คูปองส่วนลดที่น่าสนใจ
5%
7%
10%
เราจะพาทุกคนไปเจาะลึกวันจัดงาน ความหมายอันลึกซึ้งของโคมประดับ 7 ชนิด แนะนำจุดชมพลุสุดตระการตาในคืนก่อนวันงาน (5 สิงหาคม) รวมถึงวิธีเดินทางสุดสะดวกจากสถานี Sendai แบบเข้าใจง่าย มาตามไปเช็กอินพร้อมกันเลยค่ะ
เทศกาลทานาบาตะ เซนได (Sendai Tanabata Matsuri / 仙台七夕まつり) ถือเป็น 1 ใน 3 เทศกาลยิ่งใหญ่ที่สุดของภูมิภาคโทโฮกุ (Tohoku Big Three Festivals) และได้รับการยอมรับว่าเป็นงานทานาบาตะที่ใหญ่และอลังการที่สุดในญี่ปุ่น โดยมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาชมโคมประดับยักษ์นับล้านคนในทุกๆ ปี
เสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ของที่นี่มีรากฐานมาจาก ดาเตะ มาซามุเนะ (Date Masamune) ไดเมียวผู้ก่อตั้งแคว้นเซนไดในสมัยเอโดะ ซึ่งริเริ่มสนับสนุนให้ชาวเมืองจัดงานฉลองทานาบาตะเพื่อส่งเสริมศิลปะ พัฒนาทักษะฝีมือ และขอพรให้พืชผลอุดมสมบูรณ์ ประเพณีอันทรงคุณค่านี้จึงถูกสืบทอดและพัฒนาอย่างพิถีพิถันมานานกว่า 400 ปี จนกลายเป็นงานเทศกาลระดับตำนานที่ทุ่มทุนสร้างโคมประดับทำมือสุดหรูหราตระการตาทั่วทั้งเมืองอย่างในปัจจุบัน
ถ้าใครเคยไปเที่ยวงานทานาบาตะที่เมืองอื่นมาบ้าง พอมาเจอที่เซนไดรับรองว่าต้องร้องว้าว เพราะโคมประดับพู่ยาว หรือ ฟุกินางาชิ (Fukinagashi) ของที่นี่ไม่ได้มาแบบเล็กๆ แต่มาเป็นโคมยักษ์ขนาดใหญ่ยักษ์ความสูงหลายเมตร ห้อยระย้าลงมาจากต้นไผ่ตามแถบย่านการค้าและถนนคนเดินใจกลางเมือง จนแทบจะเดินแหวกสายพู่กันเลยทีเดียว
งานเทศกาลทานาบาตะ เซนได มีกำหนดการจัดงาน วันเดิมตายตัวเป็นประจำทุกปี คือวันที่ 6–8 สิงหาคม ส่วนไฮไลต์เด็ดอย่างงานแสดงพลุสุดตระการตาจะจัดขึ้นใน คืนก่อนวันงาน คือวันที่ 5 สิงหาคม รวมความสนุกจุใจแบบ 4 วันเต็ม

อุ่นเครื่องความตระการตากันตั้งแต่คืนก่อนวันงาน กับงานแสดงพลุสุดยิ่งใหญ่บริเวณริมแม่น้ำฮิโรเสะ (Hirose River) และใกล้กับสวนอาโอบายามะ (Aobayama Park) พลุนับหมื่นนัดจะถูกจุดขึ้นตระการตาเหนือน่านฟ้าเมืองเซนไดอย่างสวยงามสุดโรแมนติกกลางฤดูร้อน การเดินทางมารอชมพลุควรวางแผนเวลาให้ดีและเผื่อเวลาเดินทางล่วงหน้าเสมอ โดยเวลาการจุดพลุอาจมีการปรับขยับเล็กน้อยตามสภาพอากาศ จึงควรตรวจสอบข้อมูลอัปเดตจากเว็บไซต์ทางการก่อนเดินทาง

