20 เรื่องญี่ปุ่น น่ารู้ ที่ไปญี่ปุ่นกี่ทีก็อาจไม่เคยสังเกตมาก่อน!

16/09/2020 (อัพเดทเมื่อ 02/10/2020)
การสังเกตวัฒนธรรมหรือความแตกต่างเล็กๆ น้อยๆ เวลาไปเที่ยวคือความสนุกอย่างหนึ่ง ถึงจะไปญี่ปุ่นหลายครั้งหลายหนแค่ไหนก็ยังมีเรื่องให้แปลกใจอยู่เรื่อยๆ ขอรวบรวม 20 เรื่องญี่ปุ่น ที่แฝงอยู่ในความธรรมดาสามัญของสังคมญี่ปุ่น แต่อาจจะไม่ธรรมดาสำหรับเรา มาลองดูกันว่าเคยเจอหรือสังเกตเห็นกันสักกี่ข้อ

เปิดเพลงตอนห้าโมงเย็น

น้อยคนจะรู้ว่าญี่ปุ่นจะเปิดเพลงสั้นๆ ทุกห้าโมงเย็น โดยจะเปิดผ่านลำโพงกระจายเสียงที่ติดอยู่ตามถนนหนทาง เพลงจะเปลี่ยนไปตามฤดูกาลและต่างกันไปในแต่ละท้องถิ่น

ทั้งนี้เป็นเพราะการเตือนภัยต่างๆ จะประกาศผ่านลำโพงกระจายเสียง จึงมีการเปิดเพลงทุกวันเพื่อเป็นการเช็คว่าลำโพงยังใช้ได้ปกติหรือไม่ นอกจากนี้ยังเป็นเหมือนสัญญาณเลิกงานและเลิกเรียนให้ผู้คนกลับบ้านกันอีกด้วย

เสียงตอนข้ามถนนมีไว้เพื่อผู้พิการทางสายตา

เรื่องญี่ปุ่น

ไม่ว่าจะไปที่ไหนเราจะได้ยินเสียงตอนข้ามถนนเสมอ แต่รู้หรือไม่ว่าเสียงนี้มีไว้เพื่อบอกให้ผู้พิการทางสายตารู้ว่าข้ามถนนได้แล้ว และเมื่อไฟกระพริบ เสียงสัญญาณก็จะหยุดเพื่อบอกว่าใกล้หมดเวลาแล้วนั่นเอง

เสียงตอนข้ามถนนแบ่งออกเป็น เสียงปิโยะ ใช้กับทางม้าลายขนาดสั้นและแคบ กับเสียงคักโค ใช้กับทางม้าลายที่กว้างและยาว วิธีใช้เสียงอาจต่างกันไปตามท้องถิ่น บางพื้นที่อาจเปิดเพลงแทนเสียงสัญญาณ 2 แบบนี้

ทางม้าลายที่หันไปคนละทางจะเปิดเสียงที่ต่างกันเสมอ แถมเสียงจาก 2 ฝั่งถนนยังไม่เหมือนกันด้วย เช่นต้นทางร้อง “ปิ้ว” ปลายทางร้อง “ปิ้ว ปิ้ว” เป็นต้น ทั้งนี้ก็เพื่อให้แยกทิศทางออกนั่นเอง

ขี่จักรยานบนทางเท้าคือเรื่องปกติ

เรื่องญี่ปุ่น

ที่ไทยมีมอเตอร์ไซค์บนทางเท้าฉันใด ก็พบจักรยานบนทางเท้าญี่ปุ่นได้ฉันนั้น…ถามว่าไม่ผิดกฏหมายหรือ อันที่จริงเขาจะมีป้ายรูปจักรยานบอกไว้พร้อมขีดเส้นแบ่งส่วนคนเดินกับส่วนจักรยาน แต่บางที่ก็ให้ทั้งขี่ทั้งเดินรวมไปเลย อย่างไรก็ตาม จักรยานจะต้องขี่ฝั่งชิดถนนเสมอ

แฟชั่นสำคัญกว่าสภาพอากาศ

เรื่องญี่ปุ่น

แม้นักท่องเที่ยวอย่างเราจะแต่งตัวแบบพร้อมรับสภาพอากาศ แต่ชาวญี่ปุ่นมักจะแต่งตัวตามฤดูกาล ต่อให้ปีนั้นอากาศหนาวเร็วกว่าปกติ แต่ถ้ายังไม่ถึงฤดูหนาว ทุกคนก็จะยังแต่งแฟชั่นฤดูใบไม้ร่วงอยู่ ไอเทมกันหนาวก็มักเป็นแฟชั่นมากกว่าใช้กันหนาวจริงๆ

