Tax Refund ญี่ปุ่น 2026 ระบบใหม่ เริ่ม พ.ย. 2026 นักท่องเที่ยวต้องรู้อะไรบ้าง?

Tax Refund ญี่ปุ่น 2026 เปลี่ยนระบบใหม่! ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2026 นักท่องเที่ยวจะต้อง จ่ายภาษีตอนซื้อสินค้าไปก่อน แล้วจึงขอคืนภาษีภายหลังเมื่อเดินทางออกจากญี่ปุ่น ใครมีแพลนช้อปญี่ปุ่นปลายปีนี้ ควรรู้ระบบใหม่ไว้ก่อนเดินทาง!
Contents Index
  1. 1 ทำไมญี่ปุ่นถึงเปลี่ยนระบบการคืนภาษี
  2. 2 เปรียบเทียบ “แบบเดิม VS แบบใหม่”
  3. 3 บทความเหมาะกับใคร / ใครควรอ่านบทความนี้
    1. 3.1 ผู้ที่เดินทางไปญี่ปุ่นและช้อปปิ้งสินค้ามูลค่าสูงตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2026
    2. 3.2 ผู้ที่เดินทางญี่ปุ่นเป็นเวลานานหรือไปเรียนระยะสั้นไม่เกิน 3 เดือน
  4. 4 แยกให้ชัด: ร้าน Tax-Free ในเมือง vs ร้าน Duty-Free ในสนามบิน
    1. 4.1 ร้าน Tax-Free ในเมือง
    2. 4.2 ร้าน Duty-Free ในสนามบิน
  5. 5 กฎเกณฑ์ใหม่มีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง
    1. 5.1 ยกเลิกสินค้าทั่วไป (General Goods) สินค้าอุปโภคบริโภค (Consumables) รวมถึงยกเลิกการซื้อสูงสุด 500,000 เยน
    2. 5.2 ขยายระยะเวลาการนำสินค้าออกนอกญี่ปุ่นเป็น 90 วัน
  6. 6 ขั้นตอนการขอคืนภาษี
    1. 6.1 Step 1 — ช้อปปิ้งที่ร้าน Tax-Free
    2. 6.2 Step 2 — เตรียมตัวก่อนไปสนามบิน
    3. 6.3 Step 3 — ผ่านศุลกากรสนามบิน (Customs)
    4. 6.4 Step 4 — รับเงินคืน
  7. 7 Visit Japan Web (VJW) คืออะไร
  8. 8 ข้อควรระวังและคำแนะนำพิเศษ
    1. 8.1 ยกตัวอย่างสถานการณ์
    2. 8.2 เผื่อเวลาที่สนามบินเพิ่ม
    3. 8.3 เปรียบเทียบช่องทางรับเงินคืน
    4. 8.4 แกะซองได้ แต่ห้ามใช้หรือบริโภค
    5. 8.5 ตรวจเป็น “ใบเสร็จ” ไม่ใช่ “รายชิ้น”
  9. 9 คำถามที่พบบ่อย / FAQ เพื่อช่วยตอบข้อสงสัยสำคัญและเตรียมตัวให้พร้อมก่อนช้อปปิ้งในญี่ปุ่น
    1. 9.1 Q1: ต้องไปถึงสนามบินขากลับเร็วขึ้นแค่ไหน หากซื้อของ Tax-Free มา?
    2. 9.2 Q2: สินค้าของเหลว ครีม หรือสกินแคร์ชิ้นใหญ่ที่ต้องโหลดใต้เครื่อง ต้องทำขั้นตอนอย่างไร?
    3. 9.3 Q3: ถ้ายกเลิกถุงซีลพลาสติกแล้ว แกะใช้หรือแกะกินระหว่างเที่ยวในญี่ปุ่นได้เลยไหม?
    4. 9.4 Q4: ซื้อขนม เครื่องสำอาง หรือยา (Consumables) มีเวลาให้อยู่ในญี่ปุ่นได้นานแค่ไหน?
    5. 9.5 Q5: แวะซื้อของในร้าน Duty-Free ข้างในเกทหลังผ่าน ตม. สนามบินแล้ว ต้องทำเรื่องขอคืนเงินอีกไหม?
    6. 9.6 Q6: ซื้อของหลายชิ้นในใบเสร็จเดียวกัน แต่เผลอทำหายหรือแกะใช้ไป 1 ชิ้น ขอคืนภาษีชิ้นที่เหลือได้ไหม?
    7. 9.7 Q7: ซื้อของชิ้นใหญ่ขนไม่ไหว ส่งพัสดุ (EMS) กลับไทยแทนการหิ้วเองได้ไหม?
    8. 9.8 Q8: การคืนภาษีขากลับ ได้เงินคืนอย่างไร?
      1. 9.8.1 2. อย่าลืมเก็บใบเสร็จและสินค้าที่ขอคืนภาษีไว้ให้ครบ
      2. 9.8.2 3. ดำเนินการคืนภาษีที่สนามบินหรือท่าเรือ
      3. 9.8.3 4. ผ่านการตรวจสอบจากศุลกากร
      4. 9.8.4 5. รับเงินคืนตามช่องทางที่กำหนด
    9. 9.9 ช่องทางรับเงินคืนจากการคืนภาษีมีอะไรบ้าง?
      1. 9.9.1 ⚠️ สิ่งที่ควรรู้ก่อนเดินทางกลับ
    10. 9.10 หมายเหตุเกี่ยวกับระบบการคืนภาษี 2026
  10. 10 บทสรุป

ทำไมญี่ปุ่นถึงเปลี่ยนระบบการคืนภาษี

การปรับระบบครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญเพื่อป้องกันการใช้สิทธิ Tax Free ในทางที่ไม่ถูกต้อง โดยเฉพาะกรณีซื้อสินค้าแบบปลอดภาษีแล้วนำไปขายต่อหรือหมุนเวียนภายในญี่ปุ่น รวมถึงการใช้ช่องทาง ส่งสินค้าออกนอกประเทศทางไปรษณีย์ เพื่อยืนยันการนำสินค้าออกจากญี่ปุ่น ซึ่งทางการญี่ปุ่นพบว่าช่องทางดังกล่าวถูกนำไปใช้ในทางมิชอบ จึงมีการปรับระบบใหม่ให้ตรวจสอบการนำสินค้าออกนอกประเทศที่ด่านศุลกากรอย่างชัดเจนมากขึ้น

ตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2026 ญี่ปุ่นจะเปลี่ยนจากระบบยกเว้นภาษี ณ จุดซื้อ เป็น ระบบ Refund โดยนักท่องเที่ยวจะซื้อสินค้าโดยรวมภาษีไว้ก่อน จากนั้นนำสินค้าและข้อมูลการซื้อไปให้ศุลกากรตรวจสอบเมื่อเดินทางออกจากญี่ปุ่น แล้วจึงได้รับเงินภาษีคืนตามเงื่อนไข

“มองง่าย ๆ ระบบใหม่ไม่ได้ทำให้สิทธิ Tax-Free หายไป แต่เปลี่ยนจากการ “ลดภาษีตอนซื้อ” มาเป็นการ “ตรวจสิทธิแล้วคืนภาษีภายหลัง” เพราะฉะนั้นขั้นตอนก่อนกลับจึงสำคัญพอ ๆ กับตอนช้อป”

เปรียบเทียบ “แบบเดิม VS แบบใหม่”

การเปลี่ยนระบบ Tax-Free Shopping ของญี่ปุ่นในปี 2026 ทำให้ขั้นตอนการซื้อสินค้าปลอดภาษีแตกต่างจากที่นักท่องเที่ยวคุ้นเคยอย่างมาก จากเดิมที่สามารถหักภาษีการบริโภค (Consumption Tax) ออกจากราคาสินค้าได้ทันทีที่ร้านค้า เป็นระบบใหม่ที่นักท่องเที่ยวต้องชำระเงินเต็มจำนวนรวมภาษีไปก่อน แล้วจึงดำเนินการขอคืนภาษีภายหลังเมื่อเดินทางออกจากญี่ปุ่น ดังนั้น ใครที่มีแผนช้อปปิ้งในญี่ปุ่นหลังวันที่ 1 พฤศจิกายน 2026 ควรทำความเข้าใจความแตกต่างของทั้งสองระบบไว้ล่วงหน้า เพื่อเตรียมตัวได้ถูกต้อง

“สิ่งที่ต้องปรับตัวจริง ๆ ไม่ใช่ตอนรูดบัตร แต่คือการวางแผนวันกลับ เพราะการช้อป Tax-Free จะกลายเป็นหนึ่งในขั้นตอนที่ต้องเผื่อเวลาไว้ในกำหนดการเดินทางด้วย”

หัวข้อระบบเดิม (ถึง ต.ค. 2026)ระบบใหม่ (เริ่ม พ.ย. 2026)
ตอนซื้อไม่มี VAT ตั้งแต่จ่ายเงินจ่ายราคาเต็มรวมภาษี + ลงทะเบียนวิธีรับเงินคืน
ประเภทสินค้าแยก General Goods กับสินค้าอุปโภคบริโภคชัดเจน คนละเกณฑ์ยกเลิกการแยกประเภท รวมเป็นเกณฑ์เดียว
เพดานซื้อConsumables มีเพดานสูงสุด 500,000 เยนยกเลิกเพดาน 500,000 เยน
บรรจุภัณฑ์Consumables ต้องใส่ถุงปิดผนึกพิเศษ ห้ามแกะก่อนออกนอกประเทศยกเลิกถุงปิดผนึกพิเศษ (แต่ยังห้ามใช้/บริโภคของก่อนออกนอกประเทศ — ดู ⚠️ ข้อ 4)
ตอนออกประเทศตรวจศุลกากรหลังผ่านจุดตรวจความปลอดภัยตรวจศุลกากร ก่อน เข้าโซนตรวจความปลอดภัย ต้องออกนอกญี่ปุ่นภายใน 90 วันจากวันซื้อ
เงินคืนได้ทันทีตอนซื้อโอน/จ่ายคืนหลังผ่านศุลกากรแล้วเท่านั้น

บทความเหมาะกับใคร / ใครควรอ่านบทความนี้

บทความนี้เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่กำลังวางแผนเดินทางไปญี่ปุ่นในช่วงปลายปี 2026 เป็นต้นไป โดยเฉพาะคนที่มีแผนช้อปปิ้งและต้องการใช้สิทธิ์การคืนภาษี เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมกับระบบใหม่ เข้าใจสิ่งที่เปลี่ยนแปลง และวางแผนการซื้อสินค้าและเดินทางกลับได้อย่างราบรื่นมากขึ้น

ผู้ที่เดินทางไปญี่ปุ่นและช้อปปิ้งสินค้ามูลค่าสูงตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2026 

บทความนี้เหมาะสำหรับ นักท่องเที่ยวไทยที่มีแผนเดินทางไปญี่ปุ่นและช้อปปิ้งตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2026 เป็นต้นไป โดยเฉพาะผู้ที่มีแผนซื้อสินค้ามูลค่าสูง เช่น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ นาฬิกา หรือกระเป๋าแบรนด์เนม ซึ่งควรทำความเข้าใจกับกฎ Tax-Free รูปแบบใหม่ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงเรื่องวงเงินและเงื่อนไขการซื้อสินค้า เพื่อวางแผนค่าใช้จ่ายและการขอคืนภาษีได้อย่างถูกต้อง

ผู้ที่เดินทางญี่ปุ่นเป็นเวลานานหรือไปเรียนระยะสั้นไม่เกิน 3 เดือน 

ตามระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งอาจมีสิทธิ์ใช้ระบบ Tax-Free ภายใต้เงื่อนไขและเอกสารเพิ่มเติม รวมถึงผู้ที่เดินทางญี่ปุ่นเป็นเวลานานหรือไปเรียนระยะสั้นไม่เกิน 3 เดือน เพราะกฎใหม่มีการขยายระยะเวลาสำหรับสินค้าประเภทสินค้าอุปโภคบริโภคจากเดิม 30 วันเป็น 90 วัน ทำให้มีความยืดหยุ่นในการซื้อและนำสินค้าออกนอกประเทศมากขึ้น

“สายช้อปของหนักควรเปลี่ยนวิธีคิดตั้งแต่ก่อนรูดบัตร: ซื้อแล้วต้องมีแผนขนกลับ เพราะทางเลือกแบบ “ส่งกลับไทยทีหลัง” ไม่ใช่ทางออกสำหรับสินค้าที่ต้องการใช้สิทธิ Tax-Free”


แยกให้ชัด: ร้าน Tax-Free ในเมือง vs ร้าน Duty-Free ในสนามบิน

การซื้อสินค้าปลอดภาษีในญี่ปุ่นมีทั้ง Tax-Free ในร้านค้าในเมือง และ Duty-Free ในสนามบิน ซึ่งแม้จะดูคล้ายกัน แต่จริง ๆ แล้วเป็นคนละระบบและมีขั้นตอนแตกต่างกัน โดยเฉพาะหลังญี่ปุ่นปรับระบบใหม่ในปี 2026 นักท่องเที่ยวจึงควรรู้ว่าการซื้อสินค้าแต่ละแบบต้องจ่ายภาษีอย่างไร ขอคืนภาษีหรือไม่ และต้องดำเนินการตอนไหน เพื่อจะได้ช้อปปิ้งได้อย่างถูกต้องและไม่สับสนระหว่างสองระบบ 

