Cover Photo Cr : prtimes.jp

รถบัสญี่ปุ่น

BUS 3 Cr: live-less-ordinary.com

สำหรับการเดินทางท่องเที่ยวด้วย รถบัสญี่ปุ่น นั้นไม่ยากอย่างที่คิด โดยเฉพาะการเที่ยวในกรุงโตเกียวนั้นเราสามารถโดยสารรถบัสประจำทางไปถึงจุดหมายได้ใกล้กว่าการเดินทางโดยรถไฟที่ต้องเดินเท้าต่ออีกหลายกิโลเมตร เพราะฉะนั้นถ้าเราวางแผนดี ๆ ว่าจะไปที่ใดเราก็จะสามารถเลือกได้ว่าสถานที่นั้นควรนั่งรถไฟหรือไปด้วยรถบัส

ซึ่งแม้ว่าเส้นทางการเดินรถบัสจะเยอะและซับซ้อนไม่แพ้รถไฟ แต่ถ้าเรารู้จุดหมายและสังเกตเส้นทางเป็น การเดินทางด้วยรถบัสจะเป็นเรื่องที่ง่ายมาก ๆ โดยรูปแบบหลัก ๆ ของรถบัสที่วิ่งให้บริการในโตเกียวจะมีอยู่ 2 แบบ คือ แบบที่ขึ้นรถทางประตูหน้า และขึ้นรถทางประตูหลัง ซึ่งรถบัสส่วนใหญ่ที่วิ่งใน 23 เขตของโตเกียวจะมีราคาค่าโดยสารแบบคงที่หรือรถบัสแบบขึ้นทางประตูหน้าคือ จ่ายเงินตอนขึ้นรถ

วิธีการขึ้นรถบัสญี่ปุ่น

bus 1 Cr: boutiquejapan.com

กำหนดจุดหมายที่เราต้องการเดินทางไปท่องเที่ยว เพื่อให้ทราบว่ามีรถบัสสายใดบ้างที่เราสามารถโดยสารไปถึงจุดหมายได้

bus 2 Cr: mcha-th.com

มองหาป้ายรถบัสที่มีลักษณะคล้ายป้ายรถเมล์บ้านเรา จากนั้นก็ตรวจสอบว่าเป็นป้ายที่รถบัสของเราจะมาจอดใช่หรือไม่

BUS 4 Cr: mcha-th.com

เมื่อมั่นใจว่าใช่ก็เริ่มตรวจสอบตารางเวลาการเดินรถที่จะแบ่งออกเป็นเวลาสำหรับวันธรรมดา วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์โดยตัวเลขด้านหน้าสุดคือเวลาเป็นชั่วโมง ส่วนตัวเลขด้านหลังคือจำนวนนาที โดยส่วนใหญ่รถบัสจะมาถึงป้ายตรงเวลาแต่อาจมีเปลี่ยนแปลงบ้างในชั่วโมงเร่งด่วน

bus 5 Cr: www.letsjapan.markmode.com

การจ่ายค่าโดยสารสามารถทำได้ 2 วิธี คือ การจ่ายเงินสด และจ่ายด้วย IC Card สำหรับการจ่ายด้วยเงินสดนั้นเราควรจะเตรียมเงินเป็นเหรียญไว้เพื่อจ่ายให้พอดี เนื่องจากเครื่องจะไม่มีเงินทอน แต่อาจมีบางคันที่มีบริการเครื่องแลกเหรียญโดยใส่แบงค์ลงไปแล้วเครื่องจะทำการแลกเหรียญให้ (เป็นเหรียญทั้งหมด) แต่เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาสำหรับผู้โดยสารท่านอื่นก็ควรจ่ายให้พอดี ส่วนใครที่ถือบัตร IC Card ก็สามารถแตะบัตรเพื่อชำระเงินได้เลย

bus 6 Cr: www.nankaibus.jp

สำหรับรถบัสที่ขึ้นทางประตูหน้านั้นเราจะต้องจ่ายค่าโดยสารก่อนขึ้นให้เรียบร้อย สำหรับผู้ถือบัตร IC Card สามารถแตะบัตรเพื่อชำระได้เลย ส่วนรถบัสที่ขึ้นทางประตูหลัง เมื่อขึ้นไปแล้วก็รับบัตรเพื่อระบุตำแหน่งจุดที่ขึ้นรถ

