%80%82-2 

Chichibu Muse Park เป็นพื้นที่สวนสาธารณะขนาดใหญ่บนเนินเขา มีสิ่งอำนวยความสะดวกแทบจะครบวงจร มีทั้งสวนกุหลาบ ทุ่งหญ้ากว้าง หอคอยชมวิว และเส้นทางเดินป่าเบา ๆ ท่ามกลางธรรมชาติ เหมาะกับครอบครัวที่มีเด็กเล็กเพราะมีพื้นที่ให้วิ่งเล่นกว้างขวาง หรือคู่รักที่อยากเดินเล่นชมวิวแบบเงียบสงบ ไปจนถึงสายถ่ายรูปที่ชอบมุมกว้างของภูเขาและทุ่งหญ้า

ไฮไลท์ของที่นี่คือต้นแปะก๊วย ที่มีมากมาย โดยเฉพาะเวลาที่ใบไม้เปลี่ยนสีจะสวยที่สุด 

Chichibu Muse Park

ที่อยู่2518 Nagaru, Ogano, Chichibu District, Saitama 368-0102
วิธีเดินทางนั่ง Taxi 10 นาทีจากสถานี Chichibu หรือนั่ง Loop Bus จากสถานี Chichibu มาลงป้าย Muse Park Minami Guchi
เวลาทำการเปิด 24 ชั่วโมง
ราคาฟรี
WebsiteChichibu Muse Park

ดูแผนที่ Chichibu Muse Park

Forest Adventure Chichibu

ที่มา https://foret-aventure.jp/en/

ที่นี่เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่เป็นสายกิจกรรมที่รักการผจญภัยเป็นอย่างมาก เพราะว่าForest Adventure Chichibu นั้น คือกิจกรรมผจญภัยกลางแจ้งบนต้นไม้ มีทั้งไต่เชือก เดินสะพานแขวน และซิปไลน์ร่อนผ่านป่า เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบกิจกรรมแบบตื่นเต้น เป็นการเปลี่ยนอารมณ์จากการเดินชมวัดวาอารามแล้วมาผจญภัยแทน ใช้เวลาราว 2-3 ชั่วโมงต่อรอบขึ้นอยู่กับคอร์สที่เลือก

ควรจองรอบล่วงหน้าและเช็กเงื่อนไขเรื่องน้ำหนักตัว รองเท้า และเสื้อผ้าที่เหมาะกับกิจกรรมก่อนไป 

Forest Adventure Chichibu

ที่อยู่637-2 Kuna, Chichibu, Saitama 368-0053
วิธีเดินทางจากสถานี Seibu-Chichibu นั่งรถบัสมาลงป้าย スポーツの森
เวลาทำการเปิดตั้งแต่ 09.00 น. – 15.30 น.
ราคาขึ้นอยู่กับแพ๊คเกจ 60 นาที 3,000 เยน 90 นาที 4,000 เยน (แนะนำ) และ 120 นาที 5,000 เยน
WebsiteForest Adventure Chichibu

ดูแผนที่ Forest Adventure Chichibu

Chichibu 34 Kannon Pilgrimage

ที่มา https://chichibufudasho.com/temple-pilgrim/

เส้นทางแสวงบุญพระโพธิสัตว์กวนอิม 34 องค์แห่งชิจิบุ (秩父三十四箇所観音霊場) เป็นหนึ่งในเส้นทางแสวงบุญที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น มีวัดทั้งหมด 34 แห่งกระจายอยู่ทั่วพื้นที่ชิจิบุ ผู้แสวงบุญดั้งเดิมจะเดินเท้าไล่เก็บครบทุกวัด ซึ่งใช้เวลาหลายวัน

สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไปนั้น การที่จะแสวงบุญครบ 34 วัดนั้น จะต้องใช้เวลาพอสมควรและหลายวัน ดังนั้นผมจึงแนะนำเฉพาะวัดที่มีความสำคัญ อย่างเช่นวัด Jigenji, วัด Shorinji และวัด Hashidatedo เป็นต้น

ดูแผนที่ วัด Jiganji

ดูแผนที่ วัด Shorinji

ดูแผนที่ วัด Hashidatedo

Mitsuchi Ice Pillars

ที่มา https://navi.city.chichibu.lg.jp/p_flower/1403/#gallery-4

หากนักท่องเที่ยวมาชิจิบุ (Chichibu) ในช่วงฤดูหนาว นี่ก็ถือว่าเป็นไฮไลท์ของฤดูนี้เลยทีเดียว ที่นี่มีจุดชมเสาน้ำแข็งฤดูหนาวที่เรียกรวมกันว่า เสาน้ำแข็งใหญ่ 3 แห่งของชิจิบุ Mitsuchi Ice Pillars 