ตลอดวันงานหลักทั้ง 3 วัน ย่านถนนคนเดินและแหล่งช้อปปิ้งใจกลางเมืองเซนไดทั้งหมดจะถูกเนรมิตให้กลายเป็นสายน้ำแห่งโคมประดับยักษ์หลากสีสัน คึกคักไปด้วยผู้คนที่มาเดินแหวกพู่กระดาษฟุกินางาชิถ่ายรูปกันเพลินๆ พร้อมซุ้มร้านค้าขายอาหารตามเทศกาล (Yatai) และกิจกรรมการแสดงวัฒนธรรมตลอดเส้นทางช่วงเวลาที่โคมประดับสวยงามที่สุดคือช่วงกลางวันที่มีแสงแดดส่องกระทบกระดาษวาชิหลากสี และช่วงค่ำที่มีการเปิดไฟประดับสวยงาม ทั้งนี้วันสุดท้ายของงานมักจะปิดให้เข้าชมเร็วกว่าปกติเล็กน้อย

・เวลาเปิดให้เข้าชมโคมประดับประมาณ 10:00–21:00 น.
・วันสุดท้ายวันที่ 8 สิงหาคม งานมักจะปิดเร็วกว่าปกติเวลาประมาณ 20:00 น.
・พิกัดจัดงานหลักอยู่ที่ถนนช้อปปิ้ง Chuo-dori และถนน Ichibancho
แม้วันจัดงานหลักจะกำหนดไว้แน่นอนแล้ว แต่เวลาการจุดพลุ จุดรับชม และการปิดจราจรในแต่ละปีอาจมีการปรับเปลี่ยนเล็กน้อย แนะนำให้เช็กข้อมูลอัปเดตล่าสุดจากเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ Sendai Tanabata Matsuri ก่อนเดินทางด้วยนะคะ https://www.sendaitanabata.com/

มาเดินชมงานทานาบาตะถึงที่เซนไดทั้งที ถ้าแค่ถ่ายรูปสวยๆแล้วผ่านไปก็น่าเสียดายแย่ เพราะเครื่องประดับหลากสีสันที่แขวนอยู่บนต้นไผ่ ไม่ได้มีไว้แค่ความสวยงามเท่านั้น แต่คือเครื่องประดับ7อย่าง(Nanatsu-Kazari) ที่แฝงปรัชญา กุศโลบายสอนใจ และคำอธิษฐานอันลึกซึ้งของชาวเมืองเซนไดมาตั้งแต่สมัยเอโดะ ถ้าเข้าใจความหมายแล้ว รับรองว่าจะเดินดูงานสนุกและอินขึ้นอีกเท่าตัวเลยค่ะ

ทันซาคุ (Tanzaku – แผ่นกระดาษเขียนคำอธิษฐาน): สื่อถึง การขัดเกลาคุณธรรม 5 ประการ แผ่นกระดาษ 5 สีตามธาตุโบราณ (ไม้ ไฟ ดิน ทอง น้ำ) เตือนใจให้ฝึกฝนความเมตตา มารยาท ความซื่อสัตย์ ความยุติธรรม และสติปัญญา
ฟุกินางาชิ (Fukinagashi – โคมพู่ยาว): สื่อถึง สายใยแห่งความพยายามและการสืบทอด สายพู่กระดาษเป็นตัวแทนของ “เส้นด้าย” ของเจ้าหญิงโอริฮิเมะ (เทพธิดาแห่งการทอผ้า) อธิษฐานขอความเก่งกาจในงานฝีมือ และการส่งต่อศิลปะจากรุ่นสู่รุ่น

โอริซึรุ (Orizuru – นกกระเรียน): สื่อถึง ความรักและความกตัญญู เพื่อขอพรให้อายุยืนยาว และครอบครัวเป็นสุข
โทอามิ (Toami – แหจับปลา): สื่อถึง การคว้าและเก็บเกี่ยวโอกาสดีๆ โชคลาภเข้ามา
คินจาคุ (Kinchaku – ถุงเงิน): สื่อถึง ความมั่งคั่ง ร่ำรวย สำเร็จในการงานธุรกิจ
คามิโคโรโมะ (Kamikoromo – ชุดกิโมโน): สื่อถึง การเยียวยาและปัดเป่าเคราะห์ร้าย
คุซุคาโกะ (Kuzukago – ถุงขยะตาข่าย): สื่อถึง ความประหยัด การเห็นคุณค่า รักษาความสะอาดทั้งกายและใจ


ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดเด็ดขาดก่อนเริ่มงานทานาบาตะ ในคืนวันที่ 5 สิงหาคม เมืองเซนไดจะสว่างไสวไปด้วย งานเทศกาลพลุทานาบาตะ (Sendai Tanabata Fireworks Festival / 仙台七夕花火祭)งานแสดงพลุสุดยิ่งใหญ่กลางเมืองใหญ่ที่หาชมได้ยากในญี่ปุ่น บอกเลยว่าบรรยากาศโรแมนติกและตระการตามากๆค่ะ
・เวลาจุดพลุโดยประมาณคือ 19:15–20:30 น.
・ระยะเวลาการแสดงพลุยาวนานประมาณ 75 นาที
・จำนวนพลุที่จุดแสดงมีมากกว่า 16,000 นัด
・จุดปล่อยพลุหลักอยู่ริมแม่น้ำฮิโรเสะ (Hirose River) ใกล้สวนอาโอบายามะ (Aobayama Park)

สำหรับใครที่มองหาจุดชมพลุบรรยากาศดี วิวสวย และเดินทางสะดวก แนะนำ 2 พิกัดยอดฮิตนี้เลยค่ะ
・ลานชมวิวตึก AER (ชั้น 31): จุดชมวิวในร่มสุดพรีเมียม เดินจากสถานี Sendai ฝั่งตะวันตกเพียง 2 นาทีเท่านั้น จุดนี้เหมาะมากสำหรับคนไม่อยากติดฝนหรือกลัวร้อน ชมวิวพลุเหนือน่านฟ้าเมืองเซนไดผ่านกระจกใสได้อย่างสบายๆ
・สวนปราสาทเซนได (Sendai Castle Ruins): พิกัดบนเนินเขาที่เห็นวิวเมืองเซนไดแบบพาโนรามา มองเห็นพลุลูกใหญ่จุดสว่างไสวเคียงคู่ไปกับไฟในเมืองสวยๆ ด้านล่างได้ฟีลคลาสสิกโรแมนติกสุดๆ

พอพลุจบปุ๊บ คนนับหมื่นนับแสนจะเริ่มทยอยกลับออกไปพร้อมๆกันทันที เทคนิคคือ อย่าเพิ่งรีบเดินไปสถานีรถไฟทันทีหลังพลุลูกสุดท้ายดับลง แนะนำให้นั่งชิลรออยู่ที่จุดชมวิวเดิม หรือหาซุ้มร้านค้าเดินเล่นกินของอร่อยๆรอต่ออีกสัก 30 นาที – 1 ชั่วโมง เพื่อให้ฝูงชนระลอกแรกซาลงก่อน แล้วค่อยออกเดินทางกลับ จะเดินสบายและไม่ต้องไปแออัดที่สถานีรถไฟด้วยค่ะ
สำหรับคนที่อยากไปจับจองพื้นที่นั่งชมพลุริมแม่น้ำฮิโรเสะแบบใกล้ชิด แนะนำว่าต้องไปถึงหน้างานล่วงหน้าอย่างน้อย 2–3 ชั่วโมงนะคะ เพราะพื้นที่ฟรีฝั่งริมแม่น้ำเต็มไวมากๆ ค่ะ อีกอย่างคนท้องถิ่นเองมักจะเริ่มไปจับจองพื้นที่กันตั้งแต่ช่วงบ่ายๆ โดยนำเสื่อปิคนิคมาปูและวางของจองที่ไว้ค่ะ
ใครที่อยากได้มุมดีๆ แนะนำให้เตรียมเสื่อปิคนิคไว้และวางแผนไปล่วงหน้าแต่เนิ่นๆนะคะ งานนี้ใครไวและพร้อมก่อนก็ได้ที่นั่งดูพลุสุดปังไปครอบครองแน่นอนค่ะ แต่อย่าลืมช่วยกันรักษาความสะอาด ทิ้งขยะให้เป็นที่ และปฏิบัติตามกฎของงานด้วยนะคะ

