เที่ยวญี่ปุ่น 10 แลนด์มาร์ก สวยตะลึง น่าตะลุย

19/03/2021
ญี่ปุ่นนั้นเป็นประเทศที่มีคนอยากไปเที่ยวเป็นอันดับต้นๆ ของโลกเลยก็ว่าได้ เพราะด้วยความสะอาดของเมือง บ้านเรือนที่น่าอยู่ มีสถานที่ท่องเที่ยวที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นแหล่งแช่ออนเซ็น แหล่งช้อปปิ้ง สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ หรือจะเป็นศาลเจ้าต่างๆ ซึ่งแต่ละที่ก็มีความเป็นเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันออกไปอีกด้วย โดยวันนี้เราได้รวบรวม 10 สถานที่ท่องเที่ยวมาให้ทุกคนได้รู้จัก พร้อมบอกรายละเอียดเกี่ยวกับการเดินทาง ที่อยู่ เพื่อง่ายต่อการเดินทาง ยังไงถ้ามีโอกาสก็อยากให้ลองแวะไปกันนะ รับรองว่าสวยแบบลืมไม่ลงแน่นอน แต่ที่เอามาแนะนำนั้นจะโดนใจแค่ไหนก็ไปดูกันเลย

1วัดเซนโซจิ (Sensoji Temple)

ที่เที่ยวญี่ปุ่น

เปิดมาที่แรก ทุกคนก็ต้องร้อง อ๋อ แน่นอน เพราะวัดเซนโซจิแห่งนี้ดังมากๆ ในญี่ปุ่นเลยแหละ แต่หลายคนก็อาจจะรู้จักในชื่อ วัดอาซากุสะ มีประวัติศาสตร์อันยาวนานและมีชื่อเสียงในเรื่องของความศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกพูดถึงกันมาตั้งแต่อดีตจนปัจจุบันเลยนะ นักท่องเที่ยวนิยมมาไหว้สักการะ และขอพรเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความรัก หน้าที่การงาน การเงิน หรือการเรียน ใครที่มาที่นี่ก็อย่าลืมซื้อเครื่องรางกลับไปพกไว้ให้อุ่นใจกันด้วยนะ ราคาไม่แพง แถมยังสวยงามสุดๆ อีกด้วย

ที่เที่ยวญี่ปุ่น

ถ้าเข้ามาในวัดนี้ล่ะก็ จะได้เห็น ยักษ์ 2 ตนยืนเฝ้าประตูทั้ง 2 ฝั่ง เเละโคมไฟสีแดงขนาดใหญ่ที่แขวนไว้อย่างโดดเด่น เรียกได้ว่าเป็นไฮไลท์ของที่นี่เลย

วัดเซนโซจิ (Sensoji Temple)

ที่อยู่2-3-1 Asakusa, Taito, Tokyo 111-0032
วิธีเดินทางเดินทางด้วยรถยนต์ จากสถานี Tobu-Asakusa ไปลงที่ วัดเซนโซจิ ใช้เวลาประมาณ 1 นาที
เวลาทำการ06.00 – 17.00 น. (เดือนตุลาคม – มีนาคม เปิด 06.30 น.)
Websitesenso-ji (ภาษาญี่ปุ่น)

ดูแผนที่ วัดเซนโซจิ (Sensoji Temple)

2สวนฮิตาชิ ซีไซด์ ปาร์ค (Hitachi Seaside Park)

ที่เที่ยวญี่ปุ่น Cr: hitachikaihin

แวะมาชมความสวยงามของดอกไม้กันที่ สวนฮิตาชิ ซีไซด์ ปาร์ค สวนดอกไม้ที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น ใครชื่นชอบดอกไม้ล่ะก็บอกเลยว่าไม่ควรพลาด เพราะที่นี่จะมีดอกไม้แต่ละฤดูกาลให้นักท่องเที่ยวได้มาเที่ยวชม ไม่ว่าจะเป็นทุ่งดอกนาร์ซิสซัส ทุ่งดอกทิวลิป ทุ่งดอกโคเชีย เป็นต้น ใครที่ได้ไปก็ต้องหลงรักแน่นอน

ที่เที่ยวญี่ปุ่นCr: hitachikaihin

นอกจากทุ่งดอกไม้แสนสวยแล้ว ที่นี่ยังมีเส้นทางจักรยานระยะทางกว่า 10 กม. ที่สามารถชมวิวฝั่งทะเลและวิวสวยๆ ของสวนดอกไม้ไปพร้อมๆ กันได้อีกด้วยนะ