ซึ่งเป็นปรากฎการทางธรรมชาติ เกิดจากหนาวที่ไหลซึมผ่านซอกหิว มาเจอกับอากาศหนาวเหน็บ ทำให้เกิดเป็นเสาน้ำแข็งที่มีความสวยงาม

เสาน้ำแข็งลักษณะการเดินทางค่าเข้าชม
มิสึทสึจิ (三十槌の氷柱)เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ บรรยากาศดิบดั้งเดิมนั่งรถบัสจาก Seibu-Chichibu หรือมิสึมิเนะกุจิ แล้วเดินต่ออีกราว 15 นาที ใช้เวลารวมเกือบ 1 ชั่วโมงครึ่ง300 เยน
อาชิงาคุโบะ (あしがくぼの氷柱มนุษย์สร้างขึ้น ขนาดใหญ่ มีไฟส่องสว่างยามค่ำเดินจากสถานี Ashigakubo เพียง 10 นาที เดินทางสะดวกที่สุดในสามแห่งตามประกาศในแต่ละปี
โอโนอุจิ (尾ノ内氷柱)มนุษย์สร้างขึ้น อยู่ในหุบเขาลึก บรรยากาศเงียบสงบต้องนั่งรถหรือแท็กซี่ต่อจากสถานี ไม่มีรถประจำทางตรงตามประกาศในแต่ละปี

ถ้ามีเวลาจำกัดและไม่มีรถ แนะนำอาชิงาคุโบะเป็นตัวเลือกแรกเพราะเดินทางง่ายที่สุด แต่ถ้าอยากเห็นความสวยงามแบบธรรมชาติแท้ ๆ มิสึทสึจิคือของแท้ที่ควรค่ากับเวลาเดินทางที่นานกว่า

เพราะอยู่ในพื้นที่ภูเขาลึกและเดินทางลำบากกว่าจุดอื่น ๆ ในทริป ควรพิจารณาว่ามีรถหรือมีเวลาเผื่อเดินทางมากพอหรือไม่ก่อนใส่เข้าไปในแพลน ถนนช่วงฤดูหนาวอาจมีน้ำแข็งเกาะควรระมัดระวังเป็นพิเศษถ้าขับรถเอง เหมาะกับคนที่อยากเห็นมุมที่ไม่ค่อยมีคนไปมากกว่านักท่องเที่ยวทั่วไป

ดูแผนที่  มิสึทสึจิ (三十槌の氷柱)

ดูแผนที่ อาชิงาคุโบะ (あしがくぼの氷柱)

ดูแผนที่ โอโนอุจิ (尾ノ内氷柱)

แพลนเที่ยวชิจิบุ 1 วันจากโตเกียว: เก็บไฮไลต์แบบไม่วิ่งจนเหนื่อย

ที่มาhttps://www.chichibu-jinja.or.jp/saijin/

แพลน A: Hitsujiyama Park – เดินชิลที่ถนน Bamba – ศาลเจ้า Chichibu และจบด้วย Matsuri No Yu

  • 7:00 – 8:00 ออกจากสถานี Ikebukuro ด้วยรถไฟด่วนพิเศษ Laview เพลิดเพลินกับการชมวิวระหว่างทาง
  • 9:00 – 12:00 ถึงสถานี Seibu-Chichibu เดินไป Hitsujiyama Park เพลิดเพลินกับการเดินชมความสวยงามของดอกพิงค์มอส
  • 12:00-13:30 เดินเล่นย่านร้านค้าเก่าแก่ย่าน Bamba ชิมของกินท้องถิ่น
  • 13:30-14:30 เดินไปศาลเจ้า Chichibu พร้อมสักการะศาลเจ้า และเพลิดเพลินกับการชมงานแกะสลักไม้
  • 14:30-16:30 แช่ออนเซนที่ Matsuri No Yu
  • 17:00 ขึ้นรถไฟด่วนพิเศษกลับ Ikebukuro ถึงประมาณ 18:20

แพลนนี้เน้นความสบาย ไม่ต้องรีบมากเพราะทุกจุดอยู่ในระยะเดินถึงกันได้เกือบหมด

แพลน B: Chichibu + Nagatoro สำหรับสายธรรมชาติ

  • 7:00 ออกจากสถานี Ikebukuro ด้วยรถไฟขบวน Laview เพื่อได้ชมวิวข้างทางที่สวยงาม
  • 8:00 – 9:00 ถึงสถานี Seibu-Chichibu จากนั้นเดินไปสถานี Ohanabatake เพื่อต่อรถไฟ Chichibu Railway ไปนากาโทโระทันที
  • 10:00-10:20 ถึงสถานี Nagatoro
  • 10:20-12:30 เดินเล่นชมอิวาดาตามิและล่องแม่น้ำไลน์คุดาริ
  • 12:30-13:30 ทานอาหารกลางวันแถวนากาโทโระ
  • 13:30 นั่งรถไฟกลับมาที่ตัวเมืองชิจิบุ
  • 14:30-15:30 เที่ยวศาลเจ้าชิจิบุและย่านร้านค้า
  • 16:00 แช่ออนเซ็น Matsuri no Yu สั้น ๆ ก่อนขึ้นรถไฟ
  • 17:30 ขึ้นรถไฟด่วนพิเศษกลับโตเกียว