จุดชมโคมประดับทานาบาตะที่หรูหรา อลังการ และหนาแน่นที่สุดในเมือง คือย่านถนนการค้าซันมอลล์ อิจิบันโจ (Sun Mall Ichibancho Shopping Street)ถนนช้อปปิ้งบริเวณใจกลางเมืองนั่นเอง
วิธีเดินทาง: จาก สถานี Sendai (ทางออกฝั่งตะวันตก – West Exit) เดินเชื่อมตรงออกมาตามทางเดินลอยฟ้า เพียง 3–5 นาที ก็จะเข้าสู่จุดเริ่มต้นของ ถนนชูโอโดริ (Chuo-dori) ได้ทันที ไม่ต้องต่อรถไฟหรือรถบัส
เส้นทางเดินชม: ให้เริ่มเดินจาก ถนนชูโอโดริ (ประกอบด้วยโซน Clis Road และ Vlandome) ซึ่งประดับโคมยักษ์อลังการเต็มพื้นที่ จากนั้นเดินเชื่อมต่อไปยัง ถนนอิจิบันโจ (Ichibancho) เพื่อชมโคมประดับสวยๆ ต่อได้ยาวๆ ตลอดทั้งเส้น

ถ้าอยากสัมผัสบรรยากาศทานาบาตะสไตล์เรียบง่ายและอบอุ่น ได้ฟีลวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวเมือง ลองแวะไปเดินเล่นแถบ ย่านตลาดท้องถิ่นและย่านชุมชนรอบๆ สถานี ดูนะคะ ที่นี่ร้านค้าเล็กๆ และชาวบ้านจะช่วยกันทำโคมประดับทำมือขนาดกะทัดรัด แขวนไว้หน้าร้านอย่างน่ารัก
แม้จะไม่ใหญ่โตหรูหราเท่าโคมยักษ์ในโซนงานหลัก แต่เสน่ห์ของโคมสไตล์ดั้งเดิมเหล่านี้คือความประณีต คลาสสิก และสะท้อนจิตวิญญาณงานเทศกาลยุคเก่าของเซนไดได้อย่างน่าประทับใจสุดๆ


สำหรับใครที่เดินทางมาจากโตเกียว การนั่งรถไฟความเร็วสูงอย่างชินคันเซ็นถือเป็นตัวเลือกที่สะดวกสุดๆ เพราะนั่งตรงยาวมาลงถึงใจกลางเมืองเซนไดได้เลย
การเดินทาง: นั่งรถไฟชินคันเซ็น Tohoku Shinkansen (ขบวน Hayabusa หรือ Yamabiko) จากสถานี Tokyo หรือสถานี Ueno ตรงยาวมาลงที่สถานี Sendai โดยไม่ต้องเปลี่ยนขบวน
ระยะเวลาเดินทาง: ใช้เวลาประมาณ1.5 – 2 ชั่วโมง (ขบวน Hayabusa วิ่งเร็วที่สุดประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที)
ความคุ้มค่าเรื่องตั๋ว: สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ แนะนำให้ใช้ตั๋ว JR EAST PASS (Tohoku area) แม้ราคาตั๋วชินคันเซ็นปกติจะค่อนข้างสูง แต่ถ้ามีพาสนี้จะคุ้มค่ามากๆ เพราะครอบคลุมทั้งค่านั่งชินคันเซ็นขาไป-กลับจากโตเกียว
และยังใช้นั่งรถไฟ JR เดินทางท่องเที่ยวข้ามจังหวัดในภูมิภาคโทโฮกุได้แบบไม่จำกัดจำนวนครั้งตามระยะเวลาของพาส โดยไม่ต้องจ่ายค่ารถไฟเพิ่มด้วย (หมายเหตุ: เมืองเซนไดมีสนามบิน Sendai Airport (SDJ) รองรับด้วยเช่นกัน เหมาะเป็นอีกทางเลือกสำหรับคนที่สะดวกที่จะเดินทางด้วยเที่ยวบินภายในประเทศ)

