Cr: Pedro Szekely

Kansai (คันไซ) คือ หนึ่งในภูมิภาคของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งนับว่ามีความสำคัญทางด้านศิลปะและวัฒนธรรมมานานกว่าพันปี ด้วยความที่ในอดีตเคยเป็นที่ตั้งของเมืองหลวงถึง 2 เมืองด้วยกัน คือ Nara (นารา) และ Kyoto (เกียวโต) และยังเป็นที่ตั้งของจังหวัด Osaka (โอซาก้า) ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองของประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย และแน่นอนว่าเป็นจังหวัดที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก

Cr: Hideyuki KAMON

ซึ่งเมืองอื่นที่ตั้งอยู่ใกล้ในคันไซเองก็มีความน่าสนใจและน่าท่องเที่ยวไม่แพ้กัน หากมีโอกาสได้ไปโอซาก้าแล้วก็ควรจะแวะเวียนไปเที่ยวเมืองรอบ ๆ ด้วย และหากอยากเที่ยวให้ทั่วในราคาสุดคุ้มก็ต้องเลือกวิธีการเดินทางให้เหมาะสมและคุ้มค่า นั่นคือการซื้อ Pass สำหรับการเดินทางด้วยรถไฟ JR ที่ครอบคลุมการเดินทางในหลายสถานที่ท่องเที่ยว

JR West Rail Pass

Cr: www.westjr.co.jp

JR West Rail Pass คือ Pass สำหรับการเดินทางด้วยรถไฟ JR ที่นักท่องเที่ยวหลายคนคุ้นเคยกับชื่อกันเป็นอย่างดี โดยจะเป็นเส้นทางรถไฟที่ครอบคลุมการเดินทางในภูมิภาคทางฝั่งตะวันตกของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งประเภทของ Pass จะมีหลากหลายโดยมีการปรับเปลี่ยนไปตามการใช้งาน อันได้แก่

แต่สำหรับบทความครั้งนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปทำความรู้จักกับ Pass ยอดฮิตอย่าง Kansai Area Pass และ Kansai WIDE Area Pass กันก่อน เพราะเป็น Pass ที่ครอบคลุมเส้นทางการเดินทางท่องเที่ยวตามสถานที่ยอดฮิตต่าง ๆ ทั่วคันไซ จึงเหมาะมากสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยที่ต้องการเดินทางให้ทั่วภูมิภาคเพื่อเก็บสถานที่เที่ยวให้ครบในราคาที่คุ้มค่า

Kansai Area Pass

kansai-pass-19 Cr: chengtoby.blogspot.com

Kansai Area Pass เป็น Pass ที่จะพาเพื่อน ๆ เที่ยวไปทั่วคันไซด้วยรถไฟ JR แบบไม่จำกัดเที่ยว โดยความพิเศษอยู่ที่เราสามารถเลือกได้ว่าต้องการซื้อ Pass ประเภทใช้งานกี่วันเพื่อให้ตรงกับความต้องการและเวลาเที่ยวที่มีให้มากที่สุด เพียงแค่ถือ Pass นี้เพียงใบเดียวก็จะจะได้เที่ยวไปตามสถานที่ชื่อดังที่เป้นสัญลักษณ์ของคันไซแล้ว ไม่ว่าจะเป็นโอซาก้า โกเบ เกียวโต นารา ฮิเมจิ

เส้นทางท่องเที่ยว

kansai-pass-5 Cr: www.westjr.co.jp

เพื่อน ๆ สามารถใช้ Pass ใบนี้เดินทางไปตามสถานีรถไฟ JR ต่าง ๆ ได้ตามภาพ หากสถานที่ท่องเที่ยวที่วางแผนว่าอยากจะไปนั้นยังอยู่ในเส้นทางรถไฟที่ใช้ Pass นี้เดินทางได้ก็นับว่าสะดวกมาก และหากต้องเดินทางไปกลับระหว่างสถานีต่าง ๆ บ่อยครั้ง บอกเลยว่า Pass นี้คุ้มสุด ๆ