แพลนนี้ต้องตัดจุดอื่นออกเพื่อไม่ให้ตารางแน่นเกินไป เช่น ไม่รวมสวนฮิสึจิยามะหรือ Muse Park เพราะเวลาส่วนใหญ่ถูกใช้ไปกับนากาโทโระที่อยู่ไกลกว่า

ถ้าเวลาล่าช้า ควรตัดสถานที่ไหนออกก่อน

Must-see (ต้องเก็บให้ได้): ศาลเจ้าชิจิบุและย่านตัวเมือง เพราะอยู่ใกล้กันที่สุดและใช้เวลาน้อยที่สุด

Optional (ตัดออกก่อนถ้าเวลาไม่พอ): สวนฮิสึจิยามะนอกช่วงเทศกาลดอกไม้ (เพราะไม่มีดอกให้ชมก็ไม่ต่างจากสวนทั่วไปมากนัก) และ Chichibu Muse Park (เพราะอยู่ไกลและต้องมีรถ)

Decision Rule: ถ้ารถไฟล่าช้าเกิน 30 นาที หรือฝนตกหนักจนกิจกรรมกลางแจ้งอย่างล่องแม่น้ำทำไม่ได้ ให้ตัดสินใจเปลี่ยนแผนทันทีไปเน้นจุดในร่มอย่างศาลเจ้าและออนเซ็นแทน ดีกว่าฝืนไปตามแผนเดิมจนเสียเวลาทั้งวัน

แพลนเที่ยวชิจิบุ 2 วัน 1 คืน: เที่ยวธรรมชาติและออนเซ็นแบบสบายขึ้น

Day 1: เมืองชิจิบุ + ศาลเจ้า + อาหาร + ออนเซ็น

เช้าออกจาก Ikebukuro ถึงชิจิบุประมาณ 9 โมง เริ่มจากศาลเจ้าชิจิบุ เดินเล่นย่านร้านค้าเก่าแก่ ทานอาหารกลางวันแบบไม่รีบ บ่ายแวะ Chichibu Muse Park หรือเดินเล่นสำรวจเมืองต่อ เย็นเข้าที่พักแล้วแช่ออนเซ็นผ่อนคลายก่อนนอน ไม่ต้องย้อนกลับไปกลับมาเพราะทุกจุดอยู่ในระยะใกล้กัน

Day 2: Mitsumine / Nagatoro เลือกตามสไตล์เที่ยว

สำหรับวันที่ 2 นั้น นักท่องเที่ยวสามารถเลือกได้ว่าจะเที่ยวสไตล์ไหน ซึ่งผมได้ทำตัวเลือกมาให้ 2 ตัวเลือก คือ 

ถ้าชอบศาลเจ้าและบรรยากาศภูเขาศักดิ์สิทธิ์: เช้าวันที่สองนั่งรถบัสขึ้นไปศาลเจ้ามิสึมิเนะแต่เช้า ใช้เวลาทั้งวันสำหรับที่นี่เพราะเดินทางไกล ควรเช็กเวลารถบัสเที่ยวสุดท้ายกลับให้ดี หรือ

ถ้าชอบธรรมชาติและกิจกรรมกลางแจ้ง: เช้าวันที่สองต่อรถไฟไปนากาโทโระ เดินเล่นอิวาดาตามิและล่องแม่น้ำ มีเวลาเหลือมากกว่าแบบ Day Trip เพราะไม่ต้องรีบกลับโตเกียวในวันเดียว

ทั้งสองตัวเลือกไม่จำเป็นต้องทำทั้งคู่ในทริปเดียว เลือกตามความสนใจแล้วเก็บอีกตัวเลือกไว้สำหรับทริปหน้าจะดีกว่า

งบประมาณ 1 คืนควรเตรียมเท่าไร

รายการงบประมาณโดยประมาณ
ค่ารถไฟไป-กลับ (Laview)~5,500 เยน – 6,500
ที่พัก 1 คืน~15,000-25,000 เยน แล้วแต่ระดับ
อาหาร 2 วัน~6,000-10,000 เยน
ค่าเข้าชม/กิจกรรม~3,000-5,000 เยน
ค่าออนเซ็น~1,100-1,380 เยน
ค่ารถบัส/รถไฟท้องถิ่นในพื้นที่~1,500-4,000 เยน

รวมแล้วงบต่อคนสำหรับทริป 2 วัน 1 คืนแบบไม่หรูมาก อยู่ที่ราว 22,000-40,000 เยน ขึ้นอยู่กับระดับที่พักที่เลือก