พอเดินทางมาถึงสถานี Sendai แล้ว การไปยังจุดชมโคมประดับและจุดชมพลุก็ง่ายมากๆ ดังนี้ค่ะ
・จุดชมโคมประดับ (ย่านช้อปปิ้งหลัก): เดินถึงได้ทันที เพียงเดินออกจากสถานี Sendai ทางออกฝั่งตะวันตก (West Exit) เลี้ยวเข้าถนน Chuo-dori เดินต่อเพียง 3–5 นาทีก็เข้าสู่โซนโคมประดับยักษ์แล้ว ไม่ต้องต่อรถไฟใดๆ ทั้งสิ้น
・จุดชมพลุทานาบาตะ (วันที่ 5 ส.ค.): แนะนำให้นั่งรถไฟใต้ดิน Sendai City Subway จากสถานี Sendai เพื่อเดินทางไปยังจุดชมพลุริมแม่น้ำและสวนสาธารณะ
สาย Tozai Line (สีส้ม): นั่งไปลงที่ สถานี Omachi Nishi-koen (T05) ออกทางออกที่ 1 เดินสั้นๆ ถึงสวนนิชิโคเอน (Nishi-koen Park) ริมแม่น้ำฮิโรเสะ จุดชมพลุยอดฮิตได้ทันที
สาย Namboku Line (สีเขียว): นั่งไปลงที่ สถานี Kotodai-Koen (N08) เพื่อเดินชมบรรยากาศซุ้มร้านค้า (Yatai) และจุดจัดกิจกรรมการแสดงรอบๆ สวนโคโตไดค่ะ

ช่วงเทศกาลทานาบาตะ จะจัดตอนต้นเดือนสิงหาคมของทุกปีเสมอ ซึ่งจะตรงกับฤดูร้อนของญี่ปุ่นแบบเต็มๆ แม้ว่าเมืองเซนไดจะตั้งอยู่ทางภาคเหนือ (โทโฮคุ) และมีสายลมจากทะเลช่วยบรรเทาความร้อนได้บ้าง แต่สภาพอากาศโดยรวมจะ ร้อนชื้น ไม่แพ้เมืองอื่นเลยค่ะ อุณหภูมิเฉลี่ย: อยู่ที่ประมาณ 28°C – 33°C ในช่วงกลางวัน ส่วนช่วงค่ำจะดรอปลงมาอยู่ที่ประมาณ 22°C – 25°C
Item สู้ความร้อนที่ควรพกติดตัว:
ร่มกันแดด/กันฝน: ช่วยกันแสงแดดเปรี้ยงช่วงกลางวัน และรับมือกับฝนตกกะทันหันในฤดูร้อน
พัดลมพกพา / ผ้าเย็น: พกไว้ดับร้อนขณะเดินชมงานกลางแจ้ง
น้ำดื่ม / เครื่องดื่มเกลือแร่: จิบน้ำบ่อยๆ เพื่อป้องกันโรคลมแดด (Heatstroke)
รองเท้าผ้าใบสวมสบาย: เพราะต้องเดินแหวกพู่กระดาษชมโคมประดับยาวตลอดหลายกิโล

นอกจากโคมประดับยักษ์สวยๆแล้ว อีกหนึ่งไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้คือการเดินกินของอร่อยจากซุ้มร้านค้า (Yatai) และร้านค้าตามย่านแหล่งช๊อปปิ้งหลัก

เฮียวตังอาเงะ (Hyotan-Age): ลูกชิ้นปลาคามาโบโกะชุบแป้งโดนัททอดกรอบเสียบไม้ ราดซอสมะเขือเทศ เมนูซิกเนเจอร์สุดฮิตของเซนได (ราคาประมาณ 400 เยน)

ลิ้นวัวย่าง (Gyutan Kushi): ลิ้นวัวนุ่มๆเด้งๆกรึบๆของดีประจำเมืองเซนไดนำมาย่างเตาถ่านหอมๆเสียบไม้พร้อมทาน แนะนำเลยว่าต้องลอง (ราคาประมาณ 800–1,200 เยน)

ของหวานรสซุนดะ (Zunda Sweets): ถั่วแระญี่ปุ่นบดรสหวานกลมกล่อม ไม่ว่าจะเป็นซุนดะโมจิ, ซุนดะshake หรือไอศกรีมซุนดะ หวานเย็นชื่นใจคลายร้อนได้มากๆ (ราคาประมาณ 400–700 เยน)