เมื่อถึงจุดหมายที่จะลงก็มองที่ป้ายไฟแสดงราคาด้านหน้าของรถบัสแล้วเทียบกับหมายเลขจุดขึ้นรถของเราก็จะได้เป็นราคาค่าโดยสาร สำหรับกรณีที่ไม่มีบัตรให้ดูราคาที่ช่อง “なし (ไม่มีใบระบุจุดขึ้นรถ)” สำหรับผู้ถือบัตร IC Card ก็เพียงแค่แตะบัตรก่อนขึ้นและหลังเพื่อชำระค่าโดยสาร

bus 7 Cr: witness.theguardian.com

เมื่อได้ขึ้นรถบัสแล้วเราก็ต้องปฏิบัติตามกติกามารยาทที่ระบุไว้ด้วยนะ อย่างการเลือกที่นั่งเราก็ควรสังเกตและว่าที่นั่งตรงไหนเป็นที่นั่งสำหรับคนชราและคนพิการเพื่อไม่ให้นั่งผิดที่ ห้ามสูบบุหรี่บนรถบัสโดยเด็ดขาด และไม่ควรใช้โทรศัพท์เสียงดังขณะอยู่บนรถ

รถบัสญี่ปุ่น Cr: moetin-japaninformation.blogspot.com

เมื่อรถบัสเดินทางใกล้ถึงจุดหมายของเราจากเสียงประกาศหรือป้ายไฟที่ระบุอยู่ด้านหน้ารถแล้ว เมื่อเราต้องการจะลงรถก็ให้กดปุ่มจอดรถซึ่งจะอยู่ตามผนังของรถคล้ายกับรถเมล์บ้านเรา เพียงเท่านี้เราก็สามารถเดินทางถึงจุดหมายได้แล้ว แต่หากไม่มั่นใจเราสามารถสอบถามกับคนขับหรือผู้โดยสารบนรถก่อนได้นะ และต้องจำไว้ว่า “ขึ้นประตูหน้าลงประตูหลัง…ขึ้นประตูหลังลงประตูหน้า”

ข้อสรุป

อ่านแล้วรู้สึกว่าการขึ้นรถบัสที่ญี่ปุ่นนั้นมันไม่ยากจริง ๆ ด้วยใช่มั้ยล่ะ ครั้งต่อไปถ้าจะไปญี่ปุ่นลองวางแผนดูก่อนว่าถ้าเดินทางด้วยรถบัสจะสะดวกและไปถึงจุดหมายได้ใกล้กว่ารถไฟมั้ย เพื่อให้เราสามารถประหยัดงบค่าเดินทางไปได้บางส่วน แถมยังได้สัมผัสกับการดำเนินชีวิตของชาวญี่ปุ่นในอีกมุมนึงอีกด้วยน้า

และสำหรับใครที่อยากใช้บัตร IC card เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการจ่ายเงินขึ้นรถบัส มาทำความรู้จักกับ IC card ได้ผ่านบทความนี้เลย

floating-restaurant-1

ถึงเวลาเรียนวิชา IC Card พร้อมสกิลเที่ยวฉลุยทั่วญี่ปุ่น

อยากเที่ยวอย่างฉลุยใช้บัตรใบเดียวไปได้ทั่วญี่ปุ่นแล้วละก็ ขอแนะนำให้รู้จักกับ IC Card บัตรเติมเงินแสนสะดวกสบายที่ใช้ได้ทั้งเที่ยว กิน ช็อป และมีขายหลายภูมิภาคทั่วประเทศญี่ปุ่น