โดยเฉพาะสาวๆ นั้นเรียกได้ว่าทรหด อากาศหนาวแค่ไหนก็ใส่กระโปรงสั้นได้ หรือชาวฮอกไกโดก็แต่งตัวเหมือนชาวโตเกียวโดยไม่แคร์ความต่างทางอุณหภูมิ ยอมใจ

แสงสีฟ้าบนสถานีมีไว้ป้องกันการฆ่าตัวตาย!

เรื่องญี่ปุ่น

รถไฟฟ้าหลายแห่งมีการติดหลอดไฟสีฟ้าไว้บนสถานี ซึ่งเจ้าแสงสีฟ้านี้เชื่อกันว่ามีผลทางจิตวิทยาทำให้รู้สึกผ่อนคลาย จึงมีการติดไว้ที่สถานีรถไฟที่เป็นสถานที่ยอดฮิตติดชาร์ตในการฆ่าตัวตายของชาวญี่ปุ่น

พื้นที่ Woman only บนรถไฟ

เรื่องญี่ปุ่น

บางครั้งเราอาจเห็นป้ายสีชมพูที่เขียนว่า Woman Only ติดไว้ตรงพื้นชานชาลาหรือกระจกรถไฟ แปลว่าตู้นั้นเป็นตู้พิเศษที่ให้เฉพาะผู้หญิง เด็ก และผู้พิการใช้งาน แต่อย่าเพิ่งตกใจไป ไม่ใช่ว่าห้ามผู้ชายใช้โดยเด็ดขาดหรอกนะ

รถไฟทั้งขบวนจะมีพื้นที่แบบนี้สัก 1 ตู้ ซึ่งตู้ดังกล่าวจะเป็น Woman Only เฉพาะช่วง Rush hour ที่กำหนดเท่านั้น พอหมดช่วงนั้นแล้วใครจะขึ้นก็ได้ ช่วงเวลาที่กำหนดและตำแหน่งตู้จะต่างกันไปตามสายและขบวน

อากิบะปิดถนนให้คนเดินในวันอาทิตย์

เรื่องญี่ปุ่น

ย่านอากิฮาบาระจะปิดถนนส่วนหนึ่งไม่ให้รถวิ่งและเปิดเป็น “สวรรค์ถนนคนเดิน” (歩行者天国) ในช่วงบ่ายของวันอาทิตย์ ลงไปเดินบนถนนโดยไม่ต้องเบียดเสียดกันอยู่ริมทางอีกต่อไป

นอกจากอากิบะแล้ว ยังมีย่านเมืองพลุกพล่านอีกหลายที่ที่ปิดถนนในช่วงเวลาที่กำหนดเหมือนกัน เช่น ชินจูกุ กินซ่า เป็นต้น โดยวันและเวลาจะต่างกันไป

เพลงในห้างยามฝนตก

เรื่องญี่ปุ่น

ในห้างจะมีการเปิดเพลงคลอเบาๆ อยู่แล้ว แต่พอฝนตกเขาจะเปลี่ยนไปเปิดเพลงอีกชุด เพื่อให้พนักงานรู้ว่าข้างนอกฝนกำลังตก จะได้ใส่ถุงกันน้ำหรือบริการลูกค้าอย่างเหมาะสม เพลงที่นิยมใช้คือ Raindrops Keep Fallin’ on My Head และ Singin’ in the Rain หรืออื่นๆ ตามแต่ละห้างจะใช้

นอกจากนี้พอฝนหยุดตกแล้วยังอาจเปิดเพลง Over the Rainbow หรืออื่นๆ เพื่อบอกว่าฝนหยุดแล้วอีกด้วย

ร้านฟาสต์ฟู้ดไม่มีซอสแถมให้นะ

เรื่องญี่ปุ่น

ไทยเรามักเคยชินกับการได้ซอสแถมเวลาไปกินแมคโดนัลด์หรือเคเอฟซี แต่ญี่ปุ่นไม่มีวัฒนธรรมนี้หรอกนะ ไม่มีขวดซอสให้กดด้วย ใครอยากได้ซอสต้องขอเองเท่านั้น แต่ถ้าขอเขาก็ให้แหละ