ชิจิบุเที่ยวเดือนไหนดี? เลือกตามสิ่งที่อยากเห็น

ที่มา https://www.seibu-leisure.co.jp/matsuri/English/index.html 

ฤดูใบไม้ผลิ: พิงค์มอส และช่วงคนเยอะ

เดือนเมษายนถึงต้นพฤษภาคมคือช่วงที่เป็นไฮซีซั่นของชิจิบุ (Chichibu) เพราะว่าเป็นช่วงดอกพิงค์มอสที่สวนฮิสึจิยามะบานสะพรั่ง อากาศเย็นสบายที่อุณภูมิประมาณ 8-17°C เหมาะกับการเดินเที่ยวทั้งวัน แต่ก็เป็นช่วงที่คนแน่นที่สุดเช่นกัน โดยเฉพาะวันหยุดสุดสัปดาห์ในช่วงดอกบานเต็มที่ ถนนรอบสวนมีการควบคุมจราจร แนะนำให้ไปวันธรรมดาถ้าเลือกได้ หรือถ้าต้องไปวันหยุด ควรไปให้ถึงตั้งแต่เช้าตรู่ก่อน 9 โมง

ฤดูร้อน: ธรรมชาติและกิจกรรมกลางแจ้ง

เดือนมิถุนายนถึงสิงหาคม จะมีอุณหภูมิประมาณ 21 – 28°C ซึ่งฤดูร้อนนั้นเหมาะกับการล่องเรือที่นากาโทโระ (Nagatoro)

ฤดูใบไม้ร่วง: ใบไม้เปลี่ยนสีและเทศกาล

กลางเดือนพฤศจิกายนคือช่วงใบไม้เปลี่ยนสีสวยที่สุดในชิจิบุ (Chichibu) ไฮไลท์ของที่นี่คือการไปชมต้นแปะก๊วยที่ใบเปลี่ยนเป็นสีทองอร่าม ที่ Chichibu Muse Park

ฤดูหนาว: Ice Pillars และบรรยากาศออนเซ็น

ธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ อากาศที่นีจะหนาวมาก ไฮไลท์ของการเที่ยวฤดูหนาวคือ การไปชมเสาน้ำแข็ง และการแช่ออนเซ็น

เทศกาลชิจิบุและช่วงคนเยอะ: เที่ยวอย่างไรให้ไม่เสียเวลา

ที่มา https://www.chichibu-jinja.or.jp/saijin/ 

Shibazakura Festival 2026: ช่วงไหนคนเยอะและควรไปอย่างไร

เทศกาลชิบะซากุระปี 2026 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 3 เมษายนถึง 6 พฤษภาคม ที่สวนฮิสึจิยามะ ช่วงที่ดอกบานเต็มที่ที่สุดมักอยู่กลางเดือนเมษายน ซึ่งเป็นช่วงที่คนแน่นที่สุดเช่นกัน โดยเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์และช่วงวันหยุดยาว Golden Week ปลายเดือนเมษายนถึงต้นพฤษภาคมที่คนญี่ปุ่นเองก็ออกเที่ยวกันเยอะ

ช่วงเทศกาลมีมาตรการควบคุมการจราจรรอบสวนอย่างเข้มงวด ที่จอดรถในตัวเมืองมีจำกัดและเต็มเร็ว ทางที่ดีที่สุดคือเดินทางด้วยรถไฟ Seibu มาลงที่สถานี Seibu-Chichibu หรือ Yokoze แล้วเดินเข้าสวนแทนการขับรถเอง และควรไปให้ถึงก่อน 9 โมงเช้าเพื่อเลี่ยงช่วงคนแน่นที่สุดของวัน

Chichibu Night Festival: ต้องเตรียมตัวต่างจากเที่ยวปกติอย่างไร

เทศกาลชิจิบุโยมัตสึริ (秩父夜祭) เป็นหนึ่งในสามเทศกาลรถแห่ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นและได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของยูเนสโก จัดขึ้นทุกปีในวันที่ 2-3 ธันวาคม (คืนก่อนงานหลักและคืนงานหลัก) มีขบวนรถแห่ไม้แกะสลักประดับโคมไฟและการแสดงพลุดอกไม้ไฟตอนค่ำ

เพราะมีคนมาชมงานจำนวนมหาศาลในพื้นที่ตัวเมืองที่ไม่ใหญ่มาก คืนงานหลักจะมีการปิดถนนขนาดใหญ่ในย่านใจกลางเมือง การเดินเท้าก็ถูกจำกัดเส้นทางในบางช่วงเวลา 

ดั้งนั้นแล้วหากนักท่องเที่ยวมาช่วงนี้ แนะนำให้ใช้รถไฟแทนรถยนต์ เพราะรถไฟทุกสายจะเดินรถพิเศษถึงประมาณเที่ยงคืนเพื่อรองรับคนกลับ 