ซาลาเปาอบโอ่งสไตล์ไต้หวัน (Hujiao bing) ราคา 600 เยน แป้งกรอบนอกนุ่มใน หอมพริกไทยดำเน้นๆ โรยงาหอมๆ กัดเข้าไปเจอไส้หมูชิ้นโตอัดแน่น เต็มรสชาติพริกไทยดำสไตล์ไต้หวันแท้ๆ

เมนูดั้งเดิมตามเทศกาล: Yakisoba (ผัดโซบะ), Takoyaki, และ Kakigori (น้ำแข็งไส) (ราคาประมาณ 600–800 เยน)

ช่วงเย็นถึงค่ำ (ประมาณ 17:00 – 20:30 น.) จะเป็นช่วงที่ฝูงชนหนาแน่นที่สุดในรอบวัน เพราะนักท่องเที่ยวและชาวเมืองคนญี่ปุ่นเองก็จะออกมาเดินชมโคมประดับและไฟยามค่ำคืนกันอย่างคับคั่ง ดั้งนั้นควรวางแผนจุดนัดพบสำรองไว้ บางครั้งสัญญาณโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตอาจจะช้าลงเนื่องจากมีผู้ใช้งานหนาแน่น แนะนำให้ตกลง “จุดนัดพบสำรอง” กับเพื่อนร่วมทริปไว้ก่อนออกเดินทาง (เช่น หน้าป้ายอาคาร AER หรือจุดบริการข้อมูลนักท่องเที่ยวในสถานีSENDAI) หากเกิดกรณีพลัดหลงทางกันค่ะ
และโปรดระมัดระวังทรัพย์สินและของมีค่าของตนเองให้ดี แม้ญี่ปุ่นจะมีปลอดภัยสูง แต่ในฝูงชนที่เดินเบียดเสียดกันหนาแน่น มีผู้คนมาจากทั่วสารทิศ การไม่ประมาทคือดีที่สุดค่ะ แนะนำว่าควรสะพายกระเป๋าไว้ด้านหน้า รูดซิปให้เรียบร้อย และระวังสิ่งของตกสูญหายระหว่างเดินชมโคม
ตารางสรุปข้อมูลเทศกาลทานาบาตะ เซนได 2026
| หัวข้อรายละเอียด | ข้อมูลสำคัญประจำปี 2026 |
| วันจัดงานหลัก | 6 – 8 สิงหาคม 2026 (กำหนดวันเดิมตายตัวเป็นประจำทุกปี) |
| เวลาจัดงานประดับโคม | ประมาณ 10:00 – 21:00 น. (เฉพาะวันสุดท้าย 8 ส.ค. งานมักปิดเร็วกว่าปกติประมาณ 20:00 น.) |
| วัน-เวลา จุดพลุ (คืนก่อนงาน) | 5 สิงหาคม 2026 เวลาประมาณ 19:15 – 20:30 น. (แสดงพลุจัดเต็มประมาณ 75 นาที) |
| จุดปล่อยพลุหลัก | บริเวณริมแม่น้ำฮิโรเสะ (Hirose River Side) ใกล้กับสวนอาโอบายามะ (Aobayama Park) |
| จุดประดับโคมไฮไลต์หลัก | ถนนช้อปปิ้งอาเขตใจกลางเมือง Chuo-dori (โซน Clis Road, Vlandome) และถนน Ichibancho |
| สถานีรถไฟที่ใกล้ที่สุด | สถานี JR Sendai (ทางออกฝั่งตะวันตก – West Exit) เดินสั้นๆ เพียง 3–5 นาทีถึงจุดประดับโคม |
| การเดินทางด้วยรถใต้ดิน | • สาย Tozai Line: ลงสถานี Omachi Nishi-koen (T05) (จุดชมพลุริมแม่น้ำ) • สาย Namboku Line: ลงสถานี Kotodai-Koen (N08) (พื้นที่จัดกิจกรรม/ร้านค้า Yatai) |
| เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ | https://www.sendaitanabata.com/ |
Tip ส่งท้ายจากเพจ Chill Chill Japan:
อย่าลืมเช็กสภาพอากาศก่อนไป ชาร์จแบตกล้องและมือถือให้พร้อม แล้วเตรียมใส่ชุดยูกาตะหรือชุดสวมใส่สบายๆไปเดินเล่นชมโคมทานาบาตะ ถ่ายรูปแหวกพู่กระดาษฟุกินางาชิสวยๆกันนะคะ เทศกาลทานาบาตะ เซนได (Sendai Tanabata Matsuri / 仙台七夕まつり) งานเทศกาลฤดูร้อนที่หรูหราตระการตาที่สุดในญี่ปุ่นรอทุกคนอยู่ที่เซนไดค่ะ