อิซากายะบางแห่งคิดเงินค่าออเดิร์ฟที่ไม่ได้สั่ง

เรื่องญี่ปุ่น

ร้านอาหารประเภทอิซากายะมีธรรมเนียมเสิร์ฟ “โอโทชิ” หรือกับแกล้มจานเล็กๆ อย่างถั่ว เต้าหู้ สลัด หรืออื่นๆ ประเด็นมีอยู่ว่าบางร้านก็จะให้ฟรี แต่บางร้านก็จะคิดเงินทั้งที่เราไม่ได้เป็นคนสั่ง บางร้านปฏิเสธไม่เอาโอโทชิได้ แต่บางร้านก็ไม่ให้…ก็ต้องเข้าใจล่ะนะว่ามันเป็นธรรมเนียมของเขา

ชานมไข่มุกไม่ค่อยถูกปากคนไทย

เรื่องญี่ปุ่น

คือ…ชานมเจ้าที่ดังๆ ส่วนใหญ่มักจะออกรสจืด เพราะเขาเน้นกลิ่นกับรสสัมผัสของชา ซึ่งมักจะรสอ่อนไปสำหรับชาวไทย หรือไม่อย่างนั้นเจ้าที่ถูกหน่อยก็จะหวานเจี๊ยบไปเลย ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับรสนิยมและความชอบส่วนบุคคลเน้อ

รับพัสดุที่คอมบินิได้

เรื่องญี่ปุ่น

เวลาสั่งของญี่ปุ่นผ่านระบบออนไลน์ ถึงจะไม่มีที่อยู่ในญี่ปุ่นก็หายห่วง เพราะหลายที่จะมีให้เลือก “รับที่คอมบินิ” ได้ สามารถเลือกสาขาที่สะดวกแวะไปเอาได้เลย แต่ดูกันให้ดีล่ะว่ามีบริการนี้ให้เลือกหรือเปล่า

เอทีเอ็มนอกเวลาทำการเสียค่าธรรมเนียม

เรื่องญี่ปุ่น

เอทีเอ็มของญี่ปุ่นมีเวลาทำการนะ ถ้าเราใช้นอกเวลาเมื่อไหร่จะต้องเสียค่าธรรมเนียมเพิ่ม อยู่ที่ประมาณ 100-300 เยนแล้วแต่ธนาคารและบริการที่ใช้ ส่วนมากเวลาทำการจะอยู่ในช่วงสายถึงบ่าย บางทีนอกเวลาทำการเขาจะปิดตู้ไปเลยก็มีเหมือนกัน

ซื้อผ้าอนามัยทีห่อทำไมหลายชั้นนัก

เรื่องญี่ปุ่น

ถ้าสาวๆ เคยซื้อผ้าอนามัยที่คอมบินิหรือซูเปอร์ญี่ปุ่นน่าจะเคยเจอว่าพนักงานจะใส่ถุงแยกให้เรา อาจเป็นถุงสีเข้มหรือเป็นถุงกระดาษ บางครั้งก็ห่อ 2 ชั้น บางครั้งก็ใส่ถุงกระดาษแล้วซ้อนถุงพลาสติกอีกที!

เป็นความใส่ใจของเขาที่ไม่ให้ลูกค้าอาย แต่บางทีเวลาเร่งด่วนก็รู้สึกว่า…ไม่ต้องห่อขนาดนั้นก็ได้ค่า

ระบบคิดเงินแบบบริการตัวเองของซูเปอร์มาร์เก็ต

เรื่องญี่ปุ่น

ซูเปอร์มาร์เก็ตบางแห่งจะมี “เซรุฟุเรจิ” (セルフレジ) หรือ ระบบคิดเงินแบบบริการตัวเอง อย่าแปลกใจถ้าพนักงานจะยิงบาร์โค้ดเสร็จแล้วบอกให้เราไปเครื่องคิดเงินหมายเลข…ต่อ เราจะต้องเดินไปจ่ายเงินกับเครื่องที่อยู่ด้านข้าง จากนั้นก็หอบตะกร้าไปใส่ถุงเอง บางแห่งอาจให้เราสแกนบาร์โค้ดเองด้วย

รถไฟบางขบวนจะต้องเปิดปิดประตูด้วยตัวเอง

รถไฟบางขบวนในแถบชนบทของญี่ปุ่นต้องเปิดปิดประตูด้วยมือ พอถึงป้ายรถจะปลดล็อกให้เราเปิดประตูเอง อย่างดีหน่อยจะมีปุ่มให้กด แต่บางที่ต้องใช้มือง้างกันเองเลย