แต่หากนักท่องเที่ยวต้องมาเที่ยวแบบหาความสงบ แนะนำให้หลีกเลี่ยงช่วงวันที่ 2-3 ธันวาคม

วันหยุดและช่วงพีค: ปรับเวลาเที่ยวอย่างไร

นอกจากสองเทศกาลใหญ่ข้างต้น ช่วงวันหยุดยาวทั่วไปอย่าง Golden Week และช่วงใบไม้เปลี่ยนสีกลางเดือนพฤศจิกายนก็เป็นช่วงที่คนเยอะกว่าปกติ วิธีรับมือคือเลือกออกเดินทางจากโตเกียวด้วยรถไฟเที่ยวแรก ๆ ของวัน จัดลำดับให้ไปจุดที่คนแน่นที่สุด (เช่นศาลเจ้าหลักหรือสวนดอกไม้) เป็นจุดแรกของวันก่อนคนอื่นมาถึง แล้วค่อยไปจุดที่คนน้อยกว่าในช่วงบ่าย เป็นการหลบช่วงเวลาที่หนาแน่นที่สุดโดยไม่ต้องเปลี่ยนแผนทั้งหมด

ค่าใช้จ่ายเที่ยวชิจิบุ: คำนวณงบจริงก่อนออกเดินทาง

ที่มา https://www.seiburailway.jp/en/sightseeing/chichibu_nagatoro/

ค่าเดินทาง Tokyo ↔ Chichibu

วิธีเดินทางราคาไป-กลับต่อคน
รถไฟด่วนพิเศษ Laviewราว 4,000 เยน
รถไฟธรรมดา (เปลี่ยนขบวนที่ Hanno)ราว 1,600 เยน
SEIBU 1-Day Pass + Nagatoro2,.000 เยน (รวมรถไฟท้องถิ่นไปนากาโทโระด้วย ไม่รวมรถด่วนพิเศษ)

ค่า Pass / ค่าเข้าชม / ค่ากิจกรรม

รายการราคาโดยประมาณ
ค่าเข้าสวนฮิสึจิยามะช่วงเทศกาลชิบะซากุระ500 เยน
ค่าล่องแม่น้ำนากาโทโระ (คอร์สสั้น)2,000 – 2,200 เยน
ค่าตั๋วที่นั่ง SL Paleo Express1,000-1,100 เยน (บวกค่าโดยสารรถไฟปกติของเส้นทาง)
ค่าเข้า Matsuri no Yu1,100 เยนวันธรรมดา / 1,380 เยนวันหยุด
ค่ากิจกรรม Forest Adventureราวหลักพันเยนต่อรอบ ขึ้นอยู่กับคอร์ส

ยังไม่รวมค่ารถบัสไปมิสึมิเนะ (ราว 950-1,100 เยนต่อเที่ยว) ค่าเข้าวัด/ศาลเจ้าอื่น ๆ และค่าของฝาก ซึ่งควรเผื่องบเพิ่มไว้อีกส่วนหนึ่ง

งบเที่ยว 1 วัน: ประหยัด / กลาง / สบาย

ระดับงบรวมทุกอย่างต่อวัน (รวมรถไฟไป-กลับ)
ประหยัด~6,000-8,000 เยน
กลาง~9,000-13,000 เยน
สบาย~16,000 เยนขึ้นไป

อาหารและของกินชิจิบุ: กินอะไรระหว่างเส้นทาง

ที่มา https://www.seibu-leisure.co.jp/matsuri/English/index.html

ถ้าค้นหา ร้านอาหารชิจิบุ วาราจิคัตสึด้ง จะเจอร้านดั้งเดิมกระจายอยู่ในย่านตัวเมืองใกล้สถานีหลายร้าน แต่ละร้านมีสูตรซอสและความหนาของหมูทอดต่างกันเล็กน้อย ลองเทียบชิมได้ถ้ามีเวลาแวะมากกว่าหนึ่งมื้อ

อาหารท้องถิ่นที่ควรลอง

วาราจิคัตสึด้ง (わらじカツ丼) คือเมนูที่เป็นสัญลักษณ์ของเมืองชิจิบุ (Chichibu) เมนูหมูทอดชิ้นใหญ่จนดูคล้ายรองเท้าฟาง (วาราจิ) วางทับข้าวราดซอสสไตล์ท้องถิ่น ต่างจากคัตสึด้งทั่วไปที่ราดไข่ เพราะที่นี่ราดซอสรสหวานเค็มแทน

หมูมิโซะด้ง (豚みそ丼) เนื้อหมูหมักมิโซะแล้วย่างบนเตาถ่านจนหอม เสริฟพร้อมข้าวสวยร้อน ๆ เหมาะเป็นมื้อกลางวันในวันที่อากาศหนาว เพราะเมนูนี้มีที่มาจากการถนอมอาหารในช่วงฤดูหนาวนั่นเอง

