คูปองส่วนลดที่น่าสนใจ
10%
15%
5%


ถ้าต้องเลือกวัดในเกียวโตสักแห่งที่ให้ทั้งความงามของธรรมชาติ สถาปัตยกรรมประวัติศาสตร์ และสวนสไตล์เซนในพื้นที่เดียวกัน วัดโทฟุกุจิคือหนึ่งในคำตอบที่น่าพิจารณาที่สุด โดยวัดนี้ก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ. 1236 โดยขุนนางผู้มีอำนาจในยุคคามาคุระ นามว่า คูโจ มิจิอิเอะ (Kujo Michiie) ผู้ต้องการสร้างวัดในเกียวโตให้ยิ่งใหญ่เทียบเท่าวัดโทไดจิและโคฟุกุจิแห่งเมืองนารา ชื่อ ‘โทฟุกุจิ’ จึงผสมพยางค์นำจากชื่อทั้งสองวัดนั้นไว้ด้วยกัน
ปัจจุบัน วัดโทฟุกุจิเป็นวัดหัวของนิกายเซนริงไซสายโทฟุกุจิ (Rinzai Zen) และเป็นหนึ่งในเกียวโตโกซัง (Kyoto Gozan) หรือ ‘วัดห้าแห่งเกียวโต’ ซึ่งถือเป็นกลุ่มวัดเซนชั้นสูงสุดในยุคโชกุนอาชิคางะ ภายในอาณาบริเวณกว้างขวางกว่า 240,000 ตารางเมตร มีอาคารสำคัญ วิหาร และวัดย่อยกว่า 25 แห่งอยู่รายล้อม
ที่ตั้งอยู่ในย่านฮิงาชิยามะ (Higashiyama) ใต้เมืองเกียวโต เดินทางสะดวกมากจากสถานีเกียวโต และยังอยู่ใกล้กับฟูชิมิ อินาริ (Fushimi Inari) จนสามารถเชื่อมเป็นเส้นทางท่องเที่ยวในวันเดียวได้อย่างไม่ยากเลย

หัวใจของวัดโทฟุกุจิคือสะพานไม้มีหลังคา Tsutenkyo ซึ่งชื่อแปลตรงตัวได้ว่า ‘สะพานผ่านสวรรค์’ สะพานยาวประมาณ 27 เมตรนี้ทอดข้ามหุบเขา Sengyokukan ที่ปลูกต้นเมเปิ้ลกว่า 2,000 ต้น การมองลงไปยังพรมต้นไม้ที่เรือนยอดเบียดกันเต็มหุบเขาคือภาพที่หาดูได้ยากในที่อื่น
ฤดูใบไม้แดง (กลางพฤศจิกายน — ต้นธันวาคม)
ช่วงที่วัดโทฟุกุจิดังที่สุดในโลกคือช่วงใบไม้เปลี่ยนสี โดยเฉพาะกลางถึงปลายเดือนพฤศจิกายน เมื่อใบเมเปิ้ลกว่า 2,000 ต้นในหุบเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงและสีทองพร้อมกัน ภาพจากบนสะพาน Tsutenkyo มองลงไปยัง ‘ทะเลเมฆสีแดง’ ที่ปกคลุมหุบเขาทั้งหมด ถือเป็นหนึ่งในวิวใบไม้แดงที่สวยที่สุดในเกียวโต สำหรับนักถ่ายภาพ มีข้อควรทราบสำคัญ: ในช่วงพีคของฤดูใบไม้แดง ทางวัดมักประกาศห้ามหยุดยืนถ่ายรูปบนสะพาน Tsutenkyo และสะพาน Gaeyo เพื่อป้องกันคอขวดและอุบัติเหตุ รวมถึงห้ามนำขาตั้งกล้อง (Tripod และ Monopod) เข้าในบริเวณวัดโดยเด็ดขาด ต้องเดินและถ่ายรูปไปพร้อมกัน ถ้าอยากได้ภาพ Tsutenkyo ท่ามกลางใบไม้แดงแบบมีเวลาตั้งใจถ่าย ให้มาตั้งแต่เช้าก่อน 9:00 น. เพราะยังไม่มีคนมากและแสงยังดีอยู่
อย่างไรก็ตาม ความนิยมในช่วงนี้ดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมหาศาล จนบางวันต้องรอต่อคิวนานหลายชั่วโมง แนะนำอย่างยิ่งให้มาตั้งแต่เช้า เปิดรับบัตรตั้งแต่ 8:30 น. ในช่วง Autumn Season และควรเลือกวันธรรมดาหากตารางเอื้ออำนวย เคล็ดลับพิเศษสำหรับนักถ่ายภาพ: สะพาน Gaeyo (臥雲橋) คือสะพานสาธารณะที่ตั้งอยู่ขนานกับ Tsutenkyo เข้าชมฟรี ไม่ต้องซื้อบัตร จากสะพาน Gaeyo สามารถมองเห็นสะพาน Tsutenkyo ลอยอยู่ท่ามกลางทะเลใบไม้แดงได้อย่างสมบูรณ์ หลายคนบอกว่านี่คือมุมที่สวยกว่าการยืนอยู่บนสะพาน Tsutenkyo เสียอีก
ฤดูใบไม้เขียว (พฤษภาคม — มิถุนายน)
หลายคนมองข้ามความงามของวัดโทฟุกุจิในช่วงฤดูใบไม้เขียว ซึ่งจริง ๆ แล้วสวยงามในแบบที่ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง เมเปิ้ล 2,000 ต้นในหุบเขากลายเป็นพรมสีเขียวสดสะท้อนแสงอาทิตย์ บรรยากาศเงียบสงบและฝูงชนน้อยกว่ากันมาก เหมาะสำหรับคนที่ต้องการสัมผัสวัดเซนอย่างแท้จริง