สวนฮิตาชิ ซีไซด์ ปาร์ค (Hitachi Seaside Park)

ที่อยู่605-4 Mawatari Onuma, Hitachinaka, Ibaraki, 312-0012
วิธีเดินทางเดินทางด้วยรถบัสจากสถานี Katsuta มาลงที่ Seaside Park West Exit และเดินต่อไปยัง สวนฮิตาชิ ซีไซด์ ปาร์ค ใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 27 นาที
เวลาทำการ1 มีนาคม – 20 กรกฎาคม 09.30 – 17.00 น.
21 กรกฎาคม – 31 สิงหาคม 09.30 – 18.00 น.
1 กันยายน – 31 ตุลาคม 09.30 – 17.00 น.
1 พฤศจิกายน – สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 09.30 – 16.30 น.
วันหยุดทุกวันอังคาร (ยกเว้นวันอังคารที่ตรงกับวันหยุดนักขัตฤกษ์ สวนสาธารณะจะปิดในวันธรรมดาถัดไป) / 31 ธันวาคม และ 1 มกราคม / วันจันทร์ถึงวันศุกร์ในสัปดาห์เเรกของเดือนกุมภาพันธ์
ราคาผู้ใหญ่ (15 ปีขึ้นไป) 450 เยน *ช่วงที่มีการจัดเทศกาลชมดอก Nemophila ในฤดูใบไม้ผลิ เเละดอก Kokia ในฤดูใบไม้ร่วง จะมีค่าเข้าชมเพิ่มเติม 250 บาท / นักเรียนมัธยมต้นหรือต่ำกว่า ฟรี
Websitehitachikaihin (ภาษาอังกฤษ)

ดูแผนที่ สวนฮิตาชิ ซีไซด์ ปาร์ค (Hitachi Seaside Park)

3วัดคิโยะมิซุ หรือวัดน้ำใส (Kiyomizu-dera)

ที่เที่ยวญี่ปุ่นCr: kiyomizudera

วัดคิโยะมิซุ หรือที่คนไทยนิยมเรียกกันว่า “วัดน้ำใส” เป็นหนึ่งในวัดที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในประเทศญี่ปุ่นเเละมี
นักท่องเที่ยวนิยมมามากสุดๆ อีกทั้งยังมีสถาปัตยกรรมโบราณที่งดงามชวนตะลึงจนยูเนสโกได้บันทึกวัดแห่งนี้ขึ้นเป็นมรดกโลก (UNESCO world heritage sites) ในปี ค.ศ. 1994 ตัวอาคารไม้ที่เราเห็นมีความสูงถึง 13 เมตรจากพื้นดิน แถมยังใช้เทคนิคการสร้างโดยไม่มีการใช้ตะปูเลย ถือว่าเป็นภูมิปัญญาของคนโบราณที่สุดยอดมากๆ

ที่เที่ยวญี่ปุ่น

ที่นี่ยังเป็นจุดชมวิวที่สวยงามมากๆ เพราะถ้าเราขึ้นไปอยู่บนตัวอาคารไม้แล้ว มองจากมุมสูงมา จะมองเห็นเมืองเกียวโตในฤดูต่างๆ ขอบอกว่าสวยจนตกตะลึงเลยแหละ แถมยังเป็นจุดชมซากุระและชมใบไม้แดงที่ขึ้นชื่อของ
เกียวโตอีกด้วย

วัดคิโยะมิซุ หรือวัดน้ำใส (Kiyomizu-dera)

ที่อยู่1-294 Kiyomizu, Higashiyama, Kyoto, 605-0862
วิธีเดินทางจากสถานี Tofukuji นั่งรถบัสสาย 207 มาลงที่ป้าย Kiyomizumichi และเดินต่อไปยัง วัดคิโยะมิซุ ประมาณ 15 นาที
เวลาทำการ06.00 – 18.00 น. (เวลาจะเเตกต่างกันไปตามฤดูกาล)
ราคาผู้ใหญ่ 400 เยน / เด็ก 200 เยน
Websitekiyomizudera (ภาษาญี่ปุ่น)

ดูแผนที่ วัดคิโยะมิซุ หรือวัดน้ำใส (Kiyomizu-dera)

4ปราสาทโอซาก้า (Osaka Castle)