มิโซะโปเตโต้ (みそポテト) ของกินเล่นขึ้นชื่อ มันฝรั่งทอดราดซอสมิโซะหวานเค็ม ที่นำมันฝรั่งต้มไปชุบแป้งทอด หากินได้ตามร้านข้างทางในย่านตัวเมือง เหมาะกินเล่นระหว่างเดินเที่ยว

โซบะชิจิบุ พื้นที่ภูเขาแบบชิจิบุเหมาะกับการปลูกบัควีท จึงมีร้านโซบะทำสดขึ้นชื่ออยู่หลายร้าน เนื้อเส้นเหนียวนุ่มกว่าโซบะสำเร็จรูปทั่วไปอย่างชัดเจน

ร้านอาหารใกล้สถานีและจุดเที่ยว

ย่านรอบสถานี Seibu-Chichibu และ Ohanabatake มีร้านอาหารกระจุกตัวหนาแน่นที่สุด ทั้งร้านวาราจิคัตสึด้งดั้งเดิม ร้านโซบะ และร้านของหวานสไตล์ญี่ปุ่นโบราณ ควรเผื่อร้านสำรองไว้เสมอ เพราะร้านดังบางร้านมักมีคิวยาวช่วงเที่ยงวันหยุดสุดสัปดาห์หรือช่วงเทศกาล

ซึ่งหากคิดอะไรไม่ออก แนะนำให้ไปทานอาหารที่ Matsuri No Yu

ส่วนโซนนากาโทโระจะมีร้านอาหารและร้านขายของกินเล่นกระจุกตัวอยู่แถวสถานีนากาโทโระและริมทางเดินไปอิวาดาตามิ เหมาะกับการแวะทานหลังเดินเล่นหรือล่องแม่น้ำเสร็จ

“ถ้าอยากได้รสชาติที่รู้สึกว่า “มาถึงชิจิบุแล้วจริง ๆ” ลองเลือกอาหารท้องถิ่นแทนร้านเชนหรือเมนูที่หากินได้ทั่วไป เพราะอาหารของเมืองนี้เป็นอีกวิธีที่ช่วยทำความรู้จักชิจิบุผ่านวัฒนธรรมการกินได้ดี”

ที่พักชิจิบุ: พักตรงไหนให้เหมาะกับแผน

ที่มา https://www.seibu-leisure.co.jp/matsuri/English/index.html

สำหรับคนที่ค้นหา ที่พักชิจิบุ ออนเซ็น ไม่จำเป็นต้องรอไปถึงคืนสุดท้ายเสมอไป เพราะที่พักหลายแห่งทั้งในย่านสถานีและย่านธรรมชาติมีบ่อออนเซ็นในตัวให้แช่ได้ตั้งแต่คืนแรกของทริป

พักในเมือง Chichibu

เหมาะกับคนที่อยากมีร้านอาหารและบรรยากาศเมืองใกล้มือช่วงเย็น เพราะอยู่ใกล้ย่านร้านค้าเก่าแก่และศาลเจ้าชิจิบุ เดินเที่ยวตอนกลางคืนได้สบาย โดยเฉพาะช่วงมีเทศกาลที่อยากอยู่ใกล้บรรยากาศงาน โดยเฉพาะการพักใกล้สถานีรถไฟ Seibu-Chichibu จะสะดวกมากๆ เพราะสามารถเดินทางไปสถานีได้โดยงาน และจะมีความคล่องตัว และอยู่ใกล้กับแหล่งแำนวยความสะดวกอย่าง Matsuri No Yu

พักใกล้ธรรมชาติหรือออนเซ็น

ข้อดีของการพักใกล้ธรรมชาติคือ นักท่องเที่ยวจะได้ซึบซัมบรรยากาศแบบเต็มเปี่ยม และเหมาะสำหรับผู้ที่ไม่เร่งรีบ 

“ถ้าเลือกพักค้างคืน อย่ามองที่พักแค่เรื่องราคาและระยะจากสถานี ลองดูบรรยากาศรอบ ๆ ด้วย เพราะเสน่ห์ของชิจิบุหลังพระอาทิตย์ตกคือความเงียบและความเป็นเมืองเล็ก ซึ่งต่างจากการกลับไปนอนในโตเกียวอย่างชัดเจน”

เช็กข้อมูลล่าสุดก่อนเที่ยวชิจิบุปี 2026

กิจกรรมที่ต้องจองล่วงหน้า เช่น SL Paleo Express

SL Paleo Express เป็นกิจกรรมที่มีระบบจองและที่นั่งจำกัดชัดเจนที่สุดในทริปนี้ เปิดจองล่วงหน้าได้ตั้งแต่ 1 เดือนก่อนวันเดินทาง และวิ่งเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์-วันหยุดนักขัตฤกษ์เป็นหลักตลอดปี 2026 (20 มีนาคม-6 ธันวาคม) โดยจะต้องจองผ่านระบบออนไลน์

