ภาษีศุลกากรขาเข้า ญี่ปุ่น แบบไหนต้องจ่าย เข้าช่องไหนดี สายหิ้วต้องรู้!

19/07/2019 (อัพเดทเมื่อ 15/06/2021)
สายช้อป สายหิ้ว อ่านด่วน! ภาษีศุลกากรขาเข้า ญี่ปุ่น คนไปเที่ยวญี่ปุ่นต้องรู้ ของแบบไหนต้องเสียภาษี ซื้อเท่าไหร่ถึงจะไม่โดน ต้องเสียเยอะหรือเปล่า เข้าช่องเขียวหรือช่องแดงดีกว่ากัน เรามีคำตอบ พร้อมข้อมูลน่ารู้ที่สายหิ้วต้องแชร์!

Cr: shutterstock.com

ประเด็นร้อนตอนนี้คงหนีไม่พ้นมาตรการที่กรมศุลกากรจะเพิ่มเครื่องแสกนเพื่อตรวจสอบให้ขึ้นตอนการนำของเข้าประเทศรัดกุมมากขึ้น เพื่อนๆ ที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นอาจกังวลใจ ว่าต้องเสียภาษีไหม เดินเข้าช่องไหนดี วันนี้เราได้รวบรวมข้อมูลน่ารู้เกี่ยวกับ ภาษีศุลกากรขาเข้า มาฝากกัน

สินค้าราคาไม่เกิน 20,000 อาจต้องเสียภาษีจริงหรือ

Cr: customsdepartment.thai

เร็วๆ นี้ มีข่าวว่ามีคนที่โดนเก็บภาษีทั้งที่ซื้อของมูลค่าไม่ถึง 20,000 จึงอาจมีความกังวลว่าจะโดนเก็บภาษี แต่ในความจริงการที่หลายคนโดนเก็บภาษีทั้งที่สินค้ามูลค่าไม่ถึง อาจเป็นเพราะเจตนาส่อถึงการนำมาขาย หรือใช้ในเชิงพาณิชย์ เช่น ของแบบเดียวกัน จำนวนมากๆ เช่น โฟมล้างหน้าแบบเดียวกันหนึ่งโหล และมีของอีกหลายอย่าง อย่างละหลายชิ้น เมื่อเจ้าหน้าที่สุ่มเปิดกระเป๋าก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ อย่างไรก็ดีส่วนมากคนที่ซื้อของมาใช้เอง มักจะไม่โดนเก็บภาษีแต่อย่างใด

เข้าช่องเขียวหรือช่องแดง

Cr: shutterstock.com

หากคุณเลือกเข้าช่องเขียว หรือ ช่องไม่มีสิ่งของต้องสำแดง (Nothing to declare) นั่นหมายความว่าต้องมั่นใจว่าตนเองไม่มีของเสียภาษี ไม่มีของต้องห้าม หรือของต้องกำกัด (กำกัด มีความหมายว่า จำกัดให้แคบเข้า cr.สำนักงานราชบัณฑิตยสภา) ให้เดินผ่านช่องตรวจเขียว

รายละเอียดเพิ่มเติมของต้องห้ามและ ของต้องกำกัด

ของที่ได้รับยกเว้นอากร

  • ของใช้ส่วนตัวที่มีปริมาณพอสมควรสำหรับใช้ส่วนตัวและมีมูลค่ารวมทั้งหมดไม่เกิน 20,000.- บาท ซึ่ง มิใช่ ของต้องห้าม ต้องกำกัด หรือเสบียงอาหาร
  • บุหรี่ไม่เกิน 200 มวนหรือยาสูบไม่เกิน 250 กรัมหรือน้ำหนักรวมทั้งหมดทุกประเภทไม่เกิน 250 กรัม.
  • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ปริมาตรไม่เกิน 1 ลิตร
  • หมายเหตุ : การนำบุหรี่ ยาสูบ หรือ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เกินปริมาณที่กำหนด โปรดหย่อนใส่กล่องที่กรมศุลกากรจัดไว้เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกดำเนินคดี

    ซึ่งการเดินเข้าช่องเขียว อาจมีการสุ่มตรวจกระเป๋า เรียกว่าระบบบริหารความเสี่ยง (Risk Management) หากเจ้าหน้าตรวจพบว่ามีของเกินกำหนด วินิจฉัยว่ามีเกณฑ์ต้องเสียภาษีที่ช่องนี้ การต่อรองต่างๆ จะน้อยกว่าการเดินเข้าช่องแดง ดังนั้นหากรู้ตัวว่าอยู่ในเกณฑ์ต้องสำแดง การเดินเข้าช่องแดงอาจเหมาะกว่า นั่นรวมถึงคนที่ต้องการหิ้วของมาขายด้วย

    เข้าช่องแดง เสียภาษีเยอะไหม

    Cr: customs.go.th

    หากของที่นำเข้ามามีมูลค่าเกิน 20,000 บาทหรือเป็นของที่มีลักษณะเชิงพาณิชย์แม้จะมีมูลค่าไม่เกิน 20,000 บาท ของดังกล่าวนับเป็นของต้องเสียภาษีอากร ควรเข้าไปที่ช่องตรวจมีของต้องสำแดง (ช่องแดง) และหากของนั้นเป็นของต้องกำกัด ของนั้นต้องได้รับอนุญาตให้นำเข้าจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน

    รายละเอียดเพิ่มเติมของต้องห้ามและ ของต้องกำกัด

    โดยของต้องกำกัดที่คนไทยมักซื้อติดตัวมา คือ อาหาร ยา เครื่องสำอาง และอาหารเสริม ซึ่งแม้ว่าราคาไม่ถึงแต่หากตรวจเจอว่ามีจำนวนมาก หรือฉลากไม่แน่ชัด อาจต้องจ่ายภาษี ได้

    อัตราภาษีอากรนำเข้า

  • กระเป๋า 20%
  • นาฬิกา 5%
  • เครื่องสำอาง 30%
  • เข็มขัด 30%
  • การคำนวนต้องนำเอาภาษี รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% โดยมีวิธีการคำนวณคือ
    ราคาสินค้า x อัตราภาษีขาเข้า = อากรขาเข้า
    (ราคาสินค้า + อากรขาเข้า) x อัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% = ภาษีมูลค่าเพิ่ม
    ค่าภาษีทั้งหมดที่ต้องชำระ= อากรขาเข้า + ภาษีมูลค่าเพิ่ม

    อย่าลืมเก็บใบเสร็จไว้ให้ดี เพื่อการประเมินที่ถูกต้อง และอย่าลืมย้ำว่าราคาเป็นเยน อย่าให้เจ้าหน้าที่เผลอคำนวนเป็นเงินบาท ไม่งั้นแพงเกินจริงเลยล่ะ

    สำหรับการที่เราเข้าช่องต้องสำแดง มักต่อรองราคาได้มากกว่าช่องเขียว

    เก็บใบเสร็จไว้ให้ดี

    Cr: shutterstock.com

    ไม่ว่าจะเข้าช่องไหน สิ่งสำคัญคือการเก็บใบเสร็จ หลักฐานการซื้อขายให้ดี รายการสำคัญอาจต้องเขียนกำกับเอาไว้ เมื่อต้องโดนเรียกเก็บภาษีจะได้จ่ายในราคาที่ถูกต้อง เพราะของบางอย่างอย่างดูราคาแพง แต่แท้จริงอาจถูกกว่านั้น หากต้องคิดตามดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่อัตราภาษีอาจสูงเกินไป

    กรณีของที่เรานำออกนอกประเทศที่มีราคา เช่น กล้อง โทรศัพท์มือถือ ถ้าเป็นไปได้ควรถ่ายรูปใบเสร็จหลักฐานการซื้อเอาไว้ เพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่นำไปประเมินราคาร่วม

    สิ่งที่คนฝากซื้อต้องรู้

    Cr: shutterstock.com

    สุดท้ายแล้วสิ่งที่สำคัญของทริป คือการท่องเที่ยวให้สนุก ของที่ซื้อถ้าเป็นของที่เราต้องการจริงๆ แม้ว่าอาจต้องจ่ายภาษี แต่บางครั้งก็อาจคุ้มค่า และหากเจตนาเรานำไปใช้เอง เจ้าหน้าที่มักจะเข้าใจ สำหรับคนที่มีคนฝากซื้อของเยอะๆ อาจจะต้องแจ้งความเสี่ยงเรื่องภาษีกับคนที่ฝาก ว่าราคาอาจต้องคำนวนภาษีไปด้วย กรณีที่โดนเรียกเก็บ ให้ทำความเข้าใจว่าราคาอาจเพิ่มขึ้น

    ข้อสรุป

    พอรู้แบบนี้ การผ่านศุลกากรก็ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด เพราะถ้าไม่ซื้อของมากเกินไปจนเจตนาดูเหมือนจะนำมาขาย อยู่ในราคาที่กำหนด หรือถ้ารู้ตัวว่าอยู่ในเกณฑ์ต้องเสียภาษี เข้าไปสำแดงแต่แรก ภาษีศุลกากรขาเข้า ก็ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด สำหรับใครที่มีคำถามเพิ่มเติม สามารถเข้าไปหาข้อมูลจากกรมศุลกากรได้เลย

    ภาษี ศุลกากร ขาเข้า

    ข้อมูล รายละเอียดเพิ่มเติมจากกรมศุลกากร

    Gashapond

    Blogger : Gashapond

    สาว(ไม่)น้อย ผู้รักใน การถ่ายภาพ ท่องเที่ยว ชิมของอร่อย ซอฟต์ครีม และบ้าเครื่องสำอางชนิดเสพติด ขอทำหน้าที่พาคุณเที่ยว หาโปรเด็ด ให้ทริปญี่ปุ่นของคุณสนุกสบาย ??

    489 Posts

    สถานที่เที่ยว

    | Feature

    กรณีฉุกเฉิน

    | Emergency
    • Police

      110

    • Ambulance

      119

    • AMDA International Medical Information Center

      03-5285-8088

    • สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว

      03-5789-2449

    • สถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซาก้า

      06-6262-9226-7

    • สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฟุกุโอกะ

      092-686-8775

    เว็บไซต์ของเราใช้คุกกี้เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น คลิกเพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้คุ๊กกี้ของเราผ่านทาง นโยบายความเป็นส่วนตัว