สะพาน Tsutenkyo และ Kaisando Hall ต้องซื้อบัตรเข้าชมแยก หรือซื้อแบบรวมกับ Hojo Garden:
• ช่วงปกติ (เม.ย. – ต.ค. และ ธ.ค. – มี.ค.): ผู้ใหญ่ ¥600 / เด็ก ¥300
• ช่วง Autumn Season (ประมาณ 9 พ.ย. – 9 ธ.ค.): ผู้ใหญ่ ¥1,000 / เด็ก ¥500
หมายเหตุ: ช่วง Autumn Season ไม่มีตั๋วรวม (Combo Ticket) และราคาอาจมีการปรับเปลี่ยนเล็กน้อยตามนโยบายของวัดในแต่ละปี ควรตรวจสอบราคาล่าสุดจากเว็บไซต์ tofukuji.jp ก่อนเดินทาง

ก่อนจะเดินเข้าสู่ส่วนลึกของวัด จะได้พบกับสิ่งที่ยืนผ่านกาลเวลามาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1425 นั่นคือประตู Sanmon สูงสง่า 22 เมตร สองชั้น สามทางเดิน หลังคามุงกระเบื้องเซรามิก โดยประตู Sanmon แห่งนี้ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น ‘สมบัติแห่งชาติ’ (National Treasure) ของญี่ปุ่น และเป็นประตูวัดเซนแบบ Sanmon ที่เก่าแก่ที่สุดและใหญ่ที่สุดที่ยังคงอยู่ในญี่ปุ่น ขณะที่อาคารหลักของวัดหลายแห่งถูกไฟเผาและสร้างใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ประตูบานนี้กลับรอดมาได้ตลอด 600 ปี
การเดินผ่านประตูนี้เข้าไปให้ความรู้สึกที่ต่างจากการเดินเข้าวัดทั่วไปอย่างชัดเจน ขนาดและความทึมทื่อของโครงสร้างไม้เก่าทำให้รู้สึกถึงน้ำหนักของประวัติศาสตร์ที่อยู่เบื้องหน้าอย่างชัดเจน
ในช่วงพิเศษ ประมาณช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนถึงต้นธันวาคม มีการเปิดให้ขึ้นชมชั้นบนของ Sanmon เป็นการชั่วคราว ซึ่งไม่ได้เปิดตลอดปี หากตรงกับช่วงเดินทาง ถือว่าโชคดีมาก