เพราะฉะนั้น หากนักท่องเที่ยวมีแพลนจะนั่งรถไฟขบวนนี้ ต้องอย่าลืมจองโดยเด็ดขาด

ช่วงที่มี Traffic Control หรือมาตรการพิเศษ

ช่วงที่มีการควบคุมการจราจรพิเศษในชิจิบุคือช่วงเทศกาลชิบะซากุระ (ต้นเมษายนถึงต้นพฤษภาคม) รอบสวนฮิสึจิยามะ และช่วงเทศกาลชิจิบุโยมัตสึริ (2-3 ธันวาคม) ในตัวเมือง ทั้งสองช่วงนี้แนะนำให้ใช้รถไฟแทนรถยนต์อย่างเด็ดขาด เพราะที่จอดรถมีจำกัดและถนนบางช่วงปิดสนิท

Checklist 1 สัปดาห์ก่อนเดินทาง

  • เช็กตารางรถไฟด่วนพิเศษ Laview และจองที่นั่งล่วงหน้าถ้าเดินทางช่วงสุดสัปดาห์หรือเทศกาล
  • เช็กว่าตรงกับช่วงเทศกาลชิบะซากุระหรือชิจิบุโยมัตสึริหรือไม่ เพื่อวางแผนเรื่องการเดินทางและที่พักล่วงหน้า
  • จองตั๋ว SL Paleo Express และกิจกรรม Forest Adventure ล่วงหน้าถ้าตั้งใจจะเข้าร่วม
  • เช็กพยากรณ์อากาศ โดยเฉพาะฤดูหนาวที่ถนนบางช่วงอาจมีน้ำแข็งเกาะ
  • เช็กราคาค่าเข้าชมล่าสุดจากเว็บไซต์ทางการ เพราะราคาปรับเปลี่ยนได้ตามฤดูกาลและงานพิเศษ
  • เตรียมเสื้อผ้าตามฤดูกาลและรองเท้าที่เดินสบาย เพราะเส้นทางเที่ยวส่วนใหญ่ต้องเดินต่อเนื่อง

สรุป

ที่มา https://www.seiburailway.jp/railway/reservedtrain/laview/

เมืองชิจิบุ (Chichibu) นั้น เป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีครบเครื่องสำหรับสถานที่ท่องเที่ยว ไม่ว่าจะสายธรรมชาติ สายออนเซ็น สายศิลปะวัฒนธรรม เมืองนี้มีครบหมด และแสดงให้เป็นว่าเมืองชิจิบุ (Chichibu) นั้น ไม่ได้เป็นเพียงเมืองทางผ่าน แต่เป็นเมืองที่เป็นจุดหมายปลายทาง สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเที่ยวเมืองที่ไม่ไกลจะโตเกียว ที่สามารถเที่ยวแบบ เช้าไปเย็นกลับได้ หรือจะค้างซักคืนก็ได้ ดังนั้นแล้ว เมืองชิจิบุ (Chichibu) เป็นอีกนึงเมืองที่ต้องไปให้ได้ซักครั้งในชีวิต