ประเภทรถไฟที่สามารถโดยสารได้

Cr: www.westjr.co.jp

หมายเหตุ : ▲ ต้องชำระเงินเพิ่ม, ✔ ไม่ต้องชำระเงินเพิ่ม

  • สัญลักษณ์ *1 หมายถึง ต้องใช้บัตรโดยสาร First Class (Green) หรือบัตรโดยสาร Sleeper และบัตรโดยสาร Express แยกต่างหาก
  • สัญลักษณ์ *2 หมายถึง ต้องใช้บัตรโดยสาร Express แยกต่างหาก
  • สัญลักษณ์ *3 หมายถึง ต้องใช้บัตรโดยสาร First Class (Green) สำหรับขึ้นรถไฟ Local
  • สัญลักษณ์ *4 หมายถึง ต้องใช้บัตรโดยสารแบบจองที่นั่ง

*กรณีที่ต้องใช้บัตรโดยสารเพิ่มเติม โปรดแลกรับบัตรโดยสารที่สถานี JR-WEST ก่อนเดินทาง

ราคา

Cr: http://www.westjr.co.jp/global/en/ticket/pass/kansai/

*หมายเหตุ : สีส้ม คือ ราคาจองล่วงหน้าผ่านระบบออนไลน์, สีเทา คือ ราคาซื้อในประเทศญี่ปุ่น

สำหรับการซื้อ Kansai Area Pass นั้นเราสามารถเลือกประเภท Pass ได้ด้วยตัวเอง เพราะมีให้เลือกตั้งแต่ 1, 2, 3, และ 4 วัน แล้วแต่การใช้งานของแต่ละคน โดยราคาก็จะแตกต่างกันไป

ช่องทางการซื้อ Kansai Area Pass

Cr: I-Ta Tsai

● ซื้อผ่านตัวแทนจำหน่าย

    1. ซื้อผ่านตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย โดยจะได้รับเป็น MCO (Miscellaneous Charges Order) ที่เปรียบเหมือนตั๋วชั่วคราวเพื่อนำไปแลกเป็นตั๋วจริงเมื่อเดินทางไปถึงประเทศญี่ปุ่น

    2. เมื่อเดินทางถึงประเทศญี่ปุ่นแล้วสามารถนำ MCO และพาสปอร์ตไปแสดงที่จุดแลก Pass ได้แก่ Kyoto, Shin-Osaka, Osaka, Sannomiya, Kansai-airport, Nara และ Wakayama

>>ตรวจสอบตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทยที่นี่<<

● ซื้อผ่านระบบออนไลน์

    1. เลือก “Kansai Area Pass Agree” เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการจอง
    2. กรอกรายละเอียดข้อมูลส่วนตัวต่าง ๆ จำนวนผู้เดินทางที่ต้องการซื้อ Pass พร้อมประเภทและวันที่เริ่มใช้ Pass และจุดรับ Pass ที่สะดวก โดยมีให้เลือก คือ Kyoto, Shin-Osaka, Osaka และ Kansai-airport
    3. รอรับ Booking Confirmation และ Reservation Number ทางอีเมล์
    4. ปริ้นท์ Booking Confirmation ที่ได้รับทางอีเมล์พร้อมแสดงพาสปอร์ตเพื่อยืนยันตัวตนในการรับ Pass
    5. ชำระเงินด้วยเงินสดหรือบัตรเครดิต

● ซื้อที่ JR-WEST Ticket Office

    1. เมื่อเดินทางมาถึงประเทศญี่ปุ่่นแล้วสามารถซื้อ Pass ได้ที่จุดจำหน่ายได้แก่ Tsuruga, Kyoto, Shin-Osaka, Osaka, Kobe, Shin-Kobe, Sannomiya, Himeji, Nijo, Uji, Saga-Arashiyama, Kyobashi, Tsuruhashi, Tennoji, Shin-imamiya, Bentencho, Nishikujo, Kansai-airport, Nara, JR-Namba และ Wakayama
    2. ชำระเงินด้วยเงินสดหรือบัตรเครดิต