ที่เที่ยวญี่ปุ่น

ปราสาทโอซาก้า หรือ สวนปราสาทโอซาก้า เป็นปราสาทขนาดใหญ่ที่เป็นเอกลักษณ์ของญี่ปุ่นอีกที่หนึ่งเลยก็ว่าได้ ตัวปราสาท มีถึง 8 ชั้น ห้อมล้อมด้วยกำแพงหิน คูน้ำ ไปจนถึงสวนนิชิโนมารุ สวนสาธารณะขนาดใหญ่ ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ที่นี่จะยิ่งได้รับความนิยมเป็น 2 เท่าตัวเลย เพราะภายในสวนแห่งนี้มีต้นซากุระมากกว่า 600 ต้น บานสะพรั่ง ตัดกับตัวปราสาท 8 ชั้น ที่เด่นสง่า นับเป็นภาพที่สวยงามมากๆ น่าจดจำสุดๆ และถ้ามาในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ที่ใบไม้เปลี่ยนสีเป็นสีแดง สีมส้ม ก็จะสวยไปอีกแบบ ใครชอบถ่ายรูปล่ะก็ห้ามพลาด

ที่เที่ยวญี่ปุ่น

ปราสาทโอซาก้า (Osaka Castle)

ที่อยู่1-1 Osaka, Chuo, Osaka 540-0002
วิธีเดินทางเดินจากสถานี Morinomiya ไปยัง ปราสาทโอซาก้า ใช้เวลาประมาณ 14 นาที
เวลาทำการ09.00 – 17.00 น. เปิดให้เข้าได้จนถึง 16.30 น. (ขยายเวลาเปิดทำการในบางช่วงในฤดูร้อนเเละฤดูใบไม้ผลิ)
ราคาผู้ใหญ่ 600 เยน เด็กอายุต่ำว่า 15 ปี เข้าฟรี
Websiteosakacastle (ภาษาอังกฤษ)

ดูแผนที่ ปราสาทโอซาก้า (Osaka Castle)

5หมู่บ้านชิราคาวาโกะ (Shirakawago)

ที่เที่ยวญี่ปุ่นCr: shirakawamuratsushin

หมู่บ้านชิราคาวาโกะ ชื่อเรียกเต็มๆ ของหมู่บ้านแห่งนี้มีชื่อว่า กัสโชซึคุริโอกิมาฉิ ชิราคาวาโกะ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม (UNESCO) ในปี 1995 มีอายุเก่าแก่กว่า 250 ปี หมู่บ้านนี้มีลักษณะเป็นบ้านไม้ญี่ปุ่นแบบโบราณสร้างขึ้นโดยไม่ใช้ตะปู สร้างในรูปแบบสถาปัตยกรรมที่เรียกว่า กัชโชสึคุริ หรือสไตล์ กัสโซ่ โดยคำว่า กัชโช แปลว่า พนมมือ บ้านจึงมีรูปทรงเหมือนมือที่พนมเข้าหากันนั่นเอง

ที่เที่ยวญี่ปุ่นCr: shirakawamuratsushin

ในช่วงฤดูหนาวจะมีการจัดแสดงไฟในช่วงกลางคืนที่เรียกว่า “Shirakawago Light Up” ทั้งหมู่บ้านยังกลายเป็นสีขาวไปหมด เพราะถูกหิมะปกคลุม จุดที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาชิราคาวาโกะ คือ บ้านเก่าแก่ประจำหมู่บ้านอย่าง Wada House หรือ Kanda House ที่ถือว่าเป็นบ้านทรงกัสโซ่แบบโบราณที่อนุรักษ์เอาไว้จวบจนปัจจุบันอันเป็นสมบัติของชาติ รวมไปถึงร้านขายของที่ระลึก และถ้าใครวางแผนจะมานอนข้างในหมูบ้านแห่งนี้ เขาก็มีเกสต์เฮ้าส์เปิดให้เช่าด้วยเช่นกัน

หมู่บ้านชิราคาวาโกะ (Shirakawago)

ที่อยู่2499 Ogi, Shirakawa, Ono, Gifu 501-5627
วิธีเดินทางจากสถานี Hida-Ichinomiya นั่งรถ JR TrainTakayama Line (สายสีส้ม) มาลงที่สถานี Takayama จากนั้นต่อรถไปยัง Shirakawago Bus Terminal และเดินต่อไปอีก 17 นาที
เวลาทำการมีนาคม-พฤศจิกายน 8.40 น. – 17.00 น. / ธันวาคม-กุมภาพันธ์ 9.00 น. – 16.00 น. / เมษายน – พฤศจิกายน (เปิดทุกวัน) / ธันวาคม – มีนาคม (ปิดทุกวันพฤหัสบดี)
ราคาค่าเข้า ผู้ใหญ่ 600 เยน / เด็ก 400 เยน
Websiteshirakawa-go (ภาษาอังกฤษ)