Blogger : Pennapa Uttamang
Position : แกะรอยวิธีคิด พลิกวิกฤตเป็นทริปใหม่: บันทึกการเดินทางฉบับเรียลไทม์ โดยบรรณาธิการผู้หลงรักญี่ปุ่น
จากอดีตบรรณาธิการที่รับใช้ถ้อยคำมาหลายทศวรรษ สู่การเป็นนักเขียนและนักออกแบบโบรชัวร์ญี่ปุ่นที่หลงรักการเดินทางเป็นชีวิตจิตใจ อ้อตั้งใจส่งต่อแรงบันดาลใจผ่านเรื่องราวที่ "จริง" และ "ใช้ได้จริง" ตั้งแต่วิถีชีวิต การทำธุรกิจท้องถิ่น ไปจนถึงลายแทงร้านอร่อยที่ชาวบ้านกินกันจริงๆ เพราะเชื่อว่าเสน่ห์ของญี่ปุ่นไม่ได้มีแค่ภาพสวยๆ แต่คือแนวคิดที่นำมาปรับใช้กับชีวิตได้ และอ้อยินดีที่จะเป็นไกด์นำทางให้ทริปของคุณราบรื่นขึ้น แม้ในวันที่ฟ้าไม่เป็นใจค่ะ

Kintetsu Rail Pass มีใบเดียวเที่ยวคุ้ม โอซาก้า เกียวโต นาโกย่า เดินทางประหยัด
แนะนำพาสเที่ยวสุดคุ้ม Kintetsu Rail Pass ใบเดียวลุยได้ทั่วทั้ง โอซาก้า เกียวโต...

นั่งชินคันเซ็นคุ้มๆ จากโตเกียวไปโอซาก้า เดินทางง่ายแค่ใช้ JR PASS
เที่ยวให้ทั่วโตเกียวแล้วไปต่อโอซาก้า เพราะเรามีแผนการเดินทางสุดคุ้มจากโตเกียวไ...

เที่ยวญี่ปุ่น เมืองไหนดี แนะนำ 10 เมืองเด็ด ความน่าสนใจ ที่ต้องไปเยือน
เที่ยวญี่ปุ่น เมืองไหนดี แนะนำ 10 เมืองเด็ดน่าเที่ยว ที่มีความโดดเด่นน่าสนใจ ท...

【ฤดูใบไม้ร่วง–ฤดูหนาว 2026】มาญี่ปุ่นซื้ออะไรดี? 10 ของฝากยอดฮิตในหมู่คนไทย หาซื้อง่ายที่ดองกี้
คูปองส่วนลดสุดคุ้ม ใช้ช้อปที่ Don Quijote ได้ ถ้ามาช้อป […]...

รีวิวฤดูหนาวที่ Hakuba Iwatake Mountain Resort เที่ยวฮาคุบะแบบจัดเต็ม ทั้งจุดชมวิว สกี และออนเซ็น
หากอยากสัมผัสทั้งวิวสวยอลังการ สกี และออนเซ็นในฤดูหนาวของฮาคุบะ Hakuba Iwatake...
Police
110
Ambulance
119
AMDA International Medical Information Center
03-6233-9266
สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว
090-4435-7812
สถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซาก้า
090-1895-0987
สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฟุกุโอกะ
090-2585-3027 หรือ 090-9572-1515