เที่ยวชิโกกุ 10 แลนด์มาร์ก สวยตะลึง น่าตะลุย

19/03/2021
ชิโกกุ ภูมิภาคเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ที่ทำให้นักท่องเที่ยวหลายๆ คนหลงรัก ไม่ว่าจะฤดูไหน สภาพอากาศเป็นอย่างไร ภูมิภาคนี้ก็ยังคงความสวยงามไว้ให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาชาร์จแบตเพิ่มพลังชีวิตให้กับตัวเอง จึงไม่แปลกที่สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ จะเต็มไปด้วยผู้คนที่ไปสูดอากาศบริสุทธิ์ เสพวิวสวยๆ ชมวิถีชีวิตชนบท หรือชิมอาหารท้องถิ่นแสนอร่อย วันนี้เราเลยคัดเน้นๆ 10 แลนด์มาร์กยอดนิยมในภูมิภาคชิโกกุมากระตุ้นต่อมเที่ยวของทุกคน แต่จะมีที่ไหนน่าสนใจบ้างไปดูกันเลย

1. หาดจิจิบุกะฮามะ หรือชายหาดเงาสะท้อน (Chichibugahama Beach)

ที่เที่ยวชิโกกุ
Chichibugahama Beach ตั้งอยู่ที่เมืองมิโทโยะ ในจังหวัดคากาวะ เป็นชายหาดที่ขึ้นชื่อว่าเป็น 1 ใน 100
จุดชมอาทิตย์อัสดงที่งดงามที่สุดในญี่ปุ่น นักท่องเที่ยวหลั่งไหลมาชมพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าอย่างไม่ขาดสาย
โดยตลอดระยะทาง 1 กิโลเมตร คุณจะได้สัมผัสกับอากาศบริสุทธิ์ ทัศนียภาพที่สวยงาม และความอุดมสมบูรณ์
ของธรรมชาติ ไม่ว่าใครมาเที่ยวภูมิภาคชิโกกุก็พลาดไม่ได้ที่จะแวะมาชมความสวยงามของชายหาดแห่งนี้

ที่เที่ยวชิโกกุ
ที่เที่ยวชิโกกุ
ในฤดูร้อนของทุกปี ที่นี่จะเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวที่มาเล่นน้ำกันอย่างคับคั่ง เมื่อน้ำลงก็จะเกิดเป็นแอ่งน้ำบริเวณชายหาด ซึ่งเป็นเหมือนกระจกสะท้อนภาพท้องฟ้าให้ได้ถ่ายภาพเงาสะท้อนสุดมหัศจรรย์ไปอวดคนทางบ้าน
ได้อีกด้วย รวมถึงมุมอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย นับเป็นความมหัศจรรย์ของธรรมชาติที่หาไม่ได้ง่ายๆ

หาดจิจิบุกะฮามะ หรือชายหาดเงาสะท้อน (Chichibugahama Beach)

ที่อยู่203-2 Nio Otsu, Nio, Mitoyo, Kagawa 769-1404
วิธีเดินทางนั่งรถไฟ JR สาย Yosan มาลงที่สถานีรถไฟ JR Takuma จากนั้นนั่งแท็กซี่ไปยัง Chichibugahama Beach ใช้เวลาประมาณ 15 นาที
เวลาที่แนะนำช่วงพระอาทิตย์ตกดิน
WebsiteChichibugahama Beach (ภาษาญี่ปุ่น)

หาดจิจิบุกะฮามะ หรือชายหาดเงาสะท้อน (Chichibugahama Beach)

2. แองเจิล โรด (Angel Road)

ที่เที่ยวชิโกกุ
แองเจิล โรด ทางเดินของเหล่านางฟ้า บนเกาะโชโดชิมะ ทางตอนเหนือของจังหวัดคางาวะ เมื่อน้ำลงจะเผยให้เห็นทางเดินโผล่ขึ้นมาเชื่อมทั้ง 3 เกาะไว้เอาด้วยกัน ทำให้ได้เห็นสิ่งที่อยู่ใต้ผืนน้ำ โขดหินที่มีสาหร่ายทะเล
เกาะติดอยู่ก็ดูงดงามในแบบที่ธรรมชาติสร้างขึ้น