ดูแผนที่ หมู่บ้านชิราคาวาโกะ (Shirakawago)

6สะพานแขวนแห่งความฝัน (Yume no Tsuribashi)

ที่เที่ยวญี่ปุ่น

สะพานแห่งความฝัน มีชื่อว่า สะพานแขวนยูเมะ โนะ สึริบาชิ (Yume no Tsuribashi) เป็นสะพานแขวนความยาว 90 เมตรพาดผ่านทะเลสาบของเขื่อนโอมะ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแหล่งออนเซ็นชื่อ ซูมาตะเคียวออนเซ็น เดินอยู่บนสะพานท่ามกลางธรรมชาติ มองเห็นน้ำสีเขียวมรกต ถ้ามาในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ก็จะเห็นต้นไม้หลากหลายสีสัน ถ้ายิ่งไปยืนอยู่กลางสะพานล่ะก็ จะได้ภาพถ่ายออกมาสวยสุดๆ ไปเลย

ที่เที่ยวญี่ปุ่น Cr: commons.wikimedia

สะพานแขวนแห่งนี้ว่ากันว่า ผู้หญิงที่มีความรักหรือปรารถนาให้ความรักเป็นจริง ให้มาอธิษฐานที่กลางสะพาน และขอเรื่องความรักอย่างมุ่งมั่น ความรักที่เราขอไว้ก็จะกลายเป็นจริง ซึ่งคนที่มาขอส่วนมากก็ได้รับพรนั้นด้วย ใครเชื่อเรื่องนี้ก็ต้องมาเที่ยวที่นี่และลองขอพรดูนะ

สะพานแขวนแห่งความฝัน (Yume no Tsuribashi)

ที่อยู่Kawanehon, Haibara, Shizuoka 428-0402
วิธีเดินทางจากสถานี Sawama เดินมาขึ้นรถบัสที่ป้าย Kuwanoyama มาลงที่ป้าย Sumatakyo Onsen และเดินต่อไปยัง สะพานแขวนแห่งความฝัน
เวลาทำการเปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 8:00 – 18:00 น. **เพื่อความปลอดภัยควรกลับก่อนพระอาทิตย์ตกดิน
Websiteyumeno-tsuribashi (ภาษาญี่ปุ่น)

ดูแผนที่ สะพานแขวนแห่งความฝัน (Yume no Tsuribashi)

7ป้อมปราการโกเรียวคาคุ (Fort Goryokaku)

ที่เที่ยวญี่ปุ่น

เป็นป้อมขนาดใหญ่มีลักษณะเป็นรูปดาวแบบตะวันตกซึ่งถูกสร้างขึ้นเมื่อก่อนหมดสมัยเอโดะ ป้อมปราการนี้มีลักษณะเด่นๆ เลยคือ เป็นรูปดาว 5 แฉก และที่ต้องทำเป็น 5 แฉก ก็เพราะว่าต้องสร้างเป็นพื้นที่รูปดาว เพื่อที่จะทำให้บริเวณนี้มีพื้นที่ขนาดใหญ่ ไว้สำหรับวางปืนใหญ่นั่นเอง และที่นี่ยังถูกล้อมรอบไปด้วยแม่น้ำ ซึ่งเป็นสวนสาธารณะที่ทั่วทุกพื้นที่มีต้นซากุระจำนวนหลายต้น ทำให้กลายเป็นอีกหนึ่งจุดชมดอกซากุระที่สวยที่สุดในญี่ปุ่นในช่วงฤดูใบไม้ผลิ

ที่เที่ยวญี่ปุ่น

ถ้าอยากเห็นเป็นรูปดาว 5 แฉกชัดๆ ก็ต้องไปดูที่ หอคอยโงเรียวกาคุ (Goryokaku Tower) เป็นหอคอยสำหรับชมนกบนป้อมปราการขนาดใหญ่อยู่บนดาดฟ้าของหอคอยที่สูงถึง 60 เมตร สร้างเมื่อปี 2006 เป็นจุดชมวิวแบบ 360 องศา มองมุมไหนก็เห็นวิวด้านล่างหมดเลย น่าไปสุดๆ

ป้อมปราการโกเรียวคาคุ (Fort Goryokaku)