Kansai WIDE Area Pass

Kansai WIDE Area Pass คือ Pass ที่เหมาะสำหรับคนที่ชอบความรวดเร็ว เพราะสามารถใช้โดยสารรถไฟหัวจรวด Shinkansen สาย Sanyo ได้ ซึ่งเป็นเส้นทางรถไฟที่วิ่งตรงจากโอซาก้าสู่ Okayama ทำให้ประหยัดเวลาในการเดินทางได้มากกว่ารถไฟ Local และยังครอบคลุมเส้นทางการเดินทางท่องเที่ยวที่มากกว่า Kansai Area Pass ตามชื่อของมันนั่นเอง แต่เส้นทางหลักโดยรวมนั้นคล้ายกัน และด้วยความที่เส้นทางเดินรถมากกว่าจึงมี Pass จำหน่ายประเภทเดียวเท่านั้น คือ Pass สำหรับ 5 วัน

เส้นทางท่องเที่ยว

Cr: www.westjr.co.jp

ถือ Pass ใบนี้ก็พร้อมเที่ยวทุกที่ในคันไซได้แบบครอบคลุมสุด ๆ แค่โดยสารรถไฟ Shinkansen ทั้งไปและกลับก็คุ้มค่ากินราคา Pass ที่ต้องจ่ายแล้ว เป็น Pass ที่เหมาะสำหรับคนชอบเที่ยวทั้งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตและสถานที่ใหม่ ๆ เพราะความตั้งใจของการทำ Pass ก็เพื่ออยากให้นักท่องเที่ยวต่างชาติได้มีโอกาสไปเที่ยวในสถานที่ใหม่ ๆ บ้างนั่นเอง

ประเภทรถไฟที่สามารถโดยสารได้

Cr: www.westjr.co.jp

หมายเหตุ : ▲ ต้องชำระเงินเพิ่ม, ✔ ไม่ต้องชำระเงินเพิ่ม

  • สัญลักษณ์ *1 หมายถึง ต้องใช้บัตรโดยสาร First Class (Green) หรือบัตรโดยสาร Sleeper และบัตรโดยสาร Express แยกต่างหาก
  • สัญลักษณ์ *2 หมายถึง ต้องใช้บัตรโดยสาร Express แยกต่างหาก
  • สัญลักษณ์ *3 หมายถึง ต้องใช้บัตรโดยสาร First Class (Green) สำหรับขึ้นรถไฟ Local
  • สัญลักษณ์ *4 หมายถึง ต้องใช้บัตรโดยสารแบบจองที่นั่ง

*กรณีที่ต้องใช้บัตรโดยสารเพิ่มเติม โปรดแลกรับบัตรโดยสารที่สถานี JR-WEST ก่อนเดินทาง

ราคา

Cr: www.westjr.co.jp

*หมายเหตุ : สีส้ม คือ ราคาจองล่วงหน้าผ่านระบบออนไลน์, สีเทา คือ ราคาซื้อในประเทศญี่ปุ่น

Kansai Area WIDE Pass นั้นแตกต่างกับ Kansai Area Pass ตรงที่มีให้เลือกประเภทของ Pass แบบเดียวเท่านั้น คือ Pass ประเภท 5 วัน สำหรับใครที่ตั้งใจเดินทางมาเที่ยวในภูมิภาคคันไซเป็นเวลานานตั้งแต่ 5 วันขึ้นไปอาจพิจารณาเลือกซื้อ Pass ประเภทนี้เพื่อความคุ้มค่า แต่จะสามารถซื้อได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้นต่อการเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่นแต่ละครั้ง

ช่องทางการซื้อ Kansai Area WIDE Pass

● ซื้อผ่านตัวแทนจำหน่าย

    1. ซื้อผ่านตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย โดยจะได้รับเป็น MCO (Miscellaneous Charges Order) ที่เปรียบเหมือนตั๋วชั่วคราวเพื่อนำไปแลกเป็นตั๋วจริงเมื่อเดินทางไปถึงประเทศญี่ปุ่น