ในแต่ละเกาะจะมีแผ่นไม้และเปลือกหอยหลายชิ้นถูกเขียนข้อความจารึกและแขวนไว้ เพื่อขอให้ความรักของทั้งคู่ยืนนาน อีกทั้งยังมีความเชื่อว่าหากได้เดินจูงมือเดินข้ามเกาะทั้ง 3 ไปกับคนที่คุณรัก จะทำให้ความรักของทั้งคู่
เป็นนิรันดร์

ที่เที่ยวชิโกกุ
สำหรับใครที่อยากชมวิวโดยรอบของแองเจิล โรด ก็มีจุดชมวิวที่สวยที่สุด เรียกว่า Yakusoku no Oka หรือ Hill of Promise ซึ่งจากจุดนี้จะสามารถมองเห็นทัศนียภาพของแองเจิล โรดได้โดยรอบ ไม่ว่าจะเป็นทะเลสีฟ้าครามกว้างใหญ่หรือเกาะเล็กเกาะน้อยไล่เรียงกันไปจนสุดลูกหูลูกตา บรรดาคู่รักทั้งชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติต่างนิยมมาให้คำมั่นสัญญากันที่นี่ แล้วลั่นระฆังเพื่อเป็นสัญญาณว่าความรักของพวกเขาจะคงอยู่ตลอดไป

ที่เที่ยวชิโกกุ
อย่างไรก็ดีปรากฏการณ์น้ำขึ้นน้ำลงถือเป็นเรื่องของธรรมชาติ ก่อนไปเที่ยวก็อย่าลืมเช็คเวลาที่เหมาะสมในแต่ละวันกันด้วยนะ จะได้ภาพสวยประทับใจกลับมามากมายเลยล่ะ

แองเจิล โรด (Angel Road)

ที่อยู่Ginpa Ura, Tonosho, Shozu, Kagawa 761-4661
วิธีเดินทางนั่งเรื่อเฟอร์รี่ จาก Takamatsu Port มาลงที่ Tonosho / Keda / Kusabei Port
ใช้เวลาประมาณ 60 นาที (มีแบบเร็วประมาณ 35 นาที เเต่ราคาจะสูงขึ้น)
WebsiteAngel Road (ภาษาญี่ปุ่น)

ดูแผนที่ แองเจิล โรด (Angel Road)

3. พิพิธภัณฑ์ศิลปะบ้านเบเนส (Benesse House Museum)

ที่เที่ยวชิโกกุ
พิพิธภัณฑ์ศิลปะบ้านเบเนส เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่ ที่รวมเข้ากับรีสอร์ทบนชายฝั่งทะเลทางตอนใต้ของเกาะนาโอชิมะ ในจังหวัดคากาวะ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นจากแนวความคิด “ความกลมกลืนของธรรมชาติ ศิลปะ และสถาปัตยกรรม” เพื่อสะท้อนให้เห็นว่า ชีวิตมนุษย์นั้นต้องสอดคล้องกับศิลปะและธรรมชาติ
โดยประกอบด้วยอาคารทั้งหมด 4 หลัง ได้แก่ อาคารพิพิธภัณฑ์ ห้องวงรี (The Oval) สวนสาธารณะ
และชายหาด ซึ่งถูกออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดังอย่าง Ando Tadao

ที่เที่ยวชิโกกุ
อาคารหลักของบ้านเบนเนส คือพิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่ที่ตั้งอยู่บนเนินเขาเหนือทะเล ภายในมีการจัดแสดง
ผลงานศิลปะต่างๆ จากในประเทศและต่างประเทศที่ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติของเกาะนาโอชิมะและสถาปัตยกรรมต่างๆ บนเกาะ หนึ่งจุดที่เป็นไฮไลท์ก็คือ เพดานรูปทรงไข่ ที่ไม่ว่าใครที่มาเยี่ยมชมต่างก็ให้
คำวิจารณ์ในด้านบวก เพราะงานออกแบบชิ้นนี้ไม่ใช่แค่สวยงามแปลกตาเท่านั้น แต่ยังเผยให้เห็นแก่นแท้ของ
องค์ประกอบศิลป์ที่เรียกว่า “ธรรมชาติ” อีกด้วย