Contents Index
  1. 1 รู้จักชิจิบุ (Chichibu) ก่อนวางแผนเที่ยว
    1. 1.1 ชิจิบุอยู่ที่ไหน และเหมาะกับการเที่ยวแบบไหน
    2. 1.2 เที่ยวชิจิบุ 1 วันพอไหม หรือควรค้างคืน
    3. 1.3 ชิจิบุแบ่งเป็นโซนไหน และแต่ละโซนมีอะไร
  2. 2 วิธีเดินทางจากโตเกียวไปชิจิบุ พร้อมเลือกวิธีที่คุ้มที่สุด
    1. 2.1 จาก Ikebukuro ไปชิจิบุด้วย Seibu Railway
    2. 2.2 Limited Express: จ่ายเพิ่มเพื่อแลกกับเวลาและความสบายคุ้มไหม
    3. 2.3 ไปชิจิบุด้วยรถยนต์ได้ไหม และเหมาะกับใคร
  3. 3 การเดินทางภายในชิจิบุ: จัดเส้นทางอย่างไรไม่ให้เสียเวลา
    1. 3.1 Seibu-Chichibu Station, Chichibu Station และ Ohanabatake ต่างกันอย่างไร
    2. 3.2 รถไฟ Chichibu Railway ใช้เชื่อม Chichibu กับ Nagatoro อย่างไร
    3. 3.3 รถบัส แท็กซี่ จักรยาน และรถเช่า เลือกแบบไหนดี
    4. 3.4 ตั๋วและ Pass ของ Seibu แบบไหนคุ้มกับแพลน
  4. 4 10 ที่เที่ยวชิจิบุ (Chichibu) ที่ไม่ควรพลาด พร้อมวิธีจัดลำดับ
    1. 4.1 ศาลเจ้าชิจิบุ (Chichibu Shrine)
    2. 4.2 ศาลเจ้ามิทสึมิเนะ (Mitsumine Shrine)
    3. 4.3 สวนฮิทสึจิยามะ (Hitsujiyama Park)
    4. 4.4 หุบเขานากาโทโระและอิวะดะทะมิ (Nagatoro Gorge และ Iwadatami)
    5. 4.5 SL Paleo Express
    6. 4.6 Matsuri no Yu
    7. 4.7 Chichibu Muse Park
    8. 4.8 Forest Adventure Chichibu
    9. 4.9 Chichibu 34 Kannon Pilgrimage
    10. 4.10 Mitsuchi Ice Pillars
  5. 5 แพลนเที่ยวชิจิบุ 1 วันจากโตเกียว: เก็บไฮไลต์แบบไม่วิ่งจนเหนื่อย
    1. 5.1 แพลน A: Hitsujiyama Park – เดินชิลที่ถนน Bamba – ศาลเจ้า Chichibu และจบด้วย Matsuri No Yu
    2. 5.2 แพลน B: Chichibu + Nagatoro สำหรับสายธรรมชาติ
    3. 5.3 ถ้าเวลาล่าช้า ควรตัดสถานที่ไหนออกก่อน
  6. 6 แพลนเที่ยวชิจิบุ 2 วัน 1 คืน: เที่ยวธรรมชาติและออนเซ็นแบบสบายขึ้น
    1. 6.1 งบประมาณ 1 คืนควรเตรียมเท่าไร
  7. 7 ชิจิบุเที่ยวเดือนไหนดี? เลือกตามสิ่งที่อยากเห็น
  8. 8 เทศกาลชิจิบุและช่วงคนเยอะ: เที่ยวอย่างไรให้ไม่เสียเวลา
    1. 8.1 Shibazakura Festival 2026: ช่วงไหนคนเยอะและควรไปอย่างไร
    2. 8.2 Chichibu Night Festival: ต้องเตรียมตัวต่างจากเที่ยวปกติอย่างไร
    3. 8.3 วันหยุดและช่วงพีค: ปรับเวลาเที่ยวอย่างไร
  9. 9 ค่าใช้จ่ายเที่ยวชิจิบุ: คำนวณงบจริงก่อนออกเดินทาง
    1. 9.1 ค่าเดินทาง Tokyo ↔ Chichibu
    2. 9.2 ค่า Pass / ค่าเข้าชม / ค่ากิจกรรม
    3. 9.3 งบเที่ยว 1 วัน: ประหยัด / กลาง / สบาย
  10. 10 อาหารและของกินชิจิบุ: กินอะไรระหว่างเส้นทาง
    1. 10.1 อาหารท้องถิ่นที่ควรลอง
    2. 10.2 ร้านอาหารใกล้สถานีและจุดเที่ยว
  11. 11 ที่พักชิจิบุ: พักตรงไหนให้เหมาะกับแผน
    1. 11.1 พักในเมือง Chichibu
    2. 11.2 พักใกล้ธรรมชาติหรือออนเซ็น
  12. 12 เช็กข้อมูลล่าสุดก่อนเที่ยวชิจิบุปี 2026
    1. 12.1 กิจกรรมที่ต้องจองล่วงหน้า เช่น SL Paleo Express
    2. 12.2 ช่วงที่มี Traffic Control หรือมาตรการพิเศษ
    3. 12.3 Checklist 1 สัปดาห์ก่อนเดินทาง
  13. 13 สรุป
Kitslaughter666

Blogger : Kitslaughter666

กูรูผู้เชี่ยวชาญการเดินทางท่องเที่ยวญี่ปุ่น โดยเฉพาะในภูมิภาค ชูโกกุ (Chugoku) มีความหลงใหลในประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง กิดมักจะพาผู้อ่านไปสัมผัสญี่ปุ่นในมุมที่แตกต่างผ่านสถานที่ Unseen ที่ยังไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลาย ตั้งแต่ความสงบของปราสาทโบราณ ไปจนถึงความตื่นตาตื่นใจในสวนสัตว์ อควาเรียม และสวนงู

โหวต

| Polls
โหวต | Polls
  • คุณอยากไปทัวร์ 1 วันแบบไหนมากที่สุดในญี่ปุ่น?

    View Results

    Loading ... Loading ...

สถานที่เที่ยว

| Feature

กรณีฉุกเฉิน

| Emergency
  • Police

    110

  • Ambulance

    119

  • AMDA International Medical Information Center

    03-6233-9266

  • สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว

    090-4435-7812

  • สถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซาก้า

    090-1895-0987

  • สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฟุกุโอกะ

    090-2585-3027 หรือ 090-9572-1515