ที่อยู่44-2 Goryokaku, Hakodate, Hokkaido 040-0001
วิธีเดินทางเดินทางด้วยรถยนต์ จากสถานี Goryokaku ไปยัง ป้อมปราการโกเรียวคาคุ ใช้เวลาประมาณ 7 นาที
เวลาทำการเมษายน – ตุลาคม 05.00 – 19.00 น. / พฤศจิกายน – มีนาคม 05.00 – 18.00 น.
Websitehakodate-jts-kosya (ภาษาญี่ปุ่น)

ดูแผนที่ ป้อมปราการโกเรียวคาคุ (Fort Goryokaku)

8หุบเขาทาคาชิโฮ (Takachiho Gorge)

ที่เที่ยวญี่ปุ่นCr: takachiho-kanko

ใครสายธรรมชาติอยากให้ลองมาที่นี่ เพราะที่ หุบเขาทาคาชิโฮ มีแม่น้ำสีฟ้าอมเขียวอยู่ท่ามกลางหุบเขา ซึ่งเราสามารถพายเรือชมบรรยากาศที่สวยงามของธรรมชาติได้ หรือใครไม่อยากพายเรือก็สามารถเดินชมได้เหมือนกัน ด้านในหุบเขายังมีน้ำตกอีกด้วยนะ มองจากหน้าผามาก็จะเห็นน้ำตกไหลลงมาสู่ลำธารอย่างสวยงามเลย

ที่เที่ยวญี่ปุ่น Cr: takachiho-kanko

ถ้ามาช่วงฤดูใบไม้ร่วงก็จะเห็นใบไม้เปลี่ยนสี ภายเรือท่ามกลางใบไม้หลากสีกับน้ำสีฟ้าคราม จะเป็นช่วงที่น่าจดจำและต้องประทับใจสุดๆ สามารถไปถ่ายรูปเก็บความสวยงามได้เต็มที่เลยนะ

หุบเขาทาคาชิโฮ (Takachiho Gorge)

ที่อยู่809-1 Mitai, Takachiho, Nishiusuki, Miyazaki 882-1101
วิธีเดินทางเดินทางด้วยรถบัสหมายเลข 71 ที่สถานี Nobeoka มายัง Miyakoh Bus Center และเดินต่อไปยัง หุบเขาทาคาชิโฮ ใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 1 ชั่วโมง 45 นาที
เวลาทำการ8.30-17.00 น. (ปิดรับ 16.30 น.)
ราคาเรือ 3000 เยน / ลำ (รวมภาษี) นั่งได้ 3 คน
Websitetakachiho-kanko (ภาษาอังกฤษ)

ดูแผนที่ หุบเขาทาคาชิโฮ (Takachiho Gorge)

9สวนฮานามิยาม่า (Hanamiyama)

ที่เที่ยวญี่ปุ่น

สวนฮานามิยาม่า เป็นสวนบนเนินเขาที่มีเสน่ห์ล้อมรอบด้วยพื้นที่ทางการเกษตรในชนบท ในจังหวัดฟุกุชิมะ สวนเเห่งนี้เกิดขึ้นจากเกษตรกรในท้องถิ่นเป็นผู้เริ่มปลูกไม้ดอกและไม้ประดับบนเนินเขารอบที่ดินของตนเอง แล้วขยายไปเรื่อยๆ จนกระทั่งปี ค.ศ. 1959 ก็ได้เปิดเป็นพื้นที่สาธารณะให้ประชาชนได้เข้าชมดอกซากุระในฤดู
ใบไม้ผลิของทุกๆ ปี นับได้ว่าเป็นสถานที่ที่ดีที่สุดในการชมดอกซากุระในเเถบภูมิภาคโทโฮคุเลยก็ว่าได้

ที่เที่ยวญี่ปุ่น

นอกจากซากุระแล้ว ที่นี่ก็ยังมีดอกไม้อีกนานาชนิดให้เราได้ชื่นชมความงามอีกมากมมายเลย เเละฤดูชมดอกไม้ของที่นี่ยังมีระยะเวลายาวนานอีกด้วย โดยจะเริ่มตั้งแต่ต้นเดือนไปจนถึงปลายเดือนเมษายน เมื่อย่างเข้าฤดูใบไม้ผลิ ดอกไม้กว่า 70 ชนิดในสวนเเห่งนี้ รวมถึงดอกบ๊วย ซากุระ ฟอร์ซีเธีย และแมกโนเลีย ก็จะพร้อมใจกันออกดอกบานสะพรั่งไปทั่วอีกด้วย

สวนฮานามิยาม่า (Hanamiyama)