ที่เที่ยวชิโกกุ
นอกจากภายในอาคารแล้ว ที่นี่ยังมีชิ้นงานศิลปะอีก 12 ชิ้นตั้งอยู่บนสนามหญ้าและรอบชายหาดใกล้ๆ โดยเฉพาะประติมากรรมฟักทองที่เป็นไอคอนประจำเกาะ และยังมีร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านค้า และสปาที่เปิดให้บริการ
แก่แขกที่มาเข้าพักและนักท่องเที่ยวที่มาในช่วงกลางวัน ถ้าคุณเป็นนักเสพศิลปะล่ะก็ นาโอชิมะก็เป็นอีกหนึ่งที่
ที่ต้องไม่พลาด

พิพิธภัณฑ์ศิลปะบ้านเบเนส (Benesse House Museum)

ที่อยู่Kototanji, Naoshima, Kagawa, Kagawa 761-3110
วิธีเดินทางนั่งเรือ Shikoku Kisen Ferry ที่ท่าเรือเฟอร์รี่ Shikoku Kisen Ferry ซึ่งอยู่ไปไกลจากสถานี JR Uno เพื่อข้ามไปยังเกาะ Naoshima Island เเล้วมาลงที่ท่าเรือ Miyanoura จากนั้นนั่ง
รถบัสไปลงที่ Tsutsujiso Bus Stop ตั้งอยู่ทางประตูตะวันออกของ Benesse House
แล้วเดินต่อไปอีกประมาณ 10-15 นาที
เวลาทำการ08.00 – 21.00 น. (เข้าชมรอบสุดท้าย 20.00 น.)
ราคา1,050 เยน *ฟรีสำหรับผู้ที่อายุต่ำกว่า 15 ปี และแขกที่เข้าพักที่ Benesse House
WebsiteBenesse House Museum (ภาษาอังกฤษ)

ดูแผนที่ พิพิธภัณฑ์ศิลปะบ้านเบเนส (Benesse House Museum)

4. สวนมะกอกแห่งเกาะโชโดชิมะ (Shodoshima Olive Park)

ที่เที่ยวชิโกกุ
สวนมะกอกหรือโอลีฟปาร์ค ตั้งอยู่บนเกาะโชโดชิมะ จังหวัดคากาวะ ที่เป็นพื้นที่แรกในประเทศญี่ปุ่นที่ประสบความสำเร็จในการเพาะปลูกมะกอก จนเป็นที่รู้จักกันในนามว่า “เกาะโอลีฟ” ด้วยภูมิอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียน
ภูมิทัศน์ธรรมชาติที่สวยงาม และกังหันลมอันโดดเด่น

เรื่องราวของต้นมะกอกเก่าแก่บนเกาะแห่งนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อปี 1917 นับเป็นเวลากว่า 100 ปี ตั้งแต่ที่ต้นอ่อน
1,220 ต้น ได้เดินทางมายังเกาะแห่งนี้ และ 1 ใน 1,220 ต้นนั้นก็ยังคงยืดหยัดอย่างสง่างามจนมาถึงปัจจุบัน

ที่เที่ยวชิโกกุ
สวนที่มีขนาดกว่า 3 เฮคเตอร์เต็มไปด้วยกิจกรรมและจุดน่าสนใจต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการส่งโปสต์การ์ดหาตนเองหรือคนสำคัญผ่านตู้ไปรษณีย์แห่งความสุขสีเขียวมะกอก ชมอาร์ตแกลเลอรี Artetra เล่นกับงานศิลปะของอิซามุ โนงุจิ ถ่ายรูปเป็นแม่มดน้อยน่ารักๆ เนื่องจากที่นี่เป็นต้นแบบของฉากในภาพยนตร์อนิเมะเรื่อง “แม่มดน้อยกิกิ” และกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวที่รักในความแปลกใหม่เป็นที่สุด

ที่เที่ยวชิโกกุ
นอกจากนี้ภายในสวนยังมีร้านอาหารที่ใช้น้ำมันมะกอกในเกาะแห่งนี้มาเป็นวัตถุดิบปรุงรส เพื่อนำเสนอความเป็นเอกลักษณ์ของเกาะโชโดชิมะออกมา ก่อนกลับยังสามารถซื้อสินค้าที่มีขายเฉพาะที่นี่เท่านั้นกลับไปฝากให้กับ
คนทางบ้านได้อีกด้วย