หนึ่งในสถานที่ที่หลายคนไม่คาดคิดว่าจะประทับใจ คือสวน Hojo Garden ซึ่งล้อมรอบอาคาร Hojo (ที่พักของเจ้าอาวาส) ไว้ทั้ง 4 ด้าน ถือเป็นเอกลักษณ์หาไม่ได้จากที่ไหน เพราะสวนเซนส่วนใหญ่จะสร้างอยู่เพียงด้านใดด้านหนึ่ง
สวนทั้ง 4 ด้านนี้ออกแบบโดย ชิเงโมริ มิเร (Shigemori Mirei) สถาปนิกภูมิทัศน์ผู้ล้ำสมัย ในปี ค.ศ. 1939 แม้จะเป็นผลงานร่วมสมัยเมื่อเทียบกับตัววัด แต่กลับได้รับการยอมรับว่าเป็นสวนเซนคลาสสิกระดับโลก
รายละเอียดสวนทั้ง 4 ด้าน
แต่ละด้านมีบุคลิกและปรัชญาที่แตกต่างกันออกไป:
• สวนทิศใต้ (South Garden): สวนหินแห้ง (Karesansui) ใช้ก้อนหินขนาดใหญ่เรียงตัว เต็มไปด้วยความนิ่งและน้ำหนัก
• สวนทิศเหนือ (North Garden): ลายตารางหมากรุกที่สร้างจากหินสี่เหลี่ยมซึ่งนำมาจากส่วนอื่นของวัดที่พังทลายลงตามกาลเวลา — แนวคิดนำกลับมาใช้ใหม่ (Upcycling) ตามวิถีเซนที่ให้คุณค่ากับทุกสิ่ง สลับกับพรมตะไคร่น้ำสีเขียว จนกลายเป็นลวดลายเอกลักษณ์ที่จดจำได้ทันที
• สวนทิศตะวันออก (East Garden): แถวของก้อนหินสลับกับตะไคร่น้ำ เรียบง่ายแต่สะอาดตา
• สวนทิศตะวันตก (West Garden): พุ่มไม้อะซาเลียตัดกับทรายขาว บานสะพรั่งในช่วงฤดูใบไม้ผลิ

| รายละเอียด | ราคา | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| ผู้ใหญ่ | ¥500 | |
| เด็ก | ¥300 | |
| ตั๋วเข้าชม รวม Hojo + Tsutenkyo + Kaisando (ช่วงปกติเท่านั้น) | ผู้ใหญ่ ¥1,000 / เด็ก ¥500 |

วัดโทฟุกุจิเป็นหนึ่งในไม่กี่วัดในเกียวโตที่น่ามาเยือนได้ทุกฤดู ไม่ใช่แค่เพราะใบไม้แดงในฤดูใบไม้ร่วง แต่เพราะแต่ละฤดูมอบประสบการณ์ที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง:
• ฤดูใบไม้ผลิ (เม.ย. — พ.ค.): ต้นไม้ผลิใบใหม่สีเขียวอ่อน อากาศสบาย ฝูงชนพอประมาณ สวน Hojo ด้านตะวันตกมีอะซาเลียบาน
• ฤดูร้อน — ใบไม้เขียว (มิ.ย. — ต.ค.): หุบเขาใต้ Tsutenkyo เป็นพรมสีเขียวสด เงียบสงบ นักท่องเที่ยวน้อย ถือเป็น ‘ฤดูซ่อนเร้น’ ที่คนรู้จริงชอบมา
• ฤดูใบไม้แดง (พ.ย. — ต้น ธ.ค.): พีคสุดของปี สวยที่สุด แต่คนมากที่สุดเช่นกัน ควรมาก่อน 9:00 น.
• ฤดูหนาว (ธ.ค. — มี.ค.): วัดเงียบสงัด บรรยากาศสมาธิแท้จริง หากโชคดีอาจได้เห็นหิมะบางเบาพาดบนหลังคา Sanmon

| เวลาทำการ | เวลา | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| เดือนเมษายน – สิ้นเดือนตุลาคม | 9:00 – 16:30 น. | (รับบัตรถึง 16:00 น.) |
| เดือนพฤศจิกายน – เดือนธันวาคม (ช่วง Autumn) | 8:30 – 16:30 น. | (รับบัตรถึง 16:00 น.) |
| เดือนธันวาคม – สิ้นเดือนมีนาคม | 9:00 – 16:00 น. | (รับบัตรถึง 15:30 น.) |
ควรตรวจสอบปฏิทินล่าสุดจากเว็บไซต์ทางการ tofukuji.jp เนื่องจากวันปิดพิเศษอาจเปลี่ยนแปลงตามกิจกรรมภายในวัด