ร้าน Tax-Free ในเมือง

ระบบ Refund Method ใหม่ ที่จะเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2026 มีผลกับ ร้านค้าปลอดภาษีในเมือง เช่น ร้านค้าทั่วไป ห้างสรรพสินค้า ร้านอิเล็กทรอนิกส์ หรือร้านอย่าง Don Quijote ที่เข้าร่วมโครงการ Tax-Free Shopping โดยจากเดิมที่นักท่องเที่ยวสามารถซื้อสินค้าโดยไม่ต้องจ่าย Consumption Tax ตั้งแต่ตอนซื้อ จะเปลี่ยนเป็น ชำระเงินเต็มจำนวนรวมภาษีไปก่อน แล้วจึงขอคืนภาษีภายหลัง เมื่อเดินทางออกจากญี่ปุ่น นักท่องเที่ยวจึงต้องผ่านขั้นตอนตรวจสอบกับศุลกากร และต้องเตรียมสินค้าและเอกสารที่เกี่ยวข้องให้พร้อมตามเงื่อนไขก่อนจึงจะได้รับเงินคืน

ร้าน Duty-Free ในสนามบิน

ส่วน ร้าน Duty-Free ที่อยู่ด้านในเขตเกท หลังผ่าน ตม. และศุลกากรของสนามบิน เช่น ร้านขายเหล้า น้ำหอม บุหรี่ ขนม หรือสินค้าแบรนด์เนม จะ ไม่อยู่ภายใต้ Refund Method ใหม่นี้ เนื่องจากเป็นการซื้อสินค้าในพื้นที่สำหรับผู้โดยสารขาออก และสินค้าถือว่าอยู่ภายใต้เงื่อนไขการนำออกนอกประเทศตั้งแต่ขั้นตอนการซื้อ จึงสามารถซื้อในราคาปลอดภาษีได้ทันที และ ไม่ต้องนำสินค้าไปผ่านขั้นตอนขอคืน VAT ซ้ำอีก ดังนั้น แม้คนไทยจะคุ้นเคยกับการเรียกทั้งสองแบบว่า “Tax-Free” เหมือนกัน แต่ในทางปฏิบัติ Tax-Free ในเมืองกับ Duty-Free ในสนามบินเป็นคนละระบบและมีขั้นตอนแตกต่างกัน จุดนี้จึงควรแยกให้ชัดก่อนวางแผนช้อปปิ้งในญี่ปุ่น ตอนก่อนเดินทางกลับ

“จำสั้น ๆ ว่า ซื้อในเมือง = ยังมีขั้นตอนหลังการซื้อ ส่วน ซื้อในเขต Duty-Free หลังผ่านด่านสนามบิน = ซื้อในพื้นที่ขาออก แค่แยกสองภาพนี้ออกจากกัน ก็ลดความสับสนเรื่องภาษีไปได้เยอะ”

กฎเกณฑ์ใหม่มีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง

ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2026 เป็นต้นไป ระบบ Tax Refund ของญี่ปุ่นจะมีการปรับเปลี่ยนหลายด้านที่นักท่องเที่ยวควรรู้ก่อนเดินทาง ทั้งขั้นตอนการซื้อสินค้า การขอคืนภาษี และเงื่อนไขในการนำสินค้าออกนอกประเทศ เพื่อให้การใช้สิทธิ์เป็นไปอย่างถูกต้องและไม่เกิดปัญหาในภายหลัง

ยกเลิกสินค้าทั่วไป (General Goods) สินค้าอุปโภคบริโภค (Consumables)  รวมถึงยกเลิกการซื้อสูงสุด 500,000 เยน

ระบบ Tax-Free ใหม่ของญี่ปุ่นมีการปรับหลายจุดเพื่อให้ขั้นตอนการซื้อและขอคืนภาษีเป็นระบบเดียวมากขึ้น โดยยกเลิกการแยกสินค้าทั่วไป (General Goods)” และ “สินค้าอุปโภคบริโภค (Consumables)  รวมถึงยกเลิกเพดานซื้อสูงสุด 500,000 เยน ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถซื้อสินค้าได้โดยไม่ต้องแบ่งประเภทและไม่มีเพดานดังกล่าว ขณะเดียวกัน ยกเลิกการใช้ถุงซีลพิเศษสำหรับสินค้าอุปโภคบริโภค แต่ไม่ได้หมายความว่าสามารถแกะใช้หรือรับประทานสินค้าในญี่ปุ่นได้ เพราะสินค้าที่ขอคืนภาษียังคงต้องนำออกนอกประเทศ หากใช้หรือบริโภคก่อนเดินทางออก สินค้านั้นจะไม่เข้าเงื่อนไขการคืนภาษี

“ข้อดีของการรวมเกณฑ์คือไม่ต้องมานั่งจำว่าสินค้าชิ้นไหนอยู่หมวดไหนเหมือนเดิม แต่ไม่ได้แปลว่า “ซื้ออะไรก็ได้แล้วจบ” เพราะเงื่อนไขสำคัญยังอยู่ที่การนำสินค้าออกจากญี่ปุ่นจริง”


ขยายระยะเวลาการนำสินค้าออกนอกญี่ปุ่นเป็น 90 วัน

อีกการเปลี่ยนแปลงสำคัญคือ ขยายระยะเวลาการนำสินค้าออกนอกญี่ปุ่นเป็น 90 วัน สำหรับสินค้าทุกประเภท จากเดิมที่สินค้าอุปโภคบริโภคต้องนำออกภายใน 30 วัน และยัง ยกเลิกการส่งสินค้าแยกออกนอกประเทศทางไปรษณีย์ (Separate Shipment) ตั้งแต่ 1 เมษายน 2025 ดังนั้นสินค้าที่ขอคืนภาษีต้องนำติดตัวหรือโหลดไปกับสัมภาระในวันที่เดินทางออกจากญี่ปุ่น นอกจากนี้ การตรวจศุลกากรจะพิจารณา เป็นรายใบเสร็จ หากสินค้าในใบเสร็จเดียวกันขาดไปแม้เพียง 1 ชิ้น อาจทำให้ไม่ได้รับคืนภาษีทั้งใบเสร็จ จึงควรตรวจสอบสินค้าให้ครบก่อนถึงสนามบิน โดยเฉพาะสินค้ามูลค่า 1 ล้านเยนขึ้นไป (ไม่รวมภาษี) ที่ต้องเตรียมเอกสารหรือข้อมูล เช่น ใบรับประกัน ใบรับรองของแท้ หรือ Serial Number เพื่อประกอบการตรวจสอบ