สวนมะกอกแห่งเกาะโชโดชิมะ (Shodoshima Olive Park)

ที่อยู่1941 Nishimura, Shodoshima, Shozu, Kagawa 761-4434
วิธีเดินทางจาก Tonosho Port นั่งรถบัสสาย Sakate, Fukuda หรือ Eigamura ไปลงที่
Olive ga Oka ใช้เวลาประมาณ 25 นาที (บัสออกชั่วโมงละ 2 รอบ)
เวลาทำการ08.30 – 17.00 น.
WebsiteShodoshima Olive Park (ภาษาอังกฤษ)

ดูแผนที่ สวนมะกอกแห่งเกาะโชโดชิมะ (Shodoshima Olive Park)

5. ปราสาทมัตสึยะมะ (Matsuyama Castle)

ที่เที่ยวชิโกกุ
ปราสาทมัตสึยามะ หนึ่งที่เที่ยวสำคัญในจังหวัดเอะฮิเมะ สร้างขึ้นในปี 1603 เป็น 1 ใน 12 ปราสาทที่ยังคงโครงสร้างดั้งเดิมเอาไว้จนถึงปัจจุบัน ถึงแม้ว่าอาคารหลัก (Donjon) เคยถูกเพลิงไหม้จนต้องบูรณะใหม่จาก 5 ชั้น เหลือเพียง 3 ชั้น ในปี 1854 ก็ตาม แต่ปราสาทแห่งนี้ก็ยังได้รับการจัดอันดับให้เป็น “1 ใน 100 ปราสาทที่สวยงามที่สุดในญี่ปุ่น” และยังเป็นจุดชมวิวที่สวยงามของเมืองอีกด้วย

ที่เที่ยวชิโกกุ
เนื่องจากตัวปราสาทตั้งอยู่บนเนินเขาใจกลางเมืองมัตสึยามะ จึงจำเป็นต้องนั่งกระเช้าหรือเก้าอี้ลิฟท์ขึ้นไป
ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ที่นี่จะเต็มไปด้วยซากุระกว่า 200 ต้นออกดอกบานสะพรั่งไปทั่วบริเวณสวนรอบปราสาท
ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ชมดอกซากุระยอดนิยมของญี่ปุ่น

ที่เที่ยวชิโกกุ
ความโดดเด่นของปราสาทมัตสึยามะแห่งนี้คือทัศนียภาพอันงดงามในทุกฤดูกาล และการขึ้นไปชมวิว 360 องศาบนหอคอยปราสาทนั่นเอง ภายในปราสาทมีการจัดแสดงหอกและชุดเกราะไว้ให้ชม ยิ่งไปกว่านั้นยังมีการจัดเตรียมชุดเกราะที่สามารถลองสวมใส่ได้จริงๆ เอาไว้ให้อีกด้วย มาเที่ยวปราสาทมัตสึยามะทั้งที ลองใส่ชุดเกราะถ่ายภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึกก็ถือว่าดีไม่น้อย

ปราสาทมัตสึยะมะ (Matsuyama Castle)

ที่อยู่1 Marunouchi, Matsuyama, Ehime 790-0008
วิธีเดินทางจากสถานีรถไฟ JR Matsuyama นั่งรถรางไปลงที่สถานี Okaido จากนั้นเดินประมาณ
5 นาที เพื่อไปยังสถานีกระเช้าหรือเก้าอี้ลิฟต์
เวลาทำการหอคอยปราสาท
เดือนกุมภาพันธ์ – กรกฎาคม : 09.00 – 17.00 น.
เดือนสิงหาคม : 09.00 – 17.30 น.
เดือนกันยายน – พฤศจิกายน : 09.00 – 17.00 น.
เดือนธันวาคม – มกราคม : 09.00 – 16.30 น.
กระเช้าลอยฟ้า
เดือนกุมภาพันธ์ – กรกฎาคม : 08.30 – 17.30 น.
เดือนสิงหาคม : 08.30 – 18.00 น.
เดือนกันยายน – พฤศจิกายน : 08.30 – 17.30 น.
เดือนธันวาคม – มกราคม : 08.30 – 17.00 น.
ราคาค่าเข้าชมปราสาท
ผู้ใหญ่ 520 เยน เด็ก 160 เยน
ค่าประเช้าลอยฟ้า (ไป-กลับ)
ผู้ใหญ่ 520 เยน เด็ก(นักเรียนประถม) 260 เยน
WebsiteMatsuyama Castle (ภาษาญี่ปุ่น)