หลายส่วนของวัดเปิดให้เดินชมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ได้แก่ บริเวณรอบประตู Sanmon อาคาร Hondo (วิหารหลัก สร้างปี 1934) Zendo (ห้องนั่งสมาธิ สมัยศตวรรษที่ 14) และบริเวณซอยระหว่างวัดย่อย บางคนมาเดินชมส่วนฟรีแล้วรู้สึกประทับใจพอ ๆ กับการเสียค่าเข้าชมส่วนที่เก็บเงินเลยก็มี
ที่น่าสนใจเป็นพิเศษคือ Tosu หรือห้องสุขาเก่าแก่ของวัด ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมสำคัญ ว่ากันว่าเป็นห้องสุขาวัดที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น โดยทั่วไปจะสามารถมองเห็นได้จากด้านนอกผ่านช่องไม้ ไม่ได้เปิดให้เดินเข้าไปภายใน แต่ถือว่าคุ้มค่าแก่การแวะชมในฐานะสถาปัตยกรรมเซนที่อยู่รอดมาจากยุคกลางจริง ๆ

ที่อยู่: 15-chome Honmachi, Higashiyama-ku, Kyoto
ทางเลือกที่ 1: รถไฟ JR Nara Line (แนะนำที่สุด)
จากสถานีเกียวโต (Kyoto Station) นั่งรถไฟสาย JR Nara Line เพียง 1 สถานีมาลงที่ Tofukuji Station ใช้เวลาประมาณ 3 นาที ค่าโดยสาร ¥150 จากนั้นเดินอีกประมาณ 10 นาทีก็ถึงวัด ถือเป็นเส้นทางที่เร็วและตรงที่สุด
ทางเลือกที่ 2: รถไฟ Keihan Main Line
ลงที่สถานี Tofukuji บนสาย Keihan เช่นกัน แล้วเดินประมาณ 10 นาที เหมาะสำหรับคนที่มาจากย่าน Fushimi Inari หรือต้องการเชื่อมกับย่าน Gion ทางฝั่งตะวันออก
ทางเลือกที่ 3: รถบัส
จากสถานีเกียวโต ขึ้นรถบัสสาย 88, 202, 207 หรือ 208 ลงป้าย Tofukuji แล้วเดินอีก 4-5 นาที ค่าโดยสาร ¥230 ใช้เวลาประมาณ 15 นาที เหมาะถ้ามีบัตรรายวัน แต่หากไม่มี รถไฟ JR สะดวกกว่าชัดเจน
เดินจาก Fushimi Inari
สำหรับคนที่วางแผนเชื่อมสองจุดนี้ไว้ในวันเดียว จาก Fushimi Inari ขึ้น JR Nara Line ที่สถานี Inari เพียง 1 สถานีมาลงที่ Tofukuji Station ใช้เวลาประมาณ 2-3 นาที ราคา ¥150 หรือถ้าอยากสัมผัสบรรยากาศย่านที่พักอาศัยเงียบสงบของเกียวโตมากขึ้น ยังมีตัวเลือกเดินเลาะตามถนนเล็ก ๆ ระหว่างทั้งสองวัดซึ่งใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที เป็นเส้นทางที่ได้บรรยากาศมาก และอาจได้พบรายละเอียดย่านเกียวโตแท้ ๆ ที่ไม่มีในแผนที่นักท่องเที่ยวทั่วไป