ป้ายชี้ที่หลบภัยตามเมืองริมทะเล

เรื่องญี่ปุ่น

ตามพื้นที่ติดทะเลหรือพื้นที่ที่เคยเกิดภัยพิบัติจะมีป้ายบอกทางไปสถานที่หลบภัยอยู่ตามจุดต่างๆ รวมถึงบอกระดับความสูงจากน้ำทะเลด้วย ใครไปแถวทะเลสังเกตป้ายเหล่านี้ไว้ก็ดีนะ

วิธีดูรถไฟและบัสเที่ยวสุดท้าย

เรื่องญี่ปุ่น

ถ้าทำได้ก็อย่าพลาดรถไฟหรือบัสเที่ยวสุดท้ายในญี่ปุ่นเลย เพราะแท็กซี่โบกยากและแพงมาก วิธีสังเกตรถไฟเที่ยวสุดท้ายคือให้สังเกตคำว่า 最終 / 終電 / 最終電車 หรือ Last ตรงป้ายรถไฟหรือป้ายบอกเวลาเทียบชานชาลา ซึ่งจะเป็นสีแดง แต่! ป้ายตรงนี้ใช้ตัวอักษรสีแดงค่อนข้างเยอะ อ่านกันให้ดีๆ ล่ะ เดี๋ยววิ่งฟรี

เรื่องญี่ปุ่น

ส่วนบัสรอบสุดท้ายให้ดูป้ายหน้ารถ หากไฟเป็นสีเขียวแปลว่านั่นคือรถรอบรองสุดท้าย ถ้าเป็นสีแดงแปลว่านั่นคือบัสเที่ยวสุดท้ายแล้ว โกยให้สุดแรง

บัสรอบดึกขึ้นราคานะจ๊ะ

เรื่องญี่ปุ่น Cr: wikipedia

เรื่องญี่ปุ่น น่ารู้ เมื่อเกิน 5 ทุ่ม บัสธรรมดาจะแปลงร่างเป็นบัสรอบดึก วิธีสังเกตคือป้ายหน้ารถจะมีรูปพระจันทร์หรือดาว (หรือทั้งคู่) หรืออาจเป็นคำว่า 深夜 ซึ่งความแตกต่างจากบัสกลางวันคือป้ายที่จอดอาจเปลี่ยนไปบ้าง และค่าโดยสารจะแพงขึ้น

เติมน้ำมันเองไม่ง้อเด็กปั๊ม

เรื่องญี่ปุ่น

จะว่าไม่ง้อก็อาจจะไม่ถูก เพราะหลายแห่งไม่มีเด็กปั๊มด้วยซ้ำ เราจะต้องกดเลือกวิธีจ่ายเงิน ประเภทน้ำมัน ปริมาณที่จะเติม และเสียบหัวฉีดกดเติมกันเองเลย

นอกจากนี้ชื่อน้ำมันยังไม่เหมือนบ้านเราอีกด้วย เวลาเช่ารถขับเที่ยวที่ญี่ปุ่นอย่าลืมถามด้วยว่าต้องเติมน้ำมันแบบไหน ตอนเอารถไปคืนก็ต้องเติมให้เขาเต็มถังด้วยนะ

ข้อสรุป

เรื่องญี่ปุ่น น่ารู้ ที่อาจไม่เคยรู้ หลายอย่างคือวัฒนธรรมและความใส่ใจเล็กๆ น้อยๆ ที่ทำให้รู้สึกว่าญี่ปุ่นมีสเน่ห์มาก รู้อย่างนี้แล้วไปญี่ปุ่นคราวหน้าอย่าลืมสังเกตกันดูนะ!

Purin

Blogger : Purin

บล็อกเกอร์ฝึกหัดผู้เกิดมาเพื่อเป็นทาสแมวและสัตว์หน้าขนทุกชนิด อ่านหนังสือเวลาเหงา เวลาเศร้าชอบทำคุกกี้ ชอบของหวานและสารพัดของกุ๊กกิ๊ก

50 Posts

สถานที่เที่ยว

| Feature

กรณีฉุกเฉิน

| Emergency
  • Police

    110

  • Ambulance

    119

  • AMDA International Medical Information Center

    03-5285-8088

  • สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว

    03-5789-2449

  • สถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซาก้า

    06-6262-9226-7

  • สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฟุกุโอกะ

    092-686-8775