ดูแผนที่ ปราสาทมัตสึยะมะ (Matsuyama Castle)

6. สถานีชิโมนาดะ (Shimonada Station)

ที่เที่ยวชิโกกุ
สถานีชิโมนาดะ สถานีรถไฟในจังหวัดเอฮิเมะที่ควรจะไปเห็นด้วยตาตัวเองสักครั้ง เป็นหนึ่งในสถานีที่มีชื่อเสียงและนิยมใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำทั้งภาพยนตร์ อนิเมะ และโฆษณาชื่อดังมากมาย ด้วยองค์ประกอบสุดลงตัว
ไม่ว่าจะเป็น ชานชาลาขนาดเล็ก ม้านั่งรอรถไฟที่มีเพียง 2 แถว ชายฝั่งทะเลอิโยะ-นะดะ (Iyo-nada) และรถไฟ
สายโยะซัง (Yosan) ที่ยังคงวิ่งให้บริการอยู่ จึงไม่แปลกเลยที่แม้คนท้องถิ่นจะใช้เดินทางไม่มากนัก แต่กลับมี
นักท่องเที่ยวและสายถ่ายรูปแวะมาเยี่ยมชมกันอย่างไม่ขาดสาย

ที่เที่ยวชิโกกุ
ที่เที่ยวชิโกกุ
เดิมทีที่นี่เคยเป็นสถานีที่อยู่ใกล้ทะเลที่สุดจนกระทั่งเสียแชมป์จากการถมทะเลสร้างทางหลวงหมายเลข 378
แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เสน่ห์ของสถานีชิโมนาดะแห่งนี้ลดน้อยลงเลย ชาวบ้านยังคงช่วยกันดูแลสถานีในฐานะ
สัญลักษณ์ประจำท้องถิ่น มีการปลูกดอกไม้อย่างสวยงาม ดูแลความสะอาดของชานชาลาและห้องน้ำ อีกทั้งยังมี
ร้านกาแฟเคลื่อนที่ไว้รอต้อนรับนักท่องเที่ยวอีกด้วย

สถานีชิโมนาดะ (Shimonada Station)

ที่อยู่Okubo, Futami, Iyo, Ehime 799-3311
วิธีเดินทางจากสถานี JR Matsuyama นั่งรถไฟสาย Yosan มาที่ลงสถานี JR Shimonada
ตารางการเดินรถกดที่นี่
WebsiteShimonada Station (ภาษาญี่ปุ่น)

ดูแผนที่ สถานีชิโมนาดะ (Shimonada Station)

7. พิพิธภัณฑ์อันปังแมน (Kochi Anpanman Museum)

ที่เที่ยวชิโกกุ
พิพิธภัณฑ์อันปังแมน เป็นพิพิธภัณฑ์ที่สร้างขึ้นในเมืองคามิ จังหวัดโคจิ บ้านเกิดของ ทาคาชิ ยานาเสะ (Takashi Yanase) ผู้ให้กำเนิดอันปังแมน พิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีผลงานของคุณยานาเสะจัดแสดงอยู่มากมาย ภายในมีทั้งหมด 4 ชั้น ล้วนแต่น่ารักสมเป็นอันปังแมนสุดๆ

ที่เที่ยวชิโกกุ
มีการจัดแสดงแกลอรี่ภาพร่างและภาพนิ่งขนาดใหญ่ของอันปังแมน ภาพสามมิติผองเพื่อนอันปังแมน รวมไปถึง
กิจกรรมเล็กๆ น้อยๆ อย่างนั่งชมอันปังแมนที่ห้องฉายอนิเมะ และถ่ายรูปเก๋ๆ กับอันปังแมนตามจุดต่างๆ