แบบเร็ว 60–90 นาที
หากเวลาจำกัด สามารถเน้นสองจุดหลักคือ Tsutenkyo Bridge และ Sanmon Gate ให้ซื้อบัตรเข้าชม Tsutenkyo (¥600 ปกติ) แล้วเดินชมสะพาน Kaisando และเดินกลับมาชมหน้าประตู Sanmon จากด้านนอก ใช้เวลา 60-90 นาทีพอดี
แบบเต็ม 2–3 ชั่วโมง
ถ้ามีเวลาและอยากสัมผัสวัดอย่างครบถ้วน แนะนำซื้อตั๋วรวม (Combo Ticket ¥1,000) แล้วเดินทั้ง Tsutenkyo, Kaisando และ Hojo Garden ครบ 4 ด้าน รวมถึงเดินชมบริเวณฟรีรอบวัด ย่านวัดย่อย และ Zendo ใช้เวลา 2-3 ชั่วโมงอย่างเต็มอิ่ม โบนัสสำหรับคนอยากหนีฝูงชนในช่วงใบไม้แดง: วัดย่อย Komyo-in (光明院) ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณใกล้เคียง มีสวนที่ได้รับการออกแบบโดยชิเงโมริ มิเรเช่นกัน บรรยากาศเงียบสงบและคนน้อยกว่าวัดหลักมาก เป็นจุดที่หลายคนมองข้ามแต่จริง ๆ แล้วควรค่าแก่การแวะ
สำหรับทริปในช่วง Autumn Season แนะนำให้จัดสรรเวลาเพิ่มเติมอีก 30-60 นาทีสำหรับการรอต่อคิวและถ่ายรูป และควรตรงมาที่วัดเป็นจุดแรกของวัน เพราะคิวจะยาวขึ้นเรื่อย ๆ หลัง 10:00 น.
วัดโทฟุกุจิไม่ได้ดังเพราะของตกแต่งหรือสีสันที่หวือหวา แต่ดังเพราะมีสิ่งที่ผ่านกาลเวลามาแล้วกว่า 700 ปีอยู่ที่นั่นจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นประตูไม้ที่รอดจากเพลิงไฟซ้ำแล้วซ้ำเล่า สะพานที่ทอดข้ามหุบเขาเมเปิ้ลสองพันต้น หรือสวนหินที่สถาปนิกออกแบบให้ล้อมรอบอาคารทั้งสี่ทิศโดยไม่เหมือนใคร
อยู่ห่างจากสถานีเกียวโตเพียง 3 นาทีโดยรถไฟ ค่าเข้าชมเริ่มต้นที่ ¥600 และสามารถเดินชมส่วนฟรีได้โดยไม่ต้องเสียสตางค์ นี่คือหนึ่งในวัดที่ ‘ได้คืนกลับมา’ มากกว่าที่ ‘ลงทุน’ ไปอยู่เสมอ

Blogger : Mmtb
หนุ่มใต้ เคราดก หลงรักตัวอักษรไทย กับจักรยาน เมาท์เท่น ไบค์ วินเทจ
83 Posts

Kintetsu Department Store Uehommachi ห้างติดสถานีรถไฟใจกลางโอซาก้า กับส่วนลดสุดพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยว
ห้าง Kintetsu Department Store, Uehommachi Kintetsu Department Store Ueh...

รีวิวเที่ยวโอซาก้า เที่ยวชมเมืองกับ OSAKA SKY VISTA และ “Tempozan Harbor Village” ที่มีสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิต Kaiyukan
“Osaka Sky Vista” บัสแบบไร้หลังคาที่จะพาเรานั่งชมแหล่งท่องเที่ยวรอบเมืองโอซาก้...

นั่งชินคันเซ็นคุ้มๆ จากโตเกียวไปโอซาก้า เดินทางง่ายแค่ใช้ JR PASS
เที่ยวให้ทั่วโตเกียวแล้วไปต่อโอซาก้า เพราะเรามีแผนการเดินทางสุดคุ้มจากโตเกียวไ...

ท่องเที่ยวเมืองอาริดะ (Arida) จังหวัดวาคายามะ (Wakayama): 10 จุดเช็กอิน ผ่อนคลายท่ามกลางทะเล ธรรมชาติ และส้มมิคัง
[ทิวทัศน์สวยงามที่ทะเลและท้องฟ้าเชื่อมต่อเป็นผืนเดียวกัน] ท่าเรือประมงโออิ (Oi...

รีวิว “Eslead Hotel Osaka Shinsaibashi” ที่พักสไตล์เหมือนพักที่บ้านใกล้แหล่งท่องเที่ยวใจกลางโอซาก้า
สิ่งสำคัญอีกหนึ่งอย่างสำหรับคนที่วางแผนจะมาเที่ยวญี่ปุ่นก็คือที่พัก ครั้งนี้เร...
Police
110
Ambulance
119
AMDA International Medical Information Center
03-6233-9266
สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว
090-4435-7812
สถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซาก้า
090-1895-0987
สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฟุกุโอกะ
090-2585-3027 หรือ 090-9572-1515