คูปองส่วนลดที่น่าสนใจ
17%
20%
15%

ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 2,000 ปีก่อนสมัยที่ Nara ยังเป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่น จักพรรดิ Suinin ได้ออกคำสั่งให้องค์หญิง Yamatohime-no-Mikoto ให้หาสถานที่สำหรับสักการะบูชาเทพแห่งดวงอาทิตย์ Amaterasu Omikami โดยท่านเป็นเทพของทางชินโต ซึ่งรากฐานพิธีกรรมต่างๆของชินโตก็มีที่มาจากเทพ Amaterasu
องค์หญิง Yamatohime-No-Mikoto ก็เลยออกเดินทางจาก Nara เพื่อตามหาสถานที่ที่เหมาะสมสำหรับการสักการะเทพ Amaterasu ซึ่งท่านใช้เวลาเดินทางถึง 20 ปีเพื่อค้นหาสถานที่ที่เหมาะสม และท่านก็ได้มาถึงเมือง Ise ในที่สุด
เมื่อท่านได้มาถึงเมือง Ise ท่านก็ได้ยินเสียงกระซิบจากเทพ Amaterasu ว่า เทพ Amaterasu ต้องการที่จะอยู่ที่นี่ตลอดไป เพราะว่าที่ Ise นั้นมีทั้งภูเขา และทะเล ดังนั้นแล้วองค์หญิง Yamatohime-No-Mikoto จึงได้สร้างศาลเจ้าขึ้นที่ Ise จนเป็นศาลเจ้าอิเสะ ( Ise Shrine ) นั่นเอง
หัวหน้านักบวชของศาลเจ้าอิเสะ ( Ise Shrine ) นั้นจะต้องเป็นผู้หญิง และต้องเป็นเชื้อพระวงค์ และที่สำคัญคือต้องไม่เคยผ่านการสมรสมาก่อน โดยมีชื่อเรียกว่าเฉพาะว่าไซโอ ( Saio ) โดยหัวหน้านักบวชหญิงที่เป็นเชื้อพระวงค์คนแรกคือเจ้าหญิง Oku พระราชธิดาของจักพรรดิ Tenmu
ปัจจุบันนั้นระบบไซโอ ไม่มีแล้วแต่หัวหน้านักบวชก็ยังคงเป็นเชื้อพระวงค์อยู่เช่นเดิม และเนื่องจากศาลเจ้าอิเสะ ( Ise Shrine ) นั้นมีความเกี่ยวข้องกับราชวงค์จึงเป็นศาลเจ้าประเภท Jingu
ศาลเจ้าอิเสะนั้นจะแบ่งเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆชื่อ ศาลเจ้าชั้นใน ( Naiku ) และศาลเจ้าชั้นนอก ( Geku ) ซึ่งถือว่าห่างกันพอสมควร

ศาลเจ้าชั้นใน ( Naiku ) ถือว่าเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดและเป็นไฮไลท์ของศาลเจ้าอิเสะ ( Ise Shrine ) โดยศาลเจ้าชั้นในนั้นเป็นที่ประดิษฐานของเทพ Amaterasu และประกอบด้วยศาลเจ้าเล็กๆ ( Betsugu ) อีกมากมาย Kaguraden และตัวอาคารหลักของศาลเจ้า
บริเวณศาลเจ้าชั้นในนั้น ผู้มาเยือนจะไม่สามารถสวด อธิฐานและขอพรให้ตนเองได้ ซึ่งถ้าใครมาเยือนศาลเจ้าอิเสะ ( Ise Shrine ) นั้นแนะนำให้ไปศาลเจ้าเล็กๆที่อยู่ใกล้กับแม่น้ำ Isuzugawa ชื่อว่าศาลเจ้า Takimatsuri No Kami ซึ่งบริเวณศาลเจ้านี้สามารถสวด อธิฐาน และขอพรเพื่อตนเองได้ ก่อนที่จะเข้าไปสักการะในศาลเจ้าชั้นใน
ตามความเชื่อนั้นเมื่อนักท่องเที่ยวได้ขอพรแล้ว ตัวศาลเจ้า Takimatsuri No Kami ก็จะนำพรที่ขอไว้ไปแจ้งให้กับเทพ Amaterasu

ส่วนอาคาร Kaguraden นั้นก็สามารถขอพรเพื่อตนเองและผู้อื่นได้ โดยวิธีการอธิฐานคือต้องถวายดนตรีและรำประกอบพิธีให้แก่เทพเจ้า

หากพูดถึงศาลเจ้าเล็กๆในบริเวณศาลเจ้าชั้นใน ตัวศาลเจ้า Aramatsuri No miya ถือว่าเป็นศาลเจ้าที่อยู่ในลำดับสูงที่สุดและสำคัญที่สุด โดยเป็นที่ประดิษฐานของเทพ Amaterasu แต่เป็นในด้านที่มีความหยาบ และเกรี้ยวกราด ซึ่งแนะนำให้นักท่องเที่ยวไปสักการะเทพ Amaterasu ที่ตัววิหารหลักก่อน แล้วค่อยมาสักการะที่ศาลเจ้านี้ โดยเทพ Amaterasu ที่ประดิษฐานที่ศาลเจ้านี้ก็เป็นเทพองค์เดียวกับที่ประดิษฐานในวิหารหลัก

วิหารหลักของศาลเจ้าอิเสะ ( Ise Shrine ) ชั้นใน นั้นจะถูกล้อมด้วยรั้วไม้ทั้งหมด 4 ชั้นด้านนอก หากนักท่องเที่ยวเดินผ่านเสาโทริอิเข้ามาในบริเวณอาคารหลักแล้วจะไม่สามารถถ่ายรูปได้ โดยจะเข้ามาเพียงชั้นที่ 3 ของรั้วเท่านั้น
โดยด้านในของอาคารหลักนั้นจะเป็นที่ประดิษฐานของเทพ Amaterasu และยังมีกระจกวิเศษที่เปรียบเสมือนเป็นสัญลักษณ์ของท่านประดิษฐานอยู่ด้วยเช่นกัน
การสร้างอาคารหลักนั้นจะใช้ไม้มาต่อกันโดยไม่ใช้ตะปูตอกเลย
ซึ่งวิหารหลักของศาลเจ้านั้นจะต้องถูกรื้อและสร้างใหม่ในทุก 20 ปี ภายใต้พิธีที่เรียกว่า Shikinen Sengu

ที่นี่ถูกสร้างมาเพื่อเก็บข้าวที่ใช้ในพิธีกรรมถวายเทพเจ้า ซึ่งตัวอาคารนั้นได้ออกแบบเหมือนกับตัวอาคารหลักของศาลเจ้า ต่างกันเพียงแค่มีขนาดเล็กกว่าตัวอาคารหลักเท่านั้น
เทพที่ประดิษฐานในศาลเจ้าอิเสะ ( Ise Shrine ) ไม่ได้มีเพียงเทพแห่งดวงอาทิตย์ Amaterasu เท่านั้น แต่ยังมีเทพแห่งลมด้วย ซึ่งที่ Kazahinomi-no-miya คือเป็นที่ประดิษฐานของเทพแห่งลม ตามความเชื่อนั้นเทพแห่งลมเป็นเทพที่คอบควบคุมฝนและลม ซึ่งมีความจำเป็นในการปลูกธัญพืช และที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์คือ ในสมัยมองโกลรุกรานญี่ปุ่น ชาวญี่ปุ่นเชื่อว่าได้เทพแห่งลมมาบันดาลพายุไต้ฝุ่นขนาดใหญ่มาพัดใส่ทัพเรือของมองโกล ทำให้ไม่สามารถรุกรานญี่ปุ่นได้
สะพานยาว 100 เมตรที่ตั้งอยู่บริเวณทางเข้าของศาลชั้นใน ซึ่งเปรียบเสมือนสะพานที่เชื่อมระหว่างโลกมนุษย์กับดินแดนศักดิ์สิทธิ์

ศาลเจ้าชั้นนอก ( Geku ) สร้างขึ้นมาทีหลังศาลเจ้าชั้นในประมาณ 500 ปี ซึ่งวัตถุประสงค์ในการสร้างคือ สร้างขึ้นมาเพื่อเคารพเทพ Toyouke ซึ่งเป็นเทพเกี่ยวกับการเกษตร อาหาร อุตสาหกรรม อาหาร บ้านเรือน และเครื่องนุ่งห่ม
ตามความเชื่อนั้นเทพ Toyouke มีหน้าที่ถวายอาหารให้แก่เทพ Amaterasu ที่ประดิษฐานที่ศาลเจ้าชั้นใน

ที่นี่คืออาคารหลักของศาลเจ้าชั้นนอก ( Geku ) โดยเป็นที่ประดิษฐานของเทพ Toyouke โดยอาคารหลักนั้นสร้างขึ้นมาโดยใช้ไม้ทำเป็นข้อต่อแล้วนำมาต่อกันจนเป็นอาคารโดยไม่ใช้ตะปูเลย และไม้ที่ใช้นั้นเป็นไม้ที่ไม่มีลวดลาย เพราะเนื่องจากว่าจะต้องรื้อในทุกๆ 20 ปีนั่นเอง
ภายในศาลเจ้าหลักนั้นไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้าไปด้านใน ที่นี่จะมีการถวายอาหารให้แก่เทพ Amaterasu ในห้องด้านหลังของอาคารหลัก โดยถวายวันละ 2 มื้อ คือเช้ากับเย็น อาหารที่นำมาถวายคือ ข้าว น้ำและเกลือ การปรุงอาหารที่นำมาถวายแก่เทพนั้นจะต้องปรุงในอาคารที่ชื่อว่า Imibiyaden ซึ่งจะต้องให้นักบวชเป็นผู้ปรุงอาหาร ซึ่งพิธีนี้เรียกว่า Shinsen

ศาลเจ้าอิเสะ ( Ise Shrine ) เป็นศาลเจ้าที่สร้างขึ้นมาท่ามกลางธรรมชาติ ตัวศาลเจ้าจึงถูกรายล้อมไปด้วยต้นไม้ ธรรมชาติที่ร่มรื่นมากๆ
ดังนั้นแล้วเมื่อนักท่องเที่ยวมาเที่ยวศาลเจ้าอิเสะโดยเฉพาะศาลเจ้าชั้นใน นักท่องเที่ยวจะได้เดินชมศาลเจ้าพร้อมทั้งชมธรรมชาติไปแบบควบคู่กันได้ ซึ่งศาลเจ้าชินโตกับธรรมชาติ มักจะเป็นของคู่กันเสมอ
โดยศาลเจ้าเล็กๆ ( Betsugu ) ที่มีมากมายหลายแห่งในศาลเจ้าชั้นใน จะกลมกลืนไปกับต้นไม้ ธรรมชาติ ในตอนที่นักท่องเที่ยวกำลังเดินเที่ยวในศาลเจ้า หรือเดินไปยังศาลเจ้าเล็กต่างๆ ก็จะรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่ในป่า ทั้งๆที่ตัวศาลเจ้านั้นตั้งอยู่ใจกลางเมืองแท้ๆ
สิ่งสำคัญที่ต้องทำก่อนเข้าสักการะศาลเจ้าที่ญี่ปุ่นก็คือการชำระล้าง ซึ่งในทุกๆศาลเจ้าจะมีบ่อน้ำเล็กๆพร้อมกระบวยให้ชำระล้างก่อนเข้าสักการะ
วิธีการชำระล้างคือเริ่มจากเอามือขวาหยิบกระบวยตักน้ำแล้วนำมาเทลงใส่มือซ้าย จากนั้นใช้มือซ้ายตักน้ำใส่กระบวย แล้วนำมาล้างมือขวา จากนั้นมือขวาตักน้ำแล้วเทใส่บริเวณอุ้งมือซ้าย แล้วเอาน้ำจากมือซ้ายกวักใส่ปาก ( ห้ามเอาปากสัมผัสกับกระบวยโดยตรง ) จากนั้นบวนน้ำออกมาห้ามดื่ม จากนั้นล้างมือซ้ายอีกครั้ง แล้วนำกระบวยตั้งขึ้นเพื่อให้น้ำไหลออกมา แล้วก็จบการชำระล้าง

การขอพรเมื่อนักท่องเที่ยวมาถึงบริเวณที่เป็นจุดสำหรับขอพรให้นักท่องเที่ยวทำดังนี้ เริ่มต้นด้วยการโค้งคำนับ 2 ครั้งจากนั้น ตบมือ 2 ครั้ง แล้วพนมมือค้างไว้ระหว่างที่พนมมือก็ให้ขอพรไว้ในใจ เมื่อขอพรเสร็จก็คำนับอีก 1 ครั้ง เป็นอันเสร็จ
คลิปตัวอย่างการชำระล้างและขอพรของศาลเจ้าอิเสะ ( Ise Shrine )
นี่คือพิธีที่สำคัญที่สุดของศาลเจ้าอิเสะ ( Ise Shrine ) คือการรื้อวิหารหลักทุกๆ 20 ปี แล้วก็สรา้งขึ้นมาใหม่ ไม่เพียงแต่วิหารหลักเท่านั้น สะพาน Ujibashi ก็ถูกรื้อด้วย เครื่องนุ่งห่ม เครื่องตกแต่ง รวมถึงสมบัติก็ต้องถูกสร้างขึ้นใหม่ด้วยเช่นกัน อย่างเช่น
ยกเว้นกระจกของเทพ Amaterasu จะไม่ได้ถูกทำลายและสร้างขึ้นมาใหม่
หลังจากที่รื้ออาคารหลักแล้วก็จะสร้างอาคารหลักหลังใหม่ใกล้ๆกับพื้นที่เดิม โดยใช้เวลาสร้างทั้งหมด 8 ปี
รูปของอาคารหลักเก่าและที่สร้างขึ้นมาใหม่สามารถดูได้ที่นี่
ศาลเจ้า Ise Grand Shrine
| ที่อยู่ | 279 Toyokawa-cho, Ise city, Mie 516-0023 |
| เวลาทำการ | เดือนมกราคม – เมษายน และ กันยายน เปิดตั้งแต่เวลา 05.00 น. ถึง 18.00 น. เดือนพฤษภาคม – สิงหาคม เปิดตั้งแต่ 05.00 น. ถึง 19.00 น. เดือนตุลาคม – ธันวาคม เปิดตั้งแต่ 05.00 น. ถึง 17.00 |
| ราคา | ฟรี |
| Website | ศาลเจ้า Ise Grand Shrine |

ถนนช็อปปิ้งแห่งนี้ก่อตั้งเมื่อปีค.ศ. 1,993 ซึ่งตรงกับพิธี Shikinen Sengu ครั้งที่ 61 พอดี โดยอาคารบ้านเรือนของที่นี่ได้สร้างในรูปแบบย้อนยุคโดยย้อนไปในยุค Edo เลยทีเดียว ที่นี่มีร้านค้า ร้านอาหารมากกว่า 50 ร้านค้า โดยสิ่งที่ต้องห้ามพลาดในการมาถนนแห่งนี้คือการลิ้มลองของกินท้องถิ่นอย่าง Akafuku Mochi หรือ Ise Udon ซึ่งถือว่าเป็นอาหารท้องถิ่นที่ต้องห้ามพลาด
Okage Yokocho Ancient Street
| ที่อยู่ | 52 Ujinakanokiricho, Ise, Mie 516-8558 |
| วิธีเดินทาง | จากศาลเจ้า Ise Grand Shrine ศาลเจ้าชั้นใน เดิน 15 นาที จาก Tokyo นั่งชินคันเซนมาลงที่สถานี Nagoya จากนั้นเปลี่ยนไปนั่งรถไฟขบวน Mie มาลงสถานี Iseshi จากนั้นเปลี่ยนไปนั่งรถบัสมาลงป้าย Jingu Kaikan Mae ( 神宮会館前 ) แล้วเดินอีก 1 นาที จาก Nagoya นั่งรถไฟขบวน Mie มาลงสถานี Iseshi จากนั้นเปลี่ยนไปนั่งรถบัสมาลงป้าย Jingu Kaikan Mae ( 神宮会館前 ) แล้วเดินอีก 1 นาที จาก Osaka นั่งรถไฟ Kintetsu จากสถานี Osaka – Hommachi มาลงสถานี Iseshi จากนั้นเปลี่ยนไปนั่งรถบัสมาลงป้าย Jingu Kaikan Mae ( 神宮会館前 ) แล้วเดินอีก 1 นาที |
| เวลาทำการ | เดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ เปิดตั้งแต่ 09.30 น. ถึง 17.00 น. ยกเว้นวันหยุดจะเปิดถึง 17.30 น. เดือนมีนาคม – กรกฎาคม เปิดตั้งแต่ 09.30 น. ถึง 17.30 น. ยกเว้นวันหยุดจะเปิดถึง 18.00 น. เดือนสิงหาคม – กันยายน เปิดตั้งแต่ 09.30 น. ถึง 18.00 น. เดือนตุลาคม เปิดตั้งแต่ 09.30 น. – 17.30 น. เดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม เปิดตั้งแต่ 09.30 น. – 17.00 น. ***ร้านอาหารบางร้านอาจจะเปิดถึง 20.00 น. |
| Website | Okage Yokocho Ancient Street |

หิน 2 ก้อนที่เชื่อกันว่าเป็นหินศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเรียกกันว่าหินแต่งงาน โดยสามีนั้นคือหินก้อนใหญ่ ส่วนภรรยาคือหินก้อนเล็ก โดยมีเชือกชิเมนาวะเชื่อมหินทั้ง 2 ด้วยกัน
โดยหินแต่งงานนั้นอยู่ในบริเวณศาลเจ้า Futamiokitama โดยตามหลักนั้นผู้ที่มาสักการะศาลเจ้าอิเสะ ( Ise Shrine ) จะต้องมาสักการะที่ศาลเจ้าแห่งนี้ก่อนแล้วค่อยไปศาลเจ้าอิเสะ ( Ise Shrine )
Meoto Iwa (夫婦岩 – หินแต่งงาน)
| ที่อยู่ | 575 Futamichoe, Ise, Mie 519-0602 |
| วิธีเดินทาง | จากสถานี Iseshi นั่งรถไฟมาลงสถานี Futamio – Ura จากนั้นเดินอีก 15 นาที |
| เวลาทำการ | เปิดตั้งแต่ 07.30 น. – 16.30 น. |
| Website | Meoto Iwa (夫婦岩 – หินแต่งงาน) |

สวนสนุกที่ทำออกมาในธีมนินจาในยุค Azuchi Momoyama โดยมีจุดเด่นคือปราสาท Azuchi แบบจำลองขนาด 1:1 และตัวสวนสนุกนั้นสร้างขึ้นมาให้เหมือนกับเมืองปราสาท โดยที่นี่นั้นมีทั้งพิพิธภัณฑ์ เขาวงกตนินจา กิจกรรมผจญภัยแบบนินจา ที่แสดงละคร ร้านอาหาร เป็นต้น
Ise Azuchi Momoyama Culture Village
| ที่อยู่ | 1201-1 Futamicho Mitsu, Ise, Mie 519-0603 |
| วิธีเดินทาง | จากสถานี Iseshi นั่งรถ Can Bus 30 นาที |
| เวลาทำการ | เปิดตั้งแต่ 09.00 น. – 17.00 น. |
| ราคา | ผู้ใหญ่ 4900 เยน เด็กมัธยม 3500 เยน เด็กเล็ก 3000 เยน |
| Website | Ise Azuchi Momoyama Culture Village |

ศาลเจ้าอิเสะ ( Ise Shrine ) ถือว่าเป็นศาลเจ้าที่มีความสำคัญมากของญี่ปุ่น ซึ่งนักท่องเที่ยวจะต้องมาสักการะที่นี่ให้ได้ซักครั้งหนึ่งในชีวิต เพื่อความเป็นสิริมงคลต่อตนเอง และสถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงอย่างถนนช็อปปิ้ง Okage Yokocho Ancient Street นั้นก็มีความเกี่ยวข้องกับศาลเจ้าแห่งนี้ เมื่อสักการะศาลเจ้าชั้นในเสร็จ ก็แนะนำให้มาเดินช็อปปิ้ง หรือลิ้มลองของกินขึ้นชื่อของ Ise ต่อได้เลย

Blogger : Kitslaughter666
กูรูผู้เชี่ยวชาญการเดินทางท่องเที่ยวญี่ปุ่น โดยเฉพาะในภูมิภาค ชูโกกุ (Chugoku) มีความหลงใหลในประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง กิดมักจะพาผู้อ่านไปสัมผัสญี่ปุ่นในมุมที่แตกต่างผ่านสถานที่ Unseen ที่ยังไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลาย ตั้งแต่ความสงบของปราสาทโบราณ ไปจนถึงความตื่นตาตื่นใจในสวนสัตว์ อควาเรียม และสวนงู

10 ที่เที่ยวฟูจิ เปิดพิกัดที่เที่ยวแบบใหม่ ไปกี่ครั้งก็ไม่เบื่อ
Kitaguchi-hongu Fuji Sengen Shrine ศาลเจ้าที่อุดมไปด้วย […]...

รีวิวฤดูหนาวที่ Hakuba Iwatake Mountain Resort เที่ยวฮาคุบะแบบจัดเต็ม ทั้งจุดชมวิว สกี และออนเซ็น
หากอยากสัมผัสทั้งวิวสวยอลังการ สกี และออนเซ็นในฤดูหนาวของฮาคุบะ Hakuba Iwatake...

เที่ยวญี่ปุ่น เมืองไหนดี แนะนำ 10 เมืองเด็ด ความน่าสนใจ ที่ต้องไปเยือน
เที่ยวญี่ปุ่น เมืองไหนดี แนะนำ 10 เมืองเด็ดน่าเที่ยว ที่มีความโดดเด่นน่าสนใจ ท...
Police
110
Ambulance
119
AMDA International Medical Information Center
03-6233-9266
สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว
090-4435-7812
สถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซาก้า
090-1895-0987
สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฟุกุโอกะ
090-2585-3027 หรือ 090-9572-1515