ที่อยู่Watari, Fukushima 960-8141
วิธีเดินทางเดินจากสถานี Fukushima ไปขึ้นรถบัสที่ Fukushima Station East Exit ไปลงที่ Hanamiyamairiguchi และเดินต่อไปยัง สวนฮานามิยาม่า ใช้เวลาประมาณ 27 นาที
เวลาทำการเวลาทำการจะเเตกกันไปตามฤดูกาล Reception 9.00 – 18.00 น.
Websitehanamiyama (ภาษาอังกฤษ)

ดูแผนที่ สวนฮานามิยาม่า (Hanamiyama)

10ปราสาทฮิโรชิม่า (Hiroshima Castle)

ที่เที่ยวญี่ปุ่น

ปราสาทฮิโรชิม่าหรือปราสาทปลาคาร์ฟ สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1589 แต่ได้รับความเสียหายจากระเบิด และที่เห็นในปัจจุบันเป็นสถาปัตยกรรมที่บูรณะสร้างขึ้นใหม่ให้เหมือนสภาพเดิม ตั้งอยู่ในพื้นที่กลางน้ำ ตัวปราสาทได้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงประวัติของปราสาท เมืองฮิโรชิม่า และประวัติของปราสาทแห่งอื่นๆ ในประเทศญี่ปุ่นด้วย

ที่เที่ยวญี่ปุ่น

ตัวปราสาทมีทั้งหมด 5 ชั้น ชั้นบนสุดจะมองเห็นวิวทิวทัศน์ของเมืองฮิโรชิมะได้ทั่วเลย ถ้ามาในช่วงฤดูใบไม้ผลิก็จะเจอกับความสวยงามของดอกซากุระ และถ้าฤดูใบไม้ร่วงจะเห็นสีแดง สีส้ม จากการเปลี่ยนสีของต้นไม้ เหมาะกับการถ่ายรูปสุดๆ

ปราสาทฮิโรชิม่า (Hiroshima Castle)

ที่อยู่21-1, Motomachi, Naka, Hiroshima 730-0011
วิธีเดินทาง เดินจากสถานี Hiroshima ไปขึ้นรถบัสที่ป้าย Hiroshima ที่อยู่ห่างออกมาประมาณ 130 เมตร และมาลงที่ป้าย Godo Chosha และเดินต่อไปยัง ปราสาทฮิโรชิม่า ใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 10 นาที
เวลาทำการเดือนมีนาคม – เดือนพฤศจิกายน : 09.00 – 18.00 น. (เข้าชมได้ถึง 17.30 น.) / เดือนธันวาคม – เดือนกุมภาพันธ์ : 09.00 – 17.00 น. (เข้าชมได้ถึง 16.30 น.)
ราคาผู้ใหญ่ 370 เยน / ผู้สูงอายุ (65 ปีขึ้นไป) และนักเรียนมัธยม 180 เยน / นักเรียนมัธยมต้น และเด็กเล็ก ฟรี
Websiterijo-castle (ภาษาญี่ปุ่น)

ดูแผนที่ ปราสาทฮิโรชิม่า (Hiroshima Castle)

ข้อสรุป

ใครที่อ่านมาจนถึงตอนนี้คงอยากจะไปญี่ปุ่นกันสุดๆ แน่นอน ไม่ว่าจะไปภูมิภาคไหนก็ไม่ผิดหวัง เพราะเพราะแต่ละสถานที่นั้นช่างสวยงาม และมีประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจมาก ใครได้ไปก็ต้องหลงรักประเทศนี้ ทั้งจุดชมวิวธรรมชาติ ปราสาทโบราณชื่อดังของญี่ปุ่น เรารวบรวมมาให้หมด ถูกใจที่ไหนก็จดชื่อและวิธีการเดินทาง แล้วก็หาเรฟเฟอเร้นท์ไว้เป็นแบบในการถ่ายรูปด้วยนะ เดี๋ยวจะพลาดช็อตเด็ด

สถานที่เที่ยว

| Feature

กรณีฉุกเฉิน

| Emergency
  • Police

    110

  • Ambulance

    119

  • AMDA International Medical Information Center

    03-5285-8088

  • สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว

    03-5789-2449

  • สถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซาก้า

    06-6262-9226-7

  • สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฟุกุโอกะ

    092-686-8775

เว็บไซต์ของเราใช้คุกกี้เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น คลิกเพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้คุ๊กกี้ของเราผ่านทาง นโยบายความเป็นส่วนตัว