    2. เมื่อเดินทางถึงประเทศญี่ปุ่นแล้วสามารถนำ MCO และพาสปอร์ตไปแสดงที่จุดแลก Pass ได้แก่ Kyoto, Shin-Osaka, Osaka, Sannomiya, Kansai-airport, Nara, Wakayama, Toyooka, Kinosaki-Onsen, Fukuchiyama, Nishi-Maizuru, Higashi-Maizuru และ Okayama

>>ตรวจสอบตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทยที่นี่<<

● ซื้อผ่านระบบออนไลน์

    1. เลือก “Kansai Area Pass Agree” เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการจอง
    2. กรอกรายละเอียดข้อมูลส่วนตัวต่าง ๆ จำนวนผู้เดินทางที่ต้องการซื้อ Pass พร้อมประเภทและวันที่เริ่มใช้ Pass และจุดรับ Pass ที่สะดวก โดยมีให้เลือก คือ Kyoto, Shin-Osaka, Osaka และ Kansai-airport
    3. รอรับ Booking Confirmation และ Reservation Number ทางอีเมล์
    4. ปริ้นท์ Booking Confirmation ที่ได้รับทางอีเมล์พร้อมแสดงพาสปอร์ตเพื่อยืนยันตัวตนในการรับ Pass
    5. ชำระเงินด้วยเงินสดหรือบัตรเครดิต

● ซื้อที่ JR-WEST Ticket Office

    1. เมื่อเดินทางมาถึงประเทศญี่ปุ่่นแล้วสามารถซื้อ Pass ได้ที่จุดจำหน่ายได้แก่ Tsuruga, Kyoto, Shin-Osaka, Osaka, Kobe, Shin-Kobe, Sannomiya, Himeji, Nijo, Uji, Saga-Arashiyama, Kyobashi, Tsuruhashi, Tennoji, Shin-imamiya, Bentencho, Nishikujo, Kansai-airport, Nara, JR-Namba, Wakayama, Toyooka, Kinosaki-Onsen, Fukuchiyama, Nishi-Maizuru, Higashi-Maizuru และ Okayama
    2. ชำระเงินด้วยเงินสดหรือบัตรเครดิต

ข้อควรรู้

    1. เมื่อชำระเงินแล้ว จะไม่สามารถทำการเปลี่ยนแปลงประเภท Pass หรือวันเริ่มต้นใช้งานได้
    2. ไม่สามารถใช้โดยสารรถไฟ Shinkansen ได้
    3. หากต้องการเปลี่ยนแปลงการจอง จะต้องทำการกรอกรายละเอียดผ่าน Cancellation Form ก่อนทำการเริ่มจองใหม่ด้วยการกรอก Booking Application Form อีกครั้ง ล่วงหน้าเป็นเวลา 3 วันก่อนวันเริ่มใช้งานที่ระบุไว้
    4. ต้องพกพาสปอร์ตทุกครั้งเมื่อใช้ Pass ในการเดินทางท่องเที่ยว
    5. Pass ทุกประเภทจะเริ่มนับวันตั้งแต่วันแรกที่เริ่มต้นใช้งานต่อเนื่องจนหมดอายุ
    6. ไม่สามารถเปลี่ยนเป็น Pass ใบใหม่ได้ในทุกกรณี ไม่ว่าจะสูญหายหรือถูกขโมย
    7. Pass 1 ใบ สามารถพาผู้โดยสารที่อายุ 1-5 ปีไปด้วยได้ไม่เกิน 2 คนโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม
    8. สามารถทำการจองผ่านระบบออนไลน์ล่วงหน้าได้ตั้งแต่ 2 วันขึ้นไป แต่ไม่เกิน 27 วัน
    9. เมื่อทำการจองล่วงหน้าผ่านระบบออนไลน์จะต้องนำ “Booking Confirmation” มาแสดงตอนรับ Pass มิฉะนั้นจะถือว่าไม่มีหลักฐานการจองและต้องชำระในราคาที่สูงกว่า
    10. จุดแลก MCO และจุดจำหน่าย Kansai Area WIDE Pass จะมีจำนวนมากกว่า Kansai Area Pass