ที่เที่ยวชิโกกุ
ชมรูปปั้น งานศิลป์ รวมไปถึงผองเพื่อนของอันปังแมนในอิริยาบถต่างๆ ที่จัดแสดงรอบพิพิธภัณฑ์ประดุจมีชีวิต
ในชั้นใต้ดินเป็นชั้นสำหรับเด็ก มีรูปปั้น่ารักๆ ขนาดเท่าตัวเด็กมากมาย ก่อนกลับก็ซื้อของฝากจากร้านขายของ
ในพิพิธภัณฑ์กลับไปเป็นที่ระลึกได้ด้วย หากคุณเดินทางมาแถบชิโกกุกับเพื่อนคู่ใจตัวน้อยล่ะก็…พิพิธภัณฑ์
อันปังแมนก็เป็นอีกหนึ่งจุดเช็คอินที่ห้ามพลาดเลยนะ

พิพิธภัณฑ์อันปังแมน (Kochi Anpanman Museum)

ที่อยู่12242 Birafu, Kahokucho Birafu, Kami, Kochi 781-4212
วิธีเดินทางนั่งรถบัส JR สาย Ootochi จากสถานีรถไฟ JR Tosayamada (บนสาย JR Dosan)
ไปยังพิพิธภัณฑ์ Anpanman ใช้เวลาประมาณ 25 นาที
เวลาทำการ09.30 – 17.00 น. (เข้าชมรอบสุดท้าย 16:30 น.)
09.00 – 17.00 น. (เฉพาะวันที่ 20 กรกฎาคม – 31 สิงหาคม)
วันหยุดทุกวันอังคาร (หากเป็นวันอังคารที่ตรงกับวันหยุดจะทำการหยุดในวันถัดไป)
ราคาผู้ใหญ่ 700 เยน นักเรียนมัธยมต้นและมัธยมปลาย 500 เยน
เด็ก (นักเรียนประถม หรือเด็กอายุ 3 ปีขึ้นไป) 300 เยน เด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี ฟรี
WebsiteKochi Anpanman Museum (ภาษาอังกฤษ)

ดูแผนที่ พิพิธภัณฑ์อันปังแมน (Kochi Anpanman Museum)

8. แม่น้ำชิมันโตะ (Shimanto River)

ที่เที่ยวชิโกกุ
แม่น้ำชิมันโตะ อยู่ทางฝั่งตะวันตกของจังหวัดโคจิ เป็นที่รู้จักกันในฐานะแม่น้ำที่มี “สายน้ำบริสุทธิ์แห่งสุดท้ายของญี่ปุ่นที่ยังคงเหลืออยู่” เพราะเป็นธารน้ำใสเส้นเดียวที่ไหลออกมาจากในภูเขา คดเคี้ยวไปมาและบรรจบกับแควน้ำต่างๆ จนกลายเป็นแม่น้ำสายใหญ่ไหลลงสู่มหาสมุทรแปซิฟิก มีความยาวทั้งสิ้นถึง 196 กิโลเมตร อุดมสมบูรณ์
ไปด้วยสิ่งมีชีวิตต่างๆ ทัศนียภาพแห่งท้องทุ่งชนบททำให้ที่นี่เปี่ยมด้วยเสน่ห์และบรรยากาศที่สัมผัสได้ถึง
ความเชื่อมโยงผูกพันระหว่างผู้คนกับสายน้ำได้เป็นอย่างดี

ที่เที่ยวชิโกกุ
ตลอดทางจะได้จะพบกับสะพานจิงกะบาชิ (Chinka Bridge) อยู่หลายแห่ง เป็นสะพานเตี้ยๆ ที่สร้างโดยไม่มี
ราวกั้น เพื่อป้องกันไม่ให้สะพานถูกพัดไปกับน้ำตอนน้ำท่วม เป็นภาพที่เปรียบเหมือนเป็นสัญลักษณ์ของแม่น้ำ
ชิมันโตะ และสะพานเหล่านี้ก็ยังถูกใช้งานมาจนถึงปัจจุบัน

ที่เที่ยวชิโกกุ
ช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดสำหรับการมาเที่ยวชมแม่น้ำชิมันโตะคือ ช่วงฤดูร้อนตั้งแต่เดือนมิถุนายน – สิงหาคม
ที่มีกิจกรรมทางน้ำให้สมุกกันมากมาย ไม่ว่าจะเป็น พายเรือแคนู ล่องแก่ง ปั่นจักรยาน หรือล่องเรือชมแม่น้ำไปกับ
เรือสำราญหรือเรือสำเภา เป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวทางธรรมชาติยังคงความสวยงามของญี่ปุ่นในวันวานได้เป็นอย่างดี
เลยทีเดียว

แม่น้ำชิมันโตะ (Shimanto River)

ที่อยู่8-3 Ekimae, Shimanto, Kochi 787-0014
วิธีเดินทางจากสถานีรถไฟ JR Kochi นั่งรถไฟ JR หรือรถไฟธรรมดาสาย Tosa Kuroshio มาลงที่สถานี Nakamura ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 50 นาที
เวลาทำการShimanto City Tourism Association 08.30 – 17.30 น.
WebsiteShimanto River

ดูแผนที่ แม่น้ำชิมันโตะ (Shimanto River)

9. สะพานคาซูระบาชิ (Kazura-bashi Bridge)

ที่เที่ยวชิโกกุ
สะพานคาซุระบาชิ คือสะพานที่สานขึ้นจากเถาวัลย์ที่เติบโตตามธรรมชาติในพื้นที่หุบเขาอิยะ จังหวัดโทคุชิมะ เชือกของสะพานจะทำจากไม้เลื้อย แต่มีน้ำหนักมากถึง 6 ตัน สูงจากแม่น้ำราว 14 เมตร และมีอายุยาวนาน
มากว่า 800 ปี

ที่เที่ยวชิโกกุ
แต่เดิมนี่คือสะพานที่ชาวบ้านใช้ในชีวิตประจำวันเพื่อข้ามแม่นํ้าอิยะไปยังอีกฝั่ง แต่ด้วยความที่สะพานนี้เป็นแบบดั้งเดิมและหายาก แถมธรรมชาติรอบข้างยังสวยงามแปลกตา โดยเฉพาะแม่นํ้าอิยะสีเขียวมรกตตัดกับโขดหิน
สีขาว จึงได้รับการสนับสนุนให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว unseen อันดับต้นๆ ของเกาะชิโกกุและได้รับความนิยม
จากนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศเป็นจำนวนมาก

ที่เที่ยวชิโกกุ
นอกจากจะเป็นจุดชมวิวธรรมชาติอันงดงามในทุกฤดูกาลแล้ว ยังได้ความตื่นเต้นปนหวาดเสียวนิดๆ อีกด้วย เนื่องจากสะพานค่อนข้างสูง เมื่อเดินข้ามสะพานก็จะแกว่งไปมา จึงต้องค่อยๆ เดินอย่างระมัดระวัง แต่มั่นใจในความปลอดภัยได้แน่นอน เพราะได้มีการเสริมความแข็งแรงด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ และมีการดูแลซ่อมแซม
เป็นประจำทุกๆ 3 ปี

สะพานคาซูระบาชิ (Kazura-bashi Bridge)

ที่อยู่162-2 Nishi – Iyayamamura, Zentoku, Miyoshi, Tokushima 778-0102
วิธีเดินทางจากสถานีรถไฟ JR Oboke นั่งรถบัส Miyoshi Municipal Bus สาย Oboke
มาลงที่ป้ายรถบัส Kazurabashi จากนั้นเดินต่อไปอีกประมาณ 5 นาที
เวลาทำการตั้งแต่เวลาพระอาทิตย์ขึ้น – พระอาทิตย์ตกดิน
เมษายน – 20 กรกฎาคม : 07.00 น. – 18.30 น.
21 กรกฎาคม – สิงหาคม : 06.30 น. – 19.00 น.
กันยายน : 07.00 น. – 18.30 น.
ตุลาคม – พฤศจิกายน : 07.00 น. – 17.30 น.
ธันวาคม – 12 กุมภาพันธ์ : 08.00 – 17.00 น.
13 กุมภาพันธ์ – มีนาคม : 08.00 น. – 18.00 น
ราคาผู้ใหญ่ (นักเรียนมัธยมต้นขึ้นไป) 550 เยน
เด็ก (นักเรียนประถม) 350 เยน
เด็กต่ำกว่าประถม ฟรี
WebsiteKazura-bashi Bridge (ภาษาอังกฤษ)

ดูแผนที่ สะพานคาซูระบาชิ (Kazura-bashi Bridge)

10. ล่องเรือชมช่องเขาโอโบเคะ-โคะโบเคะ (Oboke-Koboke Gorges)

ที่เที่ยวชิโกกุ
ช่องเขาโอโบเคะ-โคะโบเคะ ตั้งอยู่ในจังหวัดโทคุชิมะ เกิดขึ้นจากการกัดเซาะของแม่น้ำโยชิโนะ(Yoshino River) ที่ไหลผ่านเป็นเวลานับล้านปี จนเกิดเป็นช่องเขารูปตัววี ภูมิทัศน์สวยงามแปลกตาคล้ายกับงานประติมากรรม จึงได้รับเลือกให้เป็นอนุสรณ์ทางธรรมชาติของญี่ปุ่น ที่นี่มีธรรมชาติงดงามทุกฤดู โดยเฉพาะฤดูใบไม้ร่วงช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนของทุกปี ที่แห่งนี้ก็จะงดงามไปด้วยใบไม้เปลี่ยนสี สีสันสะดุดตาไปทั่วทั้งบริเวณ

ที่เที่ยวชิโกกุ
มาเที่ยวช่องเขาโอโบเคะ-โคะโบเคะทั้งที กิจกรรมที่ไม่ควรพลาดก็คือ การล่องเรือชมความงามของช่องเขา
โอโบเคะแบบใกล้ชิด (Oboke Sightseeing Boat Cruise) เป็นระยะทาง 4 กิโลเมตร โดยผู้เชี่ยวชาญในท้องถิ่น
ขณะที่ล่องเรือยังมีการบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ให้ความรู้แก่นักท่องเที่ยวอีกด้วย

ที่เที่ยวชิโกกุ
ใครชื่นชอบความตื่นเต้นเร้าใจมากกว่าการล่องเรือชมวิว ที่นี่ยังมีบริการล่องแก่งไปตามกระแสน้ำเชี่ยวกราก
บนแพยางที่ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษอีกด้วย เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว
ทั่วโลกผู้ที่ชอบความท้าทายและความระทึกใจ

ล่องเรือชมช่องเขาโอโบเคะ-โคะโบเคะ (Oboke-Koboke Gorges)

ที่อยู่1520 Nishiu, Yamashiro, Miyoshi, Tokushima 779-5451
วิธีเดินทางจากสถานี Okayama นั่งรถไฟด่วนพิเศษ Limited Express Nanpu มาลงที่สถานี Oboke ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 50 นาที จากนั้นเดินนั่งแท็กซี่ต่อไปอีกประมาณ 5 นาที
เพื่อไปยังท่าเรือ
เวลาทำการOboke Sightseeing Boat Cruise
09.00 – 16.00 น. (รอบสุดท้าย 15.30 น.)
ราคาOboke Sightseeing Boat Cruise
ผู้ใหญ่ 1,200 เยน
เด็ก (เด็กอายุ 3 ปี ถึงประถมศึกษา) 600 เยน
**ระยะเวลาล่องเรือ 30 นาที
WebsiteOboke-Koboke Gorges (ภาษาญี่ปุ่น)

ดูแผนที่ ล่องเรือชมช่องเขาโอโบเคะ-โคะโบเคะ (Oboke-Koboke Gorges)

ข้อสรุป

นี่เป็นเพียงสถานที่ท่องเที่ยวในภูมิภาคชิโกกุส่วนหนึ่งเท่านั้น ภูมิภาคเล็กๆ แห่งนี้ยังมีที่เที่ยวอันซีนอยู่อีกมากมาย ถ้ามีโอกาส อย่าลืมแพ็กกระเป๋าไปเที่ยวภูมิภาคชิโกกุ สูดอากาศบริสุทธิ์ และชมทัศนียภาพอันงดงามตามสถานที่เหล่านี้กันนะ เที่ยวได้ตลอดทั้งปี มาสัมผัสกับเสน่ห์อันน่าหลงไหลที่ใครๆ มาแล้วก็ต้องหลงรัก ขอฝากภูมิภาคชิโกกุ ภูมิภาคน้องเล็กแห่งนี้ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจของทุกคนด้วยนะ

สถานที่เที่ยว

| Feature

กรณีฉุกเฉิน

| Emergency
  • Police

    110

  • Ambulance

    119

  • AMDA International Medical Information Center

    03-5285-8088

  • สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว

    03-5789-2449

  • สถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซาก้า

    06-6262-9226-7

  • สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฟุกุโอกะ

    092-686-8775