“ถ้าของชิ้นเดียวราคาทะลุหลักล้านเยน อย่าคิดแค่ว่า ‘แพง’ แต่ให้คิดว่า ‘ต้องตรวจสอบได้’ ด้วย เก็บเอกสารและข้อมูลประจำสินค้าไว้ให้พร้อมตั้งแต่วันที่ซื้อ จะช่วยลดความวุ่นวายในวันเดินทาง”

⚠️ จุดที่ต้องระวัง:
หลังผ่านศุลกากรแล้ว หากไม่สามารถนำสินค้าที่ขอคืนภาษีออกจากญี่ปุ่นได้ จะถูกเรียกเก็บ Consumption Tax ที่ได้รับคืนไปเต็มจำนวน และอาจมีบทลงโทษเพิ่มเติม ดังนั้นอย่าคิดว่าสามารถซื้อแบบ Tax-Free แล้วใช้หรือทิ้งสินค้าไว้ในญี่ปุ่นได้ ส่วน ผู้ถือสัญชาติญี่ปุ่นที่มีถิ่นพำนักในต่างประเทศตามเงื่อนไขที่กำหนด เช่น อาศัยอยู่นอกญี่ปุ่นเกิน 2 ปี อาจใช้ Individual Number Card (My Number Card) เป็นเอกสารเพิ่มเติมเพื่อยืนยันสิทธิ์ได้ตามเงื่อนไขของระบบใหม่

ขั้นตอนการขอคืนภาษี

ระบบ Tax Refund ใหม่จะเปลี่ยนจากการได้รับส่วนลดภาษีทันทีที่ร้าน เป็นการ จ่ายราคาเต็มรวมภาษีก่อน แล้วดำเนินการขอคืนภาษีเมื่อเดินทางออกจากญี่ปุ่น ดังนั้นควรเตรียมตัวตั้งแต่ตอนซื้อสินค้า และเก็บสินค้า เอกสาร และใบเสร็จให้ครบจนกว่าจะผ่านศุลกากร

“ทริกที่ช่วยได้มากคือทำ “Tax-Free Folder” ตั้งแต่วันแรกของทริป เก็บใบเสร็จและข้อมูลการซื้อไว้ด้วยกัน จะง่ายกว่าการรื้อกระเป๋าตามหาหลักฐานในคืนก่อนบิน”

Step 1 — ช้อปปิ้งที่ร้าน Tax-Free

แสดงพาสปอร์ตที่ร้าน จากนั้นชำระค่าสินค้าในราคาเต็มรวม Consumption Tax และลงทะเบียนช่องทางสำหรับรับเงินคืนตามที่ร้านหรือผู้ให้บริการกำหนด เช่น บัตรเครดิตหรือบัญชีธนาคาร พร้อม เก็บใบเสร็จและสินค้าทุกชิ้นไว้ให้ครบ

🚨 WARNING: ใบเสร็จเดียวกันต้องมีสินค้าครบทุกชิ้น
หากสินค้าในใบเสร็จเดียวกันหาย ถูกแยกออกไป หรือถูกนำไปใช้ก่อนเดินทางออกจากญี่ปุ่นแม้เพียง 1 ชิ้น อาจทำให้ ไม่ได้รับคืนภาษีทั้งใบเสร็จ ดังนั้นอย่าให้เพื่อนหรือครอบครัวในทริปนำสินค้าไปใช้แทน และควรเก็บสินค้าแยกตามใบเสร็จจนกว่าจะผ่านศุลกากร

Step 2 — เตรียมตัวก่อนไปสนามบิน

ก่อนเดินทางออกจากญี่ปุ่น ให้ตรวจสอบว่าสินค้าที่ยื่นขอคืนภาษีอยู่กับตัวครบทั้งหมด และ แยกสินค้าที่จะโหลดใต้เครื่องออกจากสินค้าที่จะถือขึ้นเครื่อง เพราะต้องสามารถนำสินค้าไปแสดงต่อศุลกากรได้ หากจำเป็น โดยควรดำเนินการตามขั้นตอนของ Tax Refund ก่อนเช็กอินและโหลดกระเป๋า และต้องนำสินค้าออกจากญี่ปุ่นภายใน 90 วันนับจากวันที่ซื้อ

“ก่อนออกจากโรงแรม ลองเช็ก 3 อย่างให้ครบ: พาสปอร์ต + ใบเสร็จ + สินค้า โดยเฉพาะคนที่ซื้อของหลายร้าน เพราะความพร้อมตั้งแต่ก่อนถึงสนามบินช่วยลดเวลาหยุดค้นของได้มาก”

Step 3 — ผ่านศุลกากรสนามบิน (Customs)

เมื่อถึงสนามบิน ให้แสดง พาสปอร์ต สินค้า และข้อมูล/ใบเสร็จที่เกี่ยวข้อง ต่อศุลกากรเพื่อยืนยันว่าคุณกำลังนำสินค้าออกนอกประเทศ ระบบอาจตรวจสอบข้อมูลจากพาสปอร์ต โดยหากได้รับสัญญาณ ไฟเขียว สามารถผ่านขั้นตอนได้ ส่วน ไฟแดง หมายถึงต้องให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบสินค้าเพิ่มเติม หากไม่สามารถแสดงสินค้าได้ครบหรือไม่ผ่านเงื่อนไข ก็อาจ หมดสิทธิ์ได้รับเงินคืนภาษี

สำหรับสนามบินหลักบางแห่ง เช่น นาริตะ ฮาเนดะ คันไซ ชูบุ ชินชิโตเสะ ฟุกุโอกะ และนาฮะ สามารถใช้ Visit Japan Web (VJW) เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนที่สนามบินรองรับได้

Step 4 — รับเงินคืน

หลังผ่านขั้นตอนศุลกากรแล้ว การคืนเงินจะดำเนินการตาม ช่องทางที่ลงทะเบียนไว้กับร้านหรือผู้ให้บริการ โดยรูปแบบและระยะเวลาอาจแตกต่างกันไป เช่น การคืนเงินเข้าบัตรเครดิต การโอนเข้าบัญชีธนาคาร หรือการรับเงินสดที่เคาน์เตอร์ หากร้านหรือผู้ให้บริการรองรับ ดังนั้นควรตรวจสอบวิธีรับเงินคืนตั้งแต่ตอนซื้อสินค้า และเก็บหลักฐานการทำรายการไว้จนกว่าจะได้รับเงินคืนเรียบร้อย 

Visit Japan Web (VJW) คืออะไร


Visit Japan Web (VJW) คือบริการออนไลน์ของรัฐบาลญี่ปุ่นที่ช่วยให้นักเดินทางลงทะเบียนข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการเดินทางเข้าประเทศ เช่น ขั้นตอนตรวจคนเข้าเมือง ศุลกากร และการเดินทางเข้าญี่ปุ่น ล่วงหน้าผ่านเว็บไซต์ เพื่อลดขั้นตอนการกรอกข้อมูลและการใช้เครื่องที่สนามบิน โดยในระบบ Tax Refund ใหม่ สนามบินหลักที่รองรับการใช้ VJW ได้แก่ นาริตะ (Narita), ฮาเนดะ (Haneda), คันไซ (Kansai), ชูบุ (Chubu), ชินชิโตเสะ (New Chitose), ฟุกุโอกะ (Fukuoka) และนาฮะ (Naha)

แนะนำให้ ลงทะเบียน VJW ล่วงหน้าก่อนเดินทางเข้าญี่ปุ่น และเตรียมข้อมูลให้เรียบร้อยตั้งแต่ก่อนออกเดินทาง เพื่อให้ขั้นตอนเมื่อถึงญี่ปุ่นสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น ทั้งนี้ VJW เป็นระบบสำหรับข้อมูลการเดินทางและพิธีการที่สนามบิน ไม่ได้หมายความว่าการลงทะเบียน VJW จะทำให้ได้รับ Tax Refund โดยอัตโนมัติ นักท่องเที่ยวยังคงต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขและขั้นตอนการขอคืนภาษีของร้านค้าและศุลกากรให้ครบถ้วน

หรือ อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่ https://chillchilljapan.com/how-to-visit-japan

ข้อควรระวังและคำแนะนำพิเศษ

การขอคืนภาษีตามระบบใหม่ควรเผื่อเวลาและวางแผนล่วงหน้า เพราะนักท่องเที่ยวต้องผ่านขั้นตอนตรวจสอบก่อนเดินทางออกจากญี่ปุ่น โดยเฉพาะคนที่ซื้อสินค้าจำนวนมากหรือมีสินค้าที่ต้องโหลดใต้เครื่อง ควรจัดสินค้าและเอกสารให้พร้อม และเผื่อเวลาที่สนามบินมากกว่าปกติ เพื่อป้องกันการพลาดเที่ยวบินหรือเสียสิทธิ์ในการขอคืนภาษี

💡 TIP: ซื้อของเหลว สกินแคร์ เครื่องสำอาง หรือเครื่องดื่มจำนวนมาก ต้องระวังเป็นพิเศษ
หากสินค้าที่ขอ Tax Refund ต้องโหลดใต้เครื่อง อย่าเพิ่งนำกระเป๋าไปเช็กอินกับสายการบิน เพราะเมื่อโหลดกระเป๋าแล้ว คุณอาจไม่สามารถนำสินค้าออกมาแสดงต่อศุลกากรได้หากถูกเรียกตรวจ ควรดำเนินการตามขั้นตอน Tax-Free/ศุลกากรที่สนามบินก่อน แล้วจึงนำกระเป๋ากลับไปเช็กอินตามขั้นตอนของสายการบิน

ยกตัวอย่างสถานการณ์

1. มาถึงสนามบิน
นำกระเป๋าและสินค้าที่ซื้อ Tax Refund มาด้วย โดยยังไม่โหลดกระเป๋า

⬇️

2. ดำเนินการคืนภาษี/ Customs ก่อน
ไปยังจุด Tax-Free Procedure Terminal หรือขั้นตอนที่สนามบินกำหนด และเตรียมพาสปอร์ตพร้อมสินค้าที่ซื้อไว้ให้พร้อม

⬇️

3. หากระบบขึ้น Green Result
หมายความว่าไม่จำเป็นต้องตรวจสินค้าเพิ่มเติม และขั้นตอนตรวจสอบเสร็จสิ้น

หากขึ้น Red Result
ต้องนำสินค้าที่ขอ Tax Refund ไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรเพื่อตรวจสอบ

⬇️

4. เมื่อขั้นตอนเรียบร้อยแล้ว จึงนำกระเป๋าไปเช็กอินกับสายการบิน
จากนั้นสามารถโหลดกระเป๋าใต้เครื่องตามขั้นตอนปกติได้

สำคัญ: หากนำกระเป๋าไปเช็กอินก่อน แล้วภายหลังระบบเรียกตรวจ (Red Result) จะไม่สามารถเรียกกระเป๋าที่โหลดไปแล้วกลับมาเพื่อแสดงสินค้าได้ ดังนั้นควรทำขั้นตอน Tax Refund ให้เรียบร้อย ก่อน000เช็กอินกระเป๋า

ขั้นตอนที่จำง่าย ๆ คือ ถ้ายังไม่ผ่านการคืนภาษี→ อย่าเพิ่งโหลดกระเป๋า
ผ่านขั้นตอนแล้ว → ค่อยเช็กอินกระเป๋า → ผ่าน Security → ไป Gate

เผื่อเวลาที่สนามบินเพิ่ม

ควรเผื่อเวลาสำหรับขั้นตอนการคืนภาษีและการตรวจสินค้าเพิ่มจากเวลาที่ใช้ตามปกติ โดยเฉพาะช่วงที่มีนักท่องเที่ยวหนาแน่น แนะนำให้ เผื่อเวลาอย่างน้อย 1–2 ชั่วโมงจากเวลาปกติ และหากมีสินค้าจำนวนมากหรือมีของที่ต้องผ่านการตรวจ ควรวางแผนไปสนามบินล่วงหน้าประมาณ 4–5 ชั่วโมงก่อนเที่ยวบิน เพื่อให้มีเวลาสำหรับทุกขั้นตอนอย่างไม่เร่งรีบ

เปรียบเทียบช่องทางรับเงินคืน

ช่องทางรับเงินคืนขึ้นอยู่กับร้านค้าหรือผู้ให้บริการที่เข้าร่วมระบบ ตามข้อมูลอาจมีทั้ง เงินสด บัตรเครดิต หรือการโอนเข้าบัญชีธนาคาร เงินสดมีข้อดีคือได้รับเงินทันที แต่ไม่ได้มีให้บริการทุกจุด ส่วนการคืนเงินผ่านบัตรเครดิตสะดวกกว่า แต่อาจต้องรอประมาณ 1–2 สัปดาห์ และควรตรวจสอบเรื่องค่าธรรมเนียมหรืออัตราแลกเปลี่ยน ขณะที่การโอนเข้าบัญชีธนาคารอาจใช้เวลานานกว่า โดยระยะเวลาจริงขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการ

แกะซองได้ แต่ห้ามใช้หรือบริโภค

แม้ระบบใหม่จะ ยกเลิกบรรจุภัณฑ์ปิดผนึกพิเศษสำหรับสินค้าอุปโภคบริโภคแต่ไม่ได้หมายความว่านักท่องเที่ยวสามารถนำสินค้าออกมาใช้หรือรับประทานในญี่ปุ่นได้ หากสินค้าที่ซื้อแบบ Tax-Free ถูกใช้ บริโภค หรือไม่สามารถนำออกนอกประเทศได้ตามเงื่อนไข อาจทำให้สินค้านั้นไม่เข้าเกณฑ์ได้รับคืนภาษี

ตรวจเป็น “ใบเสร็จ” ไม่ใช่ “รายชิ้น”

นี่เป็นหนึ่งในจุดที่ควรระวังมากที่สุด เพราะการตรวจสอบจะพิจารณาสินค้าตาม ใบเสร็จแต่ละรายการ ไม่ใช่แยกคิดภาษีเป็นรายชิ้น ดังนั้นหากใบเสร็จหนึ่งใบมีสินค้าหลายชิ้น ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าสินค้าทุกชิ้นในใบเสร็จนั้นอยู่ครบและพร้อมแสดงต่อศุลกากร หากขาดสินค้าไปแม้เพียง 1 ชิ้น อาจส่งผลให้ เสียสิทธิ์การคืนภาษีของทั้งใบเสร็จ ไม่ใช่เพียงภาษีของสินค้าชิ้นที่หายไป

สรุปง่าย ๆ: ซื้อ Tax-Free แล้ว เก็บของให้ครบตามใบเสร็จ → อย่าใช้ก่อนออกจากญี่ปุ่น → อย่าโหลดกระเป๋าก่อนตรวจ หากของอยู่ในกระเป๋าโหลด → ผ่านศุลกากรก่อน → แล้วจึงเช็กอินตามขั้นตอนของสายการบิน 

คำถามที่พบบ่อย / FAQ เพื่อช่วยตอบข้อสงสัยสำคัญและเตรียมตัวให้พร้อมก่อนช้อปปิ้งในญี่ปุ่น 

ระบบการคืนภาษีญี่ปุ่น 2026 มีการเปลี่ยนแปลงหลายจุดที่นักท่องเที่ยวควรรู้ก่อนเดินทาง โดยเฉพาะเรื่องการจ่ายภาษีล่วงหน้า ขั้นตอนการขอคืนเงิน การนำสินค้าออกนอกประเทศ ระยะเวลาที่กำหนด และความแตกต่างระหว่าง Tax-Free ในเมืองกับ Duty-Free ในสนามบิน ส่วนนี้จึงรวบรวม คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เพื่อช่วยตอบข้อสงสัยสำคัญและเตรียมตัวให้พร้อมก่อนช้อปปิ้งในญี่ปุ่น

Q1: ต้องไปถึงสนามบินขากลับเร็วขึ้นแค่ไหน หากซื้อของ Tax-Free มา?

A: แนะนำให้เผื่อเวลาเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 1–2 ชั่วโมงจากเวลาปกติ (รวมเป็น 4–5 ชั่วโมงก่อนเครื่องออก) เนื่องจากทุกคนต้องผ่านขั้นตอนสแกนพาสปอร์ตและรับอนุมัติจากศุลกากรก่อนจึงจะได้เงินคืน คิวที่สนามบินหลักอาจหนาแน่นขึ้นมาก

Q2: สินค้าของเหลว ครีม หรือสกินแคร์ชิ้นใหญ่ที่ต้องโหลดใต้เครื่อง ต้องทำขั้นตอนอย่างไร?

A: ห้ามโหลดกระเป๋าก่อนเด็ดขาด — เพราะถ้าโหลดไปแล้วจะไม่มีของให้ศุลกากรตรวจ และเสียสิทธิ์คืนภาษีทันที ให้ลากกระเป๋าไปที่ตู้คีออสก์/เคาน์เตอร์ศุลกากร Tax-Free ในเทอร์มินัลก่อนเช็คอิน เพื่อสแกนพาสปอร์ตและแสดงสินค้า (กรณีสุ่มตรวจไฟแดง) เมื่อศุลกากรอนุมัติแล้วจึงค่อยนำกระเป๋าไปโหลดที่เคาน์เตอร์สายการบิน

ซื้อของเหลวหรือของชิ้นใหญ่ อย่าเพิ่งโหลดกระเป๋า! หากซื้อ สกินแคร์ เครื่องสำอาง น้ำหอม เครื่องดื่ม หรือสินค้าขนาดใหญ่ ที่ต้องใส่กระเป๋าโหลดใต้เครื่อง และสินค้านั้นอยู่ในรายการ Tax Refund อย่าเพิ่งนำกระเป๋าไปเช็กอินกับสายการบิน เพราะหากศุลกากรเรียกตรวจ คุณต้องสามารถนำสินค้าออกมาแสดงได้ ให้ดำเนินการตามขั้นตอน Tax Refund/ศุลกากรและแสดงสินค้าให้เรียบร้อยก่อน จากนั้นจึงนำกระเป๋าไปเช็กอินและโหลดใต้เครื่องตามปกติ

Q3: ถ้ายกเลิกถุงซีลพลาสติกแล้ว แกะใช้หรือแกะกินระหว่างเที่ยวในญี่ปุ่นได้เลยไหม? 

A: ไม่ได้เด็ดขาด สิ่งที่ยกเลิกคือ “บรรจุภัณฑ์ปิดผนึกพิเศษ” เท่านั้น กติกาหลักยังเหมือนเดิม คือสินค้าต้องถูกนำออกนอกประเทศในสภาพสมบูรณ์ ถ้าแกะกิน แกะใช้ หรือของในใบเสร็จหายไปแม้แต่ชิ้นเดียว ศุลกากรจะไม่คืนภาษีให้ทั้งใบเสร็จนั้นทันที

Q4: ซื้อขนม เครื่องสำอาง หรือยา (Consumables) มีเวลาให้อยู่ในญี่ปุ่นได้นานแค่ไหน?

A: ระบบใหม่ขยายเวลาให้เท่ากันหมดคือต้องนำออกนอกประเทศภายใน 90 วันนับจากวันที่ซื้อ (ปรับเพิ่มจากระบบเดิมที่กลุ่มนี้จำกัดไว้เพียง 30 วัน)

Q5: แวะซื้อของในร้าน Duty-Free ข้างในเกทหลังผ่าน ตม. สนามบินแล้ว ต้องทำเรื่องขอคืนเงินอีกไหม?

A: ไม่ต้อง ร้าน Duty-Free หลังจุดตรวจพาสปอร์ต (ร้านเหล้า น้ำหอม ขนมแบรนด์เนมในเกท) ไม่อยู่ในระบบ Refund Method นี้ ซื้อได้ในราคาลดภาษีทันทีเหมือนเดิม เพราะถือว่าสินค้าออกนอกน่านฟ้าญี่ปุ่นแล้ว

Q6: ซื้อของหลายชิ้นในใบเสร็จเดียวกัน แต่เผลอทำหายหรือแกะใช้ไป 1 ชิ้น ขอคืนภาษีชิ้นที่เหลือได้ไหม? 


A: ไม่ได้เลย ศุลกากรตรวจตามใบเสร็จ ถ้าสินค้าที่แสดงไม่ครบตามรายการในใบเสร็จ สิทธิ์คืนภาษีของใบเสร็จนั้นจะเป็นโมฆะทั้งใบ ไม่มีการหักคืนเป็นรายชิ้น

Q7: ซื้อของชิ้นใหญ่ขนไม่ไหว ส่งพัสดุ (EMS) กลับไทยแทนการหิ้วเองได้ไหม? 

A: ไม่ได้ ช่องทางส่งของแยกออกนอกประเทศ (Separate Shipment) เพื่อยกเว้นภาษีถูกยกเลิกไปแล้วตั้งแต่ 1 เมษายน 2025 สินค้าที่ทำ Tax Refund ต้องนำออกนอกประเทศพร้อมตัวนักท่องเที่ยวในวันเดินทางเท่านั้น

Q8: การคืนภาษีขากลับ ได้เงินคืนอย่างไร?

1. ซื้อสินค้าและชำระเงินรวมภาษี ณ ร้านค้า

ตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2026 นักท่องเที่ยวจะต้องชำระค่าสินค้ารวม Consumption Tax ไปก่อน จากนั้นจึงขอคืนภาษีภายหลังเมื่อเดินทางออกจากญี่ปุ่น

2. อย่าลืมเก็บใบเสร็จและสินค้าที่ขอคืนภาษีไว้ให้ครบ

หลังซื้อสินค้า ควรเก็บใบเสร็จและสินค้าที่ขอคืนภาษีไว้ตามเงื่อนไข และ ห้ามใช้หรือบริโภคสินค้าก่อนออกจากประเทศ เพราะอาจทำให้ไม่สามารถขอคืนภาษีได้

3. ดำเนินการคืนภาษีที่สนามบินหรือท่าเรือ

เมื่อถึงวันเดินทางกลับ ต้องดำเนินการตามขั้นตอนการขอคืนภาษี ณ จุดที่กำหนดในสนามบินหรือท่าเรือก่อนออกจากญี่ปุ่น

4. ผ่านการตรวจสอบจากศุลกากร

ศุลกากรอาจตรวจสอบใบเสร็จและสินค้าที่ซื้อ เพื่อยืนยันว่าผู้เดินทางจะนำสินค้าออกนอกประเทศญี่ปุ่นจริง จึงควรเตรียมสินค้าและเอกสารให้พร้อมสำหรับการตรวจสอบ

5. รับเงินคืนตามช่องทางที่กำหนด

เมื่อผ่านขั้นตอนตรวจสอบและเป็นไปตามเงื่อนไข นักท่องเที่ยวจึงจะได้รับเงินคืนในจำนวนที่เทียบเท่ากับ Consumption Tax ที่เข้าเกณฑ์

ช่องทางรับเงินคืนจากการคืนภาษีมีอะไรบ้าง?

รายละเอียดเรื่องช่องทางรับเงินคืน เช่น บัตรเครดิต บัญชีธนาคาร หรือวิธีการคืนเงินของแต่ละร้านค้า อาจแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบกับร้านค้าที่ซื้อสินค้าและข้อมูลทางการล่าสุดก่อนเดินทาง

⚠️ สิ่งที่ควรรู้ก่อนเดินทางกลับ

หากซื้อสินค้าจำนวนมาก โดยเฉพาะ เครื่องสำอาง สกินแคร์ ของเหลว หรือเครื่องดื่ม ควรวางแผนขั้นตอน Tax Refund ก่อนนำกระเป๋าไปโหลดใต้เครื่อง เพราะอาจต้องนำสินค้าออกมาแสดงต่อศุลกากรหากถูกเรียกตรวจ

หมายเหตุเกี่ยวกับระบบการคืนภาษี 2026

รายละเอียดเกี่ยวกับช่องทางและวิธีรับเงินคืนอาจมีการประกาศเพิ่มเติมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดอีกครั้งก่อนเดินทาง และบทความนี้จะอัปเดตเมื่อมีรายละเอียดเพิ่มเติมอย่างเป็นทางการ.

“คิดว่าการคืนภาษีเป็นอีกหนึ่ง Checkpoint ของทริปจะดีที่สุด—ช้อปให้สนุกได้เต็มที่ แต่ก่อนขึ้นเครื่องต้องเช็กให้ครบว่าเอกสารพร้อม ของอยู่ครบ และขั้นตอนคืนภาษีเรียบร้อยแล้ว”

บทสรุป

การคืนภาษีญี่ปุ่น 2026 ช่วยให้การช้อปปิ้งสะดวกขึ้นในหลายด้าน ทั้งการยกเลิกถุงซีลพิเศษสำหรับสินค้าสินค้าอุปโภคบริโภคและการยกเลิกเพดานการซื้อ แต่ในทางกลับกัน นักท่องเที่ยวต้องวางแผนเวลาในวันเดินทางกลับให้รอบคอบ เพราะต้องผ่านขั้นตอนตรวจสอบก่อนรับเงินคืน ที่สำคัญคือ แกะบรรจุภัณฑ์ได้ แต่ห้ามใช้หรือบริโภคสินค้าที่ขอคืนภาษีก่อนออกจากญี่ปุ่น และต้องนำสินค้าออกนอกประเทศให้ครบตามเงื่อนไข

แหล่งที่มาที่ใช้ตรวจสอบเพิ่มเติม



Contents Index
  1. 1 ทำไมญี่ปุ่นถึงเปลี่ยนระบบการคืนภาษี
  2. 2 เปรียบเทียบ “แบบเดิม VS แบบใหม่”
  3. 3 บทความเหมาะกับใคร / ใครควรอ่านบทความนี้
    1. 3.1 ผู้ที่เดินทางไปญี่ปุ่นและช้อปปิ้งสินค้ามูลค่าสูงตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2026
    2. 3.2 ผู้ที่เดินทางญี่ปุ่นเป็นเวลานานหรือไปเรียนระยะสั้นไม่เกิน 3 เดือน
  4. 4 แยกให้ชัด: ร้าน Tax-Free ในเมือง vs ร้าน Duty-Free ในสนามบิน
    1. 4.1 ร้าน Tax-Free ในเมือง
    2. 4.2 ร้าน Duty-Free ในสนามบิน
  5. 5 กฎเกณฑ์ใหม่มีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง
    1. 5.1 ยกเลิกสินค้าทั่วไป (General Goods) สินค้าอุปโภคบริโภค (Consumables) รวมถึงยกเลิกการซื้อสูงสุด 500,000 เยน
    2. 5.2 ขยายระยะเวลาการนำสินค้าออกนอกญี่ปุ่นเป็น 90 วัน
  6. 6 ขั้นตอนการขอคืนภาษี
    1. 6.1 Step 1 — ช้อปปิ้งที่ร้าน Tax-Free
    2. 6.2 Step 2 — เตรียมตัวก่อนไปสนามบิน
    3. 6.3 Step 3 — ผ่านศุลกากรสนามบิน (Customs)
    4. 6.4 Step 4 — รับเงินคืน
  7. 7 Visit Japan Web (VJW) คืออะไร
  8. 8 ข้อควรระวังและคำแนะนำพิเศษ
    1. 8.1 ยกตัวอย่างสถานการณ์
    2. 8.2 เผื่อเวลาที่สนามบินเพิ่ม
    3. 8.3 เปรียบเทียบช่องทางรับเงินคืน
    4. 8.4 แกะซองได้ แต่ห้ามใช้หรือบริโภค
    5. 8.5 ตรวจเป็น “ใบเสร็จ” ไม่ใช่ “รายชิ้น”
  9. 9 คำถามที่พบบ่อย / FAQ เพื่อช่วยตอบข้อสงสัยสำคัญและเตรียมตัวให้พร้อมก่อนช้อปปิ้งในญี่ปุ่น
    1. 9.1 Q1: ต้องไปถึงสนามบินขากลับเร็วขึ้นแค่ไหน หากซื้อของ Tax-Free มา?
    2. 9.2 Q2: สินค้าของเหลว ครีม หรือสกินแคร์ชิ้นใหญ่ที่ต้องโหลดใต้เครื่อง ต้องทำขั้นตอนอย่างไร?
    3. 9.3 Q3: ถ้ายกเลิกถุงซีลพลาสติกแล้ว แกะใช้หรือแกะกินระหว่างเที่ยวในญี่ปุ่นได้เลยไหม?
    4. 9.4 Q4: ซื้อขนม เครื่องสำอาง หรือยา (Consumables) มีเวลาให้อยู่ในญี่ปุ่นได้นานแค่ไหน?
    5. 9.5 Q5: แวะซื้อของในร้าน Duty-Free ข้างในเกทหลังผ่าน ตม. สนามบินแล้ว ต้องทำเรื่องขอคืนเงินอีกไหม?
    6. 9.6 Q6: ซื้อของหลายชิ้นในใบเสร็จเดียวกัน แต่เผลอทำหายหรือแกะใช้ไป 1 ชิ้น ขอคืนภาษีชิ้นที่เหลือได้ไหม?
    7. 9.7 Q7: ซื้อของชิ้นใหญ่ขนไม่ไหว ส่งพัสดุ (EMS) กลับไทยแทนการหิ้วเองได้ไหม?
    8. 9.8 Q8: การคืนภาษีขากลับ ได้เงินคืนอย่างไร?
      1. 9.8.1 2. อย่าลืมเก็บใบเสร็จและสินค้าที่ขอคืนภาษีไว้ให้ครบ
      2. 9.8.2 3. ดำเนินการคืนภาษีที่สนามบินหรือท่าเรือ
      3. 9.8.3 4. ผ่านการตรวจสอบจากศุลกากร
      4. 9.8.4 5. รับเงินคืนตามช่องทางที่กำหนด
    9. 9.9 ช่องทางรับเงินคืนจากการคืนภาษีมีอะไรบ้าง?
      1. 9.9.1 ⚠️ สิ่งที่ควรรู้ก่อนเดินทางกลับ
    10. 9.10 หมายเหตุเกี่ยวกับระบบการคืนภาษี 2026
  10. 10 บทสรุป
Pennapa Uttamang

Blogger : Pennapa Uttamang

Position : แกะรอยวิธีคิด พลิกวิกฤตเป็นทริปใหม่: บันทึกการเดินทางฉบับเรียลไทม์ โดยบรรณาธิการผู้หลงรักญี่ปุ่น

จากอดีตบรรณาธิการที่รับใช้ถ้อยคำมาหลายทศวรรษ สู่การเป็นนักเขียนและนักออกแบบโบรชัวร์ญี่ปุ่นที่หลงรักการเดินทางเป็นชีวิตจิตใจ อ้อตั้งใจส่งต่อแรงบันดาลใจผ่านเรื่องราวที่ "จริง" และ "ใช้ได้จริง" ตั้งแต่วิถีชีวิต การทำธุรกิจท้องถิ่น ไปจนถึงลายแทงร้านอร่อยที่ชาวบ้านกินกันจริงๆ เพราะเชื่อว่าเสน่ห์ของญี่ปุ่นไม่ได้มีแค่ภาพสวยๆ แต่คือแนวคิดที่นำมาปรับใช้กับชีวิตได้ และอ้อยินดีที่จะเป็นไกด์นำทางให้ทริปของคุณราบรื่นขึ้น แม้ในวันที่ฟ้าไม่เป็นใจค่ะ

โหวต

| Polls
โหวต | Polls
  • คุณอยากไปทัวร์ 1 วันแบบไหนมากที่สุดในญี่ปุ่น?

    View Results

    Loading ...

สถานที่เที่ยว

| Feature

กรณีฉุกเฉิน

| Emergency
  • Police

    110

  • Ambulance

    119

  • AMDA International Medical Information Center

    03-6233-9266

  • สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว

    090-4435-7812

  • สถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซาก้า

    090-1895-0987

  • สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฟุกุโอกะ

    090-2585-3027 หรือ